นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๘
ปีเตอร์ กับ พอล่า - ๑
ชาร ทิคัมพร
...ชัยจาก​​ไป​​ทั้งน้ำตา​​แต่ก็ไม่ยอมกลับ​​ไปบ้าน​​ที่เชียงตุง ​​เขา​​เอาเงิน​​ที่​​ได้​​ไปกินเหล้าจนไม่เหลือ แล้ว​​​​ไปรับจ้างแบกน้ำแข็งอยู่​​ในเมือง​​กับนายจ้างเก่าคนหนึ่ง​​...
pic_no_856_1_84838.jpg วันนี้​แม้​จะสายแล้ว​​แต่แดดก็ยังไม่ออก ฟ้าคลุ้มฝน​แต่เช้า​ ฝนต้นฤดูตกมาสองสามวันแล้ว​ ปีนี้หน้าฝนมาเร็วกว่าปีก่อนๆ​ พวกปลูกผักเริ่มจ้างรถมาไถแปรเตรียมยกร่อง ธรรมชาติคง​จะชดเชยให้​กับ​ความแห้งแล้งในปี​ที่ ผ่านมา...​

ชายสูงอายุผมสีดอกเลานั่งอยู่​บนระเบียงบ้านไม้ไผ่หลังน้อย รอปีเตอร์​กับพอล่า คนสวนรุ่นสุดท้าย​ที่​กำลังเก็บของอยู่​...​

"แล้ว​พี่​จะพบ​กับปัญหาแรงงาน !" นเรศ คนลำพูน​ที่มาทำสวนผักอยู่​ใกล้ๆ​กัน เตือนแกไว้​เมื่อกว่าสามปีมาแล้ว​ ​เมื่อตอน​ที่แกเริ่มทำสวนชมพู่​ที่นี่ใหม่ๆ​
กว่าสามปี​ที่ผ่านมา ตะแกจ้างคนสวนมาแล้ว​หลายคน จนจำแทบไม่หวาด ไม่ไหว แก​กำลังลองทบทวนดู...​.

"เลิศ" ​เป็นคนสวนคนแรก​ที่แกจ้าง ​เขา​เป็นคน​ที่ช่วยแก​เอากล้าชมพู่ลงหลุมปลูกในแปลง เลิศ​เป็นคนสุพรรณ มาแสวงโชคอยู่​​ที่จังหวัดนี้ตั้งแต่หนุ่มๆ​ ยังไม่มีเมีย​เป็นทางการ​แต่มีลูกอยู่​​ที่บ้านเกิดสองคน ​เขาทำงานมาแล้ว​หลายอาชีพตั้งแต่ช่างไม้ ช่างปูน ขับรถส่งของ ขับมอเตอร์ไซค์พ่วงรับซื้อของเก่า ​และอื่นๆ​อีกหลายอย่าง เลิศร่างสูงใหญ่หน้าคมสัน มีวิทยุเล็กพกติดตัวตลอด ​ทั้งเวลาทำงาน​และไม่ทำงาน ทำให้เลิศมี​ความรู้รอบตัวครบทุกด้าน

สิ่ง​ที่​เป็นบุคลิกภาพพิเศษของเลิศ​คือ ​ความมีอัธยาศัย ! เพียงสองเดือน​ที่มาทำงาน​กับชายสูงอายุ ​เขาก็รู้จักคนเกือบ​ทั้งหมู่บ้าน ยาม​เมื่อเดินจากสวน​ที่ชายหมู่บ้านเข้า​ไปซื้อของยังร้านชำ เลิศ​จะทักทาย​กับคน​ที่พบ​ไปตลอดทาง

"​เป็นยังใดอ้าย สบายดีก๊า ?" ​เขาทักอ้ายตา ​เป็นภาษาเมืองด้วยสำเนียงสุพรรณ​ที่ยังเหน่อชัด ​และ​เมื่อถึงร้านชำเลิศก็​จะคุย​กับทุกคน​ที่พบ ในทุกเรื่อง​​ที่​จะคุย​ได้

บางวันเลิศ​จะ​ไปยืนแปรงฟันอยู่​​ที่ประตูทางเข้าสวน คอยทักทาย​กับชาวบ้าน​ที่ ขี่รถจักรยานผ่าน​ไปมา ​และกว่า​จะอาบน้ำกินข้าวเช้า​​ได้ก็แปดโมงครึ่ง จากนั้น​เลิศก็​จะแบกจอบเดิน​ไปหาชายสูงอายุ​ที่ทำงานรออยู่​ก่อนแล้ว​

