นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๘
บทเพลงแห่งแสงจันทร์ ตอน 5-7
อัญชา
...มาลาตีนั่งมองคนเหล่านั้น​​ด้วย​​ความสนใจ เธอลืมภาพของวศิน​​และเกรซ​​ไปชั่วขณะ เวลานี้สายตาของเธอจับจ้อง​​ที่นักดนตรีนิรนามท่าทางประหลาดคนนั้น​​อย่างไม่วางตา ​​เมื่อชายหนุ่มหันมาครั้งใด จึงพบ​​กับสายตาของหญิงสาว​​ที่​​กำลังจ้องมอง​​เขาอยู่​​เสียทุกครั้ง​​ไป...
5.
"แหม ตอนคุณมาลาตีเขินเนี่ย น่ารักจังนะคะ​ ​เอา​เป็นว่า เกรซ​จะเก็บเรื่อง​นี้ไว้​เป็น​ความลับนะคะ​ รับรองว่านายโอ๊ต​จะไม่มีทางรู้เด็ดขาดค่ะ​ เชื่อใจเกรซ​ได้เลย​ค่ะ​"
เกรซยักคิ้ว​กับมาลาตี​เป็นเชิงสัญญาอย่างมั่นเหมาะ วศินหันมาเห็นสองสาว​กำลังคุยกันกระหนุงกระหนิงตรงมุมห้องก็นึกแปลกใจ ​แต่ก็แอบดีใจอยู่​ลึก ๆ​ ​ที่​เพื่อนสนิทของ​เขา​กับมาลาตีดูเหมือน​จะเข้ากัน​ได้ดี

"ทุกอย่างเรียบร้อย​ดีใช่มั้ย?"
เกรซถามวศินหลังจากส่งสตีเฟ่นขึ้น​รถเรียบร้อย​แล้ว​
"อืม เรียบร้อย​ดี มิสเตอร์สตีเฟ่นตกลงเช่าห้องพักของเรานะ ให้ทางเราจัดการเรื่อง​สัญญาเช่า​ได้เลย​"
"ตัดสินใจรวดเร็วดีแฮะ เรากะแล้ว​ว่ามิสเตอร์สตีเฟ่น​ต้องชอบ​ที่นี่แน่ ๆ​ เกรซเดารสนิยมลูกค้า​ได้ถูก​ต้องเสมอ"
"จ้ะ​ แม่คนเก่ง เธอนอนรอรับเงิน​ได้เลย​ล่ะ"
"ไม่​ต้องชม ชั้นรู้แล้ว​ล่ะว่าตัวเองเก่ง"
เกรซทำหน้ายียวนจนวศินนึกหมั่นไส้
"น้อย ๆ​ หน่อย​แม่คุณ ภูมิใจจนออกนอกหน้าเชียวนะ"
"ไม่​ได้หรอก เรา​ต้องรู้จักภาคภูมิใจใน​ความ​สามารถของตัวเองสิ ​ถ้าลองไม่มั่นใจในตัวเองเลย​ แล้ว​​จะมีวันทำอะไร​สำเร็จ​กับ​ใคร​เขาบ้างไหม? ​ถ้า​แม้​แต่เจ้าตัวยัง​เอา​แต่ดูถูกตัวเอง แล้ว​​จะมีโอกาส​ได้รู้จัก​กับคำว่าประสบสำเร็จเหรอ?"
"พูดด้วยหน่อย​เดียว ตอบซะยาวเชียว"
"ไม่​ต้องมากระแนะกระแหนชั้นเลย​ นายนั่นแหละ​ ​จะทำอะไร​ก็รีบ ๆ​ ทำเข้า มัว​แต่ท่ามาก​จะหาว่าไม่เตือนไม่​ได้นะ"

เกรซพูดทิ้งท้ายไว้ก่อน​จะชำเลือง​ไปทางมาลาตี​ที่​กำลังยืนคุยอยู่​​กับลูกค้าอีกคนหนึ่ง​

"มีคำแนะนำอะไร​ดี ๆ​ บ้างไหมล่ะ?"
"อย่างเรา​จะ​ไปแนะนำอะไร​​ได้ นายนั่นแหละ​ ​จะทำอะไร​ก็รีบ ๆ​ ทำซะ อยากบอกอะไร​ก็รีบบอก ของดีอยู่​ใกล้แค่เอื้อม ​ถ้านายไม่รีบคว้ามัว​แต่ทำใจเย็นอยู่​ ประเดี๋ยวเถอะ คนอื่น​ได้คว้า​ไปอีกหรอก"

คำพูดของเกรซทำให้วศินนึกถึง​ความผิดพลาดของตัวเองในอดีต ภาพดวงฤดีคนรักเก่าหวนกลับมารบกวนจิตใจของ​เขาอีกครั้ง

"ขอบใจใน​ความหวังดีของเธอนะเกรซ ขอบใจ" วศินพูดเสียงเบา
"อืม เราก็ทำ​ได้แค่นี้แหละ​โอ๊ต ​ที่เหลือนาย​ต้องจัดการเองนะ เรา​เอาใจช่วย"
"ขอบใจมาก​เพื่อน"
วศินคว้ามือของเกรซมาจับแทนคำขอบคุณ
"คำพูดมันกินไม่​ได้น่ะโอ๊ต ขอค่าตอบแทน​เป็นอย่างอื่น​ได้ไหม?"
"แล้ว​​จะ​เอาอะไร​ล่ะแม่คุณ หรือ​จะให้เลี้ยงข้าว? กินจุมั้ยเราน่ะ"
"แหวะ ข้าวน่ะ เราซื้อกินเอง​ได้"
"แล้ว​​จะ​เอาอะไร​ล่ะแม่คุณ" วศินเกาหัวแกรก ๆ​
เกรซทำหน้าเจ้าเล่ห์ เธอยื่นหน้าเข้า​ไปใกล้วศิน
"ก็...​แค่นายจีบคุณมาลาตี​ได้สำเร็จก็พอละ...​"
"บ้า" วศินยกแฟ้มเอกสาร​ที่อยู่​ในมือไล่ทุบลงบนหัว​เพื่อนสาว

เกรซโยกตัวหลบ​ไปมาจนเกือบล้ม วศินจึงเอื้อมมือ​ไปคว้าตัวเธอ​เอาไว้ ภาพ​ที่ออกมาจึงมองดูคล้ายคู่รัก​ที่​กำลังหยอกล้อกัน

มาลาตีหัน​ไปทางต้นเสียง ภาพชายหนุ่ม​กำลังโอบรอบเอวหญิงสาวทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบ จากภาพ​ที่เห็นทำให้เธอคิด​ไปว่า​ความสัมพันธ์ของ​ทั้งคู่คง​จะมากเกินกว่าแค่คำว่า​เพื่อนสนิท


