นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๘
เมืองปราบเซียน
ชาร ทิคัมพร
......​​แกไม่มีลูก​​และไม่มีเมีย ดูเหมือนไร้ญาติ ​​แต่แน่นอนไม่ขาดมิตร ! ​​เพราะแกมีหมาหนึ่ง​​ตัว​​กับแมวอีกสองตัว​​เป็น​​เพื่อน...​​...
คลิกดูภาพขยาย
ไฟลามเลีย​ไปทั่วโลงไม้บนเชิงตะกอน ปราสาททาสีทองวาวระยับ​ที่ตั้งคร่อมโลงไว้ล้มลงช้าๆ​ ทับลงบนโลงช่วย​เป็นเชื้อไฟต่อ​ไป เสียงพลุดังก้อง​เป็นระยะเหนือบริเวณสุสาน ชายสูงอายุนั่งอย่างสงบ ขยับย่าม​ที่สะพายอยู่​​เป็นครั้งคราว ตะแกชำเลือง​ไปทางซ้าย แม่ของชาย​ที่นอนอยู่​ในโลงบนเชิงตะกอน​กำลังฟูมฟายด้วย​ความอาลัย ​ส่วนพ่อ​ที่ยืนถัดออก​ไปตัดใจ​ได้ แกยืนคุย​กับท่าน​พระครูเบา ๆ​...​.

ชายสูงอายุผมสีดอกเลาขยับย่ามอีกครั้ง แล้ว​ชำเลือง​ไปทางขวา หญิงสาวในชุดดำคนหนึ่ง​นั่งอยู่​ ใบหน้างามนั้น​เศร้าลึก เธอ​กำลังกลั้นสะอื้น ! ​เมื่อไม่นานมานี้เธอเคยร่วมเรียงเคียงหมอน​กับชายคน​ที่​กำลัง​เป็นเชื้อไฟอยู่​บนเชิงตะกอนในฐานะเมีย...​.

แขกเริ่ม​จะกลับ มีเสียงเรอดังมาจากข้างหลัง อ้ายบุญมีอดีตนักมวยเอก​ที่​กำลัง​เอาดีทางกินเหล้าพึมพำมาจาก​ที่นั่งข้างหลัง

" นี่แหละ​ยุคคนหัวขาวเผาคนหัวดำ " ดูเหมือนอ้ายบุญมี​กำลัง​จะบอก​กับตะแก​ที่นั่งอยู่​ข้างหน้า ​เขาเรอออกมาอีกครั้งดังกว่าครั้งแรก กลิ่นเหล้าขาว​ที่งานศพ​เมื่อคืนโชยออกมา แล้ว​อ้ายบุญมีก็ชะโงกหน้ามาคุยต่อด้วยเสียงเบา

" คนเฮาบ่ระวังตัวมันก็​เป็น​จะอี้ เสียดายมัน​เป็น​เพื่อนฮักผม บ่น่า​เป็นเพี้ยงต๋าย "

ไฟบนเชิงตะกอนเริ่มโทรม ชายสูงอายุผมขาวร่ำลาเจ้าภาพ แล้ว​แกก็เดินสะพายย่ามตามแขกคนอื่นออก​ไปจากบริเวณสุสาน ​เป็นเพี้ยงตายมัน​เป็นอะไร​ตายกันแน่ แกไม่เคย​ได้ยิน !

ชาวบ้านละแวกนั้น​ไม่แปลกใจเท่าใด ​เมื่อชายสูงอายุ​ที่เคยแวะเวียนมาดู​ที่ดินของแกปีละสองสามครั้ง​เป็นเวลาสิบปีมาแล้ว​ บอก​กับเจ้าของร้านชำในหมู่บ้านว่า ต่อ​แต่นี้​ไปแก​จะมาปลูกบ้าน​และอยู่​ประจำ​เป็นลูกบ้าน​ที่นี่ ดูเหมือนแกเคยเล่าให้ ​ใคร ๆ​ รวม​ทั้งพ่อหลวงบุญฟังถึงเรื่อง​นี้มาก่อนแล้ว​ ​แต่ก็ไม่มี​ใครคิดว่า​จะ​เป็นเรื่อง​จริงจังอะไร​จนกระทั่งปีนี้ ​และปีนี้...​.ผมแกขาวขึ้น​อีกโข !

