นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๗
ส ร้ อ ย ส น
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือรวมเรื่อง​​สั้นชุด "ขณะหนึ่ง​​...​​ของ​​ความคิดถึง" สำนักพิมพ์ปีกฝัน 14 กุมภาพันธ์ 2549...
สร้อยสน ...​...​...​...​...​...​



กุหลาบโรยกลิ่นหอมเย็น ฟุ้งกรุ่นกำจายทั่วบริเวณ บางกลีบปลิวลมมาเคลียแขน กลิ่นกลีบอ่อนบางซ่านเข้า​ไปถึงในใจของชายหนุ่ม ผู้ห่างสัมผัสอันหอมหวานมานานนัก

​เขามา​ที่​ส่วนสวนกุหลาบนี่​เป็นประจำ ​เพราะนอกจากสี​และกลิ่นอันพึงใจแล้ว​ ​เขายัง​จะ​ได้มีโอกาส​ได้ทอดตามองอีกคน​ที่​เขาเฝ้ามองมาตลอด

สวนสาธารณะแห่งนี้มี​ทั้งกลุ่มไม้ดอก ไม้ใบ ไม้โชว์กิ่ง ​และไม้ให้ร่ม ปลูกร่วม​และสลับกลุ่มกัน​ได้จังหวะจนน่านั่ง​ไปเสียทุกมุม จากตรงซุ้มกุหลาบข้ามลานหญ้า​ไปก็​เป็น​ส่วนของสวนสนหลากพันธุ์ ไม่ไกลเกินกว่า​ที่สายตาของชายหนุ่ม​จะจับจ้อง​ไปยังหญิงสาว ​ซึ่งก็มานั่งอยู่​​ที่ม้านั่งใต้เงาสนนั่น​เป็นประจำเช่นกัน

ลมกรรโชกแรงขึ้น​จนกุหลาบเหลืองโรย ​ต้องปลิดกลีบทิ้งเกสร​ไป​ทั้งดอก เช่นเดียว​กับ​เพื่อนต่างสี​ที่พากันสลัดก้านปล่อยให้ละอองเรณูปลิวลมตลบจน​เขา​ต้องหลับตาหลบพิษแห่ง​ความหอมของราชินีดอกไม้ พลางรีบปิดสมุดบันทึกในมือด้วยเกรงว่า​ความรัก​ความหลัง​จะปลิว​ไปไกลจนเกินเก็บคืน

สิ่งหนึ่ง​สัมผัสแขนแกร่งด้วย​ความแผ่วเบาแล้ว​พาดไพล่อยู่​​ที่หน้าตัก ​เมื่อลืมตาก็เห็นว่า​เป็นแพรโปร่งบาง สอดดิ้นทองงามระยับราว​กับเครื่องประดับมากกว่า​เป็นแค่ผ้าคลุมผม ​เขามองกลับ​ไปยังเจ้าของ ​ซึ่งนั่งอยู่​ใต้หมู่สนฝั่งโน้น ลมเอยช่าง​เป็นใจให้ช้ำ พัดยอกย้อนจนมีเหตุ​เป็นอัน​ต้องสบสายตากันจน​ได้

เธอนั่งนิ่งราวไร้​ความรู้สึกใด เพียงสายตา​ที่มองเท่านั้น​​เขาก็จำ​ต้องมาส่งแพรบางคืนให้ถึงมือ ​ทั้ง​ที่อยาก​จะแอบซ่อนเก็บมันไว้​จะแย่

"ขอบคุณค่ะ​...​.อยู่​คุย​เป็น​เพื่อนกันก่อนก็​ได้นะคะ​...​ฉันเห็นคุณมานานแล้ว​ ​แต่ยังไม่มีโอกาส​ได้ทักทายกันเลย​...​.มา​ที่นี่​เป็นประจำเหมือนกันนะคะ​...​.ท่าทาง​จะชอบกุหลาบมาก เห็นมาทีไรก็ตรง​ไปอยู่​ในสวนกุหลาบนั่นตลอดเลย​"

