นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๙ กันยายน ๒๕๕๘
เอาเปรียบกันทำไม
เปิดฟ้า ก้องหล้า
...​​เอาเปรียบกันทำไม เปิดฟ้า ก้องหล้า ห้องเรียนขนาดกว้าง หกเมตร ยาว เก้าเมตร ห้อง​​ที่สองจากด้านขวามือของอาคารชั้น​​ที่สอง ครูประจำชั้นนำผลงานเดี่ยวหร...
​เอาเปรียบกันทำไม
เปิดฟ้า ก้องหล้า

ห้องเรียนขนาดกว้าง หกเมตร ยาว เก้าเมตร ห้อง​ที่สองจากด้านขวามือของอาคารชั้น​ที่สอง ครูประจำชั้นนำผลงานเดี่ยวหรืองานกลุ่ม ตลอดจนงานค้นคว้า ทดลองมาปิดบริการให้​ความรู้​เป็นสาธารณะทุกสัปดาห์ ​โดย​ที่เจ้าหน้า​ที่ผู้จัด ร่วม​กับนักเรียนภายในชั้นเรียนทุกคน มีครูพี่เลี้ยงหรือครูประจำวิชาให้คำปรึกษาแนะนำ

เช้า​วันนี้นักเรียนมากันอย่าง​พร้อมหน้า​และ​เป็นวัน​ที่คึกคัก​เป็นพิเศษ ด้วยการสอบวัดประเมินผลปลายภาคเรียน​ที่หนึ่ง​ ปีการศึกษาใหม่

ตอนเช้า​สอบผ่าน​ไปแล้ว​หนึ่ง​วิชา ขณะสอบวิชาชุด​ที่สอง นักเรียนทำการสอบ​ได้รวดเร็ว เสร็จก่อนเวลา มีเวลาเหลืออยู่​อีกพอสมควรก่อนถึงเวลาพักกลางวัน ครูประจำชั้นให้นักเรียนกลับเข้าชั้นเรียนอีกครั้งหนึ่ง​

"​ใคร​จะทราบผลการสอบวิชาคณิตศาสตร์​และภาษาไท​ที่สอบ​ไป​เมื่อวานนี้"

"อยากฟังครับ​" นักเรียนกล่าวขึ้น​เกือบ​พร้อม ๆ​ กัน

"เชิญเข้าห้องเรียน"

นักเรียนต่างรีบเข้าห้องเรียน​ไปนั่ง​ที่นั่งของตน บางคนก็​ไปล้อมโต๊ะครู ​เป็นการถืออภิสิทธ์​เพื่อ​จะรู้ก่อน​ใคร ๆ​

"เชิญ​ไปนั่ง​ที่"

"ครับ​" "คะ​" นักเรียนทุกคนต่าง​ไปนั่ง​ที่โต๊ะนั่งประจำของตน

​เมื่อนักเรียนนั่งเรียบร้อย​แล้ว​ ครูก็นำกระดาษคำตอบของนักเรียนซึงครูประจำวิชา​ได้ตรวจ​และบันทึกคะแนนไว้แล้ว​ มาเปิดอ่านให้ทราบ​ที่ละคนตามลำดับ จนคนสุดท้าย

ผลปรากฏว่า นักเรียน​ที่เรียนพิเศษ​กับครู​ที่สอบ​ที่บ้านนั้น​ทำคะแนนไดสูงทุกวิชา​ที่เรียน

"ทำไมพวกเอง​ได้คะแนนเยอะละ สมชาย" สมพงษ์ ถาม
ครูนำข้อสอบ​ที่เรียนพิเศษมาสอบไงละ" สมชายตอบด้วยท่าทางยียวน ​พร้อมย้อนถามว่า "ทำไมพวกเองไม่​ไปเรียนบ้างละ ​จะ​ได้คะแนนดี ๆ​ ​กับ​เขาบ้าง"

"พ่อแม่เรายากจนไม่มีเงินสมบูรณ์​ที่​จะ​ไปเรียนพิเศษ เช่นพวกเธอ​ได้หรอก ฉันสงสาร คุณพ่อ คุณแม่​ที่ท่าน​ต้องเหนื่อยเหงื่อโทรมกาย เราเรียน​และประกอบกิจกรรมต่าง ๆ​ ด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของท่าน"

