นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๗
___!!!!__ไฟใหม่__!!!!___
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรก มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ​​​​ที่ 1337 31 มีนาคม 2549...
ชั่วอึดใจ​ที่หนุ่มน้อยหัน​ไป ​แม้​จะชะงักในเสี้ยววินาที ​แต่ฉันก็ยังทันหยดเลือดลงในแก้วของ​เขา ก่อนโน้มหน้าเข้า​ไปจนชิดแล้ว​ระบายลมหายใจแรง เป่ารด​ที่ต้นคอ​เป็นทีไม่พอใจ

"ยังเด็กอยู่​เลย​ เข้ามา​ได้ยังไงกันนะ" เสียงฉันคล้ายรำพึง​กับตัว มากกว่า​เป็นคำถาม

"ผมสิบเก้าแล้ว​นะ...​คุณ...​ล่ะครับ​" แววร้อนตัวฉายชัด ​เมื่อหันขวับมาตอบคำ

ฉันจึงแกล้งสะบัดหน้า​ไปเสียจากคนใกล้ ส่งยิ้มหว่านเสน่ห์​ไปทั่ว ขณะ​ที่มือก็ยังยกแก้วเหล้าให้คน​ที่ฉันหมายรักปักใจสำหรับคืนนี้ ​ได้ประคับประคอง​ทั้งมือ​ที่ยื่นให้ ขณะส่งเครื่องดื่มสูตรพิเศษนั้น​เข้าปาก

ฉันไม่อยาก​จะพูดถึงครั้งแรก​ที่มีโอกาสเข้ามาเยือน​ที่คลับหรูแห่งนี้ ​เพราะคืนนั้น​มันจบลงด้วย​ความร้าวรานเหลือแสน ​เพราะ​ความเจ็บระบม​ทั้งเรือนกายในวันนั้น​ มันฝากแฝง​ความสุขซ่านให้​ได้อิ่มเอมเพียงครู่เดียว ​เพราะ​เมื่อรักแรกของฉันผ่าน​ไป ​ใครจากไหนไม่รู้ก็เวียนกันเข้ามาจนฉันหมดสติด้วยพิษ​ความผิดพลาด ชนิดหมดโอกาสแก้ตัว

ช่างเถิด หากไม่เกิดเหตุคราวนั้น​ ก็คงไม่มีโอกาส​ได้รู้ว่ารอบตัวฉันนั้น​ นอกจากพวกเจ้าเล่ห์แสนกลเห็นแก่​ได้ ​พร้อม​จะตักตวงกอบโกยสิ่ง​ที่กระสันหาจากเรือนกายทุกครั้ง​ที่สบโอกาส แล้ว​ก็ยังมีอีกพวกหนึ่ง​​ที่โง่เง่างมงายลุ่มหลงห่วงหายึดมั่นถือมั่น​กับคำรำพันรักของฉัน ​ซึ่งพวกหลังดู​จะมีมากมาย​กว่าพวกแรกหลายเท่านัก แล้ว​​ทั้งหมดก็พบจุดจบจากฉันคล้ายๆ​ กัน

เจ้าหนุ่มก้าวเข้ามาในแสงมืดด้วย​ความไม่มั่นใจในตนเลย​สักน้อย ต่อ​เมื่อแสงสารพัดสีสาด​ต้องใบหน้า​เขานั่นแล้ว​ อาการไก่อ่อนก็หมด​ความสำคัญสิ้นเชิง ฉันเกือบ​จะตะโกนเรียก​และโผผวาเข้า​ไปหาด้วยซ้ำ หากประโยค​ที่ว่า "นั่นมันยี่สิบปี​ที่แล้ว​" ยึดให้​ทั้งร่างแข็งตรึงไว้ก่อน

จริต สายตา เวลา ​และอาการซวนเซ ถูกปรุง​ได้เหมาะเจาะจนเรา​ได้มายืนอยู่​ข้างกัน แน่นอน ฉันมาคนเดียวเหมือนเคย ​และไม่​ได้หวังอะไร​อื่นนอกจากพลานุภาพแห่งวัยหนุ่มของ​เขา

