นิ ต ย ส า ร ร า ย ส ะ ด ว ก
สิ่งพิมพ์ออนไลน์ จัดทำโดยเว็บไซต์ศาลานกน้อย ปีที่ ๒๓ : วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ : ราคา ๐ บาท

Editorial

...หลายครั้ง เราโทรหาใครสักคนหนึ่ง พอวางหูไปแล้ว นึกขึ้นได้ว่า ไม่ได้ยินข่าวดีหรือเรื่องดี ๆ สดชื่นบ้างเลย คนเรามักพอใจที่ได้บ่น ได้ตำหนิสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และได้คุยเรื่องงานที่ทำให้ตัวเองเครียด...เครียดแล้วก็ยังอยากคุยถึงมัน...
Work Smart. Don’t Work Hard.

กริ๊ง กริ๊ง
"ฮัลโหล ​เป็นยังไงบ้างจ๊ะ​ คิดถึงจ้า"
"โฮ่ย ​จะตายอยู่​แล้ว​ งานทำมากมาย​​ไปหมด ทุกอย่าง​ต้องเสร็จในสองอาทิตย์นี้ อยากบ้าตาย"
"ก็ดีสิ เธอเคยบ่นว่าไม่ค่อยมีอะไร​ทำ"
"ดีกะผีอะไร​ ตอนนี้มันเล่นเทมา​พร้อมกันทีเดียว ทำ​จะไม่ทันอยู่​แล้ว​"
"ว่า​จะชวน​ไปทานข้าว งั้นเราคง​ต้องเลื่อน​ไปก่อนสินะ"
"ฮื่อ คง​ต้องรออีกสองอาทิตย์นั่นแหละ​กว่า​จะว่าง"

บทสนทนาแบบนี้เราคงคุ้นเคยกันดี เราอาจ​จะ​เป็นฝ่ายโทร​ไปหาชวนทานข้าว หรืออาจ​จะ​เป็นฝ่าย​ที่ทำงานยุ่ง ๆ​ แล้ว​​แต่สถานการณ์ในชีวิต แน่ละ บทสนทนาแบบข้างต้น​จะไม่ยืดยาวยืดเยื้อ​เพราะอีกฝ่ายไม่ค่อยอยาก​จะคุยด้วยอยู่​แล้ว​

มัน​เป็นอะไร​​ที่ธรรมดามากเลย​ใช่ไหม ​ที่​เพื่อนสักคน​จะงานยุ่งมาก ๆ​ จนไม่มีเวลา​แม้​แต่​จะถามว่า เราสบายดีหรือเปล่า บางครั้งก็ลงเอยด้วยการ​ที่​เพื่อนบ่น บ่น ​และบ่นงานการ​ที่มีทำมากมาย​​ไปหมด


ธรรมดาจนเราไม่เคยฉุกคิดว่า อะไร​ทำให้คนเราใฝ่ใจ​แต่เรื่อง​เครียด เรื่อง​งาน จนลืมนึกถึงเรื่อง​​ที่ชวนสบายใจบ้าง

หลายครั้ง เราโทรหา​ใครสักคนหนึ่ง​ พอวางหู​ไปแล้ว​ นึกขึ้น​​ได้ว่า ไม่​ได้ยินข่าวดีหรือเรื่อง​ดี ๆ​ สดชื่นบ้างเลย​ คนเรามักพอใจ​ที่​ได้บ่น ​ได้ตำหนิสิ่งต่าง ๆ​ รอบตัว ​และ​ได้คุยเรื่อง​งาน​ที่ทำให้ตัวเองเครียด...​เครียดแล้ว​ก็ยังอยากคุยถึงมัน

ทำให้ฉันนึกถึงคำคมของ​ใครสักคน​ที่กล่าวว่า
"อย่า​ได้ก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่เคยสังเกตเห็น นก ต้นไม้ ดอกไม้​และปุยเมฆ"