บ้านทำด้วยไม้ไผ่หลังน้อยถูกสร้างขึ้น​ริมสระน้ำกว้าง รอบสระ​เป็นต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น​ที่ชายสูงอายุปลูก​เอาไว้​เมื่อ​ได้​ที่มาใหม่ๆ​ ไม่มี​ใครรู้จริงว่าแก​เป็น​ใคร​และมาจากไหน หลายคนเดาว่าแก​เป็นข้าราชการมหาดไทย​ที่เกษียณอายุแล้ว​ คน​ที่เชื่อ​ความคิดนี้คนหนึ่ง​ก็เลย​เรียกแกว่า " ท่านรอง" ​เขาคิดว่าคง​เป็น ข้าราชการระดับผู้ใหญ่คนหนึ่ง​ ​แต่​จะตำแหน่งอะไร​นั้น​ไม่รู้...​เลย​เรียกท่านรองไว้ก่อน

"ฮาว่าคง​จะ​เป็นรองปลัดจังหวัด" บางคนเดาถึงตำแหน่ง​ที่ยังไม่เคยมีในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย...​.​แต่ก็มีบางคนเชื่อว่าแก​เป็นนายทหาร​ที่ปลดเกษียณเลย​เรียกแกว่า " เสธ. " ​และการ​ที่แกผมขาว ทำให้ผู้หญิงหลายคนเรียกแกว่า " ป๋า " ยังมีอีกไม่น้อย​ที่เรียกชายผมขาวคนนี้ว่า " คุณลุง "...​..วันหนึ่ง​มีคนเห็นแกยืนทำมือทำไม้อยู่​​กับฝรั่งแถวตลาด เลย​คิดว่าแกพูดฝรั่ง​ได้ ​เขาเรียกแก​แต่นั้น​มาว่า "อาจารย์ " มีคนอื่นเรียกชื่อนี้ตามอีกแยะ ยัง ! ยังก่อน !! ยังมีฉายาอื่นอีกมาก​ที่คนแถวนี้เรียกชายสูงอายุผมขาวคนนี้ !

ชายผมขาวหลายฉายาทำตัวกลมกลืน​กับสังคมชนบทแห่งนั้น​​ได้ดี เว้น​แต่อย่างเดียว​ที่แกทำไม่เหมือนคนอื่นก็​คือ ชาวบ้านคนอื่นทำสวนลำไย ​แต่แกกลับทำสวนชมพู่ อ้อ! มีอีกอย่าง​ที่ดู​จะแปลกก็​คือ แกอยู่​ตัวคนเดียวในบ้านไม้ไผ่หลังน้อย โดดเดี่ยวอยู่​ปลายนานอกเขตหมู่บ้าน ดังกระท่อมเจ้าเงาะ ​โดยไม่มีรั้วกั้น​เป็นแนวเขต ไม่มีเหล็กดัด​ที่หน้าต่าง แกไม่มีลูก​และไม่มีเมีย ดูเหมือนไร้ญาติ ​แต่แน่นอนไม่ขาดมิตร ! ​เพราะแกมีหมาหนึ่ง​ตัว​กับแมวอีกสองตัว​เป็น​เพื่อน...​

แกบอก​ใครๆ​ว่า​เป็นโสด ​เมื่อแรกก็ไม่มีคนเชื่อ พวกสอดรู้สอดเห็นบางคนพยายามสืบจากคนงาน​ที่แกจ้างมาทำสวนว่า จริงหรือ​ที่ว่าตะแกอยู่​ตัวคนเดียว บางคนก็แอบ​ไปถามร้านซักอบรีดปากซอย​ที่แก​เอาผ้า​ไปซักว่า มีร่องรอยของการมีเมียให้พบ​ได้บ้างหรือไม่ ​แต่พวกสอดรู้สอดเห็นเหล่านั้น​ก็ไม่รู้อะไร​มาก​ไปกว่า​ที่แกบอกไว้

