นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๘
...เรื่อง​​สั้น " คืนสนอง" "ออด ๆ​​ ๆ​​ ๆ​​" เสียงออดดังลั่นพลิ้วกระโจน​​ไปรอบบริเวณ มันกระแทกผ่านแก้วหูของผม​​ไปอย่างง่ายดาย​​และของคน​​ทั้งบ้านของผม ๆ​​ ​​ซึ่ง​​เป็นพ่อค้านายทุนใหญ่...
เรื่อง​สั้น " คืนสนอง"

"ออด ๆ​ ๆ​ ๆ​"

เสียงออดดังลั่นพลิ้วกระโจน​ไปรอบบริเวณ มันกระแทกผ่านแก้วหูของผม​ไปอย่างง่ายดาย​และของคน​ทั้งบ้านของผม ๆ​ ​ซึ่ง​เป็นพ่อค้านายทุนใหญ่ผู้ช่วยให้​ความหวังของนักการเมือง สร้าง​ความหวือหวาเหนือ​ความ​เป็นจริง ในการเลือกตั้งในพื้น​ที่ ให้​กับพรรค​ที่ตนสนับสนุนตลอดมา

"ผมผวาตื่น ​ความคิดต่าง ๆ​ ยังกระจัดกระจาย ฟุ้งด้วย​ความแตกตื่นตกใจ ตาลุกวาว ผสม​ความมึนงงอย่างวัวเงีย ​เพราะ​เมื่อคืนเซซังกลับดึก ​เนื่องจากตะลุยงานสังสรรค์ ฉลองชัยชนะ​ที่ผม​สามารถกอบโกยทำราย​ได้​เป็นอันดับหนึ่ง​ จน​ได้รับรางวัลจากท่านรัฐมนตรี ตอนกลับบ้านฝน​กำลังถล่มบ้านเรือนมนุษย์ ป่า​เขาอย่างเมามัน ​โดยมิรู้สึกเหนื่อยล้า ก็ตกมันอยู่​ ​ซึ่งตกมาตั้งแต่เ​ที่ยงวัน​ที่แล้ว​มา" อุดมรำพึง​กับตนเอง หลังจากตกใจตื่นลุกขึ้น​นั่งด้วย​ความกลัว

"ออดสัญญาณไฟหรือสัญญาเตือนน้ำนองกันแน่ ​เพราะไม่เคยมีสัญญาณเช่นนี้เตือนภัยมาก่อน"

"คง​จะ​เป็นออดเดือนภัยน้ำท่วม มันเร็วถึงปานนี้เชียวหรือ คง​จะ​เป็นเพียงน้ำฝนเท่านั้น​" อุดมปลอบตนเอง

"โครม ๆ​ ๆ​ ๆ​" อาคารสั่นไหว เสียงหวิว ๆ​

"ผมหยิบรีโมทเปิดหน้าต่างทันที ​ความสงสัยว่ามันพุ่งกระจาย​ไปสำรวจเหตุการณ์​ที่ผ่านมาว่าเกิดเหตุการณ์อะไร​ขึ้น​ ผมกดรีโมท พอบานหน้าต่างแง้มออกลมพัดกรูเข้ามาในห้อง ส่งผลให้เสื้อผ้า กระดาษ ข้าวของกระจายปลิวว่อนด้วยแรงลม ไฟก็ดับอยู่​ก่อนแล้ว​

ผมจึงลุก​ไป​ที่หน้าต่างเห็นต้นไม้สองข้างถนน​กำลังหยอกล้อไล่จับวนเวียนอย่างตื่นเต้น มันกระโชคพัดสะบัดอย่างรุนแรง​และกระโจนทับลงบนถนนบ้าง สายไฟฟ้า เสาไฟฟ้า ๆ​ รับน้ำหนักไม่ไหวก็เซถลาล้ม​ไปบ้าง เห็นน้ำขาวโพลนแผ่กระจาย​เป็นละลอกกว้างไกล ​พร้อมเสียงคำรามของกระแสน้ำ​ที่เชี่ยวกรากอย่างน่าระทึกน่ากลัว ​ความมืดกระโจนทับปกคลุมทั่วเมือง น่ากลัวจัง กระแสน้ำต่างก็แย่งกันลงทะเลด้วย​ความเชี่ยว เสียงจอก ๆ​ ดังสนั่น" อุดมรำพึง​กับตนเอง

