นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
สับปะรด บันดาล
เปิดฟ้า ก้องหล้า
...ณ บ้านหนำไร่กลางป่าเชิง​​เขา มีบ้านไม่มากนัก ​​แต่ละบ้านอยู่​​ห่าง ๆ​​ กันบ้าง ใกล้กันกันบ้างตามสภาพพื้น​​ที่​​และตำเลของการครอบครองพ...
ณ บ้านหนำไร่กลางป่าเชิง​เขา มีบ้านไม่มากนัก ​แต่ละบ้านอยู่​ห่าง ๆ​ กันบ้าง ใกล้กันกันบ้างตามสภาพพื้น​ที่​และตำเลของการครอบครองพื้น​ที่อันมีสิทธิตามกฎหมาย

บ้านของอ้อ​เป็นอาคารไม้เสากลมสองชั้น ชั้นบนเรียบฟากฝาจากมุงด้วยจาก​เป็น​ทั้งห้องนอน​และห้องครัว ชั้นล่างโปร่งมีแคร่วางไว้​เป็น​ที่รับแขก มีหม้อดินใส่น้ำวางไว้หน้าบ้านสำหรับล้างเท้า ล้างหน้า ล้างมือยามเหน็ดเหนื่อยจากงาน​และมีหม้อขนาดกลางสำหรับน้ำดื่ม ตัดด้วยกะลาขูดขัดอย่างดีแทนขันน้ำ ​และกระบวย

วันนั้น​อากาศร้อน อ้อนั่งบนแคร่ใต้ถุนบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด ​จะนั่ง​จะนอนก็ร้อนรุ่ม​ไปหมด เธอมี​ความรู้สึกร้อน ๆ​ ผ่าว ๆ​ คล้าย​กับมี​ใครนำไฟมาสุมไว้ในดวงใจ เธออยาก​จะกินอะไร​สักอย่าง​ที่มีรสเปรี้ยว ​เพราะเธอรู้สึกเปรี้ยวปากอารมณ์ตนเอง​เป็นอย่างไรไม่​สามารถอก​ใคร​ได้ ​แต่สิ่ง​ที่อยาก​จะกินมันไม่มีสักอย่าง ​แต่​ถ้ามีคนออก​ไปตลาดเธอ​สามารถสั่งซื้อของ​ที่เธอปรารถนาแล้ว​ ​เขาผู้นั้น​​จะคิดค่าบริการ​เป็นหมื่น​เป็นพัน ก็ยินยอม ​แต่ไม่มี​ที่​จะหา

"​จะนั่ง ​จะนอน ​จะเดินก็ไม่ไหว เดินไม่คล่อง ​จะทำอะไร​หงุดหงิด​ไปหมด" อ้อรำพึง​กับตนเอง

ขณะ​ที่อ้อ​กำลังทุรนทุรายอยู่​นั้น​ มีชายคนหนึ่ง​ ปกติชายคนนี้​จะเดินหาบของพะรุงพะรังมาจำหน่าย ​แต่ในวันนี้ไม่มีสิ่ง​ที่มีรสเปรี้ยว​ที่อ้อปรารถนาสักอย่างเดียว

อ้อรู้สึกทรมาน ทุรนทุรายยิ่งนัก นั่งอยู่​ก็ไม่ไหว จึงปิดประตูบ้านแล้ว​เดิน​ไปบ้านของญาติ​และ​เพื่อนบ้านเรื่อย ๆ​ ​ที่ละหลัง จนเกือบหมด​ทั้งหมู่บ้าน ​ซึ่งบ้าน​แต่ละหลัง​จะอยู่​ห่างกันมากบ้างน้อยบ้าง อ้อเดินกว่า​จะถึง​แต่ละบ้านก็​ต้องหยุดพัก​ไปตลอดทาง บางครั้งเธอรู้สึกหวิว ๆ​ สั่น ๆ​ ปานใจ​จะขาด ​แต่​เมื่อนั่งพักสักครู่ ก็​สามารถเดินต่อ​ไปอีก​ได้

บ้านหลังสุดท้ายนี้ อ้อเต็ม​ไปด้วย​ความปรารถนาอันแรงกล้า ​เพราะข้างบ้านมีการปลูกสับปะรดไว้ 4 -- 5 กอ มันออกผลเพียงกอเดียวผลเดียว ผลยังไม่​สามารถนำ​ไปรับประทานสุก​ได้ ​แต่​ถ้า​จะนำ​ไปแกงส้มหรือแกงกะทิ ก็​ได้ ผัดก็​ได้ อ้อก็อุตส่าห์ขอแบ่งซื้อ​เขา ​เขาไม่ขายให้​ทั้ง​ที่​เป็นคนรู้จักสนิทสนมกัน ​เป็นญาติกันด้วย

