นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๘
อ้ายมี
ชาร ทิคัมพร
......​​. มัน​​จะเริ่ม​​ที่ถนนสายเชียงใหม่-ลำพูนก่อน ​​โดย​​จะทำรางแขวนไว้บนต้นยาง มันไม่​​ต้องลงทุนทำเสาสูงอย่างในกรุงเทพ แล้ว​​มันก็​​จะ​​เอารถไฟฟ้าขึ้น​​​​ไปวิ่งบนนั้น​​ ผมยอมไม่​​ได้ ! ...​​.....
คลิกดูภาพขยาย
ผม​กำลังขับรถจากเชียงใหม่​จะ​ไปลำพูน สองข้างทางของถนนสายนี้มีต้นยางนาปลูกเรียงรายอยู่​ยาวตลอด อายุของมันนับ​เป็นร้อยปีแล้ว​ ผมเห็นเจ้ายักษ์ใหญ่แห่งไพรพฤกษ์อยู่​​ที่สองข้างถนนนี้มาตั้งแต่ยังหนุ่ม...​ รถใกล้​จะถึงสำนักงานไฟฟ้า​ที่บ้านเด่นแล้ว​

อีกประเดี๋ยวก็​จะผ่านคิวรถสองแถว เชียงใหม่-ลำพูน แล้ว​ผมก็นึกถึง​ใครคนหนึ่ง​ขึ้น​มา​ได้ ชายร่างเล็ก​ที่​เป็นสัญลักษณ์ของคิวรถสองแถวแห่งนี้ ​เมื่อก่อน​เขา​เป็นคน​ที่ชาวบ้านสองฝั่งถนนสายนี้​จะ​ต้องรู้จักดี วันนี้ผมไม่แน่ใจว่า​เขายังทำหน้า​ที่ของ​เขาอยู่​แถวนี้หรือเปล่า ​เพราะ​ที่ผมเคยเห็น​เขานั้น​มันนานกว่าสามสิบมาแล้ว​ ถึง​พอดี ! ลองแวะดูก็​ได้...​

ผมจอดรถเข้า​ที่ริมถนนตรงข้ามคิวรถ รถสองแถวสีน้ำเงินจอดเรียงกันอยู่​ใต้ต้นยาง​เป็นระเบียบ รถบางคันเจ้าของ​กำลังงีบหลับ​เอาแรงอยู่​หลังพวงมาลัย เจ้าของรถบางคันก็เปิดวิทยุนั่งฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ บ้างก็จับกลุ่มเล่นหมากฮ๊อสกันอยู่​ข้างๆ​รถ ต้นยางใหญ่สูงเสียดฟ้าสองข้างถนนทอดเงาร่มรื่น พวก​เขารอเวลา​ที่​จะออกรถ​เมื่อถึงคิวของตัว บรรยายกาศตรงนี้เหมือน​กับ​เมื่อสมัยผมยังหนุ่ม เกือบ​จะไม่มีอะไร​เปลี่ยนแปลง ​จะมีเปลี่ยนบ้างก็​แต่รถสองแถว​ที่รุ่นใหม่ขึ้น​

"ผมมาหาอ้ายมี ! เห็นบ้างไหมอ้าย ?" ผมถามคนรถ​ที่นั่งฟังเพลงลูกทุ่งอยู่​ในรถ ​เขาขยับตัวบิดขี้เกียจ เอื้อมมือ​ไปหรี่วิทยุให้เบาลงนิด

" อ้ายมีหรือเดี๋ยวก็มา ออกรถ​ไปลำพูนนานแล้ว​ คุณรอสักครู่ นั่นไง ! มา​พอดี " ​เขาชี้มือ​ไป​ที่อ้ายมี​ที่​กำลังหมุนพวงมาลัยรถเดินเข้ามา​ที่คิวรถ​พอดี

"อ้ายมี มีคนมาพบ" คนรถคนนั้น​ช่วยตะโกนเรียกให้ผม

อ้ายมีเดินเข้ามาหาผม ​แม้​จะแก่​ไปมาก​แต่ผมก็ยังจำ​ได้ ชายร่างเล็ก​ที่ดูแข็งแกร่ง​เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนวันนี้มีผมบางลง​และมีสีขาวแซม ผิวของ​เขายังดำเกรียมแดดเหมือนเดิม มีรอยเหี่ยวย่น​ที่ใต้คาง​กับรอยตีนกา​ที่หางตา​ทั้งสองข้าง อ้ายมีมองดูผมอย่างแปลกใจ ​เขาจำผมไม่​ได้หรอก

"อ้ายมี ผมมาสัมภาษณ์อ้ายมี พอ​จะมีเวลาว่างไหม ?" ผมถามอ้ายมี คนขับรถสองแถวเชียงใหม่-ลำพูน​ที่อาวุโส​ที่สุด เรียก​ได้ว่า​เป็นรุ่นพ่อของคนขับรถ​ที่จอดรอคิวกันอยู่​ตอนนี้ทีเดียวละ !

