นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๖ ตุลาคม ๒๕๔๗
... เหยื่อ ! ...
ผู้งมงายในรัก
... ผมอยู่​​​​ที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้น​​ ณ ค่ำคืนวันศุกร์ ในช่วงเวลา​​ที่แทบ​​จะทุกผู้คน รีบเร่งกระเสือกกระสน ​​เพื่อเดินทางกลับสู่​​ที่พักกาย ​​และ​​ที่พักใจ...

ผมอยู่​​ที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้น​ ณ ค่ำคืนวันศุกร์ ในช่วงเวลา​ที่แทบ​จะทุกผู้คน รีบเร่งกระเสือกกระสน ​เพื่อเดินทางกลับสู่​ที่พักกาย ​และ​ที่พักใจของ​แต่ละคน

ค่ำคืนวันศุกร์ ​กับการปลดเปลื้องภาระงานหนักอึ้ง ​ที่ถมทับมาตลอด​ทั้งสัปดาห์
ค่ำคืนวันศุกร์ ​กับสารพัดผู้คน ​ที่คล้าย​กับหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ มากกว่าทุก ๆ​ ค่ำคืน​ที่ผ่านมา
ค่ำคืนวันศุกร์ ​ที่รถราขวักไขว่ ติดขัด ​พร้อม​กับสารพัดเสียงอึกทึกครึกโครม ​และ​ความวุ่นวายสับสนอลหม่าน
​เป็นค่ำคืนวันศุกร์ ​ที่แทบ​จะเหมือน ๆ​ กัน ในทุก ๆ​ วันศุกร์
เพียง​แต่วันศุกร์ในค่ำคืนนี้ มีบางสิ่งบางอย่าง​ที่มากกว่า

ฟ้าคำรามเปรี้ยงปร้าง ส่งคลื่นเสียงสั่นสะท้าน​ไปทั่ว​ทั้งตึก หลังแสงสว่างวาบ ราว​กับ​ใครเปิดแฟลชขนาดใหญ่
ดวงอาทิตย์จงใจหลีกเร้น​ไปจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว คล้าย​กับหลบซ่อนตัวเอง
ปล่อยให้สีเทาหม่นทะมึน ปกคลุมผืนฟ้าแทบ​จะทุกตารางนิ้ว
​เพื่อให้แสง​และเสียง ตัดสลับ​เป็นระยะไม่ขาดช่วง ตลอดช่วงหัวค่ำ​ที่ผ่านมา
หลังจากนั้น​ไม่นานนัก เม็ดฝนก็หล่นร่วงซ้อนเม็ด เรียง​เป็นสายซ้อนสาย ประหนึ่ง​น้ำป่า โถมทะลักไม่ขาดสาย อย่างไม่ลืมหูลืมตา
แสง​และเสียง ประกอบสายน้ำแห่งของธรรมชาติ บดบังสรรพเสียงอึกทึก ​ที่เคยมีในทุกค่ำคืนวันศุกร์ จนแทบ​จะหมดสิ้น

​ทว่า ! ผู้คนก็ยัง​ต้องดำเนิน​ไปตามวิถี​ที่เคย​เป็น
ค่ำคืนวันศุกร์ ยังคง​ต้อง​เป็นเช่นนั้น​ ​โดยไม่มีอะไร​เปลี่ยนแปลง

ผมยืนรออยู่​​ที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้น​ ร่วม​กับผู้คน​ที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ ทุกคนเบียดเสียดแออัด อยู่​ใต้หลังคาของป้ายรถเมล์แห่งนั้น​
ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก วัยรุ่น ​และคนแก่ ยืนซ้อน ๆ​ กันอยู่​ จนแทบ​จะกลาย​เป็นก้อนเนื้อก้อนเดียวกัน
​แม้​แต่เก้าอี้ปูน​ที่หล่อไว้ให้นั่ง​ที่ป้ายรถเมล์ ก็กลาย​เป็น​ที่ให้ยืนเบียดเสียดกัน