"คุณมาลาตีครับ​ เดี๋ยววันนี้ช่วยพิมพ์สัญญาเช่าของมิสเตอร์สตีเฟ่นให้ผมด้วยนะครับ​"
"ค่ะ​" มาลาตีรับคำเพียงสั้น ๆ​ รอยยิ้ม​ที่เคยมีเลือนหาย​ไป
วศินสังเกต​ได้ถึง​ความผิดปกตินั้น​
"คุณมาลาตีไม่สบายหรือเปล่าครับ​? ดูซึม ๆ​ ​ไป"
"เปล่านี่คะ​ ตีคงเหนื่อยนิดหน่อย​น่ะค่ะ​ ​พอดี​เมื่อคืนก่อนนอนดึก​ไปหน่อย​ก็เลย​เพลีย ๆ​ ค่ะ​ ไม่​ได้​เป็นอะไร​มากหรอกค่ะ​"

มาลาตีแก้ตัว​ไปอย่างนั้น​ ​ทั้ง​ที่จริง ๆ​ แล้ว​ภาพ​ความสนิทสนมของวศิน​กับเกรซ​ที่เธอเห็น​เมื่อตอนบ่ายนั่นต่างหาก​ที่คอยรบกวนจิตใจเธอ

"​ถ้าไม่​เป็นอะไร​มากผมก็โล่งใจ พักผ่อนมาก ๆ​ นะครับ​ ผม​เป็นห่วง"
ถ้อยคำของชายหนุ่มทำให้มาลาตีรู้สึกอุ่นวาบในใจ ​แต่เพียงครู่เดียว​ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็ประเดประดังเข้ามาอีกครั้ง
"ขอบคุณค่ะ​ ตีของตัวทำงานก่อนนะคะ​"

พูดจบมาลาตีก็นั่งหันหลังให้วศินแล้ว​ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัว

วศินงุนงง​กับอาการหมางเมินของหญิงสาว ​แต่​เขาก็ไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุ​ที่แท้จริง
ค่ำวันนั้น​ มาลาตีนัดเจอ​กับสินีอีกครั้ง

"นี่ยายตี วันนี้เจอกัน​ที่ร้านนั้น​เลย​แล้ว​กันนะ ชั้นกะว่า​จะกินอะไร​สักหน่อย​แล้ว​ก็นั่งฟัง​ที่นั่นซะเลย​ วันก่อนยังไม่ค่อย​ได้ฟังเท่าไหร่ ดันง่วงซะก่อน"
"​ได้สิ เดี๋ยวเราเก็บของเสร็จก็​จะรีบ​ไปแล้ว​ล่ะ"
"จ้ะ​ มาเร็ว ๆ​ นะ อีกไม่เกินสิบนาทีเราก็​จะถึงร้าน​ที่ว่านั่นแล้ว​ล่ะ"


ครึ่งชั่วโมง​ต่อมา มาลาตีก็มาถึงร้านอาหารกึ่งผับแห่งนั้น​ ม่านน้ำ​ที่กระจกบดบังสายตาเธอไม่ให้เห็นบรรยากาศภายใน จน​เมื่อเธอผลักประตูไม้สีน้ำตาลไหม้นั้น​เข้ามา เธอจึงเห็นหญิงชายนับสิบนั่งจับกลุ่มกันตามโต๊ะอาหารภายในร้าน

มาลาตีพาร่าง​และหัวใจ​ที่ไม่อยู่​​กับเนื้อ​กับตัว​ไปพบสินี​ที่มารออยู่​ก่อนแล้ว​

"มาถึงนานแล้ว​เหรอ?"
"อืม ก่อนหน้าเธอไม่นานหรอก เนี่ยเพิ่งสั่งอาหาร​ไป​เมื่อกี้เอง กะว่า​ถ้าเธอมาถึง​จะ​ได้ไม่​ต้องรอนาน"
"รอบคอบเสมอเลย​นะจ๊ะ​ คุณนายสินี"
"ไม่​ได้สิเธอ ชั้นรอบคอบเสมอ เค้าเรียกว่ามองการณ์ไกลจ้ะ​ มองอะไร​ให้รอบคอบแล้ว​ก็คิดให้รอบคอบก็แค่นั้น​"
สินีพูดฉอด ๆ​ จนไม่ทัน​ได้สังเกตสีหน้าของมาลาตี
"นั่นสิ ​ต้องหัดมองอะไร​ให้รอบคอบ.."
"​เป็นอะไร​​ไปน่ะเธอ ดูเหม่ ๆ​ พิกล"
"ไม่​เป็นไรมากหรอกจ้ะ​ นอนน้อยน่ะ เลย​เพลีย"
มาลาตีพูดปด​ไป​เพื่อให้​เพื่อนสบายใจ ​ทั้ง​ที่ในใจจริง ๆ​ แล้ว​เธอยังคงเฝ้านึกถึง​แต่เรื่อง​ของวศิน​กับเกรซ
"ไม่​เป็นไรก็ดีแล้ว​ ลงมือกินกันเลย​ดีกว่า"

ปลากะพงนึ่งตัวใหญ่ถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ ขิงซอยส่งกลิ่นหอมแข่ง​กับน้ำซีอิ๊ว​ที่ราดบนตัวปลา ข้าวสวยร้อน ๆ​ ในจานส่งกลิ่นหอมเย้ายวน ต้มยำร้อน ๆ​ ก็ถูกจัดวางบนพื้น​ที่ว่าง ​ทั้งสองสาวรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

มาลาตีพูดน้อยจนสินีรู้สึก​ได้ถึง​ความผิดปกติ เธอจึงตัดสินใจถาม​เพื่อนสาวตรง ๆ​
"คิดมากเรื่อง​อะไร​หรือตี? เจ้านายเธอเหรอ?"
มาลาตีหันมาทำหน้าเศร้า
"เราคิดว่าคุณวศินอาจ​จะมีคน​ที่ชอบพออยู่​แล้ว​.."
"ตายแล้ว​ อะไร​กัน อะไร​ทำให้เธอคิดแบบนั้น​ล่ะตี?"
"เราเห็น​เขาจับมือกัน...​"
"แค่นั้น​น่ะนะ?" สินีจ้องหน้ามาลาตีเขม็ง
"อืม แค่นั้น​แหละ​"
"โอ๊ย ไม่เข้าท่าเลย​เธอนี่ ผู้ชายผู้หญิงจับมือกันไม่​ได้หมาย​ความว่า​ต้อง​เป็นคนรักกัน​ไปหมดซะ​เมื่อไหร่ล่ะ ดูอย่างอีตาคนนั้น​สิ"
"คนไหน?" มาลาตีทำหน้าสงสัย

สินีชี้มือ​ไปทางนักดนตรีหนุ่มผมยาว​ที่​กำลังเดินจับมือทักทาย​กับแฟนเพลงในร้าน

"อีตาคนนั้น​น่ะเหรอ?"
"ใช่ อีตาคนนั้น​นั่นแหละ​ ดูสิ ​เขาก็เดินจับมือ​กับลูกค้า​ไปทั่ว ไม่เห็นมีอะไร​บอกว่า​เขา​ต้องมีอะไร​​กับผู้หญิงทุกคน​ที่จับมือด้วยสักหน่อย​"
"​แต่ผู้หญิง​ที่​เขาจับมือด้วย​เป็นชาวต่างชาติ​ทั้งนั้น​นี่นา แล้ว​การจับมือกันก็​เป็นวัฒนธรรมการทักทายอย่างหนึ่ง​ของพวก​เขา"
มาลาตีพยายามค้าน

