นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๔ เมษายน ๒๕๔๖
เรื่องเล่าจากอินทนนท์
นายจาบคา
...อีกหน้านึงจากบันทึกของคนเดินทาง ​​เป็นไอ้บ้าหอบกล้อง​​ไปส่องนกไกลถึงยอดดอย​​ที่สูง​​ที่สุดในบ้านเรา เรื่อง​​ราว​​จะ​​เป็นยังไง ลอง​​ไปอ่านกันดู...
21 ธันวาคม 2545 เวลา 05.09
อากาศหนาว​ได้​ที่เลย​ทีเดียว กว่า​จะแซะตัวเองออกจาก​ที่นอน​ได้ แล้ว​ก็เริ่มออกเดินทาง จากเชียงใหม่แถวๆ​สารภี ถนน​ที่มีต้นยางสูงๆ​อายุมากแล้ว​ ริมสองข้างทาง มุ่งหน้า​ไปดอยอินทนนท์ ขับ​ไปเรื่อยๆ​สักชั่วโมงหน่อย​ๆ​ พอเลย​ อ.หางดงมา​ได้ไม่นาน ก็​ต้องชะลอ​ความเร็ว จากร้อยหน่อย​ๆ​ เหลือแค่ยี่สิบสามสิบ แทบ​จะคลานเลย​ ทำไมน่ะเหรอ

หมอกครับ​หมอก หนามากกกก ขอบอก เปิดไฟสูงยังมองไม่ถึงไหนเลย​ ว้าวววว ดีใจ ตื่นเต้นสำหรับเด็กเทพอย่างเราน่ะสิ ร้อยวันพันปี​จะ​ได้เห็นแบบนี้กะ​เขาที ​แต่ก็มีอยู่​แค่ช่วงเดียวครับ​ ดีแล้ว​ล่ะ ขืนมากกว่านี้สงสัย กว่า​จะถึงอินทนนท์คงสายแน่ (อิอิ ไม่อยากบอกว่า ไอ้​ที่ช้าเนี่ย ​ส่วนหนึ่ง​ขับรถหลงด้วยล่ะ)

​และแล้ว​ก็มาถึง ด่านแรกของอินทนนท์ ​เอา​เมื่อเวลาเจ็ดโมงเช้า​นิดๆ​ พอเลย​ด่านเข้ามา ก็ปรึกษาคนนั่งข้างๆ​.. อืมมม คนนั้น​นั่นแหละ​ อิอิ..ว่า​จะแวะไหนก่อนดี ว่าแล้ว​ก็นี่เลย​ น้ำตกวชิรธาร ​ที่นี่เวลาเช้า​ขนาดนี้ ยังไม่มีคนมาเลย​ ร้านค้าก็ยังไม่เปิด (คิดอยู่​ในใจ..ดีจัง ไม่มีคนแบบนี้แหละ​ดี ชอบๆ​ๆ​) ว่าแล้ว​ก็หยิบกล้องคู่ใจ ​ทั้งดิจิตอล กล้องธรรมดา กล้องสองตา แล้ว​ก็กล้องสโคป.. ​เอา แบกมันเข้า​ไป อะไร​นักหนาก็ไม่รู้.. ฮาๆ​ๆ​ๆ​ๆ​.. กะว่า​จะมาถ่ายรูปน้ำตกซะหน่อย​ น้ำเยอะๆ​แบบนี้ แสงแบบนี้ ออกมา​ต้องสวยแน่ๆ​เลย​ (ปลอบตัวเองน่ะ)

​แต่..ครับ​มี​แต่ สายลมยามเช้า​ไม่​เป็นใจเลย​ นอกจาก​จะหอบ​ความยะเยือกมาแล้ว​ ยังหอบ​เอาละอองน้ำมหาศาลมาด้วย แล้ว​​จะตั้งกล้องถ่ายยังไงล่ะเนี่ย ก็เลย​อดครับ​ ไม่​ได้รูปสวยๆ​มาอวดเลย​ ​กำลังสาวละวนอยู่​​กับกล้องถ่ายรูป ฉับพลัน..

"พี่ๆ​ๆ​เร็ว..อ้าว หาย​ไปแล้ว​.. "

"อะไร​เหรอ??"

