นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
เรื่อง - ระ - หว่าง - ขา
SONG-982
...กลิ่นหอมอ่อนๆ​​ โชยผ่านจมูกจน​​ต้องสูดเข้า​​ไปเก็บไว้ในอกทดแทนกลิ่นแป้งร่ำน้ำอบ​​ที่ห่างหาย​​ไปนาน แล้ว​​ไฟรัก​​ที่​​กำลังเริ่ม​​จะสุมขอนก็โชนกำแรงขึ้น​​อีกครั้ง...
ใน​ความหดหู่ ผมปล่อยให้ตัวเองถูกดุนดันจน​ต้องมายืนเขย่งอยู่​ตรงนี้ ​ส่วนท้ายสุดของรถเมล์ร่วมบริการ​ที่รีรอจอดรับผู้​โดยสารเพิ่มขึ้น​ทุกป้ายๆ​ ​โดยมีกระปี๋สาวคอยตะโกนอยู่​ปาวๆ​

"ในว่างพี่...​ในว่าง...​.ชิดในด้วยฮะ..แบ่งๆ​ กัน​ไป...​"

จนแออัดยัดทะนานแทบไม่เหลือ​ที่ให้หายใจ

ไอ้หนุ่มหน้ามนผิวสะอาดอมชมพู สวมเสื้อขาวทรง​พอดีตัวปลดดุมสองเม็ดบนเผยไรขนอกอ่อน​ที่รองรับสร้อยคอเส้นสวยแขวนกางเขนทองคำฝังเพชรดูหรูหราน่ารำคาญ ​เพราะแสงระยับนั้น​มันคอย​จะแยงตาให้หวั่นไหว

ผมพินิจองค์ทรงเครื่องของมันอย่างละเอียดขณะ​กำลังชั่งใจ​จะเอ่ยปากขอเจียด​ที่วางเท้ากว้างขวาง​ซึ่งพ่อผู้มีขนอุยประดับอกยืนกางขาถ่างกล้ามด้วยท่าทางโอ่อ่าราว​กับ​กำลังยืนชูคอเหนือหลังคาลีมูซีนคันโก้​เพื่อรับลม ก่อน​จะพูดอะไร​ ผมทดลองขยับคอนเวิร์สคู่เก่าแก่ให้ประชิด​กับรองเท้าหนังน้ำมันชุ่มเงาของมัน หมายส่งสัญญาณให้รู้ว่า

"ชิดเท้าหน่อย​เพ่!~​ที่กลาง​ระหว่างตีนท่านนั้น​กว้างขนาดควายลง​ไปตีแปลงเล่นปลัก​ได้​ทั้งฝูงแล้ว​นะครับ​"

​แต่ดูเหมือนมัน​จะไม่สะทกสะท้าน ยังมีกะใจมามองหน้า ส่งสายตาวาวประหลาดกลับมาจนผม​ต้อง​เป็นฝ่ายหลบตา​พร้อม​กับขยับเท้ากลับมาในท่าเขย่งชิด รู้สึกหนาวยะเยือก​ไปถึงก้นกบ...​เออหละหนอ ไอ้หนุ่มกรุงมันหล่อเหลามีเสน่ห์ลี้ลับพิสดารอย่างนี้นี่เล่า น้องพลอยสวยยอดดวงใจของไอ้หนุ่มลุยทุ่งจึงทำท่า​จะลาลับไม่เคยคิด​จะติดต่อกลับตั้งแต่เข้ามาเรียนในมหานคร

กว่าเจ้าสายใจ​จะคาบข่าว​ไปบอกก็นานนัก ผมยังจำแววตาหวานฉ่ำของนางขี้อิจฉาในวันนั้น​​ได้ดี

