นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘
บทเพลงแห่งแสงจันทร์ ตอน 2
อัญชา
..."หรือว่าเธอยังไม่ลืมตาชล?"

​​เมื่อสินียิงคำถามผ่ากลางใจ มาลาตีถึง​​กับอึ้ง​​ไปเล็กน้อย

รักครั้งเก่า​​เมื่อห้าปีก่อนยังคงตามหลอกหลอนเธอในห้วงคำนึง ชลนิล​​เป็น​​เพื่อนชาย​​ที่เธอคบหาด้วยตลอด 4 ปี​​ที่เธอศึกษาอยู่​​ในมหาวิทยาลัย ​​แต่แล้ว​​​​เมื่อจบการศึกษา​​เขากลับ​​ไป​​แต่งงาน​​กับ...
2.
หลังเลิกงาน มาลาตีมีนัด​กับ​เพื่อนสนิทคนหนึ่ง​ เธอ​กับ​เพื่อนสาวตั้งใจว่า​จะทานมื้อค่ำด้วยกันแล้ว​อาจ​จะ​ไปนั่งฟังเพลงกันต่อ​ที่ร้านอาหาร

"ไงจ๊ะ​ ไม่​ได้เจอกันซะนาน สบายดีมั้ยล่ะเธอ?"
"สินี ใช่เธอจริง ๆ​ ด้วย"
"เออ ก็ฉันเองน่ะสิ ตัว​เป็น ๆ​ เลย​ล่ะแก"
มาลาตีโผเข้ากอด​เพื่อนรักด้วย​ความคิดถึง
"แล้ว​นี่มาคนเดียวไม่พา​ใครมาด้วยเหรอ?"
"อ๋อ พ่อริชาร์ดสุดหล่อน่ะเหรอ ไม่​ได้พามาด้วยหรอกจ้ะ​ เห็นเค้าเหนื่อย ๆ​ ด้วยน่ะ เลย​ให้นอนพักอยู่​​ที่บ้าน แล้ว​ชั้นก็รีบแจ้นมาหาเธอเลย​นี่ไง แหม สาว ๆ​ ​จะคุยกัน​ทั้งที ​จะให้มีชายหนุ่มมาฟังตาแป๋ว​ได้ไงล่ะ"
"พูดอย่าง​กับว่าริชาร์ด​จะฟังภาษาไทยรู้เรื่อง​ซะอย่างงั้นน่ะ"
"แรก ๆ​ ก็ไม่เท่าไหร่หรอก ​แต่เดี๋ยวนี้น่ะ พัฒนา​ไปเยอะเชียว ​ได้ภรรยาดีก็เงี้ยะแหละ​ คุณสามีสบาย​ไปแปดอย่าง"

มาลาตีหัวเราะขัน​กับมุขชมตัวเองของสินี

​ทั้งสองไม่​ได้พบกันมากว่าสองปีแล้ว​ ​เพราะสินีเดินทาง​ไปเรียนต่อ​ที่อเมริกา เธอ​ได้พบรัก​กับริชาร์ด​และ​แต่งงานกันทันที​ที่เรียนจบ

สองสาวพากัน​ไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิดถูกลำเลียงมาบนโต๊ะ ​ทั้งมาลาตี​และสินีต่างเล่าเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​​กับตัวเองให้อีกคนฟัง

"นี่ดีนะ​ที่เราไม่​ได้ขับรถมาเอง ​ถ้า​ต้อง​เอารถมาป่านนี้คงยังไม่ถึงไหนหรอก"

วันนี้​เป็นวันศุกร์สิ้นเดือน การจราจรบนถนนทุกสายจึงติดขัดเหมือนกัน​ไปหมด เหล่ามนุษย์เงินเดือน​พร้อมใจกันออกตระเวนราตรี ราว​กับแมลงเม่า​ที่​พร้อม​จะบินถลาเข้าหาแสงไฟ​ที่ส่องวูบวาบล่อตาล่อใจ ธนบัตรฉบับ​ใหม่หลายใบเรียงตัวอยู่​ในกระเป๋าสตางค์ รอเวลาถูกหยิบขึ้น​มา​ใช้สอย รอยยิ้มบนใบหน้าของคนทำงาน​กับ​ความชื่นใจจากค่าตอบแทน​ที่​ได้รับ ก็พอ​จะทำให้มนุษย์เงินเดือนเหล่านี้หายเหนื่อย เม็ดเงิน​ที่​กำลังบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมกระจาย​ไปทั่ว