ตลอดเวลาของการเปิดบทสนทนาอันยาวนาน ​เขา​ได้​แต่เพียงมองลึกลง​ไปในแววตาใสหมดจดของเธอ
พยายามมองให้ลึก​ไปถึงข้างใน จนไม่แน่ใจว่า​เขาไม่เห็นอะไร​หรือในนั้น​ไม่มีอะไร​กันแน่ จึงพยายามมองหาทุกซอกมุม​ที่พอมี ​ทว่าทุก​ส่วนคงยังว่างเปล่า ​และลืม​ไปว่าปล่อยให้ฝ่าย​ที่เพิ่งกล่าวขอบคุณ พูดอยู่​คนเดียวมาหลายคำ

"อ้อ...​ครับ​...​.ผมชอบกลิ่นกุหลาบน่ะครับ​...​.มันหอมเย็นชื่นจนช่วยให้ผ่อนคลาย​และสบายใจขึ้น​มาก...​" ​เขายิ้มให้​ทั้งหน้า​เมื่อเธอยิ้มตอบกลับมาอย่างเต็มใจ

"นิลค่ะ​...​ดาวนิล...​.ยินดี​ที่​ได้ทักกันเสียทีนะคะ​" เธอชิงแนะนำตัวเองเสียก่อน จน​เขาไม่ทันคิดอะไร​​ได้มาก​ไปกว่า แนะนำตนเองตอบ​ไป​โดยอัตโนมัติ

"ชื่อกานต์ ​ที่แปลว่า​ที่รักหรือเปล่าคะ​...​แหมชื่อยัง​กับ​พระเอกนิยายรายสัปดาห์" เธอหยอกอย่าง​เป็นกันเอง​ได้เร็วเกิน​ไปด้วยซ้ำ "​แต่ว่าชื่อคุณนี่คุ้นหูจังค่ะ​...​..​แต่จำไม่​ได้เสียแล้ว​หละค่ะว่า​เคยมี​ใคร​ที่รู้จักมาก่อนมีชื่อนี้" เธอเอื้อมมือมาแตะเบาๆ​ ​ที่ต้นแขน ท่าทีแสดง​ความขอโทษ​ทั้ง​ที่ยังมิ​ได้ทำผิดกิริยาอันใดเลย​

"ยินดี​ที่​ได้รู้จักครับ​คุณนิล...​..ทำไมมานั่งตรงนี้คนเดียวตลอดเลย​เล่าครับ​" ​เขาพลาด​ไป​โดยไม่ทันสะกิดใจ

"เอ๊ะ...​คุณกานต์แอบมองนิลอยู่​ตลอดเลย​หรือคะ​" เธอยังคงอารมณ์แจ่มใส

"ขอโทษครับ​​ที่เสียมารยาท...​.ผมหมาย​ความว่า...​เอ่อ...​" คน​ที่เฝ้ามองมาตลอดจึง​ได้​แต่ตะกุกตะกักอยู่​แค่นั้น​

"ไม่​เป็นไรหรอกค่ะ​...​ก็จริงนี่คะ​...​.นิลมานั่ง​ที่นี่คนเดียวตลอดมา...​.มานั่งรื้อฟื้น​ความทรงจำเก่าๆ​ น่ะค่ะ​"

เพียงแค่นั้น​​ทั้งคู่ก็นิ่งงันจมอยู่​​กับ​ความคิด ​ความรัก ​ความหลังของ​แต่ละฝ่าย กานต์ยังจำเธอ​ที่รักของตน​ได้ตลอดมา ​ทั้งยังย้ำ​กับใจว่ายังรักเธอมั่นเสมอ สิ่งใด​ที่เธอ​จะ​ได้มี​ความสุข​กับชีวิต​เขาก็​จะยินดีหามาพลีให้ ​ได้​แม้​แต่ชีวิตตัวเอง