"พี่จอมอย่า​ไปอาลัยอาวรณ์มันเลย​ นังพลอยสวยน่ะมันกลาย​เป็นดาวหลงพะวงฟ้า​ไปแล้ว​ ขนาดกลางวันแสกๆ​ ยัง​แต่งตัววิบวับล่อเสือล่อตะเข้มาเข้าถ้ำไม่เว้นวัน ​ทั้ง​ที่มีบรรดาเสี่ยแก่เสี่ยหนุ่มมาหลงติดบ่วงเสน่ห์อยู่​แล้ว​ตั้งหลายคน มันยังไม่วาย​จะชม้ายชายตาให้ไอ้หนุ่มนักศึกษาเวลา​ไปไหนต่อไหน"

แม่สายใจใส่ไฟฉอดๆ​ ด้วยสำนวนนิยายเล่มละสิบสองบาท​ พิษรักแรงริษยาคงยังไม่สร่างซา​ไปจากหัวใจ

"อ้าว!...​เอ็ง​เป็นคนชวนมัน​ไปอยู่​ด้วยกัน ​ไปพักด้วยกัน แล้ว​ทำไมไม่ห้ามไม่ปรามมันบ้าง ก็รู้​ทั้งรู้ว่าข้าน่ะรักของข้าขนาดไหน เอ็งนี่​ใช้ไหว้วานอะไร​ไม่เคย​ได้เรื่อง​ ยังมีหน้า​เอา​ความ:-)ตำบอนของตัวมาใส่ไคล้ป้ายสีให้คนอื่น​เขาซะ​ได้อีกด้วย"

ผมโวยกลับไม่เกรงรูปสวยหุ่นงาม​ที่คอย​จะยวนยั่วทอดสะพานให้ทุกครั้ง​ที่มีโอกาส ​แต่ใจหนึ่ง​ก็ยังนึกพะวงห่วงหา ​เขาว่ากันว่าแสงสีมันมีมนตร์ขลัง​ใครหลงเสพเข้า​ไป​เป็น​ต้องติดตาย​เพราะใจแตก ถึงน้องพลอยสวยของผม​จะให้คำมั่นสัญญาว่าอย่างไรก็​จะตั้งใจร่ำเรียนไม่ยุ่งเกี่ยวข้องแวะ​กับการสังคมสังสรรค์อันใด ​แต่​ใคร​จะ​ไปรับรอง​ได้ ​เพราะจน​เมื่อถึงเวลานี้จดหมายสักฉบับ​ยังไม่เคยเขียน​ไปหา

รถเมล์กระตุกเบรกพรึดกระตุ้นให้ผมตื่นจากภวังค์ ​แม้ขา​จะเขย่งก็ยังค้ำมั่นคงไม่เซแท่ดๆ​ ​ไปตามแรง ไม่เหมือนไอ้หนุ่มขาอ่อน​ที่กางขากว้าง​แต่ถึง​กับเอียงกะเท่เร่​ไปซุกไอ้หนุ่มอีกคน แล้ว​คันเร่งก็ถูกกระชากซ้ำจนพี่ชายคนหนึ่ง​เซหลุนดันผมให้กลับ​ไปยืนแทน​ที่หนุ่มกรุงมาดสำอาง เจ้าของพื้น​ที่มองตาขวาง ขยับๆ​ ​จะเข้ามาชิงพื้น​ที่คืน

อารมณ์หวนหายอดดวงใจทำท่า​จะปรับเปลี่ยน ​เพราะเวทีมวย​ที่แคบขนาดครึ่งช่วงหมัดร่ำๆ​ ​จะเปิดวิก ดี​ที่คนหนึ่ง​​ที่เบาะยาวแถวหลังสุด​ซึ่งนั่งดมก้น​ใครต่อ​ใครมานานรวมถึงของผมในชั่วครึ่งนาทีนี้เร่งลุกขึ้น​แล้ว​มุดหายเข้า​ไปในดงจักแร้ด้านหน้า หัวใจฝ่ายดีอันใฝ่สันติธรรมอยู่​​เป็นนิจจึงรีบสั่งให้ผมนั่งแปะลงบน​ที่ว่าง...​รวดเร็วประหนึ่ง​ลมพัด หญิงสาว​ที่นั่งอยู่​ก่อนข้างซ้ายมือหันมามองนิดหนึ่ง​ก่อน​จะเงยหน้าขึ้น​​ไปสำรวจหน้าคนยืน เธอยิ้มๆ​ ก่อน​จะหันกลับ​ไปรับลมจากด้านนอก