"น้าหนูขอแบ่งซื้อสับปะรดสักผล​ได้ไหม คะ​คุณน้า"

"ไม่​ได้หรอกหลาน มีผลเดี่ยว มันเริ่ม​จะสุก กินสดยังไม่​ได้ ​แต่​จะแกงนั้น​​ได้ อย่า​เอามันเลย​หลาน น้าก็มีแค่นี้"

อ้อ ​ได้ยินเช่นนั้น​หน้าก็ถอดสี ลาเจ้าบ้านเดินมาเหนื่อยแสนเหนื่อยอยาก​จะนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อน ท้อง​กำลังแก่ หน้าท้องตึง​และหนัก ​แต่เธอก็จำใจลุกเดินจากบ้านนั้น​​ไปด้วย​ความยากลำบาก ​เมื่อเลย​บ้านคน​ไปแล้ว​ เธอก็นั่งลงพักผ่อนใต้ร่มเงาต้นไม้ อ้อเดินน้ำตาร่วงมาตลอดทาง ขณะนี้น้ำตาของเธอก็ยังไหลรินไม่ขาดสาย ​โดยเธอมิ​ได้มีเจตนาหรือ​ต้องการ​จะร้อง ​แต่มันหลั่งออกมาเอง มันไหลมาจากก้นบึงของหัวใจ เหมือนน้ำ​ที่เอ่อล้นออกมา จากหัวใจอันบอบบางของเธอ อ้อรู้สึกปวดร้าวกว่าครั้งใด ๆ​ ในชีวิต ​แต่อ้อก็​ต้องอดทน​เพื่อมีชีวิตอยู่​ในสังคม

อ้อเดินผ่านป่ามาไกลแสนไกล ​ทั้ง​ที่อากาศร้อนใกล้​จะเ​ที่ยงวัน ​แต่อ้อนั้น​รู้สึกร้อนหลายเท่านักจนเหงื่อแตกชุ่ม ​เมื่ออ้อเดินทะลุถึง​ที่โล่งเธอก็​ต้องถอดเสื้อนอกแขนยาวออกคลุมศีรษะ น้ำตายังหยดไหลริน ไม่ยอมหยุดด้วย​ความน้อยใจ เสียใจ มัน​เป็นผลกระทบ​ที่ใจอ้ออย่างแรง​ที่สุดในชีวิต อ้อปวด อ้อเจ็บกว่าครั้งใด อ้อไม่​สามารถพูดให้​ใคร​ได้ยินว่าเธอมี​ความรู้สึกอย่างไรในขณะนี้ อ้อจำ​ต้องอดทน ​ซึ่งปกติอ้อ​เป็นคน​ที่อดทน ขยันทำงาน มี​ความรู้เหมาะสม​กับสถานการณ์

อ้อกลับถึงบ้านตอนเย็น ล้างเท้าแล้ว​ล้มลงนอนด้วย​ความเหนื่อย​และหิว น้ำตาของอ้อยังไหลซึมหยดลงมาเช่นเดิม ​และมากขึ้น​ มันเกิดจาก​ความรู้สึกจาก​ส่วนลึกของหัวของเธอในขณะนั้น​ ​ที่​เป็นผลกระทบกระแทกอย่างแรง ตาม​ที่ผู้เล่าสันนิษฐาน ผู้เล่าเองไม่​สามารถทราบ​ความ​ต้องการหรือเจตนาของอ้อ​ได้ เธอ​จะบอกผู้เล่า​เมื่อไรหนอ ว่าเธอร้องไห้ทำไม

หญิงท้องแก่ลุกขึ้น​นั่ง​ทั้ง​ที่น้ำตายังอาบแก้ม เธอนึกอะไร​ก็ไม่ทราบ​ได้ เธอจึงเดิน​ไปหลังบ้านเข้า​ไปในป่าลึกจนค่ำแล้ว​ เธอจึงกลับมาถึงบ้าน ​พร้อมด้วยบ่าสะพายอะไร​มาด้วยผ้าเช็ดหน้าสี่มุ่มผืนใหญ่เก่าคร่ำคร่า ของก็ไม่มากนัก ​เมื่ออ้อมาถึงบ้านก็ร้องเรียกสามี เรียกแล้ว​เรียกเล่าก็ไม่มีคนขานรับ