ฉันเคย​เป็นคน​ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ มีชีวิตอยู่​​เพื่อการทำงาน คิดว่าคนทำงาน​ที่ดี ​คือ คน​ที่ทุ่มเท ไม่จำ​เป็น​ต้องเห็นเดือนเห็นตะวัน เห็น​แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็พอ หาก​เพื่อนคนใดกลับบ้านตรงเวลา หรือกลับเร็ว (กว่าเรา ​แต่หลังเวลาทำงานปกติ) ก็​จะคิดว่าคนนั้น​ไม่ทุ่มเท ​เอาเปรียบคนอื่น​ไปนั่น

​ที่จริงแล้ว​ ​เพื่อนร่วมงานเหล่านั้น​​กำลัง​ใช้ชีวิตอย่างสมดุลต่างหาก เราเองสิ​ที่​ใช้ชีวิตไม่​เป็น ไม่รู้เลย​ว่า ชีวิตนี้มันมีมากกว่างาน ยังมีพ่อแม่​ที่รักเรา สามีหรือภรรยา​ที่รอเรากลับบ้าน​โดยไม่หน้าดำคร่ำเครียด มีลูก ๆ​ ​ที่รอเล่น​กับเรา มีคอร์สโยคะให้เล่น มีอาหารมื้ออร่อยให้เอ็นจอย​กับ​เพื่อนฝูง มีหนังสือดี ๆ​ มีคุณค่าต่อจิตใจรอให้อ่าน

ประสิทธิภาพของงานนั้น​​จะเกิดขึ้น​​ได้ก็จากการ​ใช้ชีวิตอย่างสมดุล มี​ใครสักคนพูดว่า "Work smart. Don’t work hard." ทำงานให้​เป็น ​แต่อย่าทำงานให้หนัก

หรือบางทีเราอาจ​จะทำงานกันไม่​เป็น ไม่มีสติ ไม่สมาร์ท งานก็เลย​ "ทำเรา"

กว่าฉัน​จะรู้สึกตัว​ได้อายุก็เกือบ​จะขึ้น​เลข "สี่" เสียแล้ว​ ถึงตอนนี้ผมก็หงอก​ไปหลายเส้น สังขารก็ร่วงโรย​ไป หลายอย่างกลับ​ไปแก้ไขไม่​ได้ รู้แล้ว​ว่า เราควรทำงานหนักให้เพียงพอ​เพื่อเข้าใจ​ความเหนื่อยยากของการหาเงิน ​เพื่อ​ใช้พลังงานชีวิตอย่างสร้างสรรค์ ​เพื่อให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ​แต่เราไม่ควรแลกชีวิต​กับงาน เสี่ยง​กับการป่วย​เป็นโรคเครียด ปัญหาครอบครัว แล้ว​ก็​เป็นคน​ที่แก่กว่าวัย

คำคมชุดเดียวกัน​ที่เคยอ่าน...​
"จำไว้ว่ายังมีอะไร​ ๆ​ อีกมากในการทำงาน​และในชีวิตมากกว่าการทำงานให้มีชีวิตอยู่​ หรือมีชีวิตอยู่​​เพื่อทำงาน"

รวม​ทั้ง
"จงพิจารณา​ความ​เป็น​ไป​ได้​ที่ว่า การชอบทำงานเกินเวลาจนติด​เป็นนิสัยของคุณนั้น​ แสดงถึงว่าคุณ​ต้องการสำนักงานมากกว่าสำนักงาน​ต้องการคุณ"

วันนี้ ฉันจึงแปลกใจแบบไม่แปลกใจว่า คนเรายังคงหายใจ​เป็นงาน ยอมให้งานอยู่​เหนือชีวิตของตนเอง ปล่อยให้วัยเยาว์​และสุขภาพร่วงโรย​ไป​เพื่อทำงาน งาน งาน ​และงาน บางทีก็ไม่รู้ว่า​เพราะรักในงานนั้น​จริง ๆ​ หรือ​เพราะจัดเวลาไม่ถูก

​แม้​แต่​จะ​ไปทานข้าวก็ยังไม่​สามารถทำ​ได้อย่างมี​ความสุข เหมือน​กับ "ไม่กล้า​จะผ่อนคลาย" เสียบ้าง โอ้ อนิจจา

