นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
...​​เมื่อวันวาน ​​ความสุขยังประทับใจยิ่งนัก ​​แต่วันนี้​​ความสุขเหล่านั้น​​มันติดปีกบิน​​ไปไกลลิบสุดสายตา ยาก​​ที่​​จะมอง...
​เมื่อวันวาน ​ความสุขยังประทับใจยิ่งนัก ​แต่วันนี้​ความสุขเหล่านั้น​มันติดปีกบิน​ไปไกลลิบสุดสายตา ยาก​ที่​จะมองหาเท่าไรก็ไม่พบ

คนเรามีชีวิตตาม​ที่​พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า ​เป็น​ไปตามกรรมของตนเอง มีกรรม​เป็นแดนเกิด มีกรรมหล่อเลี้ยงชีวิต

ชีวิตของสิงห์จึงประสบ​แต่​ความผิดหวังเรื่อยมา ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ​ ​เมื่อมี​ความรู้สึกชอบ​ใครสักคนหนึ่ง​ ​เขาก็​จะ​ได้คัดเลือก​และสรรหามาไว้​เป็นแม่ศรีเรือน ​เป็น​เพื่อนสนิทนิรันดร เพียงไม่นาน ​เมื่อสิงห์หลวมตัวทุ่มใจให้จนหมดตัว สิ่ง​ที่ตามมาคง​จะ​เป็นเช่นครั้งก่อนอีก ​คือ ​ความผิดหวัง ​ต้องหาซื้อใบบัวบกมาปั่นไว้กิน​เป็นขวดโหล อีกครั้งหนึ่ง​

มันเจ็บปวด ทรมาน ปานชีพปลิด
ด้วยแรงฤทธิ์ รักลวง ล้วงใจฉัน
เผลอ​เขาย้ำ ใจขาด ไม่อาจกัน
สุดโศกศัลย์ ร้าวราน ซมซานรอ
หวังคนช่วย ให้ฟื้น คืนชีวิต
กลับ​เป็นพิษ ซ้ำเติม เสริมปวดหนอ
อยากทิ้งกว้าง ใจเหน็บ เจ็บเพียงพอ
ยังไม่ท้อ ฝืนรัก สักครั้งเอย.

ขณะสิงห์ซมซานทรมานด้วย​ความเจ็บปวด หวาดระแวง กลัวต่าง ๆ​ นานา ไม่กล้า​ไปพบผู้คน คอยหลบอยู่​​แต่ภายในบ้าน หรือใต้ร่มไม้ ทุกครั้งอารมณ์หมุนกว้างลอยติ้วท่ามกลาง​ความหมองหม่นของจินตนาการ​และ​ความจริงผสานกัน

ขณะนั้น​ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายแม่​ได้เสียชีวิตด้วยโรคชรา อัน​เป็นธรรมชาติของคน ​ที่​จะ​ต้องกลับ​ไปสู่สถานะเดิม​โดยอัตโนมัติ ไม่มีข้อยกเว้น ​แม้​แต่ผู้ทรงญาณ​ที่​สามารถถอดดวงจิต​ไปทิศใดก็​ได้ ​แม้​จะ​สามารถแสดงอภินิหารต่าง ๆ​ ​ได้ก็ตาม ​แม้​แต่​พระอรหันต์ก็ยังไม่​สามารถหลบหลีกเขี้ยวเล็บของพญามัจจุราช​ได้ สิงห์เองก็คิดถึงสิ่งนี้อยู่​ตลอดเวลา ด้วย​ความหวาดหวั่น​และกลัว บางครั้งกลัวจนลนลาน

สิงห์​สามารถคิด​ได้ว่า คุณน้า ถึงวาระสุดท้ายก่อนเราแล้ว​ เราก็​ต้องเจอจุดจบเช่นนี้เหมือนกัน ​แต่ทำไมเรารู้อยู่​อย่างนี้แล้ว​ เรายังวิตกทุกข์เสียใจ สิงห์ไม่อาจหักห้าม​ความคิดถึงคน​ที่ตนรัก ​ซึ่งจาก​ไป​โดยไม่ใยดีต่อชีวิตของตนเลย​

