นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๒ มิถุนายน ๒๕๔๗
รักชั่วคราว
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรกในรวมเรื่อง​​สั้นชุด "แมงดาเรียกพี่ กะหรี่เรียกป้า" สนพ.อาทิตย์สนิทจันทร์...
รักชั่วคราว


"ก็ไหนว่ารักนักรักหนา แล้ว​ทำไมไม่อยู่​​เป็น​เพื่อนเค้าก่อนเล่า หน้าตาก็ดีลีลาก็เด็ดเธอ​จะหา​ที่ไหน​ได้ง่าย ๆ​ "

ผมจำ​ต้องเอ่ยปาก​เพราะทนเห็น​ความโลเลจากหัวใจคนตรงหน้ามาหลายครั้งหลายคราวจนนึกระอา​และเหนื่อยหน่ายแทน

เธอยังไม่ตอบคำ หลังจากลงนิ้วนวดครีมรักษาผิวให้ซึมเข้า​ไปในหนังหน้า ครู่หนึ่ง​พอหน้ามัน​ได้​ที่ก็​ใช้ครีมสีเนื้อนวลแตะ​ไปตามตำแหน่งต่างๆ​ ​ทั้งหน้าผาก ขมับ ใต้ตา โหนกแก้ม ปลายจมูก ​และลูกคาง

​ใช้นิ้วนางก้อยค่อยเกลี่ยให้มันกลืน​กับสีผิวจน​ทั้งหน้านั้น​เนียนงาม​ได้อย่างน่าอัศจรรย์

"แล้ว​​จะทิ้ง​เขาไว้อย่างนี้น่ะหรือ ​ถ้าเกิดฉกฉวยอะไร​ติดมือ​ไป​จะทำยังไง" ผมออกอาการ​เป็นห่วงแทนเธอ​ไปทำไมกัน?

มัน​ได้ผล ​ระหว่าง​ที่หยิบตลับเล็กตลับน้อยขึ้น​มาพิจารณา เธอจึงหันหน้ามากล่าว​กับผมอย่างอารมณ์รื่นเต็ม​ที่

"เถอะน่า...​.​เขาเสียแรง​ไปเยอะ ไว้​แต่งเนื้อ​แต่งตัวแล้ว​ค่อยปลุกก็​ได้...​.รับรองว่าผู้ชายอย่างนี้ไม่ลุกขึ้น​มาขอรอบสี่รอบห้าแน่ค่ะ​"

เธอลงท้ายน้ำคำด้วยเสียงสุภาพเกินกว่าเหตุ

"​ถ้าอย่างนั้น​ก็ตามใจ แล้ว​นี่ยังคิด​จะออก​ไปข้างนอกอีกหรือ หรือว่ายังไม่อิ่ม"

"ฮื่อ" เธอส่งเสียงจากลำคอ​เพราะเริ่มป้ายๆ​ ครีมสีเข้มกว่า​เมื่อครู่ตรงหน้ากกหู สันกราม​และข้างจมูก

"​ต้องเต็ม​ที่ขนาดนี้เลย​?" ผมถามด้วย​ความประชดประชันเล็กน้อย

​เมื่อเกลี่ยครีมนั้น​ตามตำแหน่งต่างๆ​ จนโครงหน้างามชัดขึ้น​อีกโข เธอก็ตอบ​เป็นคำพูดอีกคราว

"นี่มันเพิ่ง​จะห้าทุ่มกว่า ๆ​ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกลนัก อย่ามาทำ​เป็นอาลัยอาวรณ์มันหน่อย​เลย​น่า รู้ก็รู้ว่าผู้ชายมัน​เป็นยังไง...​."

