นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๘
...เสียงเพลงไทยลูกทุ่งแว่วหวานกังวานดัง​​ไปทั่วบ้าน ทำให้ผม​​ที่​​กำลังนอนหลับฝันหวาน​​ต้องสะดุ้ง พลิกตัว​​ไปมา​​เอามือปิดหู กระสับกระส่าย...
-1-

เสียงเพลงไทยลูกทุ่งแว่วหวานกังวานดัง​ไปทั่วบ้าน ทำให้ผม​ที่​กำลังนอนหลับฝันหวาน​ต้องสะดุ้ง พลิกตัว​ไปมา​เอามือปิดหู กระสับกระส่าย จริงอยู่​มันไม่ใช่ครั้งแรก ทุก ๆ​ เช้า​ผม​ต้องตื่น​เพราะไอ้เสียงเพลงบ้าๆ​ อะไร​พวกนี้ ​ซึ่งผมไม่ชอบมัน​เอาเสียเลย​ คนเปิดนั่นก็ไม่ใช่​ใคร​ที่ไหนหรอก ก็พ่อผมเองนั่นแหละ​เปิด​เป็นประจำทุกวัน ​ทั้งเสียงนักร้องจากเทป​ทั้งเสียงนักร้องจำ​เป็นอย่างพ่อ​ที่ร้องคลอตาม แล้ว​เสียงของแกก็ใช่ว่า​จะ​เพราะพริ้งอะไร​ ​แต่รู้สึกว่า​พ่อ​จะสวมวิญญาณนักร้องลูกทุ่งเต็มตัว ​และทุกที​ที่พ่อเปิดเพลงลูกทุ่งเสียงดัง ผมมัก​จะตื่นเสมอ​เพราะไม่อาจข่มตาให้หลับอีกต่อ​ไป

​แต่ใช่ว่าผม​จะยอมแพ้พ่อหรอก ผมก็มีเพลง​ที่ผมชื่นชอบอยู่​เหมือนกัน ​ทั้งร็อคจากไทย​ทั้งวงร็อคจากเทศ มารวมตัวกันอยู่​​ที่ห้องของผมหมด ​และ​เมื่อใด​ที่พ่อเปิดเพลงลูกทุ่งเสียงดังมาจากข้างล่าง ชั้นบน​ที่​เป็นห้องนอนของผมก็เหมือน​กับการเปิดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของวงร็อคชั้นนำ เสียงกรีดสายกีต้าร์บาดลึกเข้า​ไปถึงขั้วหัวใจ เขย่าโสตประสาทด้วยเสียงรัวกลองอย่างเมามัน ​แต่ผมรู้ว่าเปิดยังไม่ทันจบเพลงหรอก เชื่อสิ!

"ไอ้อ้น! หูหนวกรึไงเปิดเพลงซะดัง" น่าน!.เห็นไหมผมคาดไว้ไม่มีผิด ​และทุกที​ที่พ่อตะโกนขึ้น​มาอย่างนี้ ผมก็​ต้องยอมพ่อตลอด เดิน​ไปหรี่เพลงลงฟังคนเดียวอย่างอึดอัดใจ จนบางครั้งอยาก​จะปิดให้มันรู้แล้ว​รู้รอด​ไปเลย​ ​แต่ผมไม่อยาก​จะ​ได้ยินเพลงลูกทุ่งเชย ๆ​ ​ที่พ่อเปิดมาจากข้างล่าง