เลิศ​จะชวนตะแกคุยเรื่อง​ดินฟ้าอากาศ เรื่อง​เกษตรทฤษฎีใหม่อยู่​อีกพัก จนแก​ต้องเตือนว่า นักมวยดี​ต้องไม่ไหว้ครูนานนั่นแหละ​ ​เขาจึง​จะหยุดพูดแล้ว​เริ่ม​แต่งตัวให้เหมาะสม​กับงาน ​โดยบรรจง​เอาขากางเกงเหน็บซุกเข้า​ไปในรองเท้าบู๊ตยางทีละข้าง แก้ผ้าขาวม้า​ที่เคียนพุงมาออก ​เอามาโพกหัวพันมัน​ไปมาอย่างประณีต จนเห็นว่าเหมาะดีแล้ว​จึงเหน็บให้เข้า​ที่ จากนั้น​ก็ถอดนาฬิกาข้อมือออกเก็บใส่กระเป๋ากางเกง ปรับคลื่นวิทยุเครื่องเล็กให้รับสถานี​ที่ชอบ แล้ว​​เอาใส่กระเป๋าเสื้อ กลัดกระดุมด้วย​เพื่อกันไม่ให้มันตก เหมือนพลายชุมพล​แต่งตัว !...​

เลิศทำงาน​กับชายผมสีดอกเลา​ได้แปดเดือนก็ขอลาออก ​เขา​ไป​ได้งาน​เป็นเซลส์แมนขายรถจักรยานเงินผ่อนตามหมู่บ้าน ก่อน​ไปเลิศพา "อ้ายจิง" ช่างไม้ชาวไทยใหญ่ตกงานจากเมืองแสนหวีมาฝากให้ทำแทน

อ้ายจิงมาอยู่​​ที่กระต๊อบคนงานแทนเลิศ​พร้อม​กับเมียชื่อ "ผ่อง" คน​ที่ทำงาน​เป็นหลัก​คือตัวอ้ายจิง ​ส่วนเมีย​เป็นผู้ช่วย ​ทั้งสองคนทำงานดี ขยัน​และตรงเวลา ชายสูงอายุพอใจทีเดียว

​แต่ไม่นานก็เริ่มมีปัญหาในครอบครัว อ้ายจิง​จะซ้อมมวย​กับเมีย​เป็นประจำในคืน​ที่กินเหล้าเมาเต็ม​ที่​โดย​เขาหาว่าเธอมีชู้ บางคืนผ่อง​จะ​ต้องวิ่งหนีมา​ที่บ้านตะแก​เพื่อขอลี้ภัยกำปั้น ขอบตาข้างหนึ่ง​ของเธอเขียวปั๊ดด้วยกำปั้นของอ้ายจิง ​และ​ถ้าแกไม่อยู่​บ้าน เธอก็​ต้องวิ่งซมซาน​ไปขอหลบบาท​าอ้ายจิงอยู่​ตามบ้านชาวบ้านแถวๆ​นั้น​ จนกว่า​จะแน่ใจว่าอ้ายจิงเมาหลับ​ไปแล้ว​จึงกลับ​ไปกระต๊อบ บางคืนเธอ​จะไม่กล้ากลับบ้านจนเช้า​ ​และ​เป็นหน้า​ที่ชาวบ้านผู้อารี​ที่​จะ​ต้องหา​ที่นอนให้

ดังนั้น​​เมื่อเมาครั้งต่อ​ไป อ้ายจิงก็​จะ​เอาเรื่อง​​ที่เธอไม่กลับบ้านนี้มาอ้าง ​เพื่อซ้อมมวยต่อ...​เมียพี่มีชู้ ! ชาวบ้านรู้กันทั่ว !...​ ชาวบ้านพากันร้องเพลงล้อ​กับเรื่อง​นี้​ไปทั่วหมู่บ้าน

ชายสูงอายุอยู่​ในบ้านหลังเล็กคนเดียว การ​ที่มีเมียคนอื่นมาขอลี้ภัยผัวอยู่​ด้วยมันดูไม่เหมาะ ! ​และการลุกขึ้น​ซ้อมมวยตอนกลางคืนของอ้ายจิง ก็พาแกขายหน้าชาวบ้าน​ไปด้วย แกจึง​ต้องให้เจ้าชายแสนหวี พากระสอบทรายคู่ชีวิตของ​เขาออก​ไปตั้งค่ายมวยกัน​ที่อื่น

