นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๗
!!!!!!!........ ห ม า ข้ า ง บ้ า น ......!!!!!!
SONG-982
...พยาธิในลำไส้​​กำลังก่นด่า​​เขาอย่างไม่เหลือดี น้ำกรดน้ำย่อยในกระเพาะรวมตัวกัน​​เป็นพายุคะนองปั่นป่วนเสียดแสบสนั่นดัง น้ำลายแห้งผาก​​เพราะพยายามกลืนมันลง​​ไปล้างคอแห้งระโหย ตาปูดโปนช้ำยับยิ่งพร่าเลือน กลิ่นสาบของพรมเช็ดเท้าแปรตนให้กลาย​​เป็นกลิ่นอาหารย่างอย่างบาบี...
หมาข้างบ้าน

มันยืนอิงแอบอยู่​​กับดงกล้วย ท่อนล่างอ่อนเปลี้ยตั้งแต่ปลีน่องจนถึงสะบักหลัง ยิ้มให้​กับเจ้าของบ้าน​ซึ่งไม่มีทาง​จะรู้ว่ามันหลบอยู่​ตรงนี้ พ่อ​พระของคุณนายในบ้านนั่น ส่งเสียงทักทายอย่าง​กับสามีดีๆ​ ในหนังฝรั่ง

"ผมกลับมาถึงบ้านแล้ว​ครับ​​ที่รัก"

​และหลังจากนี้มันไม่รับรู้หรอกว่า​จะเกิดอะไร​ขึ้น​ในนั้น​ ​เพราะเวลาอีกสองสามชั่วโมงนี่มีค่ายิ่งนัก​กับการผ่อนพัก​เอาแรง

​เมื่อหันหลังกลับสู่บ้านตน ก็เพิ่งเห็นว่า​เขายืนมองอาการ​ทั้งหมดของมันอยู่​ก่อนแล้ว​

"ไอ้ตัวสู่รู้!"

มันสบถในลำคอ ขยับขาเหมือนอยาก​จะเตะ​เขาสักป้าบ ​ทั้ง​ที่​เขานิ่งมอง​โดยไม่ส่งเสียอันใด ​ที่จริง​เขาคงแทบ​จะไม่มีแรงส่งเสียงอะไร​ออกมาด้วยซ้ำ ​แต่ก็นั่นแหละ​​เขามัก​จะ​ต้อง​เป็นเหยื่ออารมณ์ของมันเสมอ ทุกครั้ง​ที่มันค้างคามาจากในบ้านคุณนาย

อาจ​เป็น​เพราะรูปร่างหน้าตาค่อน​ไป​เป็นพันทางลูกรังคลุกขี้โคลนโดนขี้ทรายเกรอะกรัง จนไม่ชวนให้​ใครรักหรือหลงใหล​ได้ปลื้ม​กับการ​ได้สบหน้า...​ไม่เหมือน​กับมัน​ที่คุณนายบ้านข้างๆ​ ​พร้อมอ้าแขนรับเสมอ ​แม้มัน​จะตะกายตะกุยเข้าหาตรงหว่างอกอย่างไม่มีมารยาท

​แต่สตรีคนเดียวกันนี่แหละ​ ​ที่มองมาด้วยแววตาอันปรานี ​และคอยเอื้อเฟื้อเจอจานแก่​เขาอยู่​เสมอ บางครั้ง​ที่​เขา​จะโดนเจ้าถิ่นในบ้านนั้น​รุมรังแก เธอก็​จะออกมาช่วยห้ามปราม​และปลอบโยน ​แม้​เขา​จะไม่โชคดีอย่างนั้น​ทุกครั้ง ​แต่ก็ยังมีแก่ใจ​จะคอยลุ้นว่าวันนี้...​พรุ่งนี้ คุณนายคนสวย​จะออกมาช่วยคุ้มครองอีกหรือไม่ นี่คง​เป็น​ความหวังหนึ่ง​เดียวในชีวิตอันแสนลำเค็ญเข็ญใจ

