นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๒
ซ่อน.....กลิ่นราตรี
เล็ก โยธา
...​​ความรักของผม​​กับราตรีก็เหมือน​​กับทุก​​ความรักทั่ว​​ไปในวัยเรียน ​​ที่ยังหาบทสรุปจริงจังกัน​​ได้ยาก ​​เพราะเราต่างก็ไม่รู้เลย​​ว่าเรา​​จะ​​ไปสอบติดมหาวิทยาลัยกัน​​ที่ไหน...
" ซ่อน...​กลิ่นราตรี "

​ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งนี้ผมเคยมาแล้ว​ครั้งหนึ่ง​​เมื่อตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยใหม่ใหม่
พอกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด ก็​ได้ข่าว​เพื่อน​ที่เรียนสมัยมัธยมด้วยกันมันเกิดอุบัติเหตุ​และ​ต้องมาผ่าตัด​ที่นี่ ในโรงพยาบาลแห่งนี้เรามี​เพื่อนผู้หญิงสมัยเรียนด้วยกันอีกอยู่​หลายคน​และ​เป็นพยาบาลอยู่​​ที่นี่ งานป่วยของไอ้​เพื่อนคนนี้ในคราวนั้น​ก็เลย​กลาย​เป็นงานเลี้ยงพบปะย่อยย่อยในหมู่​เพื่อนฝูง หลังจาก​ที่พวกเราไม่​ได้เจอกันนาน...​​และราตรี เธอก็​เป็น​เพื่อนหญิงคนหนึ่ง​ในกลุ่มสาวพยาบาลเหล่านั้น​

ราตรี หญิงสาวร่างเล็กไว้ผมยาวหน้าม้า ดวงตากลมโตแบบตุ๊กตาญี่ปุ่น ​เพื่อนพยาบาลสาวสวยคนนี้ ในสมัยเราเรียนมัธยมด้วยกัน เรามัก​จะถูกล้อให้​เป็นแฟนกันบ่อย​เพราะชื่อของเรานั้น​คล้ายคลึงกัน ผมมีชื่อว่าชาตรี ชื่อราตรี​กับชาตรี​เมื่อถูกล้อนานเข้าก็ทำให้เรา​ได้​เป็นแฟนกันจริงจังขึ้น​มา
ราตรี​เป็นคนต่างอำเภอ​ที่​ต้องเดินทางไกลมาโรงเรียนเกือบ20กม. ด้วยการนั่งมอเตอร์ไซค์มา​กับ​เพื่อนห้องเดียวกันอีกคนชื่อสมศักดิ์ลูกชายกำนัน​ที่อยู่​บ้านติดกัน สมศักดิ์ตามจีบ​และอาสาตามส่งราตรีอยู่​หลายปี ​แต่ราตรีเธอไม่ชอบสมศักดิ์ เธอบอกว่าเห็นสมศักดิ์​เป็น​เพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเล็กแก้ผ้าว่ายน้ำ​และเล่นมาด้วยกัน แล้ว​​จะมารักชอบกัน​ได้อย่างไร

​ความรักของผม​กับราตรีก็เหมือน​กับทุก​ความรักทั่ว​ไปในวัยเรียน ​ที่ยังหาบทสรุปจริงจังกัน​ได้ยาก ​เพราะเราต่างก็ไม่รู้เลย​ว่าเรา​จะ​ไปสอบติดมหาวิทยาลัยกัน​ที่ไหน จนมีเหตุการณ์​ที่ทำให้เรา​ต้องจากกันเร็วกว่ากำหนด ​เพราะผมสอบเทียบมศ.5 ​ได้ก่อน จึงลาออกจากโรงเรียนเข้ามาเรียนกวดวิชา​ที่กรุงเทพ ​และสอบเรียนต่อ​ได้​ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ห่างไกลกันมากขนาดนั้น​จึงทำให้เราไม่​ได้เจอกันอีกเลย​ ...​.ทิ้งไว้​แต่​ความรัก​ที่ค้างคาไว้อย่างนั้น​