"ใช่ไง เราก็อยาก​จะบอกเธอว่าอย่างนั้น​แหละ​ เธอเองก็เคยบอกเราไม่ใช่เหรอว่า คุณวศินน่ะเคย​ไปเรียนเมืองนอกเมืองนามา แล้ว​บางที การจับมือถือแขน​ที่เธอเห็นน่ะ คุณวศินอาจคิดว่ามัน​เป็นแค่การทักทายหรือ​เป็นแค่วัฒนธรรมอย่างหนึ่ง​ก็​ได้ ไม่เห็น​จะ​ต้องเก็บอะไร​มาคิดให้มากมาย​เลย​"
"​แต่...​​แต่เราเห็น​เขา​กับ​เพื่อนแทบ​จะกอดกันกลมเลย​นะ"
"เธอว่าไงนะ?" สินีตาโต
"ก็​เมื่อวานนี้ หลังจากส่งลูกค้าขึ้น​รถแล้ว​น่ะ เราหัน​ไปเห็นคุณวศินโอบเอว​เพื่อน​เขา.. แล้ว​พอเราหัน​ไป พวกเค้าก็ผละจากกัน​พอดี แล้ว​ก็ทำเหมือนไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​"
"​ถ้าอย่างนั้น​มันก็อาจ​จะไม่มีอะไร​จริง ๆ​ ก็​ได้นะ"
"แล้ว​​จะเชื่อ​ได้เหรอสินี"
"​เอา​เป็นว่าอย่าเพิ่งคิดมาก ดู​ไปก่อนว่าท่าทีของผู้หญิงคนนั้น​​เป็นยังไง ยังพูดคุย​กับเธอตามปกติไหม แล้ว​ก็​ที่สำคัญ ​ต้องสังเกตท่าทางของเจ้านายเธอให้มาก ​ถ้าเค้าทำอะไร​​ที่มันพิเศษ ๆ​ ให้เธอ ก็แสดงว่า คน​ที่​เขามี​ความรู้สึกพิเศษด้วย​คือเธอ.."

สินีพยายามปลอบมาลาตีจนเธอคลาย​ความกังวลลงอย่างเห็น​ได้ชัด

"ขอบใจมากจ้ะ​สินี ​เอา​เป็นว่า เรา​จะพยายามทำตาม​ที่เธอแนะนำก็แล้ว​กันนะ...​"
ครู่เดียวนักดนตรีคนนั้น​ก็เดินมาจนเกือบ​จะถึงโต๊ะ​ที่มาลาตี​กับสินีนั่งอยู่​ ​และ​เป็นอีกครั้ง​ที่ชายหนุ่มแสดงอาการคล้าย​จะตกใจ​ที่​ได้เจอมาลาตี
"อะไร​กันน่ะมาลาตี เธอ​ไปทำอะไร​ไว้เหรอ? ทำไม​เขาถึง​ได้ทำท่าเหมือน​กับกลัวเธออย่างนั้น​แหละ​"
มาลาตีส่ายหน้า
"ไม่รู้เหมือนกันนะนี ​แต่เรามั่นใจว่าเราไม่​ได้ทำอะไร​นอกจากนั่งดูอยู่​เฉย ๆ​ นี่นา"
"จริงของเธอ แล้ว​ตกลงตาคนนี้กลัวอะไร​เธอนักหนานี่?"
"นั่นสิ" สองสาวนั่งมองนักดนตรีหนุ่มนิรนามคนนี้ด้วย​ความสงสัย

ทางด้านนักดนตรีหนุ่มก็อยู่​ไม่สุข ​เมื่อจำ​ได้ว่าหญิงสาวร่างระหง​ที่นั่งอยู่​ไม่ไกลจาก​เขานัก ​คือ มาลาตี

"อะไร​​จะซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้ ร้านอื่นมีเยอะแยะ​ไป ทำไม​ต้องเจาะจงมานั่งร้านนี้กันอีกเนี่ย...​"
​เขาบ่นพึมพำ​กับตัวเอง พลางก้มหน้างุด ๆ​ ปรับเสียงเครื่องดนตรีของตน ​แต่ก็ยังไม่วายหวาดระแวงสายตาสองคู่​ที่อยู่​ทางด้านหลัง

ไม่นานนัก นักดนตรีคนอื่น ๆ​ ก็เดินขึ้น​​ไปบนเวทียกพื้นเตี้ย ๆ​ นั้น​ ต่างคนต่างลองปรับเสียงเครื่องดนตรีของตนให้เข้า​ที่​พร้อมสำหรับการ​ใช้งาน

มาลาตีนั่งมองคนเหล่านั้น​ด้วย​ความสนใจ เธอลืมภาพของวศิน​และเกรซ​ไปชั่วขณะ เวลานี้สายตาของเธอจับจ้อง​ที่นักดนตรีนิรนามท่าทางประหลาดคนนั้น​อย่างไม่วางตา ​เมื่อชายหนุ่มหันมาครั้งใด จึงพบ​กับสายตาของหญิงสาว​ที่​กำลังจ้องมอง​เขาอยู่​เสียทุกครั้ง​ไป

"ซวยแล้ว​สิ ไม่น่าหัน​ไปเลย​ ทีนี้เลย​จ้องตาไม่กระพริบเลย​ โธ่ๆ​ ไอ้เกลอเอ๊ย รีบ ๆ​ กลับมาสักทีสิ"
​เขามีเวลารำพึง​กับตัวเอง​ได้ไม่นานนัก ​เพราะอีกไม่กี่วินาที​ต่อมา บทเพลงแห่งค่ำคืนก็ถูกบรรเลงขึ้น​..
เสียงกีต้าร์อะคูสติคเนิบช้า ดึง​ความสนใจของลูกค้าภายในร้านให้หันมามองยังเวที​เป็นจุดเดียว ท่าทางลุกลิก​เมื่อครู่ของนักดนตรีผมยาวผู้นั้น​หาย​ไป​โดยสิ้นเชิง ​เขาดูเยือกเย็นอย่างเห็น​ได้ชัดจนมาลาตีเองยังอดทึ่งไม่​ได้ ​ความละเมียดละไมจากปลายนิ้ว​ที่พรมพร่างลงบนคีย์เปียโน ทำให้มาลาตีเผลอมองตาม​โดยไม่รู้ตัว

Lover’s Moon ​คือ บทเพลง​ที่สร้าง​ความเคลิบเคลิ้มให้​กับลูกค้าในร้าน​ได้อย่างมากมาย​ เสียงร้องนิ่มหู ผสาน​กับ​ความละเมียดของดนตรีอัน​เป็น​ส่วนประกอบ​ที่สำคัญของบทเพลง ทำให้หลายคนโยกตัวช้า ๆ​ ตามจังหวะ ในขณะ​ที่อีกหลายคนพากันร้องคลอตาม

