นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
พลอยรับกรรม
เปิดฟ้า ก้องหล้า
...เดือนพฤศจิกายน ของปีนี้ ฝนตกหนัก​​เป็นเวลาสามวันสามคืนติดกัน กรมอุตุนิยมวิทยาวัดระดับน้ำฝน​​ได้ 120 ม.ล. กว่า อากาศหนาวเย็น บรรดาสัตว์ป...
เดือนพฤศจิกายน ของปีนี้ ฝนตกหนัก​เป็นเวลาสามวันสามคืนติดกัน กรมอุตุนิยมวิทยาวัดระดับน้ำฝน​ได้ 120 ม.ล. กว่า อากาศหนาวเย็น บรรดาสัตว์ป่าต่างแยกย้ายหนีเข้าป่าลึก หรือหลบซ่อนในถ้ำบนภูเขา ด้วยสัญชาติญาณ ​ซึ่งสัตว์ป่ามี​ความรอบรู้เรื่อง​การดำรงชีวิตรอด​และการหลบหนีภัย​ได้ดีกว่ามนุษย์

คืนนั้น​มีเสียงดังลั่นสนั่นหวั่นไหว เสียงไม้โค่นล้มหักดังลั่นสั่นระเนระนาด​เป็นระยะเวลานาน ต้นไม้ล้มระเนระนาด เสียงคึก ๆ​ คึก ๆ​ กึกก้อง​ไปทั่ว บ้านเรือนก็พังระเนระนาด​ไป​เป็นแถบ บรรดาสัตว์เลี้ยงส่งเสียงร้องครู่หนึ่ง​ก็เงียบหาย​ไป ​เพราะถูกน้ำดินโคลนพัดจม​ไปต่อหน้าต่อตา ​ซึ่งมนุษย์ไม่​สามารถช่วยเหลือมัน​ได้ ​แม้​แต่หัวของตนเองก็ไม่​สามารถช่วย​ได้

เสียงดังนั้น​ปานทะเลบ้า​ที่มีคลื่นซัดฝังสูงขนาดยอดมะพร้าวก็ว่า​ได้ บรรดาสัตว์​ที่มีชีวิตอยู่​ก็มารวมกันบนเนินเชิงภูเขา หลายคน​ได้หาย​ไป ญาติพยายามหาก็ไม่เจอ วัวควายถูกน้ำพัดพา​ไปหมด ไก่หมูก็หายเกือบหมด มีน้ำหลากเข้ามาในบริเวณบ้าน ในบ้านมีน้ำ​และโคลนสูงแค่สะเอว น้ำสีดินโคลนขุ่นข้นมีดินอยู่​ภายในพื้นบ้านประมาณเกือบถึงสะเอว พอน้ำเริ่มลดดินก็ลดตาม​ไปด้วย

จินตนา​เป็นลูกสาวของกำนันคนดังในหมู่บ้าน ขณะนี้เสื้อผ้าเปียกบอน​เพราะช่วยขนของ​และช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัยเท่า​ที่​จะทำ​ได้

ทันใดงูตัวหนึ่ง​ลอยตามน้ำมา ​เมื่อมาเจอฝาบ้านมันก็พยายาม​จะเลื้อย​และยึดฝาบ้าน​เป็น​ที่หลบภัยป้องกันอันตรายให้แก่ตนเอง

ร่างกายหนาวสั่นยังมาไม่​ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ​เพราะเสื้อผ้าถูกน้ำพัดพา​ไปหมดแล้ว​ ขณะ​ที่ตัวบ้าน​สามารถต้านทานต่อกระแสน้ำ​ได้ ขณะนั้น​จินตนาอยู่​ในบ้าน ​เมื่อบ้านล้ม ก็กระโจนลงน้ำหรือดินโคลนก็ไม่ทราบชัดในขณะนั้น​ เธอไม่​สามารถว่ายน้ำ​ได้ ก็ลอย​ไปตามกระแสน้ำ บางครั้งถูกของแข็งมากระทบเจ็บจนจุกเกือบสิ้นชีวิต ​และ​ได้พบกันต้นไม้ขนาดใหญ่​ซึ่งมีเถาวัลย์ห้อยย้อยลอยอยู่​ด้วย จินตนา​สามารถจับเชือก​และโหนตัวต้านกระแสน้ำอยู่​​ได้ จนกระ​ทั้งกระแสน้ำลดลงใกล้​จะหมด จินตนา​สามารถเดินลุยโคลนแค่เข่า​ได้ เสารั้วยังมีอยู่​บ้าง บาง​ส่วนของหลังคา ฝาบ้าน ถูกน้ำพัดพา​ไปหมด

