นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
สิ้นทุกอย่าง
เปิดฟ้า ก้องหล้า
...ศาลออกนั่งบัลลังก์​​พร้อมด้วยลูกขุน มีฝ่ายโจทก์​​และฝ่ายจำเลย​​​​พร้อมด้วยทนาย อัยการ​​และเจ้าหน้า​​ที่ตำรวจ ​​เมื่อถึงเวลากำหนดการพิพากษาตัด...
ศาลออกนั่งบัลลังก์​พร้อมด้วยลูกขุน มีฝ่ายโจทก์​และฝ่ายจำเลย​​พร้อมด้วยทนาย อัยการ​และเจ้าหน้า​ที่ตำรวจ ​เมื่อถึงเวลากำหนดการพิพากษาตัดสินคดี ผู้พิพากษา ผู้ช่วยพิพากษา​ได้ออกนั่งบัลลังก์ ​และ​ได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลย​​ต้องถูกจำคุกในฐานะ​ที่ปล้นขโมย ​เป็นเวลา 10 ปี ทุกคนน้อมรับด้วย​ความยินดี ​คือยืนขึ้น​ทำ​ความเคารพต่อศาล

ทองถึง​กับเข่าอ่อนด้วย​ความรู้สึกเสียใจ​เพราะ​ความผิดครั้งนี้มันเกิดขึ้น​จาก​ที่บิดา -- มารดาขัดแย้งกัน ​และพ่อตามใจลูกจนเกินเลย​ เหมือน​กับคำ​ที่กล่าวว่า "พ่อแม่รังแกฉัน"

พ่อเข้ามาเดินมองอยู่​ใกล้​พร้อมจับไหล่ ​ส่วนแม่นั้น​กอดลูกชายจนแทบ​จะขาดใจ​พร้อมด้วยร่ำไห้​เป็นวรรค​เป็นเวร

"พ่อเสียใจนะลูก​ที่​เป็นอย่างนี้"

"พ่อไม่ควรเสียใจ ​กับลูกหรอก พ่อควรเสียใจให้​กับตัวของพ่อเองต่างหาก​ที่ปล่อยให้ลูก​เป็นอย่างนี้มาจนโตแล้ว​ ยาก​ที่​จะแก้ไข​ได้ ​ถ้าหากว่าพ่อ​ได้ตักเตือนแก้ไขลูก ดั่ง​ที่ว่า ตัดไฟต้นลมเสีย​แต่ตนยังเล็ก ๆ​ แล้ว​เรื่อง​อย่างนี้คง​จะไม่เกิดขึ้น​

"ทำไมหรือ จึง​ไปโทษพ่อโทษแม่ละเธอ" สามัญสำนึกของทองเองทัดทานขึ้น​ในใจของตนเอง
"ใช่ ​ถ้าพ่อแม่ห้ามฉันในขณะนั้น​ คง​จะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้"

"แล้ว​พ่อแม่ท่านผิดอย่างไรหรือเธอ"

" พ่อ​เป็นข้าราชการ ​เป็นผู้นำของสังคมในขณะนั้น​ท่านทำงานราชการสัปดาห์ละ 5 วัน ​คือวันจันทร์ถึงศุกร์ ท่านเริ่มงานตั้งแต่เวลา 07.00 น. ​เป็นประจำ

ตอนเย็นพ่อท่าน​ต้อง​ไปสนุกสมาคม​กับ​เพื่อน ๆ​ ข้าราชการ​ที่ทำงานด้วยกัน​และลูกน้องบางคน ​โดยการดื่มเหล้าเมายาสนุก​กับกีฬาบางอย่าง เช่น เปตอง เตะตะกร้อ

พ่อกลับบ้าน 3 ทุ่ม 4 ทุ่ม ​ซึ่ง​เป็นเวลาใกล้ดึกเกิน​ไปสำหรับเด็กนักเรียนเล็ก ๆ​ บางอาทิตย์ไม่​ได้พบพ่อ ไม่​ได้พูดคุย​กับพ่อเลย​สักครั้ง ​เป็นธรรมดาของผู้​ที่กลับบ้านดึก ๆ​ ​ต้องนอนตื่นสาย ​โดยเฉพาะงานเอกชน​เป็นธุรกิจ​ส่วนตัว เช่น ทำนา ปลูกผัก ทำไร่ คุณพ่อก็เช่นกัน​กำลังเพลิดเพลินอยู่​​กับ​เพื่อน ๆ​ จนลืมนึกถึงลูก ​และยังนอนตื่นสายด้วย

บางวันทองอุตส่าห์คอย​เพื่อ​จะ​ได้พบพ่อบ้าง ​แต่คอยจนใกล้​จะถึงเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ ทองจึง​ต้อง​ไปเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธงก่อน โอกาส​ที่​จะ​ได้พบพ่อก็หมด​ไป

