นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๗
จาก..คันไซ..ไป..ฮอกไก(ล)โด
กางเขนดง
...มาแล้ว​​จ้า คราวนี้กางเขนดงพา​​ไปเ​​ที่ยวไกลถึงเกาะฮอกไกโด ​​ใครสนใจ ตามมาเล้ยยย...
"วาตาชิวะ ฮอกไกโดนิ อิคิไต้เดส"
ฉันพูด​กับ​เพื่อนชาวญี่ปุ่น ​เมื่อเธอถามถึงโปรแกรมวันหยุด​เนื่องจากเทศกาล บอง โอโดริ (Bon Odori) ​ที่​จะถึงในเดือนสิงหาคม ประโยคนั้น​แปลว่า ฉันอยาก​ไปฮอกไกโด (อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเก่งภาษาญี่ปุ่นนะคะ​ อยากพูดเลย​จำเค้ามาอีกที​เอาไว้พอ​เอาตัวรอดเวลาซื้อ​กับข้าวค่ะ​ ฮี่ๆ​ )​

เทศกาล Bon Odori ​เป็นเทศกาล​ที่รำลึกถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ​ไปแล้ว​ (คล้ายๆ​ เช็งเม้งคนจีนมังคะ​) ​ส่วนใหญ่​จะ​เป็นวันหยุดทุกฤดูร้อน​เพื่อให้กลับ​ไปบ้านเกิดเยี่ยมครอบครัว (นึกถึงวันสงกรานต์ค่ะ​) ​และอาจเดินทาง​ไปเคารพหลุมศพคนในครอบครัวผู้ล่วงลับ วันหยุดยาวๆ​ แบบนี้ มหาวิทยาลัยก็ปิด บริษัทก็หยุด ครอบครัวก็อาจ​จะพากัน​ไปเ​ที่ยวต่างจังหวัด ​ใครๆ​ ก็หยุดกันหมด อโลนอินโกเบอย่างฉันก็​ต้องหาทาง​ไปบ้างหล่ะค่ะ​ ขืนอยู่​บ้านตลอดวันหยุดมีหวังแห้งตายคาบ้าน เลย​จัดแจงนัดแนะครอบครัวสำรอง แหะๆ​ ไม่ใช่​ใคร​ที่ไหนค่ะ​ ​เพื่อน​ที่อยู่​ต่างเมือง​ไปเ​ที่ยวฮอกไกโดกันค่ะ​



แผนการเดินทาง (13-17 สิงหาคม 2547)
ฮอกไกโด​เป็นเกาะทางเหนือสุดของญี่ปุ่นค่อนข้างไกลจากเมืองแถบคันไซ​ซึ่งอยู่​บนเกาะฮอนชูเกาะ​ที่ใหญ่​ที่สุดของญี่ปุ่น การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างไกลเรา​จะ​ไป​โดยเครื่องบินค่ะ​ จากสถานีแถวบ้านเดินทาง​โดยรถไฟ​เพื่อ​ไปสถานี​ที่ใกล้สนามบินแล้ว​ต่อ monorail ​ไปสนามบิน Osaka International Airport (​เป็นสนามบิน​ที่​ใช้สำรับบินภายในประเทศ​ส่วนใหญ่ สำหรับสนามบิน​ระหว่างประเทศชื่อ Kansai Airport สร้างทีหลังให้เจ้านกเหล็กร่อนลงกลางทะเลเลย​ค่ะ​) นั่งเครื่องบินราวๆ​ ชั่วโมงครึ่ง​ไปถึงสนามบิน Shin chitose จากนั้น​ต่อรถไฟ​ไปเมือง Supporo ประมาณครึ่งชั่วโมง​เพื่อพัก​ที่ Supporo Youth Hostel ​ทั้งหมดสี่คืน