"ใช่ ฉันถึง​ได้พาเธอนั่งรถไฟฟ้ามาไง เร็วกว่ากัน​เป็นไหน ๆ​"
"ดีนะ มีแบบนี้ก็ดี เรา​จะ​ได้เลือก​ได้ว่า​จะ​ไปเส้นทางไหน แล้ว​ก็ไม่​ต้องนั่งจับเจ่าทำตาซึ้งในรถ​กับแฟน​ทั้ง​ที่เบื่อแสนเบื่อ"
"ข้อนี้ยกเว้นเรานะ ​เพราะเราไม่มี​ใครให้​ต้อง​ไปนั่งทำตาซึ้งด้วย"
"แหม ก็หาเข้าสิจ๊ะ​แม่คนเก่ง ดูสิ ​เพื่อน ๆ​ เรา​แต่งงาน​แต่งการกัน​ไปหมดแล้ว​ มี​แต่เธอนี่แหละ​ ​เมื่อไหร่​จะ​เป็นฝั่ง​เป็นฝา​กับเค้าสักที"
"ไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ชั้นขอทำงานเก็บเงินก่อนดีกว่า พอรวยแล้ว​​จะ​ได้​ไปขอหนุ่ม ๆ​ ​แต่งงาน"
"แน๊ะ พูดเข้าสิ เธอนี่ คิดแบบนี้แล้ว​​เมื่อไหร่​จะ​ได้​แต่งงานสักทีล่ะ"
มาลาตีหัวเราะ นึกขำ​กับ​ความ​เอาจริง​เอาจังของสินี

​เพื่อนร่วมรุ่นของมาลาตีต่างก็​แต่งงานกัน​ไปหมดแล้ว​ ​จะเหลือก็​แต่ตัวเธอเองเท่านั้น​ ​ที่ยังไม่ทีท่าว่า​จะสนใจ​ใคร​เป็นเรื่อง​​เป็นราวเสียที ​แม้​จะอยู่​ในวัยยี่สิบตอนปลายแล้ว​ ​แต่มาลาตีก็ยังไม่​ได้สนใจเรื่อง​​แต่งงานเหมือน​กับผู้หญิงคนอื่น

"หรือว่าเธอยังไม่ลืมตาชล?"

​เมื่อสินียิงคำถามผ่ากลางใจ มาลาตีถึง​กับอึ้ง​ไปเล็กน้อย

รักครั้งเก่า​เมื่อห้าปีก่อนยังคงตามหลอกหลอนเธอในห้วงคำนึง ชลนิล​เป็น​เพื่อนชาย​ที่เธอคบหาด้วยตลอด 4 ปี​ที่เธอศึกษาอยู่​ในมหาวิทยาลัย ​แต่แล้ว​​เมื่อจบการศึกษา​เขากลับ​ไป​แต่งงาน​กับผู้หญิงคนอื่น ​โดยอ้างเพียงว่า​ต้อง​แต่งงาน​กับผู้หญิง​ที่พ่อแม่​เป็นคนหมั้นหมายให้

"ผม​ต้องทำนะตี คุณ​จะให้ผมถูกตราหน้าว่า​เป็นลูกอกตัญญูงั้นเหรอ? แค่ทำอะไร​ให้พ่อ​กับแม่ภาคภูมิใจแค่นี้ยังทำไม่​ได้ แล้ว​ผม​จะมองหน้าคนอื่น​ได้ยังไงล่ะ"
"แล้ว​ตีล่ะ คุณ​จะทิ้งตี​ไปเฉย ๆ​ หรือคะ​?"
มาลาตีร่ำไห้น้ำตานองหน้า ชลนิลหันหลังให้หญิงสาว
"เราเลิกกันเถอะตี ไม่มีประโยชน์​ที่เรา​จะคบกันต่อ​ไป ผมไม่อยากมีปัญหา​กับครอบครัวของบุหงา ให้ผม​ไปเถอะ คนสวยอย่างคุณคงหาคนรัก​ได้ไม่ยากนักหรอก"
"นิล!"

มาลาตีในตอนนั้น​อ่อนแอจนแทบไม่เหลือ​กำลังใจ สินี​และ​เพื่อนคนอื่น ๆ​ ​ต้องช่วยกันปลอบใจเธอกันยกใหญ่ มาลาตี​ใช้เวลาเยียวยาหัวใจอยู่​นาน ​และนับ​แต่นั้น​มาเธอก็ไม่เคยเปิดใจให้​กับชายคนไหนอีกเลย​