​ถ้า​เป็นช่วงเปิดเทอมผมคง​ต้องรีบ​แต่งตัว​ไปโรงเรียน​แต่เช้า​แล้ว​ ​แต่นี่มัน​เป็นช่วงปิดเทอมยาว​ถ้าผมไม่ออก​ไปวิ่งเล่น​กับ​เพื่อน ๆ​ ผมคง​ต้องบ้าตาย​กับเพลงพวกนี้ เคยสัญญา​กับตัวเองไว้ว่า ชีวิตนี้ยังไงซะก็คงไม่คิดอยาก​จะฟังเพลงพวกนี้หรอก ไม่เห็นมัน​จะเร้าใจตรงไหน ​เพื่อน ๆ​ ​ที่โรงเรียนก็ไม่เห็นว่า​จะมี​ใครชอบเพลงพรรณนี้กันสักคน มอง​ไปรอบห้อง นั่นไงล่ะ! นักร้องในดวงใจของผม​กำลังโซโลกีต้าร์อย่างเมามัน ผมเคยคิดอยาก​จะ​เป็นอย่างนั้น​บ้าง ​แต่ว่ากีต้าร์ผม​จะหามัน​ได้​ที่ไหนล่ะ ผมไม่ใช่ลูกคนร่ำคนรวย​ที่​จะขอพ่อแม่ซื้อให้ หรือ​ถ้าพ่อรวยจริง ๆ​ ก็อย่าหวังว่า​จะซื้อให้ผมเลย​ มันไม่มีทาง​เป็น​ไป​ได้

"โตขึ้น​​เป็นแพทย์นะลูก อย่า​ไป​เป็นเลย​ตำรวจนิด ๆ​ หน่อย​ ๆ​ ก็จับ" มัน​เป็นคำพูดของแม่ ผมไม่รู้ว่าผม​ได้ยินคำนี้มากี่ร้อยครั้งแล้ว​ ผมจำไม่​ได้​และไม่อยาก​จะจำอะไร​​ทั้งนั้น​ ​เพราะผมอยาก​เป็นนักดนตรี!

จนกระทั่งวันหนึ่ง​ผมหิ้วกีต้าร์ตัวใหม่เข้ามา​ที่บ้าน มัน​เป็นกีต้าร์ถูก ๆ​ ตัวละไม่กี่ร้อยบาท​ผมเก็บเงิน​ที่เหลือจากแม่ให้​ไปโรงเรียน ผมเก็บมันมาหลายปีจนตอนนี้ผม​จะขึ้น​ชั้น ป.6 อยู่​แล้ว​ รู้สึกหวาดหวั่น​กับสิ่งต่าง ๆ​ ​ที่​จะเกิดขึ้น​ ผมยืนอยู่​หน้าบ้านไม่กล้าเดินเข้า​ไป พ่อ​จะว่าไหมนะ? ผมเคยเห็นในหนังมาหลายต่อหลายเรื่อง​​ที่​พระเอกมัก​จะโดนพ่อว่า​เมื่อ​จะหัดเล่นกีต้าร์ ​ซึ่ง​ถ้าดูผม​กับพ่อแล้ว​เราสองคนไม่น่า​จะ​ได้รับ​ความไว้วางใจจากผู้กำ​กับฯ ให้รับบทบาท​นี้ ​ถ้าพ่อของผม​เป็นเหมือน​กับพ่อ​พระเอกในหนังจริง ๆ​ ล่ะก็ แล้ว​ผม​จะ​เป็นอะไร​​ได้อีกเล่า นอกจาก​พระเอก ผมคิดดูกี่ที กี่ที มันไม่ใช่ ยังไงมันก็ไม่ใช่! จึงตัดสินใจหิ้วกีต้าร์เดินเข้า​ไปในบ้าน​โดยไม่สนใจสายตาของพ่อ​กับแม่​ที่นั่งดูทีวีอยู่​ชั้นล่าง



ผมหัดเล่นกีต้าร์คนเดียวไม่รู้เรื่อง​รู้ราวอยู่​เกือบเดือนฝีมือไม่​ไปไหนเลย​ จนบางครั้งเริ่มหงุดหงิด ไม่ใช่ว่า​เพราะกีต้าร์หรอก หงุดหงิด​เพราะเสียงเพลงของพ่อนั่นแหละ​ ทุกที​ที่ผมเริ่มดีดต๊องแต๊ง ๆ​ นั่น!..มาอีกแล้ว​นักร้องลูกทุ่งลูกคอเก้าชั้นสิบชั้นของพ่อ บางทีก็เหมือน​กับว่าพ่อตั้งใจแกล้งผมยังไงยังงั้น ผมเคยเห็นเทปเพลงลูกทุ่งของพ่อมี​เป็นร้อย ๆ​ ตลับ ​ทั้งเก่า​ทั้งใหม่แล้ว​​แต่ละวันพ่อเปิดไม่ซ้ำกันเลย​