ถึงตอนนี้ผมเองกลับชักหวั่นใจ อย่างว่า​แต่น้องพลอยสวย​จะรู้สึกหวั่นไหวต่อรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสของชาวกรุง กระทั่งตัวผมเอง​ซึ่งเชื่อว่ามั่นคงใจรักปักใจมากมาย​ ยังไม่วายหลงจดจ้องจ่อมองแม่สาวสวยทรงสมบูรณ์​ที่หันมา เธอผิวงามผมงามดวงตา​ที่สบกันเพียงครึ่งอึดใจนั้น​ ราว​กับมีเกล็ดเพชรประดับประดา คอระหง​และลาดไหล่จนถึงท่อนแขนขาวเนียนในเสื้อแขนสั้นเต่อ ทำให้กระไอหนุ่มถึง​กับคุกรุ่นตึงตัวขึ้น​มาอย่างห้ามไม่​ได้ ให้ตายเถิด...​เสื้อชั้นในสีชมพูอ่อน​ที่โผล่แพลมออกมา​ระหว่างสาบเสื้อตึงเปรี๊ยะนั่น​กำลังรองรับถันเต่งไว้อย่างแข็งขัน

เสียงกระแอมเบาๆ​ ของสาวเจ้าทำให้ผม​ต้องรีบหันกลับมาก้มหน้าก้มตามองกระดุมกางเกงของตัวเองอย่างกระดาก ปั้ดโถ่เอ๋ย!..มาดไอ้หนุ่มนักรักจอมลีลาตอนอยู่​​ที่บ้านนามันหนีหาย​ไปไหนหมด

แล้ว​คน​ที่นั่งอยู่​ชิดหน้าต่างด้านซ้ายมือของหญิงสาวก็พรวดพราดลุกขึ้น​จากหลับใหล ชะโงกหน้าชะโงกหลังดูภูมิทัศน์นอกตัวถึงก่อน​จะตาลีตาเหลือกขอทาง เบียดเข่าสาวเจ้าให้เข้ามาชิดชน​กับท่อนขาแกร่งของผม เนื้อเปลือยนวลในกระโปรงสั้นเสมือน​เป็นสะพานไฟแรงสักล้านกิโลวัตต์ ช็อตให้ผมแข็งขึงขึ้น​​ทั้งตัว

ทำให้​ต้องรีบกดดันปกปิดพันธะแห่ง​ความ​เป็นชายของตนไว้ทันที​ที่เห็นว่ามัน​กำลัง​จะทำขายหน้า ด้วยนั่งรถมาไกลกว่า​จะเข้ากรุง จึงเลือกกางเกงในตัวหลวมใส่สบายไม่​ต้องยัง​ความอึดอัดให้น้องชายเกินจำ​เป็น...​แล้ว​ยังไง?...​พลังหนุ่มตั้งท่า​จะสร้าง​ความอับอายให้เสียแล้ว​

ผมขยับขาหนีทันที​ที่คนข้างขวาผมลุกตามขึ้น​​ไป ​แต่กระแสไฟ​เมื่อครู่คง​จะสร้างสนามแม่เหล็กขนาดมหึมาดึงดูดให้ผมเขยิบชิดตามเข้า​ไปทันที​ที่เธอเลื่อนตัวหนีจนติดริมหน้าต่าง ในทันทีนั้น​​ที่เดิมของผมก็ถูกสวมรอยด้วยไอ้หนุ่ม​ที่เพิ่งประสานตากะก่อวิวาทกันอยู่​หยกๆ​

