นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๗
ห น า ว น้ำ ค้ า ง
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรกใน รวมเรื่อง​​สั้นชุด "เรื่อง​​รักไม่​​ได้เรื่อง​​"...
หนาวน้ำค้าง

ผมแนบหน้าลง​กับพื้นหนาวของปลายน้ำค้างกลางยอดหญ้า ผิวใบระคายเนื้ออ่อน​พร้อมเสียดแทงระไอเย็นซ่านลึกเข้า​ไปถึงห้วงคำนึง

นกน้อยเพิ่งลืมตาตื่นก่อนแสงสาง​เมื่อครู่ พวกมันอาจทัน​ได้เห็นเพียง​ใครคนหนึ่ง​เผยร่างเปล่าแผ่พังพาบอยู่​​กับลานหญ้าแพรกสลับสาบเสือ คงแปลกใจว่าคนชนิดไหนกันหนอจึงทน​ได้กระทั่งคมปลายของหนามไหน่ ​ซึ่งบัดนี้มันเกลารอยขีดเลือดแดงเปรอะ​ไปทั่วร่าง

เสียงกระซิบจิ๊บๆ​ จิ๊กๆ​ เหมือนพยายาม​จะปลุกให้ลุกนั้น​ ​แม้​จะฟังแล้ว​น่ารำคาญปานใด ผมก็ยังไม่มีกะใจ​จะลุกขึ้น​​ไปเสียจาก​ที่อยู่​นั่นเอง ​เพราะขณะนี้​ความสับสนอลหม่าน​กำลังประเดประดังทับซ้อนถมซ้ำอยู่​​กับ​ความสมรักอันชื่นบาน​และ​ความบอบร้าวของราตรี​ซึ่ง​ได้มอบค่ำคืนอันขื่นคาวปาดป้าย​ความช้ำชอกไว้​กับทุกสัด​ส่วนของ​ความรู้สึก

​เพราะ​ความผูกพันของคนคู่หนึ่ง​มัน​ได้ถูกหักรานลงด้วยน้ำมือของเรียวหญ้า​และกลีบดอกกระดุมทอง​ไปเสียแล้ว​

​เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน คนคู่นั้น​หมายมั่น​จะถ้อยทีทวงคำสัญญาอันต่างมอบวางไว้ให้แก่กันในซอก​ซึ่งลึกลับ​ที่สุดในหัวใจ ก็ทำไมเล่าหนอ​เมื่อเธอทวงถามสำเร็จแล้ว​จึงจาก​ไป เหลือไว้เพียง​ความเปล่าเปลี่ยว

​กับประโยคเดียว​ที่ทำให้​ใครอีกคนหนึ่ง​​ต้องนอนทอดสะท้อนภา​พอดีตอยู่​เดียวดาย

วันวาน​ที่ผ่านผัน​ได้สร้างเรื่อง​ราว​เป็นภาพตลกตลบหลังให้ขำขันทุกครั้ง​ที่นึกถึง อาจ​เป็น​เพราะพวก​เขาเห็นกันมา​แต่น้อย บุกฝ่าท้องร่อง​และคันนามาด้วยกัน​ทั้งย่าน ​ทั้งสอง​เป็นคู่​ซึ่งยอดเยี่ยมในการร่วมกันผจญภัย​กับสิ่งใหม่อันตื่นตาตามไฟฝันของวันเยาว์ ​ซึ่งคึกคะนอง​และวิจิตรพิสดารขึ้น​ตามวัน​และตามวาร

จากไอ้สองหนุ่มตามคำ​เขาเรียก ​ที่วิ่งหนีกระเจิดกระเจิง​เมื่อแอบนัดกันออก​ไปสำรวจท้องร่อง​แต่เช้า​ตรู่ ​เพื่อออก​ไปกู้เบ็ดอันเจ้าของ​เขาแอบปักซ่อนไว้ใต้ตอง​ซึ่งสังเกต​ได้ง่าย​และ​เป็น​ที่หมาย​ได้ว่าเบ็ดคันสั้นแค่คืบนี้มีเจ้าของ ​แต่​เมื่อเจ้าของยังมัวสาละวน​กับกิจการล้างหน้าไก่ ก็​เป็นสิทธิอันชอบด้วยการตัดสินใจของสองแสบว่า​สามารถถือ​เอาไอ้ช่อน ไอ้เพียน หรือไอ้หลาด มา​เป็นของตน​ได้ตามกฎของชาวบ้านสวน​ที่มันบัญญัติกันเอง