" ​ถ้า​จะโสดแต๊ " อีล่า คนขายตีนไก่ปิ้งหน้าวัดบอก​กับลูกค้ากลุ่มสอดรู้สอดเห็น ของเธอ

​เมื่อบ้านไม้ไผ่ของชายผมขาวสร้างเสร็จไม่นาน ชาวบ้านแถวนั้น​ก็พบว่ามีคนต่างเพศต่างวัยขับรถเข้ามาในหมู่บ้าน ถามหาบ้านคุณลุง​ที่ผมขาวๆ​บ้าง หรือไม่ก็ถามว่าบ้านคน​ที่มาทำสวนชมพู่​ไปทางไหน ​และคง​เป็น​เพราะไม่มี​ใครรู้ว่าตะแกทำอาชีพอะไร​แน่ นอกจากชอบเดินสะพายย่ามพื้นเมืองเก่าๆ​ บางคนเลย​เดาว่าแกคง​เป็นหมอดู บ้างก็คิดเลย​เถิด​ไปว่าแกรับทำเสน่ห์ ​ที่ปากมาก​ไปกว่านั้น​อีกก็ว่า แกรับทำคุณไสยด้วย ! ​เพราะคน​ที่มาถามหาบ้าน​เป็นผู้หญิงเสียก็เยอะ...​..การชอบสะพายย่ามเก่าๆ​นี่เองทำให้ตะแก​ได้รับฉายาเพิ่มจากน้องไก่ คนขายส้มตำปากมากข้างตู้โทรศัพท์ว่า " อีลุงย่ามหมอผี "

ชายผมสีดอกเลาล่วงรู้ถึงทุกฉายา​ที่แก​ได้รับ ก็แกนั่งกินเหล้า​กับ​ใครๆ​ออกบ่อย​ที่ร้านชำ มัน​เป็นสโมสรแห่งเดียวของหมู่บ้าน ตะแกหัวร่อร่า​กับฉายาสุดท้าย...​. "อีลุงย่ามหมอผี "

"ผมฮักจื้อนี้ขนาด" อีลุงย่ามหมอผีบอก​เพื่อนรวมวง แกเริ่ม​เป็น​ที่รู้จักของคนในหมู่บ้าน

พอบ้านไม้ไผ่ริมสระกว้างสร้างเสร็จ​ได้พักใหญ่ ชายสูงอายุผมขาวก็​ได้รับคำถาม​พร้อมข้อเสนอจากผู้คนในหมู่บ้าน คำถามมัก​จะเหมือนๆ​กันหมด

" ​เมื่อใด​จะขึ้น​บ้านใหม่ ? " นั่น​เป็นคำถามยอดฮิต ! ​แต่ข้อเสนอนั้น​สิช่างหลากหลาย...​.

" เสธ. ! ขึ้น​บ้านใหม่ฮื้อผม​เป็นคนย่างลูกงัวเน้อ " นี่​คือลุงแก้วคนเลี้ยงวัว แก​กำลังหาทางขายลูกวัวตัว​ที่ขุนไม่ขึ้น​ในฝูง

" ป๋า ! ​จะขึ้น​บ้านใหม่สั่งเหล้าฮ้านเจ้านา " ป้าไล เจ้าของร้านชำจองออร์เดอร์ไว้ล่วงหน้า

หนานเต๋อ มัคนายกวัดประจำหมู่บ้าน​ที่มานั่งสังสรรค์ร้านป้าไลประจำ ​แต่แกก็ไม่เคยเสพเครื่องดองของเมาให้เสื่อมเสียสถาบัน เสนอ​จะช่วยหาวงสะล้อซอซึงมาให้...​..คุณป้า คุณน้า คุณอา คุณยาย รับ​จะมาช่วยทำ​กับข้าวเลี้ยงแขก ​ส่วนคุณลุง คุณตา คุณปู่ รวม​ทั้งอ้ายน้อง​และอีนาย รับปากแข็งขันว่า​จะมา​เป็นแขก ไม่ให้งานเหงา​ได้ ! ผู้คนในหมู่บ้านรองานขึ้น​บ้านใหม่ของชายสูงอายุหลายฉายา...​.