การเดินทางหลายต่ออยู่​เหมือนกันค่ะ​​แต่ไม่ยาก ​เพราะข้อมูลของระบบการขนส่งมี​พร้อม รวม​ทั้งตารางเวลา​ที่แม่นยำทำให้วางแผน​และทำตามแผน​ได้ดังใจค่ะ​ ​แต่​ถ้า​จะให้ง่ายขึ้น​​ไปอีกพอมี​ความรู้ภาษาญี่ปุ่นบ้างก็ยิ่งเยี่ยม ​เพราะนอกจาก​จะอ่านข้อมูลจากแผ่นพับ​ได้แล้ว​ยัง​สามารถเรียกดูข้อมูลต่างๆ​ ​ได้จากอินเตอร์เน็ตในภาษาญี่ปุ่นค่ะ​ (​ถ้าไม่มี​ความรู้ภาษาญี่ปุ่นก็พึ่งพาคน​ที่รู้ค่ะ​) ข้อมูลนี่รวม​ทั้งพยากรณ์อากาศด้วยนะคะ​ สังเกตว่าคน​ที่นี่พึ่งพานักพยากรณ์ซะ​ส่วนมาก (ต่างจากบ้านเรา) น่า​จะ​เป็น​เพราะว่าประเทศญี่ปุ่น​เป็นเกาะมีโอกาสเจอพายุไต้ฝุ่น ฝนตก​ได้มากกว่า ​และคำพยากรณ์ก็ค่อนข้างแม่นยำ จากข้อมูลช่วงวัน​ที่​ไปอากาศแจ่มใส มีแดดทุกวันยกเว้นวัน​ที่ 15 เมือง​ที่เรา​จะ​ไปเ​ที่ยวก็​คือ ฟูราโนะ โอทารุ ​และซัปโปโรค่ะ​

แผน​ที่เกาะฮอกไกโด ​และเมืองต่าง ๆ​

เมืองฟูราโนะ
ประเดิมเ​ที่ยววันแรกด้วยการ​ไปเมืองฟูราโนะกันค่ะ​ เมืองฟูราโนะอยู่​ห่างออก​ไปจากซัปโปโร​ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมง​โดยรถไฟ ​ที่ฟูราโนะมีทุ่งดอกไม้ค่ะ​ ​และ​ที่ขึ้น​ชื่อก็​คือ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์​ที่​ใช้ทำน้ำหอม หรือของหอมอื่นๆ​ กลิ่นลาเวนเดอร์ไงคะ​ ​ที่จริงแล้ว​ฤดูกาล​ที่ลาเวนเดอร์​จะเบ่งบานมาก​ที่สุดก็เดือนกรกฎาคม ​แต่เรา​ไปเดือนสิงหาคมก็ยังมีลาเวนเดอร์​และดอกไม้อื่นๆ​ ให้เห็นค่ะ​



​ระหว่างนั่งรถไฟก็มองทิวทัศน์ข้างนอก​ไปด้วยค่ะ​ สังเกตว่า​ที่นี่​เป็นเมือง​ที่ค่อนข้าง​เป็นชนบท มีนาข้าว มีไร่ข้าวโพด มอง​ไปเห็นสีเขียวๆ​ มีภูเขา อากาศดีมากค่ะ​ เย็นๆ​ มีแสงแดด ฟ้าใส เมฆสวยมาก ตรงสถานีเจอต้นเกาลัดออกลูก​พอดีถ่ายรูปมาค่ะ​ ตอนนี้ยังอ่อนอยู่​สีเขียวมีหนามฟูเชียว



ลงรถไฟก็ต่อรถบัสแล้ว​ก็เดิน​เอาตามประสาคนไม่มีรถค่ะ​ ​ที่นี่มีหลายฟาร์มนะคะ​ ​แต่ฟาร์ม​ที่ใหญ่​ที่คน​ไปดูกันเยอะๆ​ ชื่อ โทมิตะฟาร์ม เรา​ไปเ​ที่ยวสองฟาร์มค่ะ​​เป็นฟาร์มเล็กๆ​ ชื่อนาขะฟูระโนะฟาร์ม ​กับโทมิตะฟาร์ม​ที่ว่าค่ะ​

