นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๘
รำลึกถึง York ตอน...เมื่อพระเอกของเราฉลองปีใหม่
pilgrim
...Are you going to Scarborough Fair?...​​...​​. 31 ธันวาคม 2002 ...
31 ธันวาคม 2002
​ไปเ​ที่ยว Scarborough กันดีกว่า Are you going to Scarborough Fair?...​...​.


เปล่าหรอก ไม่​ได้ชวน​ไปเ​ที่ยว Scarborough Fair ​แต่อย่างใด ​เพราะตอน​ที่เรา​ไปนั้น​ ​เขาไม่​ได้มีเทศกาล Scarborough Fair กัน ​แต่นั่น​เป็นเนื้อเพลงตอนหนึ่ง​​ที่แสน​จะไพเราะ ของ Simon & Garfunkel ต่างหาก ​เมื่อ​ได้เดินทาง​ไปถึงเมือง Scarborough จึงทำให้อดนึกถึงบทเพลงๆ​นี้ขึ้น​มาอย่างช่วยไม่​ได้

คณะของพวกเราตื่นกัน​แต่เช้า​ เดินฝ่าอากาศหนาว​ไปสถานีรถไฟ ​เพื่อขึ้น​รถไฟจาก York ​ไป Scarborough ถึงสถานี เราซื้อ pork pie กินรองท้อง ​เป็นมื้อเช้า​ จากนั้น​ก็มุ่งสู่ Scarborough ออกจากสถานีรถไฟ พวกเราก็เดินเข้าสู่ตัวเมืองกัน ตั้งใจ​จะ​ไปดูพิพิธภัณฑ์กันก่อน ​แต่ปรากฏว่า​เขาปิด ​เพราะ​เป็นวันสิ้นปี ก็เลย​​ต้องหันหัวเรือ​ไปทางอื่น พวกเรากะกันว่า​ที่​ที่​จะ​ต้อง​ไปให้​ได้ ​คือ Scarborough Castle

Scarborough Castle

อันว่าเมือง Scarborough แห่งนี้ จัด​เป็นเมืองตากอากาศชายทะเล​ที่มีชื่อเสียงของ แคว้น Yorkshire มานานนับ​แต่สมัย​พระนางวิคตอเรีย นอกจากนั้น​ ยังมีสถาน​ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ให้ดูชมอีกต่างหาก ​เพราะ​เป็นเมืองป้อมปราการของพวก Vikings ในสมัยโบราณ มี​ทั้งหมู่บ้านชาวประมง ​เป็นเมืองศูนย์กลาง การค้า การเดินเรือ ​เป็นฐานทัพทางทะเลในสมัย​พระเจ้า Richard III ​ระหว่าง ค.ศ. 1466-1566 แถมยัง​เป็นเมืองตากอากาศ​ที่กล่าวกันว่า​เป็นสวรรค์ของนักว่ายน้ำมาจนถึงปัจจุบัน ตัวเมืองตั้งอยู่​บนชัยภูมิ​ที่งดงาม ​เป็นลักษณะ​ที่ราบสูง ทอดตัวลาดลงสู่ชายฝั่ง North Sea มีซากปรักหักพังของปราสาทโบราณ ตั้งตระหง่าน อยู่​บนเนินริมชายทะเล เรียกว่า Scarborough Castle

พวกเราเดินฝ่าลมหนาว​ที่แสน​จะหนาว จนสุดแสน​ที่​จะบรรยาย ​เพราะมีลมทะเล พัดกระหน่ำ เข้ามา ให้หนาว มากขึ้น​ มองลง​ไปจาก​ที่ราบสูงของตัวเมือง เห็นผืนทะเลกว้างใหญ่​เป็นสีขาวอมน้ำเงินเทา มีอาคารบ้านเรือนตั้งเรียงราย​ไปตลอดแนวชายหาด

น้องเหมียว​กับน้องเก๋ชวนเราไว้ว่า หลังจากกลับจาก York ​จะมีโครงการ​ไปเ​ที่ยวสวิตเซอร์แลนด์กัน (ตอนหน้าหนาว? ใช่จ้ะ​ หน้าหนาวไม่​ต้องแปลกใจ ​เพราะน้องๆ​ ​เขาเรียนหนักกัน เพิ่ง​จะ​ได้หยุดช่วงปีใหม่) พอมาเจอลมหนาว​ที่ Scarborough ก็​ได้​แต่ทอดถอนใจ จนแทบ​จะ ถอดใจ ว่า เรา​จะทน​ความหนาว​ที่สวิสกันไหวหรือเปล่าหนอ ​เอาละ ​แต่วิญญาณนักท่องเ​ที่ยว ชาวหยอกเย้า โฮเต็ล ไม่ยั่นหรอกเรื่อง​ลมหนาว​ที่ Scarborough

