นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
ความรักครั้งสุดท้าย#14
Anantra
...เรานั่งเกี่ยวก้อยกันอยู่​​อย่างนั้น​​ ปราศจากคำพูดใด ๆ​​ ​​แต่มันก็​​เป็นสุขใจ อย่างน้อยฉันก็​​ได้รับรู้ว่าอ้นรักฉันจริง ๆ​​ ถึง​​แม้ว่ารักครั้งนี้มัน​​จะไม่สมบูรณ์อย่าง​​ที่เราปรารถนาก็ตาม...
เรานั่งเกี่ยวก้อยกันอยู่​อย่างนั้น​ ปราศจากคำพูดใด ๆ​ ​แต่มันก็​เป็นสุขใจ อย่างน้อยฉันก็​ได้รับรู้ว่าอ้นรักฉันจริง ๆ​ ถึง​แม้ว่ารักครั้งนี้มัน​จะไม่สมบูรณ์อย่าง​ที่เราปรารถนาก็ตาม

อ้น​ไปส่งฉัน​ที่บ้านเหมือนเคย เหมือน​ที่เราเคยรักกัน

บ้านของฉันเปิดไฟสว่าง​ทั้ง ๆ​ ​ที่มันก็ดึกมากแล้ว​ แม่เปิดประตูออกมาทันที หลังจาก​ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน พ่อก็ออกมาด้วย นี่มันอะไร​กันทำไมทุกคนยังไม่นอนกันอีก



"อร ทำไมกลับบ้านดึกดื่นแบบนี้ แม่บอกแล้ว​ใช่ไม๊ลูก" แม่เรียกฉันให้เข้าบ้าน


"เข้าบ้านเดี๋ยวนี้..อร" พ่อก็อีกคน นี่มันอะไร​กันนักกันหนา


"นี่มันอะไร​กันคะ​ อรไม่ใช่เด็ก ๆ​ แล้ว​นะคะ​" ฉันตอบปนไม่พอใจนิด ๆ​


"พ่อบอกให้เข้าบ้านเดี๋ยวนี้" พ่อดุฉันเสียงเข้ม



นี่มันอะไร​กันทำไมทุกคนทำเหมือนฉัน​เป็นเด็ก ๆ​ ไม่ฟังเหตุผล เหมือนมาคอยจับผิดฉันยังไงยังงั้น


"คุณพ่อ คุณแม่ครับ​ ผม​ต้องขอโทษแทนอรด้วยนะครับ​ ผมผิดเองครับ​ ​ที่...​" อ้นพยายามอธิบาย


"เธอไม่​ต้องพูดอะไร​แล้ว​ รีบกลับบ้าน​ไปดูแลเมียของเธอเถอะ ป่านนี้​เขาคงคอยเธอจนไม่​เป็นอันกินอันนอนแล้ว​...​.​ไปอรเข้าบ้านลูก" พ่อพูดพลางเรียกฉันให้เข้าบ้าน



อ้นถึง​กับอึ้ง พูดอะไร​ไม่ออก ​ได้​แต่ยืนก้มหน้าอยู่​ตรงนั้น​ ฉันหัน​ไปมอง​เขา รู้สึกสงสาร​เขาขึ้น​มาจับใจ พ่อพูดแบบนี้​กับ​เขาทำไม ไม่มีเหตุผลเลย​



"คุณพ่อ คุณแม่ครับ​ผมขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ​แต่ผมอยาก​จะบอกว่า ผมรักอร ด้วย​ความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ​ นะครับ​" ​เขาคุกเข่ายกมือไหว้ขอโทษ พ่อแม่ของฉัน



ภาพนั้น​ของอ้นทำให้ฉันถึง​กับน้ำตาไหล ฉันสงสาร​เขา ​เขาไม่น่า​จะ​ต้องมาเจอ​กับเรื่อง​แบบนี้เลย​ แค่นี้​เขาก็แย่พออยู่​แล้ว​



"กลับ​ไปเถอะอ้น...​แม่ไม่อยากให้เรื่อง​ราวมันใหญ่โต​ไปกว่านี้" แม่พูดดี ๆ​ ​กับอ้น


"เมียเธอ ​เขาโทรมาต่อว่า​ที่บ้านว่า เลี้ยงลูกยังไง ปล่อยให้เ​ที่ยว​ไปยุ่ง​กับสามีชาวบ้าน แค่นี้พอรึยังล่ะ ​กับชื่อเสียงของลูกสาวฉัน หรือ​จะรอให้โดนประจาน​ไปมากกว่านี้" พ่อพูดออกมาด้วยอารมณ์โมโห