"อะไร​ก็ไม่รู้พี่ หัวสีขาวๆ​ตัวสีน้ำตาลๆ​"

"จริงป่าววว สงสัย เขนน้ำหัวขาวท้ายแดงแน่เลย​"

ว่าแล้ว​ก็รีบเก็บกล้อง หลบละอองน้ำ​ที่กระหน่ำมา แบบไม่เห็นใจคนถ่ายรูปเลย​.. โป้งแล้ว​..ตามหานก​ที่ว่า ​แต่นั่นแหละ​ครับ​ หาย​ไปไหนไม่รู้ ในใจก็คิด..ฝากไว้ก่อนเหอะ river chat แล้ว​ก็แบกสโคปออกมา ส่องปรอดเหลืองหัวจุกแทน ​กำลัง​เอากล้องดิจิตอลจ่อก็..

"พี่ๆ​ๆ​ เร็ว..หลังดำ ปีกขาว หางลายขาวดำยาวๆ​เลย​พี่"

"ไหนๆ​ๆ​"

"อ้าววว ​ไปอีกแล้ว​ ไหน​เอาหนังสือมาสิ...​ นี่เลย​พี่ ตัวนี้เลย​ black backed forktail กางเขนน้ำหลังดำ"

"อด..อดอีกแย้วอ่ะ ว้า แย่จัง"

ว่าแล้ว​ก็พยายามเดินตามหาอีก เหมือนเดิมเลย​ หาย​ไปแล้ว​ เห็นคนเดียวเลย​ ไม่​เป็นไร ดี​ที่มีเอี้ยงถ้ำ ​กับเด้าลมหลังเทามาให้ดู อยู่​​ได้สักพัก จนคิดว่าคงไม่มีอะไร​มาเพิ่มแล้ว​ ร้านค้าก็เริ่มเปิดแล้ว​ ก็เลย​ออกจากวชิรธาร มุ่งหน้าปลายทางสำนักงาน​ที่พัก เสร็จสรรพแล้ว​ก็แวะ​ไปร้านลุงแดง กะว่า​จะมาถามเรื่อง​นกๆ​กะลุงซะหน่อย​ เจอ​แต่คุณป้า​กำลังทำ​กับข้าวอยู่​เลย​ ป้าบอกว่าลุง​เขา​ไปเฝ้า black tailed creak น่ะ สักพักก็คงมา ว่าแล้ว​​ระหว่างรอ ก็โจ้ข้าวต้มซะชาม แล้ว​ก็​ไปท่อมๆ​ห้วยหลังบ้านลุง เพียบเลย​ บินมาเยอะแยะเลย​ พวกกระจิบ ​แต่ดูไม่ทันว่า​เป็นอะไร​ ส่อง​ไปส่องมาก็​ได้มาดังต่อ​ไปนี้ เขนน้ำท้ายดำตัวเมีย
คลิกดูภาพขยาย
เค้าแคระ

คลิกดูภาพขยาย
เขียวก้านตองท้องสีส้ม

คลิกดูภาพขยาย
เหยี่ยวไม่รู้จัก

(​เอารูปให้ลุงดู ลุงยังบอกไม่รู้จักเลย​ ก็เลย​ตั้งให้ก่อนว่าเหยี่ยวไม่รู้จัก) บั้งรอก พญาไฟใหญ่ แล้ว​ก็อีกหลายชนิดครับ​ ดูกันจนลืมเวลาเลย​ รู้ตัวอีกทีก็สิบโมงกว่าแล้ว​ ว่าแล้ว​ก็ขับรถต่อ กะ​จะ​ไปเดินกิ่วแม่ปาน พอจอดรถปุ๊บ ท้องก็ร้องปั๊บ.. ฮาๆ​ๆ​ ..ส้มตำไก่ย่างข้าวเหนียวทันทีเลย​ครับ​ เรียบภายในพริบตา ​พร้อม​กับอาการค้อนเล็กๆ​ ​เมื่อมองมา​ที่พุงผมเอง..อิอิอิ..

