นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๔ เมษายน ๒๕๔๘
ป่าชุมชน
ชาร ทิคัมพร
...แล้ว​​เสือใหญ่ตัวนั้น​​ก็โผล่ออกมาจากพงหญ้า ! พรานทุกคนยิงออก​​ไปทันทีเกือบ​​จะ​​พร้อมๆ​​กัน มีกระสุนเพียงนัดเดียว​​ที่ถูกตรงสีข้างของเจ้าเสือนั่น นอกนั่นยิงผิดหมด !...
คลิกดูภาพขยาย
ดงทึบบนดอยอินทนนท์วันนี้เงียบสงัด ไม่มี​แม้​แต่เสียงใบไม้ไหว พรานใหญ่หกคนเพ่งสายตา​ไปทางเดียวกันหมด คน​ที่สังเกตการณ์อยู่​บนคบไม้สูงเคาะสันมีดพกเบาๆ​​กับฝักมีดสามครั้ง มัน​เป็นสัญญาณถึงอีกห้าคน​ที่หมอบซุ่มอยู่​​ที่พื้นดินว่าเสือลายพาดกลอน​กำลังเข้ามาสู่ระยะยิงแล้ว​

ทุกคนเกร็งตัว ยกอาวุธขึ้น​เตรียมยิง แล้ว​เสือใหญ่ตัวนั้น​ก็โผล่ออกมาจากพงหญ้า ! พรานทุกคนยิงออก​ไปทันทีเกือบ​จะ​พร้อมๆ​กัน มีกระสุนเพียงนัดเดียว​ที่ถูกตรงสีข้างของเจ้าเสือนั่น นอกนั่นยิงผิดหมด ! มันร้องออกมาเบาๆ​แล้ว​กระโจนกลับออก​ไปทางเดิม

มีเสียงเคาะสันมีดพกดังมาจากคบไม้อีกสี่ครั้ง คราวนี้​เป็นสัญญาณว่า "แม่มด" ​กำลังเดินเข้าสู่ดงทึบตรงนี้แล้ว​

พรานทุกคนรีบหลบหา​ที่ซ่อนตัวทันที สองคนเข้า​ไปเบียดซุกกันอยู่​ในพงหญ้าสาบเสือหนาทึบสูงท่วมหัว อีกสามคนเข้า​ไปนั่งหลบอยู่​ในดงบอนริมน้ำ คน​ที่คอยดูต้นทางบนต้นไม้ทำตัวแนบ​กับกิ่งไม้ใหญ่ให้ดูกลมกลืน​ไป​กับต้นไม้ เหมือนงูเหลือม​ที่พันตัวนิ่งอยู่​บนคาคบ...​วันนี้​เป็นวัน​ที่แม่มด​จะมาเก็บสมุนไพรวิเศษ​ไปทำยา

หญิงแก่คนหนึ่ง​หลังโกงด้วยอายุ แกใส่เสื้อเก่ารุ่มร่าม ใส่งอบใบใหญ่ ถือไม้สอย​และหิ้วตะกร้าเดินเข้ามาใกล้​ที่ซ่อนตัวของเหล่าพราน เสือตัว​ที่ถูกยิงเดินตามมาติดๆ​ มันไม่ตายด้วยอาวุธเพียงแค่นี้ มัน​เป็นเสือ​ที่หญิงแก่เลี้ยง​เอาไว้ เสือของ แม่มด !

หญิงแก่ก้มลงเก็บใบกระเพราแดง​ที่ขึ้น​อยู่​แถวนั้น​ใส่ตะกร้า แล้ว​ก็เก็บพริกขี้หนูป่า ตรง​ที่ร่มชื้นใกล้บึงใหญ่แกเก็บใบบัวบก ผักกูด แล้ว​จึงเดิน​ไป​ที่ริมบึง เด็ดยอดผักบุ้งนาใส่ตะกร้าของแกอีกหอบหนึ่ง​

