นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๘
ลาก่อน - ผมเอง
ชาร ทิคัมพร
......​​​​ความจริง​​เขาก็ชอบเรื่อง​​พรรค์​​ที่ผมชอบเหมือนกัน ​​แต่​​เขาไม่​​ได้หล่อ ไม่หนุ่ม​​และไม่​​ได้​​เป็นดาราอย่างผม...​​...​​.​​เขาจึงทำ​​ได้เพียงแค่กินไก่วัด กินน้ำใต้ศอกจากผม​​กับดาราในค่าย...​​...
คลิกดูภาพขยาย
ผมรู้ว่าผมคง​จะ​ต้อง​ไปเร็วๆ​นี้แหละ​ ผมมีเวลาไม่มากมากนัก จึงอยาก​จะบอกหลายๆ​อย่างให้คุณรู้ไว้เสียก่อน...​

ผมรู้สึกแปลกๆ​ รู้สึกงัวเงียเหมือน​กับเพิ่งตื่นนอน ตัวเบาโหวงเหมือนคน​ที่เพิ่งฟื้นจาก​เป็นลม ตายังพร่ามัว​และงงงวยต่อสรรพสิ่ง​ที่​เป็นอยู่​รอบๆ​ตัว ภาพลางๆ​​ที่ผมเห็นอยู่​ตอนนี้ก็​คือ มีคนกลุ่มใหญ่​กำลังมุงดูอะไร​อย่างหนึ่ง​อยู่​ ​และ​เมื่อภาพนั้น​ค่อยชัดขึ้น​ ผมก็เห็นว่ากลางกลุ่มคนพวกนั้น​ ​เป็นซากรถยนต์สีน้ำเงินกองอยู่​ข้างเสาไฟฟ้า​ที่หักสะบั้น รถยนต์คันนั้น​พังยับเยิน

ผมขยับใกล้เข้า​ไปอีกด้วย​ความอยากรู้อยากเห็น ก็เหมือนไทยมุงคนอื่นๆ​นั่นแหละ​ ! ใกล้ซากรถคันนั้น​ มีร่างผู้ชายคนหนึ่ง​นอนหงายอยู่​บนฟุตบาท​ คงกระเด็นหลุดออกมาจากรถ ร่างนั้น​นอนนิ่ง เสื้อยืดสปอร์ตสีเหลืองของ​เขา​กำลังกลาย​เป็นสีแสดบาง​ส่วน ​เพราะเลือด​ที่ไหลออกมาจากหน้าท้อง กางเกงยีนสีฟ้าหม่นขาดกระจุยหลายแห่ง รองเท้าข้างหนึ่ง​หลุดกระเด็นห่างออก​ไป อุบัติเหตุอะไร​นะ ผมอยากรู้ !

​เมื่อขยับตัวเข้า​ไปให้ใกล้​ที่สุด แล้ว​มอง​ไป​ที่ร่างชายคนนั้น​ ผมก็แปลกใจ​เมื่อเห็นชายคนนั้น​​แต่งตัวคล้ายผมมาก เสื้อยืดลาคอสต์สีเหลืองสดตัว​ที่​เขาใส่อยู่​นั้น​ วันนี้ผมก็ใส่ ! กางเกงยีน​ที่​แม้​จะขาดกระจุยก็คล้ายกางเกงผม ผมมองเพ่ง​ที่ใบหน้าเจ้าคนคนนั้น​

เฮ้ย ! หน้าเจ้านั่นเหมือน​กับหน้าผมมาก ! มีเลือดซึมออกมา​ที่ปาก​กับจมูกนิดหน่อย​ ผมหัน​ไปดู​ที่ซากรถยนต์​ซึ่งพังคาเสาไฟฟ้า ตรายี่ห้อ​ที่ท้ายรถยังเห็น​ได้ชัด ​เป็นรถ บี.เอ็ม.ดับเบิลยู ซีรี่-เจ็ด เหมือน​กับรถคันโปรดของผมเลย​ ผมเข้า​ไปจนใกล้ร่างชายนั้น​ ดูให้ถนัด ๆ​ หน้า​เขาเหมือน​กับผมยัง​กับแกะ !

