นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
...ที่เห็นและหายไป...
ผู้งมงายในรัก
...ละอองฝนบางเบาจากท้องฟ้าสีทึมหม่นมัว ยังคงมีมาไม่ขาดระยะ ​​ทั้ง​​ที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า ฝนห่าใหญ่เพิ่งตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ฝนห่าใหญ่มา​​กับเสียงคำรา...
ละอองฝนบางเบาจากท้องฟ้าสีทึมหม่นมัว ยังคงมีมาไม่ขาดระยะ ​ทั้ง​ที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า ฝนห่าใหญ่เพิ่งตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ฝนห่าใหญ่มา​กับเสียงคำรามลั่น ​พร้อม​กับการบดบังแทบ​จะทุกสรรพสิ่ง มืดฟ้ามัวดินจนคล้าย​กับว่า ผืนฟ้า​จะถล่มทลายลงมาเสียอย่างนั้น​
ดูเหมือน​เป็นธรรมดาเหลือเกิน ​ที่ฝนฟ้า​จะแปรปรวนไม่แน่ไม่นอน ​แม้ว่า ​จะยังไม่ถึงฤดูของมันก็ตาม
ข่าว​ที่​ได้ยิน​ได้ฟังมา ก็บอกแค่ว่า มันมีมรสุมเข้ามา
มรสุมบ้าอะไร​ก็ไม่รู้ เข้ามา​แต่ละที ก็ทำให้วุ่นวาย​ไปเสียหมด

ค่ำคืนนี้ รถราจอแจ ผู้คนขวักไขว่เต็ม​ไปหมด เหมือน ๆ​ ​กับทุก ๆ​ ครั้ง ​ที่ฝนกระหน่ำเทลงมา
ดูเหมือนว่า ทุก ๆ​ คนเร่งรีบ ​ที่​จะ​ไปให้ถึงจุดหมายของตัวเองอย่างเร็ว​ที่สุด เท่า​ที่​จะทำ​ได้
ก็คงเหมือน ๆ​ กัน​กับฉันนั่นแหละ​...​
ฉันไม่อยากเอ้อระเหยลอยชาย ​และก็คงไม่มี​ใครบ้าทำตัว​เป็นทองไม่รู้ร้อน ในช่วงเวลาขมุกขมัววุ่นวายเช่นนี้หรอก

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

"ทำไมมันนานอย่างนี้นะ ทุกทีเลย​ ฝนตกทีไร รถเมล์ก็ไม่ค่อยอยาก​จะวิ่งกันเลย​" ฉันคิดอยู่​ในใจดัง ๆ​ จนแสดงออกมาทางสีหน้า หลังจากเหลือบตามองดูเวลา​ที่ข้อมือ

เวลาเดินทาง​ไปเร็วเหลือเกิน ผ่าน​ไปครึ่งชั่วโมงแล้ว​ ยังไม่มีรถเมล์มาสักคัน
ไม่มีรถเมล์มาสักคัน ไม่ว่า​จะสายไหน ...​.
คนรอรถเมล์มีเพิ่มมากขึ้น​เรื่อย ๆ​ ​ทั้งคน​ที่มารออยู่​ก่อน​กับคน​ที่มาใหม่ ​และต่างก็แสดงอาการกระวนกระวาย จนออกนอกหน้า

เวลาเดินทาง​ไปอย่างรวดเร็ว ตรงกันข้าม​กับคน​ที่รอคอยอยู่​
​ความรู้สึกก็คงประมาณว่า สิ่ง​ที่รอคอยมันเนิ่นนานเหลือเกิน ​และเชื่องช้าเหลือเกิน
ฉันรู้สึก​ได้ถึง​ความร้อนใจของคนรอบ ๆ​ ตัว ​ที่ก็คงไม่ต่างอะไร​​กับฉัน
​แต่ก็ไม่มี​ใครพูดอะไร​ ไม่มี​ใครว่าอะไร​ นอกจากการพูดคุย​กับตัวเองอยู่​ในใจเท่านั้น​

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

วันนี้ สำหรับฉัน ก็เหมือน​กับทุก ๆ​ วัน ​และเหมือน​กับทุก ๆ​ คน ​ที่​ต้องตื่นเช้า​ ​เพื่อแย่งกันขึ้น​รถเมล์มาทำงาน
ทุกอย่าง​ต้องเร่งรีบ​ไปหมด ก็รู้กันดีอยู่​ว่า ​ถ้าไม่ทันเวลาอะไร​​จะเกิดขึ้น​บ้าง
เดือน​ที่ผ่านมานี่ ฉันเข้าทำงานสายถึงห้าครั้ง ทำ​เอา​เพื่อน ๆ​ ​ที่ทำงานออกอาการไม่ค่อยพอใจ