เสียงแกรกกรากดังขึ้น​ในพงหญ้าสาบเสือ พรานคนหนึ่ง​ขยับตัวปัดมดแดง​ที่​กำลังรุมกัด​เขาอยู่​ เสือของแม่มดตัวนั้น​ทำหูผึ่งแล้ว​ส่งเสียงคำรามในลำคอ พวกพรานใหญ่ใจเต้นระทึก กลัวว่ามัน​จะจู่โจมเข้ามาตรง​ที่พวก​เขาซ่อนตัวอยู่​ หญิงแก่คง​จะรู้ว่าพวกพรานซ่อนตัวอยู่​แถวนี้ แกพูดลอยๆ​ขึ้น​ว่า

"เออ อย่าให้กูเห็นหน้าเชียวนะ ! มึงซ่อน​ได้ซ่อน​ไป กูเห็น​เมื่อไรกู​จะ​ไปฟ้องแม่มึง !" แล้ว​หญิงแก่หลังโกงก็หิ้วตะกร้าเดินกลับออก​ไปจากดงใหญ่ หมาสีน้ำตาล​ที่มาด้วยวิ่งตาม​ไปติดๆ​...​

เด็กๆ​ พากันออกมาจาก​ที่ซ่อน​เมื่อ "ยายสา" ​ที่เข้ามาเก็บผักพื้นบ้าน​เมื่อกี้นี้กลับ​ไปแล้ว​

"วันนี้กูยิงเสือ​ได้คนเดียวนะโว้ย" เจ้าคน​ที่​เอาหนังสติ๊กยิงถูกหมาของยายสาคุยอวด​เพื่อน เกม​ที่​เขาเล่นกันวันนี้​คือล่าเสือบนดอยอินทนนท์ ปน​ไป​กับเกมค้นหาสมบัติ

"​แต่อาทิตย์​ที่แล้ว​กูยิงเสือดำ​ได้" อีกคนอวดบ้างแล้ว​ยิงหนังสติ๊กเข้าใส่ต้นไม้ต้นหนึ่ง​แสดง​ความแม่นให้ดู ​เมื่อเจ็ดวัน​ที่แล้ว​​เขายิงถูกหมาดำตัวเล็กจากวัด​ที่เข้ามาเดินในป่านี้...​

ธุรกิจค้า​ที่ดิน​ซึ่งล่มสลายลง​เมื่อหลายปี​ที่ผ่านมา ทำให้​ที่จัดสรร "ลานสวนแก้ว" นอกเมืองอันมีเนื้อ​ที่แปดสิบไร่​เป็น​ที่รกร้าง ป่าคืบคลานกลับเข้ามาสู่​ที่ดิน​ซึ่งคนพยายาม​จะทำให้​เป็นเมือง ถนนคอนกรีต​ที่ตัดแบ่ง​ที่ดิน​เป็นแปลงๆ​ มีไม้เลื้อยขึ้น​คลุม​ไปหมดจนมองไม่เห็นถนน เสาไฟฟ้าสองข้างถนนดูดั่งอนุสาวรีย์แห่ง​ความวิบัติ​ที่เรียงราย​ไปทั่ว เสาบางต้นถูกไม้เลื้อยพันไต่ขึ้น​​ไปจนถึงยอด สายไฟนั้น​ถูกขโมยตัด​ไปนานแล้ว​

กระทั่งป้อมยาม​ที่ปากประตูโครงการก็ถูกคนงัดเข้า​ไป​เอาโต๊ะ เก้าอี้​และบานหน้าต่าง มันงัด​เอา​แม้​แต่เหล็กดัดกันขโมย ​ทั้งไม่ลืม​ที่​จะถอด​เอาหลอดไฟบนเพดานห้อง​ไปด้วย จน​ทั้ง​ที่จัดสรรไม่มีวัตถุอะไร​อีกแล้ว​​ที่เคลื่อนย้าย​ได้ ​จะมีก็​แต่ป้ายไม้เก่าเล็กๆ​ห้อยอยู่​หน้าป้อมยามหน้าประตู​ที่เขียนว่า "ทรัพย์ธนาคาร" ​แต่มันก็ยังอยู่​ดี ไม่มี​ใครอยากขโมย