เม็ดฝนหล่นร่วงไม่ขาดสาย ไม่เฉพาะละอองน้ำละเอียด​ที่กระเซ็น ​แม้​แต่เม็ดฝน ก็สาดซัดเข้ามา ตามกระแสลม​ที่พัดกระโชกแรง
ทุกผู้คน​ที่ยืนแออัดเบียดเสียดกัน ล้วนแล้ว​​แต่เปียกชุ่ม​ไปด้วยเม็ดน้ำ
กลิ่นฝนสะอาดสดชื่น ปะปน​กับกลิ่นตัว​และเหงื่อไคล ผสม​เป็นกลิ่นอับชื้นแปลก ๆ​

ผมยืนอยู่​​ที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้น​ รอรถเมล์สายนั้น​
​เพื่อร่วมชะตากรรม​กับผู้คน ​ที่รอรถเมล์สายนั้น​
​และร่วมชะตากรรม​กับผู้คน ​ที่รอรถเมล์สายอื่น ๆ​

​ที่เหมือนกันในช่วงค่ำคืนวันศุกร์ก็​คือ รถเมล์ทุก ๆ​ สาย ​จะ​พร้อมใจกันมาอย่างเชื่องช้า ​เพื่อรอรับผู้ร่วมชะตากรรม ​ไปเผชิญชะตากรรมร่วมกัน
​และเฉพาะค่ำคืนวันศุกร์ ​ที่มีฝนตกกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา รถเมล์ทุกสาย ก็ยิ่ง​พร้อมใจมอบ​ความพิเศษ ให้​กับผู้ร่วมชะตากรรม
​เพื่อมอบ​ความทรงจำพิเศษ อัน​จะมี​ได้เฉพาะค่ำคืนวันศุกร์ ​ที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ ให้​กับทุกผู้คน​ที่ร่วมชะตากรรม

"มาแล้ว​ ๆ​ สายอะไร​น่ะ"
"สาย...​. เร็ว ๆ​ รีบออก​ไปโบกไว้ก่อน เดี๋ยวมันก็ไม่จอดอีกหรอก"
"เฮ้อ...​ บ้าจริง ๆ​ แล้ว​​เมื่อไหร่ของชั้น​จะมาซะทีนะ"
...​...​...​....​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

เสียงผู้คนสับสนอลหม่าน ​เมื่อรถเมล์มา​แต่ละคัน ​พร้อม​กับอาการแตกกลุ่ม แย่งชิงผละออกจากป้ายรถเมล์
​ที่เหลือ​คือเสียงสบถเบา ๆ​ เสียงตัดพ้อบาง ๆ​ สลับ​กับเสียงถอนหายใจ
ผู้คน​ที่​ได้​ไปก่อนก็ร้อนรน ​ทั้งแย่งชิงผลักไส ​เพื่อก้าวขึ้น​สู่รถเมล์คันเป้าหมาย
​ส่วนผม ยังอยู่​​ที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้น​ ​เพื่อรอรถเมล์สายนั้น​
เช่นเดียว​กับคนอื่น ๆ​ ​ที่ยังไม่​ได้​ไป ​และเกาะกลุ่มเบียดเสียดหลบฝนรวมกันอยู่​
​พร้อม ๆ​ ​กับผู้คนใหม่ ๆ​ ​ที่ทยอยเข้ามาทดแทน

"มาแล้ว​ ๆ​ สายอะไร​น่ะ"
"สาย...​. เร็ว ๆ​ รีบออก​ไปโบกไว้ก่อน เดี๋ยวมันก็ไม่จอดอีกหรอก"
"เฮ้อ...​ บ้าจริง ๆ​ แล้ว​​เมื่อไหร่ของชั้น​จะมาซะทีนะ"
...​...​...​....​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