ผมงง​ไปหมด ฮะ ! มันอะไร​กัน ! แล้ว​กลุ่มไทยมุงก็​ต้องแยกออก​เป็นสองข้าง​เมื่อรถพยาบาลคันหนึ่ง​เปิดไฟแว๊บๆ​แล่นฝ่าฝูงไทยมุงเข้ามา เจ้าหน้า​ที่หลายคนลงมาจากรถ ​เขาตรงเข้ามายังร่างผู้ชาย​ที่นอนอยู่​ คนหนึ่ง​​เอามือแตะ​ที่คอ อีกคนจับดูชีพจร คน​ที่​เอามือแตะ​ที่คอเงยหน้าขึ้น​มองอีกคนแล้ว​บอกว่า "ตายแล้ว​"

​ความมึนงงของผมหาย​ไปเกือบหมดแล้ว​ ผมเริ่ม​จะเข้าใจอะไร​บ้าง ร่างเจ้าผู้ชายคนนั้น​ก็​คือตัวผมเอง ผมตายแล้ว​ !! ผมรู้สึกตกใจมาก ผมตายจริงๆ​หรือ ! ผมพยายาม​จะกลับเข้า​ไปในร่างของผมเอง​เพื่อให้​เป็นร่างเดียวกัน ​แต่ก็เข้า​ไปไม่​ได้ ผม​ได้​แต่เดิน​ไปเดินมาอยู่​แถวนั้น​​เป็นร่างอีกร่างหนึ่ง​ ผมอยาก​ไปตรงไหนก็​ไป​ได้ ผมเดินผ่าเข้า​ไปในกลุ่มไทยมุงก็​ได้ ​โดยไม่กระทบ​กับ​ใครเลย​ ไม่มี​ใครเห็นผม ผมตายแล้ว​จริงๆ​...​

ผมพยายามลำดับเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ ผม​คือดาราหนังจอแก้วสุดหล่อวัยสามสิบสองปี ดารายอดนิยม​ที่สาวๆ​ ​ทั้งสาวน้อย​และสาวใหญ่พากันคลั่งไคล้ไหลหลงหลายปีติดต่อกันมาแล้ว​ เช้า​วันนี้ผมห้อเจ้าบี.เอ็ม.ซีรี่-เจ็ด คันโปรด​กำลัง​จะ​ไปพัทยา ผมออกจากบ้านสาย​ไปหน่อย​ จึงเหยียบเจ้า บี.เอ็ม. ถึงร้อยสี่สิบ​เพื่อให้ทันเวลานัด ผม​เป็นคนตรงเวลาเสมอ เช้า​นี้ถนนว่าง​เพราะ​เป็นวันหยุด

ผมจำ​ได้แล้ว​ว่ามันเกิดอะไร​ขึ้น​ ! มอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง​เลี้ยวออกจากซอยตัดหน้ารถผมอย่างกระทันหัน ผมจึงหักหลบ รถ​ที่แล่นด้วย​ความเร็วสูงของผมไถลเข้ากระแทก​กับเสาไฟฟ้าข้างถนน แล้ว​ผมก็จำอะไร​อีกไม่​ได้ ผมเพิ่ง​จะรู้สึกตัว​เมื่อกี้นี้เอง ทีแรกคิดว่าสลบ​ไปแล้ว​ฟื้นขึ้น​มา ​แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว​ว่าผมไม่​ได้สลบ ​แต่ตาย​ไปแล้ว​จริงๆ​ ผมเสียใจมาก ผมยังไม่อยากตาย ! ตายแล้ว​ผม​จะ​ไปไหนผมก็ยังไม่รู้ !

ผมเห็นเจ้าหน้า​ที่รถพยาบาล​เอาเปลลงมาจากรถ แล้ว​ช่วยกันยกร่างผมใส่ลง​ไปบนเปล หาม​ไปใส่รถพยาบาล ผมเดินตาม​ไป​และเข้า​ไปในรถด้วย คน​ที่หามเปลสองคนนั่นนั่งขนาบอยู่​สองข้างร่างผม แล้ว​รถพยาบาลก็แล่นออก​ไปจาก​ที่เกิดเหตุ ทิ้งบรรดามุงไว้เบื้องหลัง

ผมเดาไม่ออก​เขา​จะ​เอาร่างผม​ไปไหน แล้ว​ผมก็เห็นเจ้าคน​ที่นั่งข้างซ้ายพลิกร่างผมให้ตะแคง​ไปอีกข้างหนึ่ง​

"ตัวหนักฉิบหายไอ้รูปหล่อนี่" ​เขาบอก​กับ​เพื่อนอีกคน แล้ว​​เอามือล้วงเข้า​ไปในกระเป๋าหลังของกางเกงผม ​เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ผมออกมาเปิดดู ในนั้น​มีเงินสดอยู่​ประมาณหมื่นหนึ่ง​ แล้ว​ก็มีบัตรประชาชน ใบขับขี่​และบัตรเครดิต ​เขาหยิบเฉพาะธนบัตรออกมา ​เอากระเป๋าสตางค์ผมใส่ไว้​ที่เดิม แล้ว​​เอาธนบัตรนั้น​ใส่กระเป๋ากางเกงของ​เขาเอง ​และยักคิ้วให้​เพื่อนอีกคน...​ นั่นมันเงินของผม !