​ส่วนแม่นั้น​มีอาชีพ​เป็นครู ​เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ทำงาน ซักเสื้อผ้า นำงานนักเรียนมาอ่านตรวจแก้

" แม่มีนิสัยอย่างหนึ่ง​​ที่ลูกไม่ชอบเลย​ ​คือ แม่​เป็นคนขี้บ่น เห็นอะไร​พบอะไร​ ท่าน​จะพูดทุกอย่าง ทุกอย่าง​เป็นเรื่อง​ของท่าน ท่าน​จะเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ​แต่เรื่อง​การอาบน้ำแปรงฟัน จิปาฐะ ​ซึ่งทองเองมี​ความรำคาญไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากฟังท่านพูดเลย​ ​ซึ่งบางครั้งท่านพูดวก​ไปเวียนมา ​คือพูดแล้ว​หาจุดจบหรือทางลงไม่​ได้

ครั้งแรกทองพบปากกาอย่างดีสีสันเรียบดีมาเล่มหนึ่ง​ ผมตั้งไม้ทับหนังสือ​เพื่อ​จะนำ​ไปมอบครูในวันรุ่งขึ้น​ ​เพื่อ​จะ​ได้​เป็นแบบอย่าง​ที่ดีของผู้อื่น ครู​และ​เพื่อน​จะ​ได้ชมชอบ​และปฏิบัติตาม​เป็นตัวอย่างกัน

​แต่แม่ไม่ยอมให้​เอา​ไปมอบ ​เพราะ​เป็นของราคาแพง ลูกไม่รับไว้ แม่​จะเก็บไว้​ใช้เอง เขียนลื่นดีเขียน​ได้ เยี่ยม​และสวย

"แม่​จะไม่คืนเจ้าของหรือ"

"ไม่​ต้องคืน คน​ที่ซื้อปากกานี้ ​จะ​ต้อง​เป็นคนร่ำรวยมีเงินทองมาก ๆ​ ของเพียงเล็ก ๆ​ น้อย ๆ​ คง​จะไม่​เป็นอะไร​หรอก เล็กน้อยนิดเดียว ​เขาคง​จะไม่เสียดายหรอกนะ"

"​แต่...​ แม่ครับ​ ครูบอกว่า ของ ๆ​ ​ใคร​เขาก็รักก็ห่วง กว่า​เขา​ได้ซื้อ ​แม้​เป็นสมบัติของตนเอง คง​จะ​ต้อง​ใช้เงินจำนวนมาก ​และ​ใช้พลัง​ส่วนตัวให้ทรัพย์เหล่านั้น​กลายมา​เป็นทรัพย์​ส่วนตัวไม่​ได้"

"ลูกเอ่ยอย่าโง่เลย​ เงินจำนวนนั้น​กว่า​จะหา​ได้ ยากเย็นแสนลำบากอย่างนั้น​ก็​ได้ ​เอาให้แม่ก็แล้ว​กัน ปากกาพบมา 1 ด้าม ​ส่วนผมไม่รับ​เอาของเหล่านั้น​มา​ใช้หรอก"

"ลูกเริ่มคล้อยตาม​ความเห็นของพ่อแม่ บางครั้ง​เมื่อพบของทองไม่มอบให้ครู ​ถ้าของนั้น​ราคามาก ๆ​ รู้สึกว่า​มัน​ได้มาอย่างไม่น่าภาคภูมิยิ่ง ​เป็นเรื่อง​ปกติ"

"ทองมี​เพื่อน​เป็นลูกของข้าราชการ ​เป็นลูกของนางพยาบาลบ้าง ​เป็นครูของครูบ้าง ​เป็นลูกของตำรวจบ้าง จึงรวมกัน​เป็นกลุ่ม ​เป็นกลุ่ม​ที่ชอบรังแกผู้อื่น

"มึงอย่า​ไปกลัวมัน พ่อมัน​เป็นชาวบ้าน เราพ่อ​เป็นตำรวจ ​เป็นผู้ดี มี​ความรู้ มี​ความเจริญ เรายอม​ใครไม่​ได้"

"พ่อเรา​เป็นนายอำเภอ ปกครองพ่อแม่ของมันอยู่​แล้ว​ เราก็​ต้องปกครองพวกมัน พวกมัน​จะ​ต้องอยู่​ภายใต้อำนาจของพวกเรา เรา​จะ​ต้องบังคับมัน"

"ใช่เรา​จะให้พวกมันกลัวเรา"

​แต่ เราอย่า​ไปคิดร้าย​กับพวกนั้น​เลย​ พ่อบอกว่าทุกคนมีอิสรเสรีภาพตาม​ที่รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ มัน​เป็นสิ่ง​ที่เรา​จะ​ต้องปฏิบัติตาม ทุกคน​จะ​ได้อยู่​ด้วยกันอย่างมี​ความสุข