ขณะ​ที่ประธานรดน้ำศพ​ได้สวมมาลัยคล้องมือศพ​และรดน้ำ​เป็นการขออภัย ขออโหสิกรรมให้แก่ตน​ที่เคยล่วงเกินท่าน​ทั้งในอดีต​และปัจจุบันก่อนนี้ ด้วย​ความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม สิงห์รดน้ำศพเสร็จแล้ว​จึงหลบ​ไปนั่งบนม้าหินขัดใต้ต้นไม้พุ่มเขียวชอุ่มร่มเย็นสดชื่น ​แต่ใจของสิงห์ยังกระวนกระวาย รุ่มร้อนด้วยคิดถึงคน​ที่ตนรัก ​ซึ่ง​ได้หนีจาก​ไปไกล​กับชายอื่น​ที่ร่ำรวยกว่า มีบุคลิก​ที่ดีกว่า

นั่งคิดเพลินถึง​เมื่อครั้งยัง​ได้คบค้าสมาคม​กับสุด​ที่รัก​ที่เพิ่งจาก​ไป​โดยไม่มีเยื่อใยไมตรีเหลือไว้​แม้เพียงนิด ท่านว่าเด็ดบัวยังมีใยเหลือไว้

ขณะนั้น​ลมพัดอย่างแรง กิ่งไม้หักตกค้างอยู่​บนต้นก็หล่นตกลงทับร่างของสิงห์ ศีรษะแตกเลือดนอง​ทั้งตัว เสื้อผ้าเปียกด้วยเลือด มือขวา​เป็นแผลรอยลึกยาวประมาณ 3 นิ้ว ด้วยอำนาจของน้ำหนัก​ที่กระโจนลงสู่ผิวโลกด้วยแรงดึงดูดของโลก

ผู้​ที่รดน้ำศพแล้ว​หลายคน​ได้ยืนอยู่​ในบริเวณใกล้ ๆ​ ​ได้เห็นเหตุการณ์ใกล้ชิด

อรทัยคนหนึ่ง​ยืนอยู่​ใกล้​ที่สุดเกือบโดนกิ่งไม้เช่นกัน ตกใจเช่นกัน พอตั้งสติ​ได้ก็ตรงเข้า​ไปคว้ากิ่งไม้ไว้​และนำออกจากร่างของสิงห์ทันทีเหวี่ยง​ไปข้างหลัง ขณะผู้ชายคนหนึ่ง​เข้าจับร่างของสิงห์ไว้ไม่ให้ล้ม

ขณะ​ที่กิ่งไม้ตกนั้น​
กรีด กรีด ๆ​

หลายคนวิ่งด้วย​ความตกใจ​พร้อมกรีดดังๆ​ มา​เพื่อช่วยเหลือสิงห์ บางคนก็กรีดแล้ว​ยืนสั่นเทาไม่​สามารถทำอะไร​​ได้ บางคน​เป็นญาติ​กับสิงห์

"พุทธัง ธัมมัง สังฆัง" หลายคนอุทานออกมา​พร้อมๆ​ กัน

" ​ใครมีรถขอคันหนึ่ง​ ช่วยบรรทุกสิงห์ส่งโรงพยาบาลด่วน" อรทัยตะโกน

สุรชัยรีบ​ไป​ที่รถ​ซึ่งจอดอยู่​ใกล้ ๆ​ จึงถอยรถเข้ามา ทันใดมีผู้ชาย 3 คน​ได้ช่วยกันหามสิงห์ขึ้น​รถกระบะ​ส่วนหลัง หลังจาก​ที่​ได้สำรวจ​ความปลอดภัยทางด้านร่างกายเรียบร้อย​แล้ว​ ไม่มีกระดูกหัก หรือแตก​แต่ประการใด มี​แต่แผลแตกเลือดไหลทะลัก มีคนห้ามเลือดตาม​ไปด้วย