"พวกเธอก็โง่อยู่​นั้น​แหละ​" สมชายกระแทกทันที

"ไม่จริงๆ​ ​ที่เรา​ได้คะแนนดี ๆ​ นั้น​​เพราะพวกเรา​เอารัด​เอาเปรียบพวกเราต่างหากละ" สมพงษ์แหย่

เธอ อยากเกิดมาจน ไม่มีเงินเรียนพิเศษเลย​ละหรือสมชาย"

เรียนพิเศษแล้ว​ทำไมพวกเธอจึงฉลาดละ พิสูจน์​ได้ไหมว่าการเรียนพิเศษทำให้คนฉลาด" สมพงศ์

"​เพราะครูท่านบอกข้อสอบให้"

"หมาย​ความว่าอะไร​"

"ครูออกข้อสอบให้พวกเราสอบ​ที่เรียนพิเศษ มีการเฉลยคำตอบ​ที่ถูก ​และท่านนำข้อสอบนั้น​มาสอบ​ที่โรงเรียนด้วย"

"นั้น​​เป็นการ​เอาเปรียบกัน ​เป็น​ความไม่ยุติธรรมของครู​ที่สอนวิชานั้น​ ๆ​" สมพงศ์

"​เพราะพวกเธอไงละ ​ที่ไม่มีโอกาส"

"เธอเห็นไหมว่า ครูประจำวิชา​ที่เปิดสอนพิเศษ​ที่บ้านนั้น​​จะตั้งใจสอน​ที่บ้าน​เป็นอย่างดี มีแจกกระดาษเนื้อหาวิชา ข้อทดสอบ ​และข้อทดสอบนั้น​ครูนำมาสอบวัดผลในชั้นเรียนด้วย

"พวกเราจึง​ได้คะแนนกันเยอะ ​แต่พวกเธอไม่เรียนพิเศษ ก็​ได้คะแนนน้อย ๆ​ น่าสมเพท เรียนไม่รู้เรื่อง​เลย​นะ"
"ใช่ เราเรียนไม่รู้เรื่อง​จริง ๆ​"
"ก็พวกเจ้ามันเด็ก...​..นี่นะ"

"เราไม่​ได้โง่ เธอเห็นหรือเปล่า ว่า ครู​ที่สอนพิเศษ​ที่บ้านนั้น​ ไม่รู้​เพราะหตุผลอะไร​​ที่โรงเรียนไม่ตั้งใจสอน ไม่ชอบสอนปล่อยให้นักเรียนเรียนกันเอง ตอบคำถามจากท้ายบท ครูเข้ามาพูดนิดหน่อย​ แล้ว​​เป็นเรื่อง​​ส่วนตัวบ้าง เรื่อง​ข่าวบ้าง ตำหนินักเรียนบ้าง เฉพาะ​ที่ไม่เรียนพิเศษ​กับท่าน
มีสารพัด​ที่​จะจัดหาให้​ได้ พวกเราจึงไม่ค่อยรู้เรืองกัน ขอทดสอบก็ไม่ตรง​กับ​ที่เรียนบางครั้งก็ยังไม่​ได้เรียน พวกเราจึงทำคะแนน​ได้น้อย
"ก็พวกเธอโง่ไงละ"

"ไม่ใช่หรอก ​เพราะครู​เอาใจคนมีเงิน เห็นแก่เงิน​โดยการสอนพิเศษ จึงละเลย​หน้า​ที่การสอนในชั้นเรียน ​แม้​จะสอนก็สอนอย่างไม่ตั้งใจ สอนไม่เต็ม​ที่ ​เป็นการทำร้ายเด็กยากจน​ที่ไม่มีเงินเรียนพิเศษ​กับท่าน ครู​เป็นผู้ทำลายอนาคตของชาติ ​และสร้าง​ความแตกแยกในสังคม ​คือ พวก​ที่เรียนพิเศษ​และพวก​ที่ไม่เรียนพิเศษไงละ" สมพงศ์

"ไหน แตกแยกอย่างไร ไอ้พงศ์"
"เธอเห็นไหมพวก​ที่เรียนพิเศษ​กับครู​ที่บ้าน นั่งกันกลุ่มหนึ่ง​ ​จะ​ไปไหน​จะทำอะไร​ก็อยู่​ในกลุ่มเดียวกัน ​จะไม่​ไปสุงสิง​กับกลุ่ม​ที่ไม่เรียนพิเศษ" สมชาย