กลุ่มนี้​ได้ร่วมกันวางแผนไว้ล่วงหน้า

"คืนพรุ่งนี้ เรา​จะงัดตู้โทรศัพท์​เอาเงิน​ไปเ​ที่ยวสนุก วันสงกรานต์กัน"

"เรา​จะ​เอาไขควงมา"

"เรา​จะ ​เอาค้อนมาเอง"

"น้ำกรดกัดเหล็กก็มี"

"กุญแจผีก็มี"

ต่างคนต่างเสนอแนะกันต่าง ๆ​ นานา สรุปแล้ว​​เพื่อให้ตน​ได้มี​ส่วนร่วมในผลประโยชน์ด้วย ​เมื่อเข้าทำการโจรกรรม​ได้แล้ว​ ​เอา​ไปแบ่งปันคนละ 5,000 บาท​

คืนนั้น​​ทั้งสามสหาย​ได้เ​ที่ยวเตร่ร้องรำทำเพลง​และร่วมสนุก​กับสาว ๆ​ กลับบ้านเกือบสว่าง ​และนอนต่อยืดยาว ​เพราะ​เป็นวันปิด ทองตื่นขึ้น​มาพ่อยังไม่ตื่น แม่ก็อยู่​ในครัว

"​เมื่อคืน​ไปไหนมา กลับเกือบสว่างแล้ว​ลูก"

"​ไปบ้าน​เพื่อน​จะแม่ พ่อแม่​เขาดีมากเลี้ยงดูอย่างดีมีคาราโอเกะ​ส่วนตัวดิ้นกันสนุกสนาน ดิ้นกันสุดๆ​ ๆ​ มัน​ไปเลย​จ้าแม่"

"อย่าออกนอกลู่นอกทางนะ ทำ​แต่สิ่ง​ที่ดีนะลูก"

"ครับ​ แม่ ผม​จะทำในสิ่ง​ที่ดี​ที่งาม เช่นเดียว​กับแม่"

สามหนุ่มต่างมีเงินจ่ายดีขึ้น​ มีการเ​ที่ยวเตร่มากขึ้น​ มีการเสพยาเสพติด​กับสาว ๆ​ ​ที่ร่วมหลับนอน จนบางครั้งสาว ๆ​ เหล่านั้น​ก็ขอเงินเจ้าหนุ่มจ่าย ​เมื่อมีเจ้าหนุ่ม​ทั้งสามขอให้ หนึ่ง​เดือน​ต่อมา เงิน​ที่​ได้มาก็เริ่มสึกหรอ ​เพื่อนๆ​ ก็หาย​ไป ผู้หญิงก็ไม่ค่อย​จะชอบพอ แกล้งทำ​เป็นเมิน บางครั้งก็พูดแบบขัดไม่​ได้

​ทั้งสามจึงวางแผนกันงัดตู้เอ.ที.เอ็ม.

ผลการทำงานลุล่วง​ไป​ได้ด้วยดี ​ทั้งสามีเงินมากมาย​ จึงนำเงินซ่อนไว้ ของ​ใครก็ของมัน ให้จ่าย​ได้วันละไม่เกิน 100 บาท​ ​ถ้า​ไปเ​ที่ยวสนุกก็ไม่เกินคนละ 5,000 บาท​

เหตุการณ์เริ่มเปลี่ยน​ไป ​เมื่อมีเงินสาว ๆ​ก็ภักดี ​จะ​ใช้อะไร​ก็​ได้ไม่ขัดขืน ​จะกอดจูบลูบคลำหรือทำอะไร​ก็​ได้หมด เงินตัวเดียวมันมีอำนาจล้นฟ้า ​จะเรียนก็จ้าง​เพื่อนทำงานการบ้าน จ้าง​เพื่อนเขียนรายงาน จ้างให้ลอกข้อสอบให้ ผลการสอบของสามคนก็ดีขึ้น​เรื่อย ๆ​ ทำให้ครูยกย่องสรรเสริญยิ่ง

กล้องวงจรปิด​ที่ติดไว้ไม่​สามารถจับ​ได้ว่า ผู้​ที่เข้าโจรกรรมของในตู้ เอ.ที. เอ็ม. ​เป็น​ใคร ​เพราะ​เขาสวมหมวกคลุมหน้าแบบอ้ายโม่ง ตำรวจก็พยายามสืบหาค้นหาจนสุด​ความ​สามารถ ก็ยังไม่​สามารถจับคนร้าย​ได้

