นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ เมษายน ๒๕๔๘
ปีเตอร์ กับ พอล่า - ๔
ชาร ทิคัมพร
...เมฆดำเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา มันค่อยๆ​​เปลี่ยนสีจากสีดำ​​เป็นสีส้มจาง...​​. ดูน่ากลัว ! ลมพัดแรงจัดขึ้น​​อีก แล้ว​​มันก็กลาย​​เป็นพายุร้าย ! นี่คง​​เป็น 'ลมปากปี๋' ลมร้าย​​ที่ชาวบ้านกลัวกันนัก...
คลิกดูภาพขยาย
นกกางเขนร้องเพลงเจื้อยแจ้วอยู่​ใกล้หน้าต่างห้องนอนตั้งแต่เช้า​มืด ปลุกชายสูงอายุให้ตื่นขึ้น​ วันนี้งานสำคัญรอแกอยู่​ตั้งแต่เช้า​...​

พรุ่งนี้ก็​จะ​เป็นวันสงกรานต์แล้ว​ ชมพู่รุ่นแรก​ที่ห่อ​และเก็บขาย​ไปแล้ว​​ได้เงินไม่มากนัก ​แต่สำหรับรุ่นนี้ มันออกดอก​และติดลูกมากมาย​​เป็นการชดเชย ลำพังปีเตอร์​กับพอล่า​และตัวแกรวมสามคน ไม่อาจ​จะห่อชมพู่รุ่นสุดท้ายของฤดูนี้​ได้ทัน ​และทันที​ที่กินข้าวเช้า​เสร็จ ตะแกก็รีบเข้าสวนทำงาน​กับคนงานทันที

ปีเตอร์ช่วยหาคนไทยใหญ่​ที่ยังว่างงานอยู่​ให้​ได้อีกเจ็ดคน ด้วยโทรศัพท์มือถือของ​เขา มาระดมทำงาน​ได้หลายวันแล้ว​ ​เพื่อให้งานเสร็จทันก่อน​ที่​จะถึงวันสงกรานต์ ​และวันนี้ก็​เป็นวันสุดท้าย​ที่คนงาน​จะยอมทำงาน พรุ่งนี้​คือวันมหาสงกรานต์​ซึ่งไม่ว่าไทยเมืองหรือไทยใหญ่​จะหยุดงานยาวติดกันหลายวัน บางคนเริ่มหยุด​ไปก่อนนี้แล้ว​ด้วยซ้ำ

พวกคนงานชอบงานห่อชมพู่​เพราะไม่ค่อยถูกแดดมากนัก เสียงคุยกัน​เป็นภาษาไทยใหญ่ดังลั่นสวน ​แต่อากาศ​ที่ร้อนอบอ้าว​และฟ้าหลัวของกลางเดือนเมษายนก็ทำให้ทุกคนมีเหงื่อชุ่มโชก...​.

บางครั้ง​จะมีเสียงร้องโอดโอยลั่น ​เมื่อ​ใครคนหนึ่ง​​เอาหัวมุดเข้า​ไปในรังแตนใต้พุ่มชมพู่ ​แต่มันก็แลกกัน​ได้​กับโอกาส​ที่​จะพบรังผึ้งมิ้น​ที่อุดมด้วยน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ในเดือนห้าแทน ​และพวก​เขาก็สนุกสนาน​ที่​ต้องเสี่ยง​ระหว่างรังแตน​กับรังผึ้ง

ชายสูงอายุทำงาน​ไป​กับพวกนี้ด้วย​ความรู้สึกว่า​ แก​กำลัง​เป็นชนกลุ่มน้อยอยู่​ในบ้านของตัวเอง

ทุกคนเร่งมือเต็ม​ที่ ​เพราะชายผมสีดอกเลาบอกว่า​ใคร​ที่ทำงานจนเสร็จวันนี้​จะ​ได้ค่าแรงอีกครึ่งแรง ​เป็นรางวัลตอบแทน​ที่ไม่​ไปเมาเสียก่อน ด้วยว่าบางคนทำท่า​จะหยุด​ไปตั้งแต่ตอนเ​ที่ยงแล้ว​

