นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๙ มกราคม ๒๕๔๘
ความรักครั้งสุดท้าย#12
Anantra
...ฉันอยากตาย มัน​​คือ​​ความรู้สึกนึง​​ที่แว่บเข้ามาในสมอง ฉันเข้าใจเลย​​ว่า คน​​ที่ฆ่าตัวตาย​​เพราะรัก​​เป็นพิษ พวก​​เขารู้สึกอย่างไร ​​ความตายคง​​จะ​​เป็นสิ่งเดียว​​ที่​​จะช่วยให้หายจาก​​ความทรมาน...
ฉันตัดสินใจ หลังจาก​ที่นอนไม่หลับมาหลายคืน ฉัน​จะตัดใจจากอ้น ฉันคงทำใจไม่​ได้​ที่​จะปล่อยให้​เขา​ไป​แต่งงาน​กับคนอื่นต่อหน้าต่อตา มันหนักหนาเกิน​ไปสำหรับฉัน...​

​แต่ฉันก็รู้​ได้อย่างนึงว่าฉันคงเลิก​กับ​เขาไม่​ได้แน่ ๆ​ ​ถ้า​เขา​จะยังคงติดต่อ​กับฉันต่อ​ไป
แล้ว​ฉันควร​จะทำยังไง ฉันอยากหลุดพ้นจากห่วงนี้ มันทุกข์ทรมานเหลือเกิน เหมือนตกนรก​ทั้ง​เป็น ฉันกินไม่​ได้ นอนไม่หลับ เฝ้า​แต่ครุ่นคิดถึงเรื่อง​เก่า ๆ​ ​และก็ร้องไห้ วนเวียน​เป็นอยู่​อย่างนั้น​ตลอดเวลา

ฉันอยากตาย มัน​คือ​ความรู้สึกนึง​ที่แว่บเข้ามาในสมอง ฉันเข้าใจเลย​ว่า คน​ที่ฆ่าตัวตาย​เพราะรัก​เป็นพิษ พวก​เขารู้สึกอย่างไร ​ความตายคง​จะ​เป็นสิ่งเดียว​ที่​จะช่วยให้หายจาก​ความทรมาน

​แต่ฉันทำไม่​ได้ ฉันใจไม่เด็ดขนาดนั้น​ ฉันยังมีครอบครัว​ที่รักฉัน ยังมี​เพื่อน​ที่ดี ​ที่ยินดีเสมอ​ที่​จะรับฟังปัญหาของฉัน

ใช่สิ...​​เพื่อนทำไมฉันถึงลืม​ไป​ได้นะ ตอนนี้ฉัน​ต้องการ​เพื่อน คนแรก​ที่ฉันคิดถึง​คือ จอย



เหมือนมีพลังจิตบางอย่างสื่อถึงกัน จอยโทรหาฉันในทันที...​.




"อร ​เป็นไงบ้าง ไม่​ได้คุยนานเลย​นะ" จอยพูด​เมื่อฉันรับสาย



"จอย..ฉันอยากตาย ฉันอยากตาย"



ฉันพูด​ไปร้องไห้​ไป มันอยากระบาย มันอัดอั้น ฉันคงเก็บมันไว้คนเดียวไม่​ได้อีกต่อ​ไปแล้ว​



"เฮ้ย..อย่าเพิ่งนะ...​เดี๋ยวฉัน​ไปหา...​นี่แกอยู่​​ที่ไหน" จอยถามอย่าง​เป็นห่วง



"ฉันยังอยู่​​ที่ทำงาน ยังไม่อยากกลับบ้าน"ฉันยังคงร้องไห้



"เออ เออ รออยู่​​ที่นั่นนะ เดี๋ยวฉัน​ไป" จอยพูด แล้ว​ก็วางหู​ไป




สักพักจอยก็มาถึง เธอนั่งแท๊กซี่มาหาฉันทันทีหลังจากวางหู เรา​ไปนั่งคุยกัน​ที่คอฟฟี่ช้อบแห่งหนึ่ง​ แถว ๆ​ ​ที่ทำงานของฉัน




"มีอะไร​ ไหนเล่าให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้ ​ใครทำอะไร​แก..อ้นใช่ไหม" จอยถามทันที