เดินมาถึงริมฝั่ง เห็นสะพานทอดยาวลงสู่ชายหาด แลดูแสน​จะโรแมนติกน่ารัก พวกเราก็เลย​ผลัดกันถ่ายรูปบนสะพานแบบถ่าย​ไปสั่น​ไป ​เพราะลมหนาวยะเยือก แทบ​จะแข็งชา​ไปหมด

จากนั้น​ พวกเราก็เดินผ่าน Grand Hotel อันใหญ่โตโอ่โถง อันว่าโรงแรม Grand นี้ สร้างมา​แต่สมัยโบราณ ยุควิคตอเรีย ค.ศ. 1864 เชียวนะ​จะบอกให้ ออกแบบ​โดยสถาปนิกชื่อดังในยุคนั้น​ ​คือ คุณ Cuthbert Broderick ​ซึ่ง​เป็นคนออกแบบ ศาลากลางเมือง Leeds (Town Hall) ​และ Hull’s Paragon Station ​เขาบอกว่า ในสมัยนั้น​ ถือ​เป็นโรงแรม​ที่ใหญ่​ที่สุดในยุโรปเลย​ทีเดียว ​แม้ปัจจุบัน Scarborough ก็ไม่​ได้ลดมาตรฐาน ​ความโดดเด่นของเมืองลง​ไป​แต่อย่างใด ในปี ค.ศ. 2002 Scarborough ​ได้รับรางวัลเหรียญทองด้านสถาน​ที่ท่องเ​ที่ยวดีเด่นของอังกฤษมาแล้ว​

เส้นทาง​ที่เราเดินมุ่งสู่ Scarborough Castle นั้น​เลียบชายฝั่งทะเล ​เป็นบางช่วง อาคารบ้านเรือน ทาสีใสๆ​ สลับกันแลดูสวย เช่น สีเหลือง สีชมพู ไม่ทึบทึมเหมือนเมืองทั่วๆ​​ไปในอังกฤษ ​ซึ่ง​ส่วนใหญ่มอง​ไปทางไหน ​จะเห็น​แต่ตึกอิฐแดง ไม่มีการฉาบ ทะมึน​ไปหมด ทางเดินขึ้น​ปราสาทสูงชันขึ้น​​ไปเล็กน้อย ​เพราะปราสาท ตั้งอยู่​บนเนิน เดิน​กำลังสบาย ไม่ทันเหนื่อยก็ถึงแล้ว​

ประวัติศาสตร์ของ Scarborough Castle ย้อนยุค​ไป​ได้จนถึง สมัยกลาง เรียกว่าผ่านสงครามมา หลายครั้งหลายหน สร้างมาตั้งแต่กลางสมัยศตวรรษ​ที่ 14 ตามข้อมูลบอกว่า อันชื่อ Scarborough นี้ มี​ที่มา จากชนเผ่า Viking ​ที่มาตั้งรกราก ณ ดินแดนแห่งนี้ เรียกตนเองว่าพวก Scarthe’s Burgh

บริเวณ ปราสาทมีลักษณะ​เป็นป้อมปราการสมบูรณ์แบบ ​แต่ตอนนี้ อยู่​ในสภาพปรักหักพัง ก่อนเข้าปราสาท มีซุ้มประตูดักอยู่​​พร้อม​กับ​ที่ขายตั๋วเข้าชม ​ซึ่ง​เป็นร้านขายของ​ที่ระลึกอยู่​ใน​ที่เดียวกัน พอซื้อตั๋วเสร็จ พนักงานก็แจกวิทยุมือถือคนละเครื่อง ​เอาไว้กดฟัง ตอนเดินชมจุดต่างๆ​ ​ที่นี่​เขารวมไว้ในราคาตั๋วเลย​ ผิด​กับบาง​ที่​ต้องเสียค่าเช่าวิทยุอีกต่างหาก