สบายขนาดนี้แล้ว​ก็เริ่ม​จะออกเดิน ​โดย​ไปติดต่อ​ที่ซุ้มสำหรับให้คนนำเดิน ค่าบริการคิดสองร้อยบาท​ ​เอาล่ะสิ แพงจัง คิดในใจว่าเดินเองไม่​ได้เหรอไง รับรองไม่หลง แล้ว​ก็ไม่ทำ​ความเสียหายแน่นอนน่า ระดับนี้แล้ว​ ​แต่​เขาไม่ยอม ก็เลย​​ต้องรอหาคน​ที่​จะร่วมทาง​ไปด้วย ​พอดีว่ามีมากันอีกสองคน ​แต่​เขาเปลี่ยนใจ ​ไปเดิน​กับอีกกลุ่ม​ที่มากันสี่คน ​เพราะ​เขาไม่ดูนกก็เลย​ตัดสินใจ ไม่เดินก็​ได้ ​ไป​ที่อื่นก็มีนกให้ดูเหมือนกันแหละ​.. ไม่ง้อก็​ได้.. จริงๆ​แล้ว​เรื่อง​นี้ น่า​จะมีการจัดการทีดีกว่านี้นะครับ​ เช่นเก็บ​เป็นรายหัวนักท่องเ​ที่ยว เหมือนอย่าง​ที่เก็บค่ากางเต็นท์ (คนละ 30 บาท​..แพง​ไปนิด) ก็​ได้ ​ถ้า​จะให้เหมาะ ก็คนละยี่สิบบาท​ผมว่า​กำลังดีเลย​ แล้ว​ก็ห้ามนำขวดน้ำพลาสติก หรือว่าอาหารเข้า​ไป ​เพื่อป้องกันการทิ้งขยะ รวมถึง​ที่สำคัญครับ​ ห้ามนำบุหรี่เข้า​ไปด้วย ป้องกันไฟป่า ​เพราะสภาพหน้าแล้งแบบนี้ ติดแล้ว​ดับยากนักแล

ว่าแล้ว​ก็ย้าย​ไปอ่างกาแทน นักท่องเ​ที่ยวคนไทยมีพอสมควร ​แต่ก็ยังไม่ถึง​กับเยอะจนน่าวิ่งหนี ​แต่​ที่น่าเบื่อก็​คือ นักท่องเ​ที่ยว​ที่มาป่า ​แต่สวมวิญญาณแม่ค้าปลาทูในกาดวโรรสนี่สิ ตัวอยู่​ศาลเฮลิคอปเตอร์ ​แต่เสียง​ได้ยิน​ไปถึงจุดเริ่มเดิน อันนี้ไม่​ได้โม้ครับ​ เรื่อง​จริง แล้ว​คิดสิครับ​ แปดหลอดขนาดนั้น​ นก​ที่ไหนมัน​จะอยู่​ ​กำลังส่องกะรางแก้มแดงเพลินๆ​ หายวั๊บในพริบตา

ก็อยาก​จะฝากถึงท่านผู้อ่านนะครับ​ เข้าก็ควรเคารพป่า แล้ว​สิทธิของผู้อื่นด้วยนะครับ​ แล้ว​ก็ฝาก​ไปถึงท่านหัวหน้าคนใหม่ด้วย (คนใกล้ชิดชมรมฯเรานี่เอง ​แต่ไม่บอกหรอกว่า​ใคร..อิอิ ปล่อยให้งงเล่น) นะครับ​ เจ้าหน้า​ที่​ที่ยืนประจำอยู่​ กรุณาทำหน้า​ที่ของท่านด้วย ไม่ใช่​แต่งตัวยืนเด่น​เป็นสง่าเหมือนอนุสาวรีย์ คอยแจกยิ้มนักท่องเ​ที่ยวอย่างเดียว เจอ​ใคร​ที่ทำผิดกฎก็ตักเตือน​ได้ ไม่​ต้องเกรงใจ (ไม่งั้นอาจโดนข้อหา ละเว้น​การปฏิบัติหน้า​ที่​โดยมิชอบ​ได้นะเอ้อ) ​เพื่อ​ความ​เป็นระเบียบเรียบร้อย​ ​ความศักดิ์สิทธ์ของป้ายเตือน ​และ​เพื่อ​เป็นเยี่ยงอย่าง ​กับคนอื่นด้วยครับ​ ลำพังนักท่องเ​ที่ยวอย่างผมเอง เตือนแล้ว​ก็ไม่เชื่อกันหรอกครับ​ เผลอๆ​อาจโดนวิญญาณแม่ค้าเข้าสิง ตาม​ไปอีกคนจากการโต้เถียงน่ะครับ​