​เพื่อน​ที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนั้น​ไม่ใช่​ใคร​ที่ไหน ก็​คือเจ้าสมศักดิ์นั่นเอง มันขับมอไซค์ชน​กับปิคอัพกระดูกซี่โครงหัก​ต้องนอนรักษา​ที่โรงพยาบาลอยู่​​เป็นเดือน มันก็เลย​กลับมาตามจีบราตรีต่อ จนสุดท้ายยายราตรีใจอ่อน​และยอม​แต่งงาน​กับมันจน​ได้
ผม​ได้รับการ์ดเชิญจากราตรีเธออยากให้ผมมางาน​แต่งงานเธอให้​ได้ ​แต่น่าเสียดาย​ที่วัน​แต่งงานของเธอ ผมประสบอุบัติเหตุรถคว่ำตอนทำงานอยู่​​ที่ลำปาง ​และนั่น​คือเรื่อง​ในอดีต​ระหว่างผม​กับเธอ

วันนี้กว่าผม​จะมาถึงโรงพยาบาลก็จวน​จะบ่าย3แล้ว​
หมอนัดรักษาตาข้างขวาด้วยการยิงเลเซอร์ตอน4โมงเย็น กลุ่ม​เพื่อนพยาบาลกลุ่มเดิมไม่รู้หาย​ไปไหนกันหมด มียายหมอก้อย​ที่เพิ่งย้ายมาจากกรุงเทพมากินตำแหน่งผอ.โรงพยาบาลอยู่​​ที่นี่​เมื่อตอนต้นปี ผมเลย​​ได้อาศัยบารมีของ​เพื่อนมานอน​ที่ห้องรับรองผู้ป่วย(แขกพิเศษ)​เพราะห้องพิเศษธรรมดาเต็ม ​ส่วนยายหมอก้อยติดประชุม​ที่กระทรวงกว่า​จะกลับมาก็อาทิตย์หน้านั่นแหละ​

หลังจากผมโดนยิงเลเซอร์รักษาตาขวาจนเสร็จ ตาผมเจ็บระบมมาก​เพราะเล่นยิงกันเกือบ​เป็นร้อยครั้งกว่า​จะเย็บแผลติด(ตอนแรกเข้าใจว่ายิงครั้งเดียว)​​และกว่า​จะเสร็จก็มืดมากแล้ว​
ผมมาฟื้นสลีมสลือ​ที่ห้องรับรองผู้ป่วย อยู่​ชั้นล่างของตึกโสต​ที่​เป็นตึกเก่าแก่ของโรงพยาบาล​และ​เมื่อลืมตาขึ้น​มาผมก็เจอราตรีเธอยืนส่งรอยยิ้มอยู่​ปลายเตียง

" วันนี้โชคดีจัง ฟื้นขึ้น​มาก็เจอหน้าแฟนเก่า​เอาเลย​ สบายดีไหมครับ​ราตรี "

" นี่ชาตรี ขอบใจ​ที่ยังจำกัน​ได้ ยังไม่ทิ้งนิสัยสายตาเจ้าชู้เหมือนเดิมนะ " ราตรีเธอดูยังสาว​และสวยพริ้งอยู่​เลย​ ​แม้ว่าเรา​จะไม่​ได้เจอกันนับสิบปี กาลเวลาทำอะไร​เธอไม่​ได้จริงจริง

" แล้ว​พวก​เพื่อนพยาบาลเราหาย​ไปไหนกันหมดล่ะจ๊ะ​ "

" อาชีพพยาบาลพอทำ​ไปนานนานสักพักก็​จะเบื่อ​และด้วยงาน​ที่ค่อนข้างหนักจึงทำให้​เพื่อน​เพื่อนพากันลาออก​ไปทำอาชีพอื่นกันหมด เหลือ​แต่เรา​ที่ไม่มีทาง​ไปอยู่​คนเดียว " พูดจบผมเห็นเธอทำหน้าเศร้า​และทิ้งสายตาออก​ไปข้างนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย

ผม​ได้ข่าวว่า ราตรีเธอเลิก​กับสมศักดิ์มานานแล้ว​ ​ทั้งสองไม่มีลูกด้วยกัน ราตรีเธอป่วยจน​ต้องตัดมดลูกทิ้งหลังจาก​แต่งงาน​กับสมศักดิ์​ได้ไม่กี่ปี
ชีวิตครอบครัว​ที่ไม่มีลูกคอย​เป็นโซ่คล้องใจทำให้​ความรักดู​จะไม่สมบูรณ์นัก​แม้สมศักดิ์​จะรักเธอมากเพียงใด

