นิตยสารรายสะดวก  Regular Articles  ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๗
แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้ ตอน วันสารทไทย
จันทน์กะพ้อ
... วันนี้ (วัน​​ที่ 13 ตุลาคม 2547) ​​เป็นวัน​​พระ ตรง​​กับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ​​เป็นวันสำคัญ​​คือ​​เป็นวันสารทไทย ​​ซึ่ง​​เป็นเทศกาลการกวนขนมกระยาสารท แ...
วันนี้ (วัน​ที่ 13 ตุลาคม 2547) ​เป็นวัน​พระ ตรง​กับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ​เป็นวันสำคัญ​คือ​เป็นวันสารทไทย ​ซึ่ง​เป็นเทศกาลการกวนขนมกระยาสารท ​และทำบุญอุทิศ​ส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ

ขนมกระยาสารท ​ที่มีข้าวเม่า ​เป็น​ส่วนประกอบหลัก มีลักษณะเหนียวๆ​กรอบๆ​ มีถั่ว งา มันเทศ หรือกล้วยผสมอยู่​ มี​ทั้ง​ที่ทำ​เป็นแผ่น ​และ แบบร่วนๆ​

คำว่า สารท ​เป็นคำอินเดีย หมายถึงฤดูใบไม้ร่วง อยู่​​ระหว่างฤดูฝนต่อฤดูหนาว ​เป็นเวลา​ที่พืชพันธุ์ธัญญาหาร​และผลไม้ เริ่มสุกให้ดอกผล จึงถือ​เป็นเทศกาลแห่ง​ความรื่นเริงยินดี ​ซึ่งอาจตรง​กับคติ​ความเชื่อของหลายชนชาติ​ที่ทำเกษตรกรรม ​คือ​ความเชื่อเรื่อง​ ผลแรก ถือว่า​เมื่อเก็บเกี่ยวพืชผล​เป็นคร้งแรกไม่ว่า​จะ​เป็นอะไร​ก็ตาม ​ต้องนำพืชผลนั้น​มาสังเวยบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์​ที่ตนนับถือ ​เพื่อให้พืชพันธุ์ธัญญาหารงอกงาม ประเพณีเช่นนี้มีปรากฏในประเทศจีน​และ​แม้กระทั่งแถบตอนเหนือของยุโรป สำหรับไทยช่วงเวลาดังกล่าว เมล็ดข้าวยังเพิ่งอยู่​ในระยะออกรวง ​แต่​เมื่อไทยรับวัฒนธรรมนี้มา ชาวบ้านจึงเกี่ยวข้าว​ที่ยังมีเปลือกอ่อนๆ​​และเมล็ดยังไม่แก่ ​เอามาคั่วแล้ว​ตำให้​เป็นเมล็ดข้าวแบนๆ​ เรียกว่า ข้าวเม่า

​ส่วนในประเทศไทยประเพณีการทำบุญวันสารท​เป็นพิธีกรรม​ที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ตาม​ที่ปรากฏหลักฐานในหนังสือของนางนพมาศ ​เนื่องจากศาสนาพราหมณ์เผยแพร่เข้ามาในประเทศไทย คนไทยจึงรับประเพณีนี้มาจากศาสนาพราหมณ์ด้วย ดัง​ที่ปรากฏหลักฐานในหนังสือ​พระราชพิธีสิบสองเดือน​ซึ่ง​เป็น​พระราชนิพนธ์ใน​พระบาท​สมเด็จ​พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่​หัว

"​เมื่อพราหมณ์มีสืบ​เนื่องกันมาช้านานหลายพันปีเช่นนี้ จึง​เป็น​ที่นับถือของคน​ทั้งปวง ในหนังสือต่าง ๆ​ ​ซึ่งชน​ที่นับถือ​พระพุทธศาสนา​แต่ง ​ที่สุดจนธัมมจักร​กับปปวัตนสูตร​เป็นต้น ​ซึ่งอ้างว่า​เป็นพุทธภาษิตแท้ก็ยังเรียกสมณะ​กับพราหมณ์​เป็นคู่กัน พราหมณ์​เป็น​ที่นับถือไม่มีผู้ใดอาจหมิ่นประมาท ​ถ้าพราหมณ์เหมือนอย่างเช่นบ้านเราอย่างนี้แล้ว​ ก็เห็น​จะไม่ยกขึ้น​​เป็นคู่​กับสมณะ พราหมณ์​เป็น​ที่นับถืออย่างเอกอย่างนับถือ​พระสงฆ์เช่นนี้ จึง​ได้​เป็นสำหรับผู้​ซึ่งปรารถนา​ความเจริญ ​คือ อยาก​จะให้ข้าวในนาบริบูรณ์จึง​เอาข้าว​ที่​กำลังท้องมาทำยาคูเลี้ยงพราหมณ์ ​และกวนข้าวปายาสเลี้ยงพราหมณ์...​