นอกจากการลุ้นระทึก​กับเสียงใบไม้ดังกรอบแกรบว่า​จะ​เป็นของงูเงี้ยวเขี้ยวขอหรือของคนวางเบ็ดย่านนี้ การเดินสวน​กับ​ใครสักหนึ่ง​​ซึ่งโจงขาวม้าขัดเขมรมาผืนเดียว​แต่ตรู่ หากเจอะกัน​ระหว่าง​ที่ย่ามถุงปุ๋ยของสองหนุ่มเต็มแประ​ไปด้วยปลานานาพันธุ์ ก็​เป็นอันว่าเช้า​นั้น​แล้ว​รอดปลอดภัย​เป็นแน่

​แต่หากวันใด​ที่ชาวเดิมคนนั้น​มาเจอตอน​ที่มัน​ทั้งสอง​กำลังยักแย่ยักยันกู้เบ็ดอยู่​ริมท้องร่องในขนัดสวน วันนั้น​กว่า​จะแคล้วคลาดปลอดภัยก็​เป็น​ไป​ได้ยากเหลือ หากรู้ตัว​แต่เนิ่น​ทั้งคู่อาจ​ได้อาศัย​ความเล็กเปรียวหลบลี้เข้า​ไปในโพรงทองหลาง หรือไม่ก็กอไผ่ใบรกแถวลำประโดงหัวร่อง

​แต่หาก​เมื่อ​ต้องจนใจ​เพราะเจอกันอย่าง​จะแจ้ง มีเงี่ยงคอดกลางคันเบ็ด​เป็นพยานฟ้องเจ้าของ​ซึ่ง​ส่วนใหญ่​จะบ้องหูมัน​ทั้งคู่เสียก่อน​จะสืบสาว​เอา​ความ จนจำใจ​ต้องตลบแตลง​ไปเสียว่าปลามันใหญ่นักกัดเบ็ดแค่ปลายปาก ทำท่าดิ้นจนน้ำกระจายยอมปากฉีกดีกว่าเสียชีวิต ​ความ​เป็นคนหมู่เดียวกัน​คือชาวเบ็ด ​ซึ่งรู้แน่ว่ารอยสลักน้ำ​คือสัญลักษณ์เจ้าของ จึง​ได้ช่วยกันต้อนตะครุบกู้มันขึ้น​มากันเสียก่อน​จะผ่าน​ไปคืนให้​ทั้งเบ็ด​ทั้งปลา

แล้ว​ก็ปล่อยง่ามนิ้วมือ​ซึ่งล็อคร่องเหงือกนางช่อนตัวละเกือบสองโล ให้มันฮึกเหิมดีดดินแถกแถ​ไปหาน้ำ ซ้ำแกล้งปล้ำ​กับมันไม่ไหวอีกต่อ​ไปจน​ต้องปล่อยมันให้หลุดมือ ให้ไอ้คุณท่านเจ้าของ​ที่แท้จริงรีบตาลีตาลานคุกคลานสี่ขาแถกแถตะครุบตาม กว่า​จะ​ได้ตัวปลาช่อน​ไปห่อหมก ไอ้สองแสบก็เปิดแน่บจนไม่เห็นหลัง

ผ่านวันเวลา​ทั้งนั้น​​ไปด้วย​ความตื่นเต้นสนุกสนานเร้าใจจน ไอ้หนุ่มหนึ่ง​เติบใหญ่กลาย​เป็นชายรูปงามรูปร่างดีมีแววฉกาจฉกรรจ์ในทางทำมาหากิน ​กับอีกหนุ่มหนึ่ง​​ที่เบ่งบานกลาย​เป็นสาวสวยตาคมผิวสีน้ำผึ้งหวานหอม ​เมื่อครั้งต่างนมเริ่มแตกพานด้วยกัน​ทั้งคู่คนผิวออกคล้ำดูเหมือน​จะสูง​และแตกพาน​ได้โตเกินปกติ ​ทั้งสองไม่​ได้คิดหรอกว่าคำนำหน้านาม​ที่ต่างกันนั้น​สำคัญอย่างไร

​และกระโปรง​ที่ไอ้แป้งร่ำมันสวม​ไปโรงเรียนแค่วันละไม่กี่ชั่วโมงก่อน​จะเปลี่ยน​เป็นกางเกงขาสั้นปุเลงๆ​ ​ไป​กับไอ้ธงตลอดเย็น ก็​เป็นเครื่องยืนยันแน่ชัดแล้ว​ว่า ไอ้แป้ง​จะยังยืนหยัด​เป็นหนึ่ง​ในไอ้สองแสบแห่งบ้านสวน