เพียงแค่แปดปี ​ที่ดิน​ทั้งแปดสิบไร่​ซึ่งเคยถูกออกแบบสวยงาม​เพื่อแบ่งขาย กลาย​เป็นป่าทึบในบาง​ส่วน ​โดยเฉพาะตรง​ที่​เขาปลูกไม้ใหญ่ไว้สำหรับ​เป็นสวนสาธารณะนั้น​ร่มครึ้ม​เป็นดงชัฏ ​ที่ดินบางตอนกลาย​เป็นทุ่งหญ้าคากว้าง ปน​ไป​กับไมยราบยักษ์​และหญ้าสาบเสือ บึงใหญ่ด้านหลังมีน้ำลึกเขียวน่ากลัว นกเป็ดผี เป็ดแดง​และนกน้ำอื่นๆ​มาอาศัยอยู่​รอบๆ​บึงใหญ่นี้ พวกมันหลบหากินอยู่​ตามกอบัว​และกอกกใกล้ชายตลิ่ง

​ที่นี่มี​ทั้งทุ่งโล่ง ดงทึบ​และบึงกว้าง ไม่ค่อยมี​ใครกล้าเข้า​ไปใน "ป่าชุมชน" ใกล้หมู่บ้านนี้ ลือกันว่ามีผีดุ !

​แต่ก็มีคน​ที่ไม่กลัวผีอยู่​เหมือนกัน ​ที่พากันเวียนแวะเข้า​ไป​ที่นี่​เป็นประจำ อย่างเด็กๆ​จอมซนในหมู่บ้าน​ซึ่ง​จะพากันเข้า​ไปแอบยิงเป็ดผี​ที่บึงใหญ่ พวก​เขา​จะค่อยๆ​คลาน​ไปจนถึงริมตลิ่งแล้ว​ชะเง้อดูเป็ดผีตัวเล็ก​ที่ว่ายชูคออยู่​ตามกอกก ​แต่แค่เงื้อหนังสติ๊กขึ้น​ มันก็ดำน้ำหายวับ​ไปในพริบตา เร็วเหมือนผี ! อีกสามสี่อึดใจก็​ไปโผล่ขึ้น​ห่างออก​ไป เด็กๆ​ก็​จะคลานตาม​ไปอีก ​และมันก็ดำน้ำหนี​ไปอีก บางครั้ง​เขายิงมันทันก่อน​ที่​จะดำน้ำ​แต่ก็ไม่โดน ไม่เคยมี​ใครยิงเป็ดผี​ได้เลย​ ​แต่ถึงยังไงพวก​เขาก็สนุก​กับ​ความพยายาม ​และเรียกชื่อเกมนี้ว่า "เกมยิงเรือดำน้ำ"

นอกจากนี้พวก​เขายังพยายาม​จะดักนกกวักด้วยแร้ว ​แต่ฝีมือยังอ่อน​ไปจึงไม่​ได้อะไร​กลับมาเลย​นอกจากแมลงทับสีเขียววาววับตอนเข้าพรรษา ​กับกว่างชนตัวดำมะ​เมื่อมในตอนออกพรรษา...​ ​เอามันมาเลี้ยงเล่น

รังนกกระจาบบนยอดไม้สูง​เป็น​ที่หมายตาสำหรับ​จะพิสูจน์คนกล้า พวกเด็กๆ​รู้จักแทบ​จะทุกตารางเมตรในป่าชุมชนนี้ ว่ามีอะไร​อยู่​​ที่ไหน รู้ว่า​จะขุดหาไข่แมงมัน​ได้ตรงไหนในหน้าหนาว รู้ว่าเห็ดโคน​ที่จอมปลวกใหญ่​จะขึ้น​​เมื่อไร พวก​เขา​ได้​ความสนุกในการซุกซนอย่างเด็ก ​และสมมติให้ป่าชุมชนนี้​เป็น "ดอยอินทนนท์" สำหรับ​ไปผจญภัยในวันโรงเรียนหยุด ดอยอินทนนท์​ที่​เขายังไม่เคย​ไปเลย​ในชีวิตจริง ! ​ทั้งๆ​​ที่มันก็อยู่​ไม่ไกลจาก​ที่นี่สักเท่าใด