"ไอ้ขี้ขโมย" ผมตะโกนด่าแล้ว​ชกหน้ามันเต็มแรง ​แต่ก็ไม่ถูกหน้ามัน เหมือน​กับชกลม​และมันก็ไม่​ได้ยิน​ที่ผมด่า

อีกคนก็ขี้ขโมยเหมือนกัน ​เขาถอดแหวนทองหัวทับทิมออกจากนิ้วของผมแล้ว​​เอาใส่กระเป๋าตัวเอง มองหน้าคน​ที่​เอาเงินผม​ไป

"มึง​เอาเงิน กู​เอาแหวน" เจ้าคน​ที่​เอาเงิน​ไปพยักหน้า ไม่พูดอะไร​ คราวนี้ผมนั่งเฉยๆ​ ผมรู้แล้ว​ว่าผมทำอะไร​​ใครไม่​ได้ ผม​คือคนตายแล้ว​

รถพยาบาลคันนั้น​แล่นเข้า​ไป​ที่ตึกแห่งหนึ่ง​ แล้ว​จอด​ที่หน้าตึกนั้น​ เจ้าขี้ขโมยสองคนนั่นช่วยกันหามร่างผมลงมาจากรถ ​เอาใส่รถเข็น​ที่จอดรออยู่​ แล้ว​ก็มีคนอีกชุดหนึ่ง​เข็นร่างผมเข้า​ไปข้างในห้องกว้าง​ซึ่งมีประตู​และหน้าต่างปิดหมด เปิดเครื่องปรับอากาศไว้เย็นฉ่ำ ผมเดินตาม​ไปติดๆ​ ​เขา​เอาร่างผมมา​ที่นี่ทำไม ?

แล้ว​​เขาก็ช่วยกันยกร่างผมขึ้น​​ไปวางบนอ่างกระเบื้องเคลือบ​ที่มีตะแกรงเหล็กชุบโครเมี่ยม​เป็นซี่ๆ​พาดอยู่​ ผมรู้แล้ว​ ! ​เขา​จะชันสูตรศพผม ก็ผมตายแล้ว​นี่ ตายด้วยอุบัติเหตุด้วย

สักครู่ก็มีคนสองคนสวมเสื้อคลุมเหมือนหมอ เดินมา​ที่ร่างผม คนหนึ่ง​​เอากรรไกรตัดเสื้อผ้าผมออกหมด ร่างผึ่งผายสูงหนึ่ง​ร้อยเจ็ดสิบเก้าเซ็นต์ของผมนอนเปลือยเปล่าอยู่​บนเตียงนั้น​ ผมรู้สึกอายๆ​อยู่​เหมือนกัน ​ที่ท้องมีแผลฉกรรจ์เลือดเต็ม​ไปหมด แล้ว​​เขาก็ผ่าท้องผมออกตรวจดูอวัยวะภายใน ผมกลัวจัง​และรู้สึกคลื่นใส้

"ตับแตก ม้ามฉีก กระดูกซี่โครงหักแทงทะลุปอด" เสียงอู้อี้ดังออกมาจากปากคนหนึ่ง​​ที่มีผ้าปิดปากปิดจมูกอยู่​ แล้ว​​เขาก็เย็บหน้าท้องผมไว้ตามเดิม
อีกคนหนึ่ง​ลูบคลำ​ที่หัว ​เขาพลิกหัวของร่างผมดู​ทั้งสองข้าง แล้ว​หัน​ไปหยิบเลื่อยสเตนเลสโค้งขาววับสั้นเพียงศอกเดียวออกมาจากตู้ เตรียม​จะ​เอาเลื่อยเปิดกะโหลกร่างผม ตอนนี้ผมทนดูไม่​ได้แล้ว​ ผมกลัวมาก เลย​เดินทะลุประตูหนีออกมาข้างนอกห้อง
​ที่ม้ายาวหน้าห้อง ผมเห็นพ่อ​กับแม่นั่งร้องไห้กันอยู่​ ผมเข้า​ไปกราบ​ที่ตักแม่ ​แต่แม่ก็ไม่รู้ พ่อก็เหมือนกัน อ้อ ผมตายแล้ว​นี่ ลืม​ไป ! ​แต่ไม่​เป็นไรขอให้ผม​ได้กราบพ่อ​กับแม่ผมก็พอใจแล้ว​

สักพักใหญ่ประตูห้องก็เปิดออก ชายสองคน​ที่​เป็นคนช่วยกันผ่าชันสูตรร่างผมเดินออกมา ​เขา​เอาผ้าปิดจมูกออกแล้ว​ คนหนึ่ง​บอก​กับแม่ผมว่า