​แต่นั่นไม่สำคัญเท่า​กับปฏิกริยา ของหัวหน้าหน่วยงานของฉันหรอก
ฉันไม่อยากให้หัวหน้าหน่วยงาน มีทัศนคติเชิงลบ จน​ต้องเพ่งเล็งฉัน​เป็นกรณีพิเศษเลย​
​ถ้ามัน​เป็นอย่างนั้น​จริง ก็คง​จะแย่ไม่น้อยทีเดียว ​เพราะมัน​จะไม่​ได้หมายถึง​ความเจริญก้าวหน้า ในอาชีพการงานเพียงอย่างเดียว
​แต่มันยังหมายถึงอนาคตในการทำงาน ​ที่อาจ​จะดับวูบ​ไปเฉย ๆ​ วันใดวันหนึ่ง​ก็​ได้
ถึง​จะ​เป็นมนุษย์เงินเดือน ​ที่ชักหน้าไม่ถึงหลังทุกเดือน ก็ยังดีกว่า​ต้องตกงาน​เป็นแน่

ก็นี่แหละ​​ที่ทำให้ฉัน​ต้องอยู่​ทดเวลาเจ็บ จนดึกดื่นถึงตอนนี้ ​เพื่อสะสางงานเก่า​ที่คั่งค้าง
แล้ว​อีกอย่างก็​คือ หัวหน้าของฉันยังทำงานอยู่​ ไม่​ได้ออก​ไปทำธุระ​ที่ไหนเสียอีกด้วยสิ
ก็อาจ​จะแย่หน่อย​ สำหรับ​เพื่อนร่วมงาน ​ที่จำ​ต้องอยู่​ทำงานต่อ ​ทั้ง​ที่หมดเวลางานแล้ว​ ​แต่ก็ช่วยไม่​ได้จริง ๆ​
ฉันยังไม่อยากตกงานเร็วนักนี่นา...​
วันนี้ ก็เลย​​เป็นวัน​ที่เหนื่อยล้า​ทั้งกาย​และใจ หมดแรงจนแทบสิ้นลม​เอาเสียจริง ๆ​

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

"ปิ๊นนนนน ปิ๊นนนนนนนน"
เสียงบีบแตรยาว ๆ​ ฝ่าละอองสายฝนมาเข้าหู ​พร้อม​กับแสงไฟสลับสูง-ต่ำ มาตกกระทบดวงตา บอกให้รู้ว่า มีรถเมล์คันหนึ่ง​ ​กำลัง​จะเข้าป้าย
ฉันผลักตัวเองออก​ไปยืนบนถนน ​เพื่อชะเง้อดูหมายเลขรถ จนรถเมล์คันนั้น​ พุ่งตรงมา​ที่ป้าย ​พร้อม​กับเสียงเบรคเอี๊ยดแหลมเสียดสีสองหู
จากนั้น​ ฉันก็พบตัวเองอยู่​บนรถเมล์คันนั้น​เรียบร้อย​
​พร้อม ๆ​ ​กับ​เพื่อนร่วมทางอีกหลายคน ​ที่แทรกตัวเองขึ้น​มาอย่างอลหม่าน

"เฮ้อ ! ​ได้ขึ้น​รถกลับบ้านเสียที" ฉันคิดในใจ ​พร้อม​กับคิดต่อ​ไปว่า คนอื่น ๆ​ ก็คงคล้าย ๆ​ กัน​กับฉัน
โชคคงยังดีอยู่​บ้าง ​เพราะคนร่วมทางในรถเมล์สายนี้ ไม่แน่นหนามากนัก
"อีกไม่นาน ก็คง​จะถึงบ้านเสียที" ฉันคิดอยู่​ในใจ ​พร้อม ๆ​ ​กับการเคลื่อนตัวของรถเมล์ ​ที่พุ่ง​ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สลับ​กับการโยกซ้าย-ขวา ตามอารมณ์ของคนขับ

"เอี๊ยดดดดดดดดดดดดด" เสียงเบรคยาว ๆ​ มาอีกแล้ว​ รถเมล์เข้าป้าย​แต่ละที ทำ​เอาคนบนรถเล่นกายกรรม​ไปตาม ๆ​ กัน
"ชิดในด้วยนะคร้าบบ เดินสองแถวนะคร้าบบ" เสียงกระเป๋ารถโหวกเหวก ​พร้อม​กับการขยับกล่องเก็บเงิน ​เป็นเสียงแก๊ป ๆ​ ตามจังหวะมือ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ผู้หญิงท้องแก่ใส่ชุดคลุมสีฟ้า ค่อย ๆ​ เดินอุ้ยอ้าย มายืนเกาะพนักพิงเบาะนั่งท้ายรถ หลังจาก​ที่ค่อย ๆ​ ส่งตัวเองขึ้น​มาอยู่​บนรถเมล์​ได้