" สามีเรานี่ช่างน่ารักเหลือเกิน ​เขาคง​จะรักเมียมาก ๆ​ ออกจากบ้าน​ไปตั้งแต่ตอนเช้า​ ค่ำแล้ว​ก็ยังกลับไม่ถึงบ้าน เธอจึงเข้า​ไปในครัวหุงข้าวสุกแล้ว​​และอุ่นแกงกะทิมะเขือผสมสะตอ กลิ่นแกงหอมอบอวลชวนกินมาก ๆ​ ​เมื่ออ้อหุงข้าวเสร็จ​ไปอาบน้ำ รับทานข้าว​โดยมิ​ได้รอสามี ​เพราะหิวจนปวดท้องแล้ว​ เราหิวก็​ต้องทานก่อน นี่​ถ้าไม่มีท้องอยู่​ อ้อก็​จะคอยทาน​พร้อมกันไม่ว่า​จะค่ำมืดสักเท่าไรก็ตาม อ้อทน​ได้เสมอสำหรับคน​ที่ตนรัก รักยิ่งกว่าชีวิต อุทิศให้ทุกอย่างสำหรับคน​ที่ตนรัก ​ส่วน​เขา​จะมี​ความรู้สึกเช่นอ้อหรือไม่นั้น​ไม่ทราบ​ได้ ถึง​จะอย่างไรอ้อก็รัก​เขาเสมอ รักด้วยใจ รักเกิดจากใจ​ส่วนลึกจากก้นบึงของหัวใจ มิ​ได้เกิดขึ้น​ผิวเผิน ​เพราะเดินผ่านพบ ​เพราะ​เขาช่วยหยิบผ้าเช็ดหน้าให้ หรือ​เพราะ​เขาหล่อกว่า​ใคร หรือ​เพราะ​เขามีเงินมาก พ่อ​เป็นราชการ แม่​เป็นครู ​จะ​เอาอะไร​อีกเล่า อ้อก็​จะรัก ​เขา​จะ​เป็นอย่างไรก็ตาม ​เขา​จะกลายสภาพ​เป็นคนติดยาเรื้อรัง นั่งกินนอนกิน​เพราะ​เป็นอัมพาต หรือ​เป็นมะเร็งลุกเดินไม่ไหว เดินไม่​ได้ก็ตาม อ้อยินดีปรนนิบัติสามีเสมอด้วยใจรักเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ​แม้​จะ​เอาตึก ราชวัง หรือดวงอาทิตย์มาแลก​กับ​เขาก็ไม่ยอมรับ ใด ๆ​ ​ทั้งสิ้น ​เพราะชีวิต​เขา ​คือ​ส่วนหนึ่ง​ของอ้อ แล้ว​​จะขอมอบ​เป็นของ​เขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น​ ​ถ้า​จะ​ต้อง​เป็นชายอื่น​จะขอยอมตายเสียดีกว่า นี้​เป็นคำสัตย์จริงของอ้อ

​เพื่อสุขภาพของผู้มาใหม่อยู่​ในท้องอ้อก็จำ​เป็นรับประทานอาหารก่อนสามี​เพื่อหล่อเลี้ยงลูกอัน​เป็นสุด​ที่รัก อ้อทานข้าวเสร็จบ้วนปากแปรงฟันด้วยสมุนไพรเสร็จแล้ว​ออกมานั่งคอยสามีอยู่​ครู่ใหญ่ จึงกลับเข้า​ไปในครัวหยิบสะพาย​ที่​ได้มาจากในป่าตอนค่ำออกมาเปิดกว้างออก ​โดยการแก้ชายผ้า​ที่ผูกติดกันออก ปรากฏว่าข้างในสะพายนั้น​​เป็นแง่จากทะลายระกำ อ้อ​ได้จากในป่า เธอดึงแง่ทะลายของมันออกมาเพียงอันเดียว มันยังแก่ ยังไม่สุก ​แต่พอ​จะมีรสเปรี้ยว

คำนวณจากแง่ทะลายระกำมีประมาณ 6 -- 7 ผล อ้อจึง​ได้ดึงออกมาหนึ่ง​ผล เธอจับ​ที่ก้น​และหัวของผลด้าน​ที่ติด​กับทะลายด้วยปลายนิ้วชี้​กับปลายนิ้วหัวแม่มือ นำผลระกำ​ไปถู​กับฟากไม้ไผ่ ​ไป ๆ​ มา ๆ​ จนหนามเล็ก ๆ​ของมันหักหมด มันไม่​สามารถตำมือ​ได้แล้ว​ เธอจึงบอกเปลือกของมันออก ​โดยการปอก​ส่วนหัวให้แตกแล้ว​บิดผลระกำให้หมุนขณะ​ที่มืออีกข้างจับ​ส่วน​ที่ทำให้มันแตกออก ผลมันหมุน​ไป เปลือกของมันก็หลุดออก​เป็นสว่าน จนถึง​ส่วนสุดท้ายของมัน เธอจึง​สามารถหยิบผลระกำออกรับประทาน​ได้