"พูดแทงใจดำเหรอ?"
มาลาตีพยักหน้า สินีมีสีหน้าตกใจ
"เฮ้ย ตี เราขอโทษ เราไม่​ได้ตั้งใจ​จะพูดให้เธอเสียใจนะ ขอโทษ ๆ​"
มาลาตีโบกมือ​ไปมา
"เราไม่​ได้เสียใจอะไร​หรอก อย่าคิดมาก แค่นั่งคิดว่าตอนนั้น​เราน่า​จะตั๊นหน้านายนั่น​ไปสักทีนะ หนอย สำคัญตัวเองว่าเลอเลิศซะเหลือเกิน"

สีนีขำจนกลั้นหัวเราะไม่ไหว มาลาตีมองหน้า​เพื่อน​เป็นเชิงถาม

"ขอโทษ ๆ​ ไม่​ได้หัวเราะเยาะเธอ ​แต่ขำว่าทำไมไม่คิดแบบนี้ซะตั้งแต่ทีแรก ตอนนั้น​พวกชั้นนั่งปลอบเธอกันแทบตาย แหม ทีตอนนี้ล่ะมาปลงตกซะง่าย ๆ​"
"​ถ้ารู้จักคิด เราก็​จะคิด​ได้เอง ว่าอะไร​​ที่เราควร​จะยึดยื้อ​เอาไว้ หรืออะไร​​ที่เราควร​จะปล่อย​ไป...​"

สินีมอง​เพื่อนสาวด้วย​ความชื่นชม ​แม้ภายนอกมาลาตี​จะดูเหมือนคนอ่อนไหวง่าย ​แต่​เมื่อประสบ​กับปัญหา​ความเข้มแข็งของเธอกลับเพิ่มขึ้น​​เป็นทวีคูณ มาลาตีในวันนี้จึงไม่ใช่มาลาตีผู้อ่อนไหวคนก่อน​ที่​เพื่อน ๆ​ พากัน​เป็นห่วงอีกแล้ว​ เธอในวันนี้มีจิตใจ​ที่แกร่งกร้าวจนน่าแปลกใจนัก

"แล้ว​งานล่ะ หนุ่มโสดเจ้านายเธอ​เป็นยังไงมั่ง?"
"อืม ก็ดีนะ"
"อะไร​​ที่ว่าก็ดี? หล่อดี นิสัยดี รวยดี หรือชีกอดี?"
"ไม่นะ เจ้านายเราไม่ใช่คนชีกอนะเธอ"
"นั่น รีบปฏิเสธเชียว แสดงว่าหล่อแหง๋ ๆ​"
สินีมองหน้า​เพื่อนแบบจับผิด
"ก็...​เข้าท่าอยู่​นะ.."
มาลาตีตอบเสียงอ่อย ๆ​
"​เอาแล้ว​ไง​เพื่อนเรา หลงเสน่ห์หนุ่มหล่อจน​ได้ แล้ว​เรื่อง​งานเขียนของเธอล่ะ ​เป็นยังไงบ้างแล้ว​"
"ก็โอเคนะ อาทิตย์หน้าหนังสือเล่มใหม่ของเราก็​จะวางแผงแล้ว​ล่ะ"
"ว้าว ดีใจด้วยจ้ะ​ แล้ว​เจ้านายเธอเค้ารู้อะไร​บ้างไหมล่ะ?"
"เรื่อง​อะไร​​จะบอกให้รู้ล่ะ ขืนบอก​ไปก็​ได้หัวเราะเยาะเราน่ะสิ ไม่พูดหรอก"
"อ้าว ไม่แน่นะ เจ้านายเธอ​เขาอาจ​จะ​เป็นพวกอารมณ์สุนทรีย์รักเสียงเพลง​และการอ่านหนังสือก็​ได้นะ"
"​ได้แบบนั้น​ก็ดีสิ"

มาลาตีทำตาหวานนั่งเท้าคางจินตนาการถึงนายจ้างหนุ่มตอน​กำลังเล่นกีต้าร์

"หุ่นอย่างคุณวศินนายเรา ​ถ้ามาเล่นกีต้าร์นะ รับรอง สาว ๆ​ กรี๊ดสลบ"
"ขนาดนั้น​เชียว?"
สินีทำหน้าล้อเลียน
"แน่นอน ​ทั้งรูปหล่อ สมาร์ท ตาคม แบบไม่นี้​ถ้าสาวไหนไม่หลงสงสัย​จะตายด้านนะ"
"อื้มนะ ​เป็น​เอามากเลย​​เพื่อนเรา แล้ว​ตอนนี้ตัวเองผ่านทดลองงานแล้ว​ใช่มั้ย?"
"ช่าย" มาลาตีพยักหน้ารับ
"แล้ว​ตกลงชอบงาน​ที่​กำลังทำนี่รึเปล่า?"
"อืม ก็ชอบนะ เราว่าก็ดูสนุกดี ​ได้เจอคนนั้น​คนนี้อยู่​เรื่อย ๆ​ "
"งานดี หรือเจ้านายหล่อดี?"
"เอ๊ะ เธอนี่ไม่พูดด้วยแล้ว​"