"ก็รู้น่ะสิ ถึงบอกว่าอย่าง​เขาน่ะหายาก ทำไมไม่คิด​จะเก็บเค้าไว้ก่อนล่ะ อย่างน้อยก็จนกว่า​เขา​จะเบื่อเรา​ไปเอง"

ผมชักอึดอัด ​ที่เธอเดาใจ​ได้ตรงเผง ​แต่ก็ไม่​ได้ให้​ความเห็นใดๆ​ อีกนอกจากยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ส่งสายตาหมั่นไส้ผมเสียเหลือเกิน



"ขอโทษครับ​พี่ โต๊ะไม่ว่างเลย​ ผมขอนั่งตรงนี้ด้วยคนนะครับ​"

นี่​เป็นคำแรก​ที่เจ้าหนุ่ม​ที่นอนกรนครืดๆ​ อยู่​นั่นกล่าวทักทายเชิงขออนุญาต

เธอตวัดสายตามองปราด​ไปรอบร้าน จริงอยู่​​แม้ไม่มีโต๊ะใดว่าง ​แต่​ส่วนใหญ่ก็นั่งคนเดียวกัน​ทั้งนั้น​

"เชิญตามสบายครับ​​ถ้าไม่รังเกียจ" ผม​ต้องชิง​เป็นฝ่ายเชิญเสียเอง ก่อน​ที่เธอ​จะส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มยั่วยวนชวนเชิญอย่างไร้จริตกิริยากุลสตรี

"มันไม่รังเกียจอยู่​แล้ว​หละไม่อย่างนั้น​​จะตรงมาขอนั่งด้วยทำซากอะไร​" เธอคงคิด

เธอก้มลงค้อนให้​กับกระดุมเม็ดหนึ่ง​บนหน้ากางเกงของหนุ่มน้อย ​ซึ่งก็เหมือน​เขา​จะรู้ทัน จึงทำทีลังเลว่า​จะนั่งดีหรือไม่ จนนานพอให้​ทั้งคู่ขึ้น​มาสบสายตากันอีกครั้งนั่นแล้ว​ จึงนั่งลง​พร้อมเกลี่ยระบายยิ้มใสเต็มใบหน้า

"พี่คงไม่อึดอัดหรือรำคาญผมนะครับ​"

สายตาเจ้าชู้ส่งมา​พร้อม​กับถ้อยคำแสดง​ความเกรงใจ

"วุ้ย...​อุ๊บ.." ผมรีบตะปบปิดปากเธอไว้​ได้ทัน จนตั้งสติ​ได้ ​เมื่อลดมือลง จึงตอบกลับ​ไปอย่างสุดสุภาพเปี่ยมไมตรีอีกรอบ

"ไม่​เป็นไรครับ​ นั่งเงียบ ๆ​ มี​เพื่อนคุยสักคนคง​จะดีขึ้น​"

รอยยิ้มกระจ่างเห็นฟันขาวเรียบเรียบหลังริมฝีปากสีสด​ได้รูปชวนหลง ​แต่สายตาของเธอกลับไล่เรื่อยผ่านสร้อยคอทองคำเส้นน้อย มาจับ​กับไรขนอ่อนสีจางบนแผงอก ​ซึ่งขึ้น​สันแกร่งงามเกินวัย อันเจ้าตัวปลดดุมลงมาคล้ายจงใจแสดง​ความหนั่นแน่นนั้น​อย่างเปิดเผย

"น้องเล่นเพาะกายด้วยหรือ?"

แล้ว​เธอก็อดใจไว้ไม่​ได้ โพล่งถามออก​ไปอย่างไม่เกรงใจ​ความแปลกหน้าของกัน​และกัน

"มือสมัครเล่นน่ะครับ​ ​เพื่อสุขภาพ​เพื่อ​ความอึด"

?นี่​เขาตั้งใจ​จะสื่อ​ความหมายใดกันแน่หนอ?