ฉันหัน​ไปมอง​เขา...​​เขายังคงนั่งก้มหน้าอยู่​อย่างนั้น​ นี่คง​จะ​เป็นครั้งสุดท้าย​ที่เรา​จะ​ได้เจอกัน พ่อ​กับแม่​ต้องไม่ยอมให้เรามาเจอกันอีก ​ซึ่งจริง ๆ​ แล้ว​มันก็ควร​จะ​ต้อง​เป็นแบบนั้น​



ฉันร้องไห้ด้วย​ความสงสารปนเสียใจ ทำไมเรื่อง​ราวแบบนี้มัน​ต้องมาเกิดขึ้น​​กับฉันด้วย ทำไม...​​ทั้ง ๆ​ ​ที่เรา​ทั้งสองก็รักกัน...​



ฉันเข้าบ้านเดินตามพ่อ​กับแม่เข้ามา...​



"อร ลูกก็โตแล้ว​นะ คง​จะรู้นะว่าอะไร​ควร อะไร​ไม่ควร พ่อขอสั่งห้ามไม่ให้ลูก​ไปไหนมาไหน​กับอ้นอีก" พ่อพูด



ฉันพยักหน้ารับปากพ่อ ​พร้อม​กับน้ำตา​ที่ไหลออกมาไม่ยอมหยุด ​โดยมีแม่นั่ง
ปลอบอยู่​ข้าง ๆ​



"เชื่อพ่อ​เขานะลูก...​ไม่มี​ใครรักลูกเท่าพ่อ​กับแม่หรอก" แม่พยายามปลอบ



ฉันเชื่อในคำสอนของพ่อ​กับแม่เสมอ ถึง​แม้ฉัน​จะเห็นด้วย​กับท่าน​ทั้งสอง ​แต่​ความรักมันห้ามลำบาก ​ใครไม่เจอ​กับตัวก็คงไม่เข้าใจว่ามันทรมานเพียงใด



"พ่อไม่อยากให้เรื่อง​แบบนี้มาทำให้ลูกของพ่อ​ต้องเสื่อมเสีย สักวันลูกก็​จะ​ต้องเจอคนอื่นอีกมากมาย​ ลืมมัน​ไปเถอะ ​เขาไม่คู่ควร​กับลูกสาวของพ่อเลย​สักนิด" พ่อบอกฉัน



ถึง​จะอย่างนั้น​ก็เถอะ อาจ​จะจริงอย่าง​ที่พ่อ​กับแม่พูด ​แต่ตอนนี้ฉันรัก​เขา รักจนหมดหัวใจ ​จะให้ลืมเลย​ฉันคงทำไม่​ได้ ​แต่ถึง​ที่สุดแล้ว​ฉันก็คง​ต้องทำ...​ทำ​เพื่อ​ความถูก​ต้อง...​ให้เรื่อง​ราวมัน​เป็น​ไปอย่าง​ที่มันควร​จะ​เป็น ฉันคง​ต้อง​ใช้​ความพยายามอย่างมากในเรื่อง​นี้


คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับอีกตามเคย ภาพของอ้นยังคงมาคอยวนเวียนอยู่​ในหัวของฉัน ฉันอยาก​จะปลอบ​เขาเหลือเกิน อยาก​จะอธิบายให้​เขาเข้าใจ​และอย่าโกรธพ่อแม่ของฉันเลย​

ผู้หญิงคนนั้น​ก็เหลือเกิน ​ใครกันแน่​ที่มาแย่งของของ​ใคร ช่างพูด​ได้หน้าตาเฉย ​แต่ฉันก็คง​จะโกรธ หรือโทษเธอไม่​ได้ ​เพราะตอนนี้สถานะของเรามันกลับกัน เธอคนนั้น​มีสิทธิ์ในตัวอ้น ไม่ใช่ฉัน...​คง​จะจริงอย่าง​ที่โบราณว่าไว้ "เสียทองเท่าหัว ไม่ยอมเสียผัวให้​ใคร" ​แต่ถึงยังไงฉันก็ยังคิดไม่ออกเลย​ว่า​ถ้าฉัน​เป็นเธอ ฉัน​จะกล้าทำอย่าง​ที่เธอทำหรือเปล่า...​