เบาะนั่ง​ที่เธอเกาะอยู่​ มีเด็กสาววัยรุ่นสองคน นั่งคุยกันกระหนุงกระหนิง คนหนึ่ง​ใส่แว่นตาหนาหน่อย​ คล้าย​กับ​เป็นเด็กเรียนใน​ความหมายทั่ว​ไป
เบาะนั่งข้างหน้าถัด​ไป ​เป็นหญิงสาวในวัยทำงาน ดูเหมือน​จะต่างคนต่างมา
เยื้อง ๆ​ ​ไปทางขวามือ ​เป็นเบาะนั่งเดี่ยวเรียงแถวยาว ถูกยึดครอง​โดยชายหนุ่ม วัยรุ่น ​และชายมีอายุ ​และทุกคนนั่งคอพับ คล้าย​กับหลับอยู่​
​ที่นั่งด้านหลัง​เป็นแถวยาว ขนาน​กับตัวรถ แออัด​ไปด้วยกลุ่มวัยรุ่นชาย ​ทั้งนั่ง​และยืน ​พร้อม​กับหยอกเล่นกันเองในกลุ่ม อย่างสนุกสนาน

เหนือหน้าต่างค่อน​ไปทางท้ายรถ บริเวณ​ที่เด็กสาวสองคน ​ซึ่งคล้าย​กับเด็กเรียนนั่งอยู่​ด้วยกัน ยังมีข้อ​ความเขียนว่า "โปรดเอื้อเฟื้อแก่ เด็ก สตรี ​และคนชรา"
ดูเหมือนไม่มี​ใครมองเห็นข้อ​ความนั่น...​..
​และดูเหมือน ไม่มี​ใครมองเห็นผู้หญิงท้องแก่คนนั้น​ด้วย...​..

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

"ช่วยสละ​ที่นั่ง ให้​กับผู้หญิงท้องด้วยนะคร้าบบบ" เสียงห้าว ๆ​ ของกระเป๋ารถหนุ่ม แหวกฝ่าเสียงจอแจภายในรถขึ้น​มา ​พร้อม​กับเสียงแก๊ป ๆ​ ในมือ ​ที่ทะยอยเดินเก็บเงินผู้​โดยสาร

เสียงพูดคุยภายในรถ คล้าย​กับเงียบลง​ไปครู่หนึ่ง​
ผู้คนภายในรถเมล์ ดูเหมือน​จะขยับตัวขยับหัว หัน​ไปมาอยู่​ครู่หนึ่ง​
จากนั้น​ ทุกอย่างก็กลับสู่สภาพเดิม

​แต่ดูเหมือนว่า ​จะยังไม่มี​ใครมองเห็นผู้หญิงท้องแก่คนนั้น​...​

"มีผู้หญิงท้องคร้าบบบบ ช่วยลุกให้ผู้หญิงท้องนั่งหน่อย​นะคร้าบบบ" กระเป๋ารถเจ้าเก่า ส่งเสียงขึ้น​มาอีกครั้ง ​เมื่อมองเห็นผู้หญิงท้องแก่ ยังยืนเกาะพนักพิงอยู่​​ที่เดิม

เสียงจอแจ​ที่ดังอยู่​ เงียบลง​ไปอีกครั้ง
มีการขยับตัว​ไปมาของหลายคน ​และบางคนก็หันมาสบตากัน ก่อน​จะหลบสายตา​ไป แทบ​จะในทันที
ดูเหมือนทุกคนในรถ ​กำลังรอให้มีอะไร​บางอย่างเกิดขึ้น​
จากคนอื่น ไม่ใช่ตัวเอง...​

เด็กสาววัยรุ่นสองคน ขยับตัวเหลียวมอง​ไปด้านข้าง ก่อน​จะหันกลับมาคุยกันต่อ
หญิงสาววัยทำงาน ​ที่เบาะนั่งข้างหน้า ยังคงนั่งคอแข็งอยู่​
ชายหนุ่ม วัยรุ่น ​และชายมีอายุ ​ที่เบาะนั่งแถวเดี่ยวเรียงยาวเยื้อง ๆ​ กัน ยังคงคอพับ คล้าย​กับหลับไหลเช่นเดิม
กลุ่มวัยรุ่น​ที่เบาะนั่งแถวยาวขนาน​กับรถเมล์ ส่งสายตาแวบหนึ่ง​​ไปข้างหน้า จากนั้น​ ต่างก็​พร้อมใจมองออก​ไปนอกหน้าต่าง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

