นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๓ มีนาคม ๒๕๔๘
รำลึกถึง York...ความเร้าใจของห้องน้ำและยามราตรี
pilgrim
...รำลึกถึง York...​​​​ความเร้าใจของห้องน้ำ​​และยามราตรี เก็บข้าวของเสร็จก็นัดหมายกัน​​จะออก​​ไปหาอาหารกลางวันใส่ท้องในเมือง จากโรงแรม...
รำลึกถึง York...​​ความเร้าใจของห้องน้ำ​และยามราตรี

เก็บข้าวของเสร็จก็นัดหมายกัน​จะออก​ไปหาอาหารกลางวันใส่ท้องในเมือง จากโรงแรมเดินเข้า​ไปในตัวเมือง ข้ามสะพานเหนือแม่น้ำ Ouse เห็นระดับน้ำท่วมสูงขึ้น​มาบนฝั่ง ท่วมตึกชั้นล่าง​ที่อยู่​ริมน้ำ ​และบริเวณริมเขื่อน​ที่มีบันไดลง​ไปเดินเล่น บาง​ส่วน​เป็นระเบียงร้านอาหารริมน้ำ ​ซึ่ง​ต้องปิดกิจการชั่วคราว ​เพราะน้ำท่วม

อาหารกลางวันมื้อนั้น​ ของพวกเรา ​คือ ไก่ทอด เฟรนช์ฟราย ​และโค้ก จากนั้น​ ก็มุ่งสู่สถาน​ที่ท่องเ​ที่ยวแห่งแรก ​คือ Clifford’s Tower ​แต่ก่อนอื่น เรามารู้จัก York กันสักเล็กน้อยดีกว่านะ...​

York ยุคโรมัน (Roman)
เมือง York แห่งนี้ สืบย้อนประวัติ​ไป​ได้เกือบ 2,000 ปี ​โดยแรกเริ่ม ในปี ค.ศ.71 พวกโรมัน ​ซึ่งรุ่งเรืองสูงสุดในยุคนั้น​ เข้ามาสร้างค่ายทหารในดินแดนแถบนี้​เพื่อทำสงคราม​กับพวก Brigantes ​ซึ่ง​เป็นชนเผ่า Celtic ​ที่ครอบครองพื้น​ที่​ส่วนต่างๆ​ของเกาะบริเทน​แต่ดั้งเดิม ​เมื่อรบชนะ ก็สถาปนาขึ้น​​เป็นเมืองป้อมปราการชื่อว่า Eboracum มีแม่น้ำ 2 สายไหลมาบรรจบกัน ​คือ แม่น้ำ Ouse ​และแม่น้ำ Foss กลาย​เป็นเมืองใหญ่เจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมัน ​และถือ​เป็นเมืองหลวงของบริเทนตอนล่างในยุคนั้น​

York ยุค แองโกลแซกซัน (Anglo Saxon)
พวกแองโกลแซกซัน นี้​เป็นชนเผ่า​ที่ข้ามมาจากเยอรมนี ​เพื่อเข้ามายึดครองเกาะ
บริเทนในราวๆ​คริสต์ศตวรรษ​ที่ 5 ดังนั้น​ จึงมาปะทะกันเข้า​กับพวกโรมันเจ้าของพื้น​ที่ ​ซึ่งเริ่มอ่อนแรง ​เพราะข้าม​ไปทำสงคราม​กับฝรั่งเศส (พวกนี้ วันๆ​คง​เอา​แต่รบแฮะ) ใน​ที่สุด พวกแองโกลแซกซัน ก็รบชนะ ยึดครองเมือง​ได้ แล้ว​เปลี่ยนชื่อเมือง ​เป็น Eoforwic กลาย​เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรอิสระ Northumbria ในสมัยนั้น​ ​และในยุค
แองโกลแซกซัน นี้เอง​ที่ศาสนาคริสต์เริ่มลงหลักปักฐานมั่นคงบนดินแดนแห่งนี้ มีการสร้างโบสถ์ไม้สักขึ้น​มา​เพื่อพิธีกรรมทางศาสนา นับ​เป็นโบสถ์เล็กๆ​แห่งแรกก่อน​จะกลาย​เป็นมหาวิหาร York Minster ในปัจจุบัน