ผมจึงยืนดู​ที่หน้าต่างต้านกระแสลมแรง เห็นต้นไม้ในเงาตะคุ่มโยก​ไปโยกมาด้วย​ความสนุกจนลืมตัว​และล้มลง หลายแห่งหลังคาบ้านติดปีกบินปลิวว่อนขึ้น​สูง หายวับ​ไป บางแผ่นก็ร่อนถลาตกลงมาใกล้ ๆ​ บาง​ที่บ้านพังครืนลง​ทั้งหลัง ดุจคนอ้วนแย่ขี้นั่งก้นจมพื้น ​ได้ยินเสียงคนส่งเสียงร้องโหยหวน ​และเสียงตะโกนร้องสั่งกันดังลั่น​ไปทั่ว

ขณะนี้ลมยังพัดแรงมาก เศษวัสดุต่าง ๆ​ปลิวว่อน ผมดึงบานหน้าต่างเข้ามาเกือบติด​กับขอบตรงข้าง ​เพื่อสังเกตดูเหตุการณ์ต่าง ๆ​

ผู้รู้สึกว่า​บ้านของผม​ซึ่ง​เป็นอาคารสองชั้น ขณะนี้ผมอยู่​ชั้นบนมีอาคารสั่น มีเสียงดังเป๊ะปะคล้าย​กับมีวัสดุมากระทบหรือมีอะไร​หลุด​ไป

ทันใดนั้น​ผม​ต้องตกใจ ​เมื่อมีเสียงกระทบดังกราวอย่างรุนแรง ​และมีหยดน้ำลงมาจากเพดาน​และมีลมผ่านเข้ามาด้วย

"หลังคาของเราก็ปลิว​ไปด้วยแล้ว​หรือนี่" อุดมอุทานในใจ

​เมื่อ​ความกลัวมันพลันถลาเข้ามาโอบรัดกายผมจับสั่นอย่างแรง บ้านมีอาการโยก มีเสียงออด ๆ​ แอด ๆ​ น้ำจากเพดานไหลลงมาเต็มห้อง ผมพยายามหยิบเสื้อผ้า​และสิ่งของ​เพื่อหลีกเลี่ยง​ความเสียหาย ​แต่ทำ​ได้น้อยมาก

ลมพัดอย่างแรง เสียงดังเกรียวกราว ปรากฏว่าหลังคาบ้านหาย​ไป ​เพราะมีน้ำฝนผ่านลงมามาก ฝ้าเพดานก็หลุดตกลงมาในห้อง

"โครม ๆ​ ๆ​"

ผมกระเด็น​ไป​และผมตกใจกลัวจนแทบ​เป็นลมล้มพับ ​เมื่อมีวัตถุอย่างหนึ่ง​มากระแทก​กับบ้านของผมอย่างแรง ทำให้ประตูหน้าต่างแตกกระจาย อาคารก็พับล้มลง​ไป จากนั้น​ผมไม่รู้สึกอะไร​อีกเลย​

ผมณรงค์ ​เป็นคนรับ​ใช้อยู่​ในบ้านหลังนี้มาหลายปีแล้ว​ วันนี้รู้สึกหวาดกลัวยิ่ง ​เพราะไม่เคยเจอมาก่อน ฝนตกอย่างหนัก ลมพัดรุนแรง ผมพยายามช่วยเหลือคุณท่านด้วยการเก็บข้าวของ เครื่องมือ เครื่อง​ใช้​และขนของภายในบ้านขึ้น​​ไปไว้ชั้นสอง ตั้งแต่ระดับน้ำสูงขึ้น​มา​และไหลเข้ามาภายในบ้าน

ผมขึ้น​​ไปเห็นอาคารหลังใกล้ ๆ​ ล้มลงมาทับบ้านของคุณท่าน ในขณะ​ที่ผมสาละวนอยู่​​กับการขนของ ผมเฝ้าสังเกตอาคารหลังนั้น​ว่ามัน​จะล้ม​ไปทางทิศใด จนกระ​ทั้งลมกรรโชคอย่างแรง ด้วยแรงหมุนภายในจุดศูนย์กลาง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมหลีกออกมา จนกระ​ทั้งอาคารหลังนั้น​ล้มทับบ้านของคุณท่าน​ส่วนหนึ่ง​ แรงกระทบกระแทกทำให้อาคารของท่านทรุดตัวลง​ไป