อ้อมีอาการยิ้มแย้มแจ่มใส อมยิ้มอยู่​ในหน้า ขณะปอกเปลือกระกำ น้ำลายเธอไหล รู้สึกมีรสเปรี้ยว​และน้ำลายมันไหลออกมาเอง ​และไหลออกมามาก​เป็นพิเศษ ​ซึ่ง​เป็นปฏิกิริยาอันเกิดจาก​ความรู้สึก​และสารเคมีภายในร่างกายของเธอเอง ​และของทุกคน​ที่เห็นส้ม​และเกิด​ความรู้สึกขึ้น​
" คุณน้อย ...​...​​ซึ่ง​เป็นญาติผู้ใหญ่ของอ้อ ​ที่ทุกคนให้การเคารพนับถือ ในฐานะผู้​ที่อันพอ​จะมีพอ​จะกิน ​เป็นคนใจบุญอัน​เป็นทีเคารพนับถือของชนในหมู่บ้านยิ่งกว่า​ใคร ​แต่ทำไมจึงเสียดาย ​แม้​แต่สับปะรดลูกเดียวเท่านั้น​" เธอคิดเรื่อยเปื่อย​เพราะมีเวลาว่าง​และสิ่งนั้น​มันยังติดตรึงด้วยแรงกระทบ​ที่รุนแรงมากสำหรับอ้อในครั้งนี้ ​และนั่งคอยสามีอยู่​ ​เขายังไม่กลับมา

* " ​เขา​ไปเมาอยู่​​ที่ไหน เมาจนลืมเมียลืมลูกเล็กในท้องในไส้​ไปเสียแล้ว​ หรืออาจมีเหตุการณ์ต่าง ๆ​ หรือ​กำลัง​ไปนั่งพรอดกอดสาวอื่นอยู่​หรือไร ​ใครรู้ช่วยบอกหน่อย​"
อ้อนั่งอยู่​บนแคร่ใต้ต้นไม้หน้าบ้านต่างเฉลี่ยง มีดวงจันทร์ดวงดาว ส่องก่อนวันเพ็ญทอแสงว่างจ้าอยู่​ทางหน้าบ้าน เธอ​สามารถมองเห็นดาวบนท้องฟ้า ​และนั่งอาบแสงจันทร์อย่างอบอุ่นใน​ความรู้สึก ผสม​กับ​ความหว้าเหว่​และ​ความปวดร้าว​ที่กระทบในวันนี้ ทำให้อารมณ์ของเธอผ่องใสขึ้น​บ้าง

"จันทร์เจ้าขา...​ จันทร์มีหูมีตาสว่างไสว จันทราอยู่​สูงมองเห็น​ได้ทั่วหล้า จันทร์จ๋า พบเห็นสามีของหนูบ้างไหม ​เขา​กำลังอยู่​ในท้องถิ่นตำบลใด ​เขาอยู่​ใกล้หรือไกล ​เขา​กำลังทำอะไร​ ​เขา​กำลังทำสิ่ง​ที่ดี​ที่​เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์​และธรรมชาติหรือไม่ หรือ​เขา​กำลังเหยียบย่ำทำลายประเพณี​และวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของไทยอยู่​ หรือ​เขา​ไปกอดสาวอื่นอยู่​"

" จันทร์จ๋า หนูคิด​ไปเอง กรุณาบอก​ได้ไหมว่า ​เขา​จะกลับมาถึงเวลาเท่าไร หรือ​เขาเข้าพักอยู่​​กับ​ใคร​ที่ไหน อยู่​บนถนน อยู่​ในวัด อยู่​ในบ้านแม่หม้าย อยู่​ในโรงแรม อยู่​บ้านสาวแก่ หรืออยู่​ในซ่องนางโลม หรือ​ที่ไหนคะ​ กรุณาช่วยบอกหนูด้วย"

* "จันทร์จ๋า หนู​กำลัง​จะขาดใจตาย ​เพราะแพ้ท้อง อยาก​จะรับปะทานส้ม ส้มก็ไม่มีขาย หนูไม่มีเรี่ยวแรง หนูก็อุตส่าห์เดิน​ไปทั่ว หมู่บ้านย่านตำบล​แต่ก็ไม่เจอส้ม จน​ไปพบ​ที่บ้านญาติ ​ซึ่งอยู่​ไกลออก​ไป ไกลแสนไกล สุดเขตหมู่บ้าน ​แต่​เขาไม่ยอมให้ ไม่ยอมขาย ไม่เห็นใจหนู หนูอยากตาย ช่าง​เป็นกรรม​เป็นเวรของหนูจริง ๆ​ "

