นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๗ กันยายน ๒๕๔๗
ป รั ช ญ า แ ป ด ส า แ ห ร ก
SONG-982
...สองโลสามสิบห้านี่ เค้าขายกันโลละยี่สิบนะคะ​​ ​​ถ้าคิดโลละยี่สิบคุณนายก็​​ได้แค่โลครึ่ง ฉันก็แถมให้​​เป็นโลแปดขีด ​​ถ้าคิดสองโลสามสิบห้าจริง ก็ตกโลละสิบเจ็ดบาท​​ห้าสิบ ตกขีดละบาท​​เจ็ดสิบหน้าตังค์ ​​ทั้งหมดสิบแปดขีดก็​​ต้องสามสิบเอ็ดบาท​​...
ปรัชญาแปดสาแหรก
**************************************************************

"ทำอย่างนี้มันโกงกันนี่แม่ค้า!" เธอรี่เข้ามาชี้หน้า ตั้งท่า​จะด่ากราดไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม

"ปากตะกร้อนะคะ​...​อมเปรี้ยวนิดๆ​ ​เพราะยังไม่ลืมต้น" คู่กรณีเพียงชำเลืองด้วยหางตา ขณะปากยังคงโฆษณาสินค้าสดใหม่ต่อ​ไป

"คอยดูนะ ชั้น​จะแจ้งตำรวจให้มาจับแก ข้อหาโกงตาชั่ง"

คราวนี้ "แม่ค้า" หันมามองเธอตรงๆ​ ยิ้มให้เล็กน้อย​พร้อม​กับชี้นิ้วข้ามฝั่งคลอง​ไป

"ข้ามสะพานตรง​ไปสุดซอยแล้ว​เลี้ยวซ้าย" ส่งเสียงเนือยๆ​ ขณะยกแขนเสื้อขึ้น​ซับเหงื่อ

"ข้าม​ไปทำไม้!!!" คนอารมณ์ร้อนมา​แต่แรกตวาด เหงื่อไหลไคลย้อยพอกัน

"ก็...​​ถ้าคุณนาย​จะ​ไป​จะ​ได้ฝากค่าประกันตัว​เมื่อวาน​ไปให้ร้อยเวรแกด้วย" แม่ค้าประชดด้วยสีหน้า​เป็นจริง​เป็นจัง "​ต้องกลับ​ไป​เอาหลักฐานอะไร​ก่อนไหมคะ​ เห็นเดินมาตัวเปล่าๆ​ หรือ​จะ​เอาเท่า​เมื่อวาน ​แต่วันนี้สองโลสี่สิบ ห้ามต่อค่ะ​" แล้ว​ยกถุงโอเลี้ยงขึ้น​มาดูดรวดเดียวหมดถุง เรอดังเอิ๊ก ​เมื่อเห็นคุณนายยังยืนค้อนปะหลับปะเหลือกอย่างไม่รู้​จะโต้ตอบอย่างไร​ได้

"ก็ๆ​ แก แกโกงชั้นชัดๆ​ ชั้นซื้อมะม่วง​ไปสองกิโล ทำไมชั่งให้แค่โลแปดขีด คนบ้านเธอเค้าไม่เรียกว่าโกง เค้า​จะเรียกว่าอะไร​!"

จนรวบรวมสติ​ได้อีกครั้งนั่นแหละ​ จึงออกปากสาธยายต้นสายปลายเหตุอีกคราว

"สองโลสามสิบห้า คุณนายต่อสามสิบ​ได้โลแปดขีดนี่ คุณนาย​ได้กำไรนะคะ​" แม่ค้ายืนกรานกลับมาอย่างใจเย็น

"ชั้นต่อเธอสองโลสามสิบนะยะ!"

"อุวะ!...​อิชั้นก็บอก​ไปแล้ว​ไงคะ​ว่าขายไม่​ได้ขายไม่​ได้...​ก็​จะ​เอา​จะ​เอาแล้ว​ก็​เอาถุง​ไปเลือกๆ​ แล้ว​ก็โยนโครมมา​ที่ตาชั่ง ใช่ไหม..ใช่ไหมคะ​!" คนโต้ตอบถึง​กับเท้าสะเอว กล้ำกลืนคำก่นด่าตามฉายาปากตลาดไว้เต็ม​ที่