เธอคง​จะรักอ้นมากกว่าฉัน เธอถึง​ได้กล้าทำทุกอย่าง​เพื่อ​ความรักแบบนี้ ​โดยไม่คำนึงถึงอะไร​​ทั้งสิ้น

​แต่แบบนี้​เขาเรียกว่า​ความรักหรือ ฉันยังไม่แน่ใจ ​เพราะนิยาม​ความรักของฉันก็​คือทำทุกอย่าง​เพื่อให้คน​ที่รักมี​ความสุข ไม่ใช่ทำทุกอย่าง​เพื่อช่วงชิง หรือ​เอาชนะ

ช่างเถอะ บางทีฉัน​กับอ้น เราอาจ​จะทำบุญร่วมกันมาแค่นี้ก็​เป็น​ได้ เรื่อง​ราวมันถึง​ได้กลาย​เป็นแบบนี้

ฉันเชื่อในเรื่อง​ของพรหมลิขิต เชื่อในคำว่า "คู่แล้ว​ ก็คงไม่แคล้วกัน" ​ถ้าเกิดว่าฉัน​กับ​เขา​เป็นเนื้อคู่กันจริง ๆ​ สักวันเราก็​ต้อง​ได้กลับมาอยู่​ด้วยกันอีกครั้ง ฉันเชื่อแบบนั้น​ ​เมื่อถึงตอนนั้น​เราคงไม่​ต้องพรากจากกันอีกแล้ว​

​แต่กว่า​จะถึงตอนนั้น​ ไม่รู้ว่าฉัน​จะ​ต้องรอ​ไปอีกนานแค่ไหน บางทีอา​จะไม่มีวันนั้น​เลย​ก็​ได้



ป่านนี้อ้น​จะ​เป็นยังไงบ้างนะ ​จะคิดมากเหมือนฉันตอนนี้หรือเปล่า...​

อืม...​บางที​เขาอาจ​จะเข้านอน​ไปแล้ว​...​​กับว่า​ที่ภรรยาของ​เขา...​.

คิดทีไรก็ใจหายทุกที...​ถึง​แม้ว่าฉัน​จะเชื่อว่า​เขารักฉันจริง ๆ​ ​แต่มันก็อดคิดไม่​ได้...​

คนเคยเคย มาอยู่​ด้วยกัน...​ฉันไม่กล้าคิด...​มันช้ำใจ...​

สิ่งนี้​เป็นสาเหตุสำคัญ​ที่ทำให้ฉันไม่อยากกลับ​ไปคืนดี​กับ​เขา...​ฉันทำใจไม่​ได้ แล้ว​ก็ไม่เคยเข้าใจ...​

มันเหมือน​เป็นแผลในใจมาตลอด...​​ถ้า​เขารักฉันจริง ๆ​...​ทำไม​เขายัง​ไปมีอะไร​​กับคนอื่น​ได้อีก...​

​แม้กระทั่งเดี๋ยวนี้ ฉันไม่มั่นใจว่า​เขายังมีอะไร​กันอยู่​รึเปล่า ​แต่ผู้ชาย​กับผู้หญิงใกล้กันก็เหมือนน้ำตาลใกล้มด...​.

ฉันไม่ใช่เด็ก ๆ​ แล้ว​พอ​จะรู้อะไร​อยู่​บ้าง อีกอย่างฉันก็เคยผ่านประสบการณ์ตรงนั้น​มาก็พอ​จะรู้...​​ความรัก ​กับ​ความ​ใคร่...​ยังไงก็แล้ว​​แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจผู้ชายอยู่​ดี

บอกตรง ๆ​ ว่าประสบการณ์ครั้งนั้น​ของฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกเสียใจมา​โดยตลอด ฉันรู้สึกผิด ผิดต่อตัวเอง ​และผิดต่อพ่อ​กับแม่ ฉัน​จะไม่มีทางทำแบบนั้น​อีกแล้ว​ ​แม้กระทั่ง​กับอ้นคน​ที่ฉันรักมาก ฉันยังไม่เคยให้​เขาล่วงเกินฉันเลย​สักครั้ง

บางที​ถ้า​เขา​ได้ฉันแล้ว​ ​เขาอาจ​จะไม่เห็นค่าของฉัน เหมือน​ที่ "ชัย" ทำ​กับฉัน เหมือน​กับ​ที่​เขาทำ​กับผู้หญิงคนนั้น​ก็​เป็น​ได้

ฉันอยากมีเวทมนต์​สามารถเข้า​ไปนั่งในใจของ​เขา​ได้ ฉัน​จะ​ได้รู้ว่าแท้จริง แล้ว​​เขาคิดยังไงกันแน่



รักฉัน หรือว่าเสียดาย



ฉันคง​จะคิดมาก​ไป เรื่อยเปื่อย​ไปกันใหญ่



ฉันควร​จะนอน​ได้แล้ว​ รู้สึกปวดหัวขึ้น​มาเดี๋ยวนั้น​



พรุ่งนี้ฉันคง​ไปทำงานไม่ไหว แน่ ๆ​





แม่มาเคาะประตู เรียกฉัน​แต่เช้า​...​.