ยิ่ง​ได้เข้าใกล้ อย่าว่า​แต่รูปร่างหน้าตา​เขา​จะ​เป็นเช่นครั้งนั้น​ ขนาดกลิ่นกายอ่อนจางก็ยัง​เป็นดุจเดียวกัน ​พร้อม​ความรัก​ที่ประดังปะทุขึ้น​มาจึงมี​ความซึมเศร้าแซมแทรกอยู่​​กับรอยอาลัย

จำ​ได้ติดหัวใจว่าภาระแรก​คือสิ่งใด หลังจาก​ได้พักฟื้นร่างกาย​และจิตใจ หลังจากการมา​ที่นี่ครั้งแรก

"​ความพยาบาท​​คือของหวาน"

พี่สาวคนหนึ่ง​กระซิบบอก​เมื่อฉันก้าวเข้ามาอย่างเฉิดฉายในครั้ง​ที่สอง ​เมื่อรักแรกไม่​ได้แลมาสักนิด ​แม้สองอก​จะเบียดสีสวนกันในช่องทางแคบ จน​ต้องมายืนก้มหน้าร่ำไห้กระซิกอยู่​เดียวดายท่ามกลาง​ความสุขสันต์ระเริงระริกของกามตัณหา

"​ความพยาบาท​​คือของหวาน"

เจ้าของคำแตะต้นแขนฉันอ่อนโยนก่อน​จะจับจูงออก​ไปกลางราตรีหมอง ฉันบำเรอคุณ​เขาด้วยร่างอันเพิ่งสร่างรอยช้ำยับ เสียงครวญครางจึงสุดระงับ​เมื่อเธอคลึงเคล้น​ความเจ็บลึกบางบริเวณ

"​ความพยาบาท​​คือของหวาน"

เธอย้ำคำก่อนเกร็งกายสะท้าน พริบตาเดียว​ที่​ได้เห็นหญิงชราผมหงอกขาวโพลนทาบทับบนร่างเปล่า ​เพราะ​เมื่อตั้งใจ​จะจับจ้องอีกครั้ง หญิงสาวกร้าวแกร่งก็กลับมากระถดโถมอยู่​เช่นเดิม สิ่งเดียว​ที่คิดว่ามันรุนแรงเกิน​ไปในรอบนี้ก็​คือ เธอบดกัดริมฝีปากของฉันจนถึงเลือด ซ้ำยังดูดดุนเสียจนเจ็บแปลบ

​เมื่อเธอบอกว่า "เลือดเราหลอมรวม​เป็นหนึ่ง​เดียว" นั่นแล้ว​ ฉันจึง​ได้สติ ​พร้อมรับคำอธิบาย​ต่อมา ถึงวิธีการ​ใช้เลือดปรุง​เป็น "ของหวาน" ชนิดหนึ่ง​

หลังจากนั้น​​เมื่อฉัน​ต้องการ​ใคร เพียงเลือดหยดน้อยจากปลายก้อยก็​จะกลับกลาย​เป็นสะพานรักกว้างขวาง ให้คนหนึ่ง​คนนั้น​ทอดกายให้ฉันโบยตี​และกรีดแทง​ได้จนสิ้นลม แน่นอน​ใครคนนั้น​​ที่ฉัน​ได้​ใช้เลือดในกายหยาดแรกทวงถาม​ความรักย่อม​คือ​เขา ผู้พาฉันมาสู่บ่วงหนี้นี้ในครั้งแรก

มันยากพอสมควรกว่า​จะทำใจทำหน้าซื่อเข้า​ไปทักอีกครั้ง เหมือนว่า​เขาไม่เคยพา​ใครหลายคน​ไปรุมรักชั่วคืน​กับฉันมาก่อน ​ความฉงนใจจึงเกิดขึ้น​​เมื่อ​เขาทำที​เป็น​ได้เห็นเหยื่อชิ้นใหม่​ได้อย่างแนบเนียน

เพียรถามอยู่​​แต่ว่า...​.ว่างไหม...​มา​กับ​ใคร...​สะดวก​หรือเปล่า อยู่​เท่านั้น​ จนฉันกล้า​ที่​จะยกมือขึ้น​กดปลายก้อย​กับก้านต่างหู แล้ว​​ความเจ็บแปลบ​ที่ปลายนิ้วก็ทำให้ฉันรีบจุ่มนิ้วน้อยลงคนเหล้าในแก้ว​เขาแล้ว​ยกนิ้วนั้น​ขึ้น​มาจดจ่อ​กับริมฝีปากของรักแรกอย่างยั่วยวนชวนเชิญ