"แล้ว​มันก็ไม่ครบสองโล ทำไมชั้น​ต้องจ่ายเต็มราคาสองโล" คุณนายไม่ลดละ หน้าแดงขึ้น​ถึงใบหูไม่รู้​เพราะโกรธหรือ​เพราะอากาศบ่ายจัด​ที่ร้อนอบอ้าว

"ราคาสองโลมันสามสิบห้าค่ะ​คุณนาย...​.เปลืองค่าน้ำมันรถมาเท่าไหร่คะ​นี่" แม่ค้ายักไหล่ถาม

"มันเรื่อง​ของชั้น ฉัน​ต้องการมาถามหา​ความยุติธรรม ก็มันหน้าขี้โกง คอยดูชั้น​จะฟ้องร้องให้เค้ามารื้อตลาดโกโรโกโสนี่ให้เตียน"

แล้ว​แม่ค้าก็ชี้มือข้ามคลอง​ไปอีกครั้ง "เชิญ​ที่โน่นค่ะ​ ข้ามคลอง​ไปสุดซอยแล้ว​เลี้ยวซ้าย ตรงนี้คนเค้า​จะค้า​จะขายกันค่ะ​" เธอตัดบทการสนทนา หัน​ไปยิ้มแย้มอ่อนหวาน​กับแม่บ้านอีกคน​ที่เมียงๆ​ เข้ามาเลือกผลไม้สดสีสวย

"แก...​แกโกงชั้นนะยะ!!!"

"เอ๊ะคุณ!...​คุณเลือกมะม่วงใส่ถุงแล้ว​ยื่นมาให้ฉันชั่ง ฉันก็บอก​ไปว่าอุ๊ย! มือ​แม้นแม่นจริงๆ​นะคะ​..ใช่ไหม..ใช่ไหม...​แล้ว​ก็หยิบเพิ่มให้อีกลูกนึงด้วยซ้ำ" แม่ค้ามะม่วงคุ้ยขึ้น​มาบ้างอย่างเหลืออด

น่าแปลก​ที่ตอนคนซื้อเข้ามาโวยวาย แม่ค้าลูกค้าแถวนั้น​แค่ดูอยู่​ห่างๆ​ บ้างซุบซิบกันพอ​เป็นพิธี ​แต่พอคนขายเริ่มขึ้น​เสียงขึ้น​มาบ้าง คน​ทั้งนั้น​กลับรุมกันเข้ามามุงดูเหตุการณ์อย่างสนอกสนใจเต็ม​ที่

"ก็มันหาย​ไปไหนสองขีดล่ะ...​อย่ามาทำ​เป็นคารงคารม...​แกโกงชั้นชัดๆ​ นะนี่นะ" คุณนายถึง​กับถกแขนเสื้อขึ้น​​ทั้งสองข้าง ​ทั้งร้อน​ทั้งอาย ​แต่อารมณ์ยังอยู่​เหนือกว่า​ความยับยั้งชั่งใจ

"...​ผลไม้ร้านนี้ไม่หวานไม่สด...​แค่ช้ำยังรับเปลี่ยน...​​เมื่อวานราคามันตก ขายสองโลสามสิบห้าก็แทบขาดทุน คุณนายซื้อแค่สามสิบ อิชั้นยังแถม​ไปให้อีก ​จะให้จาระไนไหมคะ​ว่า ​ใครขาดทุน​ใครกำไร" ​เมื่อเห็นคนกล่าวหายังจ้องตาเขม็ง คนขายจึงเริ่มอรรถาธิบาย

"สองโลสามสิบห้านี่ เค้าขายกันโลละยี่สิบนะคะ​ ​ถ้าคิดโลละยี่สิบคุณนายก็​ได้แค่โลครึ่ง ฉันก็แถมให้​เป็นโลแปดขีด ​ถ้าคิดสองโลสามสิบห้าจริง ก็ตกโลละสิบเจ็ดบาท​ห้าสิบ ตกขีดละบาท​เจ็ดสิบหน้าตังค์ ​ทั้งหมดสิบแปดขีดก็​ต้องสามสิบเอ็ดบาท​ ยอมขาดทุนคุณนายตั้งบาท​แล้ว​ยัง​จะมาโวยวายทำไมคะ​เนี่ย"

ฝีปากแม่ค้าจำแนกแจกแจง​ได้กระจ่างชัดจนผู้คนรอบข้างส่งเสียงระงม​เป็นเชิงเห็นด้วย คุณนายถึง​กับกระสับกระส่ายหันรีหันขวางโกรธจนแทบ​จะเต้น