ก๊อก ก๊อก...​



"อร ไม่​ไปทำงานหรือลูก...​สายแล้ว​นะ"



ฉันตื่นขึ้น​มาด้วยอาการงัวเงีย...​​และก็เวียนหัว...​​เพราะฉันเพิ่ง​จะนอน​ไป​ได้แค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น​


​เป็นอย่าง​ที่คาดไว้ วันนี้ฉันคง​ต้องโดดงาน...​



"ขอนอนอีกหน่อย​นะคะ​แม่...​เวียนหัวมากเลย​ค่ะ​" ฉันตะโกนบอกแม่ในขณะ​ที่ฉันยังซุกตัวอยู่​ในผ้าห่ม

อยากนอนแบบนี้​ไปเรื่อย ๆ​ ไม่​ต้องตื่นขึ้น​มาเลย​ยิ่งดี ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อย​ไป​ทั้งกาย​และใจ

ฉันเอื้อมมือ​ไปหยิบโทรศัพท์มือถือ​ที่หัวเตียง กด​ไปหาหัวหน้า ​เพื่อลางาน...​​เป็น​ไปด้วยดี ฉันโชคดี​ที่มี​เพื่อนร่วมงาน​ที่ดี เราทำงานกันแบบสบาย ๆ​ ไม่มี​ใครคอยจับผิด​ใคร ทุกคนช่วยเหลือกัน ทำงาน​เป็นทีม



ฉันนอนต่อ​ได้สักพักก็​ต้องตื่น มันนอนไม่หลับ ยังกังวล...​


ฉันคิดถึงจอย ​กับ น้อต...​อยากคุย อยากปรึกษา...​​แต่มันคงไม่เหมาะ...​

ฉัน​จะทำยังไงดี มัน​ทั้งเหงา ​ทั้งสับสน มันน่าเบื่อ​ไปหมด

คิดถึงอ้น อยากโทร​ไปหา​เขา ถามว่า​เขา​เป็นอย่างไรบ้าง​ ​แต่ฉันไม่กล้า

ไม่กล้า​แม้​แต่​จะคิด ​เขาไม่ใช่ของฉันอีกต่อ​ไปแล้ว​



ฉันเตรียมตัวออก​ไปข้างนอก การ​ไปในสถาน​ที่​ที่มีคนพลุกพล่าน มันก็ยังดีกว่าหมกตัวอยู่​​แต่ในบ้าน เปลี่ยนบรรยากาศซะบ้างทุกอย่าง​จะ​ได้ดีขึ้น​

ฉัน​ไปเดินเล่นแถวสยามแสควร์ ​ไปหาซื้อเสื้อผ้า แล้ว​ก็ดูอะไร​​ไปเรื่อยเปื่อย

​แต่มันก็ช่วยฉัน​ได้มากจริง ๆ​ ฉันรู้สึกเพลิดเพลิน​กับการเลือกดูของ ​และซื้อของ ฉันชัก​จะเชื่อแล้ว​ว่าผู้หญิงเวลาอกหักมัก​จะชอบซื้อของ ไม่เคยเชื่อจนกระทั่งมาเจอ​กับตัวเอง

นี่ล่ะน๊า...​​ที่ผู้ใหญ่ชอบบอก​กับฉันว่า ไม่พ้นชวด ฉลู ขาล เถาะ อย่าเ​ที่ยว​ไปว่า​ใคร ไว้เจอ​กับตัวเองแล้ว​​จะรู้เอง...​



"อร..ใช่คุณอรรึเปล่าครับ​" มีเสียงหนึ่ง​ทักฉัน


"ใช่ค่ะ​...​เอ่อ..คุณ​คือ...​" ฉันไม่รู้จักชื่อ​เขาหรอก ​แต่คุ้นหน้ามาก


"ผมหนึ่ง​ครับ​...​คุณคงไม่รู้จักชื่อผมหรอก ​แต่ผมเคยทำงานอยู่​ตึกเดียว​กับคุณ" ​เขาคนนั้น​แนะนำตัว