ทำบุญสารท ​คือ ฤดูข้าวรวง​เป็นน้ำนมนี้แก่พราหมณ์ ​เมื่อการ​พระราชพิธีของพราหมณ์ตกข้าวมาในแผ่นดินสยาม ก็พลอยประพฤติตามลัทธิพราหมณ์ด้วย สมคำ​ซึ่งนางนพมาศ​ได้กล่าวไว้ว่า ​เป็นฤดู​ที่ชน​ทั้งปวงกวนข้าวปายาส ​และทำยาคูเลี้ยงพราหมณ์ ​เมื่อสมณะพราหมณ์​เป็นคู่กันเช่นนั้น​ ผู้​ซึ่งนับถือ​พระพุทธศาสนาในชั้นแรก​ที่เข้ารีตใหม่เคยถือพราหมณ์เดิม​ได้ทำบุญตามฤดูกาลแก่พราหมณ์เดิมมาอย่างไร ครั้น​เมื่อมาเข้ารึตถือพุทธศาสนาแล้ว​ ​เมื่อถึงกำหนด​ที่ตัวเคยทำบุญ ผู้ใดละเลย​​จะนิ่งเสียไม่ทำ ​เมื่อเชื่อว่า​พระพุทธเจ้า​และ​พระสงฆ์​เป็นเนื้อนาบุญอันวิเศษยิ่งขึ้น​​ไปกว่าพราหมณ์ ก็​ต้องมาถวาย​พระสงฆ์เหมือนเช่นเคยทำอยู่​แก่พราหมณ์ ​ถ้าผู้ใดจละทิ้งศาสนาพราหมณ์เดิมของตัวให้ขาดไม่​ได้ ​เพราะ​ความเกรงใจก็ลง​เป็นทำ​ทั้งสองฝ่าย ถวายทานแก่สมณะด้วยพราหมณ์ด้วย...​.."

ในศาสนาพุทธนั้น​ก็มีปรากฏในหนังสือ​พระธรรมบทเล่มหนึ่ง​พอสรุปใจ​ความ​ได้ดังนี้
​เมื่อ​พระพุทธวิปัสสี่ ​ได้เกิดขึ้น​ในโลก มีพี่น้องสองคนชื่อ มหากาล​เป็นพี่ ​และจุลกาล​เป็นน้องทำการเกษตรกรรมร่วมกันปลูกข้าวสาลีบน​ที่ผืนเดียวกัน จุลกาลนั้น​เห็นว่าข้าวสาลี​ที่​กำลังท้องนั้น​มีรสหวานอร่อย เห็นว่าควรนำข้าวนั้น​​ไปถวายแด่​พระสงฆ์ จึงนำ​ความ​ไปปรึกษา​กับมหากาลพี่ชาย ​แต่มหากาลไม่เห็นด้วย​เนื่องจากไม่เคยมีผู้ใดเคยทำมาก่อน อีก​ทั้งก็ไม่เห็นประโยชน์​ที่​จะเกิดขึ้น​ ​แต่จุบกาลมี​ความตั้งใจอย่างแรงกล้า​ที่​จะนำข้าว​ไปถวายแด่​พระภิกษุ มหากาลจึงแบ่ง​ที่ดินออก​เป็น ๒ ​ส่วน ของตน​ส่วนหนึ่ง​​และของจุลกาล​ส่วนหนึ่ง​ ​ซึ่ง​จะนำข้าว​ส่วนนั้น​​ไป​ใช้กิจอันใดก็​ได้ จุลกาลจึงนำเมล็ดข้าว​ที่​กำลังตั้งท้องมาผ่านำเมล็ดข้าวต้ม​กับน้านมสด ใส่เนยใส น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายกรวด ​เมื่อเสร็จแล้ว​จึงนำ​ไปถวายแด่​พระสงฆ์ ​เมื่อถวายภัตตาหารเหล่านี้แด่​พระสงฆ์ จุลกาล​ได้ทูล​ความปราถนาของตน​กับ​พระพุทธเจ้าว่า "ด้วยศัพภสลีทานนี้จง​เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าบรรลุธรรมวิเศษก่อนชน​ทั้งปวง" ​เมื่อจุลกาลเสร็จธุระจากการถวายภัตตาหารแด่ภิกษุจึงกลับ​ไปดูนาของตนก็พบว่าข้าวสาลีในนานั้น​มี​ความเจริญงอกงามสมบูรณ์​เป็นอย่างมาก​ต่อมา​เมื่อข้าวสาลีเจริญขึ้น​จน​เป็นข้าวเม่า จุลกาลก็นำ​ไปถวาย​พระสงฆ์อีก ​และ​ได้ทำ​ต่อมาอีกหลายครั้ง คื อ​เมื่อเก็บเกี่ยวข้าว ​เมื่อทำเขน็ด ​เมื่อทำฟ่อน ​เมื่อขนไว้ในลาน ​เมื่อนวดข้าว ​เมื่อรวมเมล็ดข้าว ​เมื่อขนขึ้น​ฉาง รวม​ทั้งหมด ๙ ครั้ง​แต่ข้าวในนาของจุลกาลกลับอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น​มิ​ได้ขาดหาย​ไป ​ต่อมาจุลกาล​ได้มาเกิด​เป็น​พระอัญญาโกณฑัญญะ ​เมื่อ​พระพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาด้วยผลบุญห่งการถวายข้าวแด่​พระสงฆ์ ท่านอัญญาโกณฑัญญะจึง​เป็นบุคคลแรก​ที่สำเร็จมรรคผลบรรลุธรรมวิเศษก่อนคน​ทั้งปวงตาม​ที่​ได้ปรารถนาไว้ใน​แต่ชาติจุลกาล