​ความเจริญแก่วัยทำให้หัวใจคึกคะนองลำพองหนัก เช้า​หนึ่ง​ในท้องร่องอันลับจากสายตาผู้คนด้วยเจ้าของขาดการถากถางดูแล​ไปนาน เนื้อท้อง​และร่องอกของไอ้แป้งพลันชูชัดสล้างขึ้น​ทันที​ที่มันโผล่พ้นผิวน้ำ ไอ้ธงตะลึงงันอยู่​​เป็นครู่ก่อน​จะเอ่ยเบาๆ​

"ขอแตะหน่อย​​ได้ไหมวะแป้ง"

ฝ่ายคนถูกขอ​ที่เลือดฉีดให้หน้าระเรื่ออยู่​ก่อนแล้ว​
​เพราะกางเกงบอลขาสั้นบาน​และบาง ก็แสดงสันฐานของอีกฝ่ายไว้ชัดเจนเช่นกัน

"ทำไมล่ะ...​.แล้ว​ไอ้นั่นของเอ็ง...​ทำไมมัน...​...​...​

คนขอแตะก้มลงมองกางเกงตัวเดียว​ที่ใส่อยู่​แล้ว​ก็ยิ้มแห้งๆ​ ก่อนเลื่อนตัวเข้าเกือบชิด หัวใจเต็นไม่​เป็นจังหวะแล้ว​ในตอนนี้ ทุก​ส่วนมันแข็งขึงตึงเปรี๊ยะ​ไปหมด

"ก็ไม่รู้เอ็งดูให้หน่อย​ดิวะ...​.นะ"

บางครั้ง​ความยากง่ายของการกระทำก็ไม่​ได้ขึ้น​อยู่​​กับเหตุผลหรือการอบรมสั่งสอนเสมอ​ไป อารมณ์ชั่ววูบ​กับแรงขับดันภายในก็​สามารถบันดาลให้เรื่อง​​ที่ไม่น่า​จะเกิดขึ้น​​ได้ให้เกิดขึ้น​

วันนั้น​ไอ้แป้งกรีดร้องอย่างผู้หญิง​เป็นครั้งแรก​ที่ริมร่องสวนกลางผืนบัวบก ​เมื่ออะไร​ๆ​ มันไม่​สามารถ​จะถดถอยกลับ​ไป​เป็นเหมือนเก่า​ได้อีกแล้ว​ ​ทั้งเล็บ​ทั้งแรง​ทั้งหมด​ที่มีจึงผ่อนคลายจากการจิกข่วนตบตีสารพัด​เพราะ​ความไม่ประสา ​ที่สุดน้ำตาก็เอ่อท้นออกมา​พร้อมคำด่าพึมพำ

"ไอ้เหี้ย...​.มึง มึงทำกู มึงทำกูทำไม...​...​ฮือ..ฮือ..ฮือ"

วันนั้น​ไอ้ธงก็​ได้​ใช้มีดประจำตัวของมันกรีดแทงหัวใจของ​เพื่อนรัก​เป็นครั้งแรก ​เมื่ออะไร​ๆ​ มันไม่​สามารถ​จะเดินหน้าต่อ​เพราะสุด​จะกลั้นอีกต่อ​ไปแล้ว​ ​ทั้งเล็บ​ทั้งแรง​ทั้งหมดไม่​ได้สร้าง​ความเจ็บปวดให้​กับ​ส่วนใดของร่างเลย​​แม้​แต่น้อย ​ที่สุดสิ่ง​ที่เอ่อท้นออกมาก็ซึมหาย​ไป​พร้อม​กับแรง​กำลัง

"แป้ง...​..กู...​.เอ่อ...​.ธง ธงขอโทษ ​คือ...​.เอ่อ...​​คือว่า กู...​.ข้า...​..ธงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำ​กับแป้งอย่างนี้ทำไม...​.."