บ่นพอสมควรแล้ว​ เข้าเรื่อง​ต่อดีกว่าครับ​ นก​ที่เจอบริเวณอ่างกาก็มีมากเหมือนกัน ​โดยเฉพาะเวลา​ที่ไม่มีเสียงดังรบกวน บินกันให้พรึ่บพรั่บ​ไปหมด ​ที่เห็นแน่ๆ​ก็​คือ กะรางแก้มแดง มุ่นรกหัวน้ำตาลแดง แว่นตาขาวสักอย่างมองไม่ทัน จับแมลงคอแดง กินปลีหางยาวเขียว กินปลีคอสีฟ้า แล้ว​ก็​ที่เห็นไม่ถนัด อาจ​จะ​เป็นกินปลีหัวสีไพลิน (อันนี้ไม่ยืนยันนะครับ​ ​เพราะเห็นในสภาพย้อนแสง ​กับโดนกิ่งไม้บัง แล้ว​ก็มีเสียงดังมาไล่​ไป) ศิวะหางสีตาล(มา​เป็นฝูง) แล้ว​ก็หางรำดำ
พอเรียบร้อย​ดีแล้ว​ ก็ขับรถกลับมายัง​ที่ทำการ ​เพื่อติดต่อเรื่อง​​ที่กางเต้นท์ (คนละ 30 บาท​ บอกไว้​เป็นข้อมูลครับ​ ราคาแพง​ไปนิด น่า​จะอยู่​​ที่ยี่สิบบาท​ต่อคนผมว่า​กำลังเหมาะ) แล้ว​ก็เลือกทำเลตามใจชอบ

โชคดีครับ​​ที่คนไม่ค่อยเยอะ ​แต่บ้านพักก็เต็มทุกหลัง (เดี๋ยวนี้​เขาทำบ้านพักใหม่หมดแล้ว​ครับ​ เหมือนรีสอร์ทเลย​ แล้ว​ก็เปลี่ยนชื่อบ้านใหม่หมด เหมือนกัน ​โดย​ใช้ชื่ออินทนนท์นำ แล้ว​ตามด้วยเลข​ที่บ้าน เช่น อินทนนท์ 1) ก็เลย​เลือก​ที่ไม่ไกลไม่ใกล้ห้องน้ำ คนไม่เยอะให้รำคาญ แล้ว​เราสองคน ก็ขับรถ​ไปสมทบ​กับลุงแดงใกล้ๆ​ ​กับโรงเรือนเพาะปลูกแห่งหนึ่ง​ ไม่ไกลนัก มองเห็นน้ำตกสิริภูมิ​ได้ชัดเจน สวยมากครับ​ ​ที่นี่เอง​ที่กล้องดิจิตอลตัวใหม่ไม่ทำงาน ไม่ว่า​จะลองวิธีไหนก็ไม่สำเร็จ ก็เลย​เก็บใส่กระเป๋า​ไปเลย​ งัด​แต่สโคปมาส่องก็พอแล้ว​

ดูกันอยู่​สักพัก​กับพี่ๆ​ ​ที่มา​กับลุงแดงอีกสามสี่คน ​เมื่อไม่เจออะไร​แล้ว​ก็แยกย้ายกันกลับ ​แต่ผมยังไม่กลับ​ที่พักครับ​ ​เพราะเห็นว่ายังไม่มืด ก็เลย​​ไป​ที่ผาหมอน ตามคำบอกของลุงแดงว่า ​ถ้าอยากเห็นเขนน้ำหัวขาวท้ายแดงล่ะก็ ลอง​ไปนั่งซุ่มดู รับรองไม่ผิดหวัง ว่าแล้ว​ก็​ไป​กับสาวสวยคนรู้ใจ พอ​ไปถึงยังไม่ทัน​ได้นั่งเลย​ มาแล้ว​ครับ​ เขนน้ำหัวขาวท้ายแดง​ที่อยากเห็นมานาน สวยมากครับ​ กระโดดโลดเต้นหาอาหารกินบริเวณโขดหิน ช่วง​ที่สายน้ำทิ้งตัวลงแอ่งธารเบื้องล่าง ​ซึ่งไม่สูงนัก ดูกันจนเกือบมืด ​เป็นนกพีอาร์จริงๆ​ แล้ว​ก็​ได้เห็นเขนน้ำท้ายดำตัวเมียลงมาเล่นน้ำ หาอาหารในบริเวณใกล้ๆ​กันอีกด้วย

พอค่ำก็มาถึงร้านลุงแดง​พอดี ​เมื่อเล่าให้ลุงฟัง แกก็ตอบอย่างน่าคิดว่า สงสัยตัวเมียมันคงคิดนอกใจตัวผู้มั๊ง เห็นว่าสีสดกว่า เท่านั้น​ก็เรียกเสียงหัวร่อกัน​ได้ครื้นเครงแล้ว​ครับ​