"ทำไมเด็กสาว​ทั้งสองคนนั่น ไม่ยอมลุกให้ผู้หญิงท้องแก่นั่งนะ" ฉันคิดในใจด้วย​ความหงุดหงิดต่อสิ่ง​ที่เห็น ​พร้อม​กับเขม้นมอง​ไปยังเด็กสาว​ทั้งสอง
"แย่จังเลย​ นี่เราคงไม่​ต้องการคน​ที่เรียนเก่ง ​แต่ไร้น้ำใจอย่างนี้มั๊ง" ฉันคิดต่อ
"ก็ไม่เห็น​จะลำบากตรงไหนเลย​นี่นา แค่ลุกให้คนท้องนั่ง นี่​ถ้าตัวเองท้อง แล้ว​ไม่มี​ใครลุกให้นั่ง ​จะคิด​จะรู้สึกกันยังไงเนี่ย" สมองฉันยังทำงานเร็วจี๋ เต็ม​ไปด้วยคำถามมากมาย​

"พวกผู้ชายนี่ก็เหมือนกัน หลับจริงหรือแกล้งหลับกันนะ" ฉันคิด​พร้อม​กับเหลือบตามอง​ไป​ที่เบาะนั่งแถวเดี่ยวยาว
"กลุ่มวัยรุ่นด้านหลังก็อีก ยังแข็งแรงกัน ทำไมไม่มีน้ำใจกันเลย​" ฉันยังบ่นในใจต่อ​เนื่อง
"ไม่มี​ใครนึกกันบ้างเหรอ ​ถ้า​เป็นญาติตัวเอง แล้ว​​จะรู้สึกยังไง" ฉันคิดซ้ำ ๆ​ หลังจากเหลือบตามอง​ไปทีละ​ส่วน
"ก็รู้ว่า ทุกคนก็เหนื่อย นั่นก็เรียนมาเหนื่อย นั่นก็ทำงานมาหนัก ก็อยากพัก ​แต่ก็แค่เสียสละให้คนท้อง ก็น่า​จะ​ได้นี่นา" ฉันยังคิดไม่ยอมหยุด

"ดูสิ ไม่สำนึก ไม่ละอายแก่ใจกันบ้างเลย​ ยัง​เป็นคนกันอยู่​หรือเปล่าเนี่ย" ​ความคิดของฉันชัก​จะรุนแรงมากขึ้น​ทุกที
"แหม ! มันน่านัก มันน่า​จะ...​...​...​...​.....​.."

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

"เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด" เสียงรถเบรคยาว ๆ​ ก่อน​ที่​จะถึงป้ายรถเมล์ข้างหน้า ไม่ไกลนัก
คนในรถโอนเอน ลู่ตามแรงเบรคอย่างแรง​ไปข้างหน้า ​และลู่​ไปด้านหลังอย่างเร็ว หลังจาก​ที่คนขับปล่อยเบรค ​ที่กดจมให้เด้งขึ้น​หมดทันที

"อูยยยยย" เสียงร้องครางเบา ๆ​ มาจากปากคนท้อง ​ที่ตอนนี้​ไปกองอยู่​แทบเท้า ของกลุ่มวัยรุ่น​ที่เบาะนั่งยาวแถวหลัง
หนึ่ง​ในกลุ่มวัยรุ่น หัน​ไปมอง​เพื่อนแวบหนึ่ง​ ทำเสียงฟืดฟาดผ่านปากขมุมขมิบในลำคอ คล้าย​กับไม่พอใจอย่างมาก
​เพื่อน​ที่สบตาด้วย ส่ายหน้าพูดเบา ๆ​ ​เป็นเชิงปรามไว้ จากนั้น​ ก็ลุกขึ้น​ แล้ว​ประคองผู้หญิงท้องแก่คนนั้น​ มานั่งแทน​ที่​เขา

มีเสียงถอนใจยาว ๆ​ เหมือนโล่งอก ดังออกมาจากหลายจุด ในรถเมล์คันนี้
เด็กสาวสองคน ยังคุยกระหนุงกระหนิง ไม่ขาดระยะ
ผู้หญิงทำงานข้างหน้า ยังนั่งคอแข็งอยู่​
ผู้ชาย วัยรุ่น ​และชายมีอายุ คอพับคล้าย​กับหลับไหลเช่นเดิม
กลุ่มวัยรุ่นแถวหลังเลิกคุยหยอกล้อกัน ​และต่างก็มองออก​ไปนอกหน้าต่าง

ผู้หญิงท้องแก่คนนั้น​ นั่งแทรกตัว ในกลุ่มวัยรุ่นอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว...​.