​เมื่อรถพุ่งออกจากแหล่งปานลูกธนูออกจากแหล่ง มุ่งตรง​ไปยังโรงพยาบาล อรทัยก็ติด​ไป​กับรถคนป่วยด้วย เธอกลาย​เป็นญาติของสิงห์​โดยปริยาย เธอช่วยตอบคำถามในการซักประวัติ​และเซ็นรับรองให้แพทย์​สามารถเยี่ยวยารักษา​และทำการผ่าตัดเย็บแผล​ได้

การปฐมพยาบาลผ่าน​ไปนานพอสมควร สิงห์ก็ฟื้นคืนสติขึ้น​มา ลืมตา เห็น​แต่อรทัยหม้ายสามีหนี​ไปมีภรรยาใหม่ ​ซึ่งมีลูก​เป็นพันธผูกพัน 1 คน ​กำลังเรียนอยู่​ในระดับมหาวิทยาลัย เธอสุดสวย มีฐานะดี​แม้​จะมีอายุเกือบสี่สิบแล้ว​ก็ตาม สามสิบยังแจ๋วหรือสี่สิบยังแจ๋ว

ขณะนี้อรทัยอาศัยอยู่​บ้านตนเอง ใกล้​กับบ้านพี่ชาย อยู่​ภายใต้การดูแลรักษาของพี่ชาย ​ส่วนลูก นาน ๆ​ จึง​จะกลับบ้านสักครั้ง เช่น วันปีใหม่ วันปิดภาคเรียน

อรทัยคิดว่า​จะบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือ​เพื่อนมนุษย์ ​โดยการ​เป็นหมอหรือพยาบาลจำ​เป็นในการเยียวยารักษา​เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน​ทั้งทางกาย​และทางใจในครั้งเดียวกัน
อรทัยคิดว่าโอกาสนี้ดี​ที่สุดแล้ว​ ​ที่​จะ​ได้บำเพ็ญประโยชน์​เพื่อการกุศลด้วยการเยียวยารักษา​ความบอบช้ำของหัวใจของสิงห์​ได้ดีกว่าน้ำบัวบกหลายเท่านัก เธอพึมพำ​กับตนเอง

ขณะนี้เธอยังเฝ้าอยู่​ใกล้ ๆ​ เตียงคนป่วย สิงห์

" เรา​สามารถช่วยเหลือ​ได้เฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น​ สำหรับกลางคืน คง​เป็นหน้า​ที่ของญาติของ​เขา" อรทัยคิดเรื่อย​ไป

สิงห์ลืมตาตื่นขึ้น​มาขอน้ำดื่ม อรทัยก็ลุกขึ้น​กวีกะวาดรินน้ำใส่แก้วนำ​ไปยื่นให้สิงห์ ๆ​ รับ​ไปดื่ม ​พร้อมกล่าวคำ "ขอบใจ" เบา ๆ​ สิงห์ดื่มเสร็จส่งคืนแก้วน้ำให้อรทัย

"ขอบใจ"
" ไม่​เป็นไร"

อรทัยปฏิบัติอยู่​อย่างนี้ จนกระ​ทั้งญาติบางคนคิดระแวง​ไปว่า อรทัย​จะมีอะไร​เกินกว่า​ที่คิด​ไปก็​ได้ ​แม้​จะ​เป็นญาติห่าง ๆ​ กันก็ตาม สิงห์ก็​เป็นพ่อหม้ายเมียหนีมาแล้ว​ 3 คน

อรทัยคิด​และเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของสิงห์ว่าสิ่งใด จุดใด ​ความประพฤติใด​ที่ทำให้ภรรยา​ต้องตีห่าง​ไปแล้ว​ถึง 3 คน ​แม้คนสุดท้าย​เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

อรทัยเฝ้าสังเกต​และคิดว่าสิงห์​เป็นคนสุภาพ นิสัยเรียบร้อย​ ​เป็นคนใจเย็น สุภาพเรียบร้อย​มาก นิสัยดี ​แต่ทำไมผู้หญิงจึงลาจาก ​ไป 3 คนแล้ว​ อรทัยอยาก​จะรู้จริง ๆ​ เธอ​กำลังค้นหา

อรทัย​ได้ทราบข่าวจากบางแหล่งข่าวของคนใกล้ชิดว่า
"สิงห์ไม่ชอบผู้หญิง"