"จันทร์จ๋า เอ็นดู​และสงสารหนูด้วย จันทร์ช่วยชี้ทาง ​และนำหนู​ไปพบสามีของหนูหน่อย​​ได้ไหม หนู​กำลัง​จะสิ้นใจ ​เพราะขาดธาตุสารอาหาร ​ถ้าไม่​ไปเจอผลระกำ​ที่ในป่าลึกตอนหัวค่ำ ขณะนั้น​หนูกลัวมาก ๆ​ กลัว​ความมืดในป่าพง กลัวสัตว์ร้ายนานาชนิด แสงสว่างจากตะเกียง จากดุ้นไต้ก็ไม่มี หนูกลัว​จะตกลง​ไปในหลุมหรือเหวลึก ๆ​ หรือในแอ่ง​ที่มีจระเข้อยู่​ ๆ​ หรือมีงูพิษอยู่​ มันอันตรายจริง ๆ​ ​แต่หนูก็​สามารถกลับมา​ได้ ขอบคุณเทพาอารักษ์ คุณ​พระพุทธ ​พระธรรม​และ​พระสงฆ์อริยะ​ทั้งหลายตลอดสิ่งศักดิสิทธิ์ต่าง ๆ​ ​ที่ช่วยดลบันดาลให้หนูปลอดภัยกลับมา​ได้"

"​แม้นหนู​จะขาดใจตาย​เพราะอะไร​ก็ตาม ตาม​ที่​ใครกำหนดไว้ก็ตาม หนู​จะไม่ยอมละทิ้ง​ความรัก ​ซึ่ง​เป็นรักแรกพบ ​กับ​เขาผู้​ที่ยังไม่กลับมาไม่ถึงบ้านในขณะนี้"

"ดวงจันทร์ก็ใจร้ายจริง ๆ​ ไม่​ได้เล่าขานบอกกล่าวหนูบ้างเลย​ เพียง​แต่มอง ๆ​ ยิ้ม ๆ​ เท่านั้น​ หนูก็ชัก​จะเบื่อแล้ว​นะ"

เธอนั่งมองท้องฟ้า มองจันทร์ มองดาว มองก้อนเมฆ มองดาวนิ่งอยู่​นานแสนนาน

"ดาวจ๋า ดาวมีแสงสดใสบ้าง แสงริบหรี่บ้าง ดวงดาวมีมากมาย​บนท้องฟ้า ต่าง​กับดวงจันทร์​ที่มีเพียงดวงเดียวเท่านั้น​ ​แต่ดวงดาวมีหลายหมื่นหลายแสนตา กระพริบแพรวพราวเต็มท้องฟ้า ไม่ทราบว่าท่านเห็น พบเจอสามีของหนูบ้างไหม ​ถ้าเจอกรุณาบอกบ้างเถอะ หนู​กำลัง​จะตายอยู่​แล้ว​ ​เพราะ​ความหว้าเหว่เดียวดาย"

"หนูไหว้ละนะ ดวงดาวจ๋า โปรดสงสารหนู ช่วยหนูด้วย บอกมาเร็ว ๆ​ เข้าเถอะ เสามีของหนูอยู่​​ที่ไหน หนู​จะ​ได้หลับ​โดยปราศจาก​ความห่วงใย ​เขายังมีชีวิตอยู่​หรือสิ้นชีวิต​ไปแล้ว​ ดาวจ๋า โปรดบอกหน่อย​​ได้ไหม"

* "มี​แต่​ความเงียบสงัดในราตรีนี้ มิเหมือนเช่นราตรีก่อน ๆ​ ​ที่ผ่านมา,มีเสียงหริ่งหรีดเรไรดังก้องป่า"

" หนูเห็นใจท่าน ท่านเล็ก ๆ​ กว่าดวงจันทร์ มันอาจ​จะไกลแสนไกล เสียงของท่านอาจ​จะไม่ก้องกังวานหรือดังเพียงพอ​ที่​จะ​ได้ยิน ขอพี่ดาว ลุงดาว น้าดาว ป้าดาว หลานดาว หนุ่ม ๆ​ ดาว​ทั้งหลาย โปรดจงกระซิบฝาก​กับ​พระพายมาบอกข่าวให้หนู​ได้ทราบก็​ได้คะ​ หนู​จะขอบคุณ​เป็นอย่างยิ่ง พี่ดาวจ๋า กรุณา สงสาร แด่ หนูน้อยคนนี้​ที่ใกล้​จะตายอยู่​แล้ว​ด้วยเถอะ"

"​พระพายสายลมผ่านมาแล้ว​ ท่านนำ​ความเย็นยะเยือกมาด้วย ขอ​ความกรุณามาเร็ว ๆ​ หน่อย​ นำคำบอกเล่าของพี่ดาว น้องดาว น้าดาว หลานดาว ลุงดาว ทวดดาว หรือ​พระพายลืมคำบอกฝากจากพี่ดาวเสียแล้ว​หรือ ​ถ้า​เป็นเช่นนั้น​ดาวน่า​จะสงสารหนูยิ่งขึ้น​อีก"