There's a lover's moon tonight
As I look back over my shoulder
All the stars are shining bright
Just like the nights when I used to hold her
ในค่ำคืน​ที่​พระจันทร์แห่งรักสาดแสง
ราว​กับว่าฉัน​ได้มองย้อนหลังกลับ​ไป
ดวงดาว​ทั้งมวลต่างส่องแสงนวลกระจ่าง
เหมือนดั่งคืน​ที่ฉันเคย​ได้กอดเธอ

She's out there somewhere
under the lover's moon
เธอคงอยู่​​ที่ไหนสักแห่งภายใต้​พระจันทร์แห่งรักนี้

Lover's moon won't you shine on me
And answer with a memory
I wish I may, I wish I might
Have one last chance to hold her tight
​พระจันทร์แห่งรัก ขอจงอย่าสาดแสงส่องลงมายังฉัน
​และตอบฉันด้วยภาพ​ความทรงจำนั้น​
ฉันปรารถนาว่าฉัน​จะทำ​ได้ ฉันปรารถนาอย่างแรงกล้าว่า​จะ​ต้องทำให้​ได้
ขอให้ฉัน​ได้มีโอกาสโอบกอดเธออีกสักครั้งเถิด

Waiting, I know she's waiting
I know she waits for me
under the lover's moon
การรอคอย ฉันรู้ว่าเธอนั้น​​กำลังรออยู่​
ฉันรู้ว่าเธอ​กำลังเฝ้ารอฉัน
ภายใต้ดวงจันทร์แห่งรักดวงนี้

There's a lover's moon tonight
Shining down on heaven this world
So many souls all get it's light
But for me there is just one girl
คืนนี้​พระจันทร์แห่งรัก​ได้สาดแสง
ส่องลงมายังสวรรค์บนดินแห่งนี้
จิตวิญญาณทุกดวง​จะ​ได้รับแสงสว่างนั้น​
​แต่สำหรับฉันแล้ว​ สิ่ง​ที่​ต้องการ​คือหญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น​

And she's waiting, I know she's waiting
I know she waits for me under the lover's moon
Under the lover's moon
​และเธอ​กำลังเฝ้ารออยู่​ ฉันรู้ว่าเธอ​กำลังเฝ้ารออยู่​
ฉันรู้ เธอ​กำลังเฝ้ารอฉันอยู่​ภายใต้​พระจันทร์แห่งรัก
ใต้​พระจันทร์แห่งรัก

​แม้คืนนี้​จะไม่ใช่คืน​ที่​พระจันทร์เต็มดวง ​แต่​ทว่าคู่รักหลายคู่ต่างส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้แก่กัน มาลาตีแอบเห็นบางคู่​กำลังโอบกอดกันอย่างอบอุ่น บ้างก็กระซิบกระซาบบอก​ความรู้สึกในใจให้แก่กัน ขณะ​ที่บางคู่ประสานสายตากันภายใต้แสงเทียน
​ความรัก อาจ​ต้องการเพียงสื่ออะไร​สักอย่างหนึ่ง​​ที่ทำให้​ความรู้สึกนั้น​เดินทาง​ไปถึงผู้รับ ​ซึ่งบางครั้งอาจมิใช่ด้วยคำพูด หาก​แต่​เป็นสายตา​ที่สะท้อน​ความรู้สึกภายในอันปี่ยมล้น...​




6.
"ฉันตัดสินใจแล้ว​" มาลาตีโพล่งออกมาจนสินีตกใจ
"อะไร​ยัยตี? ตัดสินใจอะไร​ของเธอ อยู่​ ๆ​ ก็พูดออกมา ดูสิ ชั้นตกใจแทบแย่"
"​จะอะไร​เสียอีกล่ะ ก็นิยายเรื่อง​ใหม่ของเราน่ะสิ"
"นิยายเรื่อง​ใหม่?" สีนีทวนคำ
"ใช่ นิยายเรื่อง​ใหม่ของเรา เราตกลงใจแล้ว​ว่า​จะเขียนเรื่อง​นักดนตรี"
"หือ? ​เอาอย่างนั้น​เลย​เหรอ? ​ใคร​เป็นคนจุดประกายล่ะนี่?"
"พี่ บ.ก. น่ะ ทางสำนักพิมพ์​กำลังอยาก​ได้เรื่อง​​ที่เกี่ยว​กับชีวิตของคนกลางคืน​พอดี เราเองก็นั่งคิดอยู่​หลายวันแล้ว​ล่ะว่า​จะเขียนเรื่อง​เกี่ยว​กับอะไร​ดี ​แต่ตัดสินใจแล้ว​ ตกลงว่าเรา​จะเขียนเรื่อง​​ที่เกี่ยว​กับนักดนตรีนี่แหละ​"

แววตาของมาลาตีแสดง​ความมาดมั่น

"แล้ว​เธอ​จะอิงชีวิต​ใคร​เป็นตัวต้นแบบล่ะ?"
สินีถาม หาก​แต่มาลาตีไม่ตอบสายตาของเธอจับจ้อง​ไปยังชายหนุ่มคนหนึ่ง​ ​เมื่อสินีมองตาม​ไปก็รู้​ได้ในทันที
"ห๊า! ตกลงเธอ​จะเขียนเรื่อง​ตาคนนั้น​จริง ๆ​ เหรอ?"
สีนีถามย้ำ​เพื่อ​ความแน่ใจ
"ใช่แล้ว​จ้ะ​"
"นึกยังไงล่ะนั่น เห็นทีแรกตีไม่ชอบนายคนนี้นี่นา"
มาลาตีหัวเราะเบา ๆ​
"ใช่ ก็​เพราะไม่ชอบนั่นแหละ​ ​แต่เห็นว่าประหลาดดี เราเลย​เริ่มรู้สึกอยากเขียนเรื่อง​เกี่ยว​กับนายคนนี้ขึ้น​มาจริง ๆ​ ซะแล้ว​"
"แล้ว​เธอ​จะทำยังไง? มานั่งดู​เขาเล่นดนตรีแบบนี้ทุกวันเหรอ?"
"ก็อาจ​เป็น​ได้"
"แหม ไม่ค่อยเท่าไหร่เลย​นะเธอ ​แต่ดู ๆ​ ​ไปนะ เราว่านายคนนี้ก็รูปร่างหน้าตา​ใช้​ได้นะ เสีย​แต่ว่าไม่เคย​ได้เห็นหน้าพ่อเจ้าประคุณชัดๆ​ สักที"

สินีบ่นเรื่อง​​ที่นักดนตรีนิรนามผู้นั้น​มัก​จะปรากฏกาย​พร้อม​กับแว่นดำเสมอ ทำให้ไม่อาจคาดเดา​ได้ว่าดวงตา​ที่อยู่​ภายใต้กรอบแว่นสีดำนั้น​ ​จะเปล่งประกายหรือคมเข้มเพียงใด

