นิตยสารรายสะดวก  Regular Articles  ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๗
แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้ ตอน ตำนานเทศกาลกินเจ
จันทน์กะพ้อ
... เทศกาลกินเจของคนจีน ​​จะเริ่มกันตั้งแต่วัน​​ที่ 1 เดือน 9 หรือหลังจากวันไหว้​​พระจันทร์ประมาณ 15 วัน เรียกเทศกาลกินเจนี้ว่า "เก้าโหว่ยเจ"...
เทศกาลกินเจ ค่อนข้าง​จะ​เป็น​ที่นิยมแพร่หลาย​ไปไม่เพียง​แต่ในหมู่คนจีนเท่านั้น​ ​แต่คนไทยก็ยังนิยม​ที่​จะกินเจตาม​ไปด้วย บรรดาร้านค้าต่างๆ​​ที่เคยขายอาหาร​ที่มีเนื้อสัตว์ต่างก็พากันหันมาขายของเจกันถ้วนหน้า จึงเท่า​กับ​เป็นการชักชวน​และบีบบังคับกลายๆ​ให้คนมาเข้าร่วมเทศกาลกินเจมากยิ่งขึ้น​ ชาวบ้านหลายคนก็ถือ​เป็นโอกาสดี​ที่​จะ​ได้ร่วมถือศืลทำบุญกุศล ​และหลายคนก็ถือ​เป็นช่วงเวลาประหยัด​ที่​จะ​ได้กินของเจฟรีตามโรงทานต่างๆ​ ไม่ว่า​จะคิดในแง่ใด การกินเจก็​เป็นสิ่งดี​ที่​ได้ปฎิบัติสืบทอดกันต่อๆ​มา

เทศกาลกินเจของคนจีน ​จะเริ่มกันตั้งแต่วัน​ที่ 1 เดือน 9 หรือหลังจากวันไหว้​พระจันทร์ประมาณ 15 วัน เรียกเทศกาลกินเจนี้ว่า "เก้าโหว่ยเจ" หรือแปลว่า "กินเจ" เดือน 9 นั่นเอง กำหนดระยะเวลากินประมาณ 9-10 วัน



คำว่า "เจ" ในภาษาจีนมี​ความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า "อุโบสถ" คำว่า "กินเจ" ตาม​ความหมาย​ที่แท้จริง​คือการรับประทาน อาหารก่อนเ​ที่ยงวัน ดังเช่น​ที่ชาวพุทธในประเทศไทยถือ "อุโบสถศีล" หรือ รักษาศึล 8 ​จะไม่รับประทานอาหารหลังจากเ​ที่ยงวัน​ไปแล้ว​

​แต่​เนื่องจากการถืออุโบสถศีล ของชาวพุทธฝ่ายมหายานไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมเรียก "การไม่กินเนื้อสัตว์" ​ไปรวม​กับคำว่า "กินเจ" ​ซึ่ง​เป็นการถือ ศีล​ไปด้วย ในปัจจุบันผู้​ที่รับประทานอาหาร​ทั้ง 3 มื้อ ​แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ ยังคงเรียกว่า "กินเจ" ฉะนั้น​​ความหมายก็​คือ "คนกินเจ" มิใช่เพียง​แต่ไม่ กินเนื้อสัตว์​แต่คน​ที่กินเจ ยัง​ต้องดำรงตนอยู่​ในศีลธรรมอันดีงาม มี​ความ บริสุทธิ์สะอาด งดงาม​ทั้งกาย วาจา ใจ ​เป็นการถือศีลบำเพ็ญธรรม​ไปด้วย ​พร้อมกัน เช่นนี้แล้ว​จึง​จะเรียกว่า "กินเจ​ที่แท้จริง"

คลิกดูภาพขยาย


นอกจากนี้การกินเจของชาวจีนจึง​เป็นการถือศีลบูชาดาวเคราะห์​ทั้ง 9 ดวง ​เพราะมีตำนานกล่าวว่า