"เวรกรรมอะไร​ หนูเคยสร้างกรรมอะไร​ไว้ ​แต่ปางใด ทำไมจึงไม่มีคนบอกเหตุ​ได้ว่า สามีของหนูขณะนี้อยู่​​ที่ไหน มีชีวิตอยู่​หรือไม่ หรือ​ใครพา​ไปขังกรงไว้ เช่นเดียว​กับนกสาลิกาลิ้นทอง"

"​พระพายจ๋า ก่อนพัดมาถึง​ที่นี้ ท่าน​ได้พบลุงดาว ป้าดาว น้าดาว พี่ดาวบ้างหรือไม่ ​ถ้าพบ​เขาฝากบอกข่าวของสามีจากท่านมาถึงหนูบ้าง"
"ท่าน​พระพายขา อย่าหยอกเย้าหนูเลย​นะ บอกมาเถอะว่าพบ​กับพี่ ๆ​ ลุงดาวบ้างหรือไม่ ​ถ้าพบ​เขาสั่งอะไร​ท่านมาบอกหนูบ้าง อย่าทรมานหนูเลย​ หนู​กำลัง​จะขาดใจตายอยู่​แล้ว​"
"โอ้...​ช่างใจดำเหลือเกิน​ทั้งดวงจันทร์ ดวงดาว ​และ​พระพาย ทำไมจึงใจดำ​กับหนูเหลือเกิน หนูชัก​จะทนไม่ไหวอยู่​แล้ว​ " ฮือ ๆ​ ๆ​ ๆ​อ้อร่ำไห้โฮออกมา​โดยไม่ตั้งใจ​และไม่รู้ตัว

"เทพารักษ์ขา ท่านเห็นสามีของหนูเดินทางมาทางนี้หรือไม่ ​ถ้าท่านพบกรุณาเล่าให้ฟังหน่อย​ ​เขา​กำลังเดินทางหรือเดิน​ไป​ที่ไหน ​เขาพูดอะไร​บ้าง มีไหมคะ​​ที่พบเห็น​เขา"

ทันใดนั้น​ภาพผลสับปะรดก็ปรากฏเด่นชัดใน​ความจำอีกครั้งหนึ่ง​ มิใช่​เป็นครั้งแรก ​เมื่อเธอผละจากบ้านญาติหลังนั้น​มา มันมีภาพผลสับปะรดติดตรึงใจตรึงตา​และผนึกแน่นใน​ส่วนลึกของใจเธอ เธออดทน จนน้ำตาไหล ทำไม​เขาไม่สงสารหนูบ้างเลย​ ​ความอยากกินในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง​ในขณะมีครรภ์หรือท้องนั้น​ ปาน​จะขาดใจ ​ถ้าหากไม่​ได้ดั่ง​ที่​ต้องการ เหมือน​กับคน​กำลัง​จะขาดใจตายจริง ร่างกาย​ต้องการธาตุสารอาหาร​ไปทดแทน​ส่วน​ที่​ใช้​ไป​กับการเลี้ยงดูทารก จันทร์คง​จะไม่รู้ ดาวคงไม่ทราบ ​พระพายจ๋าท่านทราบหรือเปล่า

"วันข้างหน้า หรืออนาคต ​ถ้ามีชีวิตรอด​ไปจากนี้ หนู​จะปลูกสับปะรดให้เต็มบ้านเต็มเมือง ขอเทวดาฟ้าดิน จันทรา ดารา หมื่นล้าน ๆ​ ดวง ตลอดถึง​พระพายสายลม​และเทพารักษ์​ทั้งหลาย ตลอดจนเหล่านกกา​ที่อาศัยอยู่​ในถิ่นนี้ ​และทุกอนูของบรรยากาศจงมาร่วมกัน​เป็นพยานให้หนูด้วยเถิด ​และกรุณานำสามีมาคืนให้หนูด้วย"

ต่อจากนั้น​มาอีก 10 ปี

หนูมีลูกสี่คน ผู้ชาย​เป็นลูกคนแรก​และคน​ที่สอง​ส่วนคน​ที่สาม​เป็นผู้หญิง

วันหนึ่ง​เกวียนมาจอดหน้าบ้านของอ้อ เจ้าของเกวียนส่งเสียงตะโกนถามหาว่า

"มี​ใครอยู่​บ้างไหม"

"อยู่​ค้า" อ้อขานรับ "​จะให้หนูช่วยอะไร​หรือค่ะ​"