จินตนาสุดหนาวแสนหนาว เสื้อผ้าเปียกก็ไม่มีเปลี่ยน ไฟฟ้าก็ไม่มี ตะเกียง ไฟฉาย ​แม้​แต่ไม้ขีดไฟก็ไม่มี ทันใดนั้น​จินตนาเห็นสิ่งหนึ่ง​เคลื่อนไหวอยู่​​กับไม้ฝา​ที่โผล่น้ำ คิดว่าคง​จะ​เป็นเถาวัลย์ เชือก หรือเศษผ้าของบ้านใดบ้านหนึ่ง​​ที่ลอยอยู่​เหนือน้ำ

​แต่การเคลื่อนไหวนั้น​มันใกล้เข้ามา เกือบ​จะถึง​ที่เธอ​กำลังยืนอยู่​ จึง​เอามือ​ไปจับแหย่ดู มันเย็น ๆ​ นิ่ม ๆ​ ทันใดนั้น​ งูมันเกิด​ความกลัวรีบกระเสือกกระสน ​เพื่อให้พ้นจากภัย​ที่​จะเกิดขึ้น​ จินตนาเสียววาบถึงไขสันหลัง ​เมื่อรู้ว่า​เป็นงูตัวใหญ่ ​ถ้างูมันแว้งกัดเธออาจ​จะ​เป็นอันตรายแก่ชีวิต​ได้

"สิ้นเคราะห์​ไปที มัน​ไปทางโน้นแล้ว​ คง​จะไม่ใช่งูพิษ ​ถ้ามัน​เป็นงูพิษ ก็นับว่าเสี่ยงมาก"

ครู่หนึ่ง​มีเสียงดังดิ้นจนน้ำฟุ้งกระเทือนอยู่​ในบริเวณ​ที่เดียว จินตนาพยายามสังเกตผ่าน​ความมืด​ไป พอ​จะสันนิษฐาน​ได้ว่า เจ้างูใหญ่​กำลังดิ้น​เพราะติดอยู่​​กับอะไร​สักอย่างหนึ่ง​​ที่มันไม่​สามารถดิ้นหลุด​ได้ พรุ่งนี้คงรู้จินตนาคิด

ขณะนั้น​มีขอนไม้ขนาดเท่าต้นตาลยาวประมาณ 5 เมตรลอยมาตามโคลนตามน้ำ จินตนาก็เอื้อมมือ​ไปจับหัวไม้ไว้​ได้​และลงจับให้แน่น รั้งมันให้มาติด​กับ​กับต้นไม้ จินตนาพยายาม​ใช้แรงดันถ่วง​กับกระแสน้ำ​ที่ดันขอนไม้ให้ลอยลง​ไป จนสว่างเธอไม่​ได้หลับเหมือน​กับผู้คนอื่น ๆ​ บางคน​ที่​กำลังหลับสนิทอยู่​ในห้องแอร์ เธอพยายามช่วยชีวิตตนเองสุด​ความ​สามารถ

ใกล้สว่าง น้ำ​และดินโคลนก็แห้งลง มี​แต่โคลนเหลืออยู่​ในหลุม ​ที่ลุ่มต่าง ๆ​ ในบ้าน จินตนา​ไป​ได้เห็นขอนไม้วางแนบอยู่​​กับพื้น​และต้นไม้​และแรงดันของเธอ บนนั้น​มีตะขาบ กิ้งกือ อยู่​หลายตัว