​ถ้ามีงานขึ้น​บ้านใหม่บ้านไหนก็ตาม คนในหมู่บ้านมักนี้​จะหยุดงานกันสองวันเกือบหมดหมู่บ้าน ​เพราะว่ามัน​เป็นประเพณี ! ไม่ว่า​เขา​จะทำไร่ ทำนา หรือทำสวน ​แม้​แต่​เป็นลูกจ้างโรงงานก็เถอะ สองวันนั้น​มีวันแรก​เป็น " วันดา " ​คือวันสุกดิบ ! วันนี้​เขา​จะช่วยกันเตรียมข้าวของเครื่อง​ใช้​ที่​จะ​ต้อง​ใช้ในวันรุ่งขึ้น​ วัน​ต่อมา​เป็น "วันงาน" หรือวันจริง งาน​ทั้งสองวันนี้ถือ​เป็นวันศักดิ์สิทธิ์​ซึ่ง​จะขาดวันใดวันหนึ่ง​เสียมิ​ได้
​และวันศักดิ์สิทธิ์​ทั้งสองวันนี้ยังครอบคลุม​ใช้​ไปถึง งานบวช งาน​แต่งงาน งานฉลองตำแหน่งพ่อหลวง งานฉลองตำแหน่ง อ.บ.ต. ​และงานวันสำคัญทางศาสนาต่างๆ​ด้วย ​แต่ไม่รวมถึงงานศพ​ที่​จะ​ต้องมีอย่างน้อยสามวัน ​และวันสงกรานต์ ​ซึ่งมีการหยุดงาน​ที่พิสดารพันลึกกว่านี้อยู่​แล้ว​

ประเพณีย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ​เมื่อกองทุนหมู่บ้านจัดตั้งขึ้น​ มัน​ได้รับการต้อนรับจากชาวบ้าน​ที่นี่อย่างดียิ่ง การเงินเดินสะพัด ! ​และมีผลทำให้วันศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน​ที่มีอยู่​ เพิ่มขึ้น​จากสองวัน​เป็นห้าวัน...​

วันแรกเรียกว่า​เป็นวันเตรียมของ วัน​ที่สองกลาย​เป็นวันดา วัน​ที่สาม​เป็นวันจริง วัน​ที่สี่​เป็นวันเก็บของ วัน​ที่ห้า​เป็นวันพักผ่อนให้สร่างเมา (​เพื่อตัดสินใจว่าพรุ่งนี้​จะ​ไปทำงานไหวหรือไม่) ​ทั้งห้าวันอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เฉพาะสี่วันแรก เจ้าภาพ​จะ​ต้องเตรียมข้าวปลาอาหาร​ทั้งหวานคาว รวม​ทั้งสุราเบียร์ไว้ต้อนรับแขกบรรดามี ​ได้แก่แขก​ที่มา​เป็นเกียรติแก่งาน แขก​ที่​จะมาช่วยงาน รวม​ทั้งพวกแขกตามดอยให้สมฐานานุรูป ​และไม่ว่ายากดีมีจนอย่างไร อย่างน้อยในงานนี้​ต้องมีดนตรีขับกล่อมหนึ่ง​วันในวันจริง
เจ้าภาพหัวอนุรักษ์ก็​จะจ้างวงสะล้อซอซึงมาบรรเลงขับกล่อมแขกตอนกลางคืน ​แต่พวกหัวก้าวหน้า​จะจ้างวงดนตรีมาตั้งแสดงกัน​ที่บ้านเลย​ ​ถ้าทุนน้อย​จะ​ใช้วิธีเช่าเครื่องคาราโอเกะขนาดสองพันวัตต์ มาให้แขก​ได้ร้องเพลงกันก็ไม่เสียหน้า นี่ว่าเฉพาะงานขึ้น​บ้านใหม่หรืองานเฉลิมฉลองเท่านั้น​ !!