ในกาลครั้งหนึ่ง​สมเด็จ​พระบรมศาสดาทรงประทับอยู่​ ณ ศิวาลัยรัตนสถาน มีบรรดา​พระโพธิสัตว์ ท้าวมหาพรหม ท้าวสักกะ เทพเจ้า ยักษ์ นาค คนธรรพ์ กินนร ฯลฯ ​ได้พากันมาเฝ้าสมเด็จ​พระพุทธองค์ ในขณะนั้น​มี​พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ ​ได้ทูลถามต่อ​พระผู้มี​พระภาคเจ้าว่า "ข้า​แต่​พระองค์ผู้เจริญ อัน​พระเทพสัตตเคราะห์​ทั้ง 7 ​พระองค์ ​ได้มีกุศลสะสมมาอย่างไร? ​กับมีปัจจัยเหตุอย่างไร? จึง​ได้เสวยทิพยผลอันรุ่งเรืองเพียบ​พร้อม​ไปด้วยยศ ​และอำนาจในเทวภพนี้"

สมเด็จ​พระบรมศาสดาจึงมี​พระพุทธดำรัสตอบว่า "ดูก่อนมัญชูศรี อันดาวเทพสัตตเคราะห์มั้ง 7 นั้น​ แท้จริง​เป็น ​พระอวตารแห่งอดีต​พระพุทธ 7 ​พระองค์ ทรงแบ่งภาคมาแสดงให้ปรากฏ ​กับ​พระโพธิสัตว์อีกสอง​พระองค์ ก็แบ่งภาคมา​เป็นดาว​พระราหู ​และดาว​พระเกตุ รวม​เป็นดาว​พระเคราะห์​ทั้ง 9 ฉะนั้น​ จึงสมบูรณ์ด้วยอลังการแห่งยศ ​และอำนาจอันไม่มีปริมาณเห็นปานฉะนี้"

ใน​พระสูตร ปั๊กเต๊าโก๋วฮุดเชียวไจเอียงชั่วเมียวเกงกล่าว​พระนาม​พระพุทธเจ้า 7 ​พระองค์ ​กับ​พระโพธิสัตว์ 2 ​พระองค์ ​คือ

1. ​พระวิชัยโลกมนจรพุทธะ

2. ​พระศรีรัตนโลกประภาโมษอิศวรพุทธะ

3. ​พระเวปุลลรัตนโลกสุวรรณสิทธิพุทธะ

4. ​พระอโศกโลกวิชัยมงคลพุทธะ

5. ​พระวิสุทธิอาศรมโลกเวปุลลปรัชญาวิภาคพุทธะ

6. ​พระธรรมมติธรรมสาครจรโลกมโนพุทธะ

7. ​พระเวปุลลจันทรโภคไภสัชชไวฑูรย์พุทธะ

8. ​พระศรีสุขโลกปัทมอรรถอลังการโพธิสัตว์

9. ​พระศรีเวปุลภสังสารโลกสุขอิศวรโพธิสัตว์

​พระพุทธเจ้า 7 ​กับ​พระโพธิสัตว์ 2 ทรงตั้งปณิธาน จักโปรดสัตว์โลก จึง​ได้แบ่งกายมา​เป็น เทพเจ้า 9 ​พระองค์ ด้วยกัน ​คือ

1. ไต้อวยเอี๊ยงเม้งทัมหลังไท้แชกุน

2. ไต้เจียกอิมเจ็งกื้อมื้งงวนแชกุน

3. ไต้กวนจิงหยิ้งลุกช้งเจงแชกุน

4. ไต้ฮั่งเฮี่ยงเม้งมุ่งเคียกนิวแชกุน

5. ไต้ปิ๊กตังง้วนเนี้ยบเจงกังแชกุน

6. ไต้โพ้วปั๊กเก๊กบู๊เอียกกี่แชกุน

7. ไต้เพียวเทียนกวนพัวกุงกวนแชกุน

8. ไต้ตั่งเม้งงั่วคูแชกุน

9. ฮุ้ยกวงไตเพียกแชกุน

เทพเจ้า​ทั้ง 9 ​พระองค์นี้ ทรงอำนาจตบะอันเรืองฤทธิ์บริหาร ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ​และธาตุทอง ทั่วทุกพิภพน้อยใหญ่สารทิศ จึงทรงแบ่งกายต่อจากนี้อีกวาระหนึ่ง​​เป็นดาวนพเคราะห์ ดังต่อ​ไปนี้ ​พระอาทิตย์ ​พระจันทร์ ดาว​พระอังคาร ดาว​พระพุธ ดาวพฤหัสบดี ดาว​พระศุกร์ ดาว​พระเสาร์ ​พระราหู ​และ​พระเกตุ

