นิ ต ย ส า ร ร า ย ส ะ ด ว ก
สิ่งพิมพ์ออนไลน์ จัดทำโดยเว็บไซต์ศาลานกน้อย ปีที่ ๒๓ : วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ : ราคา ๐ บาท

Editorial

......เราจะซาบซึ้งถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริง ก็ต่อเมื่อเราได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเองในลักษณาการที่แยกห่างหรือปลีกตัวออกมาจากกลุ่มคน......
​เพราะรักจึง​ได้เหงา

คลิกดูภาพขยาย


กฤษณามูรติ นักประพันธ์​และนักปรัชญาชาวอินเดีย ​ได้กล่าวไว้ในหนังสือ "On Love and Loneliness"ว่า

...​.​ความรัก​กับ​ความเหงานั้น​​เป็นของคู่กัน ​ความเหงาเกิดจากจิต​ที่ไม่​สามารถหลีกเร้น​ไปจากอารมณ์หนึ่ง​ๆ​ เกิดการจมจ่อมอยู่​​กับอารมณ์นั้น​ๆ​ ​โดยตรง ​และการ​จะเกิด​ความเหงา​ได้ ย่อมมีผลมาจาก​ความรัก...​.

กฤษณามูรติ ยัง​ได้กล่าวถึง​ความสัมพันธ์​ที่แท้จริงไว้อย่างน่าคิดว่า ...​​ความเหงา​และ​ความรัก ​จะทำให้เรา​ได้สำรวจจิตใจตัวเอง ​และ​ความสัมพันธ์ของใจเรา​ที่มีต่อตัวเรา คนอื่นๆ​ ​แม้กระทั่งต่อสังคม

...​เรา​จะซาบซึ้งถึง​ความสัมพันธ์​ที่แท้จริง ก็ต่อ​เมื่อเรา​ได้รู้จักตัวตน​ที่แท้จริงของตัวเองในลักษณาการ​ที่แยกห่างหรือปลีกตัวออกมาจากกลุ่มคน

ตรงจุดนี้ ...​​ใคร​จะเห็นด้วยบ้างไหม...​

คลิกดูภาพขยาย


สำหรับฉันเอง ไม่แปลกใจ​ที่บางครั้ง หลายๆ​ คน เกิดอาการเหงาท่ามกลางผู้คนมากมาย​ ขณะ​ที่บางคน มี​ความสุขอย่างเปรมปลื้ม ​ที่​ได้อยู่​​กับตัวเองเงียบๆ​ ​ได้ดื่มด่ำ​ไป​กับ​ความคิด ​และช่วงเวลา​ที่​เป็น "​ส่วนตัว"

ฉันเห็นด้วย​กับกฤษณามูรติ​ที่ว่า ​ความเหงา​กับ​ความรัก​เป็นของคู่กัน ​ถ้าไม่มี​ความรัก...​เราคงไม่​ได้รู้จักว่า​ความเหงา​คือเช่นไร ตัวตน​ที่แท้ของเรา​คืออย่างไร...​

ขณะเดียวกัน...​​ถ้าไม่มี​ความเหงาเสียบ้างในบางครั้ง ...​.เราคงไม่ซาบซึ้ง​กับอานุภาพของ​ความรัก หรือคุณค่าของคน​ที่เรารักหรือรักเรา

อย่างไรก็ตาม ...​.วันแห่ง​ความรักนี้ ขออวยพรให้คู่รักทุกคู่มี​ความสุขสมหวัง คง​จะดีกว่านะคะ​

คลิกดูภาพขยาย


ด้วย​ความปรารถนาดี
Pilgrim

 

จากใจ..บรรณาธิการ,
๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

editorial นิตยสารรายสะดวก
ข้ อ เ ขี ย น ล่ า สุ ด
ซ่อน.....กลิ่นราตรี โดย เล็ก โยธา .. ​ความรักของผม​กับราตรีก็เหมือน​กับทุก​ความรักทั่ว​ไปในวัยเรียน ​ที่ยังหาบทสรุปจริงจังกัน​ได้ยาก ​เพราะเราต่างก็ไม่รู้เลย​ว่าเรา​จะ​ไปสอบติดมหาวิทยาลัยกัน​ที่ไหน .. -23 views - [อ่านต่อ..]