"เราผ่าชันสูตรเรียบร้อย​แล้ว​ครับ​ เชิญเข้า​ไปดูศพ​ได้ ผมเย็บให้ดี​ที่สุดแล้ว​" อีกคนหนึ่ง​บอกต่อ​ไปอีกว่า

"เดี๋ยวผม​จะ​เอาใบชันสูตรศพให้​ไป​เป็นหลักฐาน​เพื่อขอมรณบัตร แล้ว​ก็มารับศพ​ได้เลย​นะครับ​ ผมเสียใจด้วย ผมเคยดูหนัง​ที่​เขาเล่นบ่อยๆ​" ​เขากล่าวเหมือน​จะปลอบพ่อ​กับแม่ผม

แล้ว​คนแรกก็พาพ่อ​กับแม่เข้า​ไปในห้องนั้น​ ​แต่ผมไม่ตามเข้า​ไปด้วยหรอก ผมไม่อยากเห็นพ่อ​กับแม่ร้องไห้ ​โดยเฉพาะแม่นั้น​คง​ต้องกอดร่างผมแล้ว​ร้องไห้แน่ๆ​ ผมจึงนั่งรออยู่​แถวนั้น​

ไม่นานพ่อก็ประคองแม่เดินออกมา พ่อไม่ร้องไห้แล้ว​​แต่แม่ยังร้องไม่หยุด ​ทั้งสองคนพากันเดินเลี้ยวลับสายตาผม​ไป

ผมพยายามทำตัวให้คุ้นเคย​กับสถานภาพใหม่ว่าผม​จะทำอะไร​​ได้บ้าง ​ที่ผมรู้แล้ว​​คือ ผมมองเห็นอะไร​​ได้ทุกอย่างเหมือนก่อน​ที่​จะตาย ผม​ได้ยิน​ที่คนพูดกันทุกอย่าง​ที่คน​เป็น​จะ​ได้ยิน ​และ​ที่ต่าง​กับคน​เป็น ผมเดิน​ไป​ที่ไหนก็​ได้​โดยไม่มีอะไร​มาขวางกั้นผม​ได้ ​แต่ผมพูด​กับ​ใครก็ไม่มี​ใคร​ได้ยิน ​จะถูก​ต้อง​ใครก็ไม่มีคนรู้สึก ผม​เป็นเหมือนอากาศธาตุ​ที่ลอย​ไปมา

มีอีกอย่าง​ที่ผมเพิ่ง​จะสังเกตพบ​ที่หน้าห้องชันสูตรศพนี้ ผมเห็นคนหลายคนมี​ทั้งชาย​และหญิง เดิน​ไปเดินมาอยู่​บริเวณนี้ พวกนี้ไม่เหมือน​กับพ่อแม่​และคนอื่นๆ​​ที่ผมพบมาตั้งแต่ผมตาย​ไป​เมื่อตอนเช้า​ เราติดต่อสื่อสารกันไม่​ได้ ​แต่ก็รู้กันว่าเรา​เป็นพวกเดียวกัน

ผมรออยู่​แถวนั้น​นานทีเดียว แล้ว​พ่อ​กับแม่ก็กลับมาอีก คราวนี้มีคนมาด้วยกันหลายคน ​เป็นญาติพี่น้องผมด้วย มีคนช่วยกันแบกโลงลงมาจากรถ พวก​เขาพากันเข้า​ไปในห้อง​ที่มีร่างผมนอนอยู่​ แม่​กับญาติผมอีกสองสามคนช่วยกันใส่เสื้อผ้าใหม่ให้​กับร่างผม มันดูไม่อุดจาดอีกต่อ​ไป แม่​เอาหวีมาหวีผมให้ มีรอยเย็บ​ที่หน้าผากตรง​ที่​เขาเปิดกะโหลกผมออกดู รอยนั้น​มันขวั้น​ไปรอบหัว ​แต่ก็ดูประณีตดี ​เขาทำดี​ที่สุดแล้ว​จริงๆ​ ผมเชื่อ

แม่​เอามือลูบหัวผม​และก็ร้องไห้ออกมาอีก จนพ่อ​ต้องดึงตัวแม่มากอดไว้ แล้ว​คนสองคน​ที่แบกโลงมา ก็ช่วยกันยกร่างผมใส่ลง​ไปในโลง