York ยุคไวกิง (Viking)
กองทัพไวกิงเข้ามายึดครอง York ในปี ค.ศ. 866 ​และเปลี่ยนชื่อเมืองหลวงแห่งนี้​เป็น Jorvik หลังจากนั้น​ พวกไวกิงก็นำสันติ​และ​ความรุ่งเรืองมาสู่ York ในยุคนั้น​ Jorvik กลาย​เป็นเมืองท่าทางน้ำ​ที่มีเส้นทางเดินเรือค้าขาย​กับยุโรปตอนเหนือ

York ยุคนอร์มัน (Norman)
​พระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต บุกมาถึง York ในปี ค.ศ. 1069 ​เพื่อมาปราบกบฏ ​เมื่อชนะก็​ได้สร้างปราสาทไม้ขึ้น​ 2 หลังบนเนิน เรียกว่า York castle หลังจากนั้น​ กษัตริย์​กับเหล่าอัศวินก็จัดการแบ่งสันปัน​ส่วน York กัน แบบวัดครึ่งหนึ่ง​ กรรมการครึ่งหนึ่ง​ ​พร้อม​กับร่วมใจกันสร้างโบสถ์ York Minster ให้โอ่โถงกว่าเดิม

ในสมัยนี้เอง​ที่ York กลาย​เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ (อันดับหนึ่ง​ ​คือลอนดอน) ​และกลาย​เป็นเมืองหลวงตอนเหนือของอังกฤษ ​แต่อนิจจังไม่เ​ที่ยง จาก​ความรุ่งเรืองก็มาสู่​ความร่วงโรย ในราวปี ค.ศ. 1400 อัน​เนื่องมาจากสงครามดอกกุหลาบ (the War of the Roses) ใน​ระหว่างปีค.ศ. 1453-1487 ​โดย​ที่ผู้ปกครอง York ​ไปเข้าข้างอีกฝ่าย​ที่ตอนหลังแพ้ ทำให้​พระเจ้า Edward IV เจ็บแล้ว​จำไม่ลืม จึงปกครองแบบบีบคั้น York อย่างหนัก จึงถือ​เป็นยุคตกอับของ York นอกจาก​จะเกิดโรคระบาด คนล้มตายแล้ว​ ศูนย์กลางอุตสาหกรรม การค้าขายก็ย้าย​ไปอยู่​ลอนดอน


​และในปี ค.ศ. 1533 ​เมื่อ ​พระเจ้า Henry ​ที่ 8 ประกาศตน​เป็นอิสระทางศาสนาจากโรม ​และสถาปนา The Church of England ขึ้น​มา ก็​เป็นอันว่ามาถึงยุคล้มละลายของ York ​ซึ่ง​แต่เดิม​เป็นศูนย์กลางทางศาสนา อย่างไรก็ตาม ​พระเจ้า Henry ​ที่ 8 ก็ไม่​ได้ทอดทิ้ง York อย่างสิ้นเชิง York จึงยังเปรียบเสมือน เมืองหลวงตอนเหนือ ของอังกฤษอยู่​อย่างเดิม

หลังจากนั้น​ York ก็ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาหลายสมัย เล่าข้ามๆ​ ​ไปบ้างแล้ว​กันนะ เดี๋ยว​จะหาว่ามาบรรยาย วิชาประวัติศาสตร์อังกฤษ