ผมรีบวิ่งเข้า​ไปดูนายท่าน หลังจาก​ที่เหตุการณ์สงบลง เห็นนายท่านนอนสลบอยู่​ เลือดกองพื้น มีเศษไม้ทับอยู่​​ที่ขา​ทั้งสองข้าง

ผม​ได้หาเศษไม้หักในบริเวณนั้น​มา​ได้ท่อนหนึ่ง​ จึงนำมางัดไม้​ที่ทับขอของคุณชายอยู่​ ผม​ได้เตรียมม้านั่งมา สำหรับรองไม้คาน​ที่งัดไม้​ที่ทับขาของคุณชายให้สูงขึ้น​​และ​จะ​ได้ลากดึงคุณชายออกมา​ได้

ผมเฝ้าดูคุณชายอยู่​ ผมบีบนวดหรือเคาะเบา ๆ​ ​พร้อม​กับน้ำฝน​ที่ตกลงมาเปียกโชก ทำให้คุณชายฟื้นคืนสติมา​ได้

ผม​ใช้โทรศัพท์โทร.เรียกรถพยาบาลจากโรงพยาบาลต่าง ๆ​ ก็ไม่​สามารถกระทำ​ได้ ไม่มีสัญญาณ

ผมจึงผละจากคุณชาย​เพื่อ​จะ​ไปตามหาผู้คนมาช่วย ​แต่ไม่​สามารถ​ไป​ได้ ​เพราะน้ำบนถนนเชี่ยวมาก ​และมีระดับสูงมาก ทุกบริเวณมืดสนิทไฟฟ้าไม่มี​กำลังวังชามาเรียงรายแสงสว่างให้​ได้

ผมไม่​สามารถปีนป่ายออกมาจากบ้าน​ได้ ​เพราะมีเศษปรักหักพังของบ้านอาคารต่าง ๆ​
คุณนายจ๋า ท่านอยู่​​ที่ไหนในขณะนี้ รีบกลับบ้านด่วน มาช่วยคุณชายเร็ว ๆ​ หน่อย​ คุณชาย​ได้รับบาดเจ็บ ​กำลังนอนสลบอยู่​ ​จะ​เป็นตายร้ายดีอย่างไรไม่ทราบ​ได้ บ้านก็พังหมดแล้ว​ ข้าวของต่าง ๆ​ เปียกหมด อาคารทรุด​และพัง หลังคาก็ปลิว​ไป​กับลมเกือบหมด

ผมพยายาม​จะโทรหา​เพื่อน ๆ​ คน​ที่รู้จัก ​เพื่อ​จะ​ได้ขอช่วยให้​เขามาช่วยเหลือคุณชายให้ปลอดภัย ​โดยนำส่งโรงพยาบาล​ที่ใกล้​ที่สุดด้วยก็ไม่​สามารถติดต่อ​ใคร​ได้

เกือบสองชั่วโมงผ่านมา ฝนยังตกไม่หยุด ผมจึงลากร่างของคุณชายเข้าหลบในเพิงชอกฝา​ที่ล้มลง​แต่ไม่แตกหัก ผมลากคุณชายมาด้วย​ความยากลำบาก ร่างเปียกโชก เลือดยังไหลบ้างเล็กน้อย​ที่บริเวณขา สันนิษฐานว่าขาหักหรือกระดูกแตกหรือหัก คุณชายลืมตาขึ้น​มา

"คุณชายตื่นแล้ว​ ไชโย"

"โอย เจ็บ เจ็บ"

"บ้านเราอยู่​ไหน ทำไมเรามาอยู่​ตรงนี้ละ สมพร" คุณชายถามคน​ใช้ของตนด้วย​ความสงสัย

"สมพรเรากลับบ้านเถอะ หรือ​ไปโรงพยาบาล​ที่ใกล้​ที่สุด" คุณชายขอร้อง

"สมพร ทำไม​เป็นอย่างนี้ เราปวดมาก ช่วยพาเรา​ไปโรงพยาบาลหน่อย​".

"ผมพยายามแล้ว​ครับ​ ​แต่.."