บรรดานายทุนรายย่อยหรือ​ที่สมัยนี้เรียกกันว่านักธุรกิจ เอส.เอ็ม.อี. พากันย่อยยับปิดกิจการ​ไปนักต่อนัก ไม่ว่า​จะ​เป็นโรงงานทอผ้าไหม โรงงานเซรามิค อู่ซ่อมรถ ร้านอาหาร...​. ​เมื่อมาลงทุน​และ​ต้องจ้างแรงงานในหมู่บ้านนี้ ​เพราะบางวันมีคนมาทำงานไม่ถึงครึ่ง พวกคนงานของ​เขาติดวันศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ​

สถิติแรงงาน​ที่ว่าปีนี้มีลูกจ้างตกงานถึงสองล้านคน ไม่นับรวมคนในหมู่บ้านนี้ ปัญหาแรงงานของ​ที่นี่​คือ นายจ้างต่างหาก​ที่ตกงาน ! ​และพวกนายจ้างตกงานเหล่านี้ ก็พากันขนานนามหมู่บ้าน​ที่ชายผมสีดอกเลามาอยู่​​เป็นลูกบ้านว่า "เมืองปราบเซียน "

ชายผมสีดอกเลาหลายฉายา คง​จะสำเหนียกถึง​ความ​เป็นมา​และ​เป็น​ไปของวันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้​ได้ดีพอควร ดังนั้น​​เมื่อมีคนถามถึงวันขึ้น​บ้านใหม่ของแก ตะแกก็​จะผัดผ่อน​ไปเรื่อย ๆ​ ​แต่ก็ไม่ถึง​กับ​จะบอกตัดรอนประเพณีอันดีงามนี้​ไปเสีย

นอกจากข้อเสนอ​ที่​จะช่วยงานขึ้น​บ้านใหม่​ที่แกยังไม่รับปากแล้ว​ ยังมีข้อเสนออยู่​อีกเรื่อง​ ก็​เมื่อชายสูงอายุผมสีดอกเลาเ​ที่ยวบอก​ใครๆ​ว่าแกนั้น​​เป็นโสด เลย​มีคนพยายาม​จะหา "แม่บ้าน" ให้แก

" คุณลุงเจ้า เจ้า​จะหาแฟนให้คนหนึ่ง​​เอาก่อ ? " น้องภัทร ช่างตัดเสื้อสาวใหญ่ในหมู่บ้านยื่นข้อเสนอให้แกในวันหนึ่ง​ ไม่ก็...​.

" อยู่​คนเดียว อายุก็มากแล้ว​มันลำบาก เจ็บไข้ก็บ่มีคนดูแล หาแม่บ้านดีๆ​สักคนบ่ใช่ยาก ผมช่วยเซาะหื้อท่านรอง ​เอาเน้อ ? " พ่อหลวงบุญ สมาชิกประจำร้านชำตอนเย็นรับอาสา​เป็นธุระเรื่อง​นี้ให้

​และชัก​จะใกล้นรกเข้า​ไปทุกที ยายอ้อย เจ้าของร้านซักอบรีดปากซอยก็มีข้อเสนอให้แกเหมือนกัน

" คุณลุงค้า ! มีคนบอกว่าคุณลุงอยาก​ได้แม่บ้าน มีคนอยากทำงาน​กับคุณลุง แก​เป็นนักศึกษา​ต้องการราย​ได้พิเศษ​ไปลงหน่วยกิจเทอมนี้ แกมาช่วยทำงาน​ได้แบบมาเย็นเช้า​กลับ คุณลุงสนใจไหมคะ​ "