"​ได้ซิ ! คุณ​จะถามเรื่อง​อะไร​ ? " คนขับรถอาวุโสย้อนถามผม ​เขา​เอาผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อ​ที่ไหลโชกหน้า

"ก็ถามหลายๆ​เรื่อง​ คุยกันเรื่อง​อาชีพขับรถ การบ้านการเมืองอะไร​ทำนองนั้น​" ผมอธิบายจุดประสงค์ แล้ว​ชวนอ้ายมีนั่งลง​ที่ม้าหินยาวข้างคิวรถ

"​เอาเลย​นะ ​จะ​ได้ไม่เสียเวลา อ้ายมีขับรถสายนี้มาตั้งแต่​เมื่อไรแล้ว​ ?" ผมเปิด คำถามแรก

"โฮะ ! นานมาก ตั้งแต่อายุสิบเจ็ดสิบแปดนั่นแนะ ตอนนั้น​ยังไม่​ได้ใบขับขี่เลย​" อ้ายมีบอก

"เดี๋ยวนี้อ้ายมีอายุเท่าไรแล้ว​ ?" ผมถามต่อ​ไป

"เอ ! ตอนนี้หรือ ห้าสิบกว่า...​หกสิบ ..ก็ขนาดนี้ละ ไม่เกินหกสิบหรอก ​แต่อายุมันก็​เป็นแค่ตัวเลขนะ ผมยังแข็งแรงอยู่​เลย​" อ้ายมีอวดสุขภาพตัวเอง

"อ้ายมี​เป็นคน​ที่ไหน ?" ผมถามถึงบ้านเกิดคนรถสองแถวอาวุโสคนนี้

"ลำพูนหรือไม่ก็เชียงใหม่ แหม ! ตอนผมเกิดมันก็นานมาแล้ว​เลย​จำไม่​ได้" อ้ายมีไม่แน่ใจใน​ที่เกิด

"แล้ว​ทำไมถึงมาเลือกอาชีพขับรถ" ผมเริ่มถามให้เข้าเป้า

"​ความจริงตอนแรกผมไม่​ได้อยากขับรถหรอก แม่ผมอยากให้​เป็นทนาย​ความ ​แต่พ่อซิ​เขาอยากให้ขับรถ มัน​ได้เงินเร็วดี ​ได้วันต่อวัน เ​ที่ยวต่อเ​ที่ยว เงินสดๆ​​ทั้งนั้น​ พ่อว่า​ถ้าผม​เป็นทนาย​ความ​ต้องว่า​ความก่อน​เขาถึงจ่ายเงินให้ บางที​เขาไม่มีเงินจ่ายก็มี พอเรียนจบกฎหมายผมก็มาขับรถเลย​" อ้ายมีบอก​ที่มาของการเริ่มอาชีพ

"แล้ว​ไม่เคยคิดเปลี่ยนอาชีพบ้างเลย​รึ ?" ผมถามต่อ​ไป

"ตอนแรกๆ​ก็เคยคิดเหมือนกัน ผมเคยคิด​จะตั้งบริษัทส่งออก ​แต่พ่อห้ามไว้ แกอยากให้ผม​เอาดีทางขับรถอย่างเดียว ส.ส.ผมก็เคยคิด​จะลงสมัคร​กับ​เขาเหมือนกันนะ ​แต่มาคิดดูแล้ว​อาชีพมันไม่มั่นคง ​ถ้าเกิด​ต้อง​เป็นฝ่ายค้านก็ยากจน ขับรถสองแถวดีกว่า​ได้เงินทุกวัน ผมจึงขับรถมาเรื่อย จนเดี๋ยวนี้ผมก็มีตำแหน่งเหมือนกัน " อ้ายมีหยุดแค่นี้แล้ว​ยิ้มด้วย​ความภาคภูมิใจ ​เขาอยากให้ผมถามต่อเอง

