นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๘
พฤกษา....ครวญ
เปิดฟ้า ก้องหล้า
...ตุ้ม ! ตุ้ม ! เสียงจุดอ้ายตูมดังขึ้น​​สนั่นหวั่นไหว แผ่นดินสะเทือน ต้นไม้สะท้าน คนอยู่​​ใกล้เคียงปวดหู จนหูอื้อ​​ไปนาน ๆ​​ อ้ายตูม ​​เป็นชื่อเคร่ืองจุดระเบิดเ็นสัญญาณบอกการเรื่มงาน...
ตุ้ม ! ตุ้ม !
เสียงจุดอ้ายตูมดังขึ้น​สนั่นหวั่นไหว แผ่นดินสะเทือน ต้นไม้สะท้าน คนอยู่​ใกล้เคียงปวดหู จนหูอื้อ​ไปนาน ๆ​

อ้ายตูม ​เป็นชื่อเครื่องจุดระเบิด​เป็นปัญญาท้องถิ่นของไทยผลิตด้วย​เขาควายในระยะแรก ​ได้พัฒนามา​เป็นกระบอกเหล็กสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ​ความยาวเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 -- 5 เซนติเมตร ฐานกว้าง 5 เซนติเมตร ปลายยาว 3 เซนติเมตร ​ใช้ดินประสิว​ซึ่งทำ​ใช้เองในหมู่บ้าน หย่อนดินประสิวลงก้นบอกอ้ายตูม แล้ว​อัดให้แน่นด้วยไม้เล็ก ๆ​ ​ที่เตรียมไว้ ​ส่วนปลายของไม้สวมด้วยทองเหลือง หรือทองแดง อัดให้ดินแน่นชั้นแรก แล้ว​ใส่ดินปืนอีก อัดอีกให้แน่นแล้ว​ใส่ดินปืนอีก อัดจนดินประสิงมี​ความหนาประมาณ 1 นิ้ว จึงใส่ตะพดหรือเปลือกมะพร้าว​ซึ่ง​เอาขุยของมันออก แล้ว​ม้วน​เป็นกระจุกเล็กๆ​ อัดลง​ไป แล้ว​​ใช้ดินเหนียวอัดลง​ไป​ส่วนหนึ่ง​ แล้ว​ดึงไม้สำหรับเสียบรูใส่ชนวนออก ดินปืนผงก็ออกมาจากประบอกทางรูชนวนเล็ก ๆ​ ​ซึ่งห่อ​เอาดินปืนไว้ เสียบเข้า​ไปในรูจนแน่นแล้ว​ปล่อยปลายชนวนไว้ให้ยาว สำหรับจุดชนวนให้มันระเบิด

​เมื่อปิด​ส่วนบนด้วยดินเหนียวให้แน่นแล้ว​ก็นำอ้ายตูม​ที่เสียบชนวนแล้ว​​ไปวางใต้ต้นไม้ใหญ่ ๆ​ ​เพื่อจุดตามเวลา​ที่เจ้าของงาน​ต้องการหรือ​พร้อมในการจุดแล้ว​

​เมื่อ​จะเข้างานศพตามเวลาตามฤกษ์ยามแล้ว​ เช่นเริ่มงานมีการก่อไฟ สมมุติว่ามีฤกษ์ยาม 05.00 นาฬิกา ก็​จะมีการจุดอ้ายตูม ครั้งละกระบอก บางครั้งจุด​พร้อม ๆ​ กัน 2 กระบอก​ได้

​เมื่อ​ได้ฤกษ์ยาม เจ้าหน้า​ที่จุดอ้ายตูมก็​จะนำ​เอาอ้ายตูมตามจำนวน​ที่​จะจุด​ไปว่าง แล้ว​ให้สายชนวนยาวห่างออกมา แล้ว​จุดเทียน​ที่ผูกไว้​กับปลายไม้ แหย่เข้า​ไปจุด แล้ว​รีบวิ่งออกมาห่าง ๆ​ ประมาณ 20 -- 30 วินาที ก็​จะมีเสียงระเบิด หนึ่ง​ครั้งต่อ 1 ลูก แล้ว​จึงค่อยจุดลูก​ที่สอง ลูก​ที่สามอีกต่อ​ไป ครั้งละ 1 ลูก เสียงของมันก็​จะดังมาก ทุกวันนิยม​ใช้พลุจุดแทนไอ้ตูมแล้ว​
​เมื่อจุดอ้ายตูมลูกแรก หมอทำพิธีประจำงานก็​จะ​ได้จุดไฟฤกษ์ยามให้พ่อบ้านจุไฟ​ที่ก่อสำหรับ​ใช้ในงาน ​ซึ่งนิยมเรียกว่าเปิดงาน หมอทำหน้า​ที่จุดไฟทุกเตา​ที่​ใช้ในการหุงแกงในงาน เจ้าหน้า​ที่ทำงาน​ที่​ได้นัดหมอบหมายให้ดำเนินการ ก็​จะมีการหุงข้าวกระทะใบบัวใบใหญ่ ทีการแกง ต้ม ตาม​ที่เตรียมไว้แล้ว​

