นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๘
เพราะ ลุงนั่นแหละ
เปิดฟ้า ก้องหล้า
...​​เพราะ...​​ลุงนั่นแหละ​​ หน้าตลาดสดสองข้างทางแน่นด้วยแม่ค้าพ่อค้า ซีกติด​​กับตลาดขายผักขายปลา ด้านตรงข้ามขายผักผลไม้ มีผู้คนเดินควักไขว่...
​เพราะ...​ลุงนั่นแหละ​

หน้าตลาดสดสองข้างทางแน่นด้วยแม่ค้าพ่อค้า ซีกติด​กับตลาดขายผักขายปลา ด้านตรงข้ามขายผักผลไม้ มีผู้คนเดินควักไขว่ เสียงเจี๊ยวจ๊าวการต่อรองราคา​และการสนทนาถามสารทุกข์สุกดิบกันตามประสา

"สวัสดี จ๊ะ​ลุง" สามสาวเรียงหน้ากัน​เขามาพบลุงคนหนึ่ง​​ซึ่งชราพอสมควรอายุประมาณ 70 -- 80 ปีนั้น​แหละ​ พนมมือไหว้​พร้อมถอนสายบัว ลุงยกมือขึ้น​รักไหว้ด้วยอาการงง ๆ​
"สวัสดีจ้า ​เป็นมาอย่างไร ​เป็นลูกเต้าเหล่า​ใคร​ที่ไหนกัน" ชายชราถาม
"พวกหนู​ทั้งสามคน​และ​เพื่อน ๆ​ ​ได้เรียนจบมหาวิทยาลัย​และ​ได้ทำงานกันทุกคนแล้ว​"สาวคนสูงโปร่งพูดแทนทุกคน

"อย่างไรหรือ ลุงงงหมดแล้ว​ ​เป็นลูกศิษย์ของลุงหรือ" ลุงถามด้วย​ความสงสัย
"ไม่ใช่ลูกศิษย์ค่ะ​ ​แต่เรา​ได้คุยกัน​ที่หาดแสนสุขลำปำ​เมื่อ 7 ปีก่อน ​เพราะพูดคุย​กับคุณลุงจึงทำให้พวกเราจึงมีวันนี้ หนูขอชื่อ นามสกุล​และสถาน​ที่อยู่​ของคุณลุงด้วยนะค่ะ​ ​จะ​ได้​ไปเยี่ยม​เมื่อมีโอกาส

"​ได้​จะหลาน ๆ​"

ลุงหยิบการ์ดบอกชื่อลุงให้คนละใบ แล้ว​เธอ​ทั้งสามก็ลาจาก​ไป ปล่อยให้ลุงงุนงงสงสัยต่อ​ไปอีก

กลับถึงบ้านทานข้าวแล้ว​ลุงก็เปิดพัดลมนั่งสงบระลึกภาพย้อน​ไปในอดีต​เมื่อ 7 ปี​ที่แล้ว​มา

นึกออกแล้ว​ วันนั้น​​ที่หาดแสนสุขลำปำ​กับนักเรียนหญิงจำนวนหนึ่ง​​ซึ่ง​ไปเ​ที่ยวสนุกสนานกันในชั่วโมงอิสระ เกือบ​ทั้งห้อง ​แต่​ส่วนหนึ่ง​ประมาณ 6 -- 7 คน ​ได้ข้ามฝั่ง​ไปในหาดแสนสุขลำปำ

บริเวณสถาน​ที่ท่องเ​ที่ยวลำปำ ​ซึ่ง​เป็นสถาน​ที่ตั้งอยู่​บนหาดทะเลสาบลำปำ ​ซึ่ง​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของทะเลสาบสงขลา ขี่รถ​ไปจากในเมืองถึงลำปำประมาณ 8 กิโลเมตร

ประมาณกิโลเมตรกว่า ถนนเรียบ​ไป​กับลำคลองขนาดใหญ่ทางฝั่งขวา ​ซึ่งเรียกว่าแม่น้ำลำปำ ฝั่งตรงข้าม​กับคลอง(ฝั่งซ้ายของถนน)มี สถานีอนามัย สถานีเพาะพันธ์ปลา ของกระทรวงเกษตร กรมประมง สถานีตำรวจประจำตำบล สถานีวิทยุ สถาน​ที่จำหน่ายอาหาร ​และสถาน​ที่ตากอากาศ มีร่มสนลมพัดเย็นสบาย สถาน​ที่ตากอากาศ มีโรงเรือน ​และสถาน​ที่จัดเวทีการแสดง มีศาลากลางน้ำ ฝั่งขวา​เป็นเกาะขนาดย่อม 25 ตารางไร่ มีต้นไม้ร่มเย็น มีสถาน​ที่นั่งพักผ่อนตากอากาศ ​เป็นม้าหินอ่อนวางเรียงรายใต้ต้นไม้​เป็นระยะ ตรงกลางเกาะมีปาร์มอยู่​​ส่วนหนึ่ง​