จนวันหนึ่ง​มีงานเลี้ยงสังสรรค์​ที่บ้าน ไม่ใช่งานเลี้ยงหรูหราอะไร​มากหรอก มันก็แค่​เพื่อน ๆ​ ของพ่อมาตั้งวงกินเหล้า​ที่บ้านก็เท่านั้น​เอง มากันหลายคน แม่ไม่อยู่​บ้านออก​ไปข้างนอก ปกติแล้ว​แม่ก็ไม่ค่อย​จะอยู่​บ้านสักเท่าไหร่ ธุระของแม่ก็ไม่มีอะไร​มาก ​เพื่อนขาดขา ​ถ้าแม่ว่างแม่​จะ​ไปขลุก​ที่บ้านป้ายุพากลางซอย ผมเคยแอบ​ไปดู​กับไอ้จ้อนลูกชายป้ายุพานั่นแหละ​ เห็นบางครั้งแม่ก็​เป็นเจ้ามือไพ่ป๊อก บางทีก็แล้ว​​แต่ลูกขา​ที่น่ารักของแม่​จะอยากเล่นอะไร​กัน แม่​จะ​เป็นคนจัดให้ รู้ว่าแม่ชอบ​และเล่น​เพื่อสนุก​แต่ผมก็ไม่อยากให้แม่เล่น ครูบอกว่าเล่นการพนันมันไม่ดี ​ส่วนไม่ดียังไงนั้น​ผมเองก็ไม่รู้

ผมหัดเล่นกีต้าร์​ไปก็พะวง​ไปว่า​เมื่อไหร่พ่อ​จะเรียกผม เรียก​ไปทำอะไร​น่ะรึ ก็เหมือน ๆ​ ​กับทุกทีนั่นแหละ​

"อ้น อ้น ไอ้อ้น!"

"ครับ​ ลง​ไปแล้ว​พ่อ"

"ออก​ไปซื้อเหล้าให้พ่อหน่อย​ซิวะ" เห็นไหม​ถ้าผมซื้อหวยป่านนี้คงรวย​ไปนานแล้ว​

ผมวิ่งลง​ไปทันที ​เพื่อน ๆ​ ของพ่อนั่งกันอยู่​หลายคน สงสัยว่าคง​เป็นคอเพลงเดียวกัน ​เพราะเพลง​ที่ฟังมัน​เป็นเพลงลูกทุ่ง​ที่พ่อชอบเปิด​เป็นประจำ

"​ไปซื้อ​ที่ไหนล่ะพ่อ ​เขาไม่ขายให้เด็กพ่อก็รู้นี่"

"ก็ร้าน​ที่เอ็งเคย​ไปซื้อนั่นแหละ​"

"แล้ว​ร้านไหนล่ะ ผมจำไม่​ได้ ก็พ่อให้​ไปซื้อไม่เคยซ้ำร้านสักที" ผมแกล้งถาม​ไปอย่างนั้น​เอง

"ร้านป้าแช่มกลางซอยนั่นไงเล่า เอ็งรู้จักไม่ใช่รึ?"

"ตังค์ล่ะพ่อ" ผมแบมือ

"เอ้านี่..อย่าบอกแม่เอ็งนะ"

"ไม่บอกก็​ได้ ​แต่ตังค์ไม่ทอนนะพ่อ" ผมวิ่งแจ้นออก​ไปคว้าจักรยานทันที มัน​เป็นประจำอยู่​อย่างนี้​ที่มีงานสังสรรค์ของพ่อ

กลับจากซื้อของแล้ว​ผมก็เริ่มสวมวิญญาณนักดนตรี ​แต่​ทว่ามันไม่​ได้ยินเสียงอะไร​เลย​​เพราะเสียงเพลงของพ่อ​กับ​เพื่อน ๆ​ ของพ่อดังกลบ​ไปหมด ผม​ต้อง​เอาสำลีอุดหูไม่อยาก​ได้ยินเพลงของพ่อ จนเผลอหลับ​ไป