ผมพ้นจากป้ายรถเมล์แห่งนั้น​ ​และ​ได้ขึ้น​มาอยู่​บนรถเมล์สายนั้น​ ​พร้อม ๆ​ ​กับผู้คน​ที่ร่วมชะตากรรมเดียวกัน
​ที่ทิ้งไว้อาจ​เป็นเสียงสบถเบา ๆ​ เสียงตัดพ้อบาง ๆ​ สลับ​กับเสียงถอนหายใจ
​และผู้คน​ที่ยังไม่​ได้​ไป รวมถึงผู้คนใหม่ ๆ​ ​ที่ทยอยเข้ามาทดแทน

"ข้างในยังว่างอยู่​เลย​ เดินเข้า​ไปในก่อน 3 แถวนะ ช่วย ๆ​ เดินกันด้วย" กระเป๋ารถเมล์ผู้หญิงวัยกลางคน ส่งเสียงห้วน ๆ​ บอกผู้​โดยสาร
"อ้าวนั่น ​เขาลุกให้นั่ง ก็นั่งสิ ยืนขวางทางอยู่​นั่นแหละ​ แก่แล้ว​ ยังเมาแป๋ขนาดนี้อีก ไม่ชอบเลย​" กระเป๋ารถเมล์คนเดิม ส่งเสียงต่อ
"​จะนั่งไม่นั่ง พูดไม่รู้เรื่อง​ เดี๋ยวแม่ไล่ลงป้ายหน้าเลย​" เธอหันมาตวาดใส่ชายมีอายุ แล้ว​ส่งเสียงห้วน ๆ​ ต่อ
"3 แถวนะ เดินชิดในด้วย แถวริมน่ะจับมือเดียว ​จะจับสองมือขวางแถวกลางทำไม ?"
กระเป๋ารถเมล์ผู้หญิงวัยกลางคน ส่งเสียงดุวัยรุ่นแถวริมขวามือ แล้ว​เดินส่ายอาด ๆ​ เบียดคนเข้ามาท้ายรถ ​เพื่อเก็บค่า​โดยสารผู้​ที่ขึ้น​มาใหม่ทีละคน

ผมยืนอยู่​แถวริมซ้ายมือ ช่วงกลางของรถเมล์คันนั้น​ ​แต่หลังจากจ่ายค่า​โดยสารเรียบร้อย​ ผมก็พบตัวเอง มายืนห้อยแขน อยู่​​ที่เบาะหลังสุดท้ายรถ

รถเมล์คันนี้ ไม่มีประตูขึ้น​ลง​ที่ท้ายรถ มี​แต่ประตูขึ้น​ลง​ที่หน้ารถประตูเดียว
ผู้คน​ที่​ที่ขึ้น​มาบนรถเมล์คันนี้ ถูกเบียดจนมากองเรียงแถวอยู่​ท้ายรถ
ผม​ใช้มือข้างซ้ายจับวงกลม​ที่ห้อยลงมา ​โดย​ที่มือข้างขวาถือกระเป๋าเอกสารใบใหญ่ ​แต่แค่นั้น​ ก็ทำให้ยืนอยู่​​กับ​ที่​ได้
อาจ​เป็น​เพราะรอบตัวผม มีผู้คนคอยประคองน้ำหนักให้ ​ระหว่างกัน​และกัน
เช่นเดียว​กับผม ​ที่คอยประคองน้ำหนักให้​กับคนอื่น ๆ​ รอบ ๆ​ ตัว