"ตำแหน่งอะไร​ละอ้าย ? " ผมถามอย่างอยากรู้

"ประธานสหพันธ์อาวุโสรถสองแถวเชียงใหม่-ลำพูน ผม​ได้รับเลือก​เป็นเอกฉันท์ติดต่อกันหลายปีมาแล้ว​ เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่มี​ใครกล้ามาสมัครแข่ง​กับผม" อ้ายมีบอกสิ่ง​ที่​เขาภูมิใจ

"แล้ว​อ้ายมีอยาก​จะลงเล่นการเมืองบ้างไหม ตอนนี้ก็มีตำแหน่งจนคนรู้จักแล้ว​ ไม่ลองลงสมัครระดับท้องถิ่นบ้างหรือ ?" ผมซักต่อ​ไปอีก

"ก็มีคนมาชวนบ่อยๆ​ คุณอย่า​ไปพูดถึงระดับท้องถิ่นเลย​ ​เมื่อเร็วๆ​นี้ท่านนายกทักษิณมาเชียงใหม่ ท่านยังมาทาบทามผมด้วยตัวเอง​จะให้ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคของท่าน ท่านมานั่งอยู่​ตรงนี้ อย่าง​ที่คุณ​กำลังนั่งคุย​กับผมอยู่​นี่แหละ​ ​แต่ผมปฏิเสธ​ไป ผมไม่ชอบเล่นการเมือง ​ความจริงก็สงสารท่านเหมือนกันนะ ! พอผมบอกปฏิเสธ​ไป ท่านน้ำตาซึมเลย​ ​เมื่อตอนเลือกวุฒิสมาชิกครั้งแรก​ใครๆ​ก็เชียร์ให้ผมลงสมัครวุฒิเชียงใหม่ ผมว่า​ถ้าลง​เป็น​ได้แน่ ​แต่บอกแล้ว​ผมไม่สนการเมือง เลย​ไม่สมัคร" แล้ว​อ้ายมีก็เล่าต่อ​ไป

"ผม​กำลัง​จะสมัคร​เป็นประธานสหพันธ์รถสองแถวแห่งประเทศไทย ผม​จะต่อสู้​เพื่อคนขับรถสองแถว ไม่ให้​ความเจริญทางเทคโนโลยีมาแย่งอาชีพเรา" ​ทั้งน้ำเสียง​และท่าทางของ​เขาดูจริงจัง เหงื่อ​เป็นเม็ดๆ​ ผุดขึ้น​มา​ที่หน้าผากอีก

"มัน​เป็นยังไงละ ! ​เขา​จะมาแย่งอาชีพ​ได้ยังไง ?" ผมถามประธานสหพันธ์อาวุโสรถสองแถวเชียงใหม่-ลำพูน

"คุณไม่รู้หรอกมัน​กำลังวางแผนกันอยู่​ มัน​จะ​เอารถไฟฟ้ามาวิ่งรับคน​ที่เชียงใหม่แทนรถสองแถว ​เมื่อวานมันก็แอบ​เอามาลองวิ่งกัน​ที่ถนนนี้นี่แหละ​"

"รถไฟฟ้านะหรือ ? ถนนไหนอ้ายมี ! ถนนเชียงใหม่-ลำพูน​ที่มีต้นยางนี่นะหรือ ?" ผมถามด้วย​ความแปลกใจ

"ใช่ ! คุณไม่รู้อะไร​ คุณคงไม่​ได้อยู่​แถวนี้ ​เมื่อวานตอนกลางคืน มันแอบ​เอารถไฟฟ้ามาวิ่งกันสองคันตอนไฟฟ้าดับ มาจากสถานีใหญ่ของมัน​ที่บ้านเด่น ​เป็นรถ สีส้ม​ทั้งสองคัน มัน​จะถือโอกาสแอบวิ่งตอนกลางคืน​ถ้าฝนตกแล้ว​ไฟฟ้าดับ ​เพื่อไม่ให้พวกผมรู้ตัว พอไฟฟ้ามาสว่างมันก็​จะรีบวิ่งหนีกลับ​ไปสถานีมัน​ที่บ้านเด่นอีก" อ้ายมีอธิบายเรื่อง​แผนชั่วร้ายของโครงการรถไฟฟ้าเชียงใหม่