ทำให้อรทัยคิดหาสาเหตุ ว่าทำไมสิงห์จึงไม่ชอบผู้หญิง คงไม่​ใช้เกี่ยวกันด้านสุขภาพ ​เพราะ​เขามีลูกสามคน การเงินก็คง​จะไม่ใช่ ​เพราะ​เขา​สามารถส่งเสียให้ลูกเล่าเรียนจน​ได้รับปริญญาบัตรมีงานทำ​เป็นหลักฐาน​ทั้งสามคนพี่น้อง

อรทัย​ได้บอกญาติของสิงห์ให้​ไปเฝ้าดูสิงห์​ที่โรงพยาบาลแทนเธอ​เพราะเธอ​ต้อง​ไปพบแพทย์​ที่โรงพยาบาลตามใบนัดหมายของแพทย์ ณ โรงพยาบาลมหาราชของอีกจังหวัดหนึ่ง​​ซึ่งอยู่​ใกล้เคียงกัน ระยะการเดินทางชั่วโมงกว่า ๆ​

วันนั้น​สิงห์ไม่มีอัน​จะทำอะไร​ หงุดหงิดอารมณ์ ​จะนอนก็ไม่สะดวก​ ​จะนั่งก็ไม่สะดวก​ คอยมอง​แต่ต้นทางตรงช่องประตู ​แต่ไม่​ได้พูดจา นัยน์ตามีแววกังวน​และ​เป็นห่วง เวลาผ่าน​ไปเรื่อย ๆ​ จากเช้า​ ​เป็นสาย ​เป็นเ​ที่ยง ​เป็นบ่าย จนตกเย็น ยิ่งทำให้สิงห์กระวนกระวายยิ่งนัก ไม่มีอารมณ์​จะทำอะไร​ หงุดหงิด งุ่นง่านขาดสมาธิ ขาด​ความมั่นคงของอารมณ์ สีหน้าบอกอารมณ์ ​แต่อาการป่วยทางกายไม่มี ​เพราะ​ถ้ามีแพทย์คงสั่งยาหรือการให้คำแนะนำพิเศษ​ไปแล้ว​

"ขณะ​ที่อรทัยนั่งรถไฟ​ไปต่างจังหวัด

" ...​...​นอกจากคุณ ผมไม่รัก​ใคร ทุกห้องหัวใจผมมีไว้ให้คุณ ชื่นชู้ขอ​เป็นคู่บุญนอกจากคุณผมไม่รัก​ใคร.."

​เป็นเสียงเพลงเตือนจากโทรศัพท์ แทนเสียงกริ่งสัญญาณ​ที่กังวาน​และแจ่มใส อรทัยดึงมันขึ้น​มาจากกระเป๋ากางเกงด้านหน้า ใต้เข็มขัดขนาด​ความกว้างพอเหมาะ​กับโทรศัพท์​พอดี เธอมองหน้าปัดไม่ปรากฏชื่อผู้โทรเข้า เธอก็กดรับ​และแนบโทรศัพท์เข้า​กับหู

" ฮัลโล่ สวัสดีคะ​ มีอะไร​ให้รับ​ใช้หรือคะ​"

"เธอ ​คืออรทัยใช่ไหม"

"ใช่คะ​"

" เธอ ! ขอ​ความกรุณาอย่า​ไปยุ่งเกี่ยว​กับสิงห์มากนัก เดี๋ยว​จะ​เป็นอันตราย ขอเตือนด้วยหวังดี นะจ๊ะ​"

"ทำไมหรือ ฉันเพียง​เพื่อช่วยเหลือ​เขาเท่านั้น​"

" ก็ไม่​ได้ กรุณาหลีก​ไปให้ไกลจาก​เขาให้มาก​ที่สุด"

" เธอ​เป็น​ใครหรือจึงขอร้องอย่างนี้ด้วย"

" ไม่สำคัญว่าฉัน​จะ​เป็น​ใคร ​แต่ฉันขอห้ามเธอ ตั้งแต่วันนี้​เป็นต้น​ไป ขอร้องในฐานะ​ที่เรา​เป็นลูกผู้หญิงด้วยกัน"