"ท่านเจ้าอาวาสท่านป่วยอาการดีขึ้น​มากแล้ว​ ท่านอยากฉันสับปะรด จึงให้ลุงมาจัดหาซื้อให้"
"ลุงเดินเข้าสวน​ไปเลือกดูก่อนก็​ได้"

"มีมากอย่างนี้​จะกินไหวหรือ"

"กินเท่า​ที่กิน​ได้"

อ้อเก็บสับปะรด​ที่ตาฉ่ำ ​คือ​ระหว่างตาของมันสว่างใส แสดงว่าผลสุกแล้ว​ 5 ลูก(ผล)ให้ลุงเจ้าของเกวียน​ไป

"คิดเท่าไร"

"ลุง​เอา​ไปเถอะ ไม่คิดสตางค์ ลุงก็น่า​จะทราบดีว่า มากกว่า 5 ปีแล้ว​​ที่หนูให้บริการฟรี​กับทุกคน​ที่มี​ความตั้งใจมาหา นอกจากนั้น​หนูก็ตัด​ไปขาย​ที่ตลาดบ้าง ​ถ้าไม่ทำเช่นนั้น​มัน​จะเน่าติดต้น"

"หนู​กับครอบครัวก็เหนื่อยแย่"

"ไม่​เป็นไรหรอกลุง ฉันแจกทุกคน​ที่มา​ที่บ้านเว้น​ที่ตลาด ​แต่ก็มีแถมบ้างเช่นกัน"

ลุงนำสับปะรด​ไปถวายเจ้าอาวาสด้วย​ความปิติสุข ​และอิ่มในบุญ​กับอ้อ ​ที่เธอมีเมตตา​และสร้างบุญในโอกาสนี้ ท่านเจ้าอาวาสก็สวดมนต์อวยพรให้อ้อ​และครอบครัวประสบ​แต่​ความสุข​ความเจริญ

"น้า ๆ​ ลูกมันสร่างจากป่วยแล้ว​อยากรับประทานสับปะรด"
"เข้า​ไปเก็บ​เอา​ได้เลย​หลาน น้า​กำลังหุงแกงอยู่​บนไฟ หัก​ไป 2 -- 3 ลูกก็แล้ว​กัน"
"ผู้หญิงคนนั้น​ก็นำสับปะรดมา ตาม​ที่เธอปรารถนา"

"คิดเงินเท่าไร น้า"

"ไม่หรอก หลาน​เอา​ไปเถอะ น้าไม่คิดเงิน​กับ​ใคร ขอให้ลูกของหลานหายป่วยเร็ว นะ"

"หนูท้องอยากทานส้มจ้าน้า"

"​ไปเก็บมาปอกทานก่อน ตอนกลับบ้าน​จะนำ​ไปสักเท่าไรก็​ได้​ที่หลาน​จะพา​ได้"
"ขอบคุณ​จะน้า"

"หลาน ลูกสะใภ้ของน้ามันท้องอยากกินสับปะรด ระยะทางมันไกลน้าจึงมาขอแบ่งซื้อแทนมัน"

"น้าเก็บ​ไปให้หลานเถอะเท่าไรก็​ได้"

ผู้หญิงสูงวัยหายเข้า​ไปในสวนสับปะรดของอ้อ ​ซึ่งมีเนื้อ​ที่ประมาณ 10 ไร่ รอบ ๆ​ บ้านเธอเก็บมันมา 1 ผล

*"คิดราคาเท่าไรหลาน"

"เดียวน้า นั่งคอยก่อน อย่าเพิ่ง​ไปไหน"

อ้อเดินเข้า​ไปในสวนสับปะรดครู่หนึ่ง​ ออกมา​พร้อม​กับสับปะรด 3 ผล โต ๆ​ แล้ว​นำเชือกมาผูกจุกตะเกียงของมันรวมกัน ​เป็น​เป็น 2 คู่ให้หญิงคนนั้น​นำ​ไปฝากลูกสะใภ้ ​โดยมิ​ได้คิดเงิน​แต่ประการใด

"ขอบใจมาก ขอให้หลานมี​แต่​ความสุข​ความเจริญ ขอให้เทวดา​และสิ่งศักดิสิทธิปกป้องคุ้มครองหลาน​และครอบครัว"

เวลาผ่าน​ไปเรื่อย ไม่มีการหยุดรั้ง ทุกคน​ที่ผ่าน​ไปมา​จะแวะนั่งพัก​ที่บ้านของอ้อก่อน ​ได้สนทนาพูดคุยกันประสาญาติมิตร​และคนสนิทสนม ​และจาก​ไป​พร้อมด้วยผลสับปะรดทุกท่าน อ้อทำมาอย่างนี้​เป็นเวลา 14 -- 15 ปีแล้ว​

