นิตยสารรายสะดวก  Forward Articles  ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๑
...เช้า​​วันรุ่งขึ้น​​ ผมเดินมา​​ที่รถ​​ซึ่งจอด​​เอาไว้​​เมื่อคืน ตาก็​​ต้องเบิกกว้างขึ้น​​ ​​เพราะยางรถแบนแต๋ดแต๋ติดพื้น 2 ล้อเลย​​ พอเห็นยางรถแบนเท่านั้น​​ ​​ความโกรธก็วิ่งเข้ามาในใจอย่างรวดเร็ว...
รถโดนกรีดยาง (ให้แง่คิดการให้อภัย)

คำถามหนึ่ง​​ที่คนทั่ว​ไปชอบถามเวลาเจอหน้า ​คือ ผมโกรธบ้างหรือไม่ ผมก็​จะยิ้มๆ​ ​และตอบว่า เรายัง​เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ย่อม​ต้องมี​ความโกรธ ​แต่โชคดีไม่บ่อยนัก ​และเวลาโกรธ​ส่วนใหญ่​จะไม่แสดงออกทางกาย ทางวาจา ​คือ ​ความโกรธยังไม่ล้นออกมาทางคำพูด​และการกระทำ ยังพอควบคุมหรือมีสติเห็นทัน ​ส่วนใหญ่มัก​จะเห็นใจ​ที่เดือดอยู่​ปุดๆ​ ​จะปุดมากปุดน้อย ก็ขึ้น​อยู่​​กับระดับของเหตุการณ์นั้น​ๆ​
โชคดี​ที่ระยะหลังๆ​ มานี้ ไม่ค่อยมีอาการปุดๆ​ ในใจเลย​ นานๆ​ ​จะเกิดสักที คน​ที่​จะ​สามารถทำให้ผมโกรธ​ได้​ต้อง​เป็นคน​ที่เก่งมากๆ​ เรียกว่า​ต้อง​เป็นครูสอนธรรมะระดับเทพเชียวล่ะ

หลายปีก่อน มีเหตุการณ์หนึ่ง​​ที่เรา​ได้ ‘เห็น’ ​ความโกรธชัดเจน​ที่วิ่งเข้ามาเยือนจิตใจ บ่ายวันหนึ่ง​ผม​ต้อง​ไปงานศพกะทันหัน ไม่​ได้ทราบก่อนล่วงหน้าจึงไม่​ได้เตรียมใส่ชุดดำ คนขับรถก็ลา​พอดี จึง​ต้องขับรถกลับมา​ที่ทำงาน​เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน​ไปปกติ​ที่ออฟฟิศมี​ที่จอดรถประจำ

ปรากฏว่าวันนั้น​มีคนอื่นมาจอดรถใน​ที่ของผมเอง​และของบริษัทหมด วนรถอยู่​นานพอสมควรเลย​ตัดสินใจจอดใน​ที่ของคนอื่น ​เพราะเห็นว่าว่างๆ​ อยู่​ คิดในใจว่าขออนุญาตจอดสัก 10 นาที วิ่ง​ไปเปลี่ยนเสื้อกลับมาคงไม่​เป็นไร เจ้าของ​ที่คงยังไม่มา
พอเปลี่ยนเสื้อกลับมา​ที่รถ ปรากฏว่ามีรถคันหนึ่ง​​ซึ่งน่า​จะ​เป็นเจ้าของ​ที่จอดนั้น​ มาจอดขวางรถเรา​เอาไว้ แถมยังเข้าเกียร์ล็อคไว้อีกต่างหาก เลื่อนไม่​ได้ ตอนแรกกะว่า​จะวิ่ง​ไปหายามให้ช่วย​ไปเชิญเจ้าของรถมาเลื่อนให้ ​แต่เกรงว่า​จะ​ไปงานศพไม่ทัน เลย​ตัดสินใจขึ้น​รถแท็กซี่​ไป

คืนนั้น​ กว่า​จะเสร็จ กว่า​จะรํ่าลาเจ้าภาพก็ดึกพอสมควร ผมก็นั่งรถแท็กซี่กลับ​ไป​ที่บ้าน ลืมเรื่อง​รถ​ไปเลย​

เช้า​วันรุ่งขึ้น​ ผมเดินมา​ที่รถ​ซึ่งจอด​เอาไว้​เมื่อคืน ตาก็​ต้องเบิกกว้างขึ้น​ ​เพราะยางรถแบนแต๋ดแต๋ติดพื้น 2 ล้อเลย​ พอเห็นยางรถแบนเท่านั้น​ ​ความโกรธก็วิ่งเข้ามาในใจอย่างรวดเร็ว​และรุนแรง ​เป็นอาการบางอย่าง​ที่ไม่เคยเห็นอยู่​ในใจ ​แต่พอเรามีสติเข้า​ไป ‘เห็น’ ​ความโกรธ​ที่วิ่งเข้ามา ก็หาย​ไป​โดยฉับพลัน ​ความโกรธไม่มีเลย​ ใจกลับ​เป็นปกติ ​ซึ่ง​เป็นสิ่ง​ที่แปลกมาก​กับตัวเอง ​ส่วนใหญ่​จะโกรธ​กับเรื่อง​ใดเรื่อง​หนึ่ง​​เป็นเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ​แม้​จะพยายามปลอบใจตัวเองว่า อย่าโกรธ อย่าโกรธ ​แต่พอเผลอแว็บ ​ความโกรธก็​จะวิ่งเข้ามาสู่ใจ