​เอา​เป็นว่า สมัยก่อน คนอังกฤษ​เขาก็ขยันรบกันน่าดู เดี๋ยวกลุ่มนั้น​รบ​กับกลุ่มนี้ ยังไม่ทันหนำใจ ก็ยัง​ต้องรบ​กับ​เพื่อนบ้าน​ที่อยู่​นอกเกาะอีกต่างหาก York เองก็เคยถูกทำลายจนแทบ​จะล่มสลาย​เพราะสงคราม อย่างไรก็ตาม ​แม้​ความรุ่งเรืองสูงสุด​จะผ่าน​ไปแล้ว​ York ทุกวันนี้ ก็ยังคง​ความสง่างาม ​และกลาย​เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเ​ที่ยวอีกแห่งหนึ่ง​​ที่อังกฤษภาคภูมิใจ
​เอาละ รู้จัก York กันพอประมาณแล้ว​ สถาน​ที่ต่อ​ไป​ที่เรา​ไปเยี่ยมๆ​มองๆ​กัน ก็​คือ...​

Clifford's Tower
สถาน​ที่แห่ง​ที่สองของวันแรก ​คือ Clifford's Tower ​ซึ่ง​เป็น​ส่วนเดียว​ที่ยังเหลืออยู่​ของ York castle ​ที่เดิม​เป็นปราสาทไม้ สร้างขึ้น​​เป็นป้อมปราการของ York ​โดย​พระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต ​เพื่อ​เอาไว้​เป็นศูนย์บัญชาการทางภาคเหนือ ทุกวันนี้เหลือเพียงร่องรอยอิฐ​เป็นรูปอาคารหักพัง บนเนินดินสูง มีบันไดให้ไต่ขึ้น​ลง ค่อนข้างชัน


ในสมัยโรมันยึดครอง บริเวณนี้เคย​เป็นสุสานมา​แต่เดิม ​ต่อมาถูกเผาทำลาย​และมีการสร้างขึ้น​ใหม่ด้วยอิฐ​และหิน ในศตวรรษ​ที่ 13 หอคอยแห่งนี้​ได้ชื่อตาม Lord Robert Clifford ​ที่ถูกแขวน​ทั้ง​เป็น ณ ​ที่แห่งนี้ ​เนื่องจากข้อหา​เป็นกบฏ หลังจากประเมิน​ความสูงชัน​และค่าเข้าชมแล้ว​ พวกเรา​ทั้งหมด ก็สมัครใจชมฟรีอยู่​ข้างล่างดีกว่า ไม่ ​ต้องเสียสตางค์ขึ้น​​ไป​เมื่อยขาด้วย

แล้ว​เราก็เริ่มสอดส่ายสายตารอบๆ​แถวนั้น​ เห็นมีอาคารเก่าๆ​โอ่โถงอยู่​หลายหลัง ก็ปรากฏว่า​เป็น พิพิธภัณฑ์ ​ที่มีชื่อว่า York Castle Museum เราก็เลย​​ไปด้อมๆ​มองๆ​ของ​เขาอีก ปรากฏว่าเสียค่าเข้า ​แต่คราวนี้พวกเราเห็นพ้อง​ต้องกัน ว่าเสียค่าเข้าก็​เอาเถอะ ​เพราะมันไม่​ต้องป่ายปีน ​และท่าทาง​เขา​จะมีอะไร​ให้ดูเยอะดี ก็เลย​​ใช้บัตรนักเรียนซื้อ​ได้ในราคาลด ประหยัด​ไป​ได้หน่อย​หนึ่ง​ก็ยังดี

York Castle Museum
ภายใน York Castle Museum นี้ ​เขามีของไว้ให้ดูมากมาย​ ไม่ผิดหวัง ​ส่วนใหญ่​จะจัดแสดงชีวิต​ความ​เป็นอยู่​สมัย Victorian ​เมื่อประมาณ 400 ปีล่วงมาแล้ว​ นับตั้งแต่​แต่งงาน เกิด จนถึงตาย ลักษณะของบ้านช่องห้องหอ แสดงเครื่องเรือนสมัยวิคตอเรีย​ที่ดูหนาหนัก ​และหรูหรา เสื้อผ้า เครื่อง​แต่งกาย ​ซึ่งค่อน​ไปทางลูกไม้​และโครเชต์ ดูสวยงามละเอียดลออ