หนุ่มนักล่าหลายคนในหมู่บ้านก็ชอบป่าชุมชนนี้ พวก​เขา​จะ​ใช้วันว่างงาน​ซึ่ง​เป็นวัน​ส่วน ใหญ่ของชีวิต แบกปืนอัดลมทำเอง มันยิง​ได้​ทั้งนก​และปลา เข้า​ไปนั่งซุ่มอยู่​ใต้ไม้ใหญ่ริมบึง รอปลา​ที่​จะลอยหัวขึ้น​มา หรือนก​ที่อาจหลงมาเข้าทางปืนของ​เขา บางที​เขา​จะยิง​ได้พังพอนตัวโต​ซึ่งมีอยู่​ชุกชุม ​เอามัน​ไปทำแกงอ่อม ! หนุ่มนักล่า​จะ​ไปซุ่มอยู่​อีกด้านหนึ่ง​ของบึงใหญ่ ตรง​ที่ไม่มีเด็กๆ​เล่นกันอยู่​ ต่างถ้อย​ที่ถ้อยอาศัยกัน​และกัน

พวกดักนก​จะมา​พร้อมตาข่าย​และกรงนกต่อ นกปรอดหัวจุก​เป็นเป้าหมายหลัก ​และนก​เขา​เป็นเป้าหมายรอง พวกนี้​จะ​เป็นคนจากภาคอื่น ไม่ใช่คนท้อง​ที่นี้ ​เมื่อ​ได้นก ก็​จะ​เอามันลอบส่งเข้ากรุงเทพ​เพื่อขายต่อ

ทุกเช้า​ไม่ว่า​จะ​เป็นวันหยุดราชการหรือไม่ก็ตาม "ยายสา" หญิงชรา​ที่ทุกคนในหมู่บ้านรู้จัก​จะหิ้วตะกร้าใบใหญ่เข้าประตูโครงการมา บางวันหมา​ที่แกเลี้ยงไว้ก็ตามมาด้วย โครงการร้างลานสวนแก้ว​เป็น​ที่เก็บหาของป่าสำหรับทำมาหากินของแก

ยายสาเลี้ยงตัว​ได้​กับป่าชุมชนนี้ เริ่ม​ที่ปากทางเข้าแกเก็บใบผักกุ่มอ่อน​เอา​ไปดอง ​ที่ถนนสายสอง​ซึ่งปลูกต้นขี้เหล็กไว้ แก​จะสอยยอดขี้เหล็ก แล้ว​ก็​เอามีด​ที่ติดมารานกิ่งเสียบ้างให้มันแตกพุ่มใหม่ ตรงถนนสายสามแก​จะสอยดอกสะเดาทะวาย​ที่​เขาปลูกทิ้งไว้ใส่ตะกร้า ​และ​ถ้ามีตำลึงขึ้น​อยู่​ตรงไหนก็​จะเด็ดยอดมันมาด้วย

ใกล้บึง เคยมีคน​ไปทำสวนครัวแล้ว​ก็ทิ้งร้าง​ไป ยายสาจึงเพียงแค่​เอาจอบถากหญ้า​ที่โคนต้นกระเพรา​กับต้นมะเขือพวงเสียบ้าง แล้ว​ก็คอยเก็บมัน​ไปทุกสองสามวัน ใกล้ดงใหญ่มีพริกขี้หนูเม็ดเล็ก​ที่ขึ้น​เองจากนก กลาย​เป็นพริกป่าหอมฉุนขึ้น​อยู่​กระจัดกระจาย แกเก็บ​ได้ครั้งละสองสามกำมือเกือบทุกวัน ​ที่ริมบึงตรง​ที่ชื้นหน่อย​ ในหน้าฝนยายสา​จะเก็บผักกูด​กับใบบัวบก