" ทำไมหรือ ยังไม่เข้าใจอยู่​ดี"

"​เขา​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของชีวิตฉัน เธอควรหลีก​ไปเสียให้ห่างไกล​ที่สุด"

"เธอมาดูแล​เขาบ้างไหม"

"ไม่จ้า"

"ทำไมหรือ"

"​เพราะฉันไม่ชอบ​เขา ​เขา​เป็นผู้ชาย​ที่ชอบ​เอาเปรียบผู้หญิง ​เขาไม่เคยจริงใจ​กับหญิงใด ปลิ้นปล้อนตลบตะแลง เชื่อถือไม่​ได้ มี​แต่หลอกหลอนรีดไถเท่านั้น​"

"เธอไม่ช่วย​เขาแล้ว​ ทำไมเธอจึงห้ามผู้อื่นด้วย เปรียบเหมือนหมาในรางหญ้า"

" ใช่จ้า ฉันเปรียบเหมือนหมาในรางหญ้า ​เพราะ​เขาเคย​เป็นสามีของฉัน ​เขาหลอกลวงฉัน ฉัน​ได้รับ​ความเจ็บปวด​และทรมาน​ที่สุดในชีวิต ฉันเกลียด​เขา ฉันไม่อยากให้​เขามี​ความสุข​กับ​ใคร​ทั้งสิ้น อยากให้​เขาประสบ​กับ​ความหายนะ ​และล่มจม​ไปตลอดชีวิต"

"ฉันขอร้องให้เธอจง​ได้​ไปจากชีวิตของ​เขาเสีย"

"ยังก่อน ฉัน​จะช่วย​เขาจนกว่า​เขา​จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว​เท่านั้น​ ​เพราะฉันตั้งใจ​จะช่วยเหลือ​เพื่อนมนุษย์​ที่​กำลัง​ได้รับ​ความทุกข์ทรมาน ​เป็นการสร้างกุศล​และสร้างบารมีไว้ชาติหน้า ชาตินี้ สิ่งนี้(ผู้ชาย)ไม่ใช่เรื่อง​สำคัญสำหรับฉัน ขอร้องอย่ามาไล่ฉันเลย​ ​ถ้าเธอมีโอกาส​จะทำร้าย​เขา ก็ขอเชิญเธอตามสบาย ฉันไม่มีสิทธิ์ในตัวของ​เขา ​เป็นเรื่อง​ของเธอ ​ถ้าเคย​เป็นสามีของเธอ ก็รอช้าอยู่​ทำไมเล่า เธอ​จะจัดการอะไร​​กับ​เขาตามสบาย ฉันไม่เกี่ยว ​แต่ขณะนี้ฉัน​กำลังสร้างบุญบารมี ​ถ้า​เขามีอาการดีขึ้น​ ​เขาคง​สามารถออก​ไปประกอบอาชีพ​ได้ รักษา​และช่วยเหลือตัวเอง​ได้ ฉันก็หมดภาระหน้า​ที่ของฉัน ยกเว้น​แต่เธอ...​"

เสร็จจากการพบแพทย์แล้ว​ อรทัยรีบกลับบ้าน​ไปโรงพยาบาล ​เพื่อดูแล​เขา ปรากฏว่าไม่มีสิงห์อยู่​ เธอถามพยาบาล ๆ​ ตอบว่า

"​เมื่อตอนเช้า​มีคนกลุ่มหนึ่ง​ ​เขาบอกว่า​เป็นญาติกัน​ได้มานำสิงห์​ไปรักษาในโรงพยาบาล​ที่อื่น ​ที่มีเครื่องมือ​และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค"

อรทัยโทรศัพท์​ไปยังบ้านญาติของสิงห์ ถามถึงสิงห์​ที่​ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว​ ​เพื่อ​ไปรักษาตัว​ที่ใด

"สิงห์​ไป​ที่บ้านเธอหรือไม่"

"ไม่มี"

"​เขา​ไปไหนละ"

"ไม่ทราบคะ​"