ผืนดินนุ่มน้ำค้าง​ที่ลาดทับด้วยบัวบก​และผักบุ้ง ช่วยให้ไอ้แป้งเหลืออาการเจ็บค้างอยู่​เพียงตรงเดียว มันนิ่งอยู่​ไม่นานก็ผลัก​เพื่อนรักออกจากอก ปาดน้ำตาฝาก​ไป​กับจอกแหน เหลียวหาเสื้อตัวเก่า ก็เห็น​เป็นสองเสี่ยงแผ่พาดอยู่​คนละทาง จึงเอ่ยขึ้น​อย่าง​จะให้ฟังดูราบเรียบ​ที่สุด

"ขอยืมเสื้อหน่อย​สิ ​จะกลับบ้านแล้ว​"

​เพื่อนรักรีบโผ​ไป​เอามาให้ทันที ​ทั้ง​ที่ยังไม่รู้เหมือนกันว่ากางเกงของตัวเองนั้น​มันล่องลอย​ไปหนไหน


จากวันนั้น​แป้งก็จับไข้ ไอ้ธง​ซึ่งบัดนี้​ได้รู้สึกว่า​ตน​เป็นหนุ่มเต็มตัวจึง​ไปดูแลใกล้ชิด ​เมื่อสร่างซมทุกอย่างก็กลับ​ไปสู่สถานภาพเดิม ไอ้สองแสบกลับมาสนิทสนมกัน​ได้อย่างเดิม ​เมื่อ​เพื่อนคนหนึ่ง​บอกไว้​กับ​เพื่อนอีกคนเพียงว่า

"ช่างมันเถิดธง แป้งลืมมัน​ไปแล้ว​ ​และก็ไม่อยากให้ธงรื้อฟื้นมันขึ้น​มาอีก ให้มันจมอยู่​ในท้องร่องนั่นแหละ​นะ​เพื่อน"

"​แต่...​...​."

"อย่าธง อย่าพูด ไม่ว่า​จะพูดอะไร​ก็ตาม มันไม่ใช่​ความผิดของ​ใคร ​และมันก็ไม่ใช่เรื่อง​​ที่เราคนหนึ่ง​คนใด​ต้องมาแสดง​ความรับผิดชอบ มันยังไม่​ได้สาย​ไปถึงขั้นนั้น​หรอกนะ แค่...​.ก็อย่าง​ที่บอก แค่เราทำใจให้รู้ว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น​ ทุกอย่างมันก็​จะไม่เคยมีอะไร​เกิดขึ้น​ นะ...​​ได้ไหม...​ธง"

เรื่อง​เดียว​ที่เปลี่ยน​ไป​คือ ไอ้แป้งไม่เคย "เข้าสวน" ​กับไอ้ธงอีกเลย​ ในทางตรงข้ามหากมีกิจกรรมใด​ที่​ต้องเล่นกันในหมู่มาก แป้งมักชวนธง​ไปร่วมเสมอ​ทั้งตะกร้อ ฟุตบอล หรืองานรื่นเริงบันเทิงต่างๆ​ ตามประเพณี ทุกครั้งแป้ง​จะมานั่งเฝ้าดูไอ้ธง​แต่งตัวรอว่า​เมื่อไหร่มัน​จะเสร็จ จนบางคราวก็สัพยอก​เพื่อนรักให้ว่า

"ธง​แต่งตัวนานกว่าแป้งอีกนะ ​จะ​เป็นกะเทยเสียก็ไม่รู้"

กว่า​จะรู้ตัวว่าก้าวพลาด ฝ่าย​ที่​กำลังพยายามอย่างยิ่ง​กับการจับผมเรียงทีละเส้นก็ศอกกลับมา

"ไม่มี​ใครเค้ารู้หรอกว่าธง​เป็นกะเทยหรือ​เป็นผู้ชาย​ทั้งแท่ง ​จะมีก็​แต่...​.."

"หยุดนะธง...​..เราสัญญากันแล้ว​ไม่ใช่หรือว่าให้ลืมมัน​ไปซะ" แป้งใบหน้าร้อนผ่าว ด้วยเรื่อง​ราวริมท้องร่องวันนั้น​กลับมากดย้ำกรีดแทง​ที่หัวใจอีกครั้ง

"อะไร​...​นี่แป้ง...​ธงแค่​กำลัง​จะพูดว่า ​จะมี...​​จะมีก็​แต่ตัวของธงเท่านั้น​แหละ​ ​ที่​จะรู้จักตัวของตัวเองดี​ที่สุด แล้ว​​จะบอกอะไร​ให้นะแป้ง​ถ้าหากการ​เป็นผู้ชายมัน​จะ​ต้องประกอบด้วยการมีสามัญสำนึก​และ​ความรับผิดชอบ แป้งก็มั่นใจ​ได้เลย​ว่าธง​เป็นผู้ชาย ​เพราะธงสำนึกถึงสิ่ง​ที่ทำลง​ไปอยู่​เสมอแล้ว​ก็​พร้อมเสมอ​ถ้า​ใครสักคน​จะถามหา​ความรับผิดชอบจากหัวใจของธง"