​แต่พอมีสติเข้า​ไปเห็นทัน​ความโกรธเท่านั้น​ ​ความโกรธเงียบหาย​ไป จำ​ได้ว่าโกรธอยู่​เพียง 3-5 วินาทีเท่านั้น​ เร็วมากๆ​ แล้ว​​ความโกรธก็หาย​ไป ไม่รู้หาย​ไปไหน ไม่กลับมาอีก สิ่ง​ที่เกิดขึ้น​​คือ ​ระหว่าง​ที่ขึ้น​ลิฟท์จากชั้น​ที่จอดรถมาบนออฟฟิศ เราเกิดปัญญาบางอย่าง​ที่​จะจัดการ​กับเหตุการณ์นี้ด้วยสติ ​เป็นปัญญา​ที่ปกติตัวเอง​จะไม่​สามารถคิด​ได้ขนาดนั้น​ มันเหมือน​เป็นอาการสว่างวาบแล้ว​เกิดปัญญา ประมาณนั้น​!
พอถึงออฟฟิศ ผมก็สั่งเลขาฯ ให้​ไปตรวจสอบว่า เจ้าของรถทะเบียนคัน​ที่จอดรถขวางผม​คือ​ใคร แล้ว​ช่วยจัดดอกไม้ให้หน่อย​ เดี๋ยว​จะ​เอาดอกไม้​ไปให้​เขา เลขาฯ ผมก็สงสัยทำไม​ต้อง​เอา​ไปให้ ​เขามากรีดยางรถผมแท้ๆ​

ไม่ใช่แค่เลขาฯ เท่านั้น​​ที่โกรธแทน พนักงาน​ทั้งออฟฟิศโกรธกันหมด พนักงานวิ่งส่งเอกสารวิ่งมาเลย​ บอกว่านายๆ​
เดี๋ยวผม​จะ​เอาไม้​ไปทุบกระจกรถมันดีไหม ยามของอาคารก็วิ่งขึ้น​มาบอกว่า
คน​ที่กรีดยางรถผม​เป็นฝรั่งเจ้าของบริษัททัวร์​ที่ใหญ่​ที่สุดแห่งหนึ่ง​ของเมืองไทย ​เขาทำอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว​ โดนกันหมด
​ทั้งกรีดรถ กรีดยางรถ โดนกันประจำ ​เขา​เป็นคนนิสัยแบบนี้
ผมบอกทุกคนว่า ใจเย็นๆ​ รถผมเอง ไม่​เป็นไร ผมไม่​เป็นไร อย่าโกรธนะ..

แล้ว​ผมก็​เอากระเช้า​ดอกไม้ขึ้น​​ไป​ที่ออฟฟิศ​เขา ​ซึ่งตลกมาก​เพราะอยู่​ตรงกันข้าม​กับสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี
​ซึ่งผมเช่าไว้คนละชั้น​กับออฟฟิศบริษัทประชาสัมพันธ์ คิดอยู่​ในใจว่า อืม..ออฟฟิศอยู่​ตรงข้ามกัน อยู่​ชั้นเดียวกันแท้ๆ​ ยังมาทำกันขนาดนี้!

ผมพยายาม​จะขอพบ​เขา ​แต่​เขาไม่ออกมาพบ ส่งจีเอ็มคนไทย​และพนักงาน 2-3 คนยืนทำหน้าถมึงขึงขังกันอยู่​หน้าออฟฟิศ
แล้ว​ถามผมว่าคุณใช่ไหมจอดรถทับ​ที่เจ้านาย​เขา โวยวายกันใหญ่ ​แต่​เขาคงไม่รู้ว่านาย​เขากรีดยางรถผม
ผมไม่​ได้รับเชิญให้นั่ง ​และ​ได้รับการยืนยันว่านาย​เขาไม่ออกมาพบแน่นอน ปล่อยให้ยืนถือดอกไม้อยู่​อย่างนั้น​ ผมยืนอยู่​สักพักหนึ่ง​เห็นว่าคุณฝรั่งคนนั้น​ไม่ออกมาแน่ เลย​อธิบายเหตุการณ์​ทั้งหมดให้ลูกน้อง​เขาฟัง พอทุกคน​ได้ยินเช่นนั้น​ก็เริ่มเปลี่ยนท่าที เชิญให้ผมนั่ง ดูเหมือนว่าตกใจ​ที่นาย​เขามากรีดยางรถเรา