จน​เมื่อไม่กี่ปี​ที่ผ่านมา หลังจาก​ที่ราตรีจับ​ได้ว่าสมศักดิ์แอบ​ไปมีลูก​กับเมียน้อย ​ทั้งสองก็​ได้หย่าขาดกัน สมศักดิ์ทิ้งเธอไว้​กับอาชีพพยาบาล​ที่เธอบอกว่าไม่มีทาง​ไป

" อย่าคิดมากน่ะ อาชีพราชการ​จะลำบากช่วงแรก ​แต่พอเกษียณก็​ได้กินบำนาญ อยู่​บ้านให้หลวงเลี้ยงสบายจนตาย " ผมพูดปลอบใจเธอ เห็นเธอยิ้มกลับมาทำให้บรรยากาศการพูดคุยดูดีขึ้น​

" เราก็​ได้ข่าวเธอมาเปิดบริษัท​ที่หัวหินหลายปีแล้ว​นะ เคยคิด​จะ​ไปเยี่ยมเหมือนกัน​แต่ยังหาเวลา​ไปไม่​ได้ ​แม้​แต่ยายหมอก้อยเจ้านายใหญ่ เรายังแทบไม่ค่อย​ได้เจอกันนอกเวลางานเลย​ "

เราคุยกันสักพักใหญ่ ข้างนอกห้องดู​จะมืดมากแล้ว​ราตรีจึงขอตัวกลับ เธอบอกว่าเธอพักอยู่​บ้านพักของพยาบาล​ที่อยู่​ด้านหลังของห้องรับรอง​ที่ผมอยู่​ เธอชี้ให้ดูบ้านพัก​ที่เธออยู่​จากทางหน้าต่าง​ที่ห้อง ผมเห็นไฟในโรงรถเปิดอยู่​ไกลลิบตาห่าง​ไปประมาณ150เมตร​ได้

" พรุ่งนี้เลิกงานคลีนิคพิเศษประมาณ2ทุ่มเรา​จะแวะมาเยี่ยมเธอใหม่นะ "

" 2 ทุ่ม​เขาไม่ให้เยี่ยมแล้ว​ครับ​ คุณพยาบาล"

" อย่าลืมว่าคุย​กับคุณพยาบาลเจ้าถิ่นอยู่​นะ "
พูดจบราตรีเธอก็ยิ้มให้แบบมีเลศนัยในหัวใจทำ​เอาผมรู้สึกหวั่นไหวตาม ก่อน​ที่เธอ​จะเปิดประตูหลังห้องกลับบ้านพัก​ที่อยู่​ใกล้ด้านหลังห้อง ​โดยไม่​ต้องเดินผ่านเคาเตอร์พยาบาลเวรหน้าห้องผม

ในวันรุ่งขึ้น​หมอให้ผมนอนหลับตา​ทั้งวัน กว่า​จะรู้ว่ามืดค่ำก็​เมื่อเห็นราตรีเธอเดินเข้ามาเยี่ยม2ทุ่มตรงตาม​ที่นัดกันไว้ คุยกันนิดหน่อย​ก็ปา​ไป3ทุ่มครึ่ง เธอก็ขอตัวกลับ ตอนนี้เธอมาหาผมด้วยการเข้าออกประตูด้านหลังของห้องรับรองทำให้พยาบาลหน้าห้องแทบไม่มี​ใครรู้ จนเราเริ่มสนิทกันใหม่อีกครั้ง อย่างนี้หรือเปล่านะ...​​ที่​เขาว่า
" ถ่านไฟเก่าคลุกกรุ่น "

วันนี้​เป็นวัน​ที่ผม​ต้องเข้าห้องผ่าตัดตาข้างซ้าย คุณหมอเริ่มผ่าตัดตั้งแต่บ่ายสองกว่าเสร็จก็เกือบเย็น ผมถูกเวรเปลเข็นกลับมานอน​ที่ห้องรับรองเหมือนเคย ​และ​เมื่อมาถึงห้องผมเจ็บแผลบริเวณ​ที่ผ่าตัดมาก​เพราะฤทธิ์ยาชา​ที่เริ่มหมดลง ผมจึงกินยาแก้ปวดแล้ว​ก็นอนหลับ​ไป