คนนั่งฟังถึง​กับหน้าเจื่อน​ไปเหมือนกัน ​ได้​แต่แก้เก้อกลับ​ไป

"อย่ามาทำ​เป็นผู้มียี่เกในหัวใจหน่อย​เลย​นะพ่อธงรบ"

แล้ว​ก็รีบเปลี่ยนเรื่อง​เสีย​โดยพลัน

"ว่า​แต่ว่าตาก้านกรรไกรทองนั่นน่ะ เค้าตัดผมให้ผู้หญิงด้วยหรือเปล่า"

"ทำไมหรือ" คนถามเพิ่งติดดุมกางเกงเสร็จหลังจากบรรจงจีบชายเสื้อไว้ใต้กางเกงตัวแนบเนื้อ

"ก็อยาก​จะ​ไปตัดบ้างน่ะสิ หรือวันไหนธงพาแป้ง​ไปหน่อย​นะ"

"สั้นแค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ ธงว่าแป้งไว้ผมยาวแล้ว​คง​จะสวยไม่มี​ใครหลบ"

สิ้นคำคนอยากตัดผมสั้นก็พาดฝ่ามือเปรี้ยงเข้า​ที่กระดุมเม็ดกลางจนเจ้าของกางเกงลง​ไปดิ้นพราดๆ​ ​กับพื้น แล้ว​ก็​เป็นอันว่าแผ่นการเ​ที่ยวเดินตากแอร์วันนี้​ต้องล้มเลิก​เพราะพ่อเจ้าสำอางเคล็ดขัด​ที่ฟองอ่อนจนยืนทรงตัวตรงๆ​ ไม่​ได้

"ผู้ชายอะไร​วะแค่นี้ก็ลง​ไปนอนครางโอยๆ​ๆ​ๆ​" แป้งทิ้งคำไว้แค่นั้น​แล้ว​ก็รีบผละ​ไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ


ภาคเรียนสุดท้ายของมัธยมปี​ที่ ๖ ธง​กับแป้งก็สมัครเข้าสถานกวดวิชาชื่อดังใกล้บ้าน​ที่เพียงชั่วไม่กี่ปีฟากข้างโน้น​ที่มีถนนตัดมาถึงในวัด ก็มีสารพัดสถานแข่งกันผุดขึ้น​เหมือนเห็ด​ได้ฝน
พักหลังตอนแม่​ใช้ให้ธงขึ้น​​ไปเก็บลูกฟักข้าว​ที่ยอดมะม่วง ​เมื่อมองเลย​วัด​ไปทางถนนใหญ่ตึกรามบ้านช่องใหญ่โตมากมาย​​กำลังก่อสร้าง เหมือน​กับว่าอนาคต​กำลังก่อตัว​เป็นรูป​เป็นร่างให้เห็น

​แต่เพียงชั่วหันหน้ากลับมามองข้างหลัง ทุกอย่างยังคงเดิมเลย​ขนัดสวนของแม่ ​กับของตาท้วม​ไปก็ยังคง​เป็นทุ่งนาดอนของยายช่วย​ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าต้นหญ้าหรือต้นข้าว​ที่งอกงามกว่ากัน ทางฝั่งนี้ก็เหมือน​กับว่าอดีตนั้น​ยังสถิตรูปรอยดั้งเดิมของมันไว้​ได้อย่างแข็งขัน ราว​กับ​จะประกาศให้รู้ทั่วกันว่า อดีตนั้น​ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ธงรู้สึกโล่งใจว่าหากแป้งมี​เพื่อนผู้หญิงด้วยกัน​ที่รักในการปรุงตัวเองให้หอม​ทั้งจากการ​แต่งตัว​และการ​แต่งหน้า​แต่งตา รวมถึง​ได้คลุกคลี​กับจริตกิริยาของผู้หญิงแท้ๆ​ แป้งคงอาจ​จะอยากนึกรักสวยรักงามขึ้น​มาบ้าง แล้ว​​เมื่อเวลานั้น​มาถึงมันนี่แหละ​​จะทำตัว​เป็น "กระดุมคอ" ของแป้ง​ไปทุกหนทุกแห่ง มัน​จะ​ไปยากอะไร​​กับการแสดงท่าทาง​เป็นเจ้าของผู้หญิงสวยๆ​ สักคน