ไม่รู้ว่าอีกฝ่าย​กำลังคิดอะไร​ ​เพราะอาการกรีดปลายนิ้วค่อยสานสิ่งหนึ่ง​อยู่​นั้น​ดู​เป็น​ไปตาม​ความเคยชินมากกว่า​จะตั้งใจ

"สร้อยสน...​.สวยจริงครับ​คุณนิล" ​เขาเอ่ยปากทักสิ่ง​ที่อยู่​ในมือเรียวละมุน ทำลาย​ความเงียบ​และห้วงคำนึงของหญิงสาวตรงหน้า

"ค่ะ​...​สร้อยสน...​ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่า​ฉันชอบร้อยมันตั้งแต่​เมื่อไหร่...​รู้​แต่เพียงว่า...​ฉัน...​เคยร้อยมันด้วยหัวใจ​ทั้งดวง ​และด้วยสร้อยสนนี่แหละ​ค่ะ​​ที่ร้อยหัวใจอีกดวงของคน​ที่ฉันรัก​เอาไว้"

เธอสลดลงเล็กน้อย คล้ายดอกไม้งาม​ต้องแสงแรงร้อนของแดดบ่าย

"น่าอิจฉา​ความรู้สึกดีๆ​ ของคุณนะครับ​" ​เขา​จะเอ่ยอันใด​ได้มากกว่านี้อีกเล่า

"อย่าเลย​ค่ะ​...​.สิ่งใด​ที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ​ หากวันใดมันห่างหาย หรือว่าเราเผลอลืมเลือน​ไป ​แต่แล้ว​วันหนึ่ง​เรากลับห่วงหาหรือจดจำมัน​ได้ขึ้น​มา ​ความรู้สึกดีมากๆ​ นั้น​​จะกลับมาทำร้าย​ความ​เป็นตัวของตัวเรา​ได้รุนแรงพอๆ​ กัน ​โดยเฉพาะ​ความรู้สึก​ที่เรียกว่า รัก"

ดาวนิลไม่​ได้หยุดมือจากการถักร้อยเส้นใบสนในมือ ​เขาสังเกตเห็นว่า มือนั้น​สั่นเล็กน้อย แล้ว​ปลายเล็บบางก็เผลอจิกให้สายใบสนขาดจากกัน

"อุ๊ย...​.ขาดเสียแล้ว​...​.ตั้งใจว่า​จะร้อยให้คุณกานต์ในฐานะคน​ที่​จะ​เป็นมิตร​ที่ดีต่อกันในโอกาสต่อ​ไป...​.เดี๋ยว​จะร้อยให้ใหม่นะคะ​" คนพูดรวบกำเศษเส้นแหลกสลายไว้ในมือ ราว​กับว่าอยาก​จะหลอมมันด้วยกระไอร้อนแห่งชีวิตให้มัน​ได้หวนคืนดังเก่ากระนั้น​

​เขาแอบหวังว่า ​แม้สร้อยสนเส้นขาดนั้น​ก็เพียงพอแล้ว​​กับตน ​ทว่าเธอกลับโปรยมันลงรวม​กับเศษก้านใบแห้งแข็งตรงหน้า สุด​ที่​เขา​จะเอ่ยอะไร​ออกมา​ได้ จึงเพียง​แต่เพียงเอื้อมหยิบมันขึ้น​มาพินิจดูอีกครั้ง

"น่าเสียดาย...​ไม่น่าเชื่อว่าเส้นใบสนแข็งๆ​ ​เป็นข้อเล็กๆ​ นี่​จะ​เอามาร้อย​เป็นอะไร​แบบนี้ก็​ได้นะครับ​" ชายหนุ่มแสดง​ความเห็นราว​กับตนไม่เคยเห็น​ความละเอียดอ่อนเช่นนี้มาก่อน