"แล้ว​..แล้ว​...​แกบอกชั้นทำไมว่ามือ​แม้นแม่นอะไร​นั่น" ​และเผลอเลียนเสียงการเจรจาการค้า​เมื่อวาน

"ก็ชื่นชมคุณนายไงคะ​ ว่าซื้อสามสิบก็หยิบแค่สามสิบ ​จะให้ฉันบอกว่ายังไงคะ​ ก็มัน​แม้นแม่นจริงๆ​ นี่คะ​" เสียงแม่ค้าแฝงแววครึกครื้น จนคนรอบข้างอดอมยิ้มตามไม่​ได้

"แกโกงชั้น แกโกงชั้นอย่างหน้าด้านๆ​ คอยดู้...​คอยดู ชั้น​จะ​เอาตำรวจ ​เอาเทศกิจ มาลากคอแกเข้าตะราง" คุณนายกระทืบเท้าเร่าๆ​ ฝากฝังรอยแค้นไว้แล้ว​ก็สะบัดหน้าด่าลมด่าแล้งจาก​ไปสู่รถคันหรู​ที่จอดรอรับอยู่​ไม่ไกลนัก


ทุกชีวิตกลับมาเคลื่อนไหว​ไปตามทางชีวิตตนอีกครั้ง คู่ค้าข้างๆ​ ขยับเข่งลำไยมาขายเคียง ตัวชูโรง​เมื่อครู่อมยิ้ม​เมื่ออ่านเจตนาอีกฝ่ายออก คงตั้งใจ​จะถามไถ่กันให้แน่นอนลง​ไปอีก ​จะ​ได้หาทางโยนดอกไม้ชื่นชมเชาว์ปัญญาของ​เพื่อนร่วมอาชีพ​ได้อย่างไม่ขัดเขิน

"เอ็ง​ไปโกงเค้าจริงเรอะวะ" อีกเจ้า​ที่ขายฝรั่งปุยฝ้ายถือสนิทมาถามตรงๆ​ ไม่​ต้องเลียบเคียงอันใด

"ไฮ้!...​.​จะ​ไปโกง​ไปกินมันทำไมล่ะป้า...​ขายไม่​ได้ก็ไม่ขาย..บาท​สองบาท​มันทำให้รวยกัน​ได้เรอะ ซื้อหวยบนดินยังไม่​ได้สักครึ่งใบเลย​ เค้าอยาก​จะซื้อแค่นั้น​ฉันก็ขายเค้าแค่นั้น​ ก็บอก​เขา​ไปแล้ว​ป้าก็​ได้ยินกะหู"

"เอ็งก็ไม่น่า​ไปปากเบาชมเค้าว่าชั่งม่งชั่งแม่นอะไร​นี่หว่า" หญิงชราพยายามพูดอย่าง​เป็นกลาง ตาคอยชำเลืองมองการเลือกหาผลฝรั่งเปลือกเนียนไร้ตำหนิของอาซิ้มคนหนึ่ง​อย่างรำคาญนิดๆ​

"เค้าก็ไม่น่าหูเบามาเชื่อฉันนี่ป้า เค็มยังกะเกลือขนาดนั้น​น่ะ ซื้อฝรั่งป้า​ไปก็ไม่​ต้องเสียเวลาหาอะไร​มาจิ้ม" คนตอบพยายามตอบอย่างติดตลก ​เพราะ​ต้องการให้มันผ่าน​ไป​โดยเร็ว

"นี่แหละ​สัญชาติแม่ค้า!!!"

แล้ว​เสียงก็ดังมาจากอีกคน​ที่ยื่นส้มเขียวหวานมาให้ครึ่งลูก ต้นเหตุรับมาแกะเปลือก​และยัดเข้าปาก​ทั้งซัง ถ่มเมล็ดออกมาแล้ว​กล่าวชื่นชม

"หวานดีนะพี่จิต ​เอามาแลกกะชั้นสักโล​ได้ไหม ​จะ​เอา​ไปฝากไอ้แดงมัน" เธอทำท่า​จะเลือกมะม่วงลูกดีๆ​ ให้แม่ค้าส้มจริงๆ​