จินตนาเดิน​ไปดู​ที่งูมันดิ้นอยู่​​เมื่อคืน ปรากฏว่า​เป็นงูสีดำเขมื่อม ลำตัวใหญ่เท่า​กับแขนของเธอ ลำตัวยาวนอนอยู่​ในตาข่ายกองหนึ่ง​ คง​เป็น​เพราะกรรมหรือโชคร้ายของงูเอง​ที่มาเจอตาข่ายเข้า ​ถ้ามัน​สามารถผ่าน​ไป​ได้ปานนี้คง​จะมี​ความสุข​กับอิสระเสรีภาพในการดำรงชีวิตอยู่​

จินตนาก็ไม่กล้าปล่อยมันในขณะ นี้ ​เพราะกลัวว่า​จะ​เป็นอันตราย​กับตน เธอเฝ้า​แต่มองมันอย่างปลงอนิจจังด้วย​ความสังเวช ​และสงสาร จินตนา​จะช่วยเหลือ​ได้อย่างไร ​ถ้าคนอื่นมาพบเข้า แล้ว​​จะเกิดอะไร​ขึ้น​

"จินต์ จินต์" เสียงร้องเรียกจากหลาย ๆ​ คนมี​ทั้งเสียงของผู้หญิง​และผู้ชาย ​ที่​เป็นเสียงของพวกญาติ เธอขานรับ คนกลุ่มหนึ่ง​ก็​ได้ตรงมายัง​ที่อยู่​ของจินตนา ​พร้อมด้วยอาหารแห้ง เสื้อผ้า ยาสีฟัน แปรง ผงซักผ้า น้ำ ฯลฯ

จินตนา​ได้รับสิ่งเหล่านั้น​ เธอพบว่าแท็งก์น้ำมัน​สามารถต้านแรงกระแสน้ำ​ได้ ยังมีน้ำ​ใช้ น้ำดื่ม เธอจึงจัดแจงอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า​และนำอาหารมารับประทาน ​พร้อมน้ำดื่ม ​ความหิวก็​ได้สลายหมดสิ้น​ไป

ชาวบ้าน​ได้ช่วยกันตรวจค้นพบว่า พ่อแม่​และคุณยายของจินตนา​ได้เสียชีวิต​ไปแล้ว​ ชาวบ้าน​กำลังนำศพเหล่านั้น​​ไปไว้​ที่วัด ​เพื่อบำเพ็ญกุศลศพ​พร้อม​กับผู้อื่น​ที่​ได้เสียชีวิตอีก​เป็นจำนวนมาก

จินตนามองเห็นสภาพบ้าน ​เมื่อก่อน​เป็นป่าหมาก มะพร้าว ลองกอง ทุเรียน ​แต่บัดนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง​ได้เปลี่ยน​ไปหมดสิ้นแล้ว​ มี​แต่ทราย​และโคลนตม​เป็นพื้นเรียบจุดหน้ากลอง มี​แต่ทราย​กับทราย ทรายสุดลูกหูลูกตา​และมีสิ่งก่อสร้างหรือกิ่งไม้ต้นโต ๆ​ โผล่อยู่​ตลอดทาง

จินตนาเห็นภูเขาหัวโล้นหมด ภูเขากลาย​เป็นสีดินแดง​เป็นแถบยาว ๆ​ จากฟ้าลงสู่ดิน บาง​ที่ดินแหว่ง​เป็นลานราบกว้างสุดลูกหูลูกตา

จินตนา​ต้องสูญเสียสิ่งสำคัญ​ที่สุดในชีวิต ​คือการสูญเสียพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้า ทรัพย์สิน สมบัติ แล้ว​ ​ต้องสูญเสียสัตว์เลี้ยงอีกมากมาย​ ​ความเศร้าโศกเสียใจมันมหาศาลยิ่งนัก ไม่​สามารถนำสิ่ง​ที่เสีย​ไปทดแทนมา​ได้ ​แม้ว่ามีเงิน​เป็นหมื่นล้านแสนล้านก็ตาม

บรรดาญาติก็นำศพของคุณพ่อคุณแม่​ไปบำเพ็ญกุศล​ที่วัด ในวัดมีเสียงร้องไห้ระงมเซ็งแซ่ บางคนก็ปล่อยโฮออกมา ​เป็น​ที่น่าสังเวชยิ่งนัก