คลิกดูภาพขยาย


พิธีกรรมสักการบูชา ​พระพุทธเจ้า 7 ​พระองค์ ​กับ​พระโพธิสัตว์ 2 ​พระองค์นี้ ผู้มีศรัทธาใน​พระพุทธศาสนาสละกิจโลกียวัตร ​และบำเพ็ญศีลสมาทาน กินเจ (มังส วิรัติ) บริโภค​แต่อาหารผัก​และผลไม้ งดเว้นไม่ทำกิจใดๆ​อันนำมาซึ้ง​ความเบียดเบียนเดือดร้อนให้แก่สัตว์​ทั้งปวง กล่าว​คือ

1. ไม่​เอาชีวิตของสัตว์มาต่อเติมชีวิตของเรา
2. ไม่​เอาเลือดของสัตว์มา​เป็นเลือดของเรา
3. ไม่​เอาเนื้อของสัตว์มา​เป็นของเรา

กำหนดเวลาทุก ๆ​ ปี ของขึ้น​ 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ ตามจันทรคติ (ฝ่ายจีน) เทพเจ้าประจำดาวนพเคราะห์ ต่างองค์ทรงผลัดเปลี่ยนกันลงมาตรวจโลก​ทั้งโลกกลางวัน​และกลางคืน บุคคลใดประพฤดีตั้งอยู่​ใน กุศลกรรมวิธีก็จักทรงประทานพรอำนวย​ความสมบูรณ์พูนสุขให้ หากบุคคลใดมี​ความประพฤติในทางอกุศลกรรมวิธี ก็จักทรงลงโทษตามโทษานุโทษ

​และถือ​ไป 9 วัน เริ่มต้นวันข้างขึ้น​เดือน​ที่ 9 (ของจีน)ตามธรรมเนียม ​เมื่อถึงเทศกาลกินเจ ทางศาลเจ้าก็​จะทำพิธีอัญเชิญหรือนิมนต์​พระพุทธจากสวรรค์ลงมาให้ประทับ​ที่องค์ท่าน ​เพื่อให้​เป็นสิริมงคล​เมื่อเสร็จงานกินเจแล้ว​ ก็จุดธูปอัญเชิญกลับใน​ระหว่างเทศกาลนี้ บางศาลเจ้าหรือบางโรงเจก็อาจ​จะมีพิธีแห่มังกรสำหรับโรงเจ​ที่อยู่​ริมน้ำ ก็อาจมีการเวียนเทียนแล้ว​ลอยไฟ คล้ายๆ​ ​กับคนไทยลอยกระทง เรียกพิธีนี้ว่า "ปั่งจุ่ยเต็ง"

​ส่วนอีกตำนานหนึ่ง​เล่าขาน​เป็นเชิงประวัติศาสตร์ว่า

ประเพณีการกินเจในเดือน 9 หรือ​ที่เรียกว่า "เก้าโหว่ยเจ" เข้าใจกันว่าน่า​จะเริ่มขึ้น​​เมื่อประมาณสี่ร้อยปีมาแล้ว​ประมาณปี พ.ศ.2163-2183 อัน​เป็นช่วง​ที่ประเทศจีนถูกรุกรานจากคนอีกกลุ่มหนึ่ง​​ที่รู้จักกันในชื่อว่า "ชาวแมนจู"

ประเทศจีนทำสงครามพ่ายแพ้​และถูกยึดครอง​โดยชาวแมนจูมาตั้งแต่ครั้งนั้น​ คนจีนถูกบังคับให้โกนศีรษะด้านหน้าไว้เปียยาวด้านหลัง ล้มเลิกวัฒนธรรมของตนเอง​ต้องหันมายอมรับวัฒนธรรมของชาวแมนจูแทน ​ทั้งคับแค้น​ทั้งอับอาย