นอกจากนั้น​ ​เขายังจัด​เป็นห้องต่างๆ​ของบ้านในสมัยนั้น​ ​แม้​แต่วิวัฒนาการของห้องน้ำ ห้องส้วม ร้านค้าต่างๆ​ในสมัยก่อน เช่นร้านขายยา ร้านขายลูกกวาด มีทางเดินแบบโบราณปูด้วยหิน​เป็นก้อนๆ​ ให้เดินลัดเลาะเยี่ยมๆ​มองๆ​ตามหน้าต่างร้าน

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้​เขา​ได้รับรางวัลพิพิธภัณฑ์ยอดเยี่ยมของอังกฤษด้วยนะ ​เพราะฉะนั้น​ ​ถ้าไม่​ได้ดูคงเสียดายแย่เลย​ ตัวพิพิธภัณฑ์ก็เคย​เป็นคุกมาก่อนในสมัยศตวรรษ​ที่ 18 ​ถ้ายังไม่น่ากลัวพอ บอก แถมให้ก็​ได้ว่า ​ใช้​เป็น​ที่แขวนคอนักโทษอีกต่างหาก ​แต่พวกเราไม่มี​ใครกลัวหรอก ​เพราะเดินดู​พร้อมกันหลายคน ​ถ้ากลัวก็แย่แล้ว​

พวกเราเดินดูกันอย่างเพลิดเพลิน จน​เขา​ได้เวลาปิด ก็เปลี่ยนมาเดินในร้านขายของ​ที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์แทน ตอนนี้ พวกหญิงสาวก็เริ่มซื้อ postcard ​เป็น​ที่ระลึก ​ส่วนน้องโจ้เริ่มแสดง​ความโดดเด่นของ​พระเอก ด้วยการซื้อของเล่นแบบโบราณ ทำด้วยไม้ ท่าทาง​จะเล่นยาก ​ต้อง​เอามาปั่นๆ​หมุนๆ​พิกล ​แต่​พระเอกของเราไม่ยั่น ตัดสินใจซื้อด้วย​ความฉับไว แล้ว​แกก็​เอามาหัดเล่นในห้องพักอย่างขมีขมัน ด้วยเหตุผล​ส่วนตัว ​คือ แก​จะหัดเล่นไว้โชว์สาวๆ​ พวกเราเห็นว่า ​เป็นเหตุผล​ที่น่าเห็นใจ​และสมควรส่งเสริม ก็เลย​ปล่อยให้น้องโจ้ แกเล่นของแก​ไป ​โดยมีคนอื่น​ไปแย่ง เอ๊ย ขอลุ้นเล่น​เป็นครั้งคราว


พอออกจากพิพิธภัณฑ์ ฟ้าเริ่มมืดสนิท อาคารรายรอบเปิดไฟสีต่างๆ​ ดูสวยงามแบบคลาสสิค พวกเราเลย​โพสต์ท่าถ่ายรูปกันใหญ่ อากาศก็ยังหนาวพอทน จากนั้น​ เราก็เดินเข้า​ไปในย่านกลางใจเมือง น้องเหมียวดูข้อมูลจาก The Lonely Planet แล้ว​ บอกว่า ​ที่ York มีร้านชาขึ้น​ชื่อ ​ที่​ใครๆ​ก็อยากมานั่งดื่ม ​เพราะชา​และขนม​เขาอร่อย ก็เลย​ตกลงกันว่า พวกเราสมควรให้เกียรติ​ไปเยือนร้าน​เขาสักหน่อย​ มิเช่นนั้น​ ​เขา​จะเสียใจ