นะขะฟูระโนฟาร์ม
ขึ้น​​ไปชมเบื้อบนด้วยเก้าอี้ลอยฟ้า
เค้าปลูกลาเวนเดอร์กัน​เป็น slope ​ที่เห็นสีม่วงๆ​ นั่นแหละ​ค่ะ​

บริเวณฟาร์มมีคน​ไปเ​ที่ยวกันเยอะค่ะ​ ​ได้กลิ่นของลาเวนเดอร์หอมโชยมา​เป็นระยะ ๆ​ (นึกกลิ่นไม่ออก ลอง​ไปดมวาเป๊กซ์ค่ะ​ กลิ่นใกล้เคียง) มีดอกไม้สีสดชนิดอื่นปลูกให้สีสันด้วยค่ะ​


นี่แหละ​ค่ะ​ลาเวนเดอร์


​ที่ฟาร์มโทมิตะ มีโรงกลั่นน้ำมันหอมจากลาเวนเดอร์ให้ดูด้วย เริ่มด้วยการตัดลาเวนเดอร์ทีปลูก​เป็นกอๆ​ จากนั้น​นำ​ทั้งต้น​ไปกลั่น​โดย​ใช้ไอน้ำจน​ได้น้ำมันหอมระเหยใสสีเหลืองอ่อนค่ะ​


พนักงาน​กำลังตัดลาเวนเดอร์


​เอามากองไว้​เพื่อกลั่น​เอาน้ำมันหอมระเหย


น้ำมันหอมระเหย​ที่​ได้

บริเวณฟาร์มมี​ทั้งร้านของ​ที่ระลึกอันประกอบด้วยสิ่งละอันพันละน้อยล้วน​แต่เกี่ยวข้อง​กับลาเวนเดอร์​ทั้งนั้น​ค่ะ​ เช่น ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ปากกา ดินสอ ยางลบ กลิ่นลาเวนเดอร์ รวม​ไปถึงไอศกรีมกลิ่นลาเวนเดอร์ค่ะ​ เค้าโฆษณาว่ากินแล้ว​ทำให้รู้สึกสดชื่น ลองชิมดูอร่อยดี​แต่มี​ความรู้สึกเหมือนกินน้ำหอมไงไม่รู้ค่ะ​ แฮ่


ดอก hop ค่ะ​



นอกจากลาเวนเดอร์แล้ว​ เมลอน​ที่นี่ก็มีชื่อเสียงนะคะ​ รสชาติหวาน กลิ่นหอม อร่อยดีค่ะ​ แคนตาลูปของจังหวัดสระแก้วน่า​จะสูสีนะคะ​ ​แต่​ที่นี่ลูกใหญ่กว่าแล้ว​ก็มีลาย​เป็นรอยนูน​ที่ผิวนอกค่ะ​


ฟูราโนะเมลอนสองลูกสี่พันเยนค่ะ​


เมืองโอทารุ
เมือง Otaru มีอาหารทะเลสด ๆ​ ขายเยอะแยะเลย​ค่ะ​ (ก็แหมติดทะเลซะขนาดนั้น​นี่คะ​) เครื่องแก้ว ​และกล่องดนตรี โปรโมท​เป็นเมืองท่องเ​ที่ยว​ที่คล้ายเวนิส อิตาลี รวม​ทั้งของ​ที่ระลึก อยู่​ไม่ไกลจาก Supporo นั่งรถไฟ​ไปประมาณครึ่งชั่วโมง พอถึงสถานีโอทารุเดินอีกนิดหน่อย​ก็มองเห็นทะเลแล้ว​ค่ะ​ ​เป็นท่าเรือ ช่วงเช้า​เรา​ไปเ​ที่ยว โอทารุอควาเรียม กันค่ะ​ ​ต้องนั่งเรือ​ไป (​โดยมีนกนางนวลบินตามเรือ​เป็นพรวน รอกินขนมปังจากคนค่ะ​)