มีคนในหมู่บ้านแนะนำ "อ้ายน้อย" หนุ่มคนเมืองในหมู่บ้านนี้ให้แก แล้ว​อ้ายน้อยอายุสามสิบหกก็หอบ "ยายออน" เมียอายุห้าสิบแปด มาอยู่​​ที่กระต๊อบคนงานแทนอ้ายจิง​กับยายผ่อง

เล่ากันว่าอ้ายน้อย​ต้องยอมสละโสด​เมื่อห้าปี​ที่แล้ว​ ​เมื่อ​ไปเจอเสน่ห์ปลายจวักของยายออน​ที่​เป็นแม่ครัวร้าน’โอเกะริมถนนวงแหวนสายใหม่ ร้าน​ที่​เขา​กับ​เพื่อน​ไปนั่งกินเหล้าประจำ

อ้ายน้อย​จะทำงานติดต่อกัน​ได้ไม่เกินเจ็ดวัน ​เพราะ​ต้องลา​ไปงานศพของ​ใครก็ตาม​ที่รู้ข่าว ​แม้​จะไม่รู้จัก​และอยู่​คนละหมู่บ้าน ทุกลมหายใจของ​เขาจดจ่ออยู่​​กับข่าวงานศพเท่านั้น​ งานศพงานหนึ่ง​​เขา​จะ​ต้อง​ไปอย่างน้อยสามวัน ​ความจริงอ้ายน้อย​ไปเฉพาะกลางคืนเท่านั้น​ ​แต่​เพราะ​ต้องช่วยงานจนถึงเช้า​ ดังนั้น​ช่วงกลางวันจึง​ต้องนอนพักผ่อน ​เอาแรงไว้​ไปช่วยงานคืนต่อ​ไปจนกว่า​จะถึงวันเผา ​และ​เมื่อกลับมาทำงาน อ้ายน้อย​จะเบิกเงินล่วงหน้าทันที ​เขาเสียไฮโล​ไป​ที่งานศพหมด ...​.ครึ่งหนึ่ง​ของเวลาในชีวิตของ​เขาหมด​ไป​กับการ​ไปงานศพ

หนุ่มเมียแก่คนนี้​จะมีปัญหาเสมอ​กับเครื่องมือทำสวน ด้ามจอบ​จะ​ต้องหลุดแทบทุกครั้ง​ที่​เขา​ใช้มัน ​ต้องเสียเวลาซ่อมมันให้เข้า​ที่วันละหลายๆ​ครั้ง เสียงดังก๊อกๆ​แก๊กๆ​อยู่​อย่างนั้น​ ​และเครื่องตัดหญ้าก็​ต้องมาสตาร์ทไม่ติดบ่อยๆ​ ​เมื่อ​เขา​จะ​ต้องตัดหญ้า

หกเดือน​ต่อมาอ้ายน้อยก็ลาออก​ไป ​เพราะ​ต้อง​ไปเฝ้าดูแลยายออน​ที่ โรงพยาบาลประจำอำเภอ เธอ​เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง !

ชายสูงอายุเหน็ดเหนื่อยอยู่​เกือบเดือน แกหาคนสวนไม่​ได้ จนกระทั่ง​ได้เจอ​กับอ้ายแดง หนุ่มโสดวัยเดียว​กับอ้ายน้อย อ้ายแดง​เป็นคนอีกหมู่บ้านหนึ่ง​ เวลาทำงาน​เขาเกือบไม่หยุดพัก​และ​จะไม่พูดคุย​กับ​ใครเลย​ ​จะพักบ้างนิดหนึ่ง​​เมื่อทำงานติดต่อกัน​ไปแล้ว​สักสองชั่วโมง ​โดย​จะกินน้ำสี่ห้าอึกแล้ว​นั่งลงดูดบุหรี่ขี้โยสองสามซี๊ด...​.เท่านั้น​เองสำหรับเวลาพักของ​เขา...​.แล้ว​ก็เริ่มทำงานต่อ ​เมื่อตะแกสอนงานอะไร​​ไปแล้ว​ แกไม่​ต้องห่วงเลย​ว่า​เขา​จะทำผิดหรือ​จะอู้งาน เรื่อง​งานแกไว้ใจ​เขา​ได้เหมือนไว้ใจตัวเอง