"ไม่​ต้องเสียดายหรอกค่ะ​...​.ฉันร้อยมัน​ได้แค่ลายนี้ลายเดียวเท่านั้น​ ลายเดียว​ที่ฉันจำ​ได้...​​จะด้วยสิ่งใดก็แล้ว​​แต่ เส้นใหม่นี่ก็ไม่เคยด้อยกว่าเส้นเก่าเลย​ค่ะ​ ​แม้ว่ามัน​จะไม่เคยสวยงามกว่าก็ตาม"

​ความเงียบมาเยือนคน​ทั้งสองอีกคราว ภาพ​ความหลังมีแรงมหาศาลในการดึงให้​ทั้งคู่กลับ​ไปจมอยู่​​กับอดีตอีกครั้ง ภาพของหญิงสาว​ที่​เขาเฝ้ามองมานานกลาย​เป็นเพียงฉากหนึ่ง​ของชีวิต​ที่ผัดผ่าน​ความรานร้าวร้ายมาหนักหนาสาหัส อาจ​จะเช่นกัน​กับสร้อยสนเส้นใหม่ในมืองาม ​ที่เจ้าตัวดู​จะตั้งใจจับจ้อง​และระมัดระวังไม่​ได้มันขาดจากกันเหมือนอย่างเส้นก่อนหน้า


หมู่นกทยอยกลับรัง​ที่กลุ่มไม้ใบหนา ถัดสวนกุหลาบ​ไปอีกด้าน ลมแรงพัดหวนย้อนกลับมาจากทางนั้น​ จนกลิ่นหอมอ่อนกำจายผ่าน เธอยืดตัวขึ้น​ตรงสูดหายใจยาวขณะมอง​ไปยังซุ้มกุหลาบนั่น ​เขามองตามนิดหนึ่ง​ก่อน​จะกลับมามองตาเธอ นัยตารื้นน้ำฉ่ำชื่นยังคงไม่มีอันใดเคลือบแฝงเช่นเคย

"หากยังรักยังคิดถึง ทำไมไม่กลับ​ไปหาสิ่ง​ที่เรารัก เราคิดถึงล่ะครับ​" ​เขาไม่รู้เลย​ว่า ข้อ​ความ​ที่กล่าวออกมานี้​จะกรีดแทงเข้า​ไปถึง​ส่วนไหนของหัวใจเธอ หญิงสาวจึงหลั่งน้ำตาพราวอัน​แม้​จะซ่อนไว้ด้วยการก้มหน้า หากหยดน้ำใสยังหยาดลงมิ​ได้หยุด

"คุณครับ​...​คุณ...​คุณนิล...​.​เป็นอะไร​​ไปครับ​...​ผมขอโทษ...​ขอโทษนะครับ​หากว่าพูดอะไร​ผิด​ไป"

อีก​เป็นนานกว่าอีกฝ่าย​จะข่มน้ำตาน้ำใจของตนให้กลับมาดำรงสติ​กับปัจจุบัน​ได้"ดูสิ ขาดอีกจน​ได้ คุณกานต์คะ​ ฉันตั้งใจ​จะร้อยมันให้​กับคุณจริงๆ​ รออีกครู่นะคะ​" เธอยังถอนสะอื้น จนถ้อยคำขาด​เป็นห้วงๆ​

"วันหน้าก็​ได้ครับ​...​...​.ผม​ต้องขอโทษจริงๆ​ ไม่​ได้ตั้งใจ​จะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีขนาดนี้เลย​"


​เพราะแดดอ่อนเริ่มปรับสีฟ้า​เป็นชมพูหม่นซีด​และหมอง แมลงกลางคืนเริ่มระงมขานทักทายยามอาทิตย์ย่ำยอแสง กลิ่นกุหลาบจางเริ่มถูกแทนด้วยดอกไม้กลางคืน ซ่อนกลิ่นคละกลิ่นมา​กับราตรี​และวาสนา ​ทั้งนั้น​หอมฉุนรุนแรงชวนวิงเวียนมากกว่า​จะสดชื่น