​เพื่อน ๆ​ ​ที่รัก วันนี้เรามาช่วยกันมองชีวิต​และการทำงานเสียใหม่ว่า...​
"อย่า​ได้​เป็นกังวลในเรื่อง​การปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ในสำนักงาน ​แต่​เป็นกังวล​กับการปล่อยชีวิตให้เปล่าประโยชน์​จะดีกว่า"

แล้ว​ก็แถมอีกนิดสำหรับ​เพื่อน​ที่งานยุ่งมาก ๆ​ ว่า อย่างน้อยพยายามคุยเรื่อง​​ที่น่าชื่นใจให้​เพื่อนฟังบ้าง​เป็นของขวัญเล็ก ๆ​ น้อย ๆ​ จากใจ หรือไม่ก็แจ้งข่าวดี ๆ​ สักหนึ่ง​ข่าวให้​กับ​เพื่อน ๆ​ ​ที่โทรมาด้วย​ความคิดถึง​และ​เพื่อทักทาย ลองมองหาสิ่งดี ๆ​ สักหนึ่ง​สิ่งในวัน​ที่เลวร้าย​ที่สุด ยุ่งเหยิง​ที่สุด ทุกข์​ที่สุด...​.

...​.​เมื่อมองหา ​เพื่อน ๆ​ ก็​จะเจอสิ่งดี ๆ​ ​ได้ไม่ยากเลย​

บรรณาธิการรจนา

 

จากใจ..บรรณาธิการ,
๐๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๘

editorial นิตยสารรายสะดวก
ข้ อ เ ขี ย น ล่ า สุ ด
ซ่อน.....กลิ่นราตรี โดย เล็ก โยธา .. ​ความรักของผม​กับราตรีก็เหมือน​กับทุก​ความรักทั่ว​ไปในวัยเรียน ​ที่ยังหาบทสรุปจริงจังกัน​ได้ยาก ​เพราะเราต่างก็ไม่รู้เลย​ว่าเรา​จะ​ไปสอบติดมหาวิทยาลัยกัน​ที่ไหน .. -23 views - [อ่านต่อ..]

"ปีตานัต" - "ปัตตานี" โดย แม่มะลิ .. โกโก้ปั่นสไตล์ปีตานัต ปกติ​จะราดน้ำช๊อคโกแลตเยิ้มฉ่ำ ขมๆ​หวานๆ​ นุ่มๆ​ ลองนึกถึงสภาพอากาศร้อนอบอ้าวเหงื่อหยดติ๋งๆ​ อากาศอบๆ​ชื้นๆ​บริเวณเมืองชายทะเลนะคะ​ แดดร้อนเปรี้ยงๆ​ โก้โก้ปั่นเย็นๆ​ซักแก้ว ซู๊ดดดดด!!! ชื่นใจ .. -66 views - [อ่านต่อ..]

แตกสลาย ตอนเรื่องของเราเริ่มต้นที่ไหน โดย แม่มะลิ .. เรื่อง​ของเรามันเริ่มต้นในช่วงค่ำคืนฤดูร้อน​ที่แสนร้อน มิตรภาพของการสนทนาเริ่มต้นจากการพูดคุยทั่ว​ไปสิ่ง​ที่ดึงดูดเราเข้าหากัน​คือ​ความอยากรู้อยากเห็น อยากเข้าใจในบางสิ่งบางอย่าง .. -20 views - [อ่านต่อ..]

แตกสลาย โดย แม่มะลิ .. ใน​ความสัมพันธ์​เพราะ​เป็นเรื่อง​ของการต่อรอง​ระหว่างอำนาจของหัวใจ​ที่ผลัดกันครอง​ความ​เป็นใหญ่ ​แต่แต้มต่อ​จะเกิดขึ้น​ก็ต่อ​เมื่อมีคนหนึ่ง​คนใดเกิด​ความรู้สึก​ที่ล้ำลึกกว่า .. -295 views - [อ่านต่อ..]

F a c t   C a r d
ชื่อ นิตยสารรายสะดวก
ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ๕ มีนาคม ๒๕๔๖
จำนวนงานเขียน ๑๑๕๓ ชิ้น
จำนวนนักเขียน ๖๖๙ ท่าน
งานเขียนบนโต๊ะบ.ก. ๕๗๑ ชิ้น
งานเขียนคัดสรร ๔๗๕ ชิ้น
งานเขียนลงตะกร้า ๑๐๗ ชิ้น
-- เชิญร่วมเป็นนักเขียน -- ลงทะเบียนนักเขียน ที่นี่
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-6232 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 07 พ.ย. 2548, 07.21 น.

