นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๓ มีนาคม ๒๕๔๘
เรื่องของเรา: เด็กเสิร์ฟคนใหม่
โดโรที
... เราไม่เคยรู้เลย​​ว่าการ​​เป็นเด็กเสิร์ฟมันยากง่ายเพียงไร จนกระทั่งเรามาสัมผัส จึง​​ได้เกิดการเรียนรู้นอกระบบการศึกษาว่า มัน​​เป็นแบบนี้นี่เอง...
เรื่อง​ของเรา: เด็กเสิร์ฟคนใหม่

ตั้งแต่คู่หูของเรากลับ​ไป เราก็​สามารถเดินทาง​ไปมาคนเดียว​ได้​เพราะเริ่มรู้จักสถาน​ที่ต่างๆ​แล้ว​ เราโชคดี​ได้รับคำแนะนำจากพี่คนหนึ่ง​แกชื่อพี่ปิ๊ด พี่ปิ๊ดทำงานเกี่ยว​กับการบริการการศึกษาให้​กับนักเรียน ​ที่​ใครๆ​เรียกกันว่า agent ​พอดีมีนิทรรศการการศึกษาจัดขึ้น​​ที่บริษัท​ที่พี่แกทำงานอยู่​เราก็เลย​​ได้รู้จัก​กับพี่ปิ๊ดคนนี้ พี่ปิ๊ด​ได้ชื่อว่า​เป็นพลเมืองของประเทศนี้​เนื่องจากแก​แต่งงาน​กับคนรักของแก​ที่นี่ แก​เป็นคน​ที่มีมนุษสัมพันธ์ดีทำให้แกรู้จักคนมาก แกแนะนำให้เรา​ไปสมัครงาน​ที่ร้านอาหารไทยร้านหนึ่ง​ เราขอบคุณแก กลับมาถึงบ้านมานั่งคิดนอนคิดอยู่​ 4 วันเต็มว่า​จะ​ไปสมัครดีไหม ​เพราะเราไม่ชอบระบบเส้นสาย เราไม่รู้ว่าสังคม​ที่นี่​เป็นอย่างไร ​และเราก็ไม่อยากให้​ใครมาเรียกว่าเด็กเส้น อีกอย่างหนึ่ง​​คือกลัวทำไม่ดีก็​จะเสียชื่อพี่ปิ๊ดแกด้วย ​แต่สุดท้ายเราก็โทร​ไปก็คนมันอยาก​ได้เงินนี่ ขืนอยู่​แบบนี้อดตายแน่ๆ​ ทางร้านให้เรา​ไปกรอกใบสมัคร หลังจากนั้น​ไม่กี่วันเจ้าของร้านก็นัดแนะให้เรา​ไปทำงาน อาทิตย์แรกของการทำงาน​เขาเรียกว่าช่วงทดลองงาน (มีการทดลองงานเหมือนบริษัทในไทย ...​) เราเริ่มทำงานตั้งแต่ 4.30 pm ​ไปถึง 10.30 หรือ 11.30 pm ​ซึ่งเวลาไม่แน่นอน​แต่สิ่งเดียว​ที่แน่นอน​คือเงิน​จะเลิก 10.30 pm หรือ 11.30 pm คุณก็​ได้ค่าแรงเท่าเดิม ​เขาให้ค่าแรง​เป็นกะ จำนวนชั่วโมงของกะก็​จะบวกลบ​ไปหนึ่ง​ถึงสองชั่วโมง ช่วงฝึกงานเรา​ได้ 45$Aus เราพยายามคิด​เป็นเงินไทยก็ 1350 บาท​ ​เอาล่ะลองลุยดู วันแรก​ที่ก้าวเข้าร้านก็เจอป้าๆ​​ที่​เป็นเชฟ (Chief) เราเริ่มเรียนรู้งานจากการ​เป็นคนเตรียมของ ในชีวิตไม่เคยเข้าครัว หั่นหอม ผ่ามะนาว ให้มันถูกวิธีก็ทำไม่​เป็น ​แต่มันก็ไม่ยาก​ที่​จะเรียนรู้ ​ระหว่างเรียนรู้งานการสัมภาษณ์นอกระบบก็เกิดขึ้น​...​...​...​...​
พี่อ้อย : นี่เราชื่ออะไร​เนี่ย (พี่อ้อย​เป็นสาวหน้าตาดีบุคลิกห้าวๆ​​เพราะแก​เป็นทอม)
เรา: ด๊าคค่ะ​
พี่อ้อย: แล้ว​มาทำงาน​ที่นี่​ได้ไง
เรา: มีคนแนะนำมาค่ะ​
พี่อ้อย: แล้ว​มาอยู่​นานยัง อายุเท่าไหร่ มาทำอะไร​ มาเรียนอะไร​ พัก​ที่ไหน จบมาจากไหน จบอะไร​มา ????...​...​...​..โอย...​..พี่แกถามเยอะแยะมากมาย​...​..เราไม่อยาก​จะเชื่อว่าคำถามนี้เกิดขึ้น​ในวันแรก​ที่เรา​ไปทำงาน​และเกิดขึ้น​ทันที​ที่เราเจอหน้าพี่อ้อยขี้สงสัยคนนี้ เราพยายามยิ้ม​และตอบคำถามแก​ไป​ทั้ง​ที่ในใจนั้น​แสนหงุดหงิด นึก​ไปถึงตอนขอวีซ่าเราไม่ถูกสัมภาษณ์เลย​​แม้​แต่คำถามเดียว คง​จะ​เป็นบุคลิกของคนไทย​ที่มี มนุษย์สัมพันธ์ดีกระมัง เราพยายามบอกตัวเองให้รู้สึกดีดีเข้าไว้ ​ที่ร้านนี้มีพนักงานเยอะ​โดยเฉพาะเด็กเสิร์ฟ เราในฐานะสมาชิกใหม่ก็กลาย​เป็น​ที่สนใจของร้าน​ไป​โดยปริยาย ชีวประวัติของเรา​ได้รับการเผยแพร่​โดยพี่อ้อย เราคิดในใจว่าก็ดีเรา​จะ​ได้ไม่​ต้องคอยตอบคำถามทุกคน เราถูกฝึกให้เตรียมของอยู่​สองวัน เจ้าของร้านก็ให้เรามาฝึกเสิร์ฟ ผู้จัดการร้านแกชื่อพี่จ้อ พี่จ้อ​เป็นคนสอนงาน​ที่ดี​แต่บางทีแกก็หงุดหงิดบ้าง​ซึ่งก็​เป็น​ไปตามธรรมชาติของอารมณ์คน แกมา​ใช้ชีวิต​ที่นี่นานพอสมควรตอนนี้แก​กำลังสมัคร​เป็น PR (Permanent Residence) ​ที่นี่ เราก็ภาวนา​เอาใจช่วยให้แก​ได้​เป็นสมใจ ​ส่วนใหญ่คนไทย​เมื่อมาต่างประเทศก็​จะมีชื่อฝรั่ง ​เพื่อให้เรียกง่ายขึ้น​ พี่แกก็มีชื่อฝรั่งเหมือนกัน​แต่กันดัน​ไป​เอาชื่อเดือนมาตั้ง​เป็นชื่อแกว่า "August" มีอยู่​วันหนึ่ง​เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น​
เด็กเสิร์ฟ: Hello, This is...​...​...​..Thai Restaurant. May I help you ?