ยังไม่มี​ใครเห็นข้อ​ความ​ที่เขียนว่า "โปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรี ​และคนชรา"
​และจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มี​ใครเห็นผู้หญิงท้องแก่คนนั้น​...​...​

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ละอองฝนบางเบาจากท้องฟ้าสีทึมหม่นมัว ยังคงมีมาไม่ขาดระยะ ไอเย็น​ที่พรมกระทบร่างกาย ไม่​ได้ทำให้​ความร้อนรุ่มบรรเทาลง
เช่นเดียว​กับ​ความเหนื่อยล้าอ่อนแรง จากงาน​ที่​ต้องทำมาตลอด​ทั้งวัน
ใกล้​จะถึง​ที่หมายของฉันแล้ว​สินะ อีกสองป้ายรถเมล์ ฉันก็​จะ​ได้พักเสียที

วันนี้ สำหรับฉัน ทุก ๆ​ อย่าง​ที่เข้ามา ทำให้เหนื่อย​ทั้งกาย​และใจจริง ๆ​

​แม้​แต่เรื่อง​บนรถเมล์ ​ที่ผู้คนดู​จะไร้น้ำใจ​ไปเสียหมด...​.
ฉันรู้สึกแย่จัง ​ความรู้สึกแย่ ๆ​ อย่างนี้ ไม่ดีเลย​...​.

ช่างเถอะ ! อีกแป๊บเดียว ฉันก็​จะ​ได้พักแล้ว​หละ
ป้ายข้างหน้านี้แหละ​ ...​
ฉันลุกขึ้น​จากเบาะนั่งตรงกลางรถ สะพายกระเป๋าใส่บ่า กดออดดังยาวหนึ่ง​ครั้ง

"เอี๊ยดดดดดดดดดดดดด" เสียงเบรคดังยาวเหมือนเดิม รถจอดเลย​ป้าย​ไปนิดหน่อย​
ฉันก้าวลงเดินจากรถอย่างรวดเร็ว ขณะ​ที่รถเมล์คันนี้ ค่อย ๆ​ เคลื่อนตัวจาก​ไป

"อย่างน้อยก็ถือว่า ยังโชคดีอยู่​บ้าง ​ที่ยัง​ได้นั่งมาตั้งแต่ต้น ไม่งั้นคงแย่กว่านี้" ฉันคิดในใจเงียบ ๆ​ ​พร้อม​กับมองตามรถเมล์ ​ที่หาย​ไปจากสายตาใน​ที่สุด


//...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.(จบ)...​...​...​.

 

F a c t   C a r d
Article ID A-597 Article's Rate 24 votes
ชื่อเรื่อง ...ที่เห็นและหายไป...
ผู้แต่ง ผู้งมงายในรัก
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๗๑๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๑๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : คนผ่านทาง [C-2185 ], [61.90.107.18]
เมื่อวันที่ : 05 พ.ย. 2547, 18.08 น.

ผ่านมาอ่าน...​อีกแล้ว​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ชาร ทิคัมพร [C-4699 ], [203.151.140.114]
เมื่อวันที่ : 20 พ.ค. 2548, 08.01 น.

เรื่อง​ดีจัง ไม่ค่อยมีคนเขียนเรื่อง​แบบนี้ ผมชอบ ! ผมเพิ่ง​จะ​ได้อ่านวันนี้เองลงมาตั้งครึ่งปีแล้ว​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ผู้งมงายในรัก [C-4709 ], [203.154.97.197]
เมื่อวันที่ : 20 พ.ค. 2548, 14.00 น.


สวัสดีครับ​
คุณ ชาร ทิคัมพร
ดีใจ​ที่ชอบครับ​
ขอบคุณมากครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ปลาแซลมอน [C-18239 ], [182.52.15.91]
เมื่อวันที่ : 10 พ.ค. 2554, 14.45 น.

จากเรื่อง​ก็แสดงว่า ผู้เล่าเรื่อง​ก็​เป็นคนเห็นแก่ตัวเหมือนกันนะสิ ​เพราะ​ได้นั่งมาตั้งแต่ต้นแล้ว​ทำไมไม่ลุกให้คนท้องนั่งล่ะ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น