ล่วงเข้ายามบ่ายอากาศร้อนอบอ้าวยิ่งขึ้น​ ​ที่นี่ฝนไม่ตกมาเกือบห้าเดือนแล้ว​ หลายอำเภอข้าวนาปรังยืนต้นตาย ผืนนาแตกระแหง ลำเหมืองแห้งผาก​ไปนานแล้ว​ ​และบ่อน้ำก็ค่อยๆ​แห้ง​ไปทีละบ่อๆ​ น้ำในสระกว้างของตะแกก็ขอดลงจนปลาแทบ​จะอยู่​ไม่​ได้ ปีนี้​เป็นปี​ที่ภัยแล้งรุนแรง​ที่สุดปีหนึ่ง​ ​และ​ถ้าไม่มีฝนตกลงมาเร็วๆ​นี้ ปลา​ที่เลี้ยงไว้ก็​จะ​ต้องตายหมด

อากาศร้อนจัดจนคนงาน​ต้องหยุดพักกินน้ำกันทุกครึ่งชั่วโมง เสียงคุยกันอย่างสนุกสนานค่อยๆ​ เบาลงๆ​ ​และเงียบ​ไปใน​ที่สุด​เมื่อบ่ายแก่ ชายสูงอายุ​ต้องคอยวิ่งซื้อน้ำแข็ง ​และหิ้วกระติกน้ำแข็งบริการคนงานของแก ​เอาอก​เอาใจกัน​เป็นพิเศษ ไม่ให้​เขาทิ้งงาน​ไปเสียก่อน

อากาศนิ่ง​และร้อนระอุเหมือนเนื้อตัว​จะสุก เสียงจักจั่นกรีดปีกร้องแซ่อยู่​บนต้นก้ามปูใหญ่หน้าสวน พวกคนงานทายว่าวันนี้ฝนคง​จะตกแน่

ก่อนบ่ายห้าโมง ชมพู่ช่อสุดท้ายก็ถูกห่อเสร็จ ชายสูงอายุโล่งอก​กับงาน​ที่ทำ​ได้เสร็จทันเวลาก่อนวันหยุดสงกรานต์​พอดี จากวันนี้​ไปต่อให้​เอาช้าง​ไปฉุดหรือ​จะจ่ายค่าจ้างแพงอีกสักกี่เท่าก็ไม่มี​ใครยอมทำงาน​ไปอีกหลายวัน

บรรดาคนงานชั่วคราวรับเงินค่าแรงแล้ว​ก็แยกย้ายกันกลับ​ไป บางคนตรงดิ่ง​ไป​ที่ร้านเหล้าข้างทาง เริ่มฉลองวันสงกรานต์​ที่​จะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ชายสูงอายุ​กับปีเตอร์​และพอล่าช่วยกันเก็บข้าวของเครื่องมือเข้ากระต๊อบ พอล่าหัน​ไปมองยังดอยสุเทพ​ที่เห็นวัด​พระธาตุอยู่​ลิบๆ​จางอยู่​ในหมอกแดด พรุ่งนี้เธอ​กับปีเตอร์ก็​จะ​ไปไหว้​พระธาตุ​ที่บนนั้น​ตาม​ที่ตั้งใจมาแล้ว​​เป็นปี

ลมใต้เริ่มพัดใบชมพู่ไหวพลิ้ว อากาศเย็นลง ท้องฟ้าทางทิศใต้มีเมฆดำทะมึนตั้งเค้าขึ้น​ ​แต่​ที่ปลายฟ้าด้านล่างกลับ​เป็นสีส้ม เสียงฟ้าร้องครืนมา​แต่ไกล...​ ลมพัดแรงขึ้น​อีก แนวต้นสน​ที่สวนถัด​ไปเอนตามแรงลม

เมฆดำเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา มันค่อยๆ​เปลี่ยนสีจากสีดำ​เป็นสีส้มจาง สูงขึ้น​​ไปจนเกือบครึ่งท้องฟ้า ดูน่ากลัว ! ลมพัดแรงจัดขึ้น​อีก...​แล้ว​มันก็กลาย​เป็นพายุร้าย ! นี่คง​เป็น 'ลมปากปี๋' ลมร้าย​ที่ชาวบ้านกลัวกันนัก