"เลือกวิศวะด้วยกันนะธง" แป้งชวน​เพื่อนสนิทหลังจากสถานกวดวิชาประกาศผลการทดลองสอบ

"ไม่​เอา...​.​จะเข้าอักษร ไม่ก็สื่อสารมวลชน มีไรมะ" ธงมาเปลี่ยนใจในโค้งสุดท้ายนี่เอง ​เมื่อรู้ว่าพักนี้หัวใจมันอ่อนโยน​และถนัดการรำพึงรำพันมาก​เป็นพิเศษ ​โดยเฉพาะเวลา​ที่แอบมองไอ้แป้งเวลามันเผลอ

​และแล้ว​หัวใจของไอ้หนุ่มฟากบ้านสวนก็มีอัน​ต้องเต้นตูมตามครั้งใหญ่อีกหลายครา ​เมื่อชั่วโมงการเรียนพิเศษพาลูกสาวคนงามของเสี่ยเหล็งเจ้าของตึกแถวหน้าถนนตัดใหม่ มาให้​เป็น​เพื่อนร่วมชั้น ​แม้สาวเจ้า​จะนิยมสุงสิงอยู่​​แต่​กับผู้หญิงๆ​ ด้วยกัน ​แต่ด้วยคุณลักษณะอัน​เป็น​ที่​ต้องตาหญิงทุกผู้ ไอ้ธงรบจึง​ได้รับการชม้ายมองจากน้องหมวยคนงามอยู่​บ้าง​เป็นครั้งคราว ​ทั้ง​ที่ตลอดเวลานั้น​แป้งร่ำก็ยังคงนั่งเคียง

รสแรกจึงถูกลืม​ไปชั่วขณะด้วยเหตุดังนี้ ​ทว่าแรงปรารถนาอันเคยผ่านนั้น​กลับมารุนกระตุ้นให้มันนั่งไม่​เป็นสุขทุกที​ที่กระโปรงสั้น​และเสื้อสายเดี่ยวแนบเนื้อเผยผิวขาวอมชมพูอยู่​ข้างตัว ​และฝ่ายนั้น​ก็ดูเหมือน​จะรับรู้อาการของมัน​ได้ไม่ยาก หลายครั้งอาการโอนเอนขยับแข้งขาหรือขยับเสื้อผ้าให้เข้า​ที่จึงคล้าย​กับการยั่วยวนชวนเชิญให้ลิ้มรสขนมจีบสาหร่าย​และซาลาเปาไส้หวาน​ที่เธอพกมารับประทาน​เป็นอาหารว่างประจำ

เหมือน​กับสวรรค์​เป็นใจให้มันมีโอกาส​ได้ใกล้​กับเธอ​ที่หมายตา ไอ้แป้งยอดรักจึง​ได้มาสนิทสนม​กับอาหมวยคนงาม อย่าง​ที่​ใครสักคนคงตั้งใจ​จะให้มัน​เป็นอย่างนั้น​ แป้งอาจ​จะอยากสลัดมันให้ขาดจึงช่วยชักจูง​ใครสักคนให้แทนหรือสาวหมวยอาจ​จะเกิดอาการระคางเขินหาก​จะเข้ามาแสดง​ความรัก​กับมันตรงๆ​ จึงหาทางสนิทสนม​กับ​ความ​ที่สนิท​กับมัน​ที่สุดเสียก่อน

ธงรบจึง​ได้อานิสงฆ์​เป็นผู้คอยติดตามอารักขาสองสาวสวยต่างแบบ ​ใคร​จะว่ามัน​เป็นมดแดงแฝงพวงอะไร​ก็ตาม​แต่ มันก็ยังยิ้มชื่นอยู่​ในอก​เพราะหนึ่ง​ผลในพวงนั้น​ตก​เป็นของมัน​โดยพฤตินัย​ไปนานแล้ว​ ​และ​เมื่อโอกาสอำนวยอีกผลหนึ่ง​​ซึ่งขาวผ่อง​เป็นยองใยนั้น​หรือ​จะพลาดจากการให้ลิ้มชิม หากมันยกเรื่อง​ราวริมร่อง​เป็นข้อต่อรองให้สหายรักร่วมรส​เป็นนางนกต่อดูสักคราว มีหรือสาวแป้ง​จะกล้าปฏิเสธ

​แม้ว่ามันไม่เคยเอ่ยปาก​กับ​ใครเรื่อง​ใน​ระหว่างร่องสวนนั้น​ ​แต่ในทีสุดแล้ว​​ความด้วย​ความจำ​เป็นของหัวใจ ก็ทำให้มัน​ต้องนำเรื่อง​ลับนี้ย้อนกลับมาพูดคุยกันอีกคราว ​พร้อม​กับจุดมุ่งหมาย​ที่ชัดเจนในตัวหมวย​โดยอำพราง ข้อต่อรองของกลุ่มหนุ่มปากหวาน​ซึ่งมัน​เป็นหนึ่ง​ในนั้น​​ที่ว่า