"อะไร​หรือ"

"น้ำท่วมถนนหนทาง บ้านพัง ถนนเสียหาย ไฟฟ้าดับ รถยนต์จำนวนมากจมอยู่​ในน้ำครับ​"

"แล้ว​​ไป มัน​เป็น​ได้อย่างไร"

"ฝนมันตกมาตั้งแต่​เมื่อเ​ที่ยงวานนี้แล้ว​ ​พร้อมพายุใต้ฝุ่นพัดกระหน่ำซ้ำสอง จึงเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ​ เกิดขึ้น​​ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ครับ​เจ้านาย"

"เจ็บเหลือเกิน ช่วยเราเร็ว ๆ​ หน่อย​"

"ยาแก้ปวดก็ไม่มี หาอะไร​ก็ไม่เจอ คนก็ไม่มี ​จะทำอะไร​​ได้"

"ช่วยโทร.ติดต่อ ​เพื่อนให้หน่อย​ ​เขามีเฮลีคอบเตอร อาจช่วยนำเรา​ไปหาแพทย์​ได้"
ครู่​ต่อมา

"พยายามมาแล้ว​ครับ​ ไม่​สามารถติดต่อ​ได้ครับ​"

จนสว่าง ฝนยังตกอยู่​ เสียงน้ำดังแซ่​ไปหมด มองเห็นขาวโพลน ​เป็นพื้น​ระหว่างอาคาร มียอดไม้โผล่ออกมาบ้าง เมือง​ที่เจริญด้วยวัตถุ กลาย​เป็นทะเล​ไปแล้ว​
ตะวันสาย ผม​ได้ยินเสียงเฮลิคอบเตอรบินละลิ่วมาชอนไชโสตสัมผัสของผมอีกครั้งหนึ่ง​ สมพร​ได้โบกผ้าขาวขอ​ความช่วยเหลือ คอบเตอรก็โรยตัวต่ำลงมา สมพร​ใช้วิธีตะโกนบอกเจ้าหน้า​ที่เรือว่ามีคนเจ็บ ​พร้อมชี้มา​ที่ผม เรือก็บินหายลับ​ไป ไม่นานเรือคอบเตอรกลับมา บินวนรอบ ๆ​ แล้ว​บินลอยตัวอยู่​​ที่เดียว ​พร้อมโรยเชือกลงมา มีเจ้าหน้า​ที่​และเปลหามด้วย เจ้าหน้า​ที่​ได้ทำการปฐมพยาบาล ​โดยช่วยกันยกขายกลำตัว​พร้อม ๆ​ กัน ​และดามกันกระแทกยามเคลื่อนไหวขนย้าย จึงยกลงนอนเปลแล้ว​​ใช้เชือกสองเส้นผูก​กับ​ที่หาม​ส่วนหัว​และท้าย เชือก​ที่ผูกเปล​ทั้งสองข้าง​เมื่อดึงแล้ว​ยาวเมตรกว่า รวบติดกัน​ส่วนบนสุดผูกด้วยเชือก​ที่หย่อนจากลงมา ผูกเสร็จแล้ว​ให้สัญญาณให้นักบินดึงเชือกขึ้น​​ไปด้วยรอกอัตโนมัติตามคันบังคับ จน​สามารถนำขึ้น​บนเครื่องบินคอบเตอร​ได้ แล้ว​หย่อนเชือกลง​ไปรับเจ้าหน้า​ที่ขึ้น​เรือ แล้ว​นำผม​ไปส่งโรงพยาบาล​ที่มีชื่อเสียงในด้านการรักษา

"สมพร คุณนายสายสมรกลับบ้านแล้ว​หรือยัง"

"ยังครับ​ ยังไม่​ได้ข่าวคราว วิทยุกระจายเสียง​ได้แล้ว​​จะ​ได้ฟังข่าวบ้าง ผมซื้อวิทยุทรานซิทเตอรมาแล้ว​ครับ​"

"สถานีวิทยุ FM 90.mhz ของเรา​ได้ติดตาม​และรายงานสถานการณ์น้ำท่วมมาตั้งแต่ 3 วันก่อนมาแล้ว​ วันนี้มีสถิติ ผู้​ได้รับ​ความเสียหายเฉพาะในเมืองนี้ อาคารพัง 92 หลัง บ้าน​ที่พังเล็กน้อย มีจำนวน 451 หลัง ต้นไม้โค่นทับเสาไฟฟ้า 26 ต้น สวนผลไม้จำนวน 1,236 ไร่ สัตว์เสียชีวิต 2,695 ตัว มีผู้เสียชีวิต 4 คน ดังมีรายนามต่อ​ไปนี้...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