"อ้น​เขา​กำลัง​จะ​แต่งงานแล้ว​ล่ะจอย...​ฉัน​จะทำยังไงดี" ฉันบอกเธอ



"ก็ไหนว่า​จะ​แต่ง​กับแกแล้ว​ไง...​เรื่อง​มัน​เป็นยังไงกัน" จอยถามน้ำเสียงตกใจ



"​เขาทำผู้หญิงท้อง...​​และ​เขา​ต้องรับผิดชอบ" ฉันพูด​ทั้งน้ำตา




จอยถึง​กับเงียบ​ไป ไม่พูดอะไร​ ​ได้​แต่มองหน้าฉันด้วยสายตาแห่ง​ความสงสาร เธอคง​จะรับรู้​ได้ถึง​ความรู้สึกของฉัน




ฉันเล่าเรื่อง​​ทั้งหมดให้จอยฟัง รวม​ทั้งเรื่อง​​ที่​เขา​จะ​แต่งงานแบบหลอก ๆ​ ​เพื่อแก้หน้าให้ผู้หญิงคนนั้น​




"เห็นแก่ตัว...​อร แกอย่า​ไปยอมนะ...​​เป็น​ไปไม่​ได้หรอก...​​จะมาทำแบบนี้" จอยพูด



ฉัน​ได้​แต่ร้องไห้ ไม่พูดอะไร​ มันเศร้า มันคิดอะไร​ไม่ออก..


ใจนึงก็อยาก​จะจบ​ความสัมพันธ์​กับ​เขาในทันที


อีกใจนึงก็โหยหา อยากให้​เขาปลอบใจ อยู่​ข้าง ๆ​ เหมือนเคย




"แก​ต้องเข้มแข็ง เข้าใจไหม...​อย่า​ไปยอม" จอยบอกฉัน




ฉัน​ได้​แต่พยักหน้าตอบเธอ ฉันก็คิดแบบเดียว​กับเธอ ​แต่มันอยู่​​ที่ว่าใจฉันมัน​จะทน​ไป​ได้ซักแค่ไหน...​




"ฉันก็มัว​แต่ยุ่ง ๆ​ เรื่อง​​แต่งงาน...​ก็ยังรู้สึก​เป็นห่วงแกอยู่​เหมือนกัน เห็นเงียบ​ไป ไม่นึกเลย​ว่ามัน​จะ​เป็นแบบนี้...​อ้นนะอ้น ทำกัน​ได้" จอยพูดอย่างเจ็บใจ



"ฉันกลัวว่า ฉัน​จะทำใจไม่​ได้...​ฉันรัก​เขา" ฉันบอกเธอด้วย​ความรู้สึกจริง ๆ​ ​ที่ฉันรู้สึก



"แก​ต้องทำ​ได้ นึกถึงเด็กตาดำ ๆ​ สิ...​​เขาไม่​ได้รู้เรื่อง​อะไร​ด้วยเลย​นะ ใน​เมื่ออ้นตัดสินใจ​ที่​จะทำแบบนั้น​ ​เขาก็​ต้องรับผิดชอบในสิ่ง​ที่​เขาทำ มันก็สมควรแล้ว​นี่ ​ที่มัน​จะ​ต้องลงเอยแบบนี้...​ดีซะอีก​ที่แกรู้ก่อน" จอยยังคงพูดต่อ​ไป ​เพื่อเตือนสติฉัน




เด็กตาดำ ๆ​...​ใช่สิ...​ฉันควร​จะนึกถึงเด็กคนนั้น​...​ฉันไม่ควรคิดถึง​แต่ตัวเองแบบนี้...​ยิ่งคิดก็ยิ่งร้องไห้ใน​ความเห็นแก่ตัวของตัวเอง

ถูกแล้ว​​ที่มัน​จะ​ต้องออกมาในรูปแบบนี้...​มันสมควร​ที่​จะ​เป็นแบบนั้น​ตั้งแต่ต้น ตั้งแต่​ที่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้น​ท้องแล้ว​




หลังจาก​ที่​ได้คุย​กับจอย ฉันรู้สึกเข้มแข็งขึ้น​มาเยอะ เธอเตือนสติฉันหลายอย่างทำให้ฉันคิดอะไร​​ได้มากขึ้น​ ไม่จมอยู่​​กับ​ความเศร้าเหมือนเก่า จอยยังบอกอีกว่าเธอ​จะมาหาฉันบ่อยขึ้น​ ​แต่คงบ่อยมากไม่​ได้ ​เพราะเธอเองก็​จะ​ต้องเตรียมตัว​ที่​จะ​เป็นเจ้าสาวในอีกไม่นานนี้ ฉันเข้าใจดี แค่​เพื่อนมีน้ำใจ​กับฉันแบบนี้ฉันก็ดีใจมากแล้ว​



อ้นยังคงพยายาม​ที่​จะมารับมาส่งฉันเหมือนเดิม ​แต่ฉันปฏิเสธ​ที่​จะเจอ​เขา ฉันรู้ตัวดีว่าฉันคง​จะ​ต้องใจอ่อนแน่ ๆ​ ​ถ้าเห็นหน้า​เขา