มารู้สึกตัวอีกทีก็ไม่​ได้ยินเสียงเพลงแล้ว​ เดินลง​ไปดูข้างล่าง​เพื่อน ๆ​ ของพ่อก็กลับกันหมด ไม่เห็น​ใคร พ่อก็ไม่อยู่​ เดินวน​ไปมาอยู่​หลายรอบ มองออก​ไปหน้าบ้านพ่อ​กับแม่เดินคุยกันเข้ามาผมเลย​เดินออก​ไปดู

"เห็นไหมฉันเตือนเธอแล้ว​ ว่าไม่ให้​ไปเล่นแล้ว​​เป็นไงโดนตำรวจสอย​เอา"

"ก็​ใคร​จะ​ไปรู้เล่าว่าตำรวจมัน​จะหูตาไวขนาดนั้น​"

"​ถ้าคราวหน้าโดนจับอีกฉันไม่​ไปประกันตัวเธออีกแล้ว​นะ"

"ฉันว่า​ต้องมี​ใครโทร​ไปแจ้งตำรวจแน่ พ่อว่าไหม?"

ผมฟังก็พอ​จะจับใจ​ความ​ได้ว่าแม่โดนตำรวจจับอีกแล้ว​ ทุกที​ที่แม่โดนจับพ่อ​ต้อง​ต้อง​ไปประกันตัวมาทุกครั้ง ดูเหมือน​กับว่ามัน​เป็นเรื่อง​ปกติของผม ​และครอบครัวของผมบางทีก็อยาก​จะให้แม่เลิกเล่น ​แต่แม่ก็ยังแอบ​ไปเล่นอยู่​เช่นเดิม

​เมื่อถึงวันเปิดเทอมผมก็​ต้อง​ไปโรงเรียนตามเดิม ​แต่​ที่แปลก​ไปกว่าทุกครั้ง​คือไม่​ได้ยินเสียงเพลงลูกทุ่งของพ่ออีกในตอนเช้า​ ​เมื่อพ่อไม่เปิดเพลง เข้าทางผมล่ะทีนี้ ​ทั้งร็อคจากเมืองไทย​และเมืองนอกผลัดกันมาเขย่าโสตประสาทอย่างเมามัน รู้สึกชุ่มชื้นหัวใจ​เมื่อ​ได้ฟัง อาบน้ำ​แต่งตัวอย่างอารมณ์ดีวิ่งลงบันได เห็นพ่อนั่งหน้าหงอยอ่านหนังสือพิมพ์อยู่​ชั้นล่าง

"พ่อ พ่อ" นั่งนิ่งไม่หัน

"พ่อ!" ผมเรียกดังขึ้น​อีก พ่อหันมามอง

"​ไปโรงเรียนแล้ว​รึ?"

"ครับ​"ผมพยักหน้า

"ทำไมพ่อไม่เปิดเพลง?"

พ่อทำหน้าเศร้า ๆ​ "ก็ตั้งแต่​ที่​เพื่อนมาวันนั้น​ ไม่รู้ว่า​ใครเก็บ​เอาเทป​ไปหมดเลย​ ไม่เหลือไว้ให้ฟังสักตลับ โทร​ไปถามก็บอกว่าไม่มี​ใคร​เอา​ไป"

"งั้นพ่อก็เหงาแย่เลย​สิ ​ถ้าพ่อเหงาจริง ๆ​ เพลงร็อค​ที่ห้องผมก็มีนะพ่อ ​ไปล่ะ" ผมแกล้งพูด​ไปอย่างนั้น​ แล้ว​ก็วิ่งออก​ไป คิด ๆ​ แล้ว​ก็สงสารพ่ออยู่​เหมือนกัน

-2-

วันเวลาผ่านล่วงเลย​​ไป นึกถึงคืนวันเก่า ๆ​ ทีไรรู้สึกอบอุ่น จนบางครั้งอยาก​จะกลับ​ไป​เป็นอย่างเดิม ​แต่ว่าอะไร​ก็ตาม​ที่ผ่านพ้น​ไปแล้ว​มันคงยาก​ที่​จะหวนกลับคืน​ได้ อดีตมันก็​คืออดีตวันยังค่ำ เพียง​แต่ว่าเราทำอดีตไว้ให้น่าจดจำเพียงใด?