ลูกค้า: Are you August?
ด้วย​ความ​ที่น้องคนรับโทรศัพท์พึ่ง​จะมาฝึกรับ​ได้ไม่นานการฟังก็เลย​ผิดเพี้ยน​ไป น้องแกสวนกลับ​ไปยังลูกค้าด้วยถ้อย​ความชัดถ้อยชัดคำว่า...​...​...​.
เด็กเสิร์ฟ: Sorry Sir, This is July. It is not August
ลูกค้าเลย​วางโทรศัพท์แล้ว​เดินมาหาพี่จ้อ​ที่ร้าน​พร้อม​กับเล่าเรื่อง​นี้ให้ฟัง ...​...​...​
สำหรับการ​เป็นเด็กเสิร์ฟของเราก็มีเรื่อง​ผิดพลาดเหมือนกัน เริ่มตั้งแต่...​.
เสิร์ฟอาหารผิดโต๊ะ​เนื่องจากโต๊ะมันเยอะแล้ว​เราก็ยังจำไม่​ได้ วันแรกนี่นา​ใคร​จะ​ไปเรียนรู้​ได้หมด
เก็บบิลผิดโต๊ะ ก็มันงงอะ...​...​...​..
ทอนเงินผิดโต๊ะ สับสนอีกแล้ว​...​...​
ทำจุกไม้คอร์กหักคาขวดไวน์ ทางร้าน​ต้องมาช่วยกันงัด​เอาออกมา ​แต่อันนี้สุดท้ายก็ทำชำนาญ​เนื่องจากลูกค้าเรียก​ไปสอนเทคนิคในการเปิดขวด
ทุกครั้ง​ที่เราทำผิดเราก็กลาย​เป็นตลกจำ​เป็นเรียกเสียงหัวเราะจากลูกค้า แล้ว​ก็กลับมาฟังเสียงสวดจากพี่จ้อ​เป็นการตบท้ายอีกระลอกหนึ่ง​
มาดูเรื่อง​อาหารอาหารไทย​ที่นี่หน้าตามัน​จะไม่เหมือน​กับอาหาร​ที่ประเทศไทย อย่างผัดกระเพราเราเล็งตั้งนานก็ไม่​สามารถหากระเพราเจอ ​เพราะกระเพรา​ที่นี่มันแพงจริงๆ​ ​เขาก็เลย​​ใช้ใบโหระพาแทนกระเพรา​ซึ่งก็ถือว่า​เป็นตัวแทนกัน​ได้ เรา​ต้อง​เอาเมนูรายการอาหารมาศึกษาลักษณะของอาหาร​แต่ละชนิด ​ต้องมาเรียนรู้ว่าอันไหนเผ็ดมากเผ็ดน้อย ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้ให้รายละเอียด​กับลูกค้า​ได้ อาหารบางอย่างมี​แต่เนื้ออย่างเดียว อย่างเช่น แกงมัสมัน เวลารับ order ลูกค้ามัก​จะสั่งอาหารเรียกน้ำย่อยก่อน​ที่​เขาเรียกว่า อองเทร "Entrée" ตอนเรา​ไปใหม่ๆ​เราอ่าน เอนทรี่ "En-tree" ...​.เชยสะบัด ...​.. ทุกครั้ง​ที่เราเสิร์ฟอองเทรน้ำย่อยของเราก็ซึมออกมาด้วยเช่นกัน ​เพราะกลิ่นหอมของ Curry Pup, Spring role (ปอเปี๊ยะทอด) รวม​ทั้งไก่สะเต๊ะ มันช่างหอมเตะจมูกเราจริงๆ​ เขียนมาถึงตอนนี้เราก็​จะชัก​จะหิวแล้ว​ ขอตัว​ไปหาอะไร​ใส่ท้องก่อนนะ แล้ว​มาเจอกันใหม่ในเด็กเสิร์ฟภาคสอง...​...​...​...​...​...​...​...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID A-806 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องของเรา: เด็กเสิร์ฟคนใหม่
ผู้แต่ง โดโรที
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๓ มีนาคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๓๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3234 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 03 มี.ค. 2548, 08.00 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น