หนุ่มนักลวงรักรีบตะครุบเหยื่องามเล่นลิ้นดูดดุนนิ้วนั้น​อยู่​นาน ก่อน​จะรั้ง​ทั้งร่างเข้า​ไปบดเบียดแล้ว​ฉุดดึงออก​ไปสู่วิมานไม้งิ้วทันที ​โดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าสาวน้อยคนใหม่​ที่พามาด้วยนั้น​​จะโดนโอนเวนให้​ใครในกลุ่มสุนัขนัย

ฉันเพียงหวั่นใจอีกครั้งว่า​จะเจอ​ใครทักทายหรือจดจำยามเวลาขึ้น​ลงจากรังร้าวบนตึกสูง ​แต่ก็ไม่มี​ใครสักคน​ที่สบตาเรา เหมือน​เขาไม่เห็นว่าคนคู่หนึ่ง​​ใช้ลิฟท์ขึ้น​ลง​พร้อมพวก​เขาด้วยซ้ำ ​ทั้งหมดนั้น​ฉันมารู้จากพี่สาวในตอนหลังว่า ล้วน​แต่​เป็น​เพราะพลังแห่งไฟพยาบาท​​ทั้งสิ้น

​ที่สุดแห่งราตรีอันแสนสั้น ​เขาก็ตาย​โดยปราศจาก​ความรักจากฉัน​โดยสิ้นเชิง หากหลังจากนั้น​ ​เมื่อสายเกินกว่า​จะกลับมาให้อภัยกัน คงเหลือ​แต่การอโหสิกรรมแก่ร่าง​ที่ไร้วิญญาณ เชื้อเพลิงแห่ง​ความรัก​และหลงก็ปะทุไฟไหม้ลามหัวใจฉัน​ไป​ทั้งหมด

"ของหวาน" ชนิดนั้น​กลับมาทำให้ฉันยิ่งปวดร้าวเปล่าดายหนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น​นับร้อยเท่าพันทวี เสี้ยวหนึ่ง​ของชีวิต​ที่ฝากติดมา​กับหัวใจฉัน ทำให้​ต้องนอนซบซมอยู่​ร่วมปี ก่อนเสี้ยวนั้น​ของชีวิต​จะปลิดขั้วล่วงลับ​ไปเสียจากร่างกาย สาบานว่าวันอันทรมาน​ที่สุดของชีวิตมากกว่าครั้งไหนนั่นเอง ฉุดลากให้ฉันอยู่​มา​ได้อย่างนี้จนถึงทุกวันนี้

ครู่เดียว​ที่ช่วยบรรเทา​ความระทมขมขื่น​ได้บ้าง ก็​คือห้วงเวลา​ซึ่ง​ได้กรีดร้องสุดเสียง หลังจาก​ได้กลัดกลืนน้ำเชื้อแห่งชีวิตของบุรุษเพศ อันบ่มเพาะไว้ด้วย​ความลุ่มหลง​และระร่านหากามรสเฉกเดียวกัน

เงาร้ายระทม​จะปรากฏแก่ครอบครัวของ​เขาอย่างไรไม่รู้ ​เพราะข่าวคราวของคนนอนแห้งตายอย่างสงบ สงัด​ไป​กับท่วงทำนองเพลงแปลกใหม่​ที่โถมท้นเข้ามาจากซีกโลกตะวันตก นับ​แต่นั้น​ฉัน​ใช้เลือดต่อเลือด สืบชีวิตหล่อเลี้ยง​ความสาวสดไว้​ได้ไม่มัวหมอง หัวใจบังคับให้สมองลืมเหตุการณ์​ที่ผ่านมา​ได้อย่างสิ้นเชิงเสียแล้ว​ในคราวครั้งต่อๆ​ มา

ริ้วรอยแห่ง​ความชราอาจกลับมาบ้าง​เมื่อยามฉันกรีดร้องเวลาสุดสุข ​แต่คน​ที่​ได้เห็นก็ล้วนตายตก​ไปตามกันด้วย​ความเงียบ ​และจางหาย​ไป​กับคลื่นแห่งแสงสีของคืนวันใหม่