"​ถ้านังหมวยไม่โดนมึงฟัน มันก็​ต้องเสร็จกู"

นี่เอง​คือถ่านร้อนๆ​ ​ที่สหายชายชาวคะนองโยนใส่หน้าตัก ดูทีหรือ​กับ​ที่มันว่า แค่นัด​ไปเ​ที่ยวสวนเ​ที่ยวนากันสักวันแค่นั้น​ก็​เป็นอัน​ได้เมีย แค่ลองสะดุดลมซวนตัว​ไปซบ​พร้อมแกล้งผลักให้พลัดล้มเกลือกดิน​ไปด้วยกันแล้ว​ยังไม่ยอมปล่อย เนินน้อยปลายคันนาก็​จะกลาย​เป็นคูหาสวรรค์ประดับดาว ยิ่งคนอย่างน้องหมวยแล้ว​ยิ่งไม่น่า​จะยากนัก ​เพราะการ​แต่งเนื้อ​แต่งตัวก็บอก​ได้มากว่าเธอ​เป็นหญิงผู้มีอารมณ์ชนิดไหน

แป้งนิ่ง​ไปนาน​และไม่​ได้เอออออะไร​ในวันนั้น​ จนรุ่งขึ้น​​เมื่อมันทวงถามกว่า​จะ​ได้คำตอบก็ล่วงเย็นหลังเรียนพิเศษเสร็จสิ้นในวันศุกร์ ​ซึ่งหมายใจ​ได้ว่า​จะ​เป็นคืนสุขของมันอีกคืนหนึ่ง​

"แน่ใจหรือแป้งว่าหมวยเค้า​จะยอมมาตามนัด" ไอ้ธงรบถาม​เพื่อ​ความแน่นใจ​กับ​เพื่อนสนิทแน่นมา​แต่น้อย ​ซึ่งบัดนี้มีผมรองทรงต่ำ​กับจอนสั้นๆ​ ​ได้สำเร็จ

"เออสิ...​หรือว่าธงไม่กล้า!" คำถามกลับไม่น่า​จะเด็ดขาดรุนแรง​ได้ขนาดนี้ในขณะนั้น​

"แล้ว​...​​จะมีเวลาแค่ไหน...​ล่ะ...​.แป้ง" จนมันถึง​กับตะกุกตะกัก ​เพราะเริ่ม​จะกล้าๆ​ กลัวๆ​ ขึ้น​มาบ้างแล้ว​

"แป้งนัดให้หมวยมาค้าง​ที่บ้าน ให้บอกเตี่ยว่ามาติวหนังสือกัน ​ส่วน​จะนานแค่ไหนก็ขึ้น​อยู่​​กับธง ​แต่แน่ใจนะว่า​จะนัดกัน​ไปแค่สองคน ไม่ใช่มีไอ้พวกปากมหานั่นตาม​ไปด้วย"

"โธ่! แป้ง...​.คนนี้ธงรักจริงๆ​" คนพูด​ได้ยิน​ทั้งเสียงกลืนน้ำลาย​และสูดหายใจสั้นๆ​ แรงๆ​ ของนางนกต่อ "​ถ้าไม่ใช่ธง ก็ไม่รู้​จะ​เป็น​ใคร แป้งไว้ใจ​ได้ ยังไงธงก็​จะไม่ลืม...​ไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เลย​จริงๆ​" ไม่กล้าคิดหรอกว่าแป้ง​จะมาเล่นแง่อะไร​ในตอนนี้

"ธง...​.คอยดู​ไปเถิดนะว่าคน​ที่เค้ารักกันจริงๆ​ น่ะเค้า​จะทำอะไร​ให้กันอย่างไร มัน​ต้องไม่ใช่​ที่ธง​กำลัง​จะทำลง​ไปนี่แน่ๆ​" ​เมื่อนัดเวลา​และ​ที่หมาย​ได้แน่นอนในคืนแรมแป้งก็แยกตัว​ไป​กับหมวย​ที่ยืนรออยู่​ไกลกว่า​จะ​ได้ยิน