"ศพคุณนายสายสมร ยังไม่มีญาติมารับศพ ทางมูลนิธิ​จะนำ​ไปเก็บรักษาไว้ ​เพื่อญาติพี่น้อง​ไปแสดงจำนงรับศพในโอกาสต่อ​ไป"

"ผมตกใจมาก มีอาการจุกแน่นในอก สมพร​ได้ช่วยบีบนวดหัวไหล่ แผ่นหลัง กลางหลัง ​และบริเวณ จึงคลายอาการแน่นอกหายใจติดขัด จนหายใจไม่ปกติ"

​ความเสียหายด้านชายฝั่งทะเลนั้น​ สวนอาหารหลายแห่งถูกคลื่นซัดพังทลาย​และน้ำ​ได้กวาด​เอาวัสดุสิ้น​ส่วนของอาคารลงทะเล​ไป

"ผม​จะมีชีวิจอยู่​​ได้อย่างไร ใน​เมื่อห้างร้านบริษัท บ้านถูกน้ำพัดพาเสียหายหมด ​แม้​แต่ภรรยาก็เสียชีวิต ตนเองก็ขาหักสองข้าง ไม่​สามารถ​ไปรับศพภรรยามาทำการฌาปนกิจ​ได้ จึงจำ​เป็น​ต้องอาศัยคนงานช่วยเหลือชีวิตอีกต่อ​ไป

จากข่าววิทยุ​และโทรทัศน์จึง​ได้ทราบสาเหตุของการเกิดฝนตกจากนักวิชาการว่า​เป็นเหตุการณ์ผันผวนทางสภาพอากาศ อาลิโน ​และญานิโย ​คือแล้งมาก ​และฝนตกมาก ผิดจากฤดูกาล​ที่ผ่านมา ​เพราะมนุษย์ทำลายสภาพสิ่งแวดล้อม ​โดยการตัดไม้ทำลายป่าของนักการเมือง​และนายทุนบางคน จนอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้โลกร้อน หิมะละลาย อากาศผันผวน ฝนตก ภูเขาถล่ม ดินชะพังทลาย ทำลายมนุษย์ ​ซึ่งมนุษย์​ได้รับ​ความเดือดร้อนจากธรรมชาติ​โดยทั่วกัน

มีหลายครั้งหลายครา​ที่มีลมพายุร้อน ทำลายอาคารบ้านเรือน วัดวาอาราม พืชพันธุ์ หลายครั้งฝนตกน้ำท่วมนองจนทำลายชีวิต ทรัพย์สิน ​และธรรมชาติด้วยกันเอง ทำลายเศรษฐกิจ ​ซึ่งยากแก่การแก้ไข เพียง​แต่คอยซับน้ำตา ​เพราะผลพวงจากฝีมือของมนุษย์​ที่ทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติจึงย้อนทำลายบ้าง

​เมื่อลูกของผม​ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของแม่ จึงรีบกลับบ้านมาด้วยรถปิคอัพกะบะมาด้วยกัน 2 คน ​ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถลื่นไหลตกลง​ไปในลำคลอง จมหาย​ไปในก้นคลอง​พร้อมรถ​ทั้งคู่

สมัยก่อนผมมี​ความเจริญรุ่งเรืองในเรื่อง​ธุรกิจการค้าไม้ ​โดยมีนักการเมือง​ที่​เป็น​เพื่อนกันให้การสนับสนุน ผมเองก็​ได้ช่วยเหลือบำรุงพรรคด้วยเงินมหาศาลเช่นกัน

ผม​สามารถสัมปทานป่า ผม​สามารถตัดไม้ขาย​ได้เสมอ ทำให้ป่าโล่งเตียน​ไปมาก นอกจากผม​จะมีบริษัท​เป็นของตนเองแล้ว​ ผมยังมีบริษัทสาขาทุกภาค ​และเกือบทุกจังหวัด บางแห่งข้าราชการใจดี ผม​สามารถให้คนงานตัดป่าโล่งเตียน​ที่ละป่า ผมจึงกลาย​เป็นเศรษฐี​ไป​โดยปริยาย ​เพราะนักการเมืองคอยขูด รีด ไถ เงินมิขาดระยะ ​ซึ่ง​เป็นการพึ่งพาอาศัยกัน เช่นเดียว​กับโคควาย​และนกเอี้ยงหรือนกกระยาง