"ผมรู้ยิ่งกว่านั้น​อีก เรามีเครือข่ายของเราในพม่า เรารู้ว่าตอนนี้ทางเทศบาลเชียงใหม่​เขา​กำลังสั่งต่อรถไฟฟ้าหลายสิบคัน​ที่เมืองยอนในพม่า ใกล้อำเภอแม่สาย ​เขาวางแผน​จะ​เอามาวิ่งทับสายรถสองแถวในเชียงใหม่​ทั้งหมด" อ้ายมีหยุดพูดแล้ว​แหงนหน้าขึ้น​มองต้นยางใหญ่ข้างถนน

"มัน​จะเริ่ม​ที่ถนนสายเชียงใหม่-ลำพูนก่อน​โดย​จะทำรางแขวนไว้บนต้นยาง มันไม่​ต้องลงทุนทำเสาสูงอย่างในกรุงเทพ แล้ว​มันก็​จะ​เอารถไฟฟ้าขึ้น​​ไปวิ่งบนนั้น​ ผมยอมไม่​ได้ ต้นยางนี้เจ้าเมืองเชียงใหม่ปลูกมา​เป็นร้อยกว่าปี ​ถ้า​จะ​เอารถไฟฟ้า​ไปแขวนไว้ตลอดยี่สิบกิโลเมตรผมยอมตายดีกว่า ! " อ้ายมีบอกด้วยเสียงดุดันขึ้น​ แล้ว​ก็บอกต่อ​ไป

"เดือนหน้าผม​จะ​ต้อง​ไปพบท่านนายกทักษิณ ผม​จะเล่าเรื่อง​นี้ให้ท่านฟัง ผมว่าท่าน​ต้องเชื่อผม ​และ​ถ้าท่านสั่งระงับโครงการนี้​ได้ผม​จะยอมลงสมัคร​เป็น ส.ส.ให้พรรคท่านสมัยหน้า คุณคอยดูก็แล้ว​กัน" อ้ายมีบอกด้วยน้ำเสียง​ที่มั่นอกมั่นใจ

"ตั้งแต่ขับรถมาอ้ายมีเคยถูกตำรวจจับบ้างไหม ?" ผมพยายาม​จะเปลี่ยนประเด็นเสียบ้าง ไม่ให้เรื่อง​มันหนักเกิน​ไป

"เคยสิ ! ​เมื่อเร็วๆ​นี้เอง ตำรวจ​ที่สารภีจับผมหาว่าผมผ่าไฟแดง ​เขาแกล้งจับผม ผมไม่ยอมเสียค่าปรับ ​เขาเลย​​เอาผม​ไปฟ้องศาล ​แต่ก็พา​ไปผิดศาลดันพา​ไป​ที่ศาลเด็ก โอ้โฮ ! ​ทั้งศาลมี​แต่เด็ก​ทั้งนั้น​ตั้งแต่เจ้าหน้า​ที่ศาล นักการ ภารโรงจนถึงผู้พิพากษาก็​เป็นเด็ก ตอนผม​ไปถึงวิ่งเล่นกันเจี๊ยวจ๊าว​ไปหมด พุทโธ่ ! ผมจบกฎหมายมาตั้งแต่พ่อผู้พิพากษายังไม่เกิดเลย​ ใน​ที่สุด​เขาก็​ต้องยกฟ้องผม" อ้ายมีอวด​ความเก่งทางกฎหมายของ​เขาเอง

"อ้ายมีเคย​ได้ยินเรื่อง​โครงการรถกระเช้า​ไฟฟ้าขึ้น​ดอยสุเทพบ้างไหม ?" ผมพยายามหาเรื่อง​ใหม่มาคุย​กับ​เขา

"อ้อ​ได้ยินสิ ! ​เขา​จะทำกระเช้า​แขวนขึ้น​​ไปถึงดอยสุเทพ ​แต่ถูกพวก เอ็น.จี.โอ. คัดค้าน​เพราะ​จะ​ต้องตัดต้นไม้ออก​เพื่อทำแนวกระเช้า​​และเสาเหล็ก" อ้ายมีรอบรู้จริงในสายงานคมนาคมของเมืองเชียงใหม่ สม​กับตำแหน่งของ​เขา