"ดู ๆ​ ​ไปก็เข้าท่าดีนะ" มาลาตีพูดทีเล่นทีจริง
"อย่างเธอ​จะ​ไปรู้อะไร​ บางทีพอตาคนนี้ถอดแว่นมา ขี้คร้านอาจ​จะตาเหล่ก็​ได้นะ ถึง​ได้​เอาแว่นติดหน้าไว้ตลอดเวลาอย่างนั้น​น่ะ"
"เกิน​ไปน่ะเธอ"
มาลาตีหัวเราะขำ​กับคำกระแนะกระแหนของสินี

รูปลักษณ์ภายนอก อาจ​เป็นสิ่ง​ที่​แต่งเติมกัน​ได้ ​แต่สิ่ง​ที่ซ่อนอยู่​ภายในคงยาก​จะปิดบัง ชีวิตของเธอผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก มาลาตีเข้าใจดีว่า บุคลิกท่าทางภายนอก​ที่เห็นว่างดงาม บางครั้ง อาจ​จะไม่​ได้ดีอย่าง​ที่​ใคร ๆ​ คิด "เปลือก" ​ที่สวยงามอาจปกปิด​ความเลวร้าย​ทั้งหมด​ทั้งมวล​เอาไว้

มาลาตีเพิ่งจ้องมองใบหน้าด้านข้างของนักดนตรีนิรนามผู้นั้น​อย่างจริงจัง​เป็นครั้งแรก จมูกโด่ง​เป็นสัน​ได้รูปรับกัน​กับใบหน้าเรียวยาว คิ้วดกดำ​เป็นเส้นยาว ยิ่งมองมาลาตีก็ยิ่งแปลกใจตัวเอง เธอรู้สึกคุ้นเคย​กับใบหน้านี้อย่างแปลกประหลาด ราว​กับว่าบุรุษนิรนามผู้นี้​เป็นหนึ่ง​ในบุคคล​ที่เธอติดต่อประสานงานด้วย

"​เอา​กับเค้าสิ ทีนี้เลย​จ้องพ่อนิรนามนี่ไม่วางตาเลย​นะ"
"เรารู้สึกแปลก ๆ​ นะสินี"
"อะไร​ล่ะ​ที่ว่าแปลก?"
"เราว่าเราเคยเห็นนายคนนี้มาก่อนนะ"
"​เป็น​ไป​ได้ไง? รู้จักกันเหรอ?"
มาลาตีส่ายหน้า ด้วยยังหาคำตอบให้​กับ​ความรู้สึกของตัวเองไม่​ได้เช่นกัน


​พระจันทร์คืนแรมรูปร่างแหว่งเว้า ค่อย ๆ​ เคลื่อนตัวออกมาจากหมู่เมฆอย่างเชื่องช้า ท้องถนนเงียบสนิทไร้​ซึ่งการสัญจรของยวดยานพาหนะใด ๆ​ บทเพลงแห่งค่ำคืนล่องลอยมาตามสายลม บางทีอาจ​จะมาจากห้องพักห้องใดห้องหนึ่ง​ในอาคารหลังนี้ มาลาตีครุ่นคิด​แต่เรื่อง​ของนักดนตรีนิรนามคนนั้น​ ใบหน้า​ที่ดูคุ้นตาของ​เขารบกวนจิตใจเธอมากเสียเหลือเกิน

ใบหน้าด้านข้าง​ที่ดูคมคายของ​เขาคนนั้น​ ดูคุ้นตาราว​กับว่า​เป็น​ใครสักคน​ที่เธอคุ้นเคย มาลาตีนึกทบทวนใบหน้าของคน​ที่เธอรู้จักเกือบทุกคน แล้ว​​ความคิดของเธอก็มาหยุดอยู่​​ที่วศิน​โดยไม่ตั้งใจ!

"​เป็น​ไปไม่​ได้ ตาคนนั้น​​จะ​เป็นคุณวศิน​ไป​ได้ยังไง? ไม่มีทาง"
หญิงสาวสะบัดหัวไล่​ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง

บางที อาจ​เป็น​เพราะเค้าโครงหน้า​ที่ใกล้เคียงกัน จึงทำให้เธออด​ที่​จะนำมาเปรียบเทียบกันไม่​ได้ ไม่ว่า​จะ​เป็นในเรื่อง​ของรูปร่าง​และ​ส่วนสูง​ที่ไม่ต่างกันมากนัก เว้นเสีย​แต่เรื่อง​ทรงผมเท่านั้น​​ที่ทำให้มาลาตีคิดว่า นักดนตรีนิรนามผู้นั้น​ไม่น่า​จะมีทาง​เป็นวศิน​ไป​ได้ ​แต่กระนั้น​ก็ตาม ​เมื่อมาลาตีนึกถึงอาการลุกลี้ลุกลนผิดปกติของ​เขา​เมื่อเห็นเธอ ก็ยิ่งเพิ่ม​ความสงสัย​ที่มีอยู่​ให้มากขึ้น​



ริมระเบียงห้องพักชั้น 8 ของอพาร์ทเม้นท์หรูใจกลางเมือง วศินยืนทอดอารมณ์รับ​ความเย็นสดชื่นเย็นสบาย ไวน์แดงในแก้วกลิ้งตัว​ไปมา ชายหนุ่มบรรจงจรดริมฝีปาก​กับแก้วเนื้อบางราคาแพง ไวน์ชั้นดีไหลลื่นลง​ไปในลำคอ

​พระจันทร์เสี้ยว​ที่ลอยเด่นอยู่​เหนือขอบฟ้า ทำให้ชายหนุ่มนึกถึงบทเพลง​ที่เกี่ยวข้อง​กับ​พระจันทร์แสนงาม ​เขาฮัมเพลงออกมาเบา ๆ​ ​เมื่อนึกถึงท่วงทำนองของเพลง Lover’s Moon

There's a lover's moon tonight
Shining down on heaven this world
So many souls all get it's light
But for me there is just one girl
คืนนี้​พระจันทร์แห่งรัก​ได้สาดแสง
ส่องลงมายังสวรรค์บนดินแห่งนี้
จิตวิญญาณทุกดวง​จะ​ได้รับแสงสว่างนั้น​
​แต่สำหรับฉันแล้ว​ สิ่ง​ที่​ต้องการ​คือหญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น​

And she's waiting, I know she's waiting
I know she waits for me under the lover's moon
Under the lover's moon
​และเธอ​กำลังเฝ้ารออยู่​ ฉันรู้ว่าเธอ​กำลังเฝ้ารออยู่​
ฉันรู้ เธอ​กำลังเฝ้ารอฉันอยู่​ภายใต้​พระจันทร์แห่งรัก
ใต้​พระจันทร์แห่งรัก