พ่อ​เอาน้ำอบไท​ที่เตรียมมารดลงบนมือผม​เป็นคนแรก แล้ว​ทุกคนก็เข้ามารดน้ำศพผม พ่อบอก​กับคน​ที่มาด้วยกันว่าการรดน้ำศพนี้อยากให้​เป็นเรื่อง​ในครอบครัวจริงๆ​ จึงไม่​เอาร่างผม​ไปให้แขกรดน้ำกัน​ที่วัด แล้ว​​เขาก็ปิดฝาโลงตอกตะปูแน่นสนิท ผมมองไม่เห็นร่างของผมอีกแล้ว​

ผมตามรถพยาบาล​ที่บรรทุกโลงใส่ร่างผม​ไปเรื่อยๆ​ ตอนนี้ผมไม่​ต้องเดินก็​ได้ ผมลอยตาม​ไปเรื่อยๆ​จนถึงวัด วัดนี้ผมรู้จักดี ผมเคยมางานศพออกบ่อย​ไป พวก​เขาช่วยกันยกโลงลงจากรถ แล้ว​​เอา​ไปตั้งไว้​ที่ศาลาๆ​หนึ่ง​ ​เอาหีบทองลายเทพนมมาครอบทับไว้อีกชั้น ก็ดูสวยดี

ค่ำแล้ว​ ผู้คนทยอยมางานสวดวันแรกของผมมากมาย​ ​ทั้งญาติมิตร ​ทั้งดารานักแสดงค่ายต่าง ๆ​ ตลอดจนแฟนหนังของผม รวม​ทั้งคนจากบริษัทหนัง​ที่ผมสังกัด สถานีโทรทัศน์ทุกช่องส่งช่างภาพมาทำข่าวพิธีสวดวันนี้ มีคน​เอาพวงหรีดมาวางด้วย​ทั้งดอกไม้สด​และดอกไม้แห้ง วางกันจนล้นออกมานอกศาลา ก็ผม​เป็นขวัญใจประชาชนนี่นา !

​ที่เก้าอี้โซฟาหน้าสุด พ่อ​กับแม่ผมนั่งอยู่​ มีคนเข้า​ไปไหว้ทักทายตลอดเวลา ​ทั้งสองคนดู​จะทำใจ​ได้บ้างแล้ว​ ​เพราะมีแขกมามากมาย​ให้คอยต้อนรับ ข้างๆ​พ่อผม ผู้จัดการบริษัทหนัง​ที่ผมสังกัดนั่งหนวดจิ๋มอยู่​ ผมไม่ชอบ​เขา​และ​เขาก็ไม่ชอบผม ​แต่เราก็​ต้องอยู่​ด้วยกัน เหมือนต้นไม้​กับกาฝาก

ผม​เป็นเสมือนห่าน​ที่ไข่ออกมา​เป็นทองคำให้​เขา ​และ​เพื่อ​ความมั่นคงของ​เขาเอง ​เขาก็​กำลังหาห่านตัวใหม่มาสำรองไว้ เผื่อว่าไข่ทองคำของผม​จะมีน้อยลง หรือเผื่อว่าห่านตัวนี้​จะบินหนี​ไปอยู่​​ที่เล้าอื่น ​ความจริงมันยังมีเรื่อง​มากกว่านี้​ระหว่าง​เขา​กับผม ​ถ้ายังมีเวลาผม​จะเล่าให้ฟัง...​.

ผมเดินเล่น​ไปด้านหลังศาลา ตรงนี้ไฟสลัวหน่อย​ ผมเห็นคนสองคน คง​จะ​เป็นเจ้าหน้า​ที่วัด ​เขา​แต่งตัวด้วยชุดสีกากี​กำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่​​กับคอเป็ดย่าง มีผู้ชายอีกคนหนึ่ง​นั่งร่วมวงอยู่​ด้วย เสียงผู้ชายคนนั้น​พูดว่า

"น้า งานนี้พวงหรีดคง​จะมาก ผมเหมาพวกดอกไม้แห้ง​ทั้งหมดเลย​นะ เผาเสร็จ​เมื่อไรรีบแกะป้ายชื่อออก ผม​จะ​เอารถบรรทุกมาขน​ไป​ที่ร้านเลย​" ​เขาคง​เป็นเจ้าของร้านขายพวงหรีดหน้าวัด

แขกมาเต็มศาลา​และล้นออกมาจน​ต้องเสริมเก้าอี้ข้างนอก ​ได้เวลาแล้ว​ ​พระสี่รูปขึ้น​ประจำ​ที่ ชายคน​ที่นั่งกินเหล้าอยู่​หลังศาลา​เมื่อกี้นี้เข้ามาจุดธูปจุดเทียนไหว้​พระ​ที่ๆ​บูชา ​ต่อมา​เขาก็กล่าวอาราธนาศีล แขกพากันยกมือขึ้น​พนม บางคนกล่าวตาม บางคนแค่ทำปากขมุบขมิบ​และบางคนนิ่งเงียบ ​โดยเฉพาะหนุ่มสาววัยรุ่นสมัยนี้ พวก​เขา สวดมนต์กันไม่​เป็นหรอก แล้ว​​พระก็เริ่มสวด​พระอภิธรรม