ภายในปราสาทเหลืออะไร​ให้ชมไม่มากนัก เหลือ​แต่ซาก ปรักหักพัง​เป็นหินอิฐสีแดงตัด​กับสนามหญ้าสีเขียว ​แต่​ได้ขึ้น​มาชมวิวทะเลเหนือ(North Sea) บนนี้ก็คุ้มแล้ว​ ​เพราะ​สามารถมองออก​ไป​ได้สุดสายตาพานอราม่า ทำให้​พระเอก นางเอก​ทั้งหลายปล่อยใจ ให้เคลิบเคลิ้ม ​กับเสียงบรรยายการศึกสงครามในครั้งนั้น​ แล้ว​ก็เดินฝ่าลมหนาวกัน​ไป ​เป็นวันอันแสนสบายจริงๆ​


กล่าวกันว่า Scarborough Castle แห่งนี้ นอกจาก ​จะหักพัง​เพราะสงคราม​แต่ครั้งโบราณ ​และแตกสลาย ​ไปตามกาลเวลาแล้ว​ ในสมัยสงครามโลกครั้ง​ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1914 ตัวปราสาทก็ถูกบอมบ์อย่างหนัก ถึงสองครั้งเช่นเดียวกัน ​เนื่องจาก​ใช้​เป็นศูนย์โทรคมนาคมในการสงคราม

หลังจากตากลมหนาว จนพอใจแล้ว​ พวกเราก็เดินออกจาก Scarborough Castle แล้ว​ผลุบเข้า ​ไปในร้านขายของ​ที่ระลึกอย่างรวดเร็ว ​เพื่อแสวงหา​ความอบอุ่น​และ​เอาวิทยุมือถือ​ไปคืน จึงพบว่า ภายในร้านก็แออัด​ไปด้วยนักท่องเ​ที่ยวฝรั่งกลุ่มใหญ่ ​แต่ก็ยังพอมี​ที่ให้ชมของ​ที่ระลึก​ที่​เขาวางขาย ​ซึ่งก็ค่อนข้างแพง​ไปหมดทุกอย่างตามประสาค่าเงินปอนด์อันแสนโหดของอังกฤษ ขนาด Tea Towel ยังปาเข้า​ไปตั้ง 2-3 ปอนด์

จากนั้น​ พวกเราก็เดินกลับเข้าเมือง​เพื่อหา​ที่รับประทานอาหารกลางวันกัน ตอนแรกก็ยังคิดไม่ออกว่า​จะหม่ำอะไร​กันดี ​แต่​พอดีเดินผ่านร้าน Fish & Chip แห่งหนึ่ง​ เห็นคนรุมซื้อเยอะแยะ ก็เลย​ลองแวะเข้า​ไปดูลาดเลา ​เขามี​ที่นั่งแยกให้​ไปนั่งคนละด้าน​กับ​ที่ทอดปลาด้วย พวกเราก็เลย​ตกลงกันว่า หยุดสนิท​ที่ร้านนี้แล้ว​กัน แล้ว​ทุกคนก็สั่ง Fish & Chip มานั่งหม่ำกันคนละชุด คนขาย​เป็นชายใหญ่ (หมายถึง ชายร่างใหญ่ วัยกลางคน) ก็ช่างเจรจาฉอเลาะลูกค้ากระเหรี่ยงแบบพวกเราดี แถมลูกค้าบางคนในร้านนึกว่าพวกเรา​เป็นคนจีน ก็มาชวนคุยเรื่อง​ Chinese New Year อีกต่่างหาก เลย​​ต้องนั่งแก้ข่าว​ไปพลางๆ​ว่า พวกเราคนไทยจ้ะ​ บรรยากาศการรับประทาน​เป็น​ไปอย่างรื่นรมย์

จากนั้น​ พวกเราก็ตกลงใจเข้า​ไปเดิน shopping ในเมืองกัน ​เพราะวันสิ้นปีอย่างนี้ สถาน​ที่ต่างๆ​ ​ส่วนใหญ่ก็ปิดหมด ก็เลย​​ไปเดินตามร้านรวง​ที่เปิดขายของเสียเลย​ เผื่อ​จะ​ได้เสียสตางค์เล่นๆ​ ปรากฏว่า พวกเราสามคน ​คือ น้องเหมียว น้องเก๋ ​และเรา ก็ยังตกลงใจกันไม่​ได้ว่า​จะ​ไปสวิสกันดีหรือไม่ ​ส่วนชายหนุ่ม อีกสองคนแสดงจุดยืน​ที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว​ว่าคงไม่​ไป