มาลาตีทำเสียงแหว๋ว สินีหัวเราะชอบใจ

"แหมเธอ แซวแค่นี้ทำ​เป็นเขิน เออ แล้ว​ชั้น​จะคอยลุ้นหล่อน​กับนายจ้างแล้ว​กันนะยะ เธอ​จะ​ได้​เป็นฝั่ง​เป็นฝา​กับเค้าสักที"
"ขอบใจจ้ะ​ สินี เธอช่าง​เป็น​เพื่อน​ที่น่ารัก​ที่สุดของชั้นจริง ๆ​ มาขอกอดที"
"ไม่​ต้องเลย​แม่คุณ อยากกอดไว้​ไปรอกอดเจ้านายหนุ่มนั่นดีกว่ามั้ง กอดชั้นยังไงมันก็ไม่หวั่นไหวเหมือนกอดหนุ่ม ๆ​ หรอกย่ะ"
"บ้า พูดอะไร​เรื่อยเปื่อยเธอนี่" มาลาตีแสร้งทำหน้าง้ำกลบเกลื่อน​ความเขินอาย ใบหน้าของหญิงสาวแดงซ่านด้วยเลือดฝาด
"เอ้า อย่ามัว​แต่หน้าแดงสิ เดี๋ยวหม่ำเสร็จแล้ว​ เธอพาชั้น​ไปหา​ที่ฟังเพลงต่ออีกหน่อย​นะ ยังไม่อยากกลับเลย​ นาน ๆ​ เรา​จะ​ได้เจอกันที ชั้นอยากนั่งคุย​กับเธออีกสักพัก มี​ที่ไหนแนะนำบ้างไหม?"
"​ได้สิ อยากฟังแบบไหนล่ะ เดี๋ยวมาลาตีจัดให้" มาลาตีขยิบตาให้​เพื่อนสาว
"​เอาแบบ​ที่ไม่โฉ่งฉ่างนักนะ ​เอาแบบนั่งคุยกันรู้เรื่อง​แล้ว​กัน ชั้นยังอยากนั่งคุย​กับเธออีกสักพักค่อยกลับ"
"โอเคจ้ะ​"

มาลาตีรับคำ พลางนึกไล่ชื่อร้านอาหารต่าง ๆ​ ​ที่เธอเคย​ไป ​แม้ว่าตัวเธอเอง​จะไม่​ได้​เป็นนักเ​ที่ยวกลางคืนตัวยง ​แต่ก็เคยแวะเวียน​ไปฟังเพลงตามร้านอาหารต่าง ๆ​ มาบ้าง เรื่อง​หาสถาน​ที่ฟังเพลงดี ๆ​ สักแห่งจึงไม่ใช่เรื่อง​ยาก

มาลาตีพาสินีมายังร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง​​ที่เธอเคยมา​เมื่อตอนต้นปี ครั้งนั้น​เธอเคยมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของ​เพื่อนคนหนึ่ง​

ม่านน้ำบนกระจกใสทิ้งตัว​เป็นระลอกคลื่นน้อย ๆ​ ทำให้บรรยากาศ​ทั้งภายใน​และภายนอกเย็นสบาย ​ที่นั่งหน้าวงดนตรี​ส่วนใหญ่​จะถูกจับจอง​ไปหมดแล้ว​ บริกรหนุ่มจึงพา​ทั้งสอง​ไปยังโต๊ะว่าง​ที่อยู่​ด้านหลังวงดนตรีไม่มากนัก ​ทั้งคู่จึง​ได้​ไปนั่งในมุม​ที่ใกล้​กับนักดนตรี​โดยไม่ตั้งใจ ​ซึ่งดู​จะถูกอกถูกใจสินี​เป็นอย่างมาก

แสงเหลืองนวลจากหลอดแสงจันทร์ สร้างบรรยากาศให้ร้านอาหารแห่งนี้ดูอบอุ่น ภาพวาดสีน้ำหลายบานแขวนประดับอยู่​บนฝาผนัง ​ส่วนใหญ่​เป็นภาพฉากชีวิตของชาวบ้าน​ที่อาศัยอยู่​ริมทะเล บ้าง​กำลังลากอวนจากเรือหาปลา เส้นสีแดงตวัด​เป็นเส้นโค้งก่อให้เกิด​เป็นลวดลายอ่อนช้อยจากเรือเรื่อย​ไปจนถึงท้ายเรือ ศิลปะ​ที่หา​ได้จากเรือหาปลา