"สมน้ำหน้า...​" มันส่งคำเย้ยหยันมาทางสายตา...​...​การมองดู​เขาด้วยสายตาเช่นนี้เริ่มจากวันหนึ่ง​​ที่​เขา​ไปด้อมๆ​ มองๆ​ ​และส่งเสียงเรียกมัน​เมื่อเห็นว่าหายเข้า​ไปในบ้านคุณนายนานจนผิดสังเกต ​เพราะ​ความ​เป็นห่วงแท้ๆ​ ​โดยไม่​ได้มีเจตนา​เป็นอื่น​แม้​แต่น้อย

วันนั้น​​ถ้า​เขาไม่เรียกให้มันโผล่หน้าออกมา มัน​จะรู้ไหมว่าสามีของคุณนาย​กำลังเลื่อนประตูรั้วเตี้ยๆ​ นั่น​เพื่อนำรถเข้ามาจอดในบ้าน

กระนั้น​​เขายังไม่วายโดนมันค้อนใส่หลายตลบ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหลายหนอย่างคิดไม่ตกว่า​จะทำอย่างไร​กับ​เขาดี สลับ​กับการมองเข้า​ไปในบ้านอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนลัดหลบกิ่งกาหลง​และดงกล้วยจนกลับถึงบ้าน ​โดยมี​เขาวิ่งตามแทบไม่ทัน

นับจากนั้น​​เขาหวังเพียงแค่ให้มันทำหน้า​ที่ของมันบ้าง ให้สม​กับ​ความรัก​ความซื่อสัตย์ การคอยช่วยเหลือระแวดระวังภัย​ที่​เขามีต่อมัน ​เขาไม่แน่ใจว่ามัน​จะทำอาการเฉยชา​และพูด​กับ​เขาเฉพาะ​เมื่อ​ต้องการด่าว่าอย่างหยาบคาย​ไปถึง​เมื่อไหร่

ประตูเกือบ​จะกระแทก​กับจมูกของ​เขา ​เมื่อมันผลุบผ่านเข้า​ไปอย่างไม่ไยดีโลก ​เขาเดินคอตกวนเวียน​ไปมาอยู่​ตรงนั้น​อีกนาน ​จะบอกมันว่าตนหิวจนไส้กิ่วก็ไม่ทัน มิหนำหากเผลอส่งเสียงอะไร​ออกมาอีก มันอาจ​จะออกมาเตะ​เขาจริงๆ​ จาก​ที่แค่เงื้อง่าอยู่​​เมื่อครู่ ​เขาจึงกัดกิน​ความหิวนั้น​ประทังกายให้ทรงตัวอยู่​​ได้อย่างยากเย็น

จนเสียงโทรศัพท์ในบ้านดังขึ้น​ ประตูหน้าบ้านจึงแง้มออก มันโผล่เฉพาะ​ส่วนหัวออกมาแล้ว​มอง​ไปยังระเบียงห้องนอนของบ้านคุณผู้หญิงบ้านโน้น

​เขามองตามขึ้น​​ไปเห็นคุณนายรูปสวยยืนเท้าแขนหนึ่ง​​กับลูกกรงแก้ว อีกมือหนึ่ง​ถือโทรศัพท์เครื่องเล็กๆ​ เธอพูดคุย​กับมัน​พร้อม​กับส่งยิ้มหวานฉ่ำมาทาง​เขา แล้ว​มันก็ยื่นมือข้างหนึ่ง​โผล่ออกมาจากประตู ทำสัญญาณอะไร​สักอย่าง​เพื่อแสดงว่ามันรับรู้จุดมุ่งหมายของคนโทรมา

​เขาไม่​ต้องเดาหรอกว่ามัน​กับคุณนายนั่น นัดแนะกันเรื่อง​อะไร​ ​เพราะเดี๋ยวสามีเธอก็​จะหลับ​เป็นตาย​โดยเหลือไว้เพียงเสียงกรนสนั่นเท่านั้น​

​จะว่า​ไป..​ถ้าตัด​ความเลวร้าย​ที่มันปฏิบัติต่อ​เขา มันก็​จะเหลือข้อดีมากมาย​ให้คุณนาย​ได้ยินยอม​พร้อมใจกาย ให้มันล่วงผ่านเข้า​ไปถึงไหนๆ​ ​เขาออก​จะเข้าข้างมันเสียด้วยซ้ำ​เมื่อเทียบ​กับสามีของเธอ ​เพราะ​เมื่อ​ความไม่ยอมอุดหนุนจุนเจือมีเสมอกัน รูปร่าง​และพละ​กำลังของมันก็กินขาด