ใบหน้าของดวงฤดีลอยเด่นเข้ามาในห้วง​ความคิดของ​เขา อ้อมแขน​ที่เคยโอบกระชับ บัดนี้ว่างเปล่า ..เธออยู่​ใน​ที่​ที่เหมาะสม​กับเธอแล้ว​...​​เขาคิด แล้ว​ภาพมาลาตีก็เคลื่อนเข้ามาแทน​ที่ใบหน้าของดวงฤดีอย่างแช่มช้อย ​เขาปฏิเสธไม่​ได้ว่าตัวเองหลงใหลเสน่ห์จากใบหน้าหวาน​และท่วงท่ากิริยา​ที่สง่างามนั้น​อยู่​ไม่น้อย หาก​แต่บทเรียนในครั้งก่อน ทำให้​เขายังไม่กล้า​ที่​จะเปิดเผย​ความในใจออก​ไปให้เธอ​ได้รับรู้

คำพูด​ที่เกรซคุย​กับ​เขา​เมื่อตอนบ่าย ทำให้วศิน​ต้องกลับมาคิดทบทวนถึงท่าทีของตัวเอง​ที่มี​ต่อมาลาตีอีกครั้ง












7.
มาลาตีมาถึง​ที่ทำงานค่อนข้างเช้า​ ​เมื่อผลักประตูห้องทำงานเข้า​ไปภายใน หญิงสาว​ได้กลิ่นดอกลั่นทมลอยมาทักทาย ตั้งใจว่าอีกสักประเดี๋ยวเธอ​จะออกมาสูดกลิ่นให้ชื่นใจ ​แต่แล้ว​เธอก็​ต้องประหลาดใจ​เมื่อเห็นดอกลั่นทมช่อใหญ่วางอยู่​บนโต๊ะทำงานของตัวเอง

"ดอกลั่นทม? มาอยู่​​ที่นี่​ได้ยังไง?"
หญิงสาวก็​ได้รับคำตอบจากชายหนุ่มผู้​ที่แอบมายืนอยู่​ข้างหลังเธออย่างเงียบ ๆ​
"ชอบมั้ยครับ​?"
"อุ๊ย!"
มาลาตีสะดุ้ง​เมื่อหันมาแล้ว​พบว่าวศินยืนอยู่​หลังเธอ ​โดย​ที่เธอไม่รู้ว่า​เขามาถึงก่อนแล้ว​หรือว่าเพิ่ง​จะเข้ามาทีหลัง
"ขอโทษ​ที่ทำให้ตกใจครับ​"
"ไม่​เป็นไรค่ะ​ ตีต่างหาก​ที่​ต้องขอโทษคุณวศิน​ที่ทำเสียงดัง​เมื่อกี้"
มาลาตีพูดเสียงเบา วศินนึกเอ็นดูในท่าทาง​ที่เหมือนเด็กน้อยของเจ้าหล่อน ทำให้​เขานึกอยาก​จะรั้งร่างระหงนั้น​มากอดไว้

"ดอกลั่นทมนี่ ผมเพิ่งตัดมา​เมื่อเช้า​นี้ ก่อนหน้าคุณมาลาตี​จะมาแป๊บเดียวเองครับ​ เอ่อ.. คิดว่า..คุณคงชอบ.."
วศินแสดงอาการเขิน​ได้อย่างน่ามอง มือไม้เกะกะ​ไปหมด ราว​กับว่าตอนนี้มัน​เป็นอวัยวะ​ส่วนเกินของร่างกาย มาลาตีมองกิริยาของชายหนุ่มแล้ว​แอบนึกปลื้มอยู่​ในใจ

...​คนอะไร​ ตอนเขินยังน่ารัก แบบนี้​จะไม่​ได้หลง​ได้ยังไงกัน...​
มาลาตีคิดในใจ​แต่ไม่​ได้พูดออก​ไป

"ผมเห็นคุณตีชอบดอกลั่นทมก็เลย​ตัดมาให้"
"ขอบคุณมากค่ะ​ ​ที่จริงคุณวศินไม่​ต้องลำบากทำให้ตีก็​ได้ค่ะ​ เกรงใจจัง"
หัวใจของเธอเต้นระรัว มาลาตีสบตานายจ้างหนุ่มก่อน​จะหลบสายตาคู่นั้น​อย่างรวดเร็ว วศินพยายามค้นหาแววยินดีจากนัยน์ตาคู่นั้น​ ​และหวังว่า
..​เขาคงไม่​ได้คิด​ไปเอง..

ใจ​เขาเต้นไม่​เป็นส่ำ ​เมื่อรู้ว่าเธอดีใจ ​ความรู้สึกนั้น​ถูกส่งผ่านทางสายตา ​ที่จริง​เขาอยาก​จะหาดอกไม้ช่อใหญ่สักช่อ​ที่ดูดีกว่านี้ ​แต่ติด​ที่ว่า​เมื่อคืนนี้​เขานอนค่อนข้างดึก อีก​ทั้งมาลาตีเองก็มาถึง​ที่ทำงานเช้า​ การตัดสินใจเดินหน้าแบบกะทันหันของ​เขา ทำให้​เขา​ต้องคิดหาทางแก้ปัญหาเรื่อง​ดอกไม้ ​เขาอยากทำให้หญิงสาวประหลาดใจ ดังนั้น​ ลั่นทมจึง​เป็นดอกไม้​ที่​เขาคิดว่า​เป็นทางเลือก​ที่ดี​ที่สุดสำหรับเช้า​วันนี้

...​อย่างน้อยก็เริ่มต้น​ได้ดีล่ะน่า...​

วศินคิดเข้าข้างตัวเอง

​และ​ถ้าหากมาลาตี​และวศินต่างก็มีหูทิพย์ล่ะก็ ​ทั้งสองก็คง​จะ​ได้ยินเสียงในใจของ​แต่ละคน​ที่ดังไม่ยิ่งหย่อน​ไปกว่ากัน​เป็นแน่


"ก๊อก ๆ​"
เสียงเคาะประตู​ที่ดังขึ้น​แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้ชายหนุ่ม​และหญิงสาวผละห่างจากกันอย่างรวดเร็ว
วศินรีบก้าวเข้า​ไปในห้องทำงานแล้ว​ทำเหมือนไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​ ขณะ​ที่มาลาตีทำที​เป็น​กำลังค้นหาเอกสาร

"สวัสดีค่ะ​คุณมาลาตี" แม่บ้านประจำอาคารทักทายหญิงสาว
"สวัสดีค่ะ​ป้า" มาลาตีทักทายหญิงสูงวัย
ทุกเช้า​แม่บ้าน​จะขึ้น​มาทำ​ความสะอาดห้องทำงานให้เธออยู่​เสมอ จึงไม่ใช่เรื่อง​แปลกอะไร​​ที่แม่บ้าน​จะขึ้น​มา​ที่ห้องทำงานของเธอในเวลานี้

"อุ๊ย ดอกลั่นทมสวยจัง ​ได้มาจากไหนหรือคะ​?"
"เอ่อ...​"
มาลาตี​กำลัง​จะหาข้อแก้ตัวก็​พอดี​กับเสียงกระแอมเหมือนตั้งใจดังออกมาจากห้องทำงานของวศิน แม่บ้านคนเดิมรีบกุลีกุจอ​ไปทำงานของเธอ การสนทนาจึงสิ้นสุดลง ​แต่ก็ทำให้มาลาตีโล่งใจ​ที่ไม่​ต้องตอบคำถามนั้น​...​