"ไม่​ต้อง...​ไม่​ต้อง ​เอา​ไปฝากมันสักสองโลสามโล โลเดียวเจ็ดแปดลูกมัน​จะ​ไปอิ่ม​ไปออกอะไร​...​​เอา​ที่เปลือกแห้งๆ​ ขั้วแห้งๆ​ หน่อย​นี่แหละ​​กำลังจัด ส้มอีจิตอมเปรี้ยวสักนิด แม่ยอมให้​เอามาปาหน้าสิเอ้า!" ​เพื่อนร่วมอาชีพรีบเลือกส้มผิวมีตำหนิให้อย่างใจป้ำ

"ขอบใจจ้ะ​พี่...​..คะ​...​.ค่ะ​ต้นเองค่ะ​...​..ปากกร้อค่ะ​ ​ที่บ่มนี่​จะเนื้อแข็งหน่อย​อมเปรี้ยวนิดๆ​ น้ำดอกไม้ก็อย่างนี้แหละ​ค่ะ​...​.นี่อกร่องสวน ผิวไม่สวย​แต่ไม่ช้ำ รับรอง ชิมก่อนนะคะ​...​นี่ค่ะ​...​ลูกไหนก็เนื้อนี้ รสชาติเหมือนกันหมด"

เธอหันกลับ​ไปขายสินค้าของตนอย่างชำนิชำนาญ​และกระตือรือร้นต่อ​ไป...​.ไม่มีเวลาเก็บข้อพิพาทนั้น​มา​เป็นอารมณ์ ​เพราะเงินต่อเงิน วันต่อวันสมัยนี้​ต้องหมุน​ต้องเหวี่ยงกันสุดๆ​ ดีว่าอาเจ๊ร้านส่งแกใจดีให้ติดให้เชื่อ​ได้บ้างตามประสาแม่ค้าแม่ขายด้วยกัน

ยาม​จะอ่อนหวานละมุนละม่อมนั้น​ไม่มี​ใครเกินคนทำมาค้าขาย ​เพราะการ​จะถ่ายเทเงินจากกระเป๋าเค้ามาสู่มือเรา ย่อม​ต้องอาศัย​ทั้งตัวสินค้า​ที่ขาย น้ำใจ​และน้ำคำ ​ส่วนกลยุทธการขายนั้น​​เป็นของ​ใครของมัน นอกเสียจากว่ามันจำ​เป็น​ต้องขาย​เอาทุนจริงๆ​ จึง​จะนัดแนะราคาให้เหมือนกัน​ไป​ทั้งตลาด ถึงตอนนั้น​​ใครมาขายตัดราคาก็​จะถูกอัปเปหิออก​ไปจากย่านอย่างไม่​ต้องเผาผีกันอีก

บางครั้งชีวิตแม่ค้าจึง​ต้องอาจระแวดระวังกันเอง ระมัดระวังลูกค้า​และพ่อเทศกิจ​ทั้งหลาย ​เมื่อถึงยามเย็นย่ำตลาดในใกล้​จะวาย แล้ว​​ต้องย้ายกันมาตั้งแผงลอยแข่งกันขาย​ที่ริมถนน ปากหวานเข้าไว้ เสียงดังเข้าว่า ลดแลกแจกแถมให้เจ๊งกันข้างนึงก็ว่ากัน​ไป ตาม​แต่​ใคร​จะใจถึงกว่า​ใคร

"ข้าว่ายัยคุณนายนั่นไม่เลิกรามือง่ายๆ​ แน่...​..คนคิดเล็กคิดน้อยขี้ไม่ให้หมาดมอย่างนั้น​ มันชอบมาหา​ความสุข​กับการทะเลาะ​กับแม่ค้าอย่างเราๆ​ นี่แหละ​" คนขายลำไยหันมาเปิดหัวข้อสนทนาเดิม หลังจากคลื่นลูกค้าระลอกใหญ่ผ่านพ้น​ไป

"มัน​จะว่ายังไง​ได้อีกล่ะพี่...​เราก็ขายของเห็นหน้าเห็นตากันอยู่​ทุกวี่ทุกวัน คุณนายนั่น​จะ​เอายังไงก็​ต้อง​เอากะเค้า...​อย่างเราๆ​ ​จะโยกย้าย​ไปไหน​ได้ เหตุผลอะไร​ๆ​ ฉันก็บอกเค้า​ไปหมดแล้ว​ ทำไมนะพี่...​คนเรา...​ให้รวยล้นฟ้ายังไงก็ยังไม่พอ ​จะกระเด็นกระดอน​ไปทางไหนสักสลึงสักสตังค์หละ​เป็นไม่​ได้ แม่​เป็นไม่ยอม แล้ว​ไอ้​ที่โยนให้ลูกให้เต้า​ไปผลาญกันโครมๆ​ ตามห้างตามผับตามเทคตามวงเหล้าวงไพ่อะไร​นั่น มันไม่เห็น​จะมาใส่ใจอะไร​กัน"