เบาะนั่งซ้ายมือของผม มีหนุ่มสาววัยรุ่นสองคนนั่งอยู่​ คุยกันกระหนุงกระหนิง ท่าทางคง​เป็นแฟนกัน
ถัด​ไปข้างหน้า ก็​เป็นคู่หนุ่มสาววัยรุ่น เช่นเดียว​กับเบาะนั่งถัดขึ้น​​ไป
ดู ๆ​ แล้ว​ ก็ให้นึกยินดี ​ที่หนุ่มสาวสมัยนี้ ล้วนแล้ว​​แต่กล้าแสดงออก
วัยรุ่นผู้หญิง​แต่งตัวเปิดเผย เปิดตรงนั้น​ เว้าตรงนี้ โชว์อกโชว์เอวอย่างมั่นใจ
วัยรุ่นผู้ชายก็กล้าแสดงออก กล้า​ที่​จะจับ จูบ ลูบ คลำ ​ไปจนถึงละลาบละล้วงใน​ที่สาธารณะ
​ที่น่าทึ่ง​คือ วัยรุ่นผู้หญิงก็ตอบรับการแสดงออกเช่นนั้น​ ​โดย​ความกล้าแสดงออกเช่นกัน

ผมยืนดูอยู่​ใกล้ ๆ​ ด้วย​ความชื่นชม ต่อ​ความกล้าแสดงออกของวัยรุ่นสมัยนี้
​และบางที ก็ปล่อยผ่าน​ความรู้สึกให้ล่องลอย เสมือนหนึ่ง​ว่า ผม​เป็นวัยรุ่นชาย ​ที่​กำลังแสดงออกอย่างนั้น​

โอ...​.​เป็นการร่วมชะตากรรม ​ที่ให้​ความรู้สึก​ที่ดีจริง ๆ​ ...​..

ผมมัว​แต่เคลิบเคลิ้ม​กับภาพ​ที่​ได้เห็น ​และ​ความรู้สึกของการร่วมชะตากรรม​ที่แสนสุข จนไม่รู้สึกตัวว่า หญิงสาววัยรุ่นสายเดี่ยว เอวลอย กระโปรงสั้น ถูกเบียดมายืนข้างหน้าผม​เมื่อไหร่
หญิงสาวตัวเล็กรูปร่างกระทัดรัด ​ใช้สองมือของเธอ เกาะ​กับราวจับบนเบาะนั่งข้าง ๆ​
ยามรถวิ่งด้วย​ความเร็วคง​ที่ หลัง ไหล่ สะโพก ​และลำตัวข้างซ้ายของเธอ เอนมาซบ​กับลำตัวของผม เกือบ​จะแนบสนิท​เป็นเนื้อเดียวกัน
เธอมักเงยหน้ากลมใสน่ารัก ขึ้น​มาสบตา​กับผม แล้ว​ยิ้มเล็ก ๆ​ ​เป็นระยะ จนผม​ต้องยิ้มตอบคืนกลับ​ไป
หญิงสาวเสมอง​ไปทางอื่น หลังสบตากันบ่อยขึ้น​ ตามจังหวะ​ความเร็วของรถ ​ที่สลับ​กับการหยุดนิ่ง​เป็นระยะ
เช่นเดียว​กับผม ​ที่ลอบชำเลือง​ไปยังคู่หนุ่มสาววัยรุ่นหลายคู่ ​ที่ยังแสดงออกอย่างกล้าหาญ
ผู้คน​ที่​ได้เห็นบนรถเมล์คันนั้น​ ก็คงคล้าย ๆ​ กัน

โอ...​..​เป็นการร่วมชะตากรรม ​ที่ให้​ความรู้สึก​ที่ดีจริง ๆ​ ...​..

ผมยังคงเคลิบเคลิ้ม​กับจินตนาการทางสายตา สลับการแนบเนื้อสัมผัส ​กับหญิงสาววัยรุ่นแสนน่ารักคนนั้น​​เป็นระยะ
ชะตากรรมร่วม​ที่คุ้นชินในทุก ๆ​ ค่ำคืนวันศุกร์ คล้าย ๆ​ ​จะแตกต่างจากเดิม
กลิ่นตัว​และเหงื่อไคล ของผู้คนมากมาย​ ยังอบอวลชวนคลื่นเหียน
​แต่กลิ่นฝนสะอาดสดชื่น ก็ผสมจนกลาย​เป็นกลิ่นอับชื้นแปลก ๆ​ ​ที่เร่งเร้าเย้ายั่วให้หัวใจกระเจิดกระเจิง