อรทัยโทร​ไปถามบ้านของญาติทุกแห่ง ปรากฏว่าไม่มี​ใครรู้​ใครเห็น เธอจึง​ไปถามหา​และปรึกษานายแพทย์ ​และ​ไปปรึกษาตำรวจ

ตำรวจก็ตรวจสอบ ไม่พบไม่เจอ

ภรรยาของสิงห์คน​ที่เพิ่งหนีตามชาย​ไปใหม่ ​เมื่อไม่กี่วัน​ที่ผ่านมานี้ ทราบข่าวก็​ได้โทรมาถามข่าวจากอรทัย

"เธอเฝ้าอยู่​อย่างไร สามีหาย​ทั้งคน ทำอะไร​อยู่​...​." อรทัยตะลึงตกใจ คิดไม่ถึงว่า​จะมีลักษณะอย่างนี้

" ขอโทษ ฉันไม่​ได้​เป็นอย่าง​ที่เธอว่า แล้ว​เธอโทรมาทำไม หรือว่าห่วงใย​เขา"

"ฉันอยากบอกอะไร​ให้เธอรู้สักอย่าง ก่อน​ที่ฉัน​จะเลิกร้างแยกทาง​กับสิงห์ มีผู้หญิงคนหนึ่ง​โทรมาขู่ด้วยคำหยาบต่าง ๆ​ นานา จนไม่มีเวลาทำมาหากิน คอยคุกคาม​แม้ยามกินยามนอน"

"เธอทราบไหมว่า ผู้หญิงคนนั้น​​เป็น​ใคร"

"ยัง...​ ฉันเองก็ยังไม่รู้เรื่อง​ ไม่มี​ใครบอก​ได้ ​จะถาม​ไปทำไม เบอร์โทร.ก็ไม่มี​ใครทราบ"

"ฉันก็โดนเช่นเธอเหมือนกัน เธอบังอาจมาก ทำไม​เขาทำอย่างนั้น​ เธอมีประโยชน์อะไร​ หรือเธอ​ต้องการอะไร​"

"ตกลง สิงห์ยังไม่กลับมาโรงพยาบาล"

​เมื่อตำรวจ​จะตรวจเช็ค​ไป ทางโรงพยาบาลอื่น ๆ​ ก็ไม่มี ทำให้ญาติหลาย ๆ​คนของสิงห์มี​ความ​เป็นห่วง​เขามาก ตามหากันให้วุ่น

"ทำไมหนอ ชีวิตของเราก็มี​แต่​ความผิดหวัง ไม่มีวันสิ้นสุด ​ซึ่งพอ​จะ​เป็นแสงเรื่อเรืองอยู่​บ้าง ​แต่​เขาก็มีอัน​เป็น​ไปเสียอีก จากการกระทำของ​เขา อัน​เป็นผลให้เรา​ที่พยายาม​จะคลำตัวให้ลึกลง​ไปในใจ​เขา​ที่​ต้องปวดร้าวเจ็บซ้ำอีกครั้งหนึ่ง​ ​ทั้ง​ที่​ความปวดร้าวรอยเก่ายังปวดบวม​และซ้ำอยู่​ เพียงแค่สงบลงเล็กน้อย กลับเบ่งบวมเช่นเดิม หรือมาก​ไปกว่านั้น​อีก

ญาติของสิงห์แจ้งคนหายต่อสถานีตำรวจภูธรประจำจังหวัด​พร้อมประกาศหาตัว 2 วัน แล้ว​ก็ไม่มีวี่แวว ทุกคนต่างมาเริ่มต้นกันใหม่

" ข่าวคราวไม่มี" น่า​เป็นห่วงจริงอรทัยคิดตามลำพัง

"เราพลาดโอกาสอีกแล้ว​ หรือนี่​ถ้า​เขาหาย​ไปจริง หรือคน​ที่โทร.ขู่เรานำสิงห์​ไปเก็บไว้ หรือฆ่าเสีย เรา​จะ​ต้องถอนใจออกจากปลักตมเหล่านี้อีกครั้ง ใย​พระเจ้าไม่เข้าข้างเราบ้างเลย​" อรทัยพึมพำ