"​ที่สีลมซิตี้หรือ​ที่ไหนครับ​" ผมถามอย่างใส่ใจ ​เพราะก็สนใจสถานเพาะกายเหล่านี้อยู่​ด้วยเหมือนกัน

"ผมไม่มีปัญญา​ไปเสียตังค์แพง ๆ​ หรอกครับ​ ผมเล่นอยู่​ในสวนลุมฯน่ะครับ​"

"อ้อ..เห็นว่ามีคนหน้าตาดีๆ​ อย่างน้องเยอะเหมือนกันนี่ครับ​"

ผมหยอดคำ ​เพราะไม่รู้​จะ​ไปตั้งข้อสังเกตอื่นให้หมองใจกัน​ไปทำไม

"อย่างผมน่ะหรือครับ​หน้าตาดี...​พี่อย่ามาล้อผมเล่นน่า หน้าตาดีมาดแมนอย่างพี่​จะชมคนง่ายๆ​ อย่างนี้หรือครับ​"

​จะว่า​ไปนอกจากโครงหน้าคมสัน คิ้วดกสวยตาหวานสุดซึ้ง ขนตา​เป็นแพ จมูกโด่งเชิดเล็กน้อย​แต่​ได้รูปงาม เรียวปากอิ่มสดมีไรขนอ่อนบางระบายอยู่​ใน​ที่ควร จน​พระเอกละครวัยรุ่นบางคนยังอายแล้ว​ จากลำคอหนา​ซึ่งเส้นกล้ามเนื้อไล่ไหล่ลาดจนถึงกล้ามแขนกำยำ ก็แสดง​ความแกร่งของกายท่อนบน​ได้อย่างครบบริบูรณ์ ด้วยเสื้อเชิ้ตเข้ารูปซ่อนสาบหน้าตามสมัยนิยม

ด้วยรูปสมบัติดังกล่าวนี่กระมัง​ที่ทำให้เธอยินยอมให้​เขาเข้ามาถึงบ้าน หลังจากการสนทนาตามนัยแห่งการสัมพันธ์รักชั่วคราวดำเนินมาถึงบทสรุป

"หากน้องชายรักการอ่านหนังสือ ห้องหนังสือ​ส่วนตัวของพี่ก็ยินดีต้อนรับนับ​แต่นาทีนี้เลย​เชียว"

เจ้าหนุ่มจึงฉายแววตาคะนองใจจนเธอถึง​กับ​ต้องลอบกลืนน้ำลายหลายครั้งขณะนั่งรถมาด้วยกัน


ผมขับรถกลับบ้านด้วยใจไม่อยู่​​กับเนื้อ​กับตัวนัก ​เพราะเธอแทรกสะกิดเตือนตลอดทุกขณะ​ที่ลอบชำเลือง​ระหว่างของขากางเกงยีนส์สีเข้ม อันขับเน้นทุก​ส่วนสดให้ตึงเปรี๊ยะแทบปริ เธอร่ำๆ​ ​จะเอื้อม​ไปลูบไล้ต้นขาใหญ่งามอยู่​หลายคราว ขณะ​ที่หนุ่มน้อยก็ช่าง​เป็นคนเปิดเผยเสียเหลือเกิน เปิดเผย​ไปหมด​ทั้งคำพูด​และกิริยาอาการ

​ที่บ้าน เราผ่านห้องหนังสือขึ้น​มาสู่ห้องนอนทันที แล้ว​เธอก็ผลักไสผมออกมาอยู่​​ที่นอกวิมานดงงิ้ว



"ชื่อแวน? แปลกดีนะ หมายถึงรถทรงตันๆ​ ยาวๆ​ ใช่ไหม"

"พี่ก็ลองสัมผัสดูสิครับ​"

นี่​คือคำถาม​และคำตอบของฉัน​กับ​เขา ก่อน​ที่พ่อหนุ่มทรงงาม​จะปลดดุมกางเกงลงเพียงสองเม็ดแล้ว​ส่งสายตามา คงหมายให้ฉัน​ใช้ริมฝีปากปลดดุนเม็ดดุม​ที่เหลือ

"พี่ครับ​...​พี่ครับ​ พี่มีแฟนหรือยัง" เสียงนั้น​กระเส่าแตกพร่า

"​ใคร​จะมา​เอาพี่ทำแฟน พี่น่ะใจร้าย​จะตาย​ไป" ฉันละการละเลงลิ้นขึ้น​มาตอบ

"ผมไม่เห็นว่าพี่​จะใจร้ายตรงไหน ทุกอย่าง​ที่​เป็นพี่​คือทุกสิ่ง​ที่ผมมองหามาตลอดชีวิต"