ยายสา​จะ​เอาผักพวกนี้​ไปนั่งขาย​ที่ตลาดเย็นหน้าวัด แกขายผักป่าพื้นบ้าน​ที่ไม่มีต้นทุน​ได้พอกินทีเดียว ​และแกก็พอเพียง​กับมัน...​

​เมื่อโรงเรียนปิดเทอมหน้าร้อน กลุ่มเด็กๆ​​ที่ชอบเ​ที่ยว "ดอยอินทนนท์" ​จะมา​ที่ป่านี้กันแทบทุกวัน ​เขา​เอาเชือกเส้นโตมาผูกห้อยไว้บนกิ่งก้ามปูใหญ่ริมบึง แล้ว​โหนตัวจากริมตลิ่งออก​ไป​ที่ชายน้ำ ปากก็ส่งเสียงร้องโห่​ไปด้วยแล้ว​ปล่อยตัวลง​ไปในน้ำดังตูมใหญ่ มัน​เป็น "เกมทาร์ซาน" ​กำลังโหนเถาวัลย์ออก​ไปสู้​กับจรเข้ต้นกล้วย​ซึ่งพวก​เขาช่วยกันตัด​และแบกมาจากข้างทาง

บางคนแอบ​เอามีดทำครัวของแม่มาด้วย ​เขา​เอาท่อน้ำพลาสติกมาลนไฟแล้ว​กดทับให้แบน ทำ​เป็นฝักกันมีดบาด ​เอามันผูกห้อยไว้​ที่เอว​เพราะทาร์ซาน​ต้องมีมีดพก ! ​และวันนั้น​แม่ของทาร์ซานก็​จะหัวเสีย มีดทำ​กับข้าวของเธอหาย​ไป ต้นไม้หลายต้นใกล้ก้ามปูใหญ่ มีบาดแผลเต็ม​ไปหมด​เพราะทาร์ซานซ้อมขว้างมีด

หมาในหมู่บ้านหรือ​ที่วัด ​ซึ่งบังเอิญหลงเข้ามาวิ่งอยู่​ในป่าดอยอินทนนท์ อาจ​จะถูกหนังสติ๊กยิงร้องเอ๋ง นั่น ! มันแปลว่ามีคนยิงเสือตาย​ไปแล้ว​หนึ่ง​ตัว ตามกติกาของ "เกมล่าเสือ"

บางวันพวกเด็กๆ​​จะสมมติตัว​เป็นพรานป่า​ที่​กำลังดั้นด้นหาสมบัติตามลายแทง ​และสำหรับยายสา ยายของทุกคนในหมู่บ้าน พวก​เขาให้ตำแหน่งแก​เป็น "แม่มด" แห่งดอยอินทนนท์

พวกเด็กๆ​​จะเห็นยายสาก่อนเสมอ ​เพราะมีคนหนึ่ง​นั่งดูต้นทางอยู่​บนคบไม้สูงริมบึง คอยดู​ความเคลื่อนไหวทุกอย่างในป่านี้ ​เขา​จะคอยดู "เสือ" ​ที่​จะหลงเข้ามาให้พรานยิง คอยดูแม่มด ​และ​ถ้า​เขาเห็นก็​จะส่งสัญญาณ "แม่มดมาแล้ว​" ให้คนอื่นรู้ ทุกคน​ต้องรีบหลบซ่อนตัว ​เพราะ​ถ้าแม่มดเห็น​ใครเข้าก็มัก​จะ​ไปบอก "แม่จริง" ของพวก​เขาว่าวันนี้เห็น​ใคร​ไปเล่นซุกซนในป่านั้น​บ้าง ​และพรานป่าใจกล้า​ที่ขัดคำสั่งแม่ แอบหนีมาเล่น​ที่นี่อาจถูกไม้เรียว​ได้​เมื่อกลับ​ไปถึงบ้าน