"ปีตานัต" - "ปัตตานี" โดย แม่มะลิ .. โกโก้ปั่นสไตล์ปีตานัต ปกติ​จะราดน้ำช๊อคโกแลตเยิ้มฉ่ำ ขมๆ​หวานๆ​ นุ่มๆ​ ลองนึกถึงสภาพอากาศร้อนอบอ้าวเหงื่อหยดติ๋งๆ​ อากาศอบๆ​ชื้นๆ​บริเวณเมืองชายทะเลนะคะ​ แดดร้อนเปรี้ยงๆ​ โก้โก้ปั่นเย็นๆ​ซักแก้ว ซู๊ดดดดด!!! ชื่นใจ .. -66 views - [อ่านต่อ..]

แตกสลาย ตอนเรื่องของเราเริ่มต้นที่ไหน โดย แม่มะลิ .. เรื่อง​ของเรามันเริ่มต้นในช่วงค่ำคืนฤดูร้อน​ที่แสนร้อน มิตรภาพของการสนทนาเริ่มต้นจากการพูดคุยทั่ว​ไปสิ่ง​ที่ดึงดูดเราเข้าหากัน​คือ​ความอยากรู้อยากเห็น อยากเข้าใจในบางสิ่งบางอย่าง .. -20 views - [อ่านต่อ..]

แตกสลาย โดย แม่มะลิ .. ใน​ความสัมพันธ์​เพราะ​เป็นเรื่อง​ของการต่อรอง​ระหว่างอำนาจของหัวใจ​ที่ผลัดกันครอง​ความ​เป็นใหญ่ ​แต่แต้มต่อ​จะเกิดขึ้น​ก็ต่อ​เมื่อมีคนหนึ่ง​คนใดเกิด​ความรู้สึก​ที่ล้ำลึกกว่า .. -298 views - [อ่านต่อ..]

F a c t   C a r d
ชื่อ นิตยสารรายสะดวก
ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ๕ มีนาคม ๒๕๔๖
จำนวนงานเขียน ๑๑๕๓ ชิ้น
จำนวนนักเขียน ๖๖๙ ท่าน
งานเขียนบนโต๊ะบ.ก. ๕๗๑ ชิ้น
งานเขียนคัดสรร ๔๗๕ ชิ้น
งานเขียนลงตะกร้า ๑๐๗ ชิ้น
-- เชิญร่วมเป็นนักเขียน -- ลงทะเบียนนักเขียน ที่นี่
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : add [C-15344 ], [222.123.118.92]
เมื่อวันที่ : 14 ก.พ. 2552, 22.33 น.

ดีจัง​ที่พิลเอ่ยถึง "กฤษณมูรติ" ทำให้นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่ง​ ​ที่หนุ่มสาวยุคหลัง 14 ตุลา​จะนิยมอ่านกันมาก นั่น​คือ หนังสือเรื่อง​ แด่ หนุ่มสาว เขียน​โดย กฤษณมูรติ แปล​เป็นภาษาไทย ​โดย พจนา จันทรสันติ


วัยหนุ่มสาว​คือวันคืน​ที่ร่าเริงด้วยพลังกระปรี้กระเปร่า ด้วยจิตใจสดใหม่ของการสร้างสรรค์ คนหนุ่มสาวจึง​เป็นชีวิตชีวาของโลก​และ​เป็น​ความหวังของวันพรุ่งนี้ ​แต่เวลาพราก​เอาวัยหนุ่มสาว​ไป​ได้รวดเร็ว ​ใคร​ที่ปล่อยวันผ่าน​ไป​โดยไม่ทันหยุดพิจารณา ก็อาจพบว่าตน​ได้กลาย​เป็นผู้ใหญ่ในแบบ​ที่ตนเองตั้งใจว่า​จะไม่มีวัน​เป็น​ไปเสียแล้ว​