ต้นเรื่อง​ไม่รู้ว่ายกแขนเสื้อขึ้น​ปาดเหงื่อ​เป็นครั้ง​ที่เท่าไหร่แล้ว​ในวันนี้ พูดพลางจัดผลไม้ในกระจาดตรงหน้า​ไปพลาง เลือกลูก​ที่งามๆ​ จัดวาง​เป็นชั้นหลั่นกันให้น่ามองน่าชิม

"ก็อย่าง​ที่ข้าว่าไง...​มันถึง​ต้องมาหาเรื่อง​ปะฉะดะกะพวกเราๆ​"

แล้ว​สิ่ง​ที่กลุ่มแม่ค้าสามสี่เจ้าตรงนี้หวั่นใจก็มาจอดเทียบตรงหน้า รถนำขบวน​คือรถเก๋งสีแดงสดคันใหญ่ของคุณนายมันยาวจนบัง​ทั้งกลุ่ม​ได้จากสายตาคนฝั่งตรงข้าม ถัด​ไป​เป็นรถเครื่องสีขาวเทอะทะอย่าง​ที่คนย่านนี้นิยมเรียกว่ารถฉลามบกของตำรวจท้อง​ที่ แล้ว​ก็ตามมาด้วยรถกระบะสีขาว-เขียวของหน่วยเทศกิจ

คน​ทั้งหมดลงจากรถมาด้วยอารมณ์ต่างๆ​ กัน​ไป คุณนายเดินเชิดหน้าเข้ามาอย่างรู้สึก​เป็นต่อเต็ม​ที่ ตามด้วยตำรวจยศนายร้อยคนหนึ่ง​​และเจ้าหน้า​ที่เทศกิจอีกสามคน

เหล่าแม่ค้ายกมือสวัสดีทักทายนายตำรวจหนุ่ม​กับพวก​ที่เหลืออย่างฝืนยิ้มด้วยยังไม่แน่ใจว่า ​จะ​ต้องรับสถานการณ์กันท่าไหน นายร้อยหนุ่มก็ยกมือรับไหว้อย่างนอบน้อม ​เพราะอ่อนอาวุโสกว่าคน​ทั้งหมด แล้ว​ค่อยแจ้งข้อกล่าวหาชัดถ้อยชัดคำ

"คุณนายนี่เค้ามาแจ้ง​ความว่า คุณน้าชั่งของขาด...​โกงตาชั่งมันผิดกฎหมายนะครับ​" ​เขาเบือนหน้า​ไปทางเจ้าทุกข์เล็กน้อย ​ซึ่งขณะนี้​กำลังชูเชิดหน้าตาตัวเองจนแทบ​จะเขย่ง

"​เขามาแจ้งว่าพวกป้าออกมาขายของบนทางเท้า กีดขวางทางเดิน" เทศกิจอีกคนเสริมเบาๆ​

"คนเดินก็อย่ามาซื้อตรงนี้สิคะ​ เดิน​ไปซื้อในตลาดโน่น พวกอิฉัน​จะ​ได้ตามเข้า​ไปขาย" ยายป้าขายฝรั่ง ผู้อาวุโสสุดใน​ที่นั้น​แย้งยิ้มๆ​ ​เพราะคุ้นเคย​กับเทศกิจกลุ่มนี้มานาน เหมือนเห็นหน้าลูกหลานแล้ว​ก็ทักทายกัน

"แหมป้า...​ผมแค่มาชี้แนวผ่อนผันให้คุณนายเค้าดูแค่นั้น​แหละ​ครับ​...​อ้าวนี่ป้าๆ​ ตั้งเข่งทับเส้นนี่..ผมจับ​ได้นะ" ​เขายิ้มแกมหยอก ชี้แนวเส้นสีเหลืองจางๆ​ หมายให้ทุกคน​ได้มองตาม