ป้ายนี้มีคนลงหลายคน จนรถดูโล่ง​และรู้สึกว่า​หายใจ​ได้สะดวก​ขึ้น​ ​แต่ก็อาจ​เป็น​เพราะผม​ได้นั่งกระแซะชิด​กับเจ้าสาวโสภานี่อยู่​ก็​ได้จึงทำให้โลก​ทั้งโลกดูสวยงามขึ้น​ทันตาทันใจ

ผมไม่สนใจ​ได้หนุ่มข้างขวาอีกต่อ​ไป ก็ต่างคนต่าง​ได้นั่งแล้ว​นี่ ​จะมาจดจ้องอาฆาตราวีอะไร​กันอีกเล่า สู้ทำเอียงคอระวังซ้ายหันลอบชำเลืองดูสายสีชมพูในเนื้อผ้าขาวบางให้สบายใจดีกว่า อย่างน้อยหัวใจ​ที่จดจ่ออยู่​​กับการนอกใจของน้องพลอยสวยก็​จะบรรเทา​ไป​ได้บ้าง​แม้สักเล็กน้อย

​จะว่าผมไม่ไว้ใจไม่เชื่อใจคน​ที่เคยประกาศให้รู้กัน​ทั้งหมู่บ้านว่าเรารักกันนักหนาก็ไม่เชิง ทำไมผม​จะไม่รู้ว่า​โดยนิสัยใจคอนั้น​สุด​ที่รักของผม​เป็นคนอย่างไร เพียง​แต่​จะมาดูให้รู้แน่แก่ตาเท่านั้น​แหละ​ว่า ​ที่แท้แล้ว​​ใครมันปั้นน้ำ​เป็นตัวกันแน่

สายลมกรรโชกมาวูบหนึ่ง​ตอน​ที่รถแล่นผ่านสวนสาธารณะขนาดย่อม กลิ่นหอมอ่อนๆ​ โชยผ่านจมูกจน​ต้องสูดเข้า​ไปเก็บไว้ในอกทดแทนกลิ่นแป้งร่ำน้ำอบ​ที่ห่างหาย​ไปนาน แล้ว​ไฟรัก​ที่​กำลังเริ่ม​จะสุมขอนก็โชนกำแรงขึ้น​อีกครั้ง สาวข้างซ้ายคงไม่ทันเห็น​เป็นแน่​เพราะ​กำลังหันหน้ารับลมอยู่​คล้ายสบายอารมณ์ ​แต่ท่อนขาของคนข้างขวา​ที่​กำลังประชิดเข้ามาแล้ว​สั่นริกๆ​ อยู่​นี่สิทำให้ผม​ต้องแปลกใจ มัน​จะมาสังเกตสังกาอะไร​นักหนา​กับอาการปฏิกิริยาธรรมดาของผู้ชายด้วยกันยามถูกกระตุ้นด้วยรสสัมผัสเกือบครบทุกอย่าง

ผมดึงสายตามันกลับขึ้น​มาด้วยการหัน​ไปมองหน้าตรงๆ​ ​เมื่อ​เขาเงยหน้ามาสบตาก็ทำให้ยิ่งสะท้อนใจ ​เมื่อเห็นกันใกล้ๆ​ มันช่างหล่อใสอะไร​​ได้ขนาดนี้ ผิวหน้าหนากร้าน​เพราะกรำแดดของผมไม่มีทางเทียบติด แน่ใจว่า​ความสดฉ่ำนั้น​มันเกิน​ไปสำหรับผู้ชายธรรมดา ยิ่งแววตาแปลกๆ​ ​ที่มองมาด้วยแล้ว​ยิ่งทำให้ผมเอะใจ ประหวัดหวั่นนึก​ไปถึงคำเตือนของไอ้สมชายสหายรัก ​กับไอ้พวกตุ้งติ้งตูดงอน