"อย่ามาน้ำเน่า​กับพี่หน่อย​เลย​แวน...​เธอน่ะยังผ่านชีวิตมาน้อยนัก พี่เห็นมานักต่อนัก ​ที่ครั้งแรกมันรักกันนักรักกันหา ​แต่พอเริ่มคุ้นกลิ่นชินท่ากันแล้ว​ มันก็​ไปหากลิ่นใหม่ๆ​ มาดมกัน​ทั้งนั้น​"

"พี่ไม่เชื่อหรือครับ​ ว่าผมรักพี่จริงๆ​" คราวนี้หนุ่มน้อยถึง​กับจิกหัวฉันขึ้น​มาถาม

"ไม่รู้ ไม่ชี้" ฉันสะบัดหน้าหนีจมูกของ​เขา ใส่จริตนางร้ายอย่างเต็ม​ที่ สมมุติ​เป็นตอน​ที่​พระเอกหน้าตี๋หุ่นงามหลงติดบ่วงเสน่ห์ชนิดโงหัวไม่ขึ้น​นั่นแล้ว​

สองแขน​ที่กระหวัดรัดจนฉันแทบหายใจไม่ออก ไม่​ได้ทำให้ห้วงหายใจของฉันติดขัดเท่า​กับการซุกไซ้​ไปทั่วทุกซอกมุมด้วยเรียวลิ้นละมุน...​แล้ว​เพลงรักก็เริ่มบรรเลงอีกคราวอย่างเผ็ดร้อนรุนแรงสะสาแก่หัวใจเรา​ทั้งคู่...​.แล้ว​มันก็เริ่มขึ้น​อีกครั้ง...​.ก่อนพ่อรถตู้ผู้มีเรี่ยวแรงดั่งรถพ่วงสิบแปดล้อ​จะกรนสนั่นอยู่​ขณะนี้



"คิดดูให้ดีนะ ท่าทาง​เขา​จะรักเธอจริง ๆ​ "

ผมยังฝืนถาม ​ทั้ง​ที่บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่า​จะมานั่งเซ้าซี้อยู่​ทำไม

"ตรงไหน​ที่​เขาว่ารัก...​มีตรงไหนสักคำ...​อ้อ..​ถ้าหมายถึงตอน​ที่​เขาครวญคราง...​​ที่รัก..​ที่รัก..ผมรักคุณเหลือเกิน..นั่นน่ะ...​เลิกคิด​ไป​ได้เลย​ว่ามัน​จะมาจากใจ นั่นมันแค่แรงดันของอารมณ์​ที่​กำลัง​จะระเบิดเท่านั้น​"

เธอพูดอย่าง​กับว่าเข้าใจชะตาชีวิตของตนเต็ม​ที่

"ก็​ถ้าเราไม่คิด​จะเปิดใจรับ ​จะลองรัก​กับการ​ที่​ใครสักคนเสนอให้มาแล้ว​ เรา​จะรู้​ได้อย่างไรว่ารัก​ที่ช่วยกันสานมัน​จะจีรังยั่งยืน​ไป​ได้ขนาดไหน"

ผมพยายามทำอารมณ์ให้ปกติ ไม่​ได้เจือน้ำเสียงขุ่นมัวสักนิด ​แต่เธอก็ยังกระแทกแท่งปัดขนตาลงดังกึก

"ก็ใน​เมื่อรู้​ทั้งรู้อยู่​แล้ว​ว่าจุดจบมัน​จะ​เป็นยังไง แล้ว​​จะมานั่งสานอะไร​ต่อมิอะไร​ให้มันลึกซึ้งผูกพันกันให้เสียเวลาทำไม...​​ความผูกพันมัน​เป็นโซ่ล่ามให้​ความรักผูกติด​กับ​ความทรมาน..ก็รู้อยู่​ไม่ใช่หรือ"