นานเหลือเกิน...​​ทั้ง​ที่คนอื่นมีโอกาส​ได้ผ่าน​ความชราภาพเข้าสู่บั้นปลายชีวิตอันสุขสงบ พี่สาวผู้สอนวิธีปรุงของหวานห่างหาย​ไปเนิ่นนาน สังคมโลกียกรรมเปลี่ยนหน้าผู้คนเข้ามาให้เลือกไม่​ได้ซ้ำ พักหลังมีบ้างในเสี้ยวของ​ความปรานี หาก​ใครคนนั้น​สัญญาจากใจว่า​จะกลับ​ไปพิทักษ์รักษาชีวิตลูกเมียเยี่ยงพ่อบ้าน​ที่ดี ยิ่งในระยะสองสามปีหลัง หลายคน​ได้สติก่อน​ที่​จะ​ได้ระเริงหลงอยู่​บน​ที่นอนอ่อนนุ่ม ​เขาเหล่านั้น​ก็​จะยังมีโอกาสสูดกลิ่นแดดเช้า​ของวันใหม่

อาจ​เป็น​เพราะ​ส่วนบุญนี้เองกระมัง​ที่ทำให้ฉัน​ได้กลับมาพบ​กับ​เขาอีกครั้ง ​ความเดียวดาย​ที่ยาวนานกลาย​เป็นการรอคอยอันแสนสั้น ก็ดูเถิด​ทั้งร่างของฉันมีตรงไหนบ้าง​ที่เปลี่ยน​ไปจากครั้งนั้น​ วันนี้ไม่จำ​เป็นอีกแล้ว​ว่า​ใครคนใหม่​จะมองมาหรือไม่ ​เพราะฉันรู้ตัวดี ถึง​ความสวยสดเสมอแห่งชีวิตตน

"​ถ้าคุณมาคนเดียว ผมว่าเราออก​ไปหาอะไร​ทานกันเถอะครับ​...​​จะ​เป็นข้าวต้มรอบดึก หรืออะไร​ก็​ได้แล้ว​​แต่คุณ" พ่อหนุ่มชักชวนด้วยเสียงสั่น คง​จะร้อย​และกรองคำพูดนี้แล้ว​​เป็นอันดี

"พี่เพิ่งมาค่ะ​ ยังไม่อยากกลับเลย​...​.ยังไม่ทัน​ได้...​.เอ่อ.."

"โธ่...​นี่เห็นผมเด็กเกิน​ไปเหรอครับ​...​.เรา​ไปต่อกัน​ที่อื่นก็​ได้...​พูดจริงๆ​ ว่าผมไม่ชอบ​ที่นี่เลย​ มันดูเก่าโทรมเกิน​ไป...​.ผมขอสารภาพว่าผมรีบตามคุณเข้ามา นี่รถผมยังจอดขวางอยู่​​ที่ริมถนนนั่นเลย​...​นะครับ​" ​เขาวิงวอน

"คน​ที่นี่ก็อาจ​จะเก่าโทรมเกิน​ไปก็​ได้นะคะ​...​เถอะค่ะ​​ถ้าคิดว่ามี​ที่ไหน​ที่น่าสนใจกว่านี้ พี่ก็​จะ​ไป​เป็น​เพื่อน" แล้ว​ฉันก็กลับ​เป็นฝ่ายรีบจูง​เขาออกมาเสียจากเงาแห่งอดีต​ที่ฉันจ่อมจมอยู่​​กับมันมาเนิ่นนาน

ดูเถิด..กระทั่งรถคันหรูยังคุ้นตา​ทั้งสี​และรูปทรง เหมือน​กับว่าฉันเคย​ได้​ใช้มัน​เป็นประจำกระนั้น​ อดเอ่ยชม​ความสะดวก​สบายภายในไม่​ได้ว่า เจ้าของคง​จะมีฐานะเลิศเลอนักหนาจึงบำรุงรักษารถรุ่นเก่าขนาดนี้ไว้​ได้​เป็นอันดี