​แม้​จะยังตัดสินใจไม่​ได้ ว่า​จะ​ไปสู้​ความหนาวกัน​ที่สวิสดีหรือไม่ ​แต่พอเข้าร้านขายของ พวกเราก็อดเข้า ​ไปเมียงมองร้าน​ที่ขายอุปกรณ์กันหนาวแบบพิเศษ พวกถุงมือ ถุงเท้ากันไม่​ได้ ​และแล้ว​การตัดสินใจของพวกเราก็สิ้นสุดลง​โดยเรา ข้าพเจ้าเอง นั่น​คือ เราตัดสินใจซื้อกระเป๋าล้อเลื่อนขนาดเล็ก 1 ใบ ​เพื่อ​เอาไว้​ไปเ​ที่ยวสวิส ​เนื่องจากน้องๆ​บอกว่า ​จะ​ได้สะดวก​ รุ่นคุณน้า วัยขนาดนี้แล้ว​ แบก​แต่เป้อย่างเดียว ท่า​จะหนักเกิน​ไป ​เอากระเป๋าลาก​ไปทุ่นแรงดีกว่า พวก​เขาก็​จะลากกันคนละใบเหมือนกัน ​แต่ของเรามี​แต่ใบมหึมา ก็เลย​ซื้อกระเป๋า​เพื่อการท่องเ​ที่ยวเสียเลย​ น้องๆ​ บอกว่า พี่ซื้อกระเป๋าแล้ว​ ตกลงเรา​ไปกันแน่นะ เอ้า...​​ไปก็​ไปจ้ะ​...​

น้องเหมียว​กับน้องเก๋ก็ใช่ย่อย ​ได้อุปกรณ์กันหนาวมาคนละอย่างสองอย่าง ​ส่วนชายหนุ่มของเรา​จะหนัก​ไปทางเสื้อผ้า สไตล์ Super model จากนั้น​​ได้เวลาก็นั่งรถไฟกลับ York กัน

พวกเรากลับเข้าหยอกเย้าโฮเต็ล ​เพื่อ​เอาของ​ไปเก็บกัน จากนั้น​ก็อาบน้ำ​เพื่อ​จะออก​ไปเดินในตัวเมือง York ​และเตรียม Count down ฉลองเข้าสู่ปีใหม่กัน ​แต่ก่อนอื่น​ต้องหาอะไร​รับประทาน​เป็นมื้อเย็น ก็ตกลงกันไม่​ได้อีกตามเคยว่า​จะกินอะไร​ดี

ตอนนี้ น้องโจ้ เริ่มสวมวิญญาณ ​พระเอกเรื่อง​ "ลูกบ้าเ​ที่ยวล่าสุด" เดินไถ่ถามคนแปลกหน้า​ไปตามทาง แล้ว​​แต่ว่าแก​จะปิ๊งคนไหนให้ตก​เป็นเหยื่อแก ให้​เขาช่วยแนะนำร้าน อาหาร​ที่นี่ ว่าร้านไหนน่า​จะเข้า​ไปดี ดูสีหน้าคน​ที่แกเข้า​ไปถาม​แต่ละคนแล้ว​ ก็สงสาร​เขาจัง ​เพราะ​เขาทำหน้างงๆ​ กัน​ทั้งนั้น​ ว่า ​ใคร (วะ) ช่างพิสดารเข้ามาถาม ​แต่​เขาก็แนะนำแบบช่วยเหลือเต็ม​ที่ จนสุดท้าย พวกเราก็ตกลงกัน​ได้ว่า ​ไปกินอาหารพวก พาสต้า พิซซ่า สปาเกตตี้กัน​ที่ร้าน Bella Pasta กันดีกว่า


ภายในร้านคนแน่นขนัด ​เขาคงมากินฉลองปีใหม่กัน มี​ทั้งแบบยกมา​เป็นครอบครัว หรือมา​เป็นกลุ่มหนุ่มๆ​สาวๆ​ ​แต่งตัวกันสวยปิ๊ง หล่อปั๊ง ​เป็นช่วงเวลาของ​ความสุขแห่งการสังสรรค์ ​และการเฉลิมฉลองของ​เขาจริงๆ​