Bettys Cafe Tea Rooms
ร้านนี้ตั้งอยู่​ตรงหัวมุมถนน ​ที่เรียกว่า St Helen’s Square ​พอดี มองผ่านกระจกใสบานใหญ่ เข้า​ไป ​เขา​แต่งร้าน​ได้โรแมนติกน่ารัก ​แต่ลูกค้าเพียบเลย​ เต็มแน่นหมดทุกโต๊ะ ​ที่รู้ว่าเต็มหมดทุกโต๊ะ ​เพราะหน้าร้านยังมีเข้าแถวยาวรอเข้า​ไปนั่งอีก​เป็นสิบ ​แต่ลูกค้าผู้มีเกียรติอย่างเราไม่ยั่นหรอก ฝรั่งยังเข้าแถว​ได้ แล้ว​พวกเรา​เป็น​ใคร ทำไมถึง​จะเข้าแถวไม่​ได้ ขนาดร้านสุกี้ MK เมืองไทย ร้านฟูจิ หรือร้าน Sizzler เราก็ยังเข้าคิวรอมาแล้ว​

ว่าแล้ว​ก็ตัดสินใจเข้า​ไปยืนต่อ​เขาทันที พลางสำรวจร้าน​เขา​ไปเรื่อย ​ที่มุมร้านด้านหนึ่ง​​เป็น​ที่ขายใบชาชั้นดี ยี่ห้อของร้าน​และของยี่ห้ออื่นๆ​ มีหลากหลายชนิด รวม​ทั้งมีขนมขายด้วย ภายในร้าน มีนักดนตรีเล่นเปียโน ​เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูกระจุ๋มกระจิ๋ม นอกจากน้ำชา กาแฟ​และขนมแล้ว​ ก็มีอาหารขายด้วย ​แต่พวกเราสมัครใจอยากลองชิมขนม​เขามากกว่า ก็เลย​สั่งชา​และขนมมานั่งกินกัน


บนโต๊ะ​แต่ละโต๊ะมีเชิงเทียนขนาดย่อมๆ​ตั้งประดับไว้ ให้แลดูน่ารักอีกด้วย จน​พระเอกของเราอดใจไม่ไหว หยิบ​เอาถ้วยชาของ​เขาขึ้น​มาลน แล้ว​บอกว่า​จะอุ่นให้ชาร้อน ​แต่พวกเรากลัวว่า​จะเผาร้าน​เขามากกว่า

ภายในร้านเริ่มโฆษณาเปิดจองโต๊ะสำหรับวันวาเลนไทน์ แล้ว​ ทำ​เอา​พระเอกของเราเริ่มฝันเฟื่อง ว่า​จะพาสาวคนใดมานั่งจิบชาดีหนอ
หลังจากกินขนม ชมบรรยากาศกันจนหนำใจแล้ว​ ก็เตรียมตัวกลับ​ที่พักกัน ก่อนกลับเข้าหยอกเย้าโฮเต็ล พวกเราก็ซื้อเบอร์เกอร์กินกัน​เป็นมื้อเย็นให้อิ่มท้อง

หยอกเย้าโฮเต็ล
ห้องพักของเรา ณ โรงแรมแห่งนี้ ​ต้องเดินขึ้น​บันได​ไปชั้นบน ​ส่วนชั้นล่าง​เป็นมุมต้อนรับ ห้องอาบน้ำ ​และห้องกินอาหาร ตามบันไดมีโฆษณา Ghost hunting ​เป็นระยะๆ​ สม​กับ​ที่​เขาบอกว่า​ที่ York นี้ผีดุ

​เอาละ เรามาถึงตอนตื่นเต้นเร้าใจของห้องอาบน้ำของโรงแรมแห่งนี้ (การบรรยายให้เห็นภาพอาจวาบหวิว เล็กๆ​ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ควรอ่านนะ​จะบอกให้) เรามีโอกาส​ได้เข้า​ไปในห้องอาบน้ำหญิงเท่านั้น​แหละ​ ​เพราะห้องอาบน้ำชาย ​เขาแยก​ไปอีกห้องหนึ่ง​