​แต่การปรากฎตัวของยายสา กลับเพิ่มรสชาติในการผจญภัย​ที่ป่าดอย อินทนนท์ของพวกเด็กๆ​​ได้มากทีเดียว แก​เป็นตัวสำคัญคนหนึ่ง​ของ "เกมค้นหาสมบัติ

"เฮ้ย ! วันนี้เล่น​เป็นป่าไม้นะโว้ย" ​ใครคนหนึ่ง​เสนอขึ้น​ ต่อจากนั้น​พวกเด็กๆ​ก็​จะสมมติตัวว่า​เป็นพนักงานป่าไม้​ที่ดอยอินทนนท์ ​กำลังลาดตระเวนดูคน​ที่ลอบเข้ามาจับสัตว์ พวก​เขา​จะซุ่มดู​ที่ตาข่ายของพวกดักนก พอมีนกมาติดก็คลานลัดเลาะเข้า​ไปตามสุมทุมพุ่มไม้ ดูจนแน่ใจว่าพวกดักนกยังเฝ้า​ที่ตาข่ายอันอื่นอยู่​ จึงแก้นกออกจากตาข่าย ปล่อยมัน​ไป !

พวก​เขา​จะแอบดูคนดักนก​ที่หัวเสีย ​เมื่อกลับมาเห็นขนนก​ที่ติดตาข่าย​แต่ตัวมันหนีหลุด​ไป​ได้ เกมนี้ก็สนุก ​ต้องมีคนดูต้นทาง​และส่งสัญญาณอันตรายให้รู้ ​ถ้าพวกดักนกเดินกลับมา

ยังมีเกมอื่นๆ​อีกมาก​ที่เด็กจอมซนอาศัยป่าชุมชนแห่งนี้​เป็นฉากในการเล่น พวก​เขาไม่สนใจเกมคอมพิวเตอร์อย่าง​ที่​เพื่อนร่วมห้องเรียนหลายคนชอบ มันเทียบกันไม่​ได้เลย​​กับเกมสดในป่าดอยอินทนนท์​ที่​เขาสร้างมันขึ้น​ด้วยตัวเอง

แล้ว​เช้า​วันหนึ่ง​ ผู้​ที่เคยเข้า​ไป​ใช้ประโยชน์ในป่าชุมชนก็ยืนออกันอยู่​หน้าโครงการครบทุกกลุ่ม พวกยิงปลาถือปืนอัดลมยืนเก้กัง พวกดักนกจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้หน้าประตู ยังไม่ขนตาข่าย​กับกรงนกต่อลงจากรถ ยายสาถือตะกร้ายืนมองกลุ่มเด็กๆ​ ​ที่เคยรังแกหมาแก วันนี้แกรู้แล้ว​ว่ามี​ใครบ้าง

​ที่หน้าประตู ยามจากในเมือง​แต่งเครื่องแบบขึงขังยืนขวางทางเข้าอยู่​สองคน ป้าย "ทรัพย์ธนาคาร" หาย​ไป​แต่กลับมีป้ายอันใหม่เขียนว่า "ห้ามเข้า-เขตก่อสร้าง" ติดไว้แทน ในป่าชุมชนมีรถแทรกเตอร์หลายคัน​กำลังทำงานอยู่​ เสียงของมันดังกระหึ่ม รถบางคันไถดงไมยราบ​และดงหญ้าสาบเสือ อีกสองสามคันพรวนขุดทุ่งหญ้าคาขึ้น​มาตาก โครงการ​ที่จัดสรร​กำลังคืนชีพอีกครั้ง !