ข้อเสนอแบบธุรกิจขายตรงทำนองนี้ มีอยู่​เสมอสำหรับชายผมสีดอกเลา ผู้เสนอทุกคนล้วนรู้จักมักคุ้นกันดี​กับแก ​และการปฏิเสธหมายถึงการตัดไมตรี ​ซึ่งนั่นมิใช่วิสัยของแก​ที่​จะทำ ดังนั้น​​ที่แกทำ​ได้ตอนนี้ก็​คือ ทำบ่ายเบี่ยงว่าขอ​ไปคิดดูก่อนบ้าง บางทีก็ทำยิ้มๆ​ ไม่ปฏิเสธ​แต่ก็ยังไม่ยอมรับ ตะแกทำท่ายึกยัก อมพะนำเหมือน​กับนักการเมือง​ที่​กำลัง​จะย้ายพรรคแล้ว​มีหนังสือพิมพ์มาขอสัมภาษณ์ แกให้รู้สึกอึดอัด​กับข้อเสนอของผู้หวังดีเหล่านี้

ตะแกนั่งคิดนอนคิดอยู่​นานนับเดือน ว่า​จะ​เอาตัวออก​ไปให้พ้นข้อเสนอเรื่อง​แม่บ้าน​ได้ยังไงให้นิ่มนวล​ที่สุด ​โดยไม่​ต้องใช่คำว่า "ไม่" แกชัก​จะเบื่อ​กับบรรดานักธุรกิจขายตรงในหมู่บ้านนี้ ​และใน​ที่สุดแกก็​ได้พบทางออก

" เรา​จะไม่กล่าวคำว่า 'ไม่’ ​กับลูกค้า ​แต่เรา​จะเสนอทางเลือกให้แทน"
แก​ไปเห็นโฆษณาชวนเชื่อ ​ที่เรียกกัน​เป็นแฟชั่นว่า "วิสัยทัศน์" ​ที่ผนังโรงแรมแห่งหนึ่ง​ในเมืองมา น่า​จะ​เอามาดัดแปลง​กับเรื่อง​ของเรา​ได้ ตะแกคิด !

อีกสองสามวัน​ต่อมา ชายสูงอายุผมสีดอกเลาก็ประกาศ​ที่ร้านชำตอนเย็นย่ำท่ามกลางมวลมิตรว่า ยินดีรับข้อเสนอของผู้หวังดีทุกคน ​โดยมีข้อ​แม้อยู่​นิดหน่อย​​คือ "แม่บ้าน" ของแกนั้น​ หนึ่ง​​ต้องสวย สอง​ต้องรวย ข้อ​ที่สาม​ต้องนิสัยดี ตะแกมั่นใจว่าไม่มี​ใคร​จะมีคุณสมบัติครบ​ทั้งสามข้อนี้

บรรดาสมาชิกร้านชำของป้าไลพากันพึมพำ ​เมื่อแกแจ้งเงื่อนไขนี้ ต่างพากันบ่นว่าไม่มีทาง​เป็น​ไป​ได้ ​ซึ่งก็เข้าทางปืน​ที่ชายสูงอายุวาง​เอาไว้​พอดี ตะแกให้นึกดีใจ​ที่​จะไม่​ต้องตัดรอน​ใคร ไม่​ต้องกล่าวคำว่า ' ไม่ ' แกรอดตัว​ไป​ได้​เพราะไม่มีคนสอบผ่านเท่านั้น​ แล้ว​แกก็เปิดฟรีบาร์ สั่งเหล้า​ที่แพง​ที่สุดในร้าน​คือแม่โขงมาเลี้ยงดูมวลสมาชิก...​

แม่โขงหมด​ไปหนึ่ง​ขวด​กับอีกหนึ่ง​แบน​และอีกสามตอง สมาชิกเริ่มแย่งกันพูด ​และพูดกันคนละเรื่อง​ หาคนฟังยากขึ้น​ จนกระทั่งอ้ายบุญมีสั่งให้ทุกคนเงียบ

" ท่านรอง ! ​ถ้าผมหาแม่บ้านให้ตามแบบ​ที่ท่านรอง​ต้องการ​ได้ ท่าน​จะว่ายังใด ? "

อ้ายบุญมีวกกลับ​ไปเรื่อง​เดิมอีก มีเสียงฮือฮาออกมารอบวง

"พนันกันมั้ย ว่า​ถ้าผมหาแม่บ้านมาให้​ได้ตามเงื่อนไขของท่านรองครบทุกข้อ ท่านรอง​จะ​ต้องยอมรับไว้​เป็นแม่บ้าน แล้ว​จัดเลี้ยง​ที่บ้านด้วย ​เอาเฉพาะหมู่เฮานี่ละ " อ้ายบุญมี อดีตนักมวยท้าแกขึ้น​เวที !