จินตนา​สามารถเก็บ​ความรู้สึกไว้​ได้ว่าท่าน​ได้เสีย​ไปแล้ว​ก็ย่อมไม่​สามารถ​ที่​จะให้ท่านมีชีวิตขึ้น​มา​ได้อีก นอกจาก​จะมีอภินิหารเท่านั้น​ ​และ​เป็นเรื่อง​ของธรรมชาติ จึงทำให้จินตนาปลงตก​ได้

วันนี้มีการสวด​พระอภิธรรมรวมกันไม่น้อยกว่า 105 ศพ เสร็จพิธี ญาติ ๆ​ ​ที่มาอยู่​​เป็น​เพื่อน​และปลอบใจก็ทยอยกลับกันบ้างแล้ว​ ญาติอีก​ส่วนหนึ่ง​มาส่งจินตนา​ที่บ้าน​และนอนอยู่​​เป็น​เพื่อน

จินตนายังนึกภาพทุ่งโคลน​ที่เกิดขึ้น​มาแทน​ที่ต้นไม้​และอาคารต่าง ๆ​ ตลอดระลึกถึงคุณพ่อคุณแม่ ​และญาติ​ที่​ต้องจากป่าอีกมากมาย​ จินตนาเองยังโชคดี​ที่รอดชีวิตมา​ได้ ​แต่ก็เกือบกลาย​เป็น​ความวิปโยคจากงูเห่า​ไปแล้ว​ เดชะบุญ บุญยังช่วยไว้ ​เพราะ​ได้ทำ​ความดีมาแล้ว​บ้าง
จินตนายังนึกภาพย้อนก่อน​ที่​จะมีฝนตก ดินโคลนถล่มในครั้งนี้ ภาพเหล่านั้น​ส่องบรรเจิดจ้าขึ้น​ในสมองของจินตนา

มีภาพของคน​ที่นอนรับจ้างนายทุนขึ้น​​ไปถางป่า ทำไร่ ​และโค่นไม้แล้ว​ชักลากให้นายทุน​ไป ​เขา​จะ​เอา​ไปทำอะไร​ไม่รู้ รู้​แต่ว่าคนพวกนั้น​ คนเหล่านั้น​​ได้ค่าจ้างแรงงานพอ​ได้ประทับใจในชีวิต
ผู้รับจ้างมีหลายคน ถางป่าทุกวัน ทำให้ป่าหมด​ไป ตอไม้​ที่ถูกตัดโค่น​ไปแล้ว​ก็ผุ​เป็นจำนวนมาก หลายร้อยไร่​ที่ถูกทำลาย ​เพราะน้ำมือของคนพวกนี้

บางคน​ไปถ่างป่า​เป็นของตน เผาทำไร่ เลื่อนลอย จากปีละครั้ง ๆ​ ละ 5 -- 10 ไร่ ​ถ้าเลื่อน​ไปทุกปี ป่าถูกทำลาย​ไป 100 ไร่ 500 ไร่ ถึง 1,000 ไร่ ต้นไม้ก็ตายหมด ​และผุ​ไปตามกาลเวลา

คน​ที่ทำลายป่า ​ได้ประโยชน์จากไม้​แต่ละต้นจนกลาย​เป็นผู้ร่ำรวยด้วยเงิน​และทรัพย์สิน ก็ยังไม่มีการจบสิ้น ​แต่ยังส่งเสริม​และทำลายป่าไม้ ลำคลอง อื่น ๆ​ อีก

บางคน​เป็นเจ้าหน้า​ที่​ที่มีหน้า​ที่​จะ​ต้องอนุรักษ์ป่า​และทรัพยากรธรรมชาติ ​แต่กลับ​เป็นคน​ที่นำคนมาถางทำร้ายป่าเสียเอง เมืองไทยนี้ช่างทำเจ็บปวดเหลือเกิน ​เพราะข้าราชการเหล่านั้น​ ​เป็นคน​ที่ทำงานรับ​ใช้​และสนอง​พระบรมราชองค์การของ​พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่​หัว ภายใต้รัฐธรรมนูญปกครองประเทศ ​โดย​ใช้เงิน​ที่เก็บจากภาษีราษฎรทั่วประเทศ ไม่ว่า​จะ​เป็นภาษีจ่ายตรงหรือภาษีจ่ายทางอ้อม ​เป็นค่า​ใช้จ่ายตามงบประมาณเดือนละมาก ๆ​ บุคคลเหล่านั้น​เคยผ่านการสาบานตนเอง​เพื่อ​ความจงรักภักดี ​และ​เพื่อช่วยเหลือประชาชน ​แม้​แต่ในรัฐธรรมนูญ ยังกำหนดหน้า​ที่ให้ทุกคน​จะ​ต้องปกป้องรักษาประชาธิปไตย ชาติ ศาสนา ​และ​พระมหากษัตริย์ของชาติไทยให้รอดพ้น​และปราศจากอันตรายใด ๆ​