ว่าหนุ่มสาวชาวกรุงสมัยนี้ดูกันยากว่ามัน​จะชอบ​เป็นอย่างไรใน​ที่ลับ ​ที่สำคัญ​คือ​ความฉาบฉวยของสังคมเมืองทำให้พวก​เขาไม่​ต้องมานั่งละอายหรือหวาดเกรง ในการแสดงออกถึงรสนิยม​ส่วนตัว สมชาย​เพื่อนยากย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าเผลอ​ไปสบตา​ใครหรือยิ้มให้​ใครยาม​เขาส่งยิ้มมา ​ส่วนพวก​ที่รักอยาก​จะผูกจับปิ้งตั้งแต่หัดเดินก็ยิ่งสั่งร่ำอำลาว่าให้ระวังหน้าระวังหลังให้ถ้วนถี่ หลุดรอดจากเงื้อมมือ​กับกระพุ้งแก้มของพวกมัน​ไป​ได้ก็อย่าง​ไปพลาดท่าเสียหน้าเสียหลังให้พวกในเมือง​ได้เชยชิม

ท่อนขา​ที่โดนเข่ามันประชิดสะกิดอยู่​นั้น​จึงดีดตัวออกห่าง จนทำให้กลาย​เป็นว่าขาซ้าย​ต้อง​ไปเบียด​กับเนื้อเนียนของสาวสายสีชมพูข้างซ้ายแนบสนิท เจ้าของกระโปรงสั้นหันมาทำหน้าไม่พอใจนิดหนึ่ง​ จนสำนึกของลูกผู้ชาย​ต้องผลักให้ผมขยับขาให้มาอยู่​ในท่าทางปกติ ​คือกางออกเล็กน้อย​เพื่อลดทอน​ความอึดอัดของกางเกงยีนส์ตัวฟิต ​และก็​ต้องกลับมาชิด​กับขาของหนุ่มกรุงข้างขวาอย่างจำยอม

​เขายังไม่เลิกมองหน้าผม เข่าซ้ายยังสะกิดเข่าขวาของผม​เป็นระยะๆ​ ผมพยายามทำเฉยพยายามคิดว่ายังไงมันก็ผู้ชายด้วยกัน ​แต่ยังไม่ทันพ้นหนึ่ง​ช่วงป้ายรถเมล์นิ้วก้อย​กับนิ้วนางของมันก็เลื่อนมาสมทบสะกิดท่อนขาแข็งแกร่งเนื้อของผมด้วยอีกแรง แถมด้วยท่อนแขน​ที่ดูเหมือน​จะพยายามเบียดให้แนบชิด​กับร่างกายผมให้​ได้มาก​ที่สุด...​.มัน​เป็นอะไร​ของมันวะเนี่ย

ไม่ทัน​ที่​จะหัน​ไปโวยวายอะไร​ รถก็มาเบรกกะทันหันอีกรอบตรงป้ายหน้ามหาวิทยาลัย ผมกลับ​ไปชะเง้อชะแง้ผ่านหน้าแม่สาวใส​โดยอัตโนมัติ พลอยสวยเรียน​ที่มหาวิทยาลัยนี้ ​ถ้า​ได้เจอ​กับเธอ หรือ​ได้แอบเห็นเธอตั้งแต่​ระหว่างทางนี่ก็คง​จะดี มันคง​จะทำให้ผม​ได้พิจารณา​ความเปลี่ยนแปลง​ความ​เป็น​ไปของเธอ​ได้ก่อน​ที่​จะหาข้ออ้างมาตอบคำถามว่า "พี่จอมมาทำไม?" ก็ขนาดเด็กเลี้ยงควายบ้านผมมันยังเลิกพูด "​เพราะแรงรักมันชักพาให้พี่เร่งมาหายอดยาใจ" กันตั้งแต่ปีมะโว้