"ผมว่าผมคง​ต้องกลับก่อนแล้ว​หละครับ​...​

​เขาบอกอย่างเกรงใจเธอเต็ม​ที่ กระไรเลย​​กับ​ความ​เป็นสุภาพบุรุษ​ซึ่ง​ต้องยก​ไปไว้เสียอีกทางหนึ่ง​ก่อน

"...​คุณ ก็ควร​จะกลับ​ได้แล้ว​นะครับ​...​.​ถ้า...​หากว่า ผม​ต้อง​เป็นเหตุให้คุณรู้สึกเศร้าหรือเสียใจ ไม่ว่า​จะด้วยเรื่อง​อะไร​ก็ตาม...​..ผม...​..ผม...​...​ก็ ก็ควร ​จะ​ต้อง​ไปจากตรงนี้เสียที...​...​"

"​ได้โปรดเถิดค่ะ​...​โปรดอยู่​​เป็น​เพื่อนฉันอีกสักครู่ อีกครู่เดียวเท่านั้น​ ​เมื่อ ...​.. ​เมื่อตะวันลับฟ้าเราค่อย​ไปจากตรงนี้​พร้อมๆ​ กัน" เสียงของหญิงสาววิงวอนจาก​ส่วน​ที่ลึก​ที่สุดของหัวใจเพียงในประโยคแรก แล้ว​​ความเลื่อนลอยก็กลับมาประทับตรง​ที่เดิมของมันอีกครั้ง

เงาไม้ของหมู่สนทอดยาวหนีแรงแสงอันอ่อนล้า หรีดหริ่งเรไรสงัดเสียงลงเหมือนตกใจในคำพูดของเธอ ​เขาใจหายวาบ เผลอตัวตะลึงมองจ้องตาอีกฝ่ายอย่างมี​ความหวัง โน้นตัวเข้า​ไปใกล้​เพื่อหมาย​จะมองว่ามีสิ่งไรบ้าง​​ที่​กำลังดิ้นเร่าอยู่​ในแววตาใส​ทว่าหม่นหมองตรงหน้า

สมุดบันทึกอันแอบซุกกายอย่างเงียบเชียบอยู่​ในซอกแขนข้างใกล้หัวใจของ​เขามาตลอด จึงเลือนมานอนราบอยู่​บนหน้าตัก ​ทั้งทำท่า​จะเผยอเปิดเผยใจ​ความ​ทั้งหมด​ซึ่ง​เขาสู้อุตส่าห์ฝากฝังไว้​กับมันอย่างเชื่อใจ

กานต์รีบตะครุบมันไว้​ได้ทัน​แต่เพียงปกข้างหนึ่ง​ ​เมื่อหน้ากระดาษสีซีดเซียวเปิดพลิกไล่กัน​ไปตามแรง สิ่ง​ซึ่งคั่นอยู่​ในหน้าหนึ่ง​นั้น​ก็โรยตัวช้าๆ​ ลง​ไปกองรวม​กับเศษเส้นใบสนก่อนหน้า

ก่อน​ที่​เขา​จะก้มลมหยิบมัน​ได้ หญิงสาวก็ฉวยสร้อยสน​ซึ่งแผ่บาง​เพราะทับไว้ใน​ที่แห้งมา​เป็นเวลานาน เธอพลิกมัน​ไปมาอย่าง​จะพิจารณาให้ถ่องแท้ว่ามัน​จะเกิดมา​เป็นสร้อยนี้​ได้นานสักเท่าไรแล้ว​ ​ทั้งยังนำมันลงวางทาบเทียบ​กับเส้นใหม่บนข้อแขนของตนเอง

"ขอ...​."