"พวกอิชั้นยังอยู่​ในกรอบนะคะ​พ่อรูปหล่อ" แม่ค้าลำไยชม้ายตาหวานเข้าใส่ "เอ้า!...​.​เอาลำไย​ไปฝากเมีย กินๆ​ ซะให้มันร้อนในเล่นๆ​ เผื่อพ่อรูปหล่อ​จะมีเวลาหันมามองแม่ค้าจนๆ​ อย่างน้าบ้าง"

เทศกิจหนุ่มยิ้มให้แม่ค้าลำไยผู้ผัดหน้าผ่องทาปากแดงสม่ำเสมอ ก่อนหันมาอธิบายเรื่อง​แนวเขตผ่อนผันให้ขายของบนทางเท้าให้คุณนาย​ได้รับทราบ ​เมื่อหมดหน้า​ที่ของตัวเองแล้ว​ก็หันมารับลำไยถุงใหญ่นั่น ก่อนเดินกลับขึ้น​รถติดเครื่องยนต์จาก​ไป​ทั้งกลุ่ม

เหลือ​แต่นายร้อยหนุ่ม​ที่ยังยืนยิ้มคุมสถานการณ์อยู่​อย่างใจเย็น

"อีนี่มันโกง ดิฉันนะคะ​คุณตำรวจ " คุณนายชี้หน้าแม่ค้ามะม่วง

"ขึ้น​อีเลย​เรอะคุณนายตีนแดง...​.เอ้า!...​คุณนายร้อย ​จะ​เอายังไงก็ว่ามา คน​ต้องค้า​ต้องขาย เดี๋ยวเค้า​จะนึกว่ามีเรื่อง​ราวอะไร​ใหญ่โต" ต้นเรื่อง​ตั้งท่า​จะไกล่เกลี่ยเสียเองด้วยซ้ำ "​ถ้า​จะว่าโกงกิโลก็นี่ ดูซะนะคะ​...​." เธอชั่งมะม่วงสามกิโลจากตาชั่งตนเอง แล้ว​เดิน​ไปชั่งเทียบ​กับเครื่องชั่งของอีกสามเจ้า​ที่เหลือ

"ข้อหาโกงตาชั่ง...​.​เป็นอันโมฆะ" เสียงดังฟังชัดของนายร้อยดังขึ้น​

"​แต่มันโกงดิฉันนะคะ​ ชั้นซื้อสองกิโลมันชั่งให้แค่โลแปดขีด" คุณนายยืนกราน

"อ้าว!...​." คนกลางถึง​กับอุทาน "ตอนแจ้ง​กับผมทำไมบอกว่าน้าเค้าโกงตาชั่งล่ะครับ​...​อย่างนี้เข้าข่ายแจ้ง​ความเท็จนะครับ​"

"​ใครบอกคุณอย่างนั้น​ ดิฉันแจ้ง​ความว่า นังแม่ค้าหน้าด้านคนนี้โกงกิโลฉัน ให้ของไม่ครบ​กับ​ที่ตกลงซื้อขาย" คุณนายเปลี่ยนลิ้นแทบไม่ทัน

"เอ๊ะ! คุณนายซื้อแค่สามสิบ ฉันก็ชั่งให้สามสิบ มันโกงกันตรงไหนไม่ทราบ" แม่ค้ามะม่วงต้นตอของกรณีพิพาทชักอารมณ์เสีย ​เพราะการขายขาดช่วง​ไปนานจนตลาดแทบ​จะวาย

"ก็ชั้นซื้อสองโลๆ​ หูหนวกหรือไง ถึงชั่งให้แค่โลแปดขีด" คนแสดงตัว​เป็นเจ้าทุกข์หนักหนาสาหัส ขึ้น​เสียงข่มขู่

"คุณนายลอง​เอาหัวแม่เท้าคุณนายตรองดูให้ดีๆ​ ก่อนนะคะ​ คุณนายบอกสามสิบ​ได้ไหม สามสิบ​ได้ไหม ชั้นก็ขายให้​ไปนั่นไงล่ะ...​...​"

ไม่ทันจบคำรถเก๋งอีกคันก็ปราดเข้ามาจอดอยู่​หน้ารถคุณนาย ตราโล่สีทองระยับอยู่​​ที่หน้ากากหม้อน้ำ ผู้ก้าวลงมาจากรถคันใหญ่กว่าคัน​ที่จอดอยู่​ก่อน​ได้รับการทำ​ความเคารพอย่างแข็งขันจากนายร้อยหนุ่ม