"ข้าฯ ​แต่...​ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ​และดวงดาว​ทั้งหลาย​ที่เรียงรายอยู่​บนฟากฟ้า ตลอดจน​พระพาย​และเทพารักษ์​ทั้งหลาย เทวดาฟ้าดิน​และเหล่าสกุณานกกา​ทั้งหลาย กรุณา​เป็นพยานให้หนูด้วย หนู​จะให้ทุกคนในแผ่นดินนี้​ได้กินสับปะรด​ได้​โดยไม่​ต้องจ่ายเงินตั้งแต่วันก่อนนี้มาหลายปี​และต่อ​ไปอีกนานเท่านานจนกระ​ทั้งไม่มีสับปะรดหรือไม่มีชีวิตเท่านั้น​ ​ซึ่ง​เมื่อก่อนอ้อเคยนำออก​ไปขายตลาดบ้าง ​แต่ต่อ​ไป​จะไม่ขายอีกแล้ว​ นอกจากนำ​ไปแจกเท่านั้น​"

ข่าวเล่าลือจนกิติศัพท์ดัง​ไปทั่วทุกถิ่น ทุกคนทราบถึงรสชาติของ​ความหวาน​และอร่อยของสับปะรด​ที่นี้ดี

*เดียวนี้อ้อเธอ​เป็นประดุจแม่ของแดนถิ่นนี้ ตลอดเวลาหลายปี​ที่ผ่านมา ทุกคน​ได้รับ​ความสุข ​และ​ความพอใจ​กับสับปะรดของเธอ ทุกคนปิติอิ่มสุขอิ่มบุญของเธอ ทำให้อ้อ​เป็น​ที่รัก​ใครของทุกคน​ที่ผ่าน​ไปผ่านมาให้ตำบลนี้​และตำบลใกล้เคียง นอกจากสับปะรดแล้ว​อ้อยังมีบริการผลไม้ อาหาร​และน้ำเย็นในหม้อดินหรือเนียงไว้บริการทุกท่าน มีศาลาต้อนรับกว้างขวาง ปัจจุบัน​ได้ขยาย​ที่พักใหญ่​และกว้างขึ้น​

เดี๋ยวนี้สามีของอ้อ​ได้ช่วยเหลือขยายพันธ์สับปะรดในพื้น​ที่ 10 กว่าไร่ ​เขามิเคยรับสตางค์ของ​ใคร ​ใครมา หรือผ่านมาก็​ได้กิน​ได้รับประทาน บางโอกาสให้​ไปฝากลูกฝากหลาน​ที่บ้าน
​ซึ่ง​เป็น​ความสุขของอ้อ​และสามี​ที่มี​ความ​เป็นน้ำหนึ่ง​ใจเดียวกัน ร่วมมือช่วยเหลือกัน ​โดยการแจกฟรี แถมฟรี ชาวบ้านไม่​ต้องซื้อมาตลอดทุก ฤดูกาล มาหลายปีแล้ว​ ยังมีผลไม้อื่น ๆ​แจกแถมด้วย เช่น มะม่วง มะเขือ กล้วย เงาะ ทุเรียน ถั่ว มัน ตะไคร้ ​และผักต่าง ๆ​ อ้อ​และสามี​จะแบ่งปันให้ทุกคน​ที่​ต้องการ

ทุกคนในถิ่นนี้ต่างมี​ความสุข ​เมื่อลูกของเธอ​ไปเรียนต่อในระดับปริญญาในกรุงเทพฯ ​ซึ่ง​เป็นลูกคนแรก มีผู้​ไปส่ง​ที่สถานีรถไฟมากมาย​​พร้อมด้วยของฝาก มีหลายคนใส่เงินมอบซองให้ลูกของอ้อ​ไป​ใช้จ่ายในกรุงเทพฯ ​และทุกครั้ง​ที่ลูกของอ้อกลับมาบ้าน ตอนกลับ​ไปเรียนนั้น​​จะมีการช่วยเหลือตลอดมา จนลูกของอ้อเรียนจบปริญญาตรีด้วยการสนับสนุนของญาติพี่น้องในท้องถิ่น

​ต่อมาทางราชการในจังหวัดประกาศรับบุคลเข้าดำรงตำแหน่งหน้า​ที่ราชการ ลูกชายของอ้อ​ได้รับตำแหน่งในครั้งนี้ด้วย ชาวบ้านจัดการเลี้ยงฉลองกันอย่างสนุกสนาน เหมือนลูกของพวก​เขาเอง​ทั้งตำบล

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3801 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง สับปะรด บันดาล
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๘๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19314 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 07 พ.ย. 2558, 14.25 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น