ประชาชน​จะ​ต้องป้องกันปกปักรักษาพื้นแผ่นดินนี้ ภูเขานี้ ป่าเหล่านี้ ให้ดำรงอยู่​​เพื่อ​เป็นมรดกสืบทอดต่อ​ไปชั่วลูก หลาน เหลนในภายหน้า

มีสมัยหนึ่ง​ ​เป็นระยะสงครามแย่งชิงประชาชน มีการสนับสนุนให้ประชาชนถางป่า ทำไร่ ปลูกยางพารา ​โดยบอกว่า เรามาช่วยท่าน (ประชาชน) ให้​ที่ทำกินแก่ท่าน ​ซึ่ง​ถ้ารัฐบาลไม่ให้แก่ท่าน เรา​จะหมดตัวเฉพาะกลุ่มนายทุน ​ที่​สามารถรับผลประโยชน์อะไร​บางอย่าง เ รา​จะ​ต้องร่วมกันกำจัดรัฐบาลโกงกิน เห็นแก่ประโยชน์​ส่วนตัวให้หมด​ไป ประชาชน​จะ​ต้อง​เป็นใหญ่ในแผ่นดิน

​เมื่อฝนตกลงมา 3 -4 วันแล้ว​ ปริมาณของน้ำฝนมากทำให้ดินชุ่มน้ำ อมน้ำ ​และอุ้มน้ำ ​เมื่อก่อนรากไม้มันชอนไชประสานกันช่วยยึดดินไม่ให้ดินหลุดร่วงหล่นลงมา​ได้

​เมื่อตอไม้ผุกร่อนกลาย​เป็นผงธุลีดิน ก็ไม่มีวัตถุอันใด​ที่​เป็นเครื่องผูกยึดดินอีกต่อ​ไป ทำให้ดินหลุดจากหินบนภูเขา​และหล่นลงมา เกิดการทบกระแทกกัน ทำให้ดินเหล่านั้น​ร่วงลงมา

มันไหลปล้อนลงมาจากยอด​เขา หล่นทับกันมากขึ้น​จนถึงเชิง​เขา​และตกลงมาไหล​ไปตามลำน้ำสู่ท้องทุ่ง กลาย​เป็นทะเลโคลนทำลายทรัพย์สินสมบัติของประชาชนเสียหายมากมาย​
​ซึ่งผลอันนี้เกิดมาจากประชาชนทำร้ายตนเอง ​โดยการไม่รู้เท่าถึงการณ์จากเศษเงินเล็ก ๆ​ น้อย ๆ​ ​ที่​เขายื่นมาให้ หรือโยนมาให้​โดยไม่ตั้งใจ มันทำร้ายลูกหลานของเรา ​ซึ่งสุด​จะประเมินค่า​ได้

จินตนาคิดว่า​ถ้าข้าราชการของประเทศเรายังแสวงหาผลประโยชน์จากนายทุนสามานย์​โดยทำงาน​เพื่อช่วยให้นายทุนทำร้ายประชาชน​ไปเรื่อย ๆ​ ย่อม​จะไม่กระทบกระเทือนในระยะต้น ๆ​ ​แต่นาน ๆ​ วันเข้า ​เมื่อไรเหตุการณ์มันมากเข้า ๆ​ ​เมื่อเกิด​ความเสียหายทำให้ประชาชน​ส่วนมาก​ได้รับอันตราย เดือดร้อน ไม่คุ้ม​กับผลประโยชน์จากค่าจ้างเล็กน้อย​ที่บุคคลเหล่านั้น​​ได้รับ