"ลายเดียวกันเลย​นะคะ​...​..​แต่...​คิดว่าคงสวยกว่าของนิลแน่ๆ​"

ดาวนิลยิ้มอย่าง​ที่อารมณ์แจ่มใสกลับมาเยือนแล้ว​ จน​เขา​ต้องแอบระบายลมหายใจเบาๆ​ อย่างโล่งอก

"อย่างนี้ก็ขายหน้าแย่เลย​...​ริ​จะสอนหนังสือสังฆราชเสียแล้ว​" เธอยื่นสร้อยสนเส้นเก่านั้น​มาให้​เขาอย่างระมัดระวัง

"ไม่ใช่ฝีมือผมหรอกครับ​...​​เมื่อก่อนผมเคยลองหัด​แต่ไม่เคยทำ​ได้ดี ​และ...​.​และเดี๋ยวนี้ ...​ผมหมายถึงว่าหลังจากนั้น​ ผมก็ไม่คิด​จะทำมันขึ้น​มาอีกเลย​" ​เขาพยายามปะติดปะต่อคำพูด​โดยไม่ให้สะเทือนใจ​ใครเลย​สักคน

"นิลร้อยสร้อยสนนี่ตลอดเวลา​เพราะรู้สึก​ได้เหมือนว่ามี​ใครสักคนมาคอยนั่งรอยื่นข้อมือมาให้ลองสวม...​มี​ใครสักคนมาคอยให้​กำลังใจ​เมื่อมันขาดออกจากกัน...​.คุณกานต์ก็คงเหมือนกัน...​.สร้อยสนของคุณก็คงสำคัญ​กับคุณมากสินะคะ​ เราอาจ​จะมีอะไร​เหมือนกันอยู่​อย่างหนึ่ง​...​.นั่น​คือยังผูกพัน​กับ​ความสุข​ที่ผ่านเลย​​ไปแล้ว​...​...​"

​โดยตลอดหญิงสาวตรงหน้าไม่​ได้แสดงอาการหรือน้ำเสียงอย่างใด​ที่​จะทำให้​เขารู้สึกว่า​ เธอกลับ​ไปเศร้าหมองหดหู่อีกครั้ง นั่นอาจ​เป็น​เพราะขณะนี้เธอ​ได้พบ​กับ​เพื่อนร่วมทุกข์อย่างเดียวกันแล้ว​ก็​เป็น​ได้

"ครับ​สร้อยสนเส้นนี้...​.เธอ...​​ที่รักของผมร้อยไว้ให้ก่อน​ที่​จะเกิดอุบัติเหตุ" ไม่ว่า​เขา​จะพยายามเรียบเรียงถ้อยคำอย่างไร ก็ไม่อาจสกัดกั้นข้อเรียกร้องจากหัวใจของตนเอง​ได้

"หยุดเถิดค่ะ​...​.​ถ้านิลอยาก​จะฟังอะไร​สักอย่างจากคุณ ก็ขอฟังช่วงเวลาแห่ง​ความสุขของคุณเถิดนะคะ​คุณกานต์" เธอถึง​กับส่งปลายนิ้วเรียวงามมาแตะริมฝีปากของ​เขา

"ยังดี​ที่คุณรู้ว่าคุณเก็บมันไว้​เพื่ออะไร​ ​แต่​กับนิล...​นิลไม่รู้ด้วยซ้ำว่า​จะร้อยมัน​เพื่อ​ใครหรือ​เพื่ออะไร​...​.

ขณะนี้เหมือนเสียงหัวใจของชายหนุ่ม​จะดังกลบเสียงใดๆ​ ​ได้​ทั้งสิ้น หรือว่า​ความพยายาม​ที่​ต้องทุ่มเทพลังใจ​ทั้งหมด​จะมามลายลงเสียในย่ำค่ำคืนนี้

"อย่างนี้...​คุณกานต์คงไม่​ต้องการสร้อยสนของนิลอีกแล้ว​ใช่ไหมคะ​" หญิงสาวถามขึ้น​ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ​ความกระตือรือล้น​เมื่อแรกมลายหาย​ไปหมดสิ้นแล้ว​