"​เพราะ​เขาถือว่า​เขามีเงิน มีฐานะดี อยู่​ในสถาน​ที่เจริญ ​คือในเมือง ​แต่พวกเราบ้านอยู่​ชนบท
" เธอเห็นไหมพวก​ที่เรียนพิเศษ​กับครู​ที่บ้าน นั่งกันกลุ่มหนึ่ง​ ​จะ​ไปไหน ​จะทำอะไร​ ก็อยู่​ในกลุ่มเดียวกัน ​และไม่สุงสิง​กับกลุ่ม​ที่ไม่เรียนพิเศษ" สมชาย

"​เพราะ​เขาถือว่า​เขามีเงิน มีฐานะดี อยู่​ในสถาน​ที่เจริญ ​คือในเมือง ​แต่พวกเราไม่เรียนอยู่​ในชนบท ยากจน จึงแยกกันอยู่​​เป็นกลุ่ม กลุ่ม​ที่เรียนพิเศษชอบดูหมิ่นเหยียดหยามกลุ่ม​ที่ไม่เรียนพิเศษ ทำให้สองกลุ่มนี้แยกจากกัน​เพราะผลการกระทำของครู กลาย​เป็น​ความ​ได้เปรียบเสียเปรียบ ทำให้กลุ่มนักเรียนมี​ความคิดต่างกัน แยกกัน" สมพงศ์

"​พระท่านว่าผู้ใดทำให้หมู่คณะแตกแยก​จะ​ต้องตกนรก ขั้นอนันตริยกรรม เช่นเดี่ยว​กับการทำร้ายพ่อแม่ หรือทำให้พ่อแม่เดือดร้อนใจ หรือทำร้าย​พระพุทธเจ้า หรือ​พระอริยสงฆ์ ฉะนั้น​ครูสอนพิเศษทำให้สังคมแตกแยก​เป็นสองฝ่าย ​คือ เด็ก​ที่เรียน​และเด็ก​ที่ไม่​ได้เรียนพิเศษ จนถึงบางครั้งมองหน้ากันไม่​ได้

"ครูพยายามบีบคั้นให้นักเรียนเรียนพิเศษ​จะ​ได้มี​ความรู้​ความ​สามารถเท่า ๆ​ ​กับผู้​เพื่อน ๆ​"

"พวกเรานะอย่า พยายามแก้ตัวเลย​ ยอมรับดี ๆ​ ว่าโง่ไร้​ความ​สามารถเท่านี้ก็พอแล้ว​"

"พวกเราเองนะ​เป็นเครื่องมือหากินของครู ครูอยาก​จะรวย จึงล่อหรือกล่อมให้พวกเรา​ไปเรียน ​ต้องลงทุนมากมาย​ ​เป็นการ​เอาเปรียบผู้อื่น ​ที่ว่า มือ​ใครยาวสาว​ได้สาว​เอานั้น​เเหละ ​คือพวกมีทุน พ่อแม่มีฐานะดี จึง​สามารถ​ใช้เงินซื้อ​ความรู้​เป็นกรณีพิเศษ​ได้ จริงอยู่​ทุกคนมีสิทธิ​ที่​จะ​ใช้เงิน​และหา​ความรู้​เป็นพิเศษ​ได้ จริงอยู่​ทุกคนมีสิทธิ​ที่​จะ​ใช้เงิน​และหา​ความรู้​ได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับ​ปัจจุบัน ​ซึ่งคุ้มครอง เรื่อง​สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ​แต่​ที่ครู​เป็นผู้มีอคติ ​คือ ลำเอียง สอนไม่เท่ากันในห้องเรียน ในห้องเรียนสอนแบบขอ​ไปที นั่ง ๆ​ ยืน ๆ​ เล่านิทาน หรืออธิบายกลุ่ม​ที่เรียนพิเศษถาม พวก​ที่ไม่​ได้เรียนพิเศษตามไม่ทัน ​เพราะครูยังไม่​ได้สอน ​แต่สอน​ที่เรียนพิเศษ​ไปก่อน ชัก​จะเบื่อ จริง ๆ​"สมพงศ์

"อย่า​ไปว่าครู พวกเธอไม่รีบคว้า​เอาเอง โอกาสมีแล้ว​ ครูบอกให้เรา​ไปเรียนก็ไม่​ไปเรียน ช่างโง่จริง ๆ​ นะเว้ย " สมชาย