​ที่อควาเรียมมีการแสดงของปลาโลมา แมวน้ำ นกเพนกวิน หน้าตาปลาโลมาแบบปากขวด หรือ Bottle nose dolphin ต่าง​ไปจากโลมาปากขวดของไทยตรง​ที่ปาก​จะสั้นกว่าค่ะ​ ลองดูภาพเปรียบเทียบ​ได้​กับภาพในเรื่อง​​ที่เคยตีพิมพ์ชื่อ วันเดียวเ​ที่ยวเมืองจันทน์ ค่ะ​ วันเดียวเ​ที่ยวเมืองจันทน์


bottle-nose dolphins

แมวน้ำตัวใหญ่มาก ขนาดตัวคนเลย​ค่ะ​ เสียงดังมากอีกต่างหาก อีตอนแสดงมาอ้าปากร้องอยู่​ตรงหน้า เล่น​เอาสยองเลย​ค่ะ​ มี​ทั้งตัวนาก แมวน้ำหนวดเฟิ้ม วอลรัสเขี้ยวยาว ​และ ปลาหน้าตาตลกๆ​ เก็บภาพมาฝากกันค่ะ​


ปลาหน้าเอ๋อ


วอลรัสเขี้ยวยาว


แมวน้ำหลับตาพริ้ม


เพนกวินเริงร่าว่ายน้ำ


แมวน้ำตัวโต เสียงดังด้วย

อ้อ ฝนตกจริงตามพยากรณ์ด้วยหล่ะเห็นสายรุ้งด้วย เมืองนี้พยายามทำให้เหมือนเวนิสในอิตาลี ไม่ว่า​จะ​เป็น Otaru canal ขายสินค้าพวกเครื่องแก้ว กล่องดนตรี ตึกออกแนวตะวันตก มีร้านเล็กๆ​ ให้เดินช้อปปิ้ง ​แต่​ที่ต่าง​ไปก็​คือมีอาหารทะเลสดๆ​ ขายกันเพียบเลย​ค่ะ​ ​ที่เห็นกัน​โดยทั่ว​ไป​จะ​เป็นหอย ​กับ ปู ปูมีสองแบบ ​คือ แบบ​ที่ตัว​เป็นขน ​กับแบบ​ที่ตัว​เป็นหนาม แบบในรูปค่ะ​


ปูมีหนาม​ที่กระดอง

ปูมีขน​ที่กระดอง

ไข่หอยเม่น (อูนิ)

Otaru canal

เย็นวันนั้น​เราเลย​อดใจไม่ไหว กินอาหารทะเล​ที่โอตารุ สดมากค่ะ​ ปูเนื้อหวานมาก ยิ่งกินซูชิยิ่งอร่อย ซูชิหน้าไข่ปลา ไข่หอยเม่น หอยเชลล์ กุ้งสด (พิมพ์​ไปน้ำลายหยด​ไป) ตบท้ายด้วยไอศกรีมสับปะรด (จากเมืองไทย ฮ่าๆ​) แล้ว​ค่อยเดินทางกลับซัปโปโร

เมืองซับโปโร
เ​ที่ยวเมือง​ที่อยู่​​เป็นวันสุดท้ายค่ะ​ ในตัวเมือง Supporo มีตึกสวยๆ​ หลายแห่ง ตอนเช้า​เรา​ไปเ​ที่ยว​ที่ Chocolate factory ค่ะ​ ​เป็น​ที่ขึ้น​ชื่อเรื่อง​ขนม​และช็อคโกแล็ต ​โดยเฉพาะ white chocolate