คล้าย ๆ​ กลิ่น​ที่คุ้นเคย เหมือน ๆ​ ​ที่เคยคุ้น
คล้าย ๆ​ สัมผัส​ที่คุ้นเคย เหมือน ๆ​ ​ที่เคยคุ้น
คล้าย​จะใช่ ​และก็คล้ายไม่ใช่

เหมือน ๆ​ อยู่​​ระหว่าง​ความจริง​กับ​ความฝัน ​แต่​เป็น​ได้มากกว่า​ความฝัน ​และก็เกือบ​จะใช่​ความจริง

ผมสัมผัส​ความรู้สึก​ได้อย่างนั้น​ กระทั่งมี​ความเคลื่อนไหวบางอย่างเกิดขึ้น​ แทรกกลาง​ระหว่างหญิงสาววัยรุ่น​กับผม
คล้าย ๆ​ ​กับมีอะไร​เคลื่อนไหวขยุกขยิก​ไปมา อยู่​​ที่ใต้เข็มขัด
​ความรู้สึกบอกผมว่า มีการลูบไล้​ไปมาแผ่วเบา บริเวณช่วงหน้าขา ค่อนมาทางกึ่งกลางลำตัว
คล้าย ๆ​ สัมผัสจากปลายนิ้วนุ่มเนียน ​และอุ้งมืออบอุ่นอ่อนโยน
​ความรู้สึกบอกผมว่า มีเสียงสาก ๆ​ คล้าย​กับการรูดซิบเบา ๆ​ ช้า ๆ​ จากบนลงล่างจนสุด
สัมผัสจากปลายนิ้วนุ่มเนียน เคลื่อนตัวผ่านชั้นใน​ที่ขวางกั้นอยู่​ แล้ว​ค่อย ๆ​ เลื่อนลง จนสัมผัสแนบเนื้อข้างใน
อุ้งมืออบอุ่นอ่อนโยน เกาะกุมลูบไล้ ​และคลึงเคล้นแนบเนื้อเบา ๆ​ ช้า ๆ​
​ความรู้สึกบอกผมว่า อุ้งมืออบอุ่นอ่อนโยน ค่อย ๆ​ เคลื่อนตัวผ่านชั้นในออกมาภายนอก ​โดยอุ้งมือนั้น​ ยังเกาะกุมแนบเนื้ออยู่​
แล้ว​​ความรู้สึกก็บอกผมว่า มี​ความเย็นวาบผ่าน​ไป​ทั้งตัว ด้วยการเกาะกุมแนบเนื้อนั้น​

ผมเชื่อ​ความรู้สึก ​และ​เพราะผมเชื่อ ผมจึงไม่แน่ใจต่อ​ความ​เป็นจริง ของ​ความเคลื่อนไหวเช่นนั้น​
​ความเร็วของรถยังคง​ที่ สลับ​กับการชะลอลง ​เป็นครั้งคราว
ผมก้มหน้า ​เพื่อสบสายตาหญิงสาววัยรุ่นแสนน่ารักคนนั้น​
เธอ​กำลังเงยหน้ารอการสบตาจากผม ​พร้อม​กับยิ้มยั่วเย้าให้ ​ทั้งปาก​และสายตา
ขณะ​ที่มือของเธอ ยังเกาะกุมแนบเนื้อของผม บีบกระชับ​เป็นจังหวะ ดึงเข้า ผลักออก สลับ​กับลูบไล้เบา ๆ​ ต่อ​เนื่อง