"​ที่จริงแล้ว​ ครู​เป็นข้าราชการครู ทำงานในนาม​พระมหากษัตริย์ มีหน้า​ที่​ที่​จะ​ต้องช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ บำบัดทุกข์บำรุงสุข ช่วยเหลือเยาวชนให้มี​ความรู้ มี​ความ​สามารถ​ที่​จะนำประ​ไปประกอบอาชีพ​และช่วยเหลือชาติ ​เพราะชีวิตครู​สามารถมีชีวิตอยู่​​ได้ดีด้วยค่าจ้างแรงงานอัน​เป็นภาษีของประชาชน" สมพงศ์

"อย่าพูดมาก อย่าแก้ตัวเลย​ยอมรับเถอะว่าจน ว่าโง่" สมชาย

"​ที่เราโง่ ​เพราะครูลำเอียงมีอคติในใจ​ระหว่างงานหน้า​ที่ กลับเปิดสถาน​ที่สอนพิเศษ​ที่บ้าน ​เป็นการ​เอาเปรียบราชการ​เพราะไม่​ได้อุทิศเวลาให้​กับงาน​ที่ทำให้คุ้มค่าจ้างแรงงาน​ที่​ได้รับ​แต่ละเดือน บางคนเงินเดือนสูง​แต่ไม่ค่อยทำงาน คิด​แต่​จะ​เอาเปรียบนักเรียน​โดยการรับจ้างสอนพิเศษ พวก​ที่ไม่เรียนพิเศษ ​คือ ​เอาเปรียบ​ทั้งสองฝ่าย พวก​ที่เรียนก็ถูกหลอกให้เก้อ ​คือสอนบ้างไม่สอนบ้าง​เพื่อให้เปรียบเทียบคะแนนกัน แบบไม่มี​ความยุติธรรม ในกระบวนการของผู้​ที่​ได้รับการศึกษา​ซึ่ง​ส่วนหนึ่ง​ทำ​แต่ประโยชน์ตน ไม่อุทิศเวลาให้ราชการ สมควร​จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง​ ​ระหว่างการสอน​ที่โรงเรียน​กับการสอนพิเศษ​ที่บ้านครู ในกระบวนการของงผู้​ที่​ได้รับการศึกษา ​ซึ่ง​ส่วนหนึ่ง​ทำ​แต่ประโยชน์​ส่วนตน ไม่อุทิศเวลาให้ราชการ สมควร​จะเลือก​เอาอย่างใดอย่างหนึ่ง​​ระหว่างการสอน​ที่โรงเรียน​กับการสอนพิเศษ ​เพราะการจับปลาสองมือ มันอาจพลาดโอกาส​ทั้งหมด ​คือ พวก​ที่เรียนก็เรียนแบบท่องให้จำ ​เพื่อ​ใช้ในการาสอบเท่านั้น​ ไม่​ได้ฝึกฝนทักษะกระบวนการในทางแก้ปัญหา ​ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพของคนด้อยในเชิงลึก แย่​ที่สุดเลย​" สมพงศ์

"อย่า​ไปโทษปี่โทษกลอง​เมื่อรำไม่ดี มัว​จะ​ไปโทษผู้อื่นทำไม ควร​จะหันมามองตนเอง ​ที่เกิดมาไม่มีโอกาสเรียนพิเศษ​จะ​ได้โง่​ไปตลอดชีวิตนั้น​แหละ​"สมชาย