​ความรู้สึกอย่างหนึ่ง​​ที่ควรรู้จัก​และเข้าใจให้ดีตั้งแต่วัยหนุ่มสาว​คือ​ความรัก ​ความรักเช่นนี้มิใช่การครอบครอง ไม่ใช่การตอบสนองว่าฉันรักเธอ​เพราะเธอรักฉัน หรือฉันรักเธอ​เพราะฉัน​ต้องการเธอ ​แต่​เป็นรัก​ที่ไม่เรียกร้องสิ่งใดตอบแทน "​แม้​แต่​ความรู้สึก​ที่ว่าเธอ​กำลังให้อะไร​บางสิ่งอยู่​ก็ไม่มี"

"เธอรู้ไหมว่าการรักผู้อื่นนั้น​หมายถึงอะไร​ การรักต้นไม้ นกหรือสัตว์เลี้ยงหมายถึงอะไร​ ควรหมายถึงการ​เอาใจใส่เลี้ยงดูทำนุบำรุง ​แม้ว่ามัน​จะไม่ให้อะไร​ตอบแทนเลย​ก็ตาม ​แม้ว่ามัน​จะมิ​ได้ให้ร่มเงา ไม่​ได้คอยติดตาม ไม่​ได้คอยพึ่งพิงเราเลย​ก็ตาม คน​ส่วนใหญ่มิ​ได้มี​ความรัก​ไปในทำนองนั้น​ คน​ส่วนใหญ่ไม่​ได้เข้าใจ​ความรักในทำนองนี้ ​เพราะ​ความรักของเราถูกกีดขวางอยู่​ด้วย​ความหงุดหงิดกังวล ​ความอิจฉาริษยา​และ​ความกลัว ​ซึ่งทำให้เรา​ต้อง​ไปพึ่งพิงผู้อื่นทางใจ ​โดยการ​ต้องการ​จะ​เป็น​ที่รักของคนอื่น เราไม่​ต้องการเพียงแค่​จะ​ไปรัก​ใครสักคน ​และเพียง​แต่รัก​โดยไม่หวังผลตอบแทน ​แต่เรากลับ​ต้องการเรียกร้อง​เอาบางสิ่งบางอย่างกลับคืน ​และในการเรียกร้องนั้น​เองก็เท่า​กับว่าเรา​ได้พึ่งพิงขาดเสรีในตัวเองแล้ว​"


เสรีภาพ​เป็นของคู่​กับ​ความรัก ​เมื่อเรามีเสรีใน​ความคิด​และรู้จักรัก จิตใจก็​จะเติบโตอย่างไม่มืดบอด เรา​จะ​ได้มองดูชีวิตด้วย​ความริเริ่ม ​และ​เมื่อนั้น​เอง​ที่หนุ่มสาว​จะสร้างโลกใหม่​ได้

คัดบาง​ส่วนจาก http://warintra.multiply.com/journal/item/5/5


พี่เข้าใจว่า กฤษณมูรติ ​จะแนะให้คนเรารู้จักตัวเอง ​โดยมีอิสระ ให้เวลา​กับตัวเอง พิจารณา​ความนึกคิดของตนเอง ​ที่สำคัญเรา​ต้องไม่ยึดติด​กับสิ่งใดๆ​อัน​จะทำให้ชีวิตจิตใจของเราปราศจากเสีย​ซึ่งอิสระ เรา​ต้อง​เอาชนะกิเลส​และ​ความกลัว​ทั้งมวล นี่​ต้องเรียกว่า​เป็นอุดมคติอันสูงสุดทีเดียว

คนเรา​ถ้า​ได้มีเวลาอยู่​​กับตัวเอง คิด​และ​ใคร่ครวญ ​จะเรียกว่า​ความเหงาหรืออะไร​ก็น่า​จะ​เป็นสิ่ง​ที่ดี ก่อน​ที่เรา​จะตัดสินใจ​ไปทำอะไร​ๆ​ต่อ​ไป

​แต่พี่ว่ามี​ความรักแล้ว​มันไม่เหงานะ.. ​แต่มันอาจ​จะวุ่นวายจนหัวหมุนเลย​ทีเดียวเชียวแหละ​ ไม่ว่า​จะ​เป็นรักแบบไหนก็ตาม อิอิ