​แต่อ้ายแดงก็คล้ายอ้ายน้อยในบางด้าน พอทำงาน​ได้ไม่เกินห้าหกวันก็​ต้องหยุดเสียทีหนึ่ง​ ​แต่ไม่​ได้​ไปงานศพ ​เขานอนตัวแข็งเกร็งอยู่​ในกระต๊อบ ​และบอกว่า​เป็นไข้ ​เมื่อ​ได้พักผ่อนสักสองวันอ้ายแดงก็ฟื้น แล้ว​กลับมาทำงาน "ดังฟ้าผ่า" เหมือนเดิม อ้ายแดง​จะมีอาการอย่างนี้ทุกห้าหกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง​ ​เขาก็หายหน้า​ไป​โดยไม่ร่ำลา ไม่มี​ใครรู้ว่าหาย​ไปไหน มีคนบอกแกทีหลังว่าอ้ายแดง​กำลังหนีตำรวจ ​เขาติดยา ! แกไม่​ได้พบอ้ายแดงอีกเลย​​แต่นั้น​มา

ตะแกเหนื่อยอยู่​คนเดียวอีกเจ็ดวันก็มีเจ้าของสวนฝรั่ง​ที่รู้จักกัน​เอา "เคน" ​พร้อม​กับเมียอีก้อท้องอ่อนมาฝากไว้ชั่วคราว คนงานสวนฝรั่งของ​เขา​กำลัง​จะลาออก​แต่ไม่ใช่ตอนนี้ จึงขอ​เอาเคนมาพักทัพรอไว้​ที่นี่ก่อน

แกให้เคนทำงานแทนอ้ายแดง เคนอายุยี่สิบสอง​เป็นคนเชียงราย ทำงานแข็งขันดีทีเดียว ​แต่ก็​ต้องหยุดงานบ่อย​เพราะเมีย​ที่แพ้ท้อง เจ้าเคนหนุ่ม​จะหยุดงานทันที​ที่เมียบอกว่าเวียนหัว นอนอยู่​ในกระต๊อบคนเดียวไม่​ได้ รุ่งขึ้น​​เขาก็​จะลางาน​เพื่อพาเมียท้องอ่อนคนนั้น​​ไปหาหมอ​ที่คลีนิค ​และหยุดงาน​เป็น​เพื่อนเมียอยู่​ในกระต๊อบ อีกวันสองวัน จึง​จะออกมาทำงาน​ได้...​. หญ้ารก​ไปทั่วสวน

ชายสูงอายุอึดอัด​กับเจ้าเคน​และเมียท้องอ่อน​ได้ไม่นานเท่าไร ​เพื่อนคน​ที่​เอาสองผัวเมียนี้มาฝากไว้ก็ขอตัวเคน​กับเมียคืน​ไป ตะแกรีบหาคนสวนใหม่ด้วย​ความดีใจ

ชายสูงอายุคิดถึงนเรศ คน​ที่ทำสวนผักอยู่​ใกล้ๆ​ขึ้น​มา​ได้ ​ที่นั่น​ใช้คนกะเหรี่ยง​ทั้งหมดทำสวน

อีกสามสี่วันแกก็​ได้ "บีโค่" เชื้อชาติกะเหรี่ยง สัญชาติไทยมาอยู่​ด้วย บีโค่ หนุ่มโสดร่างเล็ก​แต่แข็งแรง ทำงาน​ได้ดีไม่แพ้​ใคร​ที่แกจ้างมาแล้ว​ ​แต่บีโค่ ทำงานอยู่​​ได้สองเดือนก็ลากลับ​ไปเยี่ยมบ้าน​ที่เมืองลี้ แล้ว​ก็ลี้ลับไม่กลับมาอีกเลย​​พร้อมด้วยเงินค่าแรงครึ่งเดือน​ที่เบิกล่วงหน้า​ไป ตะแกเอง​เป็นคนขับรถพาบีโค่​ไปส่งถึงบ้าน...​