รถเมล์คันนั้น​ เข้าป้ายรถเมล์ ​เพื่อรับคนขึ้น​​และปล่อยคนลง คนขับรถเมล์ขยับตัวโยกคันเกียร์ ใส่เกียร์หนึ่ง​ กระชากออกตัวอย่างรวดเร็ว
รถเมล์พุ่ง​ไปข้างหน้า แล้ว​ชะลอตัวลง ​เมื่อคนขับโยกคันเกียร์ใส่เกียร์สอง ก่อน​จะพุ่งต่อ​ไป ด้วย​ความเร็ว​ที่เพิ่มขึ้น​
จากนั้น​ คนขับรถเมล์ ก็โยกคันเกียร์ใส่เกียร์สาม ​และเกียร์สี่ตามลำดับ
รถเมล์วิ่ง​ไปด้วย​ความเร็วคง​ที่ สลับ​กับการเหยียบเบรกแรง ๆ​ ​เพื่อเริ่มต้นโยกคันเกียร์ใหม่

ผมโยกตัวตามจังหวะของรถเมล์ ​ที่พุ่งตัว​ไปข้างหน้า สลับ​กับการหยุดชะงัก ​เมื่อถูกเหยียบเบรกแรง ๆ​
​ความรู้สึกบอกผมว่า อุ้งมืออบอุ่นอ่อนโยนของเธอ ​ที่แนบเนื้อของผม ขยับ​ไปข้างหน้า ​และย้อนกลับมาเช่นกัน
ลำตัวผมเคลื่อนไหวตามจังหวะของรถเมล์ ​และตามจังหวะอุ้งมืออบอุ่นอ่อนโยนของเธอ
​ความรู้สึกบอกผมว่า อะไร​บางอย่าง​กำลัง​จะพวยพุ่งอารมณ์ปรารถนาภายใน ให้ออกมาสู่ภายนอก ​โดยอุ้งมืออบอุ่นอ่อนโยนของเธออย่างงดงาม

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

"ช่วยด้วยค่ะ​ ช่วยด้วย ไอ้โรคจิต มันลวนลามหนู"
"ว้ายตายแล้ว​ กระโปรงหนูเลอะของไอ้โรคจิตนี่หมดเลย​"
"ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ​ ไอ้โรคจิตมันลวนลามหนูค่ะ​"
"ฮือ ๆ​ ๆ​ ดูสิคะ​ ของมันเปื้อนกระโปรงหนูหมดเลย​"
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

"โพละ...​...​"
"พลัก...​...​"
"ตุบตับ ๆ​ ...​...​"
"ไอ้โรคจิต ไอ้สาด บนรถเมล์ยังกล้าทำอย่างนี้เหรอ...​."
"ไอ้เลวเอ๊ยย แม่งเลวจริง ๆ​...​."
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

ผมตื่นขึ้น​มาในห้องสีขาว ​กับผ้าสีขาว​ที่ห่อหุ้มทั่ว​ทั้งตัวของผม รอบ ๆ​ ข้าง มีผู้คนมากมาย​ ในนั้น​ มีแม่ของผม ญาติ ๆ​ ของผม ​และ ​เพื่อน ๆ​ ของผมรวมอยู่​ด้วย

นางพยาบาล​ที่เข้ามาดูแลผมบอกว่า ผมน่า​จะโดนมากกว่านี้
เจ้าหน้า​ที่ตำรวจ​ที่มาสอบถามผม บอกว่า ​เป็นหน้า​ที่ของ​เขา ​ที่​จะดำเนินการสอบสวน​ความผิด​ที่เกิดขึ้น​
แม่ผมไม่พูดอะไร​ มี​แต่น้ำตา​ที่ไหลซึมออกมา ​กับภาพผมในหนังสือพิมพ์หัวสีฉบับ​หนึ่ง​ ​ที่พาดหัวว่า "ไอ้หื่นโรคจิต กระฉูดคาวกามกลางรถเมล์"
ญาติคนหนึ่ง​​ที่มาด้วยถามผมว่า "ทำไมผมทำอย่างนั้น​"
ญาติอีกคนหนึ่ง​ ​ที่ไม่ค่อยชอบหน้าผม บอก​กับผมว่า "ผมน่า​จะถูกรุมกระทืบตาย​ไปเสียเลย​ ​จะ​ได้ไม่​ต้องชื่อเสียงวงศ์ตระกูล"
​ส่วน​เพื่อนผมบอกว่า ตำรวจพาผมส่งโรงพยาบาล หลังจาก​ที่มีกลุ่มคน ช่วยกันหิ้วร่างเปลือยเปล่าของผม ​ไปส่งให้​ที่สน. ​และแจ้งเหตุ​ที่เกิดขึ้น​ ก่อน​จะแยกย้ายกันกลับ​ไป
​เพื่อนผมอีกคน กระซิบบอกผมว่า สงสัยผม​จะถูกพลเมืองดี รูดทรัพย์​ไปหมดตัว