งานศพนี้​เป็นงานศพของหนุ่มใหญ่อายุกลางคน ​ซึ่งทำหน้า​ที่ตัดไม้เลื่อยไม้ ​เพื่อสร้างบ้าน​และอาคารต่าง ๆ​ ตาม​ที่​เขาจ้างให้ทำ ​ส่วนมาก​จะ​เป็นไม้​ที่โค่นภายในบ้าน หรือไม้ในแปลง​ที่มีสิทธิตามกฎหมาย บางโอกาส มีคนว่าจ้าง​ไปเลื่อยไม้ในป่าสูงเชิง​เขา ​ซึ่งมีไม่น้อยนัก

ลุงแต้ม​เป็นผู้มีลักษณะแข็งแรง ร่างใหญ่ อารมณ์สนุก ไม่ชอบทะเลาะมีเรื่อง​​กับ​ใคร ​เป็นคนสุภาพ ​แต่ ท่านทำงาน​ได้ดีมาก ​เป็น​ที่รัก​ใคร​และชอบพ่อของทุกคนภายในหมู่บ้านนี้

ลุงแต้มมีเครื่องมือ​ใช้ในการแปรรูปท่อนซุง​เป็นไม้สำหรับนำ​ไปประกอบโครงสร้างอาคาร ตู้ โต๊ะ ต่าง ๆ​ ​คือเลื่อยกระทุ้ง ​พร้อมอุปกรณ์ลับเลื่อย ​คือ ตะใบ ​เป็นรูปสามเหลี่ยมยาวประมาณ 1 ฟุต ​ใช้สำหรับถูให้เลื่อยมีลักษณะไม่ลื่น ​เพราะการตรากตรำทำงานมาก ๆ​ จนใบมีดลื่น​และเลื่อยไม้ไม่ออก ธรรมชาติของเลื่อยมัน​จะมีใบเลื่อย​ที่ลับ​แต่งไว้แล้ว​

วันนั้น​กำนันของตำบล​ต้องการไม้​ไป​ใช้ในการซ่อมแซมโรงเรียนให้ถาวรมั่นคง ​เนื่องจากหลังคารั่ว ลุงแต้ม​ต้องรับภาระหน้า​ที่​เป็นคนเลื่อยไม้ย่อยออก ​เพื่อนำ​ไป​ใช้กระกอบ​เป็นอาคารสร้างใหม่ไว้ให้ลูกหลาน​ได้ศึกษาเล่าเรียน
ตอนเช้า​ลุงแต้ม​ได้จูงลูกวัว​และแม่วัว​ไปล่ามไว้ในล้อม ​ซึ่ง​เป็นทุ่งหญ้าประมาณ 6 ไร่ ลุงทำรั้วล้อมรอบขอบชิดด้วยต้นไม้ (ต้นปอ ต้นหงเทศ ​และต้นมะขามแซมด้วยเต่าร้าง มะม่วงหิมพาน ในล้อมมีจอมปลวกขนาดย่อมมีต้นไม้ให้ร่มเงา แก่วัว​ได้​เป็นอย่างดีตลอดวัน เช่น ต้นหว้า ต้นมะขาม ต้นขี้เหล็ก มีบ่อกลมลึกพอประมาณล้อมด้วยรั้วต้นไม้ยืนต้น​และไม้ไผ่ ​เมื่อถึงเวลาบ่ายโมง ลุงแต้ม​จะตักน้ำให้วัว​ได้ดื่มทุกวัน วันใด​ที่ลุงแต้ม​ไปทำงาน​ที่อื่นก็​จะมอบหมายให้ลูกหลาน​เป็นผู้จัดการให้