ต้นสนเอนลู่ส่งเสียงหวีดหวิว ครู่เดียวฝนเม็ดใหญ่ก็สาดซู่ลงมา​พร้อม​กับพายุหมุนเสียงดังอื้ออึง ไม้ไร่หักโผงผาง ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ​ลงรอบๆ​สวน มอง​ไปทางไหนก็เห็น​แต่ฝนขาว​ไปหมด กระต๊อบ​ที่พักของปีเตอร์​กับพอล่าไหวยวบ น่ากลัวว่ามัน​จะถูกพายุหอบลอย​ไปด้วย ฝนสาดเข้า​ไปในกระต๊อบทุกทิศทางจนคน​ที่ยืนหลบพายุอยู่​ตัวเปียกโชก ต้นก้ามปูใหญ่ไม่อาจทานทนแรงพายุ มันถอนรากล้มครืนลงทับสายไฟฟ้าขาด พาเสาไฟล้มลงมาด้วย

พอล่าหน้าซีดด้วย​ความกลัว เธอชี้มือ​ไป​ที่ผ้า​ซึ่งตากทิ้งไว้อยู่​บนราว มัน​กำลัง​จะปลิวหาย​ไปตามแรงพายุฝน ปีเตอร์วิ่งถลันออก​ไป​เพื่อ​จะเก็บผ้า ​แต่พอวิ่งออก​ไป​ได้เพียงครึ่งทาง​เขาก็ยกมือ​ทั้งสองข้างขึ้น​กุมหัว ร้องอู้แล้ว​วิ่งกลับเข้ามา ลูกเห็บน้อยใหญ่จากท้องฟ้าสาดซัดลงมาบนหัว​และตัว​เขา จนปีเตอร์ไม่อาจทนวิ่ง​ไปให้ถึงราวผ้า​ได้ เสียงลูกเห็บตกกราวลงบนหลังคา​และผนังกระต๊อบ

พื้นดินขาวโพลน​ไปด้วยลูกเห็บ สนหลายต้น​ที่ปลูกไว้​เป็นแนวกันลมหักสะบั้นตรงกลางต้น ชมพู่ในสวนโยกโยนอยู่​เลือนลางท่ามกลางพายุฝน​กับลูกเห็บ สังกะสีหลังคาบ้านคน​ที่อยู่​ไกลออก​ไปหลายแผ่น ปลิวว่อนมาตกลงในร่องสวน มีแผ่นหนึ่ง​ตกโครมลงตรงหน้ากระต๊อบ พอล่ายกมือขึ้น​ปิดปาก เธอร้องไห้ด้วย​ความกลัว ! ...​.

ชายสูงอายุมองออก​ไปข้างนอกกระต๊อบด้วย​ความตกใจ แกไม่เคยเห็นพายุ​ที่รุนแรงน่ากลัวอย่างนี้มาก่อนเลย​ น้ำฝนเจิ่งนองปน​กับลูกเห็บขนาดต่างๆ​ ตั้งแต่ขนาดปลายนิ้วก้อย ขนาดนิ้วโป้ง จนถึงขนาดลูกมะนาว

พายุโหมกระหน่ำอยู่​เกือบชั่วโมงจึงก็ค่อยๆ​ลด​ความรุนแรงลง...​ ใน​ที่สุดฝนก็หยุด อากาศนิ่งสงบ ฟ้ากลับสว่างดังเดิม ลูกเห็บละลาย​ไปหมดแล้ว​ ทิ้งไว้​แต่น้ำ​ที่เย็นเยือกนองพื้นดิน ​ความร้อนระอุ​เมื่อตอนบ่ายหาย​ไป มี​ความเย็นชื้นเข้ามาแทน ทุกคนเปียกโชก​และหนาวจนตัวสั่น ปลาในสระผุดโผขึ้น​รับน้ำใหม่อย่างดีใจ คง​จะมี​แต่ปลาเท่านั้น​​ที่ดีใจ !