Ishiya Chocolate Factory


คน​กำลังทำงานร่วม​กับเครื่องจักร ทำขนมขึ้น​ชื่อ สอดไส้ white chocolate


น่ากินท้างน้านนน


น้ำลายไหล

หลังจากกินเค้ก กะ ช็อคโกแล็ตกันหวานฉ่ำ​ไปแล้ว​เราก็เดินทางต่อ​ไปยัง Historical Village of Hokkaido ​เป็นคล้ายๆ​ เมืองจำลองค่ะ​ จำลองร้านค้า บ้านเมือง ในสมัยก่อนของฮอกไกโด มีคน​แต่งตัวในยุคนั้น​เดิน​ไปมา มีรถม้า ทำเสมือน​เป็นเมือง​ที่มีชีวิตเลย​ค่ะ​ คุณบุรุษ​ไปรษณีย์ก็เดินส่งจดหมาย คุณตำรวจก็เดินตรวจตรา ​ที่ประทับใจก็​คือมีร้านขายของชำ​ที่หน้าตาเหมือนร้านของคิเคียวยะซังในการ์ตูนอิ๊กคิวซังเลย​ค่ะ​ มีห้องของเล่นด้วยนะคะ​ ทำจากไม้ บางอย่างคล้ายของบ้านเราค่ะ​ กางเขนดง​ได้​ไปเล่นไอ้เจ้าไม้ต่อขา ไว้เดิน เหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่นหน่ะค่ะ​ แหม ยาก​เอาการนะคะ​ ​แต่ก็สนุกดีค่ะ​


ทางเข้า Historical Village


ร้านชำในอดีต


บริเวณฟาร์ม


ของเล่นแบบต่าง ๆ​

เดินกันจน​เมื่อยหล่ะค่ะ​ จากนั้น​ก็กลับเข้ามาในตัวเมืองเดินเล่นบริวเวณ Odori park ​ซึ่ง​เป็นสวนกลางเมือง คั่นกลาง​ระหว่างถนน แยกฝั่งเมืองเหนือ​และใต้ออกจากกัน แล้ว​ก็เดินดู Clock tower ​ซึ่ง​เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Supporo ค่ะ​


Clock Tower


Odori Park

ห้องอาบน้ำรวม
เรื่อง​​ที่ตื่นเต้น​และทำให้เครียดมาก​ที่สุดก็เห็น​จะ​เป็นเรื่อง​นี้หล่ะค่ะ​ ห้องอาบน้ำรวม หรือ​ที่เรียกว่า โอฟูโหระ ​ไปเ​ที่ยวมาก็หลาย​ที่รอดตัว​ไป​ได้ทุกครั้ง คราวนี้ไม่พลาดเอ๊ยไม่รอดค่ะ​ ฟัง​เขาเล่าสภาพภายในห้องมาก็มาก คราวนี้​จะเล่าให้ฟังมั่งนะคะ​ สภาพห้องแบ่ง​เป็นสอง​ส่วนค่ะ​ ​ส่วนถอดเสื้อผ้าจากนั้น​ก็เดินนุ่งลมห่มฟ้า​ไปยัง​ส่วนของห้องอาบน้ำค่ะ​ ห้องอาบน้ำ​จะมีอ่างน้ำอุ่นขนาดใหญ่อยู่​ ​และบริเวณรอบ ๆ​ ​จะมีฝักบัว​พร้อมอุปกรณ์อาบน้ำอัน​ได้แก่ เก้าอี้นั่งเตี้ยๆ​ กะละมัง อาจ​จะมีสบู่ให้ด้วยค่ะ​ เข้ามาแล้ว​ก็ต่างคนต่างอาบกันหล่ะค่ะ​ อีตอนเข้า​ไปอาบครั้งสองครั้งแรก ยังโชคดีไม่มีคน ​แต่ต่อๆ​ มาสิคะ​ เขิน สงสัยมีเราเขินอยู่​คนเดียว คนอื่นๆ​ เค้าดูสบายๆ​ กัน​ทั้งนั้น​เลย​ ไม่​ได้แอบดูนะค้า เข้า​ไปเนี่ยมอง​แต่สบู่ค่ะ​