พวก​ที่ยืนออกันหน้าประตูรู้แล้ว​ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​กับป่าชุมชนของ​เขา พวกดักนกเดิน​ไป​ที่มอเตอร์ไซค์ ขี่มันออก​ไปหาแหล่งดักใหม่ พวกยิงปลาแบกปืนอัดลมกลับบ้าน ยายสาเดิน​ไป​ที่ริมรั้วโครงการเก็บตำลึงตามริมรั้ว​ที่ยังพอมี เด็กๆ​ยืนมองดอยอินทนนท์​ที่​กำลังถูกบุกรุกแผ้วถางด้วย​ความเสียดาย

"เฮ้ย ! กูนึกเรื่อง​เล่น​ได้แล้ว​ ​ไปเข้าข้างหลัง" เจ้าหัวโจกร้องบอก​เพื่อน จอมซน

แล้ว​พวกเด็กๆ​ ก็วิ่งเลาะรั้วโครงการ​ไปข้างหลัง ตรงนั้น​​คือทางลับเข้าป่าดอย อินทนนท์​ซึ่งยามใหม่ยังไม่รู้จัก ​และป่าตรงนั้น​ก็​เป็น​ส่วน​ที่อยู่​ติดบึง​ซึ่งยังไม่ถูกบุกรุกในตอนนี้

ในป่าริมบึงใหญ่ พวกเด็กๆ​ซุ่มดูรถแทรกเตอร์หลายคัน​ซึ่ง​กำลังแปรขบวนไถปรับ​ที่เสียงดังกระหึ่ม คนงานจุดไฟเผากองหญ้าสาบเสือ​และวัชพืชต่างๆ​​ที่รถแทรคเตอร์ไถ​ไปรวมกันไว้

"มึงดูสิ ! รถถังอเมริกัน​กำลังบุกอิรัก เราเล่น​เป็นทหารอิรักโว้ย ! ตรงนี้​เป็นกองบัญชาการ" เจ้าหัวโจกจอมซนหาทางออกให้​เพื่อนจน​ได้

"เห็นมั๊ยมัน​กำลังเผาบ่อน้ำมันของเรา" ​เขาชี้​ไป​ที่กองไฟ​ซึ่งคนงาน​กำลังเผาหญ้าอยู่​ควันโขมง

ทุกคนตื่นเต้น​ไป​กับเกมใหม่เอี่ยมวันนี้ ​แต่จนแล้ว​จนรอดก็ไม่อาจ​จะเปิดสงครามศักดิ์สิทธิ์​ได้ ​เพราะเกิด​ความแตกแยกกันใน​ระหว่างทหารอิรัก พวก​เขาตกลงกันไม่​ได้ว่า​ใครควร​จะ​ได้​เป็นซัดดัม...​O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-925 Article's Rate 12 votes
ชื่อเรื่อง ป่าชุมชน
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๔ เมษายน ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๔๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-4148 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 24 เม.ย. 2548, 07.09 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลูกกรอก [C-4226 ], [70.17.104.78]
เมื่อวันที่ : 27 เม.ย. 2548, 11.50 น.

โอ...​ เขียน​ได้สนุกเร้าใจมากๆ​
จินตนาการล้ำเลิศ
มันส์หยด

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : add [C-4386 ], [203.188.19.36]
เมื่อวันที่ : 04 พ.ค. 2548, 10.25 น.

วิถีชีวิตชุมชน​ที่ผูกพันอยู่​​กับธรรมชาติ ​กำลังถูกเปลี่ยนแปลง​ไป​เป็นสังคมเมือง น่าเสียดายจังเลย​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : เมย์ [C-7034 ], [125.24.75.62]
เมื่อวันที่ : 16 ก.พ. 2549, 09.24 น.

อยากให้คุณย่า​ได้อ่านค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : กบตัวอ้วนๆ [C-14528 ], [125.25.197.12]
เมื่อวันที่ : 28 ส.ค. 2551, 06.52 น.

ชอบเรื่อง​นี้นะ...​การสื่อสารของผู้เขียน..ให้เห็นถึงจินตนาอันน่าสนุกสนาน ของเด็ก​ที่​ใช้ชีวิตในหมู่บ้านใกล้ป่าชุมชน เห็นวิถีชีวิตของคน​กับป่าชุมชน การพึ่งพาอาศัยป่า การทำลายป่าชุมชนก็เหมือนการทำลายวิถีชีวิตของคนในชุมชนนั้น​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น