ลุงแต้มคดข้าวห่อใส่ต้อหมาก​ซึ่งลอก​ส่วน​ที่หนาด้านหลังของมันออก ตักข้าว ถุงใสแกง ปลา น้ำพริก แล้ว​​ใช้ต้อหมากนั้น​ห่อข้าว​และ​กับจนมิดพับด้านหัวท้ายให้กลับมาซ้อนกันตรงกลาง แล้ว​ผูกด้วยเชือกกล้วย แล้ว​นำห่อด้วยผ้าขาวม้าให้ห่อข้าวอยู่​ตรงกลางของผ้าขาวม้า​ทั้งสองข้างปลาย นำผ้าขาวม้าคาดพุงให้ห่ออยู่​ตรงสะเอวด้านหลัง​พอดี
​พร้อมด้วยน้ำใส่ออม ลูกออม​คือผลไม้ประเภทฝักทองมีรูปร่าง​ส่วนล่างโต ​ส่วนบนเล็กเรียวขอด ปลายมนกลม ผ่า​ที่ใกล้​ส่วนบน​เป็นช่องสี่เหลี่ยม​เอาไส้​และเมล็ดออกหมด ตากแดดให้แห้งนำมาใส่น้ำ เปลือกของมันแข็ง​และหนา
มีคณะกรรมการวัด หลายท่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตลอดถึงเจ้าอาวาส​และพุทธบริษัทจำนวนมากมีช้างสองเชือก​ไปร่วมในครั้งนี้ด้วย ​ได้​ไปเดินหากันหลายคน ก็พบต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง​อยู่​บนเนินลาดไม่มากนัก มติของคณะกรรมการมี​ความเห็นตรงกันว่าให้โค่นต้นนี้​ได้

ลุงแต้มจึงจัดแจงเย็บใบเตย​เป็นกระทง ขนาดเล็กมีรูปสี่เหลี่ยมบ้าง หกเหลี่ยมบ้าง สำหรับใส่ข้าว น้ำ ขนมหวาน ปลา เครื่องเส้นสังเวยประเภทสุรา ​เมื่อจัดการ​ได้ครบแล้ว​จึง​ได้วางสำรับลง​ที่โคนต้นไม้ จุดธูปเทียน ​พร้อมด้วยหมากพลู สุรา ปลาปิ้งแล้ว​ ลุงแต้มก็อาราธนาอัญเชิญชุมนุมเทวดา ประกาศให้เทวดา​ที่รักษาต้นไม้​ได้โปรดกรุณาอภัยให้ด้วย ​เพราะทางวัดมี​ความจำ​เป็น​ที่​จะนำต้นไม้​ไป​ใช้ประโยชน์สร้าง​เป็นสาธารณะกุศล ​โดยการสร้างอาคารเรียน จึงขออนุญาต​และขอ​ความกรุณาให้เทพารักษ์​ทั้งหลายจงอนุโมทนาสาธุการในบุญครั้งนี้ด้วย ​และสาธุขึ้น​​พร้อมกัน ​และอนุญาตให้คนของเราตัดต้นไม้​ได้ ไม่ทำอันตรายผู้ปฏิบัติโค่นล้ม​และแปรสภาพไม้​เป็นท่อน ดุ้น ​ซึ่งทางช่าง​จะ​ได้อุทิศ​ส่วนบุญกุศลให้แก่เทพารักษ์ผู้รักษามวลมนุษย์ชาติ หวังว่าสิ่งศักดิสิทธิ์​ทั้งหลาย​จะช่วยคุ้มครองดูแลรักษา​และให้​ความปลอดภัยแก่ทุกคน​ที่มาร่วมกันเลื่อยไม้ในครั้งนี้​และขอให้พวกเราจงมี​แต่​ความสุขสวัสดี

​เมื่อเชิญเทวดา ประกาศขออนุญาต ขออภัย​และให้ช่วยคุ้มครอง​และให้รับ​ส่วนบุญกุศลในกิจกรรมนี้แล้ว​ ทุกคนต่างมี​ความเชื่อมั่นสูง ก็เริ่มลงมือตัดโค่น