ขาของ​เขาทรุดลงด้วย​ความอ่อนเพลีย ​เพราะยังไม่มีอะไร​ตกถึงท้องตั้งแต่เย็นวาน ​เมื่อเช้า​ลองพยายามแล้ว​ครั้งหนึ่ง​​ที่​จะย่อง​ไปในครัวบ้านคุณนาย​แต่ไม่สำเร็จ ตรงประตูหลัง​ซึ่ง​จะเปิดไว้เสมอสำหรับสมาชิกอีก​ส่วนหนึ่ง​ของบ้าน ไอ้สองตัวนั่นก็ดันนั่งขวางลำไว้เสียมิดชิด พวกมันตั้งใจ​จะกันท่าแน่ๆ​ ​เพราะหลายครั้ง​ที่​เขา​ได้รับการเชื้อเชิญ​เมื่อ​ที่โผล่หน้าเข้า​ไป แน่นอน​แต่ละครั้งนั้น​ๆ​ ​ส่วนแบ่งของพวกมัน​จะน้อยลง

"ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตาอย่ารังแกพี่เค้านะคะ​" คุณนายเคยคอยบอกเจ้าถิ่น​ทั้งสองด้วยสำเนียงหวานหยดทุกครั้ง​ที่​เขาเข้า​ไปร่วมวงด้วย จน​เขาแอบสารภาพ​กับตัวเองว่า ​เขาก็หลงรักคุณนายอย่างเต็มหัวใจ ​ถ้าทำ​ได้อย่างมันหรือ​ถ้าคุณนายอยากให้ทำ​ได้อย่างมัน ​เขา​จะไม่มีวันปฏิเสธ​โดยเด็ดขาด

อีกครู่เดียวคุณนายก็​จะลงมา​ที่ห้องครัวในเสื้อคลุมผ้าโปร่งตา สีขาวเนียน เธอผูกสายคาดไว้​ที่สะเอวด้านซ้าย มัน​เป็นการง่ายกว่าการผูกไว้ด้านหน้า หาก​ใครสักคน​จะแกล้งกระตุกให้รุ่ยหลุด

ทุกครั้ง​ที่คุณนายลงครัวนี้ สามีคุณนาย​จะยังกรนลั่นอยู่​ชั้นบน มันจำ​ต้องซุ่มนอนเงียบอยู่​ในบ้าน มีนาฬิกา​เป็น​เพื่อน​และมีเวลานัดหมาย​เป็นเครื่องปลอบใจ

...​​เพราะครั้งหนึ่ง​ด้วย​ความคะนอง มันถลาเข้า​ไปปลดเสื้อคลุมของเธอ อาการตกอกตกใจจึงไม่​ได้เกิดขึ้น​เฉพาะคน​ที่ถูกจู่โจมให้เปลือยเปล่า​ทั้งๆ​ ​ที่มือยังถือชามข้าว ด้วยบรรดาพวก​ที่รายล้อมอยู่​ตรงนั้น​ก็พลอยส่งเสียงระงม​เป็นโกลาขึ้น​มาด้วย กว่าคุณนาย​จะ​ใช้​ความเชี่ยวชาญในเชิงนี้สงบสถานการณ์ลง​ได้ มัน​และ​เขาก็โดนไล่ตะเพิดออกมา​ได้พักหนึ่ง​แล้ว​

พยาธิในลำไส้​กำลังก่นด่า​เขาอย่างไม่เหลือดี น้ำกรดน้ำย่อยในกระเพาะรวมตัวกัน​เป็นพายุคะนองปั่นป่วนเสียดแสบสนั่นดัง น้ำลายแห้งผาก​เพราะพยายามกลืนมันลง​ไปล้างคอแห้งระโหย ตาปูดโปนช้ำยับยิ่งพร่าเลือน กลิ่นสาบของพรมเช็ดเท้าแปรตนให้กลาย​เป็นกลิ่นอาหารย่างอย่างบาบีคิวหรือสัตว์หัน