ผมมาตื่น​เอาตอน2ทุ่ม ลืมตาขึ้น​มาก็เห็นแจกันข้างเตียงนอนถูกปักด้วยดอกไม้ช่อใหญ่สีขาว กลิ่น​ที่หอมอย่างมากของมันทำ​เอาผมสะดุ้งตื่น แลเห็นราตรีเธอนั่งอยู่​ข้างเตียงใกล้ใกล้ผม เธอมานานเท่าไรแล้ว​ก็ไม่รู้

" ดอกซ่อนกลิ่นค่ะ​ คนโบราณเรียกว่าดอกซ่อนชู้ ​เขาพูดเปรียบเปรยผู้หญิง​ที่มีใจรักต่อผู้ชาย​แต่กลับเก็บซ่อน​ความรู้สึกตัวเองไว้ไม่กล้าบอก " ​เมื่อราตรีเธอพูดจบ หน้าเธอก็แดงอย่างเห็น​ได้ชัด​แม้ไฟในห้อง​จะค่อนข้างมืด​เพราะมีแค่ไฟหัวเตียงเปิดอยู่​ดวงเดียวก็ตาม

ผมเห็นดอกซ่อนกลิ่นในแจกันมันทำให้ผมคิดถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนในวัน​ที่พวกเรานัดมาเยี่ยมสมศักดิ์​ที่เกิดอุบัติเหตุจนมีงานเลี้ยงย่อยย่อยกันต่อในโรงพยาบาลคราวนั้น​ ​และในงานเลี้ยงค่ำคืนนั้น​
ราตรีเธอดีใจมาก​ที่​ได้เจอผมอีก เรา​ได้นั่งคุย​ความหลังด้วยกันเพียงลำพังสองคนเกือบ​ทั้งคืน

รุ่งเช้า​ผมแวะมาบอกลา​เพื่อน​ที่โรงพยาบาลก่อน​ที่​จะกลับ​ไปลำปาง เจอราตรีเธออยู่​คนเดียว​เพราะทุกคนเวรออฟ เธอส่งช่อดอกไม้เจ้าซ่อนกลิ่นนี้ให้ผมช่อใหญ่​และบอกว่ามัน​เป็นดอกไม้จาก​เพื่อน​เพื่อรำลึกถึงกัน ตอนนั้น​ผมไม่ฉุกคิด​เพราะไม่เข้าใจใน​ความหมายของมันเลย​ ​และ​ถ้าเธอไม่บอกผมในวันนี้ผมก็คงยังไม่รู้​ไปอีกนานแสนนาน ​แต่ครั้งนี้ผม​จะไม่ปล่อยให้​ความรักของเรา​ต้องอาภัพอีกครั้งเหมือน​กับ​ความอาภัพของดอกซ่อนกลิ่น​ที่มีช่อดอก​ทั้งสวยงาม​และมีกลิ่นหอมมาก​แต่กลับ​เป็น​ไป​ได้แค่ดอกไม้จัดประดับในงานวาระสุดท้ายของชีวิต

สายตาของเราสอดประสานต่อกันอยู่​นาน​โดยไม่มี​ใครพูดอะไร​ขึ้น​มา ​และเราก็ยังคงปล่อยให้แววตาในสายตา​ได้พรรณาถึง​ความรักในใจ​ที่อัดอั้นกันต่อ จนหัวใจผมทนไม่ไหวมันสั่งให้ผมคว้าเธอเข้ามากอด เธอซบหน้าลงในอกด้านซ้ายของผม ​และแล้ว​มือผมก็สัมผัส​เอา​ความรักมาลูบไล้เส้นผมอันยาวสรวยของเธอ เราฟังเสียงหัวใจของเรา​ทั้งสองกระซิบพูดคุยต่อกันอยู่​นาน จนกระทั่งน้ำตาของราตรีเธอไหลรินออกมารดหัวใจของผมจนผมรู้สึก​ได้ ​และก่อน​ที่หัวใจผม​จะสั่งให้ผมทำอะไร​ลง​ไป โทรศัพท์บนโต๊ะรับแขกก็ดังขึ้น​มาเสียก่อน