จันทร์เสี้ยวสะท้อนแสงนวลใส​ได้ทันที​ที่อาทิตย์ลับขอบฟ้า​ไป​ทั้งดวง ลมยังโชยกลิ่นดอกไม้ขาวให้อวลตรลบอยู่​รอบกาย กบเขียดเริ่มโผล่ขึ้น​จากสระ​เพื่อลิ้มหยาดน้ำค้างแรก ​เขาเบือนหน้า​ไปเสียทางอื่น ​เพราะไม่อยากสบสายตาเธอ​ไป​พร้อมๆ​ ​กับการโกหกอย่างร้ายกาจ​ที่​กำลัง​จะพูดออกมา

"เธอ​ที่รักของผม ​ได้จากผม​ไปแล้ว​ครับ​ จาก​ไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยอุบัติเหตุในครั้งนั้น​"

"คุณกานต์คะ​...​เห็นแก่มิตรภาพ​ที่เพิ่งเริ่มต้นของเราสองคนเถิดค่ะ​...​.กรุณาอย่าพูดเรื่อง​อย่างนี้ให้นิลฟังอีกเลย​...​..นิลฟังมามากพอแล้ว​...​.จากปากของคนอื่น ขอคุณไว้สักคน​ได้ไหมคะ​...​.อย่าทำให้นิล​ต้องทรมานเหมือน​กับคนอื่นๆ​ อีกเลย​...​"

เธอถึง​กับคุกเข่าลงตรงหน้าของ​เขา ​และเปลี่ยนจากตั้งใจ​จะให้​เป็นสร้อยข้อมือ ให้กลาย​เป็น​ที่คั่นหนังสืออันใหม่อีกอัน ​แม้นเธอไม่​ได้บอกว่าขอให้สร้อยสนของเธอ​ได้วางอยู่​เคียงข้าง​กับสร้อยสนเส้นเดิม ​แต่​เขาก็บรรจงสอดซ้อนมันไว้​กับหัวใจดวงเก่าของ​เขา ​พร้อม​กับรับปาก​กับเธอเบาๆ​

"ครับ​คุณนิล...​ผมรับรองว่า​จะไม่ทำให้คุณเสียใจหรือลำบากใจอะไร​อีกเลย​...​..เรากลับกันเถิดครับ​...​น้ำค้างลงแล้ว​เดี๋ยว​จะไม่สบาย​ไปเสียเปล่าๆ​...​"

"ค่ะ​...​.กลับกันเสียที...​.ให้นิลช่วย​ไปส่งคุณ​ที่ในตึกนะคะ​"


หญิงสาวอ้อม​ไปด้านหลัง แล้ว​ค่อยผ่อนแรงเข็นรถเข็นให้​เพื่อนใหม่ผู้มีขา​ทั้งสองข้างเหลือเพียงแค่เข่า

ในใจยังคงคิดว่า สร้อยสน​ที่เธอ​จะบรรจงร้อย​เป็นพิเศษในวันพรุ่งนี้ คง​จะช่วยรื้อฟื้น​ความทรงจำของตนให้มันกลับมา​ได้บ้าง

​ทั้งยังอดคิดไม่​ได้ว่า อุบัติเหตุ​ที่ทำให้คนตรงหน้าถึง​กับพิการอย่างสาหัสนี้ ​จะ​เป็นคราวเดียวกัน​กับ​ที่ทำให้เธอสูญเสีย​ความทรงจำ​ทั้งหมด​ไปหรือเปล่าหนอ

8*8*8*8*8*8*8*8*8*8*8

(แด่ สวนฝันในโลกแห่ง​ความ​เป็นจริง BOTANIC GARDEN; Wollongong City ,NSW, AU.)

 

F a c t   C a r d
Article ID A-440 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง ส ร้ อ ย ส น
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๖๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-1255 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 15 มิ.ย. 2547, 08.34 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น