"อ๋อ..ไม่น่าล่ะ ถึง​ได้คุ้นหน้าจัง...​ว่า​แต่วันนี้ไม่​ไปทำงานเหรอคะ​" ฉันถาม​เขาด้วย​ความแปลกใจ อัน​ที่จริงอยาก​จะถามด้วยซ้ำว่ารู้จักชื่อของฉัน​ได้ยังไง ​แต่มันคงเสียมารยาท


"ผมลาออกแล้ว​ล่ะครับ​ มาเปิดกิจการของตัวเอง แล้ว​นี่ร้านของผมเอง...​." ​เขาบอกฉัน


"ร้านน่ารักจังเลย​ค่ะ​...​เสื้อผ้าก็น่ารัก...​" ฉันพูดออก​ไปจากใจจริง


"สำหรับคุณอร ผม​จะลดราคาให้​เป็นพิเศษเลย​ครับ​ เลือกตามสบายเลย​นะครับ​" ​เขาบอกฉัน


"ขอบคุณมากค่ะ​ ​แต่ไม่รู้ว่า​จะเข้า​กับอร​ได้รึเปล่า ​ถ้ายังไง​ต้องขอลองดูก่อนนะคะ​" ฉันบอก​เขา


"เชิญตามสบายเลย​ครับ​" ​เขาบอกฉัน ​พร้อม​กับนำเสนอ​เสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ ให้ฉันลอง



ฉันลองเสื้อ​ไป คุย​ไป จนใน​ที่สุดก็เลือก​ได้ ​เป็นชุด​ที่เหมาะ​กับผู้หญิงวัยทำงานอย่างฉัน ดูเรียบร้อย​ แล้ว​ก็ทันสมัยในเวลาเดี่ยวกัน


เสื้อผ้าในร้านของ​เขาตัดเย็บ​ได้ไม่มี​ที่ติ ช่างคง​จะฝีมือดี​เป็นแน่...​



"คุณแม่ของผม​เป็นคนตัดเย็บเองเลย​นะครับ​" ​เขาพูดขึ้น​มา เหมือน​กับอ่านใจฉันออก


"เหรอคะ​..ไม่น่าล่ะ...​​กำลัง​จะชมอยู่​​พอดีเลย​ค่ะว่า​ตัดเย็บ​ได้ดีมาก...​แล้ว​คุณแม่​เป็นคนออกแบบด้วยรึเปล่าคะ​...​แบบเสื้อน่ารักดีค่ะ​" ฉันถาม


"ผม​เป็นคนออกแบบเองล่ะครับ​" ​เขาตอบ


ฉันมองหน้า​เขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง นี่​เขาออกแบบเองเหรอเนี่ย ออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิงเนี่ยนะ...​


"คุณอรอย่ามองผมแบบนั้น​สิครับ​ ผมจบทางด้านGraphic Design มาน่ะครับ​ ​แต่ไม่รู้ยังไง ใจมันชอบออกแบบเสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ​ แล้ว​ ผมก็เลย​ลองมาทำตาม​ความฝันตัวเองดู มันก็​สามารถดัดแปลง​ได้นะครับ​ อย่างน้อยมันก็Designเหมือนกัน"


"อรไม่​ได้ว่าอะไร​ซักหน่อย​ค่ะ​ ว่า​แต่ว่าเก่งจังเลย​นะคะ​" ฉันชม​เขาจากใจจริง


"ก็เพิ่งเริ่มเปิดมา​ได้ประมาณ เดือนเศษแล้ว​น่ะครับ​ ยังไม่รู้เลย​ว่า​จะ​เป็นยังไงต่อ​ไป" ​เขาบอกฉัน


"​แต่ถึงยังไงอรก็ขออวยพรให้ขายดี แล้ว​กันนะคะ​ อย่างน้อยคุณก็​ได้ลูกค้าประจำคนนึงแล้ว​นะ"


"ขอบคุณครับ​ ​ถ้า​ได้ลูกค้าประจำ​เป็นคุณอร ผมคงมี​กำลังใจขึ้น​เยอะเลย​ครับ​" ​เขาพูด​พร้อม​กับส่งสายตาให้ฉัน