เผื่อปะเหมาะเคราะห์ดีเธอขึ้น​มาคนเดียวอย่าง​ที่ภาวนาไว้ ผมอาจ​จะ​ได้รีบเข้า​ไปทักทายทันทีก่อน​จะนึกมุกตอบคำออก ​เพราะไม่อยากโดนก้าวก่ายร่างกายจากไอ้หนุ่มมาก​ไปกว่านี้

แล้ว​ก็ดูเหมือนสวรรค์​จะ​เป็นใจ ยอดยาหยีของผมเบียดคนอื่นขึ้น​มา​ได้​เป็นลำดับท้ายๆ​ เธอเหลี่ยวซ้ายขวาหน้าหลังเหมือนมองหา​ใคร จนผม​ต้องรีบก้มหน้าหลบ พอเงยหน้าขึ้น​มาอีกทีก็เห็นเธอ​ไปยืนกระชั้นชิด​กับให้หนุ่มหน้าบ้านๆ​ คนหนึ่ง​​ที่ตอนหน้า หัวใจของผมแทบ​จะขาดรอนในวินาทีนั้น​ หรือ​จะจริงอย่างนังสายใจมันว่า

กระปี๋สาวเลาะกลับมาส่งสายตาข่มขู่บรรดาผู้​โดยสารอีกครั้ง ​แต่ดูเหมือนว่าพวกนักศึกษามหาวิทยาลัย​จะมีสำนึกดีกว่าชาวบ้านร้านตลาดทั่ว​ไป ​แต่ละคนจึงยืนผึ่งผายรักษาระยะห่างของตนเอง​กับคนอื่น​ได้อย่างพอประมาณ ไม่สนใจเสียงขับไล่ไสดัน​เพราะต่างคนต่างเริ่มจดจ่อ​กับสรุปบทเรียนหรือสมุดบันทึกในมือ ช่องว่าง​ระหว่างเอว​กับเอวนั่น ยังพอให้ผมมองผ่าน​ไปสู่สุดหัวใจของผม​ได้​พอดี จนเห็นภาพบาดตาเข้าอีกรอบ​เมื่อสองหัวแทบ​จะชนกัน สองแก้มแทบ​จะแนบกัน สองตัวแทบ​จะนาบกันขนาดนั้น​

ผมละสายตาหันมาจ้องหน้าไอ้หนุ่มข้างขวาด้วย​ความขุ่นเ​คือง "หน้าตาหล่อๆ​ อย่าง:-)มา​เป็นกะเทยทำไมวะ" ผมตะโกนก้องอยู่​ในใจ ทุกอย่างในสายตามันพาให้อารมณ์เสีย​ไปหมด หนุ่มกรุงยังมองหน้าผมนิ่งแถมยิ้มน้อยๆ​ เหมือนขอ​ความเห็นใจอะไร​บางอย่าง จนผมรู้สึกละอายใจแทนจึงหันหน้ามาเสียอีกทาง หวังว่าเสื้อลูกไม้สายเล็กตัวในของคนอีกข้าง​จะช่วยกล่อมอารมณ์ให้คลาย​ความโมโหหึงลง​ไป​ได้บ้าง ​แต่ไอ้เสื้อ​ที่รัดเสียจนรังดุมปริสาบเปิด​กับกระโปรงสั้นแล้ว​ผ่าเผยจนเลย​ขึ้น​มาเห็นลายเส้นเลือดฝอยนี่กลับยิ่งทำให้ผมนึกหยามเหยียด ยิ่ง​เมื่อเธอส่งยิ้มให้ผมนิดหนึ่ง​แล้ว​ส่งเลย​​ไปให้ไอ้หน้าขาวจิตวิปริตด้วยอีกคนก็ยิ่งทำให้​ต้องปลงสังเวช สังคมรอบตัวมัน​เป็นอย่างนี้นี่เล่า...​.พลอยสวยยอดยาใจของพี่จึง​ได้เปลี่ยน​ไป...​..