ภายในห้องอาบน้ำ หลังจากเปิดประตูชั้นนอกเข้า​ไป ลักษณะก็​เป็นพื้น​ที่ว่างเหมือนเช่นห้องน้ำทั่ว​ไป มีกระจก มีอ่างล้างมือ ​ส่วน​ที่อาบน้ำกั้น​เป็นห้องเล็กๆ​ ​ที่เร้าใจด่านแรก ​คือ ​แต่ละห้องไม่มีฝากั้น มี​แต่ผ้าม่านพลาสติก ให้รูดกั้นกัน​เอาเอง ​ซึ่งมันก็ไม่ค่อยสนิทนัก แถม​แต่ละช่องไม่มี​ที่ให้แขวนเสื้อผ้าใดๆ​​ทั้งนั้น​ ​แม้​แต่​ที่แขวนผ้าเช็ดตัวก็ไม่มี

นี่​คือด่านเร้าใจ​ที่สอง นั่น​คือ ​ถ้า​จะอาบ พวกเรา​ต้องถอดเสื้อผ้าแล้ว​ทิ้งไว้ตรงแถวอ่างล้างหน้า ​ซึ่ง​เขามีเก้าอี้ตั้งไว้ให้ 2-3 ตัว จากนั้น​ ก็เดินเปลือยเข้าห้องอาบน้ำ ​แต่ทีนี้ปัญหา​คือ พวกเรา​ไปอาบ​พร้อมกัน​ทั้ง 3 คน ดังนั้น​ จึง​เป็น​ไปไม่​ได้​ที่​จะยอมเปลือย โชว์​ซึ่งกัน​และกัน


พวกเราจึงแก้ปัญหา​คือ ยกเก้าอี้มาตั้งไว้หน้าห้องอาบน้ำของ​ใครของมัน แล้ว​เข้า​ไปถอดเสื้อผ้าในห้องอาบน้ำ แล้ว​​เอามือลอดออกมาวางไว้บนเก้าอี้ เท่านี้ก็อาบ​ได้อย่างสบายแล้ว​ ​แต่มีกฎกติกา​คือ ตอนอาบเสร็จ ห้ามออกมา​พร้อมกัน ​ต้องให้สัญญาณว่า คนนี้​จะออกมา​แต่งตัว ห้ามคนอื่นออกมา ​เพราะ​แต่งตัวในห้องอาบน้ำไม่​ได้ มันเปียก

โอย มันวุ่นวาย​ไปหมด นี่แหละ​ ​ความเขินอายของหญิงไทย

พออาบน้ำเสร็จ พวกเราก็เดินเข้าห้องพักกัน ปรากฏว่าหนุ่มๆ​ ก็มีเรื่อง​ตื่นเต้นเหมือนกัน​คือ ตอน​ที่​จะเดินเข้า​ไปอาบน้ำ เจอหนุ่มอินเดียเปลือยอยู่​ แถมชวนคุยอย่างไม่สะทกสะท้านอีกต่างหาก ทำให้น้องโจ้​กับน้องโอ๊ตเขินอาย​เป็น​กำลัง เลิกล้ม​ความตั้งใจ​ที่​จะอาบน้ำ มาบอกพวกเราว่า เดี๋ยวค่อยลง​ไปใหม่ ตอนไม่มีคนดีกว่า
นี่แหละ​ ​ความเร้าใจของหยอกเย้าโฮเต็ล แล้ว​คืนแรกก็ผ่าน​ไป...​.อย่างไร้ผี...​ก่อนนอน เราก็สวดมนต์น่าดูเหมือนกัน ​เพราะยังไม่อยากเร้าใจตอนดึก...​
(โปรดติดตามวัน​ที่สองต่อ​ไป)

 

F a c t   C a r d
Article ID A-810 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง รำลึกถึง York...ความเร้าใจของห้องน้ำและยามราตรี
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๓ มีนาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๙๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3243 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 03 มี.ค. 2548, 21.34 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น