คราวนี้ไทยมุงถึง​กับส่งเสียงฮือฮา ​เพราะท่าทางเรื่อง​​จะไม่ยุติง่ายๆ​ คุณนายรี่เข้า​ไปเกาะแขนนายพันตำรวจโทท่านนั้น​อย่างถือสนิทสนม​และถือโอกาสวางเขื่อง​ไปในตัว

"มีอะไร​หรือครับ​คุณพี่ ผมยังติดประชุมรับนโยบายนายใหม่อยู่​เลย​นะนี่" ผู้มาใหม่ถามด้วยเสียงดังกังวานทรงอำนาจ

"พี่ไม่ยอมนะสารวัตร นังแม่ค้านี่โกงพี่ยังไม่เท่าไหร่ พ่อตำรวจคนนี้ยังทำท่า​จะไม่​เป็นกลาง ไม่ทำตัว​เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์" เธอถีบหัวปลาซิวส่ง​ได้เฉยๆ​

"กะเรื่อง​แค่นี้ ผมไม่มีเวลาหรอกนะคุณพี่ ทำไมเรื่อง​แค่นี้หมวดจัดการไม่​ได้หรือไง" ท่านสารวัตรจึงหัน​ไปไล่เบี้ย​เอา​กับลูกน้อง

"ครับ​พ้ม...​​ถ้าตกลงกันไม่​ได้ก็​ต้อง​ไปเจรจากัน​ที่สถานีตำรวจ...​ครับ​พ้ม" ​เขาตะเบ๊ะเต็มอัตราอีกครั้ง​เมื่อชี้แจงขั้นตอนจบ

"ต๊าย!!!...​ไม่​ได้นะสารวัตร พี่ไม่มีเวลาขนาดนั้น​ นี่นัดช่างทำผมไว้ คืนนี้​ต้องออกงาน...​" ​ส่วนคุณนายก็หัวไม่ยอมหางไม่ยอมอยู่​อย่างนั้น​

"งั้นพี่ก็ยอม​ความกันให้จบๆ​ ​ไป...​" สารวัตรเอ่ยขึ้น​ด้วยน้ำเสียงปนรำคาญ

"ไม่ด๊าย...​ยิ่งไม่​ได้ใหญ่ พี่เสียเวลาถึงขนาดนี้แล้ว​นะคะ​"

สารวัตรถึง​กับส่ายหน้าอย่างละเหี่ยใจ ​ต้องกัดฟันพูดออกมา "งั้นคุณพี่ก็​ต้องเสียเวลาสักหน่อย​​ไปเจรจาให้ปากคำกัน​ที่โรงพัก...​."

"โธ่!!...​ท่านคะ​ อิฉันไหว้หละค่ะ​...​​เอาฉัน​ไปตอนนี้ก็​ต้องขาดทุนป่นปี้​เป็นหนี้​เป็นสินเค้าอีกเท่านั้น​ นี่ยังขายไม่​ได้ทุนเลย​นะคะ​" แม่ค้ามะม่วงทรุดตัวลงเหมือนหมดแรง ยกมือไหว้ท่วมหัว หวังให้คนขับรถคันใหญ่มาเดี่ยวๆ​ นี่เข้าใจกันสักน้อย

"ก็สมควรแล้ว​ไงล่ะ แกอยากมาโกงชั้นทำไม ไม่รู้จักซะแล้ว​ว่า​ใคร​เป็น​ใคร" คุณนายก้าวเข้ามายืนค้ำหัวคนนั่งพนมมือน้ำตาไหลพราก​เพราะน้อยใจในชะตาตนเอง ​เพื่อนแม่ค้า​ที่เหลือก็จนใจ​กับดาวบนบ่าเหล่านั้น​ ​ได้​แต่ประคองให้​เพื่อนร่วมอาชีพผู้ประสบเคราะห์ลุกขึ้น​​พร้อมน้ำตากลบตากัน​ทั้งกลุ่ม

​ใครเล่า​จะเห็นขัน ว่าเรื่อง​น้ำผึ้งหยดเดียวนี้​จะบานปลายใหญ่โต จนแม่ค้าคนหนึ่ง​​ต้องขาดทุน​ที่มีไว้เพียงต่อทุนอย่างย่อยยับเช่นนี้

"เชิญครับ​คุณน้า ผม​ต้องอายัดของกลางนี่​ไปด้วยนะครับ​"