"แหม เสียดายนะ​ที่​ได้​ที่นั่งตรงนี้ ทีแรกนึกว่า​จะ​ได้สบตาหนุ่ม ๆ​ แล้ว​นะเนี่ย"
"เธอนี่ พูด​ไปเรื่อยเลย​นะ ไม่​ได้ตัวเปล่าแล้ว​นะจ๊ะ​" มาลาตีกระเซ้า
"​เอาน่า ๆ​ ​ความสุขของ​เพื่อนเธออย่าขัดสิ ชั้นก็แค่อยากดูอะไร​​ที่เจริญหูเจริญตาบ้างน่ะ แค่พอ​เป็นกระษัยเท่านั้น​แหละ​ ชั้นน่ะ มีพ่อทูนหัวริชาร์ดอยู่​แล้ว​​ทั้งคน แทบ​จะไม่มีเวลาให้หนุ่มคนไหนหรอกย่ะ แล้ว​ถึงชั้น​จะมีสามีฝรั่งนะ ก็ไม่​ได้หมาย​ความว่าชั้น​จะ​ต้องฟรีสไตล์อย่างแหม่มฝรั่ง​ทั้งหลายนี่เธอ ชั้นหญิงไทยนะยะหล่อน"

สินีทำ​เป็นกระซิบกระซาบ​กับ​เพื่อนสาว​เมื่อเห็นว่านักดนตรีเริ่มทยอยมานั่งประจำตำแหน่ง ​แต่เธอก็ยังไม่วายชำเลืองมองหนุ่มนักดนตรี​เพื่อยั่วมาลาตีเล่น

"นี่แน่ะ ทำ​เป็นเล่นดีนักนะเธอ"
มาลาตีหยิกเข้า​ที่แขนของสินีเต็มแรงจนเจ้าตัวร้องโอดครวญ
"ยายตี นี่เธอ​เป็นร่างทรงตาริชาร์ดหรือไงเนี่ย เล่นนิดเล่นหน่อย​ทำ​เป็นหึง"
"ไม่​ได้ เดี๋ยวเสียชื่อหญิงไทยหมดสิเธอ ฝรั่งยิ่งชอบมองว่าผู้หญิงไทยใจง่ายอยู่​"

มาลาตีมัว​แต่ต่อล้อต่อเถียง​กับสินีจนไม่​ได้ทัน​ได้เห็นนักดนตรีคนหนึ่ง​​ที่เพิ่งมาถึง
ชายหนุ่มผมยาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว​กับกางเกงยีนส์สีซีดเดินมาด้วย​ความมั่นใจ ​เขายิ้มทักทายแขกในร้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เพียง​แต่ไม่มี​ใครมองเห็นดวงตา​ที่อยู่​ภายใต้แว่นสายตาสีดำอันนั้น​

"ว้าวววววววว"

สินีร้องออกมาดัง ๆ​ ​เมื่อเห็นชายหนุ่มมานั่งตรงเปียโน​ที่อยู่​ไม่ไกลจาก​ทั้งสองมากนัก ชายหนุ่มหันมายิ้มให้​กับต้นเสียง​และโค้งศีรษะให้​กับสินีเล็กน้อย ทำ​เอาสินียิ้มหน้าแป้น ชายหนุ่มหันมามอง​ทั้งสองสาวอีกครั้ง สินีตั้งใจฉีกยิ้มเต็ม​ที่ในขณะ​ที่มาลาตีนั่งเฉยไม่แสดงอาการอะไร​ออกมา

แล้ว​ชายหนุ่มก็ทำท่าคล้าย​กับตกใจ​เมื่อ​ได้เห็นมาลาตีเต็มตา

 

F a c t   C a r d
Article ID A-740 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง บทเพลงแห่งแสงจันทร์ ตอน 2
ผู้แต่ง อัญชา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๔๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-2915 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 18 ม.ค. 2548, 14.28 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ช๊อบ ชอบ [C-2923 ], [203.146.41.120]
เมื่อวันที่ : 19 ม.ค. 2548, 15.28 น.

นักดนตรีคนนั้น​ ​ต้อง​เป็นคุณวศินแน่ ๆ​ เลย​...​
​ถ้าเดาไม่ผิด...​อิอิ..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : อัญชา [C-2971 ], [202.133.177.14]
เมื่อวันที่ : 23 ม.ค. 2548, 23.28 น.

ขอบคุณนะคะ​



แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น