บก.รจนา คง​จะเห็นสัจธรรมจากงาน​ที่ยุ่งเหยิง ​ที่​ต้องเร่งรีบทำนะ
​เพื่อนๆ​เมืองไทย ​เขาบ่นว่างานยุ่งกันทุกคน มี​แต่พิลแหละ​ ​ที่ดูเหมือนคนว่างงาน​เพราะเรามาเรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่​ต้องรับผิดชอบอะไร​มาก
พอ​จะคุย​กับ​เขา ​เขาบอกยุ่งทุกที จนเราน้อยใจ อยู่​ทางนี้ ก็หาคนคุยแบบถูกใจไม่ค่อย​ได้อยู่​แล้ว​ ​จะคุย​กับ​เพื่อนเมืองไทย ​เขาก็ยุ่งกันอีก

ตอนนี้ เลย​ดูเหมือนอยู่​กันคนละโลกยังไงไม่รู้ Loin des yeux, loin du coeur จริงๆ​นะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงเปี๊ยก [C-6234 ], [203.151.217.61]
เมื่อวันที่ : 07 พ.ย. 2548, 11.22 น.

หลายวันก่อน "กางเขนดง" เหน็บหนังสือมาให้อ่าน หนังสือเล่มนั้น​ชื่อ เข็มทิศชีวิต เขียน​โดย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ​เป็นเรื่อง​ราว​และมุมมองต่อชีวิตของผู้เขียน ​ซึ่ง​เป็นหญิงสาวอายุ ๓๕ ปี ผู้​ซึ่งมี​ความ​เป็นมาน่าทึ่ง อายุ ๒๐ ปีเรียนจบปริญญาโทสองใบจากมหาวิทยาลัยลอนดอน อายุ ๒๕ ก็เปิดบริษัทเอง ​และซื้อรถเบนซ์ด้วยตัวเอง​ได้ ​แต่ชีวิตพลิกผัน อายุ ๒๗ สามีเสียชีวิต ธุรกิจแทบล้มละลาย มีภาระหนี้สินประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท​ ในขณะ​ที่เพิ่งมีลูกอายุเพียง ๗ เดือน

นั่น​คือเหตุการณ์​เมื่อแปดปีก่อน ณ วันนี้คุณฐิตินาถ ​สามารถกู้บริษัทกลับมาใหม่สำเร็จ ฟื้นฐานะทางการเงิน ชำระหนี้สิ้น​ทั้งหมด ​และตัดสินใจขายบริษัท​ทั้งหมด เหลือเงินพอ​จะอยู่​กิน​ได้อย่างสบายตลอดชีวิต เธอ​สามารถเกษียญตัวเอง​ได้ในอายุเพียง ๓๕

หนังสือเล่มนี้​เป็นเรื่อง​ราวน่าสนใจครับ​ เนื้อหาพูดถึงแก่นแท้ของชีวิตตามแนวทางพุทธ การสำรวจจิตใจ การมองเข้า​ไปข้างในตัวตนของตน มองเห็น​และรู้เท่าทันวิถีชีวิตปัจจุบันของคนยุคนี้

อ่านบทบรรณาธิการของ บ.ก.ป๊อกแล้ว​คิดถึงหนังสือเล่มนี้ครับ​ มีโอกาสหามาอ่านกัน(ขายดีมาก เล่ม​ที่ถืออยู่​นี้พิมพ์ครั้ง​ที่ ๒๐ แล้ว​) ​เมื่อวานลองค้นกูเกิ้ลดูเกี่ยว​กับคุณฐิตินาถ พบเว็บแห่งนึง นำคำบรรยายของเธอมาให้ฟัง ลอง​ไปฟังกัน ยืนยันว่าดีมาก

ฟังเสียงบรรยาย เข็มทิศชีวิต - ฐิตินาถ ณ พัทลุง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น