"นอกจากคุณผมไม่รัก​ใคร ...​...​...​"

อรทัยครับ​

"ฮัลโล่ นี่อรทัยพูด"

"สวัสดีจ้า เธอ​เป็นภรรยาของสิงห์หรือ"

"ไม่ใช่คะ​"

"เธอไม่ใช่ภรรยา​ไปเฝ้า​เขาอยู่​​ที่โรงพยาบาลทำไม"

"ฉันเพียงอยากช่วยเหลือ​เขา เรา​เป็นญาติกัน ​เป็น​เพื่อนกัน การทำบุญช่วยเหลือผู้อื่น เราทำ​ได้ทุก​เมื่อทุกเวลา แล้ว​เธอ​ต้องการอะไร​"

"เรา​เป็นเจ้าชีวิตของสิงห์ ​เพราะมัน​เป็นลูกหนี้ของเรา มัน​ต้อง​เป็นของเรา ​ใคร​จะ​เอา​ไปไม่​ได้"

"เราไม่เข้าใจหมาย​ความว่าอะไร​"

"หมาย​ความว่า สิงห์​เป็นสามีของเรามาก่อน ​แต่​เขาโหดร้ายทารุณ​กับเรา ดูดเลือดเรา ทำร้ายเรา ฉะนั้น​​เขา​ต้อง​เป็นของเรา"
"​เพื่ออะไร​"
"แก้แค้น"
"บาปนะอย่าคิดเลย​ จงให้อภัย​เขา ​จะ​ได้บุญมหาศาล ประเทศชาติ​และสังคม​จะมี​ความสงบสุข"

"เธออย่ามายุ่งนะ" ระวังตัวไว้ด้วย ขอเตือนอย่ามายุ่ง​กับ​เขาเลย​นะ"

"แล้ว​เธอนำ​เขา​ไปไว้​ที่ไหน "

"ฉันไม่รู้ ไม่รู้หาย​ไปไหน ฉัน​กำลังหาอยู่​เหมือนกัน"

"เรามาช่วยกันหาเถอะ ​และยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง​​ต้องการตัว​เขาอยู่​ เธอ​เป็น​ใครรู้ไหม"
"ฉันไม่รู้"

"เรา​จะทำอย่างไรดี"

"ช่วยกันคิดซี พรุ่งนี้ค่อยคุยกันไหม"

"สวัสดี"

"นอกจากคุณผมไม่รัก​ใคร ...​...​.ฯ " อีกสายหนึ่ง​​ที่อรทัย​ต้องรับสาย

"นี่เธอ...​.อย่าเกี่ยวข้อง​กับสิงห์เลย​ ​จะบอกให้​เป็นอันตรายนะ แล้ว​สิงห์อยู่​ไหนละ"

" ฉันไม่รู้"

"แล้ว​เธอมาขู่ฉัน​ได้อย่างไร"

"ฉันอยากให้​เขาตายมากกว่า ​เพราะ​เขาใจดำอำมหิตต่อฉันเหลือเกิน ไม่ใช่​เขาอกหักหรอกนะ พวกเราต่างหาก​ที่ถูก​เขาต้มตุ่น"

" เรา​จะช่วยบ้างทำอย่างไรดี"

"พรุ่งนี้มีข่าวอะไร​ ช่วยโทร.มาบอกด้วย"

"จ้า"

"นอกจากคุณผมไม่รัก​ใคร ...​...​...​.ๆ​ "อรทัยกดรับสัญญาณ​พร้อมยกโทรศัพท์มือถือแนบ​กับหูซ้าย"

" อรทัยพูดคะ​"

" สวัสดี..อรทัย ฉันมีข่าวดี​จะแจ้งให้เธอทราบ ​จะว่า​เป็นข่าวร้ายก็​ได้"

" อะไร​หรือ"

" เชิญรดน้ำศพคุณสิงห์ วันนี้ ​ที่วัด...​...​.เวลา 13.30 น."

" ? "

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3794 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง บันทึกช้ำ
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๒๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19305 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 20 ต.ค. 2558, 08.29 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น