รูป​ที่พักด้านหน้าค่ะ​

Ainu
ก่อนกลับมา โอซาก้า บริเวณสนามบิน​ที่ Shin Chitose มีร้านค้าให้เดินซื้อของมากมาย​ตั้งแต่ของ​ที่ระลึก ของกิน​โดยเฉพาะอาหารทะเลสด หรือแปรรูป วันนั้น​เลย​เดินซื้อของซะบานตะไท แล้ว​ก็มาสะดุดตรงลานคล้ายๆ​ นิทรรศการแสดงศิลปผ้าปัก ​และการแกะไม้ของชนกลุ่ม​ที่เรียกว่า Ainu จากลักษณะศิลป การ​แต่งตัว หน้าตา ไม่เหมือนชาวญี่ปุ่น​โดยทั่ว​ไป ทำให้สนใจเรื่อง​เกี่ยว​กับคนกลุ่มนี้ ชนกลุ่ม​ที่เรียกว่า Ainu ​เป็นชนกลุ่มน้อย​ที่เหลืออยู่​​ส่วนใหญ่ อยู่​​ที่เกาะ Hokkaido พวก​เขาแตกต่างจากชาวญี่ปุ่น มีวัฒนธรรม​เป็นของตัวเอง อ่านเรื่อง​ราวของพวกเค้า​ได้​ที่นี่ค่ะ​ Ainu Museum







วันสุดท้ายก็เดินทางกลับค่ะ​ แหมเ​ที่ยวนี้ กลับด้วย​ความอิ่มหนำ​ทั้งอาหารทะเล ขนม ​พร้อมของกินติดมืออีกพะรุงพะรังเชียวค่ะ​ อ้อ ก่อนขึ้น​เครื่องแวะซื้อ เบนโตะหน้าแสนอร่อย​ไปกินด้วยค่ะ​ สายการบินญี่ปุ่น ​ทั้ง JAL ​และ ANA ไม่มีอาหารว่างเลี้ยงเลย​ค่ะ​ มี​แต่น้ำอย่างเดียว (ไม่เหมือนรถทัวร์ไทยเลย​เนอะ ฮ่าๆ​)

pic_no_497_41_20126.jpg

เบนโตะหน้าตาทำนองนี้ค่ะ​ ยืมรูปเว็ปท่องเ​ที่ยวเจแปนมาอีกที

 

F a c t   C a r d
Article ID A-497 Article's Rate 30 votes
ชื่อเรื่อง จาก..คันไซ..ไป..ฮอกไก(ล)โด
ผู้แต่ง กางเขนดง
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ท่องเที่ยว ผจญภัย
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๙๕๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๘ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-1421 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 21 ส.ค. 2547, 09.57 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นกน้อยจุ๊บจิ๊บ [C-1424 ], [81.59.127.167]
เมื่อวันที่ : 21 ส.ค. 2547, 15.07 น.

สนุกดีค่ะ​ ภาพสวยดีจังเลย​พี่...​ชอบแมวน้ำยิ้มจังเลย​
อยาก​ไปเ​ที่ยวด้วย...​อยาก​ไปกินด้วย

ตอน​ที่พี่​ไปห้องอาบน้ำรวมอ่ะ น่า​จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เบิ่งตามองไว้เยอะๆ​นะพี่
มัว​แต่มองสบู่อยู่​ทำไม...​.กลับมาเมืองไทย มองสบู่​เมื่อไหร่ก็​ได้

บ๊ะ ​เป็นหนูหน่อย​ไม่​ได้ ฮี่ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : รจนา ณ เจนีวา [C-1427 ], [213.102.41.181]
เมื่อวันที่ : 21 ส.ค. 2547, 21.09 น.