ชายสูงอายุรู้สึกดีใจ​เป็นอย่างยิ่ง ​ที่แกไม่มีวาสนา​ได้​เป็นเจ้าของโรงงาน​ซึ่ง​ต้องจ้างคนงาน​เป็นร้อยๆ​ แค่คนสวนคนเดียวก็​จะบ้าอยู่​แล้ว​ ! แกคิด

ตะแกขับรถ​ไป​ที่แหล่งหาคนงานไทยใหญ่​ที่วัดแห่งหนึ่ง​ในเมือง ​ที่นี่พวกไทยใหญ่​จะมารอหางานกันเสมอ ​ทั้ง​ที่มีบัตรทำงานถูก​ต้อง ​และ​ที่​เป็นคนเถื่อนรอตำรวจไล่ตะครุบตัวอยู่​ วันนั้น​มีคนงานมานั่งรองานใหม่หลายคน ​แต่บางคนก็​เป็นนายหน้า​ไปด้วยในตัว​และมีโทรศัพท์มือถือ​ใช้ ​ถ้า​เขาตกลง​กับคนจ้างไม่​ได้ ​เขาก็​จะโทรหาคนอื่นให้

"ชัย" ​เป็นหนุ่มโสดชาวเมืองเชียงตุง เมืองเก่าแก่ของรัฐฉาน ชัยอายุยี่สิบหก ​เป็นคนเดียว​ที่รับข้อเสนอของแกทันที ​เขาไม่มีสมบัติอะไร​มาด้วยเลย​นอกจากเสื้อผ้าสองสามชุด ชัยร่างเล็ก​และเรียบร้อย​ พูดภาษาไทยเมือง​และไทยกลางชัด ​กับแก​เขา​จะพูดคำว่า "ครับ​ผม" ทุกคำ​ไป

ชัยอยู่​จังหวัดนี้มาแล้ว​สิบปี ทำงานรับจ้างซอกซอน​ไปจนนับ​ที่ไม่ถ้วน ​เขามีบัตรทำงานคนต่างด้าวเรียบร้อย​ มีชื่อไทยใหญ่ว่า "อ้ายอ่อง" ​และชื่อตามบัตรทำงานว่า "นายสมชัย" งานสุดท้าย​คืองานก่อสร้าง​ที่ทำ​เป็นรายวัน ชัยไม่​ได้รับค่าแรงมาเดือนหนึ่ง​แล้ว​ เ​ถ้าแก่ของ​เขาทิ้งงาน​ที่รับเหมา ​และก็ลอยแพคนงาน​ทั้งหมดด้วย ชัยเพิ่ง​ใช้เงินบาท​สุดท้ายซื้อข้าวกิน​ไป​เมื่อวานเย็น

"ให้ผมทำงาน​กับเจ้านายนานๆ​นะครับ​ผม" นี่​คือประโยคแรก​ที่ชัยเอ่ย ​เมื่อแกรับ​เขาขึ้น​รถมาบ้าน

ชัยไม่ทำให้ชายผมสีดอกเลาผิดหวัง ​เขาทำงานดีไม่แพ้คนอื่น เรียบร้อย​ พูดน้อย ดู​จะขี้อาย ​เขารักษาห้องหับของตัวเอง​และบริเวณรอบๆ​กระต๊อบสะอาดกว่าทุกคน​ที่ผ่านมา ชัยคง​จะมีลักษณะผู้นำอยู่​ในตัว​ซึ่งคนไทยใหญ่ด้วยกันมองเห็น ​แต่ชายสูงอายุมองไม่เห็น ​เพราะไม่ถึงสองเดือน กระต๊อบ​ที่ชัยอยู่​ก็กลาย​เป็นสโมสรชาวไทยใหญ่ประจำหมู่บ้าน

ทุกคืน​จะมีพวกไทยใหญ่​ที่ทำงานอยู่​ในหมู่บ้านนี้ มาชุมนุมสังสรรค์กันประจำ​ที่กระต๊อบของชัย ​และเพิ่มมากขึ้น​เรื่อยๆ​ พวก​เขามาดูที.วี.สีเก่าๆ​​ที่ตะแกซื้อไว้​เป็นสมบัติประจำกระต๊อบ มีการทำอาหารกินกัน​โดยชัย​เป็นผู้ลงมือแสดงเอง​เป็น​ส่วนใหญ่ บางวันก็กินเหล้ากันบ้างนิดหน่อย​ จนสี่ทุ่มสโมสรจึงปิด ชาวบ้านพากันขนานนามชัยว่า "หัวหน้าขบวนการไทยใหญ่กู้ชาติ"...​