อีกตำนานหนึ่ง​เล่าว่า

สมัยหนึ่ง​​พระพุทธเจ้าประทับอยู่​ในกรุงราชคฤห์ ในยามราตรีมีเปรตตนหนึ่ง​ ปลอมตัว​เป็น​พระสงฆ์เข้าเฝ้า​พระเจ้าอชาตศัตรู เปรตตนนั้น​​ได้เผย​ความจริงว่า ตนเคย​เป็น​พระสงฆ์​แต่มี​ความโลภ จึง​ต้องชด​ใช้กรรม​เป็นเปรต ​พระเจ้าอชาตศัตรูจึงถามว่า​ที่เปรตมาหา​ต้องการอะไร​ เปรตตนนั้น​จึงขอให้​พระองค์​พระราชทานกระยาสารท ​ซึ่งปรุง​แต่งด้วยของเจ็ดอย่าง ​ได้แก่ น้ำตาล น้ำผึ้ง ถั่ว งา ข้าวตอก ข้าวเม่า น้ำนมวัว ​จะทำให้ประทัง​ความหิวโหย ​และทำให้ชุ่มชื่นยิ่งขึ้น​ ดังนั้น​ในวันรุ่งขึ้น​ตรง​กับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ​พระเจ้าอชาตศัตรู จึงทำขนมแล้ว​กรวดน้ำอุทิศให้แก่เปรตตาม​ที่ขอไว้

นับตั้งแต่นั้น​มา​เมื่อถึงวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตรง​กับเดือนกันยายน ชาวบ้าน​จะกวนกระยาสารท ทำบุญอุทิศ​ส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ​ไปแล้ว​

ประเพณีการทำบุญเดือนสิบมีชื่อเรียกแตกต่างกัน​ไปดังนี้ ภาคกลางเรียกว่า 'สารทไทย' ภาคอีสานเรียกว่า 'ทำบุญข้าวสาร' ภาคเหนือเรียก 'งานทานสลากภัต' ​ส่วนภาคใต้เรียก 'งานบุญเดือนสิบ' หรือ 'ประเพณีชิงเปรต'


จากหนังสือ แกะรอยสำรับไทย กรรณิการ์ พรมเสาร์ ​และ นันทา เบญจศิลารักษ์

เรื่อง​ชิงเปรต วราภรณ์ จิวชัยศักดิ์ สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
จากนิตยสาร เนชั่น สุดสัปดาห์ วัน​ที่ 2-8 ก.ย. 2544ก.ย. 2544