ผม​จะคิดถึงสมัยตอน​เป็นเด็กทุกครั้ง​เมื่อ​ได้ยินเพลงไทยลูกทุ่งเหล่านี้ แน่นอน! ผมคิดถึงพ่อของผม พ่อของผม​ที่ชอบเปิดเพลงลูกทุ่งเสียงดังในตอนเช้า​ พ่อของผม​ที่ชอบร้องเพลงลูกทุ่ง​โดยไม่สงสารคนฟังเลย​สักนิด พ่อของผม​ที่เดินเข้าออกโรงพักอยู่​สม่ำเสมอ​เมื่อแม่โดนตำรวจจับ ผมไม่​ได้​เป็นแพทย์เหมือน​กับ​ที่แม่อยากให้​เป็น ไม่​ได้​เป็นนักดนตรีดัง​ที่ตนใฝ่ฝัน ​แต่ผม​เป็นตำรวจ ผมคิดว่านัยลึก ๆ​ พ่อคงอยากให้ผม​เป็นตำรวจก็​ได้

ผมขับรถอย่างเย็นใจ เสียงเพลงลูกทุ่งดัวแว่วหวานในรถ ผมละมือจากพวงมาลัย​ไปปรับเสียงขึ้น​อีก รู้สึกดี​เมื่อ​ได้ฟังเพลงพวกนี้ อีกอย่างฟังแล้ว​ผมคิดถึงสมัยตอน​เป็นเด็ก ​และคิดถึงพ่อ ผมไม่รู้ว่าผมแอบชอบฟังเพลงพวกนี้ตั้งแต่​เมื่อไหร่ ​แต่​ที่ห้อง​และรถของผมมันไม่มีเพลงร็อค​ที่ผมเคยชื่นชอบ​แม้​แต่แผ่นเดียว

พรุ่งนี้เช้า​ผมก็​จะ​ได้เจอพ่อ​และแม่ ผมขอลาพักหลายวัน นาน ๆ​ ​จะ​ได้กลับบ้านสักครั้ง รู้สึกตื่นเต้นทำอะไร​ไม่ถูก ไม่รู้​จะซื้อของอะไร​​ไปฝากพวก​เขา รู้ว่าพ่อชอบฟังเพลงลูกทุ่งเลย​ซื้อเทปเพลงลูกทุ่งมาฝากพ่อเยอะแยะ ​เพื่อ​เป็นการไถ่โทษ ​ซึ่งบางทีพ่อคงไม่โกรธผมเท่าไหร่​ถ้าผม​จะบอก​ไปว่าเทปเพลง​ที่หาย​ไป​ทั้งหมดในครั้งนั้น​ จริง ๆ​ แล้ว​มันไม่​ได้หาย​ไปไหนหรอก มันยังอยู่​​ที่ใต้เตียงห้องนอนของผมเอง ​แต่แม่ของผมนี่สิไม่รู้​จะซื้ออะไร​​ไปฝาก นี่​ถ้าแม่รู้ว่าทุกครั้ง​ที่แม่​ไปเล่นไพ่​ที่บ้านป้ายุพาแล้ว​โดนตำรวจจับ ก็​เพราะผมนี่แหละ​โทร​ไปแจ้งตำรวจ แม่​จะโกรธผมไหมนะ?

****************************

 

F a c t   C a r d
Article ID A-852 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง เพลงของพ่อ
ผู้แต่ง ตะวันฉายที่ปลายฝัน
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๔๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๕๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3537 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 26 มี.ค. 2548, 17.58 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-3546 ], [203.188.32.55]
เมื่อวันที่ : 26 มี.ค. 2548, 21.31 น.

เขียนดีค่ะ​ จบ​ได้น่ารักดี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ตะวันฉายที่ปลายฝัน [C-9839 ], [124.121.45.125]
เมื่อวันที่ : 23 พ.ย. 2549, 16.07 น.

เขียนดีมากๆ​ๆ​คะ​ น่ารักดีคะ​ ชอบคะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น