คนจีน​เมื่อสูญเสียแผ่นดินแล้ว​ก็หวนนึกถึงชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง​​ที่รวมตัวกันต่อสู้​กับกองทัพแมนจูอย่างเลือดเข้าตา​เป็นนักรบชาวบ้าน​ที่เรียกตนเองว่า "หงี่หั่วท้วง" ชาวบ้านกลุ่มนี้พากันถือศีลกินเจนุ่งขาวห่มขาว​เพราะเชื่อว่าการประพฤติปฏิบัติเช่นนี้​จะช่วยสร้างอิทธิฤทธิ์ป้องกันปืนไฟฝรั่งของชาวแมนจู​ได้ ​แต่ท้าย​ที่สุดก็​ต้องพ่ายแพ้

คนจีนภายใต้การปกครองของชาวแมนจู​แม้​จะคับแค้นแค่ไหน​แต่ก็พยายามรำลึกถึงบุญคุณของนักรบหงี่หั่วท้วงเสมอมา ถึงวันขึ้น​ 1 ค่ำถึง 9 ค่ำเดือน 9 คนจีน​จะพากันประพฤติปฏิบัติประเพณีถือศีลกินเจ นุ่งขาวห่มขาว ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่กินพืชผัก​ที่มีกลิ่นฉุน​เพราะเชื่อว่าพืชผักเหล่านี้เกิดขึ้น​จากเลือดสัตว์

การกินเจ มีการงดกินผักฉุนหรือผัก​ที่มีกลิ่นแรง 5 ชนิด ​ได้แก่ กระเทียม ​ทั้งหัว​และต้นกระเทียม หัวหอมชนิดต่างๆ​ หลักเกียว กุ้ยช่าย ใบยาสูบ​ซึ่งหมายถึงบุหรี่ ยาเส้น รวม​ไปถึงของเสพติดมึนเมาด้วย


นอกเหนือจากงดกินผัก​ที่มีกลิ่นฉุนแล้ว​ ยังมีข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมอีกเก้าประการ ​ได้แก่

ประการแรก การงดกินเนื้อสัตว์ ​ซึ่งหมายถึงสัตว์ทุกชนิด ​ซึ่งบางคนกินเนื้อบางชนิด ดังเช่น หอยนางรม​เป็นต้น ​โดยเชื่อกันว่าหาก​เป็นสัตว์เล็กก็ไม่​เป็นไร เรื่อง​อย่างนี้แล้ว​​แต่ตำนาน​ที่เชื่อถือกันมา

ประการ​ที่สอง​คืองดอาหารรสจัด ​ซึ่งหมายถึงอาหารเผ็ด หวานมาก เปรี้ยวมาก เค็มมาก เชื่อกันว่าอาหารรสจัดแสดงให้เห็นว่าเรายังติดอยู่​​กับกลิ่นรสของอาหาร ยังหลุดไม่พ้น

​ส่วนประการ​ที่สาม​คือการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ใช่ไม่กินเนื้อสัตว์อย่างเดียว​แต่​ต้องไม่ฆ่าสัตว์ด้วย

ประการ​ที่สี่​คือการกินอาหารเฉพาะ​ที่คนกินเจด้วยกัน​เป็นผู้ปรุงเท่านั้น​ คน​ที่เคร่งจริงๆ​​จะไม่เลือกแค่อาหารเจ​แต่​จะถามด้วยว่าอาหาร​ที่นำมาบริการนั้น​คนปรุง​เป็นคนเจด้วยหรือเปล่า

ประการ​ที่ห้า​เป็นเรื่อง​ของภาชนะ​จะ​ต้องแยกการปรุงจากอาหารประเภทอื่น ​ต้องล้างหม้อไหจนสะอาดเอี่ยม ไม่​ใช้ปะปนกัน

ประการ​ที่หก​คือการนุ่งขาวห่มขาว หาก​จะเคร่งครัดจริงๆ​ย่อม​จะ​ต้องยึดถือข้อนี้ด้วย เหตุนี้เองช่วงเทศกาลกินเจ​จะพบเห็นคนนุ่งขาวห่มขาวเต็มเมือง​ไปหมด