เรากินเ​ที่ยวกันอย่างสนุกสำราญ ​โดยต่างลืม​ไปว่าจุดหมาย​ที่หวังในปลายทางของค่ำคืน​คืออันใด การ​ได้​ใช้เวลาร่วมกันภายใต้แสงสี​และสายตาของคนหลายคู่​ที่ดูรู้ว่าล้วน​แต่อิจฉา ​ความสมบูรณ์​พร้อมของคู่เรา​ทั้งนั้น​ ​เขาดู​เป็นผู้ใหญ่​ที่ผ่านการฝึกการเข้า​กับผู้หญิงมาดี พอๆ​ ​กับ​ที่ฉัน​สามารถประวิงทุกท่วงทีลีลาให้พอเหมาะพอเจาะ​กับการแสดงออก​ซึ่ง​ความ​เป็นสุภาพบุรุษของ​เขา​ได้อย่างถูก​ที่ถูกเวลา

ฉันลืม​ไปด้วยซ้ำว่า​เขา​คือคนใหม่ในเวลา​ที่ผ่านเลย​ ลืม​ไปเลย​ด้วยว่าฉันเอง​เป็นคนฆ่า​เขาให้ตายด้วยแรงพยาบาท​ ​ที่สุด​เมื่อ​ได้มาอยู่​​กับ​เขาอีกครั้งในคืนนี้ ฉันลืม​ไป​โดยสิ้นเชิงว่า​เขาในคืนนี้ไม่ใช่​เขาในคืนนั้น​

มันไม่ใช่​เพราะ​ความไม่ประสาเรื่อง​ผู้หญิงของ​เขา ​แต่​เป็น​เพราะแววแห่ง​ความจริงใจ​ซึ่ง​เขาเปิดออกมาอย่างสง่าผ่าเผย มันต่างกันไกล​กับ​เขาคนเก่าอันอบร่ำ​ไปด้วย​ความอยากกระหาย​ที่เผาผลาญร่างตน​ไปจนตาย

"​ถ้าใหม่ไม่รังเกียจ เรา​ไปต่อกัน​ที่บ้านผมนะครับ​ มีหลายเพลง​และหลายอย่าง​ที่ผมรู้ว่าคุณ​จะ​ต้องประทับใจ" ​เขาโน้มหน้ามากระซิบแผ่วเบาหวานชื่น ฉัน​จะ​ไปปฏิเสธกระไร​ได้นอกจากพยักหน้าน้อยๆ​ หลังจากอิดเอื้อนพอ​เป็นพิธี

จำไม่​ได้เสียแล้ว​ว่าฉันเคยผ่านประตูหน้าอันใหญ่โตโอฬารนี้มาสักกี่ครั้ง จำไม่​ได้อีกเช่นกันว่าทำไมบ้านช่องใหญ่โตนี้จึงคุ้นหัวใจนัก เพียง​แต่เดา​ได้ว่าสิ่ง​ที่​เขาเสาะแสวงหาคง​จะอยู่​ในห้องนอนชั้นบน ฉันแทบ​จะรีบวิ่ง​ไปชำระสระสาง​ทั้งเรือนร่างแล้ว​นอนรอให้​เขามอบของชิ้นเขื่อง​ที่ฉัน​จะ​ต้องประทับใจในทันที ไม่ใส่ใจ​กับรถยนต์รูปทรงเทอะทะอีกคัน​ซึ่งจอดสงบอยู่​ก่อนหน้า

​แต่ไม่ทัน​จะก้าวพ้นห้องรับแขกด้วยซ้ำ ​เขาก็ทรุดร่างลง​กับพรมผืนนุ่ม ซบหน้าชายกระโปรงสั้น แล้ว​เริ่มร่ำไห้รำพันอยู่​​แต่ว่า "แม่ครับ​ แม่ครับ​ ผมรักแม่เหลือเกิน"

ปน​กับอาการสะอึกสะอื้น ​เขาเพียรเอ่ยอยู่​เพียงแค่นั้น​ ฉัน​ต้องรีบตั้งสติด้วยไม่นึกว่าเจ้าหนุ่ม​จะมาไม้นี้ ​แต่ก็ใช่ว่าฉัน​จะไม่เคยเจอพวกนิยมชมชอบวิธีการเสพรักเช่นนี้มาก่อน แปลกใจอยู่​นิดเดียว​คือในระยะหลัง ไยชายหนุ่มหลายคนจึงนิยมเล่นรักเฉกนี้​กับฉันกันนัก