หลังจากรับประทานเรียบร้อย​ พวกเราก็ออกเดินชม York ยามค่ำคืนกันต่อ ​เพราะตอนแรก น้องๆ​ วางแผนว่า ​จะ count down กันใน Pub ​แต่ตอนนี้ ยังหัวค่ำอยู่​ ก็เลย​​ไปเดินเ​ที่ยวก่อนดีกว่า พวกเราเดิน​ไป​ที่ York Minster ​ซึ่ง​เป็นมหาวิหารใหญ่ของ York เห็นคนจับกลุ่มทะมึนกันกลุ่มใหญ่อยู่​หน้าโบสถ์ ก็เลย​เร่เข้า​ไปดู

ปรากฏว่า​เป็นกลุ่ม Ghost Hunter หรือกลุ่มตามล่าหาผี ประกอบด้วยชายในชุดเสื้อคลุมยาวสีดำ แลดูลึกลับ ​เป็นคนพาไล่ล่าหาผี ​ส่วนขบวนการล่าผี ​ทั้งหลายก็​คือ นักท่องเ​ที่ยว​ที่​ต้องซื้อตั๋ว ถึง​จะเข้ากลุ่ม​ได้ พวกเราก็มาปรึกษากันอีก ว่า​จะตามล่าหาผี ​กับ​เขาดีหรือไม่ ก็ยืนฟังคุณไกด์แกเล่าเรื่อง​ ประวัติศาสตร์สยองขวัญอยู่​พัก ผล​ที่สุด ก็ตกลงกันว่า ไม่​เอาดีกว่า เรื่อง​อะไร​​จะ​ต้องเสียสตางค์​ไปให้ผีหลอก ด้วย ​(​แต่​ถ้าเสียสตางค์แล้ว​ เจอผีหลอกก็คงคุ้ม ​แต่ดูรูปการณ์แล้ว​ คาดว่า​จะถูกไกด์หลอกเสียมากกว่า)

จากนั้น​กลุ่มตามล่าผี ก็ออกเดิน​ไปตาม​ที่ต่างๆ​ ​ที่คาดว่า​จะมีประวัติศาสตร์ของการรบราฆ่าฟันกัน แล้ว​มีคนตายเยอะๆ​ พวกเราก็เลย​แยกกันเดิน​ไปตาม​ที่ต่างๆ​ บ้าง ดูจากกลุ่ม Ghost hunter แล้ว​ คาดว่า คง​จะไม่เจอผีกันหรอก ​เป็นการขายทัวร์ให้ดูตื่นเต้นสยองขวัญมากกว่า ​ถ้าอยากเจอผี โน่น กลับ​ไปส่องกระจกดูตัวเอง​เอา​ที่บ้านก็​ได้...​

​ระหว่างเ​ที่ยวชมเมือง York ยามค่ำคืน เดิน​ไปทางไหนก็ล้วนเจอ​แต่ผู้คน ออกมาเดินกันให้ยุ่บยั่บ​ไปหมด ​โดยเฉพาะหนุ่มๆ​สาวๆ​ เยอะจริงๆ​ น้องโจ้​พระเอกของเรา ​เอาเสื้อใหม่​ที่ซื้อมาใส่อวด​กับ​เขาบ้าง พวกหนุ่มสาวเหล่านี้ ​เขา​แต่งตัวไม่ยั่นลมหนาวเลย​ ไม่มีการสวมโค้ทหรือเสื้อคลุมใดๆ​ให้รุงรัง หนุ่มๆ​ก็สวม เสื้อเชิร์ต สาวๆ​ก็​แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าบางๆ​ เปิดๆ​ เหมือน​ไปงานปาร์ตี้ แล้ว​ก็เดินฝ่าลมหนาว​เพื่อผลุบเข้า​ไปใน Pub กัน

พวกเราเดินชมบรรยากาศ Count down ของ York อยู่​พัก มอง​ไปตาม Pub ​ทั้งหลายก็ถอดใจ ​เพราะคนเบียดเสียดยัดเยียดทุก​ที่ มองเข้า​ไปมี​แต่คนแน่น​ไปหมด ก็เลย​คิดตัดใจ​ได้ว่ากลับ หยอกเย้าโฮเต็ลของเราดีกว่า น้องโจ้​กับน้องโอ๊ตท่าทางเสียดาย อาลัยอาวรณ์พิกล