"คนขี้ขลาดเท่านั่น​ที่​จะกลัว​ความทรมานจากการ​ได้รู้จักรัก การทรมาน​กับการ​ได้รัก​ใครสักคนมันน่า​จะดีกว่าทรมาน​กับ​ความเปลี่ยวเหงาหรอกน่า"

นานๆ​ ครั้งหรอก​ที่เรา​จะ​ได้พูดถึงเรื่อง​ราวของ​ความรัก ​เพราะนานทีกว่า​จะมีผู้ชายอย่าง​ที่นอนอยู่​นี้ผ่านเข้ามาในชีวิต ​ทั้งยังผ่านเข้ามาเอง​โดยมิ​ได้​ต้องไล่ตะครุบเสียด้วย

"แน่ใจหรือว่าพอ​เขาตื่นมาแล้ว​​จะไม่ปั้นเรื่อง​ขอให้ช่วยเจียดเงินจุนเจือ​เขาบ้าง"

เธอย้อนถามผมอย่างคนกร้านโลกจริงแท้ จนกระแสเย็นชาซ่านออกมาจนผมรู้สึก​ได้

"ไม่หรอกน่า...​ถึงใช่มัน​จะ​เป็นไร​ไป..เธอก็​ได้จาก​เขาจนคุ้ม" ผมให้​ความมั่นใจ​ทั้ง​ที่ไม่ค่อยแน่ใจ

"ดูรูปร่างหน้าตาท่าทาง​เขาไม่ใช่พวกเด็กแถวนั้น​​ที่...​.มันอาจ​จะ​เป็นรักแรกพบสำหรับ​เขาก็​ได้ เด็กหนุ่มสมัยนี้​เขากล้าหาญชาญชัยกว่ารุ่นเราเยอะ...​.​เขาไม่สนใจหรอกว่า​จะรัก​ใคร แค่รู้สึกตัวว่ามี​ความรัก แค่นั้น​ก็เกินพอ​กับการเปิดเผย​ความในใจให้​กับคน​ที่หมายตา​ได้รับรู้"

"ค้า????...​.พ่อมหาเวสันดร บริจาค​ได้กระทั่งชีวิตจิตใจ​และ​ความรัก...​แล้ว​ยังไงล่ะคะ​ เคยเจอ​ใคร​ที่มันมารัก​เป็นจริง​เป็นจัง​กับ​เขาบ้างหรือยังล่ะ"

เธอใส่เสียงแหลมสูง ​พร้อมค้อนปะหลับปะเหลือก ดูท่า​จะรำคาญผมจนอยาก​จะลุกหนี​ไปเสียให้พ้นๆ​ ติดอยู่​​ที่ยัง​แต่งสีเปลือกตาให้ดูไล่รับแสงเน้น​ความเด่นให้หวานหวามหว่านเสน่ห์​ได้อย่างแล​เป็นธรรมชาติ​ที่สุดไม่เสร็จ

"เธอก็รู้ว่าเคยเจอมากี่คน ก็ล้วนรักจริงหวัง​แต่งอยาก​จะร่วมหอลงโรง อยู่​กันจนแก่จนเฒ่า แล้ว​สุดท้าย​ใครล่ะคะ​​ที่ทำให้​แต่ละครั้งมันพังไม่​เป็นท่า"

ผมจำ​ต้องสะกิดให้เธอฉุกคิดถึง​ความประพฤติของตนเสียบ้าง

"อย่ามาโยนขี้ใส่ฉันนะยะ...​.มันก็​คือกันนั่นแหละ​น่า ก็ลองให้ฉันออกโรงเองตั้งแต่แรกสิ ให้​เขารู้ว่าชีวิตจิตใจฉัน​เป็นยังไงซะตั้งแต่คำแรก​ที่​ได้พูดกัน มีหรือ​ที่มัน​จะมาอ้างว่ารับไม่​ได้ รับไม่​ได้ แล้ว​ก็หลบหัวหลุบหาง​ไปน่ะ...​หึหึหึ"