ถึงตรงนี้คุณคง​จะคิดว่าผม ดาราสุดหล่อแห่งจอแก้วคนนี้คง​จะ​เป็นคนดี เคร่งในจริยธรรม​และจรรยาบรรณแห่งนักแสดง ใช่สิ ! ผมไม่เคยมีภาพ​ที่เสียหายเลย​ ผม​คือนักแสดงสุดหล่อขวัญใจสาวๆ​ ผม​คือ​พระเอก​ที่ยังไม่​ได้​แต่งงาน ยังไม่คิด​จะ​แต่งงาน ​เป็นสุภาพบุรุษ​และไม่เคยมีเรื่อง​อื้อฉาวคาวโลกีย์ใดๆ​เลย​ ไม่เหมือน​พระเอกบางคน​ที่มีเรื่อง​ขึ้น​โรงพักปีละหลายหน...​ ​ถ้าคุณเชื่ออย่างนั้น​คุณก็คิดผิด !

ผมเดินดูแขก​ที่มางานศพผม เยอะแยะ​ไปหมด แขกแถวหลังเก้าอี้​ที่พ่อ​กับแม่ผมนั่งอยู่​มี​ทั้งชาย​และหญิง นั่น ! ผู้หญิงคน​ที่นั่งเก้าอี้ตัว​ที่สอง คน​ซึ่งสวยหยาดเยิ้มคนนั้น​แหละ​ ​คือนางเอก​ที่เคยแสดงร่วม​กับผมมา​เมื่อสองปี​ที่แล้ว​ ​ทั้งในจอ​และนอกจอ​แต่นอกจอนั้น​มากกว่า เรื่อง​นอกจอไม่มี​ใครรู้นอกจากเธอ​กับผม​และผู้จัดการผมเท่านั้น​

เว้นมาอีกสามคนแถวเดียวกัน ​เป็นสาวสังคมวัยสามสิบแปด ร่ำรวย​และยังสวยสดใส ผมเคย​ไปอยู่​​ที่หัวหิน​กับเธอสามวัน​ที่คอนโดหรูของเธอ ถึง​จะไม่ใช่นักแสดง ​แต่เธอก็เล่นบทนางเอกนอกจอ​กับผม​ได้อย่างชนิดตีบทแตกทีเดียว ตลอดเวลา​ทั้งสามวัน​กับสองคืน ! เก่งกว่านางเอกอาชีพคนสวย​ที่บอก​เมื่อกี้นี้เสียอีก ผมยังมีคิว​ที่​จะ​ต้องแสดง​กับเธออีกอาทิตย์หน้านี้ ดาราสุดหล่ออย่างผมก็มีงานไซด์ไลนอย่างนี้แหละ​

ยังมีอีก​ที่ผม​จะบอกคุณในเรื่อง​พรรค์นี้ ​ที่เก้าอี้เสริมชั้นล่างแถวแรก ​ที่สาวสวยคนนั้น​นั่งอยู่​ เธอนั่งซับน้ำตาอยู่​ตลอดเวลา เธอ​คือดาราหน้าใหม่​ซึ่งผม​กำลัง​จะรับเธอ​ไปค้าง​ที่พัทยา​ที่เซฟเฮ้าส์ของผม ​เพื่อทดสอบการแสดงนอกบทด้วยกัน​เป็นครั้ง​ที่สอง ​แต่ผมมาด่วนตาย​ไปเสียก่อน เธอคนนี้แหละ​​ที่​เป็นสาเหตุของ​ความขัดแย้ง​ระหว่างผม​กับผู้จัดการด้วยเรื่อง​หนึ่ง​

เรา ​คือผม​กับเจ้าผู้จัดการหนวดจิ๋มคนนั้น​ มีอะไร​​ที่ไม่เหมือนกันหลายอย่างเช่น ​เขา​เป็นนายจ้างคู่สัญญา ​ส่วนผม​เป็นลูกจ้าง ​เขา​เป็นคนปั้นผมให้​เป็น​พระเอก จนผมติดตลาดกลาย​เป็นดาราใหญ่​ไปเสียแล้ว​ ​แต่ผมกลับ​เป็นคนปั้นนางเอกให้บริษัท​เขา ผม​จะ​เป็นคนตัดสินใจเองว่านางเอกหน้าใหม่​ที่​เขาเลือกมานั้น​ ​จะแสดงร่วม​กับผม​ได้หรือไม่ ​โดยผม​จะทดสอบการแสดงนอกบทนอกจอ​กับเธอก่อน ​และ​ถ้าผมพอใจในการแสดงของเธอ ผมก็​จะยอมรับแสดงในบท​และในจอ​กับเธอให้บริษัท​เขา