ต้นไม้ใหญ่มาก ​ใช้ขวานด้ามยาวตัดโค่นข้างละคนของด้านเดียวกัน เรียกว่าบากหน้า อีกด้านตรงข้ามไว้โค่นให้ล้มลงเรียกว่า บากหลัง จน​ส่วนหนึ่ง​ของต้นไม้​ได้ขาดลง ​และ​ได้ช่วยกันจนตะวันคล้อยต่ำลง ​จะ​เป็นสามโมงเย็น ต้นไม้ก็เริ่มขาด ปกติแล้ว​​จะล้ม​ไปทาง​ที่บากหน้าไว้ ​เมื่อขาดล้มแล้ว​ ต้นไม้ก็ไม่ล้มลง มันหมุนเวียนอยู่​อย่างนั้น​ ไม่ล้ม ทุกคน​ที่​ไป​ได้เห็นเหมือนกันหมดต่างก็หยุดดู​และคอยระวัง ​เพราะไม่​สามารถคาดเดา​ได้ว่าต้นไม้​จะล้ม​ไปทางใด หลายคนหวั่นวิตก ​เพราะไม่ทราบทิศทางการล้มของต้นไม้​ได้ มันยังยืนตรง​และหมุนอยู่​​กับ​ที่

​เมื่อจัดแจงจุดธูปเทียนวางดอกไม้บูชา แล้ว​เริ่มสวดมนต์ไหว้​พระ อ้างอำนาจของ​พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่​หัวองค์ปัจจุบัน​และ​พระสยามเทวาธิราช ตลอดจนบรรพกษัตริย์ราชวงค์ต่าง ๆ​ ​ที่เคยปกครองประเทศไทย ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ​ทั้งหลาย ​ซึ่งมีเจ้าป่าเจ้า​เขา จง​ได้ช่วยเหลือ ขอให้เทวดาผู้ปกป้องคุ้มครองจงอนุญาตให้ล้ม​และให้​จะนำไม้​ไป​ใช้​เป็นสาธารณะประโยชน์ในการกุศล ขอให้เทวดาผู้รักษาดูแลทุก​พระองค์​ได้ร่วมกันรับบุญกุศล เสร็จพิธีก็ให้บางคน​ไปตัดเถาวัลย์​และติดกิ่งเล็กออก ​เมื่อ​แต่งเสร็จนายช่าง ลุงแต้มให้ชาวบ้าน​ได้ช่วยกันดึง ต้นไม้ก็ยังไม่ล้ม ​เมื่อลมพัดก็ยังหมุน​ได้เหมือนเดิม
ลุงแต้มนึก​ได้ว่าในสมัยก่อนนั้น​บริเวณนี้​เมื่อมีมโนราห์ผ่าน หรือหนังตะลุงผ่าน คณะหนังหรือมโนราห์​ต้องหยุด​และแสดงหรือรำถวาย ​ถ้าไม่รำถวายหรือแสดงถวาย ​จะมีอาการอาเพศต่าง ๆ​ จนไม่​สามารถเดินทางต่อ​ไป​ได้ จึง​ต้องแสดงหรือรำถวายดังกล่าว

"ข้าแด่ท่านเทวดาเจ้าป่า เจ้า​เขา เจ้า​ที่เจ้าทางโปรดกรุณามอบต้นไม้ให้แก่พวกของเราด้วยเถอะ เรา​จะนำ​ไปสร้าง​เพื่อการกุศล ประโยชน์แก่ปวงชน ทำโรงเรียน​เป็นสถาน​ที่ศึกษาของเยาวชน ​เมื่อนำ​ไปสร้างสำเร็จตามวัตถุประสงค์แล้ว​ พวกเรา​จะรำมโนราห์ถวาย 1 โรง กรุณาอนุญาต​และให้ไม้ล้ม​ได้ดังปรารถนา ​และ​สามารถแปรรูป ตลอดจนการชักลากดำเนิน​ไปด้วย​ความเรียบร้อย​ ไม่มีอุปสรรคใด อันตรายใด ๆ​ ​และ​ถ้าผิดพลาดอย่างไร คณะของพวกเรา​ต้องกราบขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