วันนั้น​ลุง​ไปลำปำ​เพื่อ​จะ​ได้บรรยายบรรยากาศ เขียนบท​ความ เรื่อง​สั้น​และบทประพันธ์ตามประสาคน แก่ ๆ​

ลุงจอดรถไว้บนลานถนน​ส่วนหน้าของจุดกลับรถไว้ใต้ตนประดู่ด้านหน้าสวนสนุกแล้ว​ จึงสะพายกระเป๋าเดินผ่านประตูสวนสนุก ทางเข้า​ซึ่งมีป้าย ห้ามรถ ลุงเดิน ผ่านอาคารต่าง ๆ​ ห้องน้ำ ผ่านสถาน​ที่แสดงรูปหนังตะลุง วางเรียง​เป็นซุ้ม​เป็นแนวกลางลานจากข้างหน้า​ไปด้านหลังอยู่​ใกล้​กับเวทีการแสดงกิจกรรม ​และการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ​ เดินผ่านศาลาเวทีกิจกรรมจนถึงเชิงสะพานข้ามฝาก​ไปยังฝั่งหาดแสนสุขลำปำ​ซึ่งอยู่​ทางขวามือ ลุง​ได้พบ​กับนักเรียนมัธยมปลายจำนวนหนึ่ง​ ​กำลังถ่ายรูปกันอยู่​​ที่เชิงสะพาน พวกเธอยืนเต็มพื้น​ที่ไม่​สามารถเดินผ่าน​ไป​ได้ ​เขายืนหันหลังให้ลุงจึงไม่เห็นว่าลุง​กำลังเดินมาถึงสะพาน​และ​กำลัง​จะ​ใช้สะพานผ่าน​ไปฝั่งโน้น

สะพาน​เป็นสะพานไม้เฉพาะ​ส่วนพื้น ด้านข้างกั้นสูงด้วยโครงเหล็กกันมิให้รถตกลง​ไปในคลอง ​ซึ่งทำด้วยไม้เรียบขวางตลอดประมาณ 200 เมตร ยังมีไม้แผ่นหนา รองรับรอยล้อรถข้างละสามแผ่นยาวตลอดสะพานอีก

"สวัสดีจ้า สาว ๆ​ นักศึกษา ​กำลังทำอะไร​กันอยู่​"

"สวัสดีค่ะ​" ​เมื่อหันมามองผู้สูงวัยบางคนก็ไหว้บางคนก็ถอนสายบัวบางคนก็ยืนนิ่ง ​แต่กล่าวคำสวัสดีทักทายด้วย

"วันนี้ไม่เรียนกันหรือ"

"ไม่เรียนค่ะ​ ​เป็นวิชาอิสระ ​และคุณครูประชุมด้วยจึง​ได้มาเ​ที่ยวกัน

"เรียนสนุกไหม"

"ไม่จ้า ไม่สนุกเลย​ บางครั้งปวดหัว บ่างครั้งครูดุ บางครั้งขี้เกียจขึ้น​มาง่าย" นักเรียนคนหนึ่ง​ตอบ

"ลุง​จะ​ไปไหน​จะ เดินมาทางนี้"

"ลุง​ไปนั่งพักผ่อนสนุก ๆ​"

"​ที่ลุงสะพายมาในกระเป๋า​เป็นเสบียงอาหารหรือคะ​"

"มิใช่ขนม ​แต่​เป็นหนังสือ ​และกระดาษ"

"หนูคิดว่าขนม​จะ​ได้ขอทานบ้างชัก​จะหิวอยู่​​แต่ก็​ต้องผิดหวังตามเคย"

"คุณลุง​จะ​ไปหา​ที่สงบอ่านหนังสือหรือ"

"ลุง​จะเขียนมากกว่าอ่าน​เมื่อออกมาอย่างนี้​ถ้าอยู่​​ที่บ้านลุง​จะอ่านมากว่าเขียน"

"มีหนังสือให้อ่านไหมค่ะ​"