"ขนาดนั้น​เลย​เหรอคะ​" ฉันพูด​ไปหัวเราะ​ไป



ฉันนั่งอยู่​ในร้านคุณหนึ่ง​นานมาก คุยเพลินจนลืมเวลา​ไปเลย​ รู้สึกสบายใจ​ที่​ได้คุย​กับ​ใครสักคน อย่างน้อยฉัน​กับ​เขาก็คุยกันถูกคอ ​เขาช่วยให้ฉันลืม​ความเหงา​ไป​ได้ชั่วขณะหนึ่ง​



"อุ๊ย ​จะ 2 ทุ่มแล้ว​ เร็วจังเลย​ค่ะ​ สงสัยอร​ต้องขอตัวกลับแล้ว​ล่ะ รบกวนคุณหนึ่ง​มานานแล้ว​" ฉันบอก​เขาหลังจาก​ที่ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

"นี่ค่ะ​ ค่าเสื้อผ้า" ฉันพูด​พร้อม​กับยื่นเงินให้​กับ​เขา


"ไม่​เป็นไรครับ​คุณอร ชุดนี้เหมาะ​กับคุณอรมาก ผมให้คุณอรใส่​เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ร้านผม ช่วยโฆษณาให้ผมด้วยแล้ว​กัน" ​เขาพูดด้วยรอยยิ้ม


"​ได้ไงคะ​ ไม่​ได้หรอกค่ะ​คุณหนึ่ง​ ของซื้อของขาย" ฉันคะยั้นคะยอยื่นเงินให้​กับ​เขา


"เถอะครับ​ ถือว่า​เป็นของขวัญจากผม" ​เขาไม่ยอมรับ


"ไม่ค่ะ​...​​ถ้าคุณหนึ่ง​ไม่รับ คราวหน้าอรคงไม่กล้ามาซื้อเสื้อผ้าร้านคุณหนึ่ง​อีก รับ​ไปเถอะค่ะ​" ฉันยืนยันหนักแน่น


"ก็​ได้ครับ​ งั้นคราวหน้าผมขอเลี้ยงข้าวคุณอรสักมื้อ​เป็นการตอบแทนแล้ว​กันนะครับ​" ​เขาพูด



ฟังดูงงงง ​แต่ฉันก็พยักหน้ารับปาก​เขา​ไป ตอบแทนฉันเหรอ??...​เรื่อง​อะไร​ฉันยังไม่เข้าใจอยู่​ดี ​แต่​ถ้า​จะให้ปฏิเสธ ก็เกรง​จะเสียมารยาท



วันนี้ก็ผ่านพ้น​ไปอีกวันแล้ว​ ​พร้อม​กับ​ได้รู้จัก​เพื่อนใหม่ด้วยคนหนึ่ง​


"คุณหนึ่ง​" ฉันรำพึงออกมาเบา ๆ​ ​พร้อม​กับ​ความสงสัยในใจว่า ​เขารู้จักชื่อของฉัน​ได้ยังไง ฉันน่า​จะถาม​เขา ​แต่ช่างเถอะ ​เขา​จะรู้​ได้ยังไงมันคงไม่ใช่เรื่อง​ราวสลักสำคัญอะไร​นักหรอก

วันพรุ่งนี้ของฉัน​จะ​เป็นยังไงต่อ​ไป ขอให้ผ่านพ้น​ไปด้วยดีทีเถอะ ฉัน​ได้​แต่ภาวนาในใจ

 

F a c t   C a r d
Article ID A-776 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง ความรักครั้งสุดท้าย#14
ผู้แต่ง Anantra
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๔๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3102 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 07 ก.พ. 2548, 11.58 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Anantra [C-4690 ], [203.146.41.120]
เมื่อวันที่ : 19 พ.ค. 2548, 12.13 น.

​ต้องขอโทษผู้อ่านทุกท่านด้วยนะคะ​...​​ความรักครั้งสุดท้าย#15 ​กำลัง​จะคลอดเร็ว ๆ​ นี้ค่ะ​

อนันตา...​หาย​ไปนานมากเลย​...​​แต่​จะไม่หาย​ไปตลอดค่ะ​...​

อย่างน้อย​ที่สุดก็​ต้องให้เรื่อง​นี้จบลงอย่างสมบูรณ์ก่อน...​

อดใจรอสักนิดนะคะ​...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-8978 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 26 ส.ค. 2549, 02.24 น.

พี่พิลมาตามอ่านนะคะ​ อนันตรา เพิ่ง​จะมีเวลาว่างจริงๆ​ค่ะ​ น้อง​แต่งเรื่อง​​ได้เก่งนะ น่าติดตามค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น