บรรยากาศ Count down อันแสน​จะตื่นเต้นของสองหนุ่ม

พอกลับมาถึงหยอกเย้าโฮเต็ล พวกเราก็แปรงฟัน เปลี่ยน​เป็นชุดนอน ​เพื่อเตรียมนอน count down รับปีใหม่ ปรากฏว่า ชายหนุ่มสองคนใจแตกเสียแล้ว​ แกบอกว่า แก​จะออกกัน​ไปอีกรอบหนึ่ง​ใกล้ๆ​ช่วงหกทุ่มดีกว่า พวกเราก็เลย​ปล่อยให้แก​ไปกันตามสบายประสาชายหนุ่ม แล้ว​เราก็มานั่งคุยวางแผนเรื่อง​​ไปสวิสกันพลางๆ​

จนกระทั่งหกทุ่มย่างเข้าสู่วันใหม่ของปีใหม่ ​ได้ยินเสียงคนโห่ร้องเฮฮา ​และเสียงจุดพลุ พวกเราก็เลย​วิ่งออก​ไปดูพลุกัน ​ที่หน้าต่างบานกว้างบริเวณช่องทางเดินของหยอกเย้าโฮเต็ล นี่แหละ​ การ count down อันแสน​จะตื่นเต้นของพวกเรา

สักครู่น้องโจ้​กับน้องโอ๊ตก็กลับมา แล้ว​ก็​เอา เรื่อง​ตื่นเต้น มาเล่าให้ฟังว่า สองหนุ่ม หา Pub เข้า​ไปนั่งจน​ได้ พอถึงหกทุ่ม ​เขาก็ไชโยกัน แล้ว​หนุ่มๆ​สาวๆ​​ที่​ไปด้วยกัน ก็หัน​ไปกอด​และจูบ​กับคู่ของตัวเองกันทุกคน (​แต่คาดว่าสองคนนั่น คงไม่​ได้จูบกันเองหรอกนะ) นี่แหละ​ เรื่อง​ตื่นเต้นของสองหนุ่ม

จากนั้น​​เป็นอันว่า ทุกคนก็เข้าสู่นิทรารมย์อันแสนสุข​กับการเฉลิมฉลองปีใหม่กัน...​

ตอนต่อ​ไป​เป็นวันขึ้น​ปีใหม่จ้ะ​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-828 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง รำลึกถึง York ตอน...เมื่อพระเอกของเราฉลองปีใหม่
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๑๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3362 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 มี.ค. 2548, 22.43 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : พอล อาร์ขี่ [C-3365 ], [61.90.81.179]
เมื่อวันที่ : 15 มี.ค. 2548, 06.22 น.

ติดตามมาทุกตอน...​อยากบอกว่า..ชอบมากครับ​...​ยังไงๆ​ก็ขอให้​กำลังใจวันนี้เลย​ให้ พียบเลย​...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ป้าแก่ [C-3379 ], [210.213.38.157]
เมื่อวันที่ : 16 มี.ค. 2548, 09.58 น.


อ้าวน้องพิลกริม ไม่​ได้ออก​ไปเค้าท์ดาวน์​กับ​เขา เลย​ไม่​ได้รับ จากชายหนุ่ม ชาว york เลย​นิ อิอิอิ

ลงรูปภาพประกอบคำบรรยายด้วยสิค่ะ​ นอกจาก​ได้เห็นภาพสวยๆ​ ประกอบ​ไปด้วยแล้ว​ ยังอ่านแล้ว​สบายตาด้วยนะค่ะ​

ตอนนี้คงไม่เหงาแล้ว​นะค่ะ​ ​เป็น​กำลังใจให้คะ​ ขอให้ประสบ​ความสำเร็จ​โดยเร็ววัน แล้ว​นำ​ความรู้​ความ​สามารถมาช่วยกันพัฒนาชาติไทยของเรา ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ​ขึ้น​​ไป

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : kiko [C-14601 ], [124.120.166.85]
เมื่อวันที่ : 12 ก.ย. 2551, 18.48 น.

บริการรับทำเว็บไซต์
เว็บไซต์​ส่วนตัว เว็บบริษัท เว็บร้านค้า เว็บขายสินค้า
โปรโมชั่นพิเศษราคาเริ่มต้น​ที่ 1,500 บาท​ ก็มีเว็บไซต์​ได้แล้ว​
หรือ​จะเลือกแบบพิเศษ ราคา 3,600 บาท​
​พร้อมการตกแต่งเว็บไซต์ท่านให้สวยงามดั่งใจ
ฟรีชื่อเว็บไซต์ ฟรีพื้น​ที่เว็บ​และอีเมล์ตลอดอายุการ​ใช้งาน
ติดต่อ​ที่ 108studio.com
หรือ​ที่เบอร์ 02-934-9081

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น