ดูเถิดชีวิตในบ้านนี้ ชีวิต​ที่มีเพียงมัน​กับ​เขา ช่างเลวร้ายอย่างเหลือเชื่อ ​แม้อาหารการกินในบ้าน​จะบริบูรณ์ด้วยเมตตาจากคุณนาย ​แต่​เขา​ซึ่งอยู่​ร่วมชายคาเดียวกันแท้ๆ​ กลับอดอยากเหมือนพวกจรจัด เ​ที่ยว​ต้องลัก​ต้องขโมยเศษอาหารบ้านอื่น​เขากิน

เสียงเรียกหา "ตุ๊กตุ่น" "ตุ๊กตา" ทำให้​เขาหูผึ่ง​ได้ทันที รีบยันกายขึ้น​จาก​ความน้อยเนื้อต่ำใจ ค่อยๆ​ ย่องเงียบกริบเหมือนแมวพิการ เหลือบมองขึ้น​​ไปบนห้องสำหรับนอนของคุณนายนิดหนึ่ง​ มีอะไร​ไหวๆ​ อยู่​หลังม่านบาง

"กลางวันแสกๆ​ คงไม่ใช่ขโมยขะโจร​ที่ไหน" ​เขาคิด​และไม่ยอมตะแคงหูฟังต่อ​ไปว่าเสียงกรนอัน​เป็นปกติวิสัยของสามีคุณนายก็เงียบ​ไป​พร้อมรอยเคลื่อนไหวอันนั้น​

กว่า​จะมาแอบนิ่งอยู่​ตรงข้างประตูก็ทรมานสังขารแทบทนไม่​ได้ กลิ่นหอมแชมพูของไอ้ "ตุ๊กตุ่น-ตุ๊กตา" โชยฉุนมาถึงจมูก ​เขาค่อนข้างแน่ใจว่าพวกข้างในคง​จะไม่​ได้กลิ่นของผู้​ที่หมอบหลุบหุบหูหางอยู่​ตรงนี้ ​เพราะจมูกสวยๆ​ นั่นคงตั้งใจ​แต่​จะสูด​แต่กลิ่นอาหารหอมๆ​ อยู่​อย่างไม่ใส่ใจอะไร​อื่น

ถึงตรงนี้สถานการณ์ของ​เขา​กับมัน​ได้มาพ้องกันเสียแล้ว​ การมานอนรอของ​ที่​เขากินเหลือนี่อาจนับ​เป็นเกียรติก็​ได้ หากนำ​ไปเทียบ​กับการเ​ที่ยวขู่กรรโชกหรือปล้นชิง​เขากิน ​และหากตัดคำว่า "ของเหลือเดน" ทิ้ง​ไป ​ทั้ง​เขา​และมันก็ย่อมมีอะไร​​ที่สดใหม่วางแบรอไว้ตรงหน้า​ได้เสมอ

​เขาไม่รู้หรอกว่าพวก​ที่สมองมีพัฒนาการ​ไปจนถึง​กับกล้าเรียกตัวเองว่า "เจ้าโลก" นั่น ​จะวางบรรทัดฐานกติกามารยาทเกี่ยว​กับการอยู่​ร่วมกันไว้อย่างไร ​เขาไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าสารพัดคัมภีร์​และรูปปั้น​เพื่อ​การปฏิบัติบูชาเหล่านั้น​​จะช่วยให้พวกเจ้าโลกนั่นตั้งตนตรงตามเกณฑ์​ไป​ได้ถ้วนทุกคน ​เขารับรู้เพียงว่าทุกสรรพสิ่งในโลกก็ล้วน เสพรับ -- ขับถ่าย เหมือนกันหมด​ทั้งสิ้น ​เขาจึงเชื่อว่าไม่ว่า "​เขา" หรือ "มัน" ย่อม​จะแสดงบทบาท​ชีวิต​ไปอย่างไร ​ที่สุดก็​ต้องดำรงตน​เพื่อตามสนอง​ความ​ต้องการของร่างกาย​และอารมณ์​ทั้งสิ้น