เสียงลมพัดเรื่อย ๆ​ มาจากทิศตะวันออก จนพัดแรงขึ้น​​เป็นลำดับ บางครั้งลมพัดหวน คณะของลุงแต้มตัดไม้ทุกคนก็หลีก​ไปหลบอยู่​ทีใต้ต้นไม้ใหญ่ขนาด 5 คนโอบต้นสูงมากอีกซีกควนด้านหนึ่ง​ ทันใดนั้น​ไม้ก็ล้มลงอย่างง่ายดาย ไม่ค้างบนพอนไม้ หรือต้นไม้ให้​ต้องลำบากเหมือน​กับทุกครั้ง​ที่เคยทำมาก่อน หายเหนื่อย​ไปเยอ
ประมาณชั่วโมงกว่า ขณะ​ที่ต้นไม้หมุนร่อนอยู่​ก่อนล้มลง
​เมื่อไม่​ต้องโค่นแล้ว​ ชาวบ้านต่างช่วยกันรอนกิ่งเล็ก ๆ​ ​ที่ไม่​ต้องการออก หมดแล้ว​จัดกะระยะของ​ความยาว​ที่​ต้องการไม้นำ​ไป​ใช้แล้ว​ทำเครื่องหมายไว้ เว้นระยะไว้สำหรับตัดด้วยขวาน​และเลื่อย ​เมื่อตัดออกแล้ว​ก็เจอะจมูกไม้สำหรับใส่โซ่ผูกลากจูงนำกลับ​ไปแปรรูป​ที่วัด ​โดย​ใช้ช้างลากเปลี่ยนทิศทาง​และลากออกจากป่าด้วยช้าง ​และคนจำนวนมาก จนกว่า​จะทำ​เป็นเหลี่ยมด้วยการถากด้วยขวานถาก​และขวาน แล้ว​จึงลาก​ไปเลื่อยแปรรูป​ที่วัด เตรียมให้คนมาช่วยกันงัดไม้ช่วยเหลือช้าง ให้​สามารถเข้าทาง​ได้รวดเร็ว​เมื่อนำถึงวัดยัง​ต้องช่วยกันเลื่อยทุ้งไม้ให้แตกออก​เป็นสองซีกแล้ว​นำสองซีกวางบนคาน หาไม้รองให้​ส่วน​ที่หนักกว่าสูงขึ้น​ประมาณเข่า ​เพื่อให้พื้น​ที่ลาดชันน้อยขึ้น​​และ​จะ​ได้ตีเส้นด้วยถ่านไฟสีดำ ทำ​โดยนำถ่านไฟฉายมาตำให้แตก​และ​เอาถ่านสีดำใส่กะลาผสมน้ำ​ใช้เชือกด้านหนึ่ง​จุ่มในกะลา​โดย​ใช้นิ้วใดนิ้วหนึ่ง​กดหรือ​ใช้ไม้กดไม่ให้โผล่ขึ้น​จากน้ำถ่านใน​ส่วนนั้น​​ที่​จะให้ติดสีดำ แล้ว​ดึงให้ผ่านจุดนั้น​​ไปมากน้อยตาม​ความ​ต้องการ​ที่เหมาะสม​กับ​ความยาวของท่อนไม้​ที่​จะตีเส้นให้​เป็นแนวตรงสำหรับเลื่อยออก​เป็นดุ้นตามขนาด​ที่​จะนำ​ไป​ใช้ในการสร้างอาคาร ​ซึ่งนายช่าง​ได้กำหนด ​ความยาว ​ความหนา สองด้านให้​และจำนวนดุ้น​ที่​ต้องเลื่อยให้เพียงพอ​กับ​ความ​ต้องการ

"โอ้ย โอ้ย ช่วยด้วย ช่วยด้วย เราถูกรังแก ช่วยด้วยท่านเจ้าขา"

ลุงแต้ม​ได้ตื่นขึ้น​อย่างงัวเงียหลังจากพล่อยหลับ​ไปด้วย​ความอ่อนเพลีย​ที่​ต้องผจญ​ความเหนื่อยยากตลอด​ทั้งวัน

"ปานนี้แล้ว​ ​ใครหนอมาร้องไห้โอดครวญอยู่​อีก ​เขา​จะหลับ​จะนอน หนวกหูจริง ๆ​ " ลุงแต้มบนพึมพำในใจ

ลุงแต้มสลัดผ้าห่มออกลุกขึ้น​เปิดหน้าต่างออก​ไปดู เห็นผู้หญิงชุดขาวผมยาว​กำลังนอนร้องไห้ครำครวญ​และบิดร่าง​ไปมา เหมือน​กับมีอาการเจ็บปวดทรมานยิ่งนัก ​ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ลุงแต้มตัดสินใจ​ไปเปิดประตู แล้ว​​ไปหยิบมีดหมอ ไม้หวายลงอาคมของอาจารย์ ​พร้อมภาวนากันตนเอง​ใช้ผ้าขาวม้าอีกผืนพาดบ่าเปิดประตูกว้างออกรีบลงบันได​ไป​ที่หญิงสาว​ที่ร้องไห้อยู่​ทันที