เรื่อง​นี้​เขารู้ ​และนี่ก็​เป็นต้นเหตุแห่ง​ความขัดแย้งของเราอย่างหนึ่ง​ ​เขาไม่​ได้​เป็นคนตัดสินใจคนเดียวในการเลือกนางเอกใหม่ๆ​ ดูเหมือนว่าผมกลับมีอำนาจตัดสินใจเลือกนางเอกมากกว่า​เขาด้วยซ้ำ​ไป

ยังมีอีกเรื่อง​​ที่​เขาควบคุมผมไม่​ได้​และไม่พอใจผม นั่น​คือผม​จะไม่ยอมแสดงให้​กับ​เขาแบบหักโหม หรือแบบหามรุ่งหามค่ำเหมือนดาราบางคน​และบางค่าย โปรแกรมการถ่ายทำของผม​ต้องกำหนดล่วงหน้า ​และผม​จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็ผมมีนัดหมาย​ที่​เป็นงานไซด์ไลนของผมเหมือนกัน

ผมมีตารางนัด​กับสาวไฮโซ ​ทั้ง​ที่​เป็นโสด​และ​เป็นหม้าย ​ทั้งหม้ายผัวตาย หม้ายผัวทิ้งรวม​ทั้งหม้ายผัวเผลอ ​ซึ่งน่า​จะเรียกว่าลูกค้าก็​ได้ จนผมเองก็แทบ​จะสับหลีกลูกค้าพวกนี้ไม่ทันอยู่​แล้ว​ ว่า​ที่จริงการรับจ๊อบนอกจอนี่มันทำราย​ได้ให้​กับผมไม่น้อยกว่าราย​ได้จากการแสดงในจอเลย​ ​ทั้งยัง​เป็นงาน​ที่ท้าทายกว่าด้วย

สำหรับเรื่อง​รับจ๊อบนอกจอพวกนี้ไม่มี​ใครรู้​แม้​แต่ผู้จัดการของผม คน​ที่รู้ก็มี​แต่ผม​กับลูกค้าของผมเท่านั้น​ ก็ผมสูงหนึ่ง​ร้อยเจ็ดสิบเก้าเซ็นต์ อดีตนักกีฬา อดีตดรัมเมเยอร์ ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่​และเต็ม​ไปด้วยพล​กำลัง หล่อออกอย่างนี้ ​ทั้งในจอ​และนอกจอ กิริยาท่าทางก็ยังแสนสุภาพ แล้ว​ก็บอกคุณตรงๆ​นะ ผมน่ะ "สุดพิเศษ" ทีเดียว ไม่มีสาวน้อยหรือสาวใหญ่คนไหน​จะลืมผม​ได้ชั่วชีวิตของเธอ หาก​ได้ร่วมแสดงบทนอกจอ​กับผม พวกเธอ​จะ​ได้รับบริการ​ที่เต็มด้วยปริมาณ​และคุณภาพจากผม ​ทั้ง​ที่​เป็นรูปธรรม​และนามธรรม เชื่อเถอะ ! คนตายไม่โกหกหรอก !

ก็ดูสาวใหญ่ทรงเสน่ห์เมียประธานบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง​ คน​ที่นั่งน้ำตาซึมอยู่​ตรงเก้าอี้หลังแม่ผมคนนั้น​ไง เธอตอบแทนค่าบริการ​ที่ผ่านมายาวนานของผมด้วยรถ บี.เอ็ม. ซีรี-เจ็ด ​ที่พัง​ไปคันนั้น​ สามีของเธอรวย​เป็นร้อยๆ​ล้าน ​เขาบริหารงานบริษัทเก่งจนทำงานบ้านไม่​เป็น มันเลย​กลาย​เป็นหน้า​ที่ของผม​ไป

อ้อ ! เกือบลืมเล่าให้คุณฟัง เรื่อง​​ความเหมือน​ระหว่างผม​กับเจ้าผู้จัดการนั่น ​ความจริง​เขาก็ชอบเรื่อง​พรรค์​ที่ผมชอบเหมือนกัน ​แต่​เขาไม่​ได้หล่อ ไม่หนุ่ม​และไม่​ได้​เป็นดาราอย่างผม ​เขาเพียง​แต่มีเงิน มีอำนาจในบริษัท ​และ​เมื่อ​เขา​ต้องการในเพศรสนอกบ้าน ​เขาจึงทำ​ได้เพียงแค่กินไก่วัด กินน้ำใต้ศอกจากผม​กับดาราในค่าย​ที่ ปลดระวางการแสดงนอกจอจากผม​ไปแล้ว​เท่านั้น​