​แต่อย่างว่าแหละ​ทุกสิ่งในโลกนี้มีสองด้าน ​เมื่อมีรัก ก็มีทุกข์ ​เมื่อมีสุขก็มีเศร้า ​และ​เมื่อสนุกแล้ว​ก็​ต้องเหงาบ้างในบางเวลานะจ๊ะ​

อ่านประวัติของ กฤษณมูรติ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-15347 ], [85.232.185.232]
เมื่อวันที่ : 16 ก.พ. 2552, 01.54 น.

เข้ามาทักทาย​ทั้งพิลกริม​และพี่แอ๊ดค่ะ​

ขอบคุณพิลกริม​ที่ทำหน้า​ที่บรรณาธิการสม่ำเสมอนะคะ​...​. คราวนี้ดูเหมือนเหงา ๆ​ ก่อนวันแห่ง​ความรัก ...​ สิ่ง​ที่พิลฯร้อยเรียงมาคง​จะโดนใจคนจำนวนไม่น้อย ​ความรัก​และ​ความเหงาบ่อยครั้ง​เป็นของคู่กัน

​ส่วนเสียงขานรับของพี่แอ๊ดก็อบอุ่น ลุ่มลึก อย่างผู้​ที่เห็นโลก เห็น​ความรักในหลายแง่มุม อ่านแล้ว​ประโลมใจ รู้สึกอ่อนโยน​ไปด้วยค่ะ​

​ทั้งสองท่านมีกฤษณะ มูรติ​เป็นแกนของงานเขียน

รจนาไม่ค่อย​ได้อ่านงานของนักเขียนนักคิดท่านนี้มากนัก ​แต่ก็มีพอกเก็ตบุคเล่มจิ๋ว (ภาษาอังกฤษ) ของท่านอยู่​ติดบ้านหลายเล่ม (​เพื่อนซื้อให้) นาน ๆ​ ก็เปิดอ่านทีนึง ยอมรับว่า ท่านเขียน​ได้ดี ให้แง่คิด​กับชีวิตประจำวัน​ได้มากมาย​

เล่มหนึ่ง​​ที่อยู่​ตรงหน้ารจนาขณะนี้ ​คือ The Problem of Fear ​ซึ่งมีคำขยายท้ายเล่มว่า If you spend half an hour conciously, deliberately, to find out your fears, outwardly at least, you can easily stop them. But it is much more difficult to find out the unconcious fears, deep down within you. ​ถ้าเรา​ใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมงพิจารณาอย่างจริงจังถึง​ความกลัว​ที่ประจักษ์ชัดอยู่​เบื้องนอก เราก็อาจ​จะระงับ​ความกลัวนั้น​​ได้อย่างง่ายดาย ​แต่​ความกลัว​ที่ซ่อนลึกอยู่​เบื้องในใจเรา ​โดย​ที่เราก็หารู้ตัวไม่ นั้น​ยากยิ่งนัก​ที่​จะขจัดให้หมด​ไป

บางที​ความเหงาก็อาจ​จะ​เป็นภาคหนึ่ง​ของ​ความกลัว​ที่ซ่อนลึกอยู่​ข้างใน...​ กลัว​ความโดดเดี่ยว กลัวไม่มี​ใครยอมรับ กลัว​ต้องอยู่​​กับตัวเอง กลัวทุกคน​จะจาก​ไป กลัว​ความไม่มีตัวตน ฯลฯ...​

บทบรรณาธิการบทนี้ลึกซึ้งจริง ๆ​ ค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ดอกช็อคโกแล็ต [C-15350 ], [222.123.179.90]
เมื่อวันที่ : 16 ก.พ. 2552, 12.54 น.

สุดยอดเลย​ค่ะ​..

ทุกท่าน..มองงานเขียน ทุกอย่าง​ได้อย่างลึกซึ้งมากเลย​

​เพราะเหตุผลนี้แหละ​ค่ะ​..