"​แต่มันมีทางออก​ที่​ไปกัน​ได้ ทางสมาพันธ์ของเราคิดกันไว้แล้ว​ เรา​จะเสนอให้ทำสายเคเบิ้ลโยง​ไปตามต้นไม้จากตีนดอยจนถึงวัด​พระธาตุ ​จะ​ได้ไม่​ต้องตัดต้นไม้ ​และตัวกระเช้า​นั้น​ให้​เอารถสองแถวเก่าของพวกเรามาแขวนแทนกระเช้า​ คันหนึ่ง​ก็มีคนนั่ง​ได้ประมาณสิบคน ​ได้บรรยากาศแบบเก่า แล้ว​ไม่​ต้องเสียเงินสั่งซื้อตัวกระเช้า​มาจากนอก ​ถ้า​เป็นแบบนี้มี​แต่​ได้​กับ​ได้ แถม​เป็นการเ​ที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกด้วย" นี่​เป็นคำอธิบาย​ที่เฉียบคม​ซึ่งกลุ่ม เอ็น.จี.โอ.​จะ​ต้องรับฟัง !

"ประธาน ! " มีเสียงตะโกนเรียกมาจากพวก​ที่นั่งอยู่​​ที่คิวรถ

"ถึงคิวรถประธาน​จะออก​ได้อีกแล้ว​ ยังไม่​ไปอีกหรือ เสียเวลารถคนอื่นเน้อ !" อีกเสียงหนึ่ง​ดังตามมา อ้ายมีหันขวับเข้าใส่พวกนั้น​ทันที

"เดี๋ยวซิ ! ก็กู​กำลังให้สัมภาษณ์​เขาอยู่​พวกมึงไม่เห็นหรือไง ? " อ้ายมีตอบพวกนั้น​ แกฉุน​เอา​กับ​เพื่อนร่วมคิวรถรุ่นลูก ​ที่มาเร่งการสัมภาษณ์ของผม

"วันนี้คง​จะ​ต้อง​เอาเท่านี้ก่อนนะคุณ ไอ้พวกนี้มันเร่งแล้ว​ ผม​จะ​ต้อง​ไปลำพูนอีกเ​ที่ยว" อ้ายมีออกตัว​กับผม

" อ้อ ! เดี๋ยว คุณมาจากไหนนะ ? " อ้ายมีถามผม

"ผมมาจากโรงพยาบาลเชียงใหม่จิตเวชครับ​อ้าย" ผมตอบส่งเดช​ไปอย่างนั้น​ ​แต่ก็เห็นอ้ายมีถึง​กับสะดุ้ง ก่อน​ที่​จะบอก​กับผมว่า

"อ๋อ ! ผมก็เคยอยู่​​ที่นี่มาก่อน" แล้ว​​เขาก็หยุดอยู่​แค่นั้น​ อีกอึดใจหนึ่ง​จึงบอกต่อ​ไปว่า

"​แต่นานมาแล้ว​นะ ! ผมอยู่​แผนกขับรถนะ วันหลังค่อยคุยกันใหม่นะคุณ" แล้ว​ประธานสหพันธ์อาวุโสรถสองแถวเชียงใหม่-ลำพูน ก็ลุกลี้ลุกลนก้มลงหยิบพวงมาลัยรถยนต์เก่า ​ซึ่งวางไว้​ที่พื้นขึ้น​มาถือไว้​ทั้งสองมือในท่าขับรถ

​เขายืนขึ้น​...​ส่งเสียง " บรื๊น..น..น ๆ​ ปี๊น ๆ​ ๆ​ " ออกมาจากปาก มือถือพวงมาลัยรถยนต์เก่าประจำตัว วิ่งเหยาะๆ​ออกจากคิวรถมุ่งหน้า​ไปทางลำพูน

อ้ายมียังทำเหมือน​ที่เคยทำทุกวันตลอดสามสิบกว่าปี​ที่ผ่านมา เพียง​แต่วันนี้ดู​เขา​จะลนลาน​ไปหน่อย​ จนเกือบ​จะถูกรถ​ที่ขับสวนมาชน

​และก่อน​ที่​จะเดินข้ามถนนกลับ​ไปถึงรถ​ที่จอดไว้ ผมก็​ได้ยินเสียงจากคิวรถดังมาเข้าหู...​

"กูว่าไอ้คนถาม​กับคนตอบมันคงเคยอยู่​​ที่เดียวกันมาก่อนนั่นแหละ​วะ !"...​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-844 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง อ้ายมี
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๐๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๒
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3441 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 22 มี.ค. 2548, 11.21 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น