​ทั้งหมดของเรื่อง​ราวนั่นแหละ​​คือผมก่อน​ที่​จะมอมเมาตัวเองด้วยเหล้าดีกรีแรง​เพื่อ​ความด้านทน ​เพื่อข่มการขัดขืนเล็กน้อย​ที่จาก​จะเกิดขึ้น​​กับคู่นัดคืนนี้ หรือไม่ก็​กับตัวของตัวเอง

​ความมืด​และ​ความมึนสร้าง​ความกล้าอย่างไม่น่าเชื่อผมรวบร่าง​ที่โผล่พ้นเหลี่ยมทองหลางนั้น​ไว้ในอ้อมกอด ​ใช้จมูกซุกไซร้ระดะ​ไปทั่วขณะมือเริ่มฉีกทึ้งอย่างไม่สนใจอะไร​อีกแล้ว​ ก็ตามตำราหนุ่มปกขาวเค้าว่าไว้ ว่า​ถ้าเธอไม่ยอมเธอก็ย่อมไม่มา

สามรักทีเดียวกว่าผม​จะผ่อนแรงกระทำ ตั้งแต่ต้นนั้น​ไม่​ได้รู้สึกหรอกว่าใต้เนื้อหยาบ​และกักขฬะของตนนั้น​​ได้​แต่นอนนิ่งให้ผมชำแรกชำรักอย่างไม่ปราณีตนัก ​เมื่อน้ำเหงื่อหลั่งออก​พร้อมการระเหิดระเหยของดีกรีในกาย ภาพพร่าก็​กับมาชัด​และคมจนบาดหัวใจ

ผมถึงกลับผงะ​และถอยกรูดจากเธอ​ที่​กำลังทรงกายขึ้น​อย่างกระปลกกระเปลี้ย เจ้าของร่าง​ที่ผมบดขยี้ไม่ยั้งส่งน้ำเสียงเย็นชามาใน​ความมืดของกลางดึก

"พอแล้ว​หรือธง...​.แน่ใจนะว่า...​พอแล้ว​"

"แป้ง...​" ผมคราง​ทั้งน้ำตา "ทำไม...​."

"นี่แหละ​ธง สิ่ง​ที่คนรักกัน​จะยอมทำ​เพื่อกัน" แป้งยันกายลุกขึ้น​​ได้แล้ว​ในขณะนี้ ​แม้​จะมีอาการซวนเซอยู่​บ้าง

"หมาย​ความว่า​ที่แป้ง...​เอ่อ...​.นี่...​.​เพราะ...​​เพราะแป้งรักธงงั้นหรือ" ผมพยายามแล้ว​​ที่​จะปะติดปะต่อคำพูด ​กับ​ความคิด​และ​ความรู้สึกเข้าไว้ด้วยกันอย่างดี​ที่สุด

"ถูกแค่ครึ่งเดียวธง...​.ถูกตรง​ที่ว่าแป้งยอมทำ​เพราะ​ความรัก...​.."

ตะวันจวน​จะเลื่อนขึ้น​จนพ้นยอดไม้อยู่​แล้ว​​แต่ผมก็ยังรู้สึกหนาวสะท้าน​ไป​ทั้งตัว ราว​กับน้ำค้างยอดหญ้านั้น​เย็นจนจับเกล็ด ราว​กับว่าทุก​ส่วนของผมถูกฝังคาไว้ในช่องแข็ง​ซึ่งมีอุณหภูมิติดลงหลายองศา

น้ำตาอุ่นๆ​ ​ที่เอ่อท้นออกมาไม่​ได้ช่วยให้หัวใจอบอุ่นขึ้น​บ้างเลย​​แม้สักน้อย ​เมื่ออีกครึ่งของคำตอบย้อนกลับมากระทืบซ้ำ บนร่างกายของผู้พ่ายแพ้ แพ้อย่างหมดรูป หมดร่าง หมดศักดิ์ศรีของสัตว์เพศผู้ตัวหนึ่ง​เช่นผม

" คน​ที่เค้ารักกันจริงแท้ เค้ายอมตายแทนกันก็ยัง​ได้...​นับประสาอะไร​​กับเรื่อง​แค่นี้...​.แป้งรับรองว่าพรุ่งนี้เราก็​จะยังรู้จักกันเท่าเดิม...​​แม้ว่าแป้ง​กับหมวย​จะรักกันมากกว่าเดิมอีก​เป็นร้อยๆ​ เท่าก็ตาม"

982982982982982982982982982982982

 

F a c t   C a r d
Article ID A-452 Article's Rate 7 votes
ชื่อเรื่อง ห น า ว น้ำ ค้ า ง
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๓๕๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-1276 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 26 มิ.ย. 2547, 01.29 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น