ประการ​ที่เจ็ด​คือการพูดจา ​ต้องไม่หยาบโลน วาจา​ต้องไพเราะ การพูดเพ้อเจ้อ นินทาว่าร้ายถือว่า​เป็นข้อห้าม​ทั้งสิ้น

ประการ​ที่แปด ​คือ งดสุรา​และของมึนเมา

​และประการสุดท้าย​คือการจุดตะเกียง 9 ดวงไว้ ไม่ปล่อยให้ดับ

​แม้ว่าคน​ที่กินเจ​จะไม่​สามารถปฎิบัติตามกฎข้อบังคับ​ได้ครบ ​แต่ก็ถือ​เป็นคุณงาม​ความดี​ที่เรา​ได้ละเว้นการทำบาป​และทำชั่วเสียบ้าง ก็เท่า​กับ​เป็นการช่วยให้จิตใจของมนุษย์เราสูงส่งขึ้น​​แม้​แต่เพียงเล็กน้อย ​แม้​แต่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง​ก็ยังดี ​และก็หวังว่าในโอกาสต่อๆ​​ไป ​แม้​จะไม่ใช่เทศกาลกินเจ เราก็ควร​จะกินเจเสียบ้างในบางมื้อ ในบางวันก็คงทำให้เรามีจิตใจ​ที่เบาสบาย​และสดชื่นขึ้น​ อัน​จะ​เป็นผลดีแก่สุขภาพของเราเองด้วย

จากหนังสือ "การกินเจ" ​โดยมูลนิธิรัศมีธรรม
http://www.watthamfad.com/WEB_THAI/News/Kin_Je.htm
http://www.wphat.com/webboard/Forum8/153.html
http://www.elib-online.com/doctors/food_vegetarian01.html

 

F a c t   C a r d
Article ID A-570 Article's Rate 9 votes
ชื่อเรื่อง แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้ ตอน ตำนานเทศกาลกินเจ
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๗๓๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-1864 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 ต.ค. 2547, 18.50 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : mahalap [C-9315 ], [124.121.116.211]
เมื่อวันที่ : 05 ต.ค. 2549, 01.47 น.

การแจกเทป หรือ หนังสือ "ศีลเจพรต" ในเทศกาลกินเจ
​เนื่องด้วย​จะใกล้ถึงวาระเทศกาลกินเจ ​ระหว่างวัน​ที่ 22 -- 31 ตุลาคม 2549 นี้ มูลนิธิพุทธศาสนุสรณ์ มี​ความยินดีแจก หนังสือ"ศีลเจพรต" ​ที่ถูก​ต้องแท้จริงตามคำสอนของ​พระมหาโพธิสัตต์เจ้า หรือ ​พระแม่กวนอิม หรือ​จะขอรับ​เป็นเทปบันทึกเสียงสำหรับผู้​ที่สูงอายุ หรือ ผู้​ที่มีปัญหาในการอ่านหนังสือ เพียงอย่างหนึ่ง​อย่างใด แก่ผู้​ที่สนใจ หรือ มีข้อสงสัย ​และ​ต้องการถือศีลเจพรตนี้ ​โดย​สามารถส่งจดหมาย​พร้อมสอดแสตมป์ 10 บาท​ ​ไป​ที่

มูลนิธิ พุทธศาสนุสรณ์
24 / 3 ซอยศุภราช ถ.พหลโยธิน พญาไท กทม. 10400.

ปล. ทางมูลนิธิฯยินดีแจก"หนังสือฆราวาสธรรมเบื้องต้น" ควบคู่​ไป​กับ "หนังสือศีลเจพรต" ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้ประพฤติปฏิบัติตามแนวของ​พระพุทธองค์เพิ่ม​ความบริสุทธิ์​ทั้งกาย-วาจา-จิตใจอีกทางหนึ่ง​.
www.buddhism.s5.com

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : เด็กภูเก็ต [C-12848 ], [203.155.182.252]
เมื่อวันที่ : 08 ต.ค. 2550, 20.43 น.

น่าเบื่อจังปีนี้ไม่​ได้เล่นประทัด

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น