แล้ว​บุคลิกของชัยก็ค่อยๆ​เปลี่ยน​ไป ​เขา​ไปย้อมผมแดงให้ทันสมัยเหมือนวัยรุ่น มีตุ้มหูห่วงหนึ่ง​ใส่อยู่​​ที่ติ่งหูซ้าย ​เขาซื้อเสื้อผ้าใหม่​และ​จะสวมแว่นตาดำขี่จักรยานเสือ ภูเขา​ที่ตะแกให้ยืม โอ่​ไปทั่วหมู่บ้าน​เมื่อเลิกงานแล้ว​

​แต่ชัยก็ไม่มีอะไร​​ที่ย่อหย่อนลง​แม้​แต่น้อยในเรื่อง​งาน ​และ​กำลังมี​ความสุข​ที่สุดในชีวิตหนุ่ม ​เขาบอกชายสูงอายุว่า​ที่นี่​เป็นงานแรก​ที่​ได้รับค่าจ้างครบ​และตรงเวลา ชัยบอกแกว่า​กำลัง​จะ​แต่งงาน​กับหญิงไทยใหญ่คนหนึ่ง​ ​และขออนุญาตนำเมียในอนาคตมาอยู่​​ที่กระต๊อบนี้...​

ชายสูงอายุเริ่มสังเกตว่าชัยดูซูบลง​และมีฝีเม็ดโตๆ​ขึ้น​ตามตัว แกให้เงิน​เขา​ไปหาหมอ​ที่ปากซอย แล้ว​แกก็​ต้องให้เงินชัยอีกก้อนหนึ่ง​​พร้อมเงินเดือน บอกให้กลับ​ไปบ้าน​เพื่อรักษาตัว สวรรค์ของชัยพังทลายลง ! ​เขา​เป็นโรคเดียว​กับ​ที่ยาย ออนเมียอ้ายน้อย​เป็น

ชัยจาก​ไป​ทั้งน้ำตา​แต่ก็ไม่ยอมกลับ​ไปบ้าน​ที่เชียงตุง ​เขา​เอาเงิน​ที่​ได้​ไปกินเหล้าจนไม่เหลือ แล้ว​​ไปรับจ้างแบกน้ำแข็งอยู่​ในเมือง​กับนายจ้างเก่าคนหนึ่ง​

ชมพู่​กำลัง​จะ​ต้องห่อผล งานหนัก​ที่​เป็นจังหวะสำคัญมาถึง​พอดี ชายสูงอายุวิ่งหัวหมุนหาคนสวนประจำ ​และคนงานชั่วคราวอีกหลายคน​ที่​จะ​ต้องระดมห่อชมพู่
แก​ได้ชาวไทยใหญ่ครอบครัวหนึ่ง​มา ผู้ชายชื่อ "อ้ายต้า" ผู้หญิงชื่อ "ผ่อง" ชื่อเดียว​กับกระสอบทรายคู่ชีวิตของอ้ายจิง ​ทั้งสองคนทำงานให้แกดีพอ​ใช้ จนหมดฤดูเก็บเกี่ยวชมพู่ ย่างเข้าหน้าฝน​ซึ่ง​เป็นช่วงตัดแต่งกิ่ง

วันหนึ่ง​อ้ายต้าก็บอกว่าพรุ่งนี้​จะลาออก​ไปทำงาน​ที่อื่น ​ที่นั้น​ให้เงินดีกว่า ขอให้จ่ายเงินเดือนด้วย​และ​เขารอไม่​ได้​แม้​แต่วันเดียว สองคนนี้อยู่​​กับแก​ได้สามเดือนเท่านั้น​ ชายสูงอายุเริ่มชินชา​กับการเปลี่ยนคนสวน

​ที่กระต๊อบคนสวน มีหิ้งบูชาบ้าง ศาลเพียงตาบ้างเต็ม​ไปหมด หิ้งบูชานั้น​​จะทำไว้ตามมุมต่างๆ​ภายในบ้าน ทำง่ายๆ​​ใช้ไม้กระดานสั้นๆ​ยาวศอกเดียวตอกติด​กับไม้คร่าว ​แต่​ถ้า​เป็นศาลเพียงตา​จะทำไว้นอกชายคาบ้าน ก็ไม้กระดานยาวศอกเดียวเหมือนกัน ​แต่ตอกไว้บนหัวเสาไม้ระดับตา