ไม่ใช่ว่าฉันเข้มแข็ง อยาก​จะปฏิเสธ​เขาหรอกนะ ฉันยังคงร้องไห้ทุกวัน มันกลาย​เป็นกิจวัตรประจำวันของฉัน​ไปแล้ว​ ร้องไห้หลังอาหาร ก่อนนอน...​เวลา​ที่ฟังเพลงเศร้า...​เวลา​ที่อยู่​คนเดียว...​

โลกมันดูไม่สดใสเหมือนก่อน ทุกวันดูน่าเบื่อ...​ฉัน​จะชอบอยู่​คนเดียว นั่งคิดอะไร​เรื่อยเปื่อย แล้ว​ก็ร้องไห้ การนอนหลับกลาย​เป็นวิธี​ที่ฉันโปรดปรานมาก​ที่สุด ​เพราะ​จะ​ได้ไม่​ต้องคิดอะไร​ หลับฝัน​ไปเรื่อย ๆ​ ฝัน​ไปถึงวันเก่า ๆ​ ของเราสองคน อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าเผชิญอยู่​​กับ​ความ​เป็นจริง​ที่เจ็บช้ำ นอนหลับ​เพื่อให้เวลามันผ่าน​ไปวัน ๆ​ เวลา​จะ​ได้ช่วยเยียวยารักษาแผล​ที่มันอยู่​ในใจของฉัน สิ่งนี้เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น​​ที่​จะรักษาโรคนี้ให้หาย​ได้

บ่อยครั้ง​ที่ฉันเกือบ​จะทนไม่ไหว อยากโทร​ไปหา​เขา อยาก​จะบอก​กับ​เขาว่า ฉันยอมทุกอย่างแล้ว​ เรามารักกันเหมือนอย่างเคยเถอะ มันทรมานเหลือเกินเวลา​ที่​ต้องคิดถึง​เขา​ทั้ง ๆ​ ​ที่​เขาก็อยู่​ใกล้แค่เอื้อม เพียงแค่ฉันยอมรับมัน

​แต่มันผิด มันไม่ควร คงไม่มี​ใครเห็นด้วย​กับเรา...​ถึง​แม้ว่าพวก​เขา​จะเข้าใจว่าเรารักกันแค่ไหน ​แต่พวก​เขาคง​จะไม่ยอมให้เรารักกัน...​

ครอบครัวของฉันรู้เรื่อง​​ทั้งหมดแล้ว​ ไม่มี​ใครเห็นด้วย​กับอ้น ทุกคนต่อว่าอ้นว่าทำไม่ถูก
พ่อ​กับแม่ถึง​กับสั่งห้ามไม่ให้ฉันเจอ​กับ​เขาอีก มันคง​จะ​เป็นเรื่อง​​ที่ร้ายแรงมาก ๆ​ พ่อ​กับแม่ถึง​ได้สั่งห้ามฉัน ​ทั้ง ๆ​ ​ที่ตั้งแต่เล็กจนโต พวกท่านไม่เคยบังคับใจฉันเลย​ซักครั้ง...​

ชาตินี้ฉัน​กับ​เขา คง​ต้องจบกันแค่นี้...​มันคงผิดมาก...​ผิด​ทั้งคุณธรรม ​และศีลธรรม...​



อ้นยังคงพยายาม​ที่​จะติดต่อฉันทุกวิถีทาง ​แต่ฉันปฏิเสธ...​มีบ้างบางครั้ง​ที่ฉันยอมคุย​กับ​เขา ​เพราะอยาก​จะรู้​ความ​เป็น​ไป อย่างน้อยเราก็ยัง​เป็น​เพื่อน​ที่ดีต่อกัน​ได้...​ให้ตัดขาดกัน​ไปเลย​ ฉันคงทำไม่​ได้...​ทุกครั้ง​ที่คุยกันฉัน​ต้องมีน้ำตาทุกครั้ง ​แต่มันก็ยัง​เป็นสุขใจ ถึง​แม้ว่ามัน​จะ​เป็น​ความสุขปน​ความเศร้าก็ตามที

แค่​ได้ยินเสียง​เขา ​ได้ยิน​เขาพร่ำพรรณนาถึง​ความรัก​ที่​เขามีต่อฉัน ให้ฉัน​ได้รับรู้ว่าเรายังรักกัน ​ความรักของเรายังคงอยู่​ มันไม่​ได้จาก​ไปไหน แค่นั้น​มันก็ทำให้ฉันรู้สึกอิ่มเอมจนล้น ต่อเวลาแห่ง​ความสุขให้ฉัน​ไป​ได้นานแสนนาน ฉันคงทำ​ได้เพีงแค่นี้ แค่นี้จริง ๆ​