หนูถึงชอบเข้ามาในศาลานกน้อยนี้

.. ถึง​แม้ว่า​ความ​สามารถของหนู ​จะยังไม่ถึงขั้น..​แต่มันก็​เป็นแรงผลักดัน..

​และ​เป็นแรงจุดประกายให้หนู อย่างมากเลย​ค่ะ​..

จริงๆ​นะค่ะ​..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ลุงเปี๊ยก [C-15351 ], [115.67.25.227]
เมื่อวันที่ : 16 ก.พ. 2552, 19.34 น.

เคยอ่านหนังสือเกี่ยว​กับกฤษณะมูรติสองเล่มนานมาแล้ว​ครับ​ จำ​ได้ว่า​เป็นการถอด​ความจากสุนทรพจน์ ​ซึ่งกฤษณะมูรติ มัก​จะถูกเชิญให้​ไปพูดถึงแนวคิด​และปรัชญาของชีวิตเสมอ การสื่อ​ความจาก​เขามายังผู้ถอด​ความ​และถึงผู้อ่าน​เป็นลำดับ​ที่สามจึงเหลือเพียงคำพูด สิ่ง​ที่ตกหาย​ไป​คือสภาพแวดล้อมในห้องบรรยาย รวมถึงสีหน้าท่าทางของ​เขา​ทั้งหมด

จำ​ได้ว่ากฤษณะมูรติ พูดถึงการตระหนักรู้​ที่เกิดขึ้น​อย่างฉับพลัน เหมือนเดินออกมาจากหมู่ไม้ แล้ว​เหลียวกลับ​ไปมอง ​และประจักษ์ว่าสิ่ง​ที่มองเห็นขณะนั้น​ สว่างวาบขึ้น​เหมือนดัง​ได้เคยเห็นเช่นนี้มาก่อน

​เขาอธิบายสภาวะตระหนักรู้​ความจริงของชีวิต​ได้แจ่มชัด ​และถูก​กับจริตของชาวพุทธ เพียง​แต่ฉันไม่พบวิธี​ที่​จะเข้าถึงสภาวะตระหนักรู้แบบกฤษณะมูรติ ในหนังสือ​ทั้งสองเล่ม​ที่อ่าน

​เขาเห็นสิ่งนั้น​ ​และเล่าให้เราฟังว่าสิ่งนั้น​​เป็นอย่างไร ​แต่การ​จะทำให้เราเห็นอย่าง​ที่​เขาเห็นนั้น​ ​เขาไม่​ได้บอกไว้เลย​

กฤษณะมูรติ ทำให้ฉันย้อนกลับ​ไปอ่านเรื่อง​ราวของผู้ชายอีกคนหนึ่ง​ ​เขาเห็นสิ่งนั้น​ ​เขาเข้าใจว่าสิ่งนั้น​​คืออะไร​ ​เขารู้สาเหตุของสิ่งนั้น​ ​และ​เขาบอกวิธี​ที่​จะหลุดพ้นจากสิ่งนั้น​อย่างละเอียด ​และพิสดาร ผู้ชายคนนั้น​ชื่อเจ้าชายสิทธัตถะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : Rotjana Geneva [C-15356 ], [193.134.192.254]
เมื่อวันที่ : 16 ก.พ. 2552, 23.49 น.

ถ้อยแถลงต่อยอดของลุงเปี๊ยกถูกใจมาก ๆ​ เลย​ค่ะ​ ​เพราะตอน​ที่อ่านงานของกฤษณะ รจก็นึกอยู่​ว่า มันขาดอะไร​​ไปสักอย่างในการถ่ายทอด ​เพราะ​ที่จริงเห็นแนวพุทธ​และ​ความลึกซึ้งในงานเขียนของ​เขา เห็น​ความตั้งใจดี เห็นคำสอนเตือนใจ​ที่​ใช้​ได้ในชีวิต ​แต่มันไม่โดนใจ​จะ ๆ​ ...​...​

เจอย่อหน้าสุดท้ายของลุงฯเลย​ถึง "บางอ้อ" ด้วยประการฉะนี้

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น