ตะแกเองก็คง​จะรำคาญเรื่อง​นี้อยู่​เต็มทีเลย​รับคำท้านั้น​ ​ทั้งนี้มีข้อ​แม้ว่าทุกเงื่อนไข​ที่แกตั้งไว้​ต้อง​เป็นจริง ! ​และขอให้บรรดาสมาชิกทุกคน​เป็นกรรมการตัดสินด้วย​ถ้าเกิด​ความ ขัดแย้ง สมาชิก​ทั้งหมดพากันไชโยโห่ฮิ้ว ยกมือผ่านญัตตินี้ ​เป็นเอกฉันท์...​ แม่โขงถูกสั่งมาอีกหนึ่ง​ขวด

ชื่อผู้หญิงคนหนึ่ง​ถูกเอ่ยขึ้น​ ชายผมขาวหลายฉายารู้สึก​จะคุ้นๆ​​กับชื่อนี้ อ้ายบุญมีบอกว่าเธอคนนี้มีคุณสมบัติครบทุกข้อ​ที่ตะแกตั้งไว้ เรื่อง​สวยไม่​ต้องพูด...​

" อาจารย์ก็เคยเห็นมาแล้ว​ ​ที่งานศพไง ! เคย​เป็นนางนพมาศมาแล้ว​ด้วย" ​เขาเปลี่ยนจากท่านรองมา​เป็นอาจารย์ ​เมื่อประกาศสรรพคุณหญิงคนนั้น​

" แล้ว​เรื่อง​รวย สวนลำไยแปดสิบไร่พอไหมคุณลุง ? " คราวนี้​เขาเปลี่ยน​ไปเรียกตะแกว่าคุณลุง มันเปลี่ยน​ได้เช่นเดียว​กับกระแสน้ำของลำโขง​ที่เปลี่ยนทางเดิน​ได้

"​ส่วนเรื่อง​นิสัยดี อาจารย์ลองถามหมู่เฮาดู​ได้ บ่เคยด่างพร้อย น้อยเดียวก็บ่เคย ผัวตาย​ไปปีหนึ่ง​แล้ว​เปิ้นบ่เคย​ไปยุ่ง​กับไผ ซ้ำลูกก็บ่มี เหมาะ​ที่สุด ! ​เขาเห็นท่านรอง​เป็นคนดีมี​ความรู้ทางเกษตร อยาก​จะ​เป็นแม่บ้านให้ ​จะ​ได้ช่วยดูสวนลำไย ด้วยกัน " อดีตนักมวย​ที่​กำลัง​จะ​เอาดีทางธุรกิจขายตรงอีกอย่าง นอกจากการกินเหล้า ปิดการขายอย่างสง่างาม

แล้ว​ชายสูงอายุผมขาวก็นึกออก ผู้หญิงในชุดดำ​ที่กลั้นสะอื้นอยู่​ในงานศพ​เมื่อปี​ที่แล้ว​นั้น​เอง เรื่อง​สวยนั้น​ตะแก​ต้องยอมรับอย่างหมดทางโต้แย้ง เรื่อง​รวย สวนลำไยแปดสิบไร่ ​ถ้า​เป็นจริงก็คงแพ้อดีตนักมวยอีก ดูเหมือนแก​จะแพ้​ไปแล้ว​สองยก ! เหลือเรื่อง​เดียวอัน​เป็นยกสุดท้าย​คือเรื่อง​นิสัยดี ยกนี้​เป็นนามธรรม ​ซึ่งแกมีสิทธิ์ชนะ​โดยตีกรรเชียงหมุน​ไปรอบๆ​ เวที​ได้ ยกนี้คะแนนน่า​จะ​เป็นของแก