จากการลงพื้น​ที่ของตำรวจ​และหน่วยข่าวกรอง​สามารถทราบ​ได้ว่า​เป็น​ใครบ้าง ​แต่ยังไม่​สามารถจับกุม​ได้​เพราะยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ​ที่​จะ​เอาผิด​เขา​ได้

เด็กกลุ่มนี้​จะ​ไปเ​ที่ยวเดือนละครั้ง หนังสือก็เรียน จึงไม่​เป็น​ที่ผิดสังเกตของบุคคลทั่ว​ไปมากนัก

จากบทภาพยนตร์เกี่ยว​กับสายลับ​และการสืบสวนประเภทต่าง ๆ​ จึงทำให้พวก​เขาคัดลอกดัดแปลงวิธีการเหล่านั้น​มา​ใช้ บางครั้งตำรวจก็นึกไม่ถึงว่าเด็กไทย​จะมี​ความ​สามารถถึงเพียงนี้

เวลาว่าง ๆ​ ​ทั้งสาม​ได้มีการฝึกแผ่นการโจรกรรม ​โดยการจำลองสถานการณ์ขึ้น​ให้เหมือนหรือคล้ายคลึง​กับสถานการณ์จริงให้มาก กลยุทธต่าง ๆ​ ก็​สามารถนำมาปฏิรูปทดลอง ​และแก้ไขข้อผิดพลาดให้เติมเต็ม ​เพื่อ​ความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น​

สามเดือน​ต่อมา ​เขา​ได้ปล้นร้านทองในตอนเช้า​ตรู่ ​ซึ่งผู้คน​กำลังสาละวนอยู่​​กับการ​ไปโรงเรียนของลูก ​และการ​ไปทำงานของตน ​เพื่อแข่งขัน​กับเวลา​และ​ความเสี่ยงภัยต่าง ๆ​ นานา

​เมื่อเจ้าของร้านเปิดประตู ​เขาก็ทำทีเข้า​ไปถามถึงบ้านของญาติ​ที่อยู่​ในบริเวณนั้น​ ถือโอกาส​ใช้ปืนจี้เจ้าทรัพย์กลับเข้า​ไปในร้าน ​เพื่อนอีกคนก็ตามเข้า​ไปช่วยกวาดทรัพย์เก็บแก้วแหวนเงินทอง​ไปมากมาย​ ​ส่วนมาก​เป็นทองแท่ง

เจ้าของร้านแกล้งลื่นล้มเซถลา​ไป​จะเปิดสวิทช์สัญญาณเตือนภัย ​แต่ทองรู้ทันจึงผลักให้ล้ม​ไปทางอื่น สถานการณ์จึงปลอดภัย ขณะนั้น​สายตรวจ​ได้ผ่านมา​พอดีเห็นเหตุการณ์ผิดสังเกตจึง​ได้เข้าตรวจ ​เพื่อนของทองจึง​ใช้ปืนยิงใส่ตำรวจ ตำรวจจึงยิงสวน​ไปหาผู้ชายคนนั้น​ ​เขาโดนกระสุนอย่างจังล้มลง สำหรับทองนั้น​​ได้ยกมือชูขึ้น​เหนือศีรษะ ตั้งแต่ตำรวจเข้า​ไปในร้านแล้ว​ จึงปลอดภัยไม่โดนวิสามัญฆาตกรรมในสถาน​ที่เกิดเหตุ ​แต่ถูกจับ​ได้ใส่กุญแจมือ ตำรวจนำ​ไปฝากศาลขัง​และห้ามประกันตัว ​และทางอัยการก็ตรวจสอบร่วม​กับตำรวจ ​เพื่อนอีกคนเห็น​เพื่อนถูกทำวิสามัญฆาตกรรมแล้ว​จึงรีบหนี​เอาตัวรอด

ตำรวจ​สามารถจับ​เพื่อนอีกคน​ที่หนี​ไป​ได้ จากคำให้การของทอง ​ซึ่ง​เป็นประโยชน์ต่อคดีมาก​และ​สามารถขยายผล​และจับยกเก่ง​ได้อีกมากมาย​

​เมื่อศาลพิพากษาแล้ว​จึงทำให้ทอง​และ​เพื่อนถูกจำคุกคนละ 2 ปี

จากเหตุการณ์วันนั้น​ทำให้ทองคิดว่า การกระทำของตนใน ครั้งนี้สร้าง​ความเสียหายแก่ตน​และพ่อแม่​เป็นอย่างยิ่ง ตลอดถึงสถาบันการเรียน​และวงศ์ตระกูล ​และประเทศชาติ

"นี่เรา​ได้กลาย​เป็นคนเนรคุณต่อประเทศชาติ​ไปแล้ว​หรือ"ทองรำพัน​กับตนเอง

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3795 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง สิ้นทุกอย่าง
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๔๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19306 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 20 ต.ค. 2558, 08.50 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น