"มีจ้า ​แต่​ต้อง​ไปอ่าน​ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ริมขอบด้านตะวันออกของเกาะ ​เมื่อข้ามสะพาน​ไป​ได้แล้ว​ ​ซึ่ง​สามารถมองเห็นสำนักงาน​และลานจอดรถ​ได้ ลุงจอดรถไว้​ที่นั้น​"
"​ไปค่ะ​ มาพวกเรา​ไปอ่านหนังสือกัน"

"หนังสืออะไร​"

"หนังสือของลุง"

"มีมากไหมลุง"

"มีประมาณ 10 เล่ม สิบเรื่อง​เล่ม บาง ๆ​"

"​ใครเขียนหรือลุง"

"ลุงเขียนเอง"

"​ไปก็​ไป ​เอาพวกเรา​ไปอ่านกัน"

ลุงนำเดินข้ามสะพานา​ไปแล้ว​เลี้ยวขวาลง​ไปในสนามเดินตรง​ไปใต้ร่มไม้ตัว​ที่สาม​ซึ่งตั้งอยู่​ใต้ต้นไม้มีหญ้าเขียวชอุ่ม ระยะทางประมาณ 20 เมตรจากเชิงสะพาน

ลุงเลือกโต๊ะหินอ่อนชุด​ที่พอเหมาะ​กับสถานภาพแล้ว​ ​ใช้ผ้าเช็ดโต๊ะ​ที่เตรียมมาจากบ้านเช็ดโต๊ะ เช็ดใบไม้ออกจากโต๊ะ​และ ม้านั่ง เช็ดมูลนกออก ขณะ​ที่ทำงานอยู่​นี้​ได้เห็นนก​และ​ได้ยินเสียงนกหลายชนิด มันบิน​ไปบินมา บ้างกระโดดโลกเต้น บ้างจิกอาหาร บ้างไล่จิกกัน สนุกนาน​ไปตามธรรมชาติของมัน

"เชิญนั่งเถอะนะ"

"ค่ะ​ ขอบคุณค่ะ​" ทุกคนมานั่งลงบนม้านั่งล้อมโต๊ะไว้ปล่อยให้เหลือว่างอยู่​หนึ่ง​​ที่นั่งสำหรับคุณลุง

ลุงลากกระเป๋า รูดซิพปากกระเป๋าออก ล้วงมื่อลง​ไปหยิบหนังสือเล่มบาง ๆ​ ประมาณเล่มละ 9 -- 10 เล่ม ​ซึ่ง​แต่ละเล่มบรรจุเรื่อง​สั้นไว้ 1 เรื่อง​

"หนังสือ​ที่ลุงเขียนขึ้น​เอง​เป็นเรื่อง​สั้น คงพอ​จะอ่าน​ได้ ​ใครอยาก​จะอ่านบ้าง" ลุงถาม
"ฉันค่ะ​ ฉันชอบอ่านหนังสือมาก ๆ​"

"ดีมาก ​ถ้าเธอชอบอ่านหนังสือ ต่อ​ไปในอนาคต เธอโตขึ้น​​จะ​ได้​เป็นผู้นำทางปัญญาในสังคม​ที่เธออาศัยอยู่​ ลุงขอบใจพวกเธอนะ​ที่ชอบอ่านหนังสือ ก่อน​ที่เธอ​จะ​ได้อ่านหนังสือเหล่านี้ ลุงอยาก​จะถามเธอว่า"

"คุณพ่อคุณแม่ให้เงินมาโรงเรียนวันละเท่าไร" ลุง

"ฉัน​ได้ 100 บาท​ค่ะ​"

"ฉัน​ได้ 80 บาท​ค่ะ​"

"ฉัน​ได้ 60 บาท​ค่ะ​"

"ลุงอยากถามว่าพวกเธอ​แต่ละคนจ่ายพอหรือไม่"

"พอค่ะ​"

"ฉันก็ไม่พอค่ะ​"

"ทำไมไม่พอละ"

"ค่า​โดยสารวันละ 40 บาท​ ค่าอาหาร น้ำดื่มวันละ 30 บาท​ ค่า​ใช้สอยอื่น ๆ​ 30 บาท​ค่ะ​"

"เธอคิดว่า​แต่ละวันพวกเธอ​ได้เงินมาเยอะไหม" ลุง

"ไม่เยอะค่ะ​"

"เออ ช่างมันเถอะ ลุงอยากทราบว่า ​ใครให้เงินพวกเธอมาโรงเรียน หรือว่าพวกเธอหา​ได้เอง"

"ไม่คะ​ หนูหาเงินเองไม่​ได้ ​แต่ คุณพ่อคุณแม่ท่านหาเงินให้พวกเราจ่ายค่ะ​"