อีกครั้ง​ที่เธอลงเสียงหัวเราะในลำคออย่าง​เป็นต่อ จนผมกระดากอาย​ที่​จะพูดอะไร​ออกมา​ได้อีก

"ชีวิตเรามันก็มีแค่นี้ไม่ใช่หรือ ​ถ้าหารัก​ที่แท้ไม่​ได้...​หากมัน​จะโผล่มาชั่วครั้งชั่วคราว เราก็​ต้องเต็มใจอ้าแขนรับมันไว้ ​แต่​ต้องอย่าลืมว่าอย่า​ไปถลำลึกจนคายไม่ออก"

"ก็​ใคร​จะรู้ว่าครั้งไหนมันลึก ครั้งไหนมันไม่ลึก มันไม่​ได้แก้ผ้ามาให้เห็น​จะ​จะนี่นา" ผมตอบเรียบเรื่อย​ไปบ้าง

"นี่ชั้นรมณ์เสียนะยะ...​พร่ำๆ​ มาตั้งนาน อย่ามาทำตลก อย่า อย่า อย่า ขอร้อง"

"ก็เธอ​จะไม่​เอา​เขาแน่แล้ว​...​​จะมารมณ์เสียงทำไม้" ผมจึงเสแสร้งตัด​ความเสียดายเสีย​ได้

ครั้งนี้เธอจ้องหน้าผมเขม็ง ปากสั่นระริกคล้าย​กับยับยั้งคำก่นด่าไว้เต็มกลั้น ลิปกลอสในมือชะงักค้าง แล้ว​วางลงอย่างถอดใจ​จะ​แต่งเติมต่อ​ไป

"งั้นชั้นยกให้เลย​​เอาไหมล่ะ" เธอส่งค้อนคมมา​พร้อมกันนั้น​ "​ถ้าคิดว่า​จะตั้งท่ารับรักเค้า​ได้ก็รับ​ไปเลย​สิ"

"พูด​เป็นเล่น​ไป​ได้ เราก็รู้กันอยู่​เดี๋ยวนี้แล้ว​ว่าเค้าชอบทางไหน" ผมอ้อมแอ้มบ่ายเบี่ยง "ตอนเค้าเข้ามาขอนั่งด้วยนั่น เค้าส่งสายตามาอย่างหนุ่มคะนองเต็ม​ที่ เธอก็เห็นแล้ว​ ​และ​เขาก็​เป็นอย่าง​ที่เราคาดกันไว้ เธอก็อิ่มจนล้น จนแทบ​จะอ้วกอยู่​แล้ว​น่ะนะ"

เธอฟาดโต๊ะปังใหญ่ ลุกขึ้น​​ทั้งอย่างนั้น​จนเก้าอี้ล้มดังโครม ไม่เกรงว่าคู่รักชั่วคราว​จะตกตื่นขึ้น​มาอีกต่อ​ไป ผมทะลึ่งพรวดตามขึ้น​​ไป พยายามขืนแข็งแข้งขาไว้ รู้อยู่​เต็มอกว่าเธอคง​จะหัน​ไปตะบปปลุกพ่อหนุ่มรูปงามเสียเดี๋ยวนั้น​

"ใจเย็นนะ ใจเย็นไว้ก่อน เรื่อง​อย่างนี้ ​ถ้าเราทำอะไร​ปุบปับลง​ไป เราอาจเสียใจ​ไปนานเกินจำ​เป็น"

ผมปลอบอย่างทุกครั้ง​ที่มีเหตุเช่นนี้ ​ซึ่งก็​ได้ผล เธอนิ่งอั้นอยู่​อึดใจ แล้ว​ก็ค่อยจัดเก้าอี้ตั้งนั่งลงอีกครั้ง

"แล้ว​นี่ตกลงว่าเรา​จะ​เอายังไง​กับเค้า?"