จินตนาสูญเสียอาคาร พ่อแม่​และพืชผัก ผลไม้ สัตว์เลี้ยงจำนวนมากมหาศาล ขณะ​ที่คนรับจ้างถางป่านั้น​​เขามีอะไร​เพียงเล็กน้อย ​ที่​เขา​ได้รับ​ความเสียหาย ​แต่ญาติพี่น้องของ​เขา​ได้รับ​ความเสียหายอย่างมหาศาล เช่นกัน

สำหรับนายทุนนั้น​ก็ยังมีชีพอยู่​อย่างสบาย ​แต่ผลประโยชน์​ที่​เขา​ได้กระทำไว้ก็​ได้รับ​ความเสียหายมากมาย​ เช่นกัน มิใช่เฉพาะตัว​เขา บรรดาญาติพี่น้องมิตรสหาย​และลูกหลานก็​ได้รับเช่นกัน
ผลย่อมตกทอดสู่ผู้นั้น​เสมอ มัน​เป็นกฎแห่งกรรม ​ใครทำไว้ย่อม​ได้รับ​ทั้งทางตรง​และทางอ้อม ในมิช้าก็เร็ว

จินตนาคิดต่อ​ไปอีกว่า

"มีบางตระกูลมีเงินมรดกตกทอดไว้ ทำให้ลูกหลานแย่งชิงกัน เข่นฆ่ากันจน​ได้รับ​ความพินาศฉิบหาย ​เพราะของ​ที่​ได้นั้น​​ได้รับมาจาก​ความไม่ชอบธรรม

งานศพของคุณพ่อคุณแม่ของจินตนา ​เป็นการบำเพ็ญมหากุศล​เป็นครั้งสุดท้าย มีญาติพี่น้อง ผู้มีเกียรติ ​เพื่อนสนิทมิตรสหายมากมาย​มาให้​กำลังใจแก่จินตนา

ก่อนถึงพิธีสวด​พระอภิธรรม คณะเจ้าภาพ​ได้นิมนต์​พระสงฆ์ผู้อาวุโส​ได้แสดง​พระธรรมเทศนา ​เพื่อ​เป็นเครื่องเตือนใจ หรือ​เป็นมรณานุสติแก่ญาติพี่น้อง​และแขกผู้มีเกียรติของคุณแม่


​พระท่านปรารภว่า ผลย่อมเกิดมาจากเหตุ เหตุก็สัมพันธ์​กับผล​ที่เกิดขึ้น​ ไม่มีสิ่งใด​ที่เกิดขึ้น​มาเอง​โดยไม่มีสาเหตุมาก่อน ​ที่ทำให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ ​เพราะดินถล่มลงมา​กับน้ำฝน ​เพราะว่าดินไม่มีสิ่งคุ้มกัน เช่น รากไม้ รากหญ้า ​และต้นไม้นานาพันธุ์

เพียงไม่กี่คน​ไปแผ้วถางจนเตียน ป่าไม้หมด​เขา ​เขา​แต่ละลูก​ที่เกิดผลขึ้น​วันนี้ประชาชน​ได้รับ​ความเดือดร้อนกันทั่วหน้า บางคนไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่า มีการตัดไม้ทำลายป่า ​แต่บางคน​ได้รับผลประโยชน์จากป่าเหล่านั้น​บ้างเช่นกัน สำหรับคน​ที่พลอยรับกรรม​ไปเต็ม ๆ​ นี่ซิ ช่างน่าเสียใจ ​แต่ถือว่า​เป็นผลรวมของเคราะห์กรรม ยาก​ที่​จะหลีกเลี่ยง​ได้ ​และยอมรับ​ความทุกข์นั้น​ ๆ​ ด้วย​ความเต็มใจ

จินตนาปลงตก​ได้ตั้งแต่วันแรกแล้ว​ จิตใจของเธอคง​จะสงบเรียบร้อย​​และเปี่ยมด้วย​ความสุข ท่ามกลาง​ความทุกข์ยาก​ที่ประดังเข้ามาอย่างมากมาย​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3793 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง พลอยรับกรรม
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๘๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19304 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 20 ต.ค. 2558, 07.25 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น