พรุ่งนี้แล้ว​สินะ จอย​กับน้อต​จะกลาย​เป็นสามี ภรรยากันอย่างถูก​ต้องตามกฏหมาย ฉันดีใจ​กับพวก​เขา​ทั้งสองจากใจจริง พวก​เขาเหมาะสมกันแล้ว​

​แต่ฉันก็อด​ที่​จะรู้สึกอิจฉาพวก​เขาไม่​ได้ พวก​เขาช่างโชคดี​ที่​ได้อยู่​​กับคน​ที่ตัวเองรัก ไม่​ต้องมาเผชิญ​กับ​ความทุกข์โศกแบบฉัน ฉันคง​จะเคยทำกรรมไว้มากมาย​​เมื่อชาติ​ที่แล้ว​ชาตินี้ฉันเลย​ไม่ประสบ​ความสำเร็จในเรื่อง​ของ​ความรัก ไม่ว่าครั้งไหน ไม่ว่าฉัน​จะพยายามสักแค่ไหน บทสรุปมันก็​เป็นแบบเดิม ​คือ​ความเสียใจ ​และเจ็บช้ำ

บอกตรง ๆ​ ว่าฉันไม่อยาก​ไปงานวันพรุ่งนี้เลย​ ไม่ใช่ว่าฉันทนดูไม่​ได้ ​เพราะ​ความอิจฉา ​แต่ฉันไม่อยาก​จะตอบปัญหาของ​ใครต่อ​ใคร ​เพื่อน ๆ​ คง​จะ​ต้องแปลกใจ​ที่ฉันมาคนเดียว ​และก็คง​จะอดไม่​ได้​ที่​จะถามถึงอ้น ฉันไม่อยากเจอ​กับสถานการณ์แบบนั้น​ มันทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้​จะบอก​เพื่อน ๆ​ ว่ายังไง

​แต่​ความจริง ก็​คือ​ความจริง ฉันคง​จะ​ต้องเข้มแข็ง ยอมรับมันให้​ได้ ถึงยังไง งานนี้ฉันก็คง​ต้อง​ไป...​จอย​กับน้อต​เป็น​เพื่อน​ที่ดี​ที่สุดของฉัน ฉันคง​จะไม่เห็นแก่ตัวเอง ไม่ยอม​ไปร่วมงาน​เพราะเหตุผลเพียงแค่นี้​เป็นแน่




วันนี้ฉัน​แต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนสดใส ​เป็นผ้าชีฟอง คอปาด แขนตุ๊กตา รวบผมขึ้น​ครึ่งหัว ประดับด้วยปิ่นปักผมไข่มุกสีขาวสดใส ​พร้อมด้วย กำไล ​และสร้อยคอเข้าชุด สวมรองเท้าหุ้มส้นหนังแก้วสีขาว ​แต่งหน้าอ่อน ๆ​ โทนสีชมพู

ฉันยืนมองตัวเองอยู่​นานหน้ากระจก ฉันบอก​กับตัวเองว่า วันนี้ฉัน​จะ​ต้องเข้มแข็ง เลิกเศร้าสักวัน วันนี้​เป็นงานมงคลของ​เพื่อนรัก ฉันควร​จะ​ต้องทำตัวให้สดใส ร่าเริงเข้าไว้ ห้ามเศร้า​เป็นอันขาด ฉันสั่งตัวเองแบบนั้น​



งาน​แต่งงานของจอย​กับน้อต จัด​ที่โรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่ง​ในห้องแกรนด์บอลลูม ถึงหน้างานแล้ว​ ฉันเดินขึ้น​​ไปอย่างมั่นใจ

ฉันเห็นเจ้าบ่าวเจ้าสาว​แต่ไกล ​เขาสองคนดูสดใส วันนี้คง​เป็นวัน​ที่พวก​เขามี​ความสุข​ที่สุด จอยอยู่​ในชุด​แต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ วันนี้เธอดูสวยงาม สดใส ดูเด่นกว่า​ใคร ๆ​ ​ทั้งหมดในงานนี้ นี่แหล่ะ​ที่​เขาบอกว่าเจ้าสาว​จะสวย​ที่สุดในงาน นั่น​คือ​ความจริง ​ส่วนน้อตก็ดูหล่อเหลาไม่แพ้กัน พวก​เขา​ทั้งสองดูเหมาะสมกันราว​กับกิ่งทองใบหยก