ช่องว่าง​ระหว่างคนยืน ถ่างกว้างขึ้น​ ไม่รู้ว่า​เพราะ ฯพณฯ พนักงานเก็บค่า​โดยสารสาวเดินกลับ​ไปกลับมาเร็วๆ​ สองรอบ หรือเสียง​ที่​ได้ยินเสียงแว่วๆ​ เหมือนตัดพ้อในชะตากรรมของตนเอง ​เป็นระยะๆ​ "​ถ้าหนูมีการศึกษาอย่างพวกพี่ๆ​ หนูคงเห็นใจคนอื่น..ยืนชิดๆ​ กัน​ไปแล้ว​หละค่ะ​"

​ถ้านับตามหมายเลขซอย อีกไม่นานก็​จะถึง​ที่พักของพลอยสวย ผมเห็นท่าทางของเธอลุกลนกว่าเดิม ทำท่าทำทางปฏิเสธข้อเสนออะไร​บางอย่างของผู้ชาย​ที่ดูแก่กว่าเธอคนนั้น​ ดู​เขา​จะตั้งอกตั้งใจยัดเยียดสมุดเล่มบางในมือให้​กับแฟนผม จนเธอ​ต้องรับ​เอามาถือรวม​กับหนังสือหลายเล่มในอ้อมแขน

แล้ว​สิ่ง​ที่ผมสะกิดใจตั้งแต่แรกเห็นเธอก้าวขึ้น​รถมาก็แจ่มกระจ่างขึ้น​ในสายตา

พลอยสวยสวมกระโปรงทรงหลวมยาวเลย​เข่า เสื้อทรงสุภาพสอดชาย​และคาดเข็มขัดไว้อย่างเรียบร้อย​ ลักษณะภายนอก​ที่เห็นนั่นไม่ใช่สิ่ง​ที่สายใจนำ​ไปใส่ไฟเลย​​แม้เพียงสักน้อย

ผ่านมาอีกสองซอย รถก็โล่งเต็ม​ที่ มีคน​ที่ยังยืนเพียงสี่ห้าคนรวม​ทั้งคู่ข้างหน้านั่นด้วย ไอ้หนุ่มข้างขวาสะกิดผมด้วยเข่าแรงๆ​ อีกครั้งก่อน​จะดีดตัวขึ้น​​ไปกดกริ่ง มันลุกขึ้น​มาบังฉากสำคัญตอน​ที่แฟนผมกระซิบกระซาบอะไร​​กับไอ้แก่นั่น ​แต่มันก็ยังไม่ยอมเดิน​ไปหนำซ้ำยังก้มหน้ามองลงมาอีก ผมตวัดสายตาขึ้น​แวบเดียวก็กลับ​ไปจดจ้องอยู่​​กับสถาการณ์หน้ารถอีกครั้ง คราวนี้แม่สาวข้างซ้าย​เป็นฝ่ายสะกิดขาผมบ้าง นั่นลากสายตาของผมให้กลับมามองหน้าเธอตรงๆ​ อีกรอบ

"ขอทางหน่อย​ค่ะ​"

รอยยิ้มยินดีของผมตอนขยับขาหลบทางให้คงเฝื่อนเฝือเต็มที ​เพราะแม่พลอยสวย​กำลังยกมือไหว้ไอ้คนนั้น​...​.เรียบร้อย​จริงนะ​ที่รักของพี่

แล้ว​ทันที​ที่หันกลับมาเห็นคู่ของสองคน​ระหว่างขาผม​เมื่อครู่​ซึ่งเดินเคียงกัน​ไปจนเกือบถึงประตู เธอก็ยกมือไหว​ทั้งสองคนอีกครั้ง คราวนี้เสียงทักทายไม่เบาเลย​

"สวัสดีค่ะ​พี่เจน ...​.พี่มาร์คว่างมาส่งพี่เจนด้วยเหรอคะ​วันนี้...​.นี่หนู​ได้เลคเช่อร์พี่ปู่มาแล้ว​ วันนี้พี่เจนกะพี่มาร์คสวีทกัน​ได้เต็ม​ที่แล้ว​นะคะ​"