​ใคร​ที่มาอยู่​​ที่นี่ก็​จะทำหิ้งบูชาหรือศาลเพียงตาของตัวเองขึ้น​​เพื่อเซ่นวักจ้าว​ที่​ที่​เขานับถือด้วยข้าวกระบิมือหนึ่ง​​กับน้ำถ้วยเล็กๆ​ ​ถ้าวันสำคัญก็​จะมีอาหารอื่นด้วย​และมีธูปจุดบูชา ​เขา​จะไม่​ใช้ศาลเก่าของคนอื่น​แต่ก็ไม่กล้า​ไปรื้อออก ศาลของอ้ายจิงช่างไม้ชาวแสนหวีดีกว่า​เพื่อน ​เอาเศษสังกะสีมาพับทำหลังคา​และทำบันไดเล็กๆ​ให้จ้าวเดินขึ้น​เดินลงศาล​ได้สะดวก​ หิ้งบูชา​และศาล​ที่กระต๊อบ​คือประดิษฐกรรมประจำกระต๊อบ เหมือน​กับของ​ที่ระลึกของคน​ที่ผ่านเข้ามาอยู่​ ทำทิ้งไว้ให้เจ้าของสวนดูต่างหน้า มันเกะกะ​ไปทั่ว ...​.

อีกสองวันตะแกก็พบชาวไทยใหญ่สองคนผัวเมีย มาจากเมืองนาย เมืองเล็กๆ​ในป่าใหญ่แห่งรัฐฉาน ยังเด็กอยู่​​ทั้งคู่ ผัวอายุสิบเก้า เมียอายุสิบแปด ​เมื่อถามชื่อเจ้าหนุ่มบอกว่าชื่อ "อ้ายต้า" ​ส่วนเมียสาวนั้น​ชื่อว่า "ผ่อง" ​แต่ตัวดำปื๋อ เธอยิ้มระรื่นเห็นฟันกระต่ายน่าเอ็นดู อะไร​กัน ! คนไทยใหญ่ไม่มีชื่ออื่นเลย​หรือไง ! ตะแกคิด ชื่ออ้ายต้า​กับชื่อผ่องนี่ไม่มี​ใครอยู่​ทนสักคน สองชื่อนี้มัน​ต้อง​เป็นกาลกิณี​กับตัวแกแน่ๆ​

ยังงี้​ต้องแก้เคล็ด ! แกคิด มัน​ต้องเปลี่ยนชื่อกันเสียใหม่ ไม่ชื่อแกก็ชื่อสองคนนั่น ​แต่​ถ้าแกเปลี่ยนชื่อตัวเอง​จะยุ่งยากกว่า แล้ว​แกก็คิด​ได้ อ้ายต้าเปลี่ยน​เป็น "ปีเตอร์" ผ่องเปลี่ยน​เป็น "พอล่า" มีคนสวน​เป็นฝรั่งเข้าท่าดี !! ​และ​ทั้งสองคนก็ชอบใจชื่อใหม่ด้วย

ปีเตอร์รูปหล่อท่าทางฉลาด ก่อนเข้ามาเมืองไทยมีคนชวน​เขา​ไป​เป็นทหารให้เจ้ายอดศึกแห่งขบวนการกู้ชาติไทยใหญ่ ​แต่ปีเตอร์ไม่ชอบ​เป็นทหารจึงไม่​ไป ​เขาอ่านเขียนภาษาไทยใหญ่​และภาษาพม่า​ได้ดี เคย​ไปเรียนหนังสือพม่า​ที่ย่างกุ้งถึงสามปี เคยบวชเณรอยู่​หลายปี ​แต่พอล่าอ่านไม่ออก​แม้​แต่ตัวเลขไทยใหญ่

"ผ่อง ! ตอนนี้ชื่อพอล่าแล้ว​นะ จำไว้ให้ดี จำ​ได้ใหม ?" ตะแกบอกชื่อใหม่​กับเด็กสาวฟันกระต่าย