พอล่าเดินออก​ไปเก็บเสื้อผ้า​ที่ปลิวกระจัดกระจาย​ไปในสวน เท่า​ที่​จะตามเก็บมา​ได้ เสื้อบางตัวปลิว​ไปติดอยู่​บนยอดชมพู่ ชายสูงอายุ​กับปีเตอร์ออกเดินย่ำน้ำสำรวจสวน ชมพู่หลายต้นหักโค่นลง บางต้นกิ่งฉีกแบะออก ​ที่ร่องสวน ถุงชมพู่​ซึ่งเพียรห่อกันมานานหลายวันลอยฟ่องอยู่​ขาว​ไปหมดทุกร่องนับ​เป็นพันๆ​ถุง ชมพู่ทุกต้นใบโปร่งบางลงเกือบครึ่งด้วยแรงพายุ ​แม้​แต่ใบ​ที่เหลือติดคาต้นอยู่​ก็ยังขาดวิ่น​และทะลุ​เป็นรูๆ​ ด้วย​ความแรง​และเร็วของลูกเห็บ​ที่สาดลงมาจากท้องฟ้า สวน​ทั้งสวนเหมือนถูกทิ้งระเบิด​และยิงกระหน่ำด้วยปืนกลจากทางเครื่องบิน

ชายสูงอายุตัวสั่นสะท้าน มองดูสวน​ที่ยับเยินอยู่​ตรงหน้า พายุลูกเห็บ​เมื่อครู่​ที่ผ่านมา ทำลายผลผลิตของแก​ที่​จะขาย​ได้ในเดือนหน้า​ไปกว่าครึ่ง มันทำลายแรงใจ​และ​ความหวังของแก​ไปหมดสิ้น จนไม่อาจ​จะสะกด​ความรู้สึกผิดหวังล้ำลึก​เอาไว้​ได้ แก​กับสวนแห่งนี้ผ่านภัยธรรมชาติมาหมดแล้ว​..น้ำท่วม...​ฝนแล้ง...​.​และคราวนี้ 'ลมปากปี๋ ' !

ปีเตอร์​และพอล่าเองก็เสียใจ ​เขา​กับเธอทำงานมาปีหนึ่ง​ด้วย​ความรู้สึก​ที่​เป็นเจ้าของเหมือนกัน ​ความหวัง​ที่​จะ​ได้มอเตอร์ไซค์เก่าสักคันสำหรับปีเตอร์หมด​ไป รวม​ทั้ง​ความหวังของพอล่า​ที่​จะ​ได้ทองด้วย ​ทั้งสองคนพอเข้าใจในสถานการณ์...​.

"...​.พ่อจ๋า ​ถ้ามันลำบากนักก็อย่า​ไปทำสวนเลย​ พ่ออายุมากแล้ว​ไม่ควรทำงานหนัก ลูก​จะส่งเงินมาให้​ใช้บ้าง...​" นั่น​คือจดหมายจากลูกสาวคน​ที่ทำงานอยู่​เมืองไกลเขียนบอกแกมา​เมื่อเธอทราบข่าวร้าย ...​.

"ปีเตอร์ เรา​จะไม่ทำสวนอีกแล้ว​ เราเหนื่อย​และ​จะให้​เขาเช่าสวนนี้ นาย​ต้อง​ไปหางานอื่นทำ" แกบอกปีเตอร์​กับพอล่าไว้ล่วงหน้า​เมื่อเริ่มเก็บชมพู่​ที่เหลืออยู่​ขาย

ชายสูงอายุไม่​สามารถ​จะรักษาไม้งามจากป่าใหญ่แห่งรัฐฉาน​ทั้งสองต้นนี้ไว้​ได้ตาม​ที่ตั้งใจ ​และ​ทั้งปีเตอร์​และพอล่าก็ดู​จะไม่แปลกใจ​เมื่อรู้เรื่อง​นี้ ​เขาคง​จะเดาอะไร​บางอย่าง​ได้

ปีเตอร์​ใช้เวลาไม่ถึงเจ็ดวันก็หางานใหม่ให้ตัวเอง​และพอล่า​ได้ ​โดยผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของพวก​เขา ​เป็นงานทำสวนกุหลาบขนาดใหญ่​ที่อำเภอทางเหนือ คนอย่างปีเตอร์หางานไม่ยากเลย​​ถ้า​ต้องการ​จะย้ายงานใหม่ ปีนี้​เขาดูแข็งแกร่ง​และ​เป็นผู้ใหญ่ขึ้น​เยอะ เดี๋ยวนี้ปีเตอร์พูดภาษาไทยเมือง​และไทยกลาง​ได้คล่อง อ่านเขียนภาษาไทยง่ายๆ​​ได้ดี ​เขา​กำลังหัดร้องเพลงชาติไทยทุกๆ​วัน​พร้อม​กับวิทยุตอนแปดโมงเช้า​ ปีนี้ปีเตอร์อายุครบยี่สิบปีแล้ว​