ผมอ่านเหตุการณ์​ได้ว่าพวกเธอคง​จะพักหอเดียวกัน แล้ว​​ได้หนุ่มหน้าขาวนั่นก็​เป็นแฟน ของคน​ที่พลอยสวยร้องทัก นี่กลาย​เป็นว่าผม​ได้นั่งคั่นกลางคู่รัก​ที่เหมาะสมกัน​ที่สุดคู่หนึ่ง​​ที่เคยเห็นมาหรือนี่ แถมยังคิดอกุศลอะไร​เตลิดเปิดเปิง​ไปตั้งไกล ไอ้คนหน้าแก่ข้างหน้านั่นก็คง​จะ​เป็นรุ่น​ที่ให้หยิบยืมสมุดจดงาน

ก่อน​ที่​จะเรียบเรียงอะไร​​ได้มากกว่านั้น​ สองหนุ่มสาวชาวกรุงก็ทำท่าพยักเพยิดให้เธอมองมาทางผม ท่าทางเหมือน​จะไม่สบอารมณ์หรือ​กำลังนินทาอะไร​สักอย่าง แล้ว​รถว่างขนาดนี้ผม​จะหลบ​ไปไหน​ได้

"อ้าว!...​พี่จอมมายังไงล่ะนั่น...​.พลอยสวย​จะลงป้ายนี้แล้ว​...​มาค่ะ​...​ลงมาก่อนเร็ว...​"
เธอตะโกนลั่นรถ ดวงหน้าฉายแววดีใจเต็มใจ​พร้อม​กับดวงตา​ที่​เป็นประกายวูบขึ้น​เหมือนทุกครั้ง​ที่เราเจอกันในทุก​ที่ทุกเวลา

สองหนุ่มสาว​ระหว่างขาของผมประคับประคองกันลง​ไปก่อน ก่อน​ที่พลอยสวย​จะหัน​ไปยกมือไหว้ไอ้หนุ่ม​ที่ขึ้น​มาด้วยกันอีกครั้งแล้ว​มองมาทางนี้เหมือน​จะเร่งให้ลุก

ผมแอบ​ใช้สามัญสำนึกค่อยๆ​ ดึงหัวใจ​และ​ความรู้สึกของตน ​ซึ่งเผลอลง​ไปกองอยู่​​ที่​ระหว่างขามาหลายวัน ให้เลื่อนกลับขึ้น​มาประทับอยู่​ตรง​ที่เดิม สูดลมหายใจลึกๆ​ ก่อน​จะเดินตามสุด​ที่รักของผมลง​ไป...​.

รถ​ทั้งคันคำรามอย่างรำคาญ ​เพราะคนขับเหยียบคันเร่ง​ที่โดนกักไว้ในเกียร์ว่าง กระปี๋สาวตั้งใจ​ใช้สายตาส่งผมลงจากรถ​โดยตรง ​พร้อมตวาดแหวด้วยถ้อยคำสุภาพ

"​จะลงไหมคะ​ ป้ายนี้ซอยอารีย์ ป้ายหน้าสะพานควายยยยยยยย!!!!!ค้าาาาา!!!!"

****************************

 

F a c t   C a r d
Article ID A-770 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง เรื่อง - ระ - หว่าง - ขา
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๑๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-3085 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 05 ก.พ. 2548, 05.16 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ดำรงเฮฮา [C-6099 ], [58.8.27.137]
เมื่อวันที่ : 23 ต.ค. 2548, 01.22 น.

ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์​ที่มอบให้​กับเรื่อง​สั้นเรื่อง​ ปีศาจแห่งหายนะ ของ ดำรงเฮฮา นะครับ​

เขียนเรื่อง​สั้นเรื่อย ๆ​ นะครับ​ ผม​จะตามมาอ่านครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น