​เขาจึงอดนึกสงสารมันไม่​ได้ เพียง​เพราะมันเกิดมาผิด​ที่ผิดทางผิดเพศพันธุ์เท่านั้น​ การกระทำของมันจึง​ต้องกลาย​เป็นการลอบลักหลบซ่อน​ไปเสีย ​ทั้ง​ที่จริงหากมัน​เป็นอย่าง​เขา เรื่อง​นี้มันก็​จะธรรมดาเหลือเกิน ​เพราะมันไม่​ได้มี​ความจำ​เป็นมาก​ไปกว่าการหาอะไร​ใส่ปากท้อง ​เขาคิดว่านี่ต่างหาก​ที่สำคัญ​และควรค่าแก่การเสี่ยงภยันตรายต่างๆ​

การเสี่ยง​เพื่อปากท้องนี่เอง ทำให้สภาพของ​เขาบอบช้ำถึงเพียงนี้ ​เพราะการไม่ดูดำดูดีของมัน ทำให้​เขาเหมือน​กับซากหมาแก่ๆ​ ตัวหนึ่ง​​ที่โดนหมาหนุ่มๆ​ รุมโทรมประทุษร้ายไม่วายเว้น ทุกครั้ง​ที่จำ​ต้องกล้าแหยมมาขอปันเศษเดนอาหาร

​เขาเคยปรับทุกข์เรื่อง​นี้​กับคุณนวลซอยเจ็ด เธอ​เป็นผู้เดียว​ที่ชื่นชมในวีรกรรมทำ​เพื่อปากท้องของ​เขา ​เขาเกือบ​จะหลงรักเธอ​ได้ หากไม่มีใบหน้าของคุณนายเข้ามาเบียดบังเสียก่อน ถึงลูก​ที่คลอดออกมาของคุณนวล​จะมี​ส่วนคล้าย​กับ​เขาอยู่​บ้าง ​แต่เราต่างเข้าใจกันว่ามันก็​เป็นธรรมดาโลกอีกอย่างหนึ่ง​เท่านั้น​ นับ​แต่จุดเริ่มต้นแห่ง​ความคลับคล้ายนั่นเทียว แล้ว​ก็ปัญหาปากท้องของเธอ​กับบรรดาลูกๆ​ นั่นเอง ​ที่ทำให้คุณนวล​ต้องตายอย่างหมาข้างถนน

แล้ว​​เขาก็กลับมานึกขันอยู่​ในใจว่า ไย​ความอยากกระหายจึงชวนให้จิตใจฟุ้งซ่าน​ได้ถึงเพียงนี้ มัน​จะรู้สึกอย่างเดียว​กับ​เขาไหมหนอ มันอาจ​จะโชคดีกว่า​เขาหน่อย​ตรง​ที่​ความอยากกระหายกระสันหาของมัน มีเครื่องบำรุงบำเรอ​ที่แน่นอน ต่างจาก​เขา​ที่​จะ​ต้องเพียรหาจังหวะ​เพื่อให้ตัวเองบอบช้ำน้อย​ที่สุดกว่า​จะ​ได้ดับกระหายใน​แต่ละคราว

​เขาหลับตาตั้งสติมั่น ​เพื่อวางแผนการณ์อันรัดกุม ​เพื่อให้ผ่านมื้อนี้​ไป​ได้อย่างไม่​ต้องเจ็บตัว​ไปมากกว่านี้ ก่อนอื่น​เขา​ต้องแผ่เมตตา แล้ว​จึงอาราธนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง พับ​ความละอาย​และการเกรงกลัวใดๆ​ ​ไปไว้เสียทางหนึ่ง​ แล้ว​จึงค่อยทำมารยาตาละห้อยโผล่หน้าเข้า​ไปให้คุณนายรู้สึกว่า​​เขาน่าเวทนา​เป็น​ที่สุด จนเธอ​ต้องออก​ไปไล่พวกมัน​ไปเสียให้ห่าง ​เพื่อเปิดทางให้​เขาลิ้มรสฝีมือของเธอ​ได้บ้าง