เราขยับริมฝีปากขึ้น​​พร้อมกัน

"ขอเบอร์ไว้สิ...​หรือ...​ให้เบอร์เราก็​ได้"

อีกครั้ง​ที่เห็นพ้อง

"​ใคร​จะขอเบอร์​ใครเหรอครับ​" เจ้าหนุ่มงัวเงียไต่ร่างเปลือยมายังเรา "หอมจังเลย​" ​เขาสูดลมเต็มซื้ด​ที่ซอกคอของเธอ ขณะ​ที่ฝ่ายโดนซุก ​กำลังฉีดละอองโอเปี้ยม​ที่ข้อพับแขน ​และข้อมือ​ทั้งสอง

เธอยังนิ่งไม่ตอบคำ ผมจึงพลอยเฉย​ไปด้วย​ได้​แต่ปรือตามองท่าทางเอียงคอเผยอซอกให้คนรักชั่วคืน​ได้ซุกสูดกลิ่น​ได้เต็มเนื้อ​ที่

"พี่เตรียมตัว​จะออก​ไปไหนหรือครับ​" ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า​เขา​ใช้จังหวะหายใจช่วงไหนถามคำถามนี้

"ก็...​ใกล้ๆ​ ตรง​ที่เราเจอกันนั่นแหละ​" ผมตอบเสียงขรึมเรียกสติกลับมา​ได้อย่างยากเย็น

"ผมชอบพี่แบบทีเจอกัน​เมื่อเย็นมากกว่า...​.ถึง​แม้ว่าตอนนี้พี่​จะหล่อขึ้น​อีกสิบเท่าก็เหอะ"

เราแน่ใจว่าหนุ่มน้อย​กำลังใส่ลูกยอ ด้วยเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง​

"​ไปด้วยกันไหมเล่า...​.บ้านอยู่​ใกล้ๆ​ แถวนั้น​นี่นา"

"​แต่ผมไม่มีเสื้อผ้าเหมาะๆ​"

"ใส่ของพี่​ไปก่อนก็​ได้...​​ถ้าเธอคิด​จะกลับมาค้างด้วยกัน"

"ก็​ได้ครับ​...​...​.เอ่อ...​...​พี่มีรองพื้นเบอร์ 3 ไหมครับ​"

"มีสิ...​.มีครบ...​​แต่พี่ว่าเธอควร​ใช้แค่เบอร์ 2 ​จะ​ได้ไม่หลอกตา...​..แล้ว​ค่อย​ใช้เบอร์ 3 ​เป็นไฮไลท์...​.ตามสบายนะ"

ผมหันหน้าออกจากหน้ากระจก ด้วยใบหน้า​ที่​แต่งเติม​ได้อย่าง​เป็นธรรมชาติ​ที่สุด ยื่นตลับครีมรองพื้นให้​เขา แล้ว​หลีกทางให้ร่างเปล่าเข้ามานั่งแทน​ที่ด้วยทีท่าทะมัดทแมง

"​จะรีบ​ไปไย ใน​เมื่ออาจ​จะ​ต้องเสียแรง​กับ​เขาจนถึงเช้า​..หรืออาจ​จะถึงบ่าย...​ไม่แน่รอบนี้​เขาอาจ​เป็นฝ่ายนั่งข้างบนก็​ได้...​."

เธอแทรกกระซิบขึ้น​กลางใจ ก่อน​จะหัน​ไปประทับรอยจุมพิต​ที่ท้ายทอยของ​เขาราว​กับว่ารักเสียเต็มประดา...​...​...​...​...​...​...​

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​


SONG982

 

F a c t   C a r d
Article ID A-428 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง รักชั่วคราว
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๒ มิถุนายน ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๖๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-1233 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 02 มิ.ย. 2547, 21.31 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : จันทร์ผาหนึ่งราตรี [C-1235 ], [202.133.158.85]
เมื่อวันที่ : 03 มิ.ย. 2547, 23.44 น.

ไม่เชื่อเลย​ว่าคุณ​จะหักมุม​ได้ขนาดนี้ รออ่านเรื่อง​ต่อ​ไปนะ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น