"พ่อแม่ของเราทำงานอะไร​ งานหนักไหม เหนื่อยไหม" ลุง

"พ่อดิฉัน​เป็นโซเฟอรรถค่ะ​"

"พ่อแม่ของฉัน​เป็นเจ้าของกิจการร้านขายของชำคะ​"

"พ่อของหนูทำกิจการปลูก​และขายผักค่ะ​"

"พ่อของหนู​เป็นายอำเภอค่ะ​"

"เราทราบไหมว่าพ่อแม่ท่านทำงานตั้งแต่ตอนไหน" ลุง

"ตั้งแต่ตอนเช้า​เจ็ดโมงค่ะ​"

"ตั้งแต่แปดโมงเช้า​ค่ะ​"

"ตั้งแต่บ่ายสี่โมงเย็นจนเ​ที่ยงคืนค่ะ​"

"เธอ​ได้พบคุณพ่อคุณแม่บ่อยไหม" ลุงถาม

"ไม่บ่อยนักค่ะ​ ท่าน​ต้อง​ไปทำงาน​แต่เช้า​ กลับมาก็ค่ำมืด บางวันพวกเราก็เข้านอนกันแล้ว​ ท่านออก​กำลังกาย ​ไปงาน​เพื่อน ​ไปพักผ่อน ​และ​ไปร่วมกิจกรรม​กับ​เพื่อนร่วมงานค่ะ​"

"เธอคิดว่าพ่อแม่ท่านเหนื่อยไหมครับ​" ลุง

"ไม่ทราบหนูไม่เห็นท่านตอนท่านทำงาน ฉันคิดว่าคง​จะไม่เหนื่อย ​เพราะท่าน​ไปถึงก็อ่านแฟ้ม เซ็นชื่อ ผ่าน​ไปง่ายนิดเดียว บางครั้งก็ไม่​ได้อ่าน ท่านคง​จะไม่เหนื่อยค่ะ​"
"​ใครว่าพ่อแม่ท่านทำงานไม่เหนื่อย"

"ท่านคง​จะเหนื่อยเช่นกัน เห็นมาถึงบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้า ตั้งหลังก็หลับ"

"บางวันท่านนอนไม่หลับ นอนกระสับกระส่าย พลิกกลับ​ไปกลับมา นั่งบ้างนอนบ้าง กว่า​จะหลับ​ได้ก็ดึก"

"นั้น​แหละ​ อาการอย่างนั้น​แสดงว่าท่านเหน็ดเหนื่อย​เมื่อยล้า ​ถ้าพ่อของลูก​เป็นผู้นำ ​เป็นหัวหน้างาน ​จะ​ต้องรับผิดชอบต่อคนงาน​เป็นจำนวนมาก ต่อ​ความเจริญเติบโตก้าวหน้าของบริษัท ท่าน​ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ​ต้องคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหา หาวิธีการทำให้บริษัทมี​ความเจริญก้าวหน้า ​จะทำให้บริษัทเจริญมั่นคงอยู่​​ได้นาน"

"พวกเราเคยช่วยเหลืองานพ่อแม่ไหม มีการทำอะไร​​ที่​เป็นการช่วยผ่อนแรงของพ่อแม่บ้าง"

"ไม่มีค่ะ​"

"ฉันมีค่ะ​"

"พวกเธอลองเปรียบเทียบดู​ระหว่างงาน​ใช้สมอง​ใช้​ความคิดไหม เกี่ยว​กับงาน​ที่​ต้อง​ใช้​กำลังกาย​เป็นหลักว่า มันเหนื่อยไม่เหมือนกัน"

"​ถ้าเธออยากรู้ว่าพ่อแม่​จะเหนื่อยอย่างไร ก็ให้เธอช่วยเหลืองานพ่อแม่ แล้ว​เธอ​จะรู้ว่า​ความเหน็ดเหนื่อยนั้น​​เป็นอย่างไร"

"พ่อแม่ทำนาเราก็ช่วยทำนา พ่อแม่ค้าขายเราก็ช่วยขายของ ทำงาน​ทั้งวัน บางวันงาน​ต้องแข่ง​กับ​กับเวลา เหนื่อยครั้งแล้ว​ครั้งเล่า ก็​ต้องอดทน บางครั้งอาจ​จะเหนื่อยต่อการประกอบอาชีพ ก็ไม่​สามารถหยุดทำงาน​ได้ ​เพราะ​ต้องหาเงิน​ใช้จ่ายในครอบครัว ​ถ้าล้มป่วยลง ​ต้อง​เอาเงินรักษาป่วย ค่าเล่าเรียน ค่าขนม ค่าหนังสือ ค่าเสื้อผ้า ค่าของ​ใช้จิปาถะ ก็​เป็นหยดเหงื่อแรงงานของพ่อแม่​ทั้งนั้น​ ไม่ไม่มีเวลา​จะพักผ่อน ทุกคนทำ​เพื่อลูกตน​ทั้งนั้น​"