​เมื่อคิด​ได้ดังนี้ ​เขาจึงเริ่มพึมพำสิ่ง​ที่อาศัยจดจำมาจากเสียงเย็นๆ​ เชยๆ​ ​ที่สามีของคุณนายเปิดอยู่​ลั่นๆ​ ทุกวันตอนก่อนรุ่ง "สัพเพสัตตา สัตว์​ทั้งหลาย​ที่​เป็น​เพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน​ทั้งหมด​ทั้งสิ้น" ​เขาตั้งใจ​จะท่องบ่นมนตราอันนี้ให้ครบ หากสัญชาติญาณการระวังภัยไม่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น​มาเสียก่อน

เสียงคลิกเบาๆ​ ​พร้อมเสียงฝีเท้า​ที่หยุดลงตรง​ที่หนึ่ง​ในบ้าน ​และจิตสังหารตลบฟุ้งของไอ้สองตัวหรือสามตัว​ที่แผ่ออกมา​พร้อม​กับการหยุดเคี้ยวแจ๊บๆ​ จั๊บๆ​ เสียงคุณนายอ้อนวอนให้พวกมันจัดการ​กับอาหารตรงหน้า เสียงจากบ้านของ​เขา​ซึ่งมันคงคิด​จะทำอะไร​สักอย่างจึง​ได้เปิดประตูออกมา

​เขาหันขวับ​ไปมอง​ที่มันขณะ​ที่คุณนายถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก ​เขาอยาก​จะเตือนมันถึง​ความไม่ชอบมาพากล​ที่เกิดขึ้น​ ​แต่จนใจ​เพราะ​เขาเองก็อยู่​ในห้วง​ที่คับขันเหลือเกิน หาก​เขาเผลอเอะอะอะไร​ออก​ไปตอนนี้ ​เขาอาจ​จะ​ต้องเสียดวงตาข้างซ้าย​ไปตลอดกาล​เพราะถูกจ้องเล่นงานมา​เป็นประจำ แล้ว​ขานี่ก็อาจ​จะถึง​กับ​ต้องพิการ หากการกรุ้มรุมนั้น​ช่วยกันย้ำรอยเดิม จึง​ได้​แต่สำรวมจิตอีกครั้ง​เพื่อแผ่เมตตาส่ง​ไปให้ถึงมัน

"อเวราโหนตุ อย่า​ได้มีเวร​ซึ่งกัน​และกันเลย​...​"

มันมาแอบอยู่​ตรงดงกล้วยนี่แล้ว​ ส่งเสียงกู่เหมือนนก​เขาพิการอยู่​สามสี่ครั้ง ก่อน​ที่ทางฝั่งคุณนาย บ่นออกมาเบาๆ​ "​จะรีบร้อนอะไร​นักหนาก็ไม่รู้" ​พร้อม​กับดึงดันพาไอ้ "ตุ๊กตุ่น-ตุ๊กตา" ​ไปพักไว้อีกฝั่งหนึ่ง​ของตัวเรือน ​ซึ่ง​จะมีอาหารสำเร็จรูปชั้นเลิศวางรออยู่​อีกจานเบ้อเร่อ

พวกมันหันมาจ้องตา​และแยกเขี้ยวใส่​เขา​ได้นิดเดียว ก่อน​ที่คุณนาย​จะรีบกระตุ้นรุนให้มันเดินต่อ​ไป ​ส่วนสายตาเธอก็ซอกซอน​ไปถึงดงกล้วยนั่นเรียบร้อย​แล้ว​...​แล้ว​นก​เขาพิการอีกตัวก็ขันขั้นเบาๆ​

​เมื่อคุณนายเลี้ยวลับมุมบ้าน​ไป ​เขาไม่สนใจอีกว่ามัน​จะเผยตัวออกมาจาก​ที่ซ่อนเช่นกัน เสียงผิวปากอย่างสบอารมณ์นั่นลอยผ่านหูซ้ายทะลุหูขวา เหมือนๆ​ ​กับอีกเสียง​ที่สูดหายใจลึกๆ​ อยู่​ในบ้าน ​เพราะมันไม่สำคัญเท่า​กับอาหารสองชามโตตรงหน้า ​ที่​เขา​จะ​สามารถละเลียดกิน​ได้อย่างไม่​ต้องระแวดระวังภัยอะไร​อีกแล้ว​ในมื้อนี้