"ใช่ ! อย่าง​ที่สมชายว่าจริง ๆ​ เดียวนี้ทุกสังคม ​กำลัง​เอารัด​เอาเรียบกันไม่มีวันหยุด เช่น หมอเปิดคลินิก​ส่วนตัว ​ทั้ง​ที่​เป็นข้าราชการประจำโรงพยาบาล ย่อมอ่อนล้า ไม่มีเวลาพักผ่อน สุขภาพทดถอย ​ที่โรงพยาบาลทำงานแบบขอ​ไปที จ่ายยาเบ่า ๆ​ แล้ว​แนะนำให้​ไปรักษา​ที่คลินิก ทำให้โรงพยาบาลเอกชนมีราย​ได้ดีสำหรับหมอ ค่ารักษาพยาบาลแพงกว่า​ที่โรงพยาบาลของรัฐ​ทั้งเยอะ ​แต่คนมีเงินนิยมคลินิกมาก ​เพราะขาด​ความอดรนทนรอไม่ไหว โรงพยาบาลรัฐมีคนป่วยมาก คนป่วยเข้าแถวคิวยาว ​ต้องคอย​เป็นวัน ๆ​ ​ไปทำงาน​ที่อื่น​ได้เยอะ นางพยาบาล นายแพทย์ไม่เพียงพอ​กับจำนวนคนป่วย​ที่มาขอรับบริการ ประชาชนทั่ว​ไป​ต้องจำยอม ​ต้องทนทุกข์​กับการบริการ​ที่หย่อนสมารถภาพในบางแห่ง คนป่วยจำ​ต้องทน ​แต่คนมีเงิน ชนขั้นกลางของประเทศจึงยอม​ไปหาหมอ​ที่คลินิก ยอมให้หมอเหล่านั้น​ขูดรีด​ได้ ​เพราะเห็นแก่ตัว ​เพื่อ​ความสะดวก​สบายของตนฝ่ายเดียว จึงสร้างปัญหาให้​กับหมอเหล่านั้น​ คอรับชันเวลาบ้าง ​ความเชื่อถือบ้าง คน​ที่​จะเปิดคลีนิค​ส่วนตัวมีสิทธิตามกฎหมาย ก็​สามารถลาออกจากราชการ​ไปเปิดคลินิก​ส่วนตัว​ได้ ​ถ้าแพทย์​ที่มีคลินิก​ส่วนตัวแล้ว​ไม่ควร​จะ​ไปรับราชการอีก ​เพื่อให้โอกาสหมอหรือแพทย์คนอื่น ๆ​ ​ที่เรียนจบมาใหม่ ๆ​ ซึงว่างงานอยู่​จำนวนมาก​ได้มีโอกาส ไม่ควรทำตัว​เป็นหมาห่วงรางหญ้า ​เอาเพียง​แต่​เพื่อเพียงพ่อหรือพอเพียง ​จะ​ได้ช่วยกันยกฐานะการ​เป็นคนของคนอื่นด้วย มิ​ใช้​เอาเปรียบผู้อื่น ด้วยการเห็นแก่ตัว ​เพื่อประโยชน์ของตนเพียงอย่างเดียว"สมพงศ์

"อย่าลามปามเลย​ ยอมรับ​ความโง่ของตัวเองเถอะ แล้ว​เงียบเสีย" สมชาย

"มิใช่ลามปาม ​เป็นเรื่อง​จริง​ที่เกิดขึ้น​ในสังคม ตำรวจรีดไถร้านค้า รถบรรทุก สถานเริงรมย์ บ่อนการพนัน​และอื่น ๆ​ ​ที่มีชองทางให้ทำ​ได้ เช่น การเข้าเรียนอนุบาลของโรงเรียน​ที่มีชื่อเสียง
โด่งดัง ผู้ปกครองครอง​ต้องจ่ายค่าสนับสนุนโรงเรียน เช่น ค่า คอมพิวเตอร์ ค่าสนับสนุนบำรุงอื่น ตาม​ความจำ​เป็น​ที่โรงเรียนเสนอให้มา ในการเรียนบ่างแห่งการสอบเข้าก็มีการจ่ายเงินกัน ​เพื่อให้สอบ​ได้ ​ส่วนมาก​เป็นการหลอกลวงกันมากกว่า ​คือ เด็กสอบ​ได้เอง​แต่กลับบอกว่า​ได้วิ่งเต้นช่วยเหลือเต็ม​ที่ ติดต่อคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง ​ถ้าเด็กสอบเข้าไม่​ได้ ก็​จะแก้ตัวว่า เสียใจด้วย วิ่งเต้นเต็ม​ที่แล้ว​ ไม่​สามารถช่วย​ได้จริง มันยากเหลือเกิน" สมพงศ์

"หยุด​ได้แล้ว​ละ" สมชาย

"เดี่ยวนี้เวลาย้ายหรือเลื่อนตำแหน่งให้สูงขั้นมีการเสียเงินด้วย มิฉะนั้น​​จะไม่มีโอกาส​ได้ย้าย หรือเลื่อนต่ำแหนงสูงขึ้น​ ระบอบงานก็มีการจ่ายค่าคอมมิสชั่น 5% 10% 20%​เป็นการ​เอาเปรียบประชาชน ​ทั้ง ๆ​​ที่รับเงินเดือนเต็มอยู่​แล้ว​ ​พร้อมค่าพาหนะ ค่า​ที่พัก ค่าอาหาร ค่ารับรองแขกฯลฯ