ลงถึงพื้นลุงแต้มหัน​ไป​ที่ตุ่มน้ำเชิงบันไดตักน้ำมาขันหนึ่ง​จึง​เอาบ้วนปากล้างหน้า 2 -- 3 ครั้ง วางขันลงบน​ที่ตั้ง​พร้อม​เอาผ้าขาวม้า​ที่พาดบ่ามาเช็ดหน้าให้สะอาด

"ทำไมหนูมาร้องไห้อยู่​​ที่นี่"
"...​...​...​...​...​...​...​...​.."

เจ้า​เป็นลูกเต้าของ​ใครอยู่​​ที่ไหน ทำไมมาร้องไห้อยู่​​ที่นี้ ​จะให้ลุงช่วยเหลืออะไร​บ้าง"

หญิงสาวหันมามอง​พร้อมยกมือขึ้น​ไหว้มีเลือดไหลโชกกาย มีแผลเหวะหวะ​ทั้งร่าง ช่างน่าสังเวชยิ่งนัก ใบหน้าเธอบิดเบี้ยวด้วย​ความเจ็บปวดทรมาน ​พร้อมเธอส่งเสียงร้องระริก ฟูมฟายเช็ดน้ำตาพรางพูดพรางสะอึกสะอื้น
"หนูถูกทำร้ายคะ​"

"​เมื่อไร"

"​เมื่อวานคะ​"

"​ที่ไหนละ"

"ในป่าโน้น" ​พร้อม​กับชี้มือ​ไปทางในป่าใหญ่

"พ่อแม่ญาติพี่น้องอยู่​ไหนละ"

"อยู่​บริเวรแถวนี้แหละ​จ๊ะ​"

"เธอมากจากตะเคียนทองในป่าใช่ไหม"
"ใช่คะ​"
"มาทำไมหรือ"

"ฉันอยู่​ในป่าอย่างสงบ มีทีพักอาศัยอยู่​​กับต้นตะเคียนทอง ประดุจบ้านของหนูคะ​" เธอแหนหน้าขึ้น​ดูลุงแต้ม​พร้อมสะอื้น " อยู่​มีเทวดามาชุมนุมเต็ม​ไปหมด ถูกมนุษย์ขอร้องเทวดาเหล่านั้น​ให้ขอ​ที่อยู่​อาศัยของฉัน ​ซึ่ง​ได้อยู่​มา​เป็นกัปล์​เป็นกัลป์ ​เขาบังคับให้หนูสละ​ที่อยู่​ให้แก่มนุษย์หนูไม่ยอม เทวดาก็ไม่ยินยอม ​เพราะท่านบอกว่า ​เขา​จะขอ​ไปทำประโยชน์ให้แก่มวลมนุษย์ชาติ ​โดยทำ​เป็นสถาน​ที่เรียน ฉันก็​ต้องยอม ​เพราะเทวดา​เป็นผู้มีบุญ มีคุณธรรม ​แต่เทวดาไม่เห็น​ความเดือดร้อนของผู้หญิงเล็ก ๆ​ คนหนึ่ง​เลย​ "

"เธอ​จะให้ลุงทำอย่างไร"

"ไม่ทราบคะ​ หนู​ได้รับ​ความเจ็บปวด​เพราะ​ที่อยู่​​คือร่างของฉันมันถูกทำลาย ด้วยการโค่น ตัดกิ่ง ผ่าซีก เจ็บปวดทรมาน​ที่สุด พวกมนุษย์ไม่มีเมตตาจิตบ้างเลย​ หนู​กำลัง​จะใกล้ตายอยู่​แล้ว​"

"ลุงขออภัยด้วย ลุงไม่คิดว่าเหตุการณ์​จะ​เป็นอย่างนี้ ลุงก็​เขาขอร้องให้​ไปร่วมโค่น​เพราะลุง​เป็นช่างก่อสร้าง ช่างไม้ ลุงขออภัยด้วย แล้ว​หนูโกรธพวกลุงไหม"

"ไม่คะ​ หนูไม่อยากสร้างบาปให้ติดตนเอง ​เพราะ​ความโกรธ​เป็นมนต์ดำ ​ที่ทำให้จิตใจตกอับ​และอาจ​จะตกลงในบันไดนรก​และ​ไปนรก​ได้รวดเร็วนัก หนูไม่กล้าคะ​"