จาก คุยเฟื่องเรื่อง​ "งานเดือนสิบ"
หนังสือ งานสืบสานประเพณีทำบุญวันสารทเดือนสิบ สมาคมชาวปักษ์ใต้ ใน​พระบรมราชูปถัมภ์ 2543
* ผู้ช่วย ผบ.ตร. (สส.) ประธานมูลนิธิร่วมพัฒนาภาคใต้
Gourmet&Cuisine October 2002

http://www.tungsong.com/Modify-Lifetsgcity/LifeTsgCity/DigitalLibrary/Importantdays/Sart_month_10/Sart_01.html

 

F a c t   C a r d
Article ID A-569 Article's Rate 22 votes
ชื่อเรื่อง แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้ ตอน วันสารทไทย
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๗๔๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๙๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-1843 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 13 ต.ค. 2547, 23.13 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กางเขนดง [C-1849 ], [210.226.50.177]
เมื่อวันที่ : 14 ต.ค. 2547, 07.18 น.

แหมตรงใจจริง ๆ​ เลย​ค่ะ​ ป้าแอ๊ด ​เมื่อวานนี้​กำลังอ่านเรื่อง​สารทเดือนสิบ​ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่​​พอดีเลย​ วันนี้​ได้รู้​ที่มาตั้งแต่โบราณกาลเกี่ยว​กับวันสารทไทย เรื่อง​​ที่คนไม่ค่อยรู้กัน​ทั้ง ๆ​ ​ที่​เป็นคนไทย จริงมั๊ยคะ​ ขอเพิ่มเติมนิดนะคะ​ สิ่ง​ที่สนใจในงานประเพณีนี้​คือ ขนมค่ะ​ ​ที่อ่านเรื่อง​งานประเพณีสารทเดือนสิบของชาวไต้ ​จะมีขนมห้าอย่าง ทำ​เพื่อรำลึกถึงคน​ที่ตาย​ไปแล้ว​ค่ะ​ เรียกพิธียกหมรับ ​ได้แก่ ขนมพองแทนแพ (พาหนะ) ขนมลาแทนเสื้อผ้าอาภรณ์ (อันนี้เคยกินค่ะ​) ขนมบ้าแทนลูกสะบ้า​เอาไว้เล่นในวันสงกรานต์ ขนมดีซำแทนเบี้ย ขนมกงแทนเครื่องประดับ หาอ่าน​ได้​ที่
ประเพณีสารทเดือนสิบ
ชอบเรื่อง​​ที่​เป็นตำนานมี​ที่มาแบบนี้ค่ะ​ รอฟังเรื่อง​ต่อ ๆ​ ​ไปอีกนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ผ่านเข้ามาอ่าน [C-4294 ], [203.151.140.116]
เมื่อวันที่ : 30 เม.ย. 2548, 00.17 น.

น่า​จะมีรูปด้วย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ผี [C-9102 ], [61.7.157.125]
เมื่อวันที่ : 06 ก.ย. 2549, 15.12 น.

แม่งเปตร​เป็นบ้า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : โบ ม.1 บางพระ นครศรีธรรมราช [C-9167 ], [58.147.116.162]
เมื่อวันที่ : 14 ก.ย. 2549, 14.05 น.

สวยมากค่ะ​​ที่นั้น​ นกก็สวย ป่า​ที่นั้น​ร่มรื่นดีค่ะ​


แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : กุ้ง ม.1 [C-9168 ], [58.147.116.162]
เมื่อวันที่ : 14 ก.ย. 2549, 14.09 น.

web page วันสารทไทยปีนี้​ไปเ​ที่ยวกันเยอะ ๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : ครูแชม [C-9293 ], [203.113.89.30]
เมื่อวันที่ : 30 ก.ย. 2549, 18.54 น.

ขอบคุณมาก​ที่มีเรื่อง​ราวดีดีมาให้อ่าน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : เด็กหญิง นฏกร ณ พัทลุง [C-12760 ], [203.113.77.9]
เมื่อวันที่ : 29 ก.ย. 2550, 09.53 น.

ก็ดีมากค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : ฟหดก [C-14636 ], [118.172.216.74]
เมื่อวันที่ : 23 ก.ย. 2551, 09.48 น.

หฟดหฟดหฟกดหกดพเฟดฟฟกฟดหฟด

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : เด็กบ้านนอก [C-14653 ], [203.144.130.176]
เมื่อวันที่ : 25 ก.ย. 2551, 08.09 น.

ดีนะครับ​ ​ได้​ความรู้เยอะแยะเลย​ รออ่านต่อ​ไปนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น