"ประชาชนก็เช่นกัน พอทราบข่าวว่า​จะมีการเลือกตั้งก็คิด​แต่​จะขูดรีดผู้สมัคร ​โดยการหลอกลวงว่า​จะนำเงิน​ไป​ใช้จ่ายในการหาเสียงให้"

นักการเมืองก็มุ่ง​ที่​จะ​เอาเปรียบประชาชน ​คือซื้อเสียงประชาชนมีสิทธิเพียง 4 นาที ​ที่​ไปหย่อนบัตรในคูหาเลือกตั้งเท่านั้น​ หลังจาก​ได้​เป็นตัวแทนแล้ว​ ก็ไม่​ได้ติดตามถามข่าวทุกข์สุขของประชาชนเลย​ ​ใคร​จะทุกข์ร้อนอย่างไรก็ไม่เกี่ยว ไม่สนใจ ​เพราะ​ได้ซื้อสิทธิ์ในการเลือกตั้ง​ไปอย่างเสร็จขาดแล้ว​ ​เป็นสิทธิของนักการเมือง​โดยชอบธรรมใน​ความคิดของ​เขา ดังเช่นเรา​ไปซื้อผักปลา จ่ายเงินทุกอย่างจบลง จึงไม่มีบุญคุณต่อกัน ไม่เหมือนสมัยก่อน ​เขาเรียกชาวเกษตรกรว่า กระดูกสันหลังของชาติ ​แต่ ปัจจุบันคุณค่าอันนั้น​หมด​ไปเหลือเพียง รากหญ้า เท่านั้น​ ไม่มี่คุณค่าใน​ความรู้สึกของประชาชน ​เขาดูถูกเหยียดหยาม ทับถม ​ซึ่งไม่มีในสมัยใดเทียบ​ได้"สมพงศ์

"พวกเธอก็พวกราหญ้านั่นแหละ​" สมชาย

"เ​พระคนชาดสำนึกในบุญคุณ ​เขาจึง​ได้รับ​ความเดือดร้อนต่าง ๆ​นานา เช่นการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ ทำให้บรรยากาศเปลี่ยน​ไป ทุกข์ภัยต่าง ๆ​มีมากมาย​ เช่น แล้งจัด ฝนตกหนัก น้ำท่วม พายุร้อน แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ​เพราะคนไม่รู้จักบุญคุณของธรรมชาติ ทำร้ายธรรมชาติทำให้โลกร้อน จาการทำลายป่า สร้างเครื่องจักรโรงงาน เครื่องจักรเคลื่อน​ที่เช่น รถต่าง ๆ​ โรงงานรถจักรยานยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม สร้างมลพิษทำลายโลก โลก​กำลังร้อนขึ้น​ทุกวัน น้ำแข็งขั่วโลก​จะละลายด้วย​ความร้อนจากแสงอาทิตย์ น้ำ​จะท่วมโลก มนุษย์​จะเดือดร้อน ทุกแหล่ง​ที่มีภัยจากธรรมชาติ นอกจากนั้น​เชื่อโรคต่าง ๆ​ ​ที่รักษาให้หาย​ได้ยาก​และ​เป็นอันตราย"สมพงศ์

ออด ออด ออด...​...​...​...​...​...​...​...​..

"​ได้เวลาพักแล้ว​ พวกเรา​จะ​ไปรับประทานอาหารกันก่อน" ครูกล่าวขึ้น​

"นักเรียนทำ​ความเคารพ" หัวหน้าชั้นเรียนบอกให้ นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม
"สวัสดีครับ​" "สวัสดีคะ​"

"พวกเรา​ที่​ได้​ได้เรียนพิเศษ หยุดก่อนซิ เรามีเรื่อง​​ที่​จะปรึกษาด้วย คุยกันเสร็จแล้ว​หรือยัง"

"เสร็จแล้ว​ ​ไปพวกเราร่วมกลุ่มเร็ว เรื่อง​นี้สำคัญมาก" คนหนึ่ง​ในกลุ่มสนับสนุน "เรา​จะทำ
อย่างไรดี ​เมื่อการวัดผลปลายภาคมีการ​ได้เปรียบเสียเปรียบกันมากเกิน​ไป เรา​จะปล่อยไว้อย่างนี้หรือทำเฉย​ได้ไง ​เป็นการทำลายสังคมไทยในพินาศในวันหน้า ​เพื่อป้องกันมิให้สังคมเราตกต่ำ เรา​ต้องช่วยกัน" เพชร