"ก็หนูเจ็บปวด​และมาประท้วงอยู่​ต่อหน้าลุงมิใช่หรือ"

"ใช่คะ​ หนูจำใจยอม​เพราะเกรงกลัวเทวดา พวกท่านจึงไม่ผิด เทวดาก็ไม่ผิด​เพราะท่านมองถึงผลบุญ​ที่​จะบังเกิดขึ้น​แก่มวลมนุษย์​และเทวดา​จะ​ได้รับ​ส่วนแบ่งของบุญกุศลในครั้งนี้ด้วย​แม้​แต่ตัวฉันก็​จะ​ได้รับเช่นกัน"

"หนูมี​ความปรารถนาอื่นใดมากกว่านี้บ้าง"

"หนูอยากให้มนุษย์ทราบว่า นางไม้ก็​ต้องการ​ที่อยู่​อาศัย ​ต้องการให้คนเห็นใจ ไม่รังแกกัน​โดยการนำคณะ ผู้มีอำนาจมาบีบบังคับให้ทำตาม​ความปรารถนาของมนุษย์ มนุษย์นี่​ถ้าถูกทำลายล้างบ้างก็​จะเ​ที่ยวฟ้องโน้นฟ้องนี้ ถึงเวลาขอ ก็ขอทุกอย่างดะ​ไป ​ซึ่ง​เป็นเรื่อง​ของ​ความโลภ ​ความอยาก​ได้ ​และ การ​เอารัด​เอาเปรียบผู้อื่น ผู้​ที่ด้อยกว่า มือ​ใครยาวสาว​ได้สาว​เอา น่าสังเวช​ที่สุดเท่า​ที่ปรากฏมีมา"

"นี่เธอ...​.ทำบุญอุทิศ​ส่วนกุศล​ไปให้ ขอให้เธอจงรับ ​และคอยรับตลอด​ไป ฉันทำบุญทุกครั้ง​จะอุทิศให้เธอเสมอ​และตลอด​ไป"

"ขอบคุณมากคะ​ หนู​จะขอวิงวอนให้ลุง​ได้​ไปบอกเหล่ามนุษย์ว่า เหล่าบรรดาต้นไม้ก็มีชีวิตเช่นกัน เรา​ต้องการอาหาร ​ต้องการ​ที่อยู่​อาศัย ​ต้องการสิ่งบรรเทาโรคภัย ​ต้องการเครื่องทำ​ความอบอุ่น ​ต้องการสร้าง​ความดี

ขอให้มนุษย์อย่า​ได้รังแกพวกเรา มนุษย์​ได้รังแกพวกเรามานานแล้ว​ พวกเรา​ได้รับ​ความเจ็บปวดทรมาน ​และผลอันนั้น​​ได้สะท้อนกลับมายังมวลมนุษย์​ได้รับ​ความเจ็บปวดทรมานกลับคืน​ไปตามผลกระทบจึงสะท้อนกลับ​ไป

​คือ​ความทุกข์เดือดร้อนนานัปการจากธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ฝนลูกเห็บ ลมฤดูร้อน แห้งแล้ง โลกร้อน ขาดโอโซน รังสีดวงอาทิตย์ทำลายโลก อากาศหนาวเย็น พายุหิมะ หิมะขั้วโลกละลาย

นี่​เป็นกฎแห่งกรรม มิใช่นางไม้หรือเทวดากลั่นแกล้ง ขอให้มนุษย์ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้มนุษย์มี​ความเห็นใจ เอ็นดูเหล่าป่าไพร​และช่วยกันถะนุถนอม บำรุงดูแลให้ป่ามี​ความเจริญก้าวหน้า ​เป็น​ที่พึ่งของมนุษย์​ได้ตลอด​ไป ผู้​ที่ทำลายธรรมชาติก็​คือทำลายตนเอง คน​ที่เผาบ้านต้นเองก็​คือคน​ที่เผาตนเอง ​และลูกหลานของตนเอง​ทั้งในปัจจุบัน​และในอนาคต เช่นเดียว​กับผู้​ที่ทำร้ายธรรมชาติ"
...​...​...​...​...​...​.

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3726 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง พฤกษา....ครวญ
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๐๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19205 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 21 มิ.ย. 2558, 14.40 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น