แม่บ้าน​ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จหน้า​ที่ของเธอ ถังขยะสำหรับทิ้งเอกสารเล็ก ๆ​ น้อย ๆ​ ของมาลาตีสะอาดเอี่ยม พื้นห้อง​เป็นมันวาว​และมีกลิ่นหอมของน้ำยาทำ​ความสะอาดปนอยู่​ด้วย

​ความ​เป็นระเบียบเรียบร้อย​ของสถาน​ที่ ทำให้มาลาตีอด​ที่​จะ​ใช้สายตาสำรวจห้องทำงานของตัวเองไม่​ได้ ​ทั้ง ๆ​ ​ที่เธอก็ทำงาน​ที่นี่มากว่าสามเดือนแล้ว​ ​แต่บางอย่างก็ยังดูแปลกใหม่สำหรับเธอ ​โดยเฉพาะเจ้าดอกลั่นทม​ที่​กำลังส่งกลิ่นหอมอยู่​บนโต๊ะทำงานของเธอนี่

มาลาตีอยากรู้ว่า นายจ้างหนุ่มหล่อของเธอ​กำลังคิดอะไร​อยู่​ ​และการกระทำเช่นนี้​จะมี​ความหมายพิเศษอื่นใดซ่อนอยู่​หรือไม่

​ซึ่งเธอ​ได้​แต่ภาวนาในใจว่าขอให้มี​ความพิเศษอย่าง​ที่ว่านั้น​ทีเถิด...​
"คุณมาลาตีครับ​"
วศินออกปากเรียกเบา ๆ​ ​เมื่อเห็นมาลาตี​กำลังเหม่ลอย​และยังมอง​ที่ดอกลั่นทมของ​เขาไม่วางตา
"คะ​?" มาลาตีขานรับ​เมื่อรู้สึกตัว
"ผมเซ็นเอกสารสัญญาเช่าเรียบร้อย​แล้ว​ รบกวนมารับ​ไปทีนะครับ​"
วศินส่งยิ้มให้หญิงสาว
"​ได้ค่ะ​" มาลาตีรับคำด้วยจิตใจอ่อนไหวคล้ายไม่อยู่​​กับเนื้อ​กับตัว
เธอยอมรับว่ารู้สึกประหม่า​กับสายตา​และท่าทางของ​เขา

"สัญญามีสองฉบับ​นะครับ​ ฉบับ​นี้ผม​จะส่งให้คุณสตีเฟ่นเซ็นแล้ว​รอรับคืนภายหลัง ​ส่วนอีกฉบับ​ ผม​จะให้คุณสตีเฟ่น​เป็นคนเก็บไว้"
"ค่ะ​" มาลาตีรับคำ วศินสบตาเธอพลางอธิบายเพิ่มเติมว่า
"ต่อ​ไปนี้ ผม​จะให้คุณมาลาตี​เป็นคนจัดเก็บเอกสารสัญญาเช่าของลูกค้าให้ผมนะครับ​ แฟ้มเอกสารของลูกค้าทุกคนอยู่​ทางด้านนี้ครับ​"

​เขาลุกขึ้น​เดิน​ไปยังตู้เอกสาร​ที่อยู่​ชิดผนังถัดจากโต๊ะทำงานของ​เขา​ไปไม่กี่ก้าว มาลาตีเดินตามอย่างว่าง่าย

เธอรับรู้ถึงหน้า​ที่​ที่เพิ่มมาอีกหนึ่ง​อย่าง ​และหน้า​ที่​ที่ว่านั่น ทำให้เธอมีเหตุ​ต้องเข้ามาจัดเอกสารในห้องของวศินบ่อยขึ้น​

"มีอะไร​สงสัยถาม​ได้นะครับ​ เรา เอ่อ...​" ​เขาชะงัก​เมื่อรู้สึกว่า​อาจพูดคำ​ที่ไม่สมควรออก​ไป
"..​คือ ผมหมายถึงว่า คุณมาลาตีทำงาน​กับผมมา​ได้สามเดือนกว่าแล้ว​ น่า​ที่​จะรู้จัก​และเข้าใจนิสัยใจคอกันดีพอสมควรแล้ว​...​ ก็..​ถ้ามีอะไร​สงสัยหรือไม่เข้าใจถามผม​ได้นะครับ​ ผมยินดีให้คำตอบ​กับทุกคำถามของคุณครับ​"

วศินประสานมือ​ทั้งสองของ​เขาไว้​ที่ระดับอก ​เขา​กำลังประเมินท่าทีของมาลาตีว่า​จะมีอาการตอบรับเช่นไร

"ขอบคุณมากค่ะ​ ​ถ้ามาลาตีมีอะไร​สงสัย ​จะรบกวนของเรียนถามคุณวศินนะคะ​"
มาลาตีเผยรอยยิ้มสดใส ​เป็นรอยยิ้ม​ที่ประทับใจวศินเสียยิ่งกว่ารอยยิ้มไหน ๆ​ ​เขานึกอยาก​จะบอกให้เธอหยุดส่งยิ้มหวานนั่นเสียเดี๋ยวนั้น​ หัวใจของ​เขา​กำลังสั่นคลอน​เพราะรอยยิ้มของเธอ

ทำไมก่อนหน้านี้​เขาถึงไม่ประทับใจรอยยิ้มบนใบหน้าหวานของ​ใครมาก่อนเลย​นะ หรือ​เป็น​เพราะ​เขาหมกมุ่น​กับงานมากจนเกิน​ไป จนทำให้​เขาเกือบลืม​ไปแล้ว​ว่า การรู้สึก "รัก" นั้น​​เป็นอย่างไร

มาลาตีเก็บ​ความดีใจ​เอาไว้เกือบไม่มิด ​เมื่อออกมาจากห้องทำงานของชายหนุ่ม หญิงสาวก็ยังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นึกถึงคำพูดของสินี​ที่อวยพรเรื่อง​เธอ​กับวศิน
"ขอให้​เป็นจริงเถอะนะสินี"
มาลาตีพึมพำ​กับตัวเองเบา ๆ​ ก่อน​จะจัดการ​กับเอกสารสัญญา​ที่วศินส่งให้​เมื่อครู่


หกโมงเย็น ณ ห้องพักห้องขวาสุดบนชั้น​ที่ 11 ของอาคารสูง 20 ชั้น ดอกลั่นทมช่อใหญ่​ที่มาลาตีหอบหิ้วมาจาก​ที่ทำงานถูกจัดวางอย่างบรรจงบนหัวเตียง หญิงสาวสูดดมกลิ่นหอมของกลีบดอก​ที่เริ่มโรยด้วย​ความหลงใหล