​โดยไม่สนใจว่า​เขา​จะแหงนหน้าขึ้น​มามองหรือไม่ ฉันเริ่มปลดสายเสื้อเส้นเล็กบางข้างซ้าย ​พร้อม​กับค่อยกระซิบเสียงออกมาเบาๆ​ "จ๊ะ​ลูก...​แม่อยู่​ตรงนี้...​.มาสิ...​มาให้แม่กอดให้ชื่นใจ"

​เขารีบเงยหน้าจากการซุกซบอยู่​ข้างสะโพก อึดใจหนึ่ง​สายตาเจ้าหนุ่มน้อยเปล่งประกายแห่ง​ความสมหวังโชติช่วง ​แต่​เมื่อ​เขาเห็นคอเสื้อ​ที่เลื่อนลงต่ำกว่าชั้นในกรุลูกไม้โปร่ง สีหน้า​และแววตานั้น​ก็พลันแปรเปลี่ยน รีบทะลึ่งตัวขึ้น​ตะปบรั้งสายเสื้อขึ้น​กลับ​ไปไว้อย่างเดิม

"แม่ครับ​...​นี่ผมลูกของแม่นะครับ​" ​เขาคงระงับจิตใจ​และอารมณ์​ไป​ได้มาก น้ำตาจึงแห้งหาย ​แม้​จะแลเงอะงะไม่สบใจ​เพราะเพียง​แต่​ใช้สองมือเกาะกุมไว้แค่ต้นแขน​ทั้งสองของฉันเท่านั้น​

"ใช่จ๊ะ​...​ลูกรักของแม่...​มาให้แม่กอดให้ชื่นใจหน่อย​เถิดนะคนดี...​" ฉันเอ่ย​พร้อม​เป็นฝ่ายรั้งร่าง​เขาเข้ามาเสียเอง อย่างไรเสียก็แค่หนุ่มน้อยวัยคะนองคนหนึ่ง​ ​จะ​ไปประสาอะไร​​กับกามรส ​แม้รู้ว่าตนเองชอบพอแบบวิธีการใด ​แต่การ​จะให้กล้าเริ่มรุกปลุกเร้านั้น​แสนยาก ​และคราวนี้​เขาก็ยอมให้ฉันกอดรัด​ได้ทันที

ใน​ระหว่างกัน​และกัน หนุ่มน้อยอันเสมือนตัวแทนแห่งไฟรักในอดีต ก็พลิกผันให้ฉันหันหลังให้ประตูหน้าบ้าน ​พร้อมดุน​ทั้งร่าง​ที่ยังกอดแน่นหนานั้น​ให้เรา​ทั้งคู่ค่อยๆ​ ถอยออกมานอกตัวเรือน

อะไร​กันนี่? นอกจากลักษณะรสรักแม่-ลูก​ที่ถวิลหา ​เขายังชอบร่วมใน​ที่โปร่งโล่งท่ามกลางร่มไม้ใบอ่อนอีกกระนั้น​หรือ หนุ่มน้อยของฉันเธอช่างทำให้ฉันฉงนฉงาย​ได้ตลอดเวลานาที

"แม่ครับ​...​.ผมรักแม่...​ผมไม่อยากให้แม่​เป็นอย่างนี้...​.ผมขอโทษ...​.​แต่​เพราะว่าผมรักแม่นะครับ​...​..แม่ครับ​" ฉันพยายามตี​ความหมายของคำรำพันรักบทนี้ให้แตก หรือว่า​เขาอยากให้ฉันลงโทษโบยตีเหมือนอย่างหลายคน​ที่เคยผ่านมา ​แต่ฉัน​จะกล้าให้เงารักของฉันบอบช้ำกระไร​ได้ จึงค่อยเคลื่อนมือ​ที่กอดกระชับหลังไหล่กว้างขวางนั่น ต่ำลง ต่ำลง ​และเลื่อนมันอ้อมกลับมา​ที่กลางแก่นกาย

"โธ่...​.คุณแม่...​...​คุณแม่ทำให้ผมไม่มีทางเลือกอีกแล้ว​"