พอรู้ว่า​เป็นโทรศัพท์จากพยาบาลหน้าห้อง​จะเข้ามาตรวจดูแผลผ่าตัด ราตรีก็เดิน​ไปยังประตูห้องด้านหลัง เธอมองกลับมา​ที่ผมอีกครั้งด้วยสายตา​ที่ทำ​เอาผมไม่เข้าใจ ​แต่ยังแลเห็นคราบน้ำตาเต็ม​ทั้งสองแก้มก่อน​ที่เธอ​จะ​เอามือปาดน้ำตา​ที่ไหลแล้ว​หันหลังเดินลับหาย​ไปยังบ้านพักของเธอ​ที่แลเห็นอยู่​ไกลไกล

" ขออนุญาตตรวจแผลผ่าตัดหน่อย​นะคะ​ " เสียงจากโทรศัพท์ของพยาบาลหน้าห้อง

สักพักพยาบาลก็เข้ามาตรวจแผล ผมอยากให้พวกเธอรีบตรวจผมให้เสร็จ​โดยเร็วไว​เพราะใจผมตอนนี้มันร้อนลน​จะตามเธอ​ไปจนทน​จะไม่ไหวแล้ว​ ​และ​เมื่อพยาบาล​ได้ตรวจเสร็จ ผมก็รีบเปิดประตูหลังห้อง​เพื่อตามออก​ไปทันที ในใจคิดอยาก​จะ​ไปหาเธอ​ที่บ้านพัก ตลอดทาง​ไปบ้านพักผมแลเห็นว่ามันมีเจ้าต้นซ่อนกลิ่นขึ้น​เต็ม​ไปหมด มิน่าล่ะ​เมื่อผมอยู่​ในห้องถึง​ได้กลิ่นหอมของมันโชยเข้ามาในห้องทุกค่ำคืน

บรรยากาศข้างนอกดูมืดมากด้วยดวงตา​ที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จทำให้ผมแทบมองไม่เห็นทางเดิน​เอาเลย​ ผมจึงหันหลังกลับเข้ามานอน​ที่ห้องพัก ตาผมหลับ​แต่ใจผมกลับตื่นคิดถึงเธอตลอด​ทั้งคืนกว่า​จะหลับลง​ได้ก็เกือบ​จะรุ่งสาง

เช้า​วันนี้ผมตื่นมาก็สายมากแล้ว​ ทานข้าวเสร็จก็​ได้​แต่นอนเซ็งอยู่​บนเตียง​ทั้งวัน ​เพื่อรอเจอเธออีกตอน2ทุ่ม ผมเตรียมเรื่อง​​ที่​จะพูด​กับเธอไว้มากมาย​จนมันแทบ​จะเอ่อล้นออกมาจากหัวใจ ใจมันร้อนลนจนคิดอยาก​จะโทร​ไปหาเธอ​ที่ทำงาน​แต่ก็ไม่รู้ว่าราตรีเธออยู่​สายงานไหนในโรงพยาบาล ถามหาพยาบาล​ที่ตึกก็ไม่มี​ใครรู้จักเธอ คง​จะ​เป็น​เพราะ​ที่โรงพยาบาลแห่งนี้มีพยาบาลอยู่​นับร้อยคน ผมนอนกระสับกระส่ายจึงลุกเดิน​ไปเดินมาในห้อง​ทั้งวันรอจนดวงอาทิตย์ตกดิน

สองทุ่มตรงถึงเวลา​ที่เธอ​ต้องมาแล้ว​ ผมมอง​ไป​ที่บานประตูหลังห้อง​และภาวนาให้มันถูกเปิดออก​โดยเร็วไว ผมรออยู่​นานก็ไม่เห็นมีวี่แววของเธอเลย​ สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ในห้องดังขึ้น​มา มันคง​เป็นโทรศัพท์​ที่เธอโทรหา​เพราะเธออาจติดธุระจึงมาสาย ​แต่​เมื่อผมเข้า​ไปรับสายก็ไม่มีเสียงจากต้นสายพูดออกมาเลย​ ​เป็นอย่างนี้ถึง3ครั้งมันทำให้ผมหงุดหงิด จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือของผมมันดังขึ้น​มา

" ฮัลโหล ราตรีหรือครับ​ "

" หมอก้อยจร้าชาตรี ​เป็นไงบ้างผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย​ดีไหม? "

" อ๋อ หมอก้อยรึ ขอบคุณ​ที่อุตส่าห์​เป็นห่วงนะ กว่า​จะโทรมาหาเรา​ได้ ก็​เอาจนวันสุดท้าย​ที่เรา​จะออกจากโรงพยาบาลนี่นะ "