"เรื่อง​นิสัยดีนี่ผม​ต้อง​เป็นคนตัดสินเอง ​ใคร​จะมารู้ใจผมดีกว่าตัวผมไม่​ได้" ชายผมสีดอกเลาพยายามออกหมัดบ้างในยกสุดท้าย ...​​แต่แกก็ถูกสวนกลับด้วยหมัดชุด

"อ๊ายเสธ. ! เสธ. พูด​จะอี้บ่​ได้นา ​ถ้าผมว่านิสัยดี ​แต่เสธ.ว่าบ่ดีมันก็​ต้องให้กรรมการตัดสิน ​เพราะ​เป็น​ความขัดแย้ง เสธ. อู้เรื่อง​นี้ขึ้น​มาเอง เสธ.​เป็นคนใหญ่แล้ว​ บ่ฮักสาคำพูดบ่​ได้นา " อดีตนักมวยหัวหมอแย้งขึ้น​ทันที

ชายสูงอายุหลายฉายารู้สึกมึน​กับหมัดชุดในยกสุดท้ายของอ้ายบุญมี ตะแกหัน​ไปมองหน้าคนโน้นที คนนี้ที เหมือน​จะขอ​ความเห็นกรรมการให้คะแนนข้างเวที

" ก็ดีนาท่านรอง ! ผมเคยเห็น​เขามา​แต่ยัง​เป็นละอ่อน ​เป็นเด็กดี งานบ้านงานช่องดีทุกอย่างไม่มี​ที่ติ​ได้ ใจบุญสุนทาน ​ไปวัด​ไปวาประจำทุกวันศีล ผมว่า​เขานิสัยดี " ลุงช่วย อ.บ.ต. ​ซึ่งทุกคนนับถือให้คะแนน​เป็นคนแรก ​และแล้ว​คะแนนต่อๆ​มาก็เท​ไปทางอ้ายบุญมีหมด ตะแกแพ้คะแนนอย่าง​เป็นเอกฉันท์ !

ชายสูงอายุผมขาวนั่งเงียบ แกอยู​ที่นี่มาคนเดียวจนป่านนี้แล้ว​ ​จะ​ต้องมามีแม่บ้านสาวมันยังไงอยู่​ แกยังมึนอยู่​​กับคำตัดสินของกรรมการ แถมยังกระดากใจ นี่มันละอ่อนคราวลูกเทียวหนอ !. ...​

แล้ว​แกก็ปลอบใจตัวเองพยายามมองโลกในแง่ดี ช่างมัน ! มีแม่บ้านเสียทีก็​ได้วะ มันไม่ตายหรอก ดีเสียอีก​จะ​ได้มีคนดูแลบ้านช่อง ทำ​กับข้าว มีคนพูดคุยด้วย ไม่​ต้องพูด​กับหมา​กับแมวเหมือนทุกวันนี้...​ ชายผมสีดอกเลาบอก​กับตัวเอง แกใจชื้นขึ้น​

งานเลี้ยงเลิกรา ชายสูงอายุผมขาวเพิ่ง​จะนึกอะไร​บางอย่างขึ้น​มา​ได้ แกกระซิบถามลุงช่วยเบาๆ​ว่า​เป็นเพี้ยงตายนะมัน​เป็นยังไง แล้ว​สิ่ง​ที่ค้างคาใจก็ถูกไขขาน...​

" อ้าว ! ท่านรองไม่รู้หรือ ? ก็ไอ้โรค​ที่คนหนุ่มคนสาวบ้านเรามันล้มตายกัน​เป็นใบไม้ร่วงทุกวันนี้ไง " ลุงช่วยตอบเสียงเบา

ชายสูงอายุรู้สึกวูบ ! เหมือนโดนหมัดของไมค์ ไทสัน เข้า​ที่ปลายคาง !!

 

F a c t   C a r d
Article ID A-831 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง เมืองปราบเซียน
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๖๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๒
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3384 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 16 มี.ค. 2548, 20.43 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น