​เขาเบี่ยงตัวหลบรอดเงื้อมมือของฉัน​ไป​ได้อย่างหวุดหวิด ในขณะ​ที่จับบิดข้อมือฉันให้พลิกไพล่ไว้ข้างหลัง ยึดแขน​และร่างฉันไว้มั่น​ทั้ง​ที่ยังยืนซ้อนหลังอยู่​อย่างนั้น​ ฉันอยาก​จะหัน​ไปมอบรอยจุมพิตให้​กับ​เขาเสียเหลือเกิน ​ที่ทำให้ฉันตื่นเต้น​ได้ถึงเพียงนี้ ​ถ้าหากว่าชายหนุ่มรูปร่างกำยำอีกสามคน​ซึ่งเพิ่งปรากฎกายขึ้น​ตรงหน้าราว​กับเนรมิต ​จะไม่ก้าวตรงเข้ามาหาฉัน​พร้อมอุปกรณ์อะไร​พะรุงพะรัง

นี่พ่อหนุ่ม​กำลัง​จะเล่นอะไร​กันแน่ ​เป็นครั้งแรกจริงๆ​ ​ที่ฉันเดาทางรักของคู่รักชั่วคืนไม่ถูก หรือว่า​เขา​จะเล่นรุมรัก ​ทั้งยัง​จะมีการผูกมัดให้​ได้รู้สึกดุจนางทาสแม่ลูกอ่อน หนุ่มน้อยอาจโผผวาเข้ามาดูดนมแม่ ขณะ​ที่นายทาสเริ่มกระสันรัดด้วยเครื่องพันธนาการ​และโบยตี ให้ตายเถิด ฉันไม่เคยประสบพบเจออะไร​​ที่ทำให้เลือดสาวในกายสูบฉีด​ได้เท่านี้มาก่อนเลย​ในชีวิต

ฉันจึงยอมให้​เขาเหนี่ยวรัดรั้งแขนไว้ด้วยวัสดุสีขาวขุ่นนั่น​แต่​โดยดี ​พร้อมส่งสายตายั่วยวนสามหนุ่มผู้มาใหม่เต็ม​ที่ แล้ว​ประตูข้างของรถสีขาวคาดเขียวคันโต​ที่จอดนิ่งอยู่​นั่นก็เปิดออก ข้างในมีเบาะนอนเสร็จสรรพ ​พร้อม​ทั้งสาย​และอุปกรณ์ต่างๆ​ วางเรียงเต็ม​ไปหมด ​ที่หน้าต่างกระจกมีม่านกั้น​ความ​เป็น​ส่วนตัวไว้จากภายนอกอย่างเรียบร้อย​

คิด​ไปก็อดใจหายไม่​ได้นี่ฉัน​กำลัง​จะถูกรุมเล่นรักอย่างนางทาสแม่ลูกอ่อนขณะเคลื่อนผ่าน​ไปตามท้องถนนกระนั้น​หรือไร

สามหนุ่มรุนหลังฉันแผ่วเบา ให้ค่อยก้าวก้มขึ้น​​ไปเอนกายบนเบาะนุ่มบนรถ ผู้มาใหม่​ทั้งสามขึ้น​มานั่งอยู่​รายล้อม หนุ่มน้อยตามมาจนถึงประตูเลื่อน จับกระชับ​ที่ต้นแขนของฉันก่อน​จะหัน​ไปพูด​กับหนึ่ง​ในสามคนนั้น​อย่างหมายมั่น

"หมอครับ​ช่วยรักษาแม่ผมให้หายนะครับ​...​.​ได้โปรด...​นะครับ​หมอ"

ตกลงนายทาส​ทั้งสามของฉัน​ต้องสวมบทบาท​​เป็นนายแพทย์ด้วยหรือนี่

ถึงว่าสิ...​.ทำไมรถคันนี้จึงคล้ายรถรับส่งคนไข้ฉุกเฉินนักหนา

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

 

F a c t   C a r d
Article ID A-394 Article's Rate 9 votes
ชื่อเรื่อง ___!!!!__ไฟใหม่__!!!!___
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๗
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๔๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-1161 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 26 มี.ค. 2547, 18.39 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : p [C-1163 ], [203.144.213.2]
เมื่อวันที่ : 29 มี.ค. 2547, 11.28 น.

สับสนนิดหน่อย​ สรุปว่าบ้าหรอกหรอนี่

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น