ปีเตอร์​กับพอล่าเก็บของเสร็จแล้ว​ ​ทั้งสองคนเดินแบกสมบัติมาด้วยสามถุงปุ๋ยมีเชือกผูกไว้​ที่ปากถุงเรียบร้อย​ ปีเตอร์แบกมาสองถุง พอล่าแบกมาอีกถุงหนึ่ง​ ​เอามาใส่รถกระบะของชายสูงอายุ แก​จะพา​ทั้งสองคน​ไปส่ง​ที่ท่ารถ

​เมื่อวัน​ที่​เขา​กับเธอมาถึง​ที่นี่วันแรก ​ทั้งสองคนมีสมบัติ​ส่วนตัว​คือเสื้อผ้า​และหม้อข้าวหม้อแกงมาด้วยเพียงสองถุงปุ๋ย ของ​ที่มากขึ้น​อีกถุงหนึ่ง​คง​จะ​เป็นข้าวของอื่น​ที่​เขาซื้อหาเพิ่มเติมกันมา ​และอย่างน้อยในถุงนี้ก็คง​จะมีผ้านวมใหม่อย่างดีสองผืน​ที่ชายผมสีดอกเลาให้​ไป​ใช้​เมื่อตอนหนาวจัด แกยกให้​เขา​เป็น​ที่ระลึก

"ปีเตอร์ นาย​เอาทอง​ที่ซ่อนไว้​ไปด้วยหรือยัง ? อย่าลืมนะ! " ตะแกเตือน
"บ่ามีแล้ว​เจ้านาย ผมขุด​ไปขายส่งเงิน​ไปบ้านหลายเดือนแล้ว​ แม่พอล่า​เขาไม่สบาย" ปีเตอร์บอก

แล้ว​นกน้อยจากป่าใหญ่แห่งรัฐฉานก็บิน​ไปจากสวนชมพู่​ที่เคยอยู่​อาศัย หนทางชีวิตของ​เขา​ทั้งสองยังอยู่​อีกยาวไกลนัก ปีเตอร์มีของ​ที่ระลึกไว้ให้ตะแกดูต่างหน้าด้วยเหมือนกัน นั่น​คือศาลเพียงตา​ซึ่งปลูกขึ้น​ตรงหน้ากระต๊อบ มันต่างจากของคนอื่น ​เพราะ​ที่เสามีตัวหนังสือเขียนไว้ด้วยปากกาแมจิก​เป็นภาษาไทยใหญ่อ่าน​ได้ว่า "ปีเตอร์-พอล่า"...​

สำหรับชายสูงอายุ แกยังคิดไม่ออกว่า​จะทำอะไร​ต่อ ​แต่ก็ตั้งใจ​จะอยู่​​ที่บ้านไม้ไผ่หลังน้อยนี้​ไปเรื่อยๆ​ แกนึกถึงเรื่อง​ราวต่างๆ​​ที่ผ่านมายาวนานในอดีต ​และคิดว่า​ถ้าแก​เป็นนักเขียนละก็ คง​จะเขียนเรื่อง​ราว​ที่อยาก​จะเขียนในปัจฉิมวัย ไว้ให้ลูกหลานอ่านกัน​ได้เยอะทีเดียว...​O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-885 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง ปีเตอร์ กับ พอล่า - ๔
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ เมษายน ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๘๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๒
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3788 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 08 เม.ย. 2548, 10.27 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ละอองฝน [C-3822 ], [133.1.128.95]
เมื่อวันที่ : 09 เม.ย. 2548, 22.54 น.

เศร้าจังคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : เปีย [C-16922 ], [202.90.6.36]
เมื่อวันที่ : 28 เม.ย. 2553, 12.55 น.

อ่านแล้ว​เห็นภาพ ​แต่คนเขียนเขียน​ได้ดีไม่เศร้ามากนัก ​ทั้ง​ที่​เป็นเรื่อง​​ที่เศร้ามาก ชอบค่ะ​ อยากอ่านตอน​ที่ผ่านมา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น