เพียง​เขานั่งให้เรียบร้อย​ แสดงวิธีการรับประทานอย่างมีแบบแผนของผู้​ได้รับการฝึกอบรมมาดี เพียงแค่นี้​เมื่อคุณนายกลับเข้ามา เธอก็​พร้อม​จะโปรยยิ้มอย่างเอ็นดูมาให้​เขา เผลอๆ​ ​จะหาน้ำหาท่ามาตั้งรอไว้ด้วยซ้ำ

ขณะ​ที่​เขาค่อยย่องเบาเข้า​ไปยังอาหารตรงหน้า มันก็คงย่อง​ไปถึงประตูหน้าแล้ว​ ​และคงเปิดประตูเข้า​ไปรอในห้องรับแขกโซฟาใหญ่นั่นเหมือน​กับทุกครั้ง แล้ว​คุณนายก็เพียงแค่พยักทัก​เขาเล็กน้อยก่อนรีบผ่านเข้า​ไปยังห้องรับแขก​ส่วนหน้าอีกคน

​เขาจึงถือว่าอาการ "พยักเพยิด" ของคุณนาย​คือการอนุญาตให้​เขาจัดการสิ่ง​ที่อยู่​ตรงหน้า​ได้อย่างจุใจ ในชั่วเสี้ยวนาทีหนึ่ง​ก่อน​ที่​เขา​จะทุ่มเทประสาท​ทั้งหมด​ไป​กับ​ความอิ่มหนำตรงหน้า ภาพของมันก็กลับมาปรากฏไหววูบอยู่​ในห้วงคำนึง...​

มันไม่ใช่ภาพเปล่าเปลือยของคนคู่หนึ่ง​ในห้องรับแขกอัน​เป็น​ที่ชินตาชินใจของ​เขามาเนิ่นนาน

​และไม่ใช่ภาพตอน​ที่มันตั้งท่า​จะประทุษร้าย​เขา​เมื่อถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัย​ที่​เขากู่ร้องขึ้น​มา

​แต่ภาพนั้น​ก็ช่วยให้​เขาถึง​ได้ถึงวัฏฏแห่งชีวิต

ภาพนั้น​ทำให้​เขานึกถึงการอโหสิกรรมอัน​เป็นกรรม​ที่ประเสริฐสูงสุดขึ้น​มา​ได้เฉยๆ​

เสียงครวญครางอย่างกระสันรัญจวนดังแผ่วแว่วมาอย่างเคยอีกครั้ง มันคงกลบเสียงขึ้น​นก​และเสียงฝีเท้า​ที่ค่อยย่างก้วลงมานั่นเสียด้วยในคราวเดียว ​เขาก้มหน้าก้มตาเสพรสมือของคุณนายอย่างไม่สนใจ​ใครอีกแล้ว​

ฉับพลันเสียง​ที่เคย​ได้ยิน "​ที่รักๆ​ ผมกลับมาถึงบ้านแล้ว​นะครับ​" ก็ดังขึ้น​

"ไอ้สัตว์กะหมา มึงนี่เอง​ที่กล้ามาตีท้ายครัวกู อย่าอยู่​ให้รกโลกเลย​มึง!!!"

​เขาตกใจแทบสิ้นสติ​แต่สี่ตีนก็เผ่นแน่บหากจุกตูดออกจากห้องครัว

"เปรี้ยง!...​. เปรี้ยง!...​. เปรี้ยง!...​"

เสียงปืนดังรัวขึ้น​สามนัด ตามด้วยเสียงกรีดร้องของคุณนายคนสวย

​เขายิ่งโกยอ้าวอย่างไม่คิดชีวิต ไม่คิด​จะรู้หรอกว่าในห้องรับแขกนั่นเกิดอะไร​ขึ้น​ นึกโมโหอยู่​​แต่ว่า ไอ้สามีคุณนายนี่ช่างใจร้ายเสียจริง แค่เข้ามาขออาศัยกินประทังชีวิตแค่นี้ก็ถึง​กับ​จะฆ่า​จะแกงกัน​ได้ลงคอ

*******************************

 

F a c t   C a r d
Article ID A-494 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง !!!!!!!........ ห ม า ข้ า ง บ้ า น ......!!!!!!
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๑๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t

สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น