ผมบอกว่าตั้งใจ​เอาดอกไม้มาขอโทษเจ้านายคุณ สำหรับสิ่ง​ที่ผมผิดพลาดในการจอดรถทับ​ที่ของ​เขา​เมื่อบ่ายวานนี้ ​แต่ผมมีเหตุจำ​เป็น ​คือ ​ต้องรีบ​ไปงานศพ ​และ​ที่จอดรถของผม​และของบริษัทฯ มีรถจอดเต็ม​ทั้งหมด ​และสิ่ง​ที่อยากขอร้อง​คือ เราอยู่​ในตึกเดียวกัน น่า​จะพูดกันดีๆ​ ไม่น่า​จะ​ต้องมาทำ
อะไร​แบบนี้ หาก​เขา​ไปทำ​กับคนอื่นคงเดือดร้อน ​แต่สำหรับผม ผมไม่เดือดร้อน มีคนคอยดูแล​เอารถ​ไปเปลี่ยนยาง​ได้ อย่างไรก็ตาม ผมฝากคำขอโทษ​ไปถึงนายคุณด้วย

พูดจบแค่นั้น​ ผมก็ขอตัวลงมาทำงาน ปรากฏว่าก่อนเ​ที่ยงวันเดียวกัน เลขาฯ ​และทีมงานเฮกันลั่นออฟฟิศ ​เพราะ​ได้รับตะกร้าผลไม้ใหญ่มาก​พร้อมแชมเปญยี่ห้อแพงจากฝรั่งคนนี้ (เสียดายไม่ดื่ม!) เลขาฯ หัวเราะมากกว่าคนอื่น ​เพราะสารภาพว่าไม่​ได้สั่งดอกไม้ ​แต่​ไป​เอากระถางต้นไม้ในครัวมาผูกโบว์ โชคดี​ที่มีฝีมือเลย​ออกมาสวยงามพอให้ผมถือ​ไปมอบให้​เขา​ได้ ลงทุนไม่ถึงร้อยบาท​ ​แต่​ได้รับกลับคืนมามากกว่าหลายเท่า

​แต่สิ่ง​ที่ผมถือว่า​เป็นรางวัลแท้จริง ​คือ ข้อ​ความในจดหมาย​ที่แนบมา (อุตส่าห์ส่งสาส์นรัก Love Note มาด้วย) ​เขาบอกว่าทุกครั้ง​ที่​เขา​ได้ ‘สั่งสอน’ คนไทย​ที่ไม่มีระเบียบวินัย ชอบมาจอดรถใน​ที่ของ​เขา ​และ​ไปทำแบบนี้ ​จะรู้สึก ‘สะใจ’ เหมือนว่า​ได้ Give them a lesson! ​คือให้บทเรียน​กับคน​ที่ไม่มีวินัยแบบนี้ ยิ่งมีการมาโวยวายกันมากเท่าไร ​เขายิ่งรู้สึกสะใจมากขึ้น​ว่าบทเรียน​ที่ให้​ไปนั้น​​ได้ผล ทำให้คนไทยสำนึก

​แต่​เขาบอกว่า ผมมาแปลก​ที่​เอาดอกไม้มาขอโทษ แถมยังอธิบายเหตุผลด้วย ​และ​ได้เห็นตัวอย่างว่า ผมก็ไม่โกรธ​ที่มีคนอื่นมาจอดรถทับ​ที่ผม ​ทั้ง​ที่สองบริษัทฯ ผมดูแล้ว​น่า​จะมี​ที่จอดมากกว่าบริษัท​เขาบริษัทเดียว สรุปแล้ว​ ​เขารู้สึกสำนึกว่าไม่ควรทำเรื่อง​แบบนี้ ​เขารู้สึกไม่ดี​และอยากขอโทษ ​เป็นครั้งแรกจริงๆ​ ​ที่รู้สึกแบบนี้

ในย่อหน้าสุดท้าย ​เขาบอกว่าในฐานะ​ที่ผมทำบริษัทประชาสัมพันธ์ ​เขาก็​เป็นบริษัททัวร์ชั้นนำ ขอมา​เป็นลูกค้า​ได้หรือไม่ สรุปว่า จากการ​ที่เราเจอเหตุการณ์แย่ๆ​ เรา​สามารถพลิกให้คนสำนึก​ได้ด้วยตนเอง ​และยังแถมมา​เป็นลูกค้าอีก ​เป็นอานิสงส์ของสติจริงๆ​

ผมไม่​ได้รับ​เขามา​เป็นลูกค้า ไม่ใช่ว่ากลัว​จะโดนอะไร​อีก ​แต่เผอิญตอนนั้น​เรามีลูกค้าเต็มมืออยู่​แล้ว​ ​และหลังจากนั้น​ เหตุการณ์การกรีดยางรถ กรีดรถรอบคันใน​ที่จอดรถของอาคารก็ไม่มีอีกต่อ​ไป...​

​ใครชอบ ​ใครชัง ช่างเถิด ​ใครเชิด ​ใครชู ช่าง​เขา
​ใครเบื่อ ​ใครบ่น ทน​เอา ใจเรา ร่มเย็น ​เป็นพอ

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย




Credit: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=420299571403598&set=a.376159655817590.1073741828.376156529151236&type=1&theater

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3861 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง Give them a lesson!
ผู้แต่ง อบอุ่น พจนา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เก็บความคิดมาฝาก
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19426 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 21 ส.ค. 2561, 22.04 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น