หลังอาหารมื้อเย็นผ่าน​ไป (เย็นจริงๆ​ครับ​ พออาทิตย์ลับฟ้า​ไปหน่อย​ อุณหภูมิก็ลงมาใกล้ๆ​สิบองศาอย่างรวดเร็ว) ก็นั่งสนทนากัน​กับพี่ๆ​ อีกสองสามคน ​กับลุงแดง ถึงนกต่างๆ​กัน แล้ว​ก็​ความเปลี่ยนแปลงบนอินทนนท์ พอ​ได้เวลาอันสมควร ข้าวเรียงเม็ด หนังตาก็เรียกร้อง ให้​ไปหา​ที่นอน​ที่แสนอบอุ่น ​เป็นอันจบรายการวันนี้ภายใต้แสงดาวระยิบระยับ ไร้เมฆหมอก​และแสงจันทร์มารบกวน

เช้า​วันใหม่มาถึง ​พร้อม​กับเสียงร้องของนก ​และ​ความหนาวเย็น จนไม่อยากลุกออกมาจากเต็นท์เลย​ ​แต่ทนไม่ไหว ​กับเสียงร้องระงมป่า ของ​เพื่อนมีปีก​ทั้งหลาย ล้างหน้าล้างตาพอให้หายงัวเงีย​ได้ ก็คว้ากล้อง​กับสโคปคู่ใจ เดินดูนกบริเวณใกล้ๆ​ เรื่อย​ไปจนถึงบริเวณ หน้าบ้านกุหลาบป่าเก่า บริเวณ​ที่อยู่​ของนกอัญชันหางดำ นกหายาก​ที่อื่น ​แต่เห็น​ได้​เป็นประจำ​ที่นี่ ท่าทาง​จะคุ้นคนมากขึ้น​ ออกมาเดินให้ดู​เป็นระยะๆ​ ​จะหลบก็เฉพาะมีเสียงดัง หรือคนเดินผ่านในระยะใกล้เท่านั้น​

เดินดูกันอยู่​สองคน สักพักลุงแดง​กับพี่ๆ​ ​ที่เจอกัน​เมื่อวานเย็นก็ตามมา ว่าแล้ว​ก็เพลิดเพลินช่วยกันดู ช่วยกันส่อง​เป็นการใหญ่ นกๆ​​ทั้งหลายก็ออกมาโชว์กันชนิด​ที่ส่องกันอุตลุด ​ทั้งพญาไฟใหญ่ พญาไฟสีกุหลาบ เขียวก้านตองท้องสีส้ม แว่นตาขาวสีทอง ติ๊ดใหญ่ แซงแซวเล็กเหลือบ แซงแซวหางปลา แซงแซวสีเทา แล้ว​ก็​ที่มองไม่ทัน ​เพราะอยู่​ไกลแล้ว​ก็เร็วอีกหลายตัวครับ​ จนเกือบเก้าโมงเช้า​ จึง​ได้ล่ำลา​กับลุงแดง​กับพี่ๆ​ ​เพื่อเดินทางกลับมายังตัวเมืองเชียงใหม่​โดยสวัสดิภาพ เรื่อง​ราวของการเดิน เข้าสู่อ้อมกอดของธรรมชาติ​ที่ต้อนรับเราเสมอ ด้วยอากาศบริสุทธิ์ สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ​ ขับขานเสียงเพลง ​และโบยบินอย่างเสรี มิตรภาพ​ที่มีให้กัน แค่นี้ก็เกินพอ สำหรับกลับมา​ใช้ชีวิตดิ้นรนในเมืองอีกครั้งแล้ว​ครับ​


 

F a c t   C a r d
Article ID A-076 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง เรื่องเล่าจากอินทนนท์
ผู้แต่ง นายจาบคา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๔ เมษายน ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๙๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-192 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 04 เม.ย. 2546, 09.10 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กางเขนดง [C-195 ], [161.200.255.162]
เมื่อวันที่ : 04 เม.ย. 2546, 10.05 น.

ถ่ายรูป​ได้ชัดดีจังค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : เขาวานให้หนูไปซื้อก๋วยจั๊บ [C-210 ], [203.149.1.102]
เมื่อวันที่ : 05 เม.ย. 2546, 18.07 น.

นกเค้า น่ารักจััง หนูช็อบ ชอบ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นกกะเต็น [C-216 ], [203.146.223.82]
เมื่อวันที่ : 08 เม.ย. 2546, 05.11 น.

​ไปเ​ที่ยวมานี้ น่าอิจฉาจัง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น