​แม้กลีบดอก​จะเริ่มช้ำ ​แต่ก็ยัง​ความชุ่มชื่นใจให้แก่หญิงสาวยิ่งนัก

​ใครว่าลั่นทม​เป็นสัญลักษณ์แทน​ความทุกข์ มาลาตีขอเถียงขาดใจ ดูอย่างวันนี้สิ เธอ​ได้รับ​ความสุขหอบใหญ่จากชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม​ที่สื่อผ่าน​ความรู้สึกดี ๆ​ มาทางดอกไม้ช่อนี้ ​ใคร​จะมองว่าดอกไม้​จะ​เป็นไม้ดีมีมงคลหรือไม่ยังไงก็ตาม​แต่ สำหรับเธอแล้ว​ไม่ว่า​จะ​เป็นดอกไม้ชนิดใดก็ล้วนมี​ความงามอยู่​ในตัวด้วยกัน​ทั้งสิ้น เธอไม่เชื่อว่าต้นไม้​จะนำ​ความทุกข์ระทมมาให้แก่ผู้​ที่ปลูก​ได้ อย่างน้อยร่มเงา​และกลิ่นหอมของดอกก็​เป็นประโยชน์อย่างแรกๆ​ ​ที่เจ้าของบ้านพึง​ได้รับจากต้นไม้เหล่านั้น​ คงไม่ยุติธรรมนัก ​ถ้าหากคุณค่าของไม้งามเหล่านั้น​​จะถูกตัดสินแค่เพียงชื่อ

มงคลหรือไม่มงคล ก็​เป็นชื่อ​ที่มนุษย์คิดตั้งขึ้น​เอง แล้ว​​จะมาถือโทษ​กับต้นไม้ดอกไม้ว่านำพา​ความทุกข์มาให้​ได้อย่างไรกัน ก็มนุษย์เราเอง​ทั้งนั้น​​ที่ชี้ผิดชี้ถูกให้​กับสิ่ง​ที่​เป็นธรรมชาติ

มาลาตีวางดอกลั่นทมดอกหนึ่ง​ลงบน​ที่นอน ก่อน​จะหยิบกล่องพัสดุ​ไปรษณีย์ขนาดกลาง​ที่เธอเพิ่ง​ได้รับในวันนี้ ตัวอักษรบนกล่องทำให้เธอพอ​จะเดา​ได้ว่ามีอะไร​อยู่​ภายในกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ใบนี้

"ว้าว ใช่จริง ๆ​ ด้วย" มาลาตียิ้มกว้าง​เมื่อเห็นของในกล่อง
นิยายเล่มใหม่ล่าสุดของเธอ​ได้รับการตีพิมพ์​เป็นรูปเล่มเรียบร้อย​แล้ว​ ทางสำนักพิมพ์จึงส่งหนังสือ​ส่วนหนึ่ง​มาให้เธอ มาลาตีตั้งใจว่า​จะนำหนังสือ​ไปให้สินี​เพื่อนรัก​เป็น​ที่ระลึกเล่มหนึ่ง​ ​และคงทันก่อน​ที่สินี​จะเดินทางกลับอเมริกาในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
มาลาตีเอื้อมมือ​ไปหยิบโทรศัพท์เคลื่อน​ที่​ที่วางอยู่​หัวเตียง ใจหนึ่ง​นึกอยาก​จะโทร.​ไปบอกข่าวดี​กับ​เพื่อน อีกใจเธออยากนัดสินี​ไป​ที่ร้านอาหารแห่งนั้น​อีกครั้ง


"สวัสดีจ้ะ​ สินี"
"หวัดดีจ้ะ​ตี ​กำลังคิดถึงอยู่​​พอดีเลย​"
"จ้า เรา​จะโทร.มาบอกว่า หนังสือเล่มใหม่ของเราออกแล้ว​นะ"
"เหรอ ๆ​ ​เอามาให้เราเล่มนึงนะอยากอ่านบ้าง"
"แน่นอนจ้ะ​ เราเก็บไว้ให้นีเล่มนึงแล้ว​ล่ะ รับรองไม่ลืมเธอแน่นอน"
"แน่นะ?"
"แน่สิจ๊ะ​ แน่ซะยิ่งกว่าแน่ซะอีก ตั้งใจว่า​จะหาวัน​ที่แวะ​ไปดู​ที่แผงหนังสือสักหน่อย​"
"เช็คเรทติ้งเหรอแม่คุณ?"
"ไม่​ได้สิ หนังสือออกแล้ว​เราก็อยากรู้ว่าคนอ่าน​จะมีปฏิกิริยายังไงบ้าง ​จะ​ได้เช็ค​ได้ด้วยไงล่ะจ๊ะ​ว่า หนังสือของเรามีวางขายทั่วถึงแค่ไหน"
"อื้มมมมมมมมม" สินีลากเสียงยาว
"ว่า​แต่พรุ่งนี้เธอว่างไหม? เรา​จะ​เอาหนังสือ​ไปให้น่ะ"
"อ๋อ ว่างสิจ๊ะ​ สำหรับเธอขอให้บอกมาเถอะ สินีคนนี้​พร้อมสำหรับมาลาตีเสมอจ้ะ​"
"ขอบใจจ้ะ​ งั้นเจอกัน​ที่ร้านเดิมนะ"
"นั่นแน่ คิดอะไร​อยู่​หรือมาลาตี?" สินีทำเสียงล้อเลียน
"คิดอะไร​ล่ะ ก็เราอยากเจอเธอน่ะสิ ถาม​ได้"
"ไม่​ต้องมาแก้ตัวเลย​ อยากเจอพ่อหนุ่มนิรนามคนนั้น​ก็บอกมาเถอะ ไม่​ต้องมาวางฟอร์ม​กับ​เพื่อนหรอกจ้ะ​" สินีดักคอ
"เธอนี่นะ รู้​ไปหมด"
"แน๊ะ ​ใคร​เป็น​ใครให้รู้กันบ้างสิ เรารู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว​จ๊ะ​ตี เรื่อง​แค่นี้มีหรือสินี​จะไม่รู้"
สินีหัวเราะร่วน มาลาตีพลอยหัวเราะ​ไป​กับเธอด้วย
"จ้า ๆ​ ไม่​เอาละ ไม่คุยด้วยดีกว่า ไว้เจอกันพรุ่งนี้เลย​ก็แล้ว​กันนะจ๊ะ​"
"​ได้เลย​จ้ะ​ แล้ว​เจอกันนะ"

 

F a c t   C a r d
Article ID A-832 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง บทเพลงแห่งแสงจันทร์ ตอน 5-7
ผู้แต่ง อัญชา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๖๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3392 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 18 มี.ค. 2548, 08.31 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ละอองฝน [C-3590 ], [133.1.128.95]
เมื่อวันที่ : 30 มี.ค. 2548, 10.41 น.

​กำลังลุ้นค่ะ​ รออ่านตอนต่อ​ไปอยู่​นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : อัญชา [C-3886 ], [210.246.66.38]
เมื่อวันที่ : 13 เม.ย. 2548, 11.20 น.

ขอบคุณ คุณละอองฝน​ที่ติดตามอ่านนะคะ​
ตอนต่อ​ไปแปะเรียบร้อย​แล้ว​ค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น