"เรา​จะช่วยเหลือสังคม​ได้อย่างไร" เด็กคนหนึ่ง​กล่าวขึ้น​ด้วย​ความสงสัย

"เราทำเช่นเดียว​กับนักเรียนชั้น ป.6จากหนังสือเรียนภาษาไทย ​ที่เด็กเจอปัญหาของพ่อแม่​ได้คิดกันช่วยเหลือผู้ปกครอง ​โดยติดต่อ​กับเจ้าของสวน​ที่อยู่​เหนือน้ำ​ไปทางต้นน้ำทำนบกั้นน้ำเข้าสวนแล้ว​ปล่อยน้ำ​ไปอีกทางหนึ่ง​ ทำให้ทุ่งเลี้ยงวัวของชาวบ้านแห้งแล้ง สัตว์อดอยาก พืชสวนมีปัญหาเรื่อง​น้ำ นักเรียนกลุ่มนี้​ได้ช่วยกัน​ไปติดต่อเจ้าของสวน ช่วยเหลือเจ้าของสวนขนมูลวัว ช่วยอาสาทำกิจกรรมอื่น​ที่พอ​จะช่วย​ได้ ทำให้เจ้าของสวนพอใจมาก รักเด็กเหล่านี้อยากช่วยเหลือ​เขา เด็กก็เล่าเรื่อง​ทุ่งเลี้ยงวัว​และการ​ใช้น้ำของชาวบ้านให้เจ้าของสวนฟัง เจ้าของสวนจึง​ได้เปิดน้ำให้ไหลลงมาทางเดิม​และแบ่งกัน​ใช้ จึงไม่มีปัญหา ​และ​ได้รู้จัก กันช่วยเหลือกัน​ไปเยี่ยมเยียนกันเสมอ ทำให้หมู่บ้านมี​ความสุขเสมอมา"ดรุณี

"เรา​จะทำอย่างไรละดรุณี" เดช

"เราเสนอแนวคิดกั้นมาก่อนแล้ว​คอยพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ​ที่เหมาะสม​ที่สุด" พิชัย

"เรา​ไปขอร้องให้ท่านเหล่านั้น​หยุดสอนพิเศษ"จอม

""ขอให้ท่านนำข้อทดสอบ​ที่สอนพิเศษมาให้พวกเรา​ได้ทดสอบด้วย​ระหว่างเรียน​เป็นการศึกษาค้นคว้าวิพากษ์วิจารณ์ด้วยกัน"เดช

"เรา​ไปเรียนให้ทานผู้อำนวยการให้ท่านพิจารณาทนทวนพฤติกรรมของครู​ที่สอนพิเศษ"พิชัย
เรานำข้อมูล​ไปเรียนทางเขตพื้นทีการศึกษาให้กำหนดมาตรฐาน ​เพื่อให้​ความ​เป็นธรรมแก่สังคม"ดรุณี

"เราเสนอทางสื่อมวลชนให้​ได้ทราบปัญหาของ​ความเดือดร้อนของนักเรียน​และประชาชนกลุ่มหนึ่ง​"สมพงศ์

"หลังจากนั้น​​ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ผลการลงมติให้นักเรียนกลุ่ม​ที่ไม่เรียนพิเศษ รวมกัน​ไปเสนอขอเสนอแนะ​และปัญหาแด่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ​และ​จะ​ได้นำสื่อมวลชนมาทำข่าวด้วย

"เราดำเนินการพรุ่งนี้ ตอนเช้า​หลังจากเข้าแถวหน้าเสาธงเคารพ ธงชาติแล้ว​"สมพงศ์
"​ใครมี​ความเห็นต่างบ้าง"สมพงศ์ถาม

เงียบ "แสดงว่าทุกคนเห็นด้วยไม่มีคนเห็นต่าง"สมพงศ์

"ตกลงพรุ่งนี้ตอนเช้า​หลังเคารพธงชาติเรา​ไปพบท่านผู้อำนวยการด้วยกัน" พิชัย

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3789 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง เอาเปรียบกันทำไม
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๑๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19289 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 29 ก.ย. 2558, 16.09 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น