"อือ" พอล่าตอบรับเจ้านายของเธอ

"พูดอือไม่​ได้ ไม่​เพราะ​ต้องพูด ‘เจ้า’ เข้าใจใหม ?" ชายสูงอายุสอ

"อือเจ้า" พอล่าพอเข้าใจ

การเปลี่ยนชื่อใหม่ให้​ทั้งสองคน​เพื่อ​เอาเคล็ดดู​จะ​ได้ผลดี ​เขา​ทั้งสองคนทำงานดี ดีกว่าทุกคน​ที่เคยทำงาน​กับแกมา เรื่อง​งานไว้ใจ​ได้ เรื่อง​หยุดงานพร่ำเพรื่อหรืออู้งานก็ไม่เคยมี วันไหนไม่มีงานสวน ​ทั้งปีเตอร์​กับพอล่า​จะมาถามว่า​จะให้ทำอะไร​ แกจึงให้ช่วยกันเช็ดถูบ้าน ล้างครัว ซักเสื้อผ้า แล้ว​แกก็ออก​ไปเ​ที่ยวตลาดปล่อยให้​เขาทำงานกันเอง ​ทั้งสองคนพอใจ​ที่แกไว้ใจให้ทำบ้าน​โดยไม่​ต้องคุม ไม่กลัวของ​จะหาย ​เขา​จะ​ได้ขนมข้าวต้ม​เป็นของฝาก​เมื่อแกกลับจากตลาด ​ที่นี่ดู​เป็น บ้าน อย่าง​ที่​เขาจากมา​และ​ทั้งสองคนนั่นก็คง​จะมี​ความรู้สึกว่า​แก​เป็นพ่อ

บางวันปีเตอร์ก็​จะมาขอกุญแจรถกระบะของชายสูงอายุ ​เขา​จะถอยรถ​ไปล้างให้​เพราะทนเห็น​ความสกปรกเลอะเทอะไม่ไหว ปีเตอร์​ได้วิชาขับรถแบบ "เดินหน้า-ถอยหลัง" เท่านั้น​มาจากอู่ซ่อมรถ​ที่ทำอยู่​สิบห้าวันก่อนมาอยู่​​ที่นี่ ​และทันที​ที่ปีเตอร์ขึ้น​นั่ง​ที่คนขับ พอล่าก็​จะเปิดประตูขึ้น​​ไปนั่งคู่ทันที เธอรู้สึกตื่นเต้น​และภาคภูมิใจ​เป็นอย่างยิ่ง​ที่​ได้นั่งรถ​โดยมีปีเตอร์ขับ...​นาทีเดียวก็ยังดี !

ปีเตอร์บอกว่า​จะทำงานให้ครบสามปีจึง​จะกลับบ้าน ​เอาเงิน​ไปให้พ่อ​กับแม่ สามเดือน​ที่มาอยู่​​กับแก ปีเตอร์​กับพอล่าเก็บเงินไว้​ได้แล้ว​หลายพันบาท​ ​เอาซ่อนไว้ตามกระบอกไม้ไผ่​ที่กระต๊อบบ้าง​และฝังดินบ้าง สองคนผัวเมียกิน​แต่ผักสวนครัว​ที่ปลูกไว้เองท้ายสวน ​และก็​จะเก็บมันมาฝากตะแกเสมอ ​เขา​ใช้เงินซื้อข้าวของรวมกันเดือนละห้าหกร้อยบาท​เท่านั้น​...​.

"ปีเตอร์ เรียกเมียนายมานี่สิ !" แกสั่งเจ้าหนุ่มน้อยจากระเบียงบ้าน​ที่​กำลังนั่งอยู่​

"พอล่า ! พอล่า ! เจ้านายฮ้อง" ปีเตอร์ตะโกนเรียกเมีย​ที่ทำงานห่างออก​ไป เสียงลั่น

ชายสูงอายุมี​ความสุข​ที่​ได้สองคนนี่มาทำงาน แกคิดว่า​เขา​เป็น​ทั้งคนงาน ​เพื่อน​และก็ลูกแกด้วย...​.​ความภักดีนั้น​ไม่อาจ​จะซื้อ​ได้ด้วยเงินตรา ​และมัน​เป็นการบ้าน​ที่ท้าทายว่า แก​จะรักษาไม้ป่าจากแดนไพรสองต้นนี้ไว้​กับสวนของแกให้นานถึงสามปี​ได้ยังไง !

 

F a c t   C a r d
Article ID A-856 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง ปีเตอร์ กับ พอล่า - ๑
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๕๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3559 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 28 มี.ค. 2548, 07.44 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น