จอยดูดีใจมาก​ที่เห็นฉัน เธอเดินออกมารับฉันทันที​ที่เห็น ฉันก็ดีใจไม่แพ้กัน ใน​เมื่อ​เพื่อนมี​ความสุขฉัน​จะไม่มี​ความสุข​ได้ยังไง น้ำตาแห่ง​ความปลื้มปิติรื้นอยู่​ในดวงตาของฉัน เราถ่ายรูปหน้างานด้วยกันตั้งหลายรูป จอยไม่ยอมปล่อยมือฉันเลย​ เธอบอกว่าอยากมีรูปคู่​กับฉันเยอะ ๆ​ จนฉัน​ต้องบอก​กับเธอว่า ฉันอาย มีแขกหลายคนยืนรอ​ที่​จะถ่ายรูป​กับคู่บ่าวสาวอยู่​ จอยเลย​ยอมปล่อยฉัน​ไป

เข้า​ไปในงาน มีแขกมากหน้าหลายตา ​ทั้ง​ที่ฉันรู้จัก ​และไม่รู้จัก ฉันเห็นกลุ่ม​เพื่อนโบกมือเรียกฉัน ฉันเดินเข้า​ไปหาพวก​เขาเหล่านั้น​ ​ทั้งโต๊ะ​เป็น​เพื่อนห้องเดียวกัน​กับฉัน ​และจอย พวกเราทักทายพูดคุยกันอย่างสนุกสนานหลังจาก​ที่ไม่​ได้เจอกันมานานพอสมควร ​แต่ก็มีบ้าง​ที่นาน ๆ​ ทีพวกเราก็​จะนัดเจอกันบ้าง ​แต่ไม่บ่อยเท่าฉัน​กับจอย...​




"ไม่อยาก​จะเชื่อเลย​นะ...​ใยจอยแซงหน้าพวกเรา​ไป​ได้...​​เป็นคนแรกของรุ่นเลย​นะเนี่ย" ​เพื่อนคนหนึ่ง​พูดขึ้น​



"จริงด้วย...​ฉันนึกว่ามัน​จะหาไม่​ได้ซะอีก ดุอย่าง​กับอะไร​ดี ​ที่ไหน​ได้" อีกคนเสริม




​เพื่อน​ทั้งกลุ่มหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน




"ทีแรกฉันคิดว่าใยอร​จะประเดิมซะอีก กลับไม่ใช่"



"อ้าวแล้ว​นี่แฟนไม่มาด้วยเหรออร" ​เพื่อนอีกคนนึงถาม



"เอ่อ​คือ...​."



"สวัสดีครับ​ ขอนั่งด้วยคนนะครับ​" ฉันหัน​ไปมองตามเสียงนั้น​ อ้นนั่นเอง นี่​เขามาด้วยเหรอนี่...​



อ้นทักทายพูดคุย​กับ​เพื่อน ๆ​ ของฉันในโต๊ะ ​ทั้ง​ที่​เขารู้จัก ​และไม่รู้จัก ทำเหมือน​กับไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​​ระหว่างเรา


ฉัน​ได้​แต่เงียบ ไม่รู้​จะพูดอะไร​ ไม่รู้ว่าฉันควร​จะดีใจ หรือเสียใจดี่​ที่เจอ​เขาวันนี้...​



งาน​กำลัง​จะเริ่มขึ้น​แล้ว​ คู่บ่าวสาวเดินขึ้น​​ไปยืนบนเวที มีการอวยพรคู่บ่าวสาวตามธรรมเนียม ​และ​ที่ขาดไม่​ได้ก็​คือ การหยอกเย้าคู่บ่าวสาวให้หอมแก้มกัน

ใยจอยหอมแก้มน้อตอย่างอาย ๆ​ ท่ามกลางเสียงตบมือ ผิวปากแซวกันเกรียว ดู​เขา​ทั้งสองคนมี​ความสุขมาก ฉันก็อวยพรในใจให้พวก​เขาครองคู่กันอย่างมี​ความสุขตลอด​ไป

อย่าให้​เป็นเหมือนอย่างฉันเลย​...​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-742 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง ความรักครั้งสุดท้าย#12
ผู้แต่ง Anantra
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๒๑๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-2921 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 19 ม.ค. 2548, 10.27 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กลาง [C-2926 ], [202.142.216.199]
เมื่อวันที่ : 20 ม.ค. 2548, 08.41 น.

อยากอ่านต่อไว ๆ​ๆ​ จัง
มาเขียนเร็วๆ​นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น