นายร้อยหนุ่มกล่าวอย่างลำบากใจ ขณะเดียว​กับเสียงแกร๊งๆ​ เสียงแรกดังขึ้น​มาจากพื้น เหรียญห้าถูกโยนมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้ว​ก็

"แกร๊งๆ​ๆ​..แกร๊งๆ​..แกร๊ง"

เสียงบรรดาเหรียญขนาดต่างๆ​ อีกมากมาย​ก็ทยอยถูกโยนออกมาจากกลุ่มไทยมุงรอบข้างกลุ่มใหญ่ ​ทั้งหมดไม่​ได้พูดอะไร​ออกมาเลย​ คงรู้สึกว่า​น้ำใจนี้เล็กน้อยเกินกว่า​จะกล่าวอนุโมทนากุศลจิตอันใด ถึง​แม้ประมาณด้วยสายตา มองอย่างไรก็ไม่มีทาง​จะเท่าทุน​ที่ลง​ไปของแม่ค้าผู้มีน้ำตานองหน้าในตอนนี้ ​แต่บางคนก็หวังว่า ห้าบาท​สิบบาท​​ที่โยนลงขันกันมานี่ น่า​จะซื้อหัวใจของคุณนายหน้าเลือดนี่​ได้บ้างสักเสี้ยว

"เร็วสิสารวัตร ลากคอมัน​ไปโรงพัก" ถึงขั้นนี้แล้ว​คนอย่างคุณนาย​ที่เสียเวลา เสียหน้า เสียแรงมาทวงมะม่วงสองขีดมีหรือ​จะยอมถอย

นายร้อยหนุ่มหัน​ไปมองหน้าผู้บังคับบัญชา ​เมื่อเห็นท่านพยักหน้าก็ตรงเข้า​ไปเกาะตัวแม่ค้ามะม่วงผู้น่าสงสาร

"​เอาของกลางนั่นใส่ท้ายรถชั้น​ไปก็​ได้" คุณนายเสนอแนะอย่างผู้ชนะ​และสะใจสุดๆ​

"ไม่​ต้องหรอกคุณพี่...​." เสียงสารวัตรดังขัดขึ้น​อย่างสุขุมเข้มแข็ง "หมวดหิ้วมะม่วงนี่​ไปแค่สองถุงก็พอ ให้แม่ค้าเค้าซ้อนท้าย​ไป ​ส่วน​ที่เหลือผมเหมา...​เอ้า! ​ใครก็​ได้ช่วยขน​ไปใส่ท้ายรถผมหน่อย​...​.เท่าไหร่ก็จ่าย​ไปนะหมวด แล้ว​มาคิด​กับผมทีหลัง...​"

แล้ว​ท่านนายพันตำรวจโทผู้ทรงสง่าภูมิฐานนั้น​ก็จาก​ไป​พร้อม​กับมะม่วงสี่กระจาดใหญ่ๆ​ รถคันโตนั่นค่อยๆ​ เลือนหาย​ไป​กับการจราจร​ที่แออัดของยามเย็นอันหฤหรรษ์

& & & & & & & &&& & & & & & &

 

F a c t   C a r d
Article ID A-524 Article's Rate 7 votes
ชื่อเรื่อง ป รั ช ญ า แ ป ด ส า แ ห ร ก
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๗ กันยายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๓๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : กางเขนดง [C-1561 ], [202.223.152.1]
เมื่อวันที่ : 17 ก.ย. 2547, 16.34 น.

ชอบค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รจนา ณ เจนีวา [C-1562 ], [213.102.41.118]
เมื่อวันที่ : 18 ก.ย. 2547, 00.18 น.

แหม คุณสร๊อง (ขอขึ้น​เสียงสูงแบบแม่ค้าในตลาดหน่อย​เถอะ) คุณตำรวจแบบสองท่านนี่ยังมีอยู่​จริงหรือ?? แล้ว​ไทยมุงมากด้วยน้ำใจอยู่​​ที่ไหนกันบ้างเนี่ย? ​จะขอดูหน้า​เป็นบุญหน่อย​ ​แต่เชื่อว่าคนแบบคุณนายมีแน่
ดีจังค่ะ​ เรื่อง​แนวนี้ ทำให้รู้สึกว่า​โลกน่าอยู่​ ตำรวจ​เป็นมิตร ไทยมุง​คือ​เพื่อนคนไทยเหมือนกัน
รจนา หน้าเริ่มหนาว (หนาวนะคะ​ ไม่ใช่หนา)

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น