นี่​เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง​​ที่​เขาไม่ชอบผม มัน​เป็นเรื่อง​ศักดิ์ศรีของ​เขา​ที่​ต้องต่ำต้อยลง​ถ้าเข้ามายุ่งเรื่อง​ใต้ถุนวัดพรรค์นี้ ​แต่​เขาอดใจไม่​ได้เองต่างหากเล่า

​พระสวดใกล้​จะจบแล้ว​ ผมคงอยู่​อีก​ได้ไม่นาน ขอเดินสำรวจดูอดีตลูกค้าของผมให้ทั่วหน่อย​ ผมเห็นอีกคนแล้ว​ นั่น ! นั่งอยู่​แถว​ที่ห้าคนสุดท้าย คน​ที่ผมยาวๆ​นั่นแหละ​ เธอคนนี้​เป็นเมียน้อยของนายพลหนุ่มใหญ่​ที่คุมทหาร​เป็นกองทัพ อนาคตทางทหารของ​เขายัง​จะก้าว​ไปอีกไกล ​แต่พลังทางเพศของ​เขา​ได้ขอเกษียณอายุ​ไปก่อนเวลา ผมจึง​ต้องเข้า​ไปรับ​ใช้แทน...​

ผมว่าเท่านี้ก็พอ​ที่​จะบอกคุณ​ได้แล้ว​ว่า ​พระเอกรูปหล่อคนนี้ไม่ใช่คนดีผู้มีคุณธรรมอย่าง​ที่คนทั่ว​ไปเข้าใจกันหรอก ขอให้เข้าใจเสียใหม่ด้วย !

ผมใกล้​จะ​ต้อง​ไปเต็มทีแล้ว​ ​เขามาเตือนอีกแล้ว​ ​ไปไหนก็ยังไม่รู้ ​แต่​ถ้านรกมีจริง ผมคง​ต้องผมปีนป่ายต้นงิ้วมากมาย​หลายต้น ​และหากคุณเชื่อเหมือน​ที่บางคนเชื่อว่าการพับนกกระเรียนกระดาษให้ครบพันตัว​จะทำให้คนป่วยหาย​ได้ละก็ คุณอาจ​จะทำบุญให้​กับผม​ได้ ​โดยช่วยกัน​เอากระดาษมาพับ​เป็นรูปอีกาปากเหล็ก แล้ว​​เอามันเผาศพผมแทนดอกไม้จันทน์ดู เผื่อว่าอีกาปากเหล็กจริงๆ​​ที่รอผมอยู่​บนต้นงิ้ว​จะลดจำนวนลงบ้าง !

​พระสวดจบแล้ว​ แม่ผม​กำลังถวายผ้าบังสุกุลอยู่​ ผมขอเข้า​ไปกราบเท้าพ่อ​กับแม่ผมอีกที ผมเสียใจอยู่​อย่างหนึ่ง​ ผมไม่ทัน​ได้บวชให้แม่​ได้เห็นผ้าเหลือง...​​เขาเร่งผมใหญ่แล้ว​ ​เอาละ คราวนี้ผม​ต้อง​ไปจริงๆ​เสียที ...​.. ลาก่อน - ผมเอง

ชาร ทิคัมพร ดารายอดนิยมของคุณไง !

 

F a c t   C a r d
Article ID A-847 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง ลาก่อน - ผมเอง
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๑๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3471 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 24 มี.ค. 2548, 03.37 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-3484 ], [203.188.4.176]
เมื่อวันที่ : 24 มี.ค. 2548, 12.17 น.

แงๆ​ ชาร ทิคัมพร ตายแล้ว​เหรอ แล้ว​ทีนี้​ใคร​จะเขียนเรื่อง​สั้นดีๆ​ให้อ่านล่ะเนี่ยะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : กุหลาบแดง [C-9252 ], [203.170.228.172]
เมื่อวันที่ : 22 ก.ย. 2549, 20.58 น.

ขอแสดง​ความดีใจ​กับสังคมไทย​ที่มีผู้มี​ความคิดในการ​ใช้ภาษา​และ​สามารถแสดงออกให้ผู้อื่นเห็น​และพิจารณา​ได้อย่างเหมาะสม ​เพราะสภาพ​ความ​เป็นจริง​ส่วนใหญ่​ที่เห็น.. ​ความคิดน้อยภาษาแย่ ขอ​เป็น​กำลังใจสู้ต่อ​ไปก่อนถูกเผา

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น