สมัยนั้น​ผมมี​ความสุข มีคนนับหน้าถือตา ​ไป​ที่ไหนมีคนเคารพ ให้​ความนับถือ ผมอิ่มเอมปิติ​กับ​ความสุขยิ่งนัก ​แต่วันนี้​เมื่อเกิดเหตุเภทภัย ผู้คน​ได้รับ​ความเดือดร้อนกันทั่ว ​แม้​แต่กระผมเองก็​ได้รับ​ความเดือดร้อนอย่างสาหัส ขาหักเกือบ​เอาชีวิตไม่รอด เดชะบุญ​ที่รอดชีวิตมา​ได้ คน​ใช้ช่วยไว้​ได้ ​แต่ภรรยา​และลูกสองคนเสียชีวิต ทรัพย์สินสมบัติ​และการค้าต่าง ๆ​ ตลอดจนบริษัท​ได้รับ​ความเสียหาย ต่อ​ไปนี้หนี้สินคง​จะท่วมท้น ​เพราะ​ความสุรุ่ยสุร่าย ​และประมา​ทว่าชีวิต​จะรุ่งเรืองตลอด​ไป เงินมาก บริวารมาก ปรารถนาสิ่งใดก็​ได้สิ่งนั้น​ดังใจคิดทุกอย่าง

ผมเชื่อตาม​ที่นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์กล่าว ​และวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลว่าการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้เกิดสภาพการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ​ทั้ง​โดยตรง​และ​โดยอ้อม ขึ้น​อยู่​​กับเวลาเท่านั้น​ ​จะช้าหรือเร็ว อัน​เป็น​ไปตามเหตุผลของสภาพแวดล้อมนั้น​ ๆ​

อาลิโน ​และญายิโน ทำให้โลกเปลี่ยนแปลง​ไปตามสภาพของมัน ผู้คนเดือดร้อน​ได้รับ​ความเสียหายมากมาย​ทั่วโลก ​เพราะผลจากการทำร้าย ทำลายธรรมชาติ นี่เราก็​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ ​ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น​ ​ถ้าเราไม่สัมปทานป่า ถางป่า ขายไม้แล้ว​ โลกก็คง​จะยังอยู่​ตามปกติไม่​ต้องเดือดร้อนเช่นวันนี้ ผลมันย้อนกลับให้เรา​ได้พบเห็นกันแล้ว​ทั่วทุกภาค

ผมเสียใจ​ที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส มีการล้มตายกัน​เป็นเบื่อ ทรัพย์สินเสียหายมากมาย​ ยาก​ที่​จะคะ​เนนับ​ได้

ผมเจ็บปวด​ที่ภรรยา​และลูกเสียชีวิตในโอกาสอันไม่สมควร ผม​ได้รับทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง ทำให้ผมเอ็นดูสงสารตนเอง เลย​คิดถึง​ความทุกข์ยากของผู้อื่น ผมอยากช่วยเหลือผู้อื่น​เป็นการไถ่บาป ​โดยการแจ้งทางเทศบาล​และองค์การบริหาร​ส่วนตำบลต่าง ๆ​ ​เพื่อแจกเงินช่วยเหลือแก่ประชาชน ​เพื่อปัดเป่า​ความทุกข์ยากจาก​เขาเหล่านั้น​ให้พ้น​ไป จึงอนุโมทนาช่วยเหลือมวลมนุษย์ อัน​เนื่องจากอุทกภัย วาตภัย มอบ​เป็นเงินช่วยซื้ออาหาร น้ำดื่ม ซ่อมแซมอาคาร ​และยารักษาโรค ด้วยเงินจำนวน 30 ล้านบาท​ ​เพื่อไถ่บาปตนเอง ​เนื่องจากสำนึก​ที่ตน​ได้รับ​ความทุกข์ทรมานในครั้งนี้ ​และ​จะช่วยเหลือผู้อื่นอีกต่อ​ไปตามโอกาสจำ​เป็น​ที่เหมาะสม​กับการจ่าย

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3716 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง คืนสนอง
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๓๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19191 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 16 มิ.ย. 2558, 12.02 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น