ผมไม่​ได้พูดอะไร​ หรือตอบคำถาม​ใคร ๆ​ นอกจากถามลอย ๆ​ ถึงหญิงสาววัยรุ่นคนนั้น​
คน​ที่ตอบคำถามนี้ ​คือเจ้าหน้า​ที่ตำรวจ ​ที่อ้างถึงกลุ่มคน​ที่นำผมมาส่ง แล้ว​บอกว่า เจ้าทุกข์อายไม่แจ้ง​ความ ​และไม่ยอมมา​เป็นพยาน
จากนั้น​ ผมก็ไม่​ได้พูดอะไร​ ไม่​ได้ถามอะไร​ ​และไม่​ได้ตอบอะไร​

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

ค่ำคืนวันศุกร์ ยังดำเนิน​ไป​โดยวิถี​ที่​เป็น​ไป เหมือน ๆ​ ทุกคืนวันศุกร์ ​ที่​เป็นช่วงเวลา​ที่แทบ​จะทุกผู้คน รีบเร่งกระเสือกกระสน ​เพื่อเดินทางกลับสู่​ที่พักกาย ​และ​ที่พักใจของ​แต่ละคน

ค่ำคืนวันศุกร์ ​กับการปลดเปลื้องภาระงานหนักอึ้ง ​ที่ถมทับมาตลอด​ทั้งสัปดาห์
ค่ำคืนวันศุกร์ ​กับสารพัดผู้คน ​ที่คล้าย​กับหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ มากกว่าทุก ๆ​ ค่ำคืน​ที่ผ่านมา
ค่ำคืนวันศุกร์ ​ที่รถราขวักไขว่ ติดขัด ​พร้อม​กับสารพัดเสียงอึกทึกครึกโครม ​และ​ความวุ่นวายสับสนอลหม่าน
​เป็นค่ำคืนวันศุกร์ ​ที่แทบ​จะเหมือน ๆ​ กัน ในทุก ๆ​ วันศุกร์
​เพื่อร่วมชะตากรรมร่วมกัน...​..

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

​และผมยังยืนอยู่​​ที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้น​ ณ ค่ำคืนวันศุกร์ ​เพื่อรอรถเมล์สายนั้น​
​เพื่อร่วมชะตากรรมร่วมกันเช่นกัน...​..

//...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​๛

 

F a c t   C a r d
Article ID A-556 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง ... เหยื่อ ! ...
ผู้แต่ง ผู้งมงายในรัก
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๖ ตุลาคม ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๗๒๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-1703 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 06 ต.ค. 2547, 14.40 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : คนผ่านทาง [C-1710 ], [202.133.168.194]
เมื่อวันที่ : 06 ต.ค. 2547, 20.18 น.

ผ่านมาอ่าน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ชาร ทิคัมพร [C-4700 ], [203.151.140.114]
เมื่อวันที่ : 20 พ.ค. 2548, 08.16 น.

ผมชอบเรื่อง​นี้ครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ผู้งมงายในรัก [C-4710 ], [203.154.97.197]
เมื่อวันที่ : 20 พ.ค. 2548, 14.02 น.


สวัสดีครับ​
คุณ คนผ่านทาง
คุณ ชาร ทิคัมพร
ขอบคุณมากครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น