กางเขนดงคะ​
ยอดเยี่ยมมากเลย​ค่ะ​ เล่าด้วยภาพ ​และคำพูดอันกระทัดรัด เข้าใจชัดเจนดี อิ่มใจ​กับการ​ไปเ​ที่ยวด้วย
ภาพสวยยยยยมากกกกกก โหวตดอกไม้ให้หมดตะกร้าเลย​ค่ะ​
ดีใจ​ได้​ไปเ​ที่ยว​ที่สวยๆ​ อยากทานขนมจานสุดท้ายนั่นจัง
คน​ที่สวิตฯนี่​เขาก็ชอบดูพยากรณ์อากาศทุกวันเหมือนกัน เผื่อฝนตก หิมะตก แดดออก พายุ ​จะ​ได้​แต่งตัวถูก
รจนาชอบลูกเกาลัดมาก ​ที่นี่​เขา​เอามาคั่วขายตอนอากาศหนาว (เหมือนในญี่ปุ่นมั้ง) แล้ว​ยังมีเกาลัดเชื่อม เกาลัดบดเหมือนเผือกกวน ของโปรดค่ะ​
ดอกลาเวนเดอร์นี่นอกจากทำเครื่องหอมแล้ว​ ​เขายังสะกัดน้ำหอมมาใส่ตู้เสื้อผ้ากัดมอดกินผ้า(ขนสัตว์) ​ซึ่งมอด​ที่นี่ดุมาก ​เพราะคนใส่ขนสัตว์​ซึ่ง​เป็นอาหารชวนชิมของมอดค่ะ​ หรือ​จะใส่ดอกลาเวนเดอร์​ทั้งพวงก็​ได้ผลเหมือนกัน สำหรับการปลูกดอกไม้​ที่แมลงชอบกัดกินแล้ว​ ​เขาก็นิยมปลูกลาเวนเดอร์ไว้ในแปลงด้วย ​เพราะแมลงไม่ชอบกลิ่นค่ะ​ (แปลกแมลง)
มีภาพสวยๆ​ เรื่อง​สั้นๆ​ก็เล่าสู่กันอีกนะคะ​
รจนาค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : add [C-1428 ], [202.183.158.133]
เมื่อวันที่ : 21 ส.ค. 2547, 23.13 น.

โห...​ คุ้มค่าจริงๆ​จ้ะ​ กางเขนดง ​ทั้งเรื่อง​​ทั้งรูป ชอบมากๆ​เลย​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ตุ๊ก [C-1438 ], [202.28.62.68]
เมื่อวันที่ : 23 ส.ค. 2547, 09.52 น.

​กำลังหิวเลย​เนี่ย แหม่ ดูเยอะดีจัง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ปุ้ย [C-12511 ], [203.144.130.176]
เมื่อวันที่ : 04 ก.ย. 2550, 18.03 น.

หนุกดี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : TT [C-13005 ], [202.149.114.184]
เมื่อวันที่ : 22 ต.ค. 2550, 12.03 น.

​กำลัง​จะ​ไป ฮอกไกโด เดือนหน้า พบ Article นี้ มีประโยชน์มากครับ​ ​แม้​จะห่างกัน 3-4 ปี ​ถ้ามี update แนะนำเพิ่ม ก็ช่วย share experience เพิ่มนะครับ​
ตอนเล่าถึงการอาบน้ำ รู้สึกสั้น​ไปนิดนึงครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : ทอรุ้ง [C-19084 ], [180.183.84.80]
เมื่อวันที่ : 16 พ.ย. 2557, 16.25 น.

สวยเหมือนในทีวีเลย​นะคะ​ ทุ่งลาเวนเดอร์ ​กับชิงช้าลอยฟ้า​ที่ฟาร์มโทมิตะ ชอบมากค่ะ​ ขอบคุณรูปสวย ๆ​ๆ​ ด้วยนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น