" ​ที่กระทรวงมีประชุม​ทั้งวัน หลวง​เขา​ใช้งานเราคุ้มจริงจริง เอ๊ะ...​​เมื่อกี๊เรา​ได้ยินเธอพูดถึงชื่อราตรี​เมื่อตอนรับสาย ราตรีนี่​ใครกัน คง​เป็นแฟนใหม่อีกล่ะซี โรคเจ้าชู้นี่มันรักษาไม่หายจริงจริงนะ "

" เอ้า ก็ราตรี​เพื่อนเรา​ที่เรียนด้วยกันตอนมัธยม​และ​เป็นพยาบาลอยู่​​ที่นี่ไง นี่ท่านผอ.ท่า​จะงานยุ่งมากจนลืมลูกน้องตัวเอง "

" นี่พ่อชาตรี ราตรี​ที่เธอว่าน่ะ ​เขาตาย​ไป​ได้3ปีแล้ว​นะ สงสัยคุณหมอวางยาสลบตอนผ่าตัดเธอมากเกิน​ไปหรือเปล่าถึง​ได้เมายาจนมีอาการเพี้ยน ​และก่อน​ที่ราตรีเธอ​จะเสีย เธอ​ได้เลิก​กับสมศักดิ์ ​ต้องทนอยู่​อย่างเดียวดายคนเดียว จนป่วย​เป็นโรคซึมเศร้าหลายปี วัน​ทั้งวันเธอไม่ทำอะไร​​เอา​แต่ปลูกต้นซ่อนกลิ่น​ไปทั่วพื้น​ที่ด้านหลังของโรงพยาบาลเต็ม​ไปหมด จนวาระสุดท้าย​ที่เธอตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย​เพื่อจบชีวิตอันแสนเศร้า​ที่บ้านพักของเธอในโรงพยาบาล
เราคิดว่าจิตใต้สำนึกของเธอยังคงสงสาร​และคิดถึงเธอ​ที่เคย​เป็นแฟนเก่ากันอยู่​ เธอจึงละเมอออกมา​เป็นตุ​เป็นตะตอนเมายาสลบ ไม่​เอาน่า พักผ่อนให้มาก เดี๋ยวพรุ่งนี้เรา​จะ​ไปเยี่ยมนะ "

​และ​เมื่อยายหมอก้อยวางสายลง ผมมี​ความรู้สึกเหมือนถูกปล่อยให้โดดเดี่ยวอยู่​ตามลำพังในห้องใหญ่ ใจมันสับสน​และมึนงง​ไป​กับเหตุการณ์หลายหลายคืน​ที่ผ่านมา ​จะว่าผมเกิดอาการเมายาสลบอย่าง​ที่หมอก้อยพูดก็ไม่น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้

ลมพัด​เอากลิ่นของดอกซ่อนกลิ่นโชยเข้ามา กลิ่นนั้น​มันมาจากเจ้าดอกซ่อนกลิ่นในแจกัน​เมื่อวาน​ที่ราตรีเธอจัดไว้ให้ผม มันยังคงวางอยู่​​ที่เดิม ​และนี่คง​เป็นหลักฐาน​ที่แสดงว่าราตรีเธอมาหาผมจริงจริง ​และ​เมื่อผมมองผ่านแจกัน​ไปยังหน้าต่างบานเกร็ดลอด​ไปยังบ้านพักพยาบาลหลัง​ที่ราตรีเคยชี้ให้ผมดู...​.ผมก็มองเห็นไฟในโรงรถข้างบ้านพักมันยังคงถูกเปิดส่องแสงสว่างไสวเหมือนทุกวัน
​แต่สักพักเจ้าดวงไฟมันกลับกระพริบอยู่​3ครั้งแล้ว​ไฟโรงรถก็ดับสนิทลง หลังจากนั้น​ภาพ​ทั้งหมด​ที่​เป็นเงาสลัว​และแลเห็นทางหน้าต่างมันก็อันตรธานหาย​ไป...​..ราว​กับว่า​ที่แห่งนั้น​มันไม่เคยมีบ้านพักสร้างไว้อยู่​ตรงนั้น​มาก่อนเลย​ !

จบ

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3867 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง ซ่อน.....กลิ่นราตรี
ผู้แต่ง เล็ก โยธา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๒
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19458 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 11 ส.ค. 2562, 09.51 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น