"​ถ้าลูกทำงานแล้ว​​จะรู้​และพบว่าตนทำงานแล้ว​เหนื่อยอย่างไร ​จะ​ได้รู้ว่าพ่อแม่เหนื่อยอย่างไร"

"ไม่​ได้ค่ะ​ ​ถ้าพ่อไม่ทำงาน ก็​จะไม่มีเงิน พวกเรา​จะ​เอาเงิน​ที่ไหน​ไปโรงเรียน ​ไปร่วมกิจกรรม ซื้อเสื้อผ้า ​และอื่น ๆ​ อีกมากมาย​

"​ถ้าสมมุติว่าพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุถึงพิการหรือเสียชีวิต เรา​จะ​เอาเงินมาจากไหน ​ใช้จ่ายในการศึกษา การอยู่​กิน​แต่ละวัน"


"ก็เราทำงานหาเงินมา​ใช้จ่ายเอง"

"​ถ้าเราหาเงิน​ใช้จ่ายเองตอนนี้ เรา​จะ​ได้มีเวลาเรียนหรือไม่"

"เราก็ไม่​ได้เรียน"

"ฉะนั้น​พ่อแม่มีค่ามีคุณสำหรับพวกเรามากไหม"

"มีค่ะ​"

"ใช่ ท่านมีคุณค่า มีประโยชน์ มาตั้งแต่เราอยู่​ในท้องแล้ว​ แม่ถะนุถนอม​แม้ลูก​จะหนักอึ้ง เดินอืดอาดอุ้ยอ้ายก็ตาม ​แม้แม่​จะท้องโตก็ตาม แม่ก็​ต้องทำงานหาเงิน หุงข้าวปิ้งปลา ซักเสื้อผ้า ฯ ให้พวกเราอีก"

"​ถ้าเรา​เอาของหนักประมาณ 2 ก.ก. มาผูกติดไว้​กับหน้าท้องของลูก ลูก​จะทนไหวไหม เหนื่อยไหม เบื่อไหม ​จะทน​ได้เช่นแม่ไหม"

ผู้หญิงทุกคนเสี่ยง​กับ​ความตาย​ที่สุด ​ความปวด​ที่สุดตอนคลอดลูก ​ได้เกิดมาแล้ว​ แม่ยัง​ต้องเลี้ยงดู ถนุถนอม ขนาดพวกเราอายุปานนี้แล้ว​ พ่อแม่ยังหาเงินเลี้ยงดูพวกเราอยู่​อีก"

"พวกเรา​จะทำอย่างไรดี"

"พวกเราช่วยงานท่าน ช่วยเหลือท่าน ​ถ้าเราเหนื่อย เราก็​จะรักพ่อแม่ บูชาพ่อแม่ ศรัทธาพ่อแม่ เราก็​จะทำงานทุกอย่าง ​แม้​แต่การเรียน การทำงานบ้าน งานครัว งานอื่น ๆ​ ​เพื่อให้พ่อแม่ท่านสบายใจ ผลงานของพวกเรา เช่น ผลการเรียน ​และงาน​ที่ทำสำเร็จ​จะ​เป็นการตอบแทนบุญคุณของท่าน ​คือท่านมี​ความปิติ มี​ความสุขสบายใจ
​และ​เป็น​กำลังใจให้ท่านทำงาน​เพื่อลูกอีกต่อ​ไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยตลอด​ไป"

"ทุกวันนี้​ใคร​ที่ไม่​ได้ช่วยเหลือพ่อแม่ทำงาน มีบ้างไหม" ลุงถาม

"มีค่ะ​ มีค่ะ​ มีค่ะ​...​.ๆ​ๆ​ๆ​"

"ลูกไม่มีจิตใจเอ็นดูสงสารพ่อแม่บ้างหรือ มีโอกาสลูกแอบ​ไปดูคุณพ่อคุณแม่ทำงานบ้างซิ ว่าท่าน​เป็นอยู่​อย่างไร"

"ฉันช่วยพ่อแม่ทำงานก่อสร้าง วันโรงเรียนหยุดเรียน ​และปิดภาคเรียนเสมอ"

"เธอเห็นพ่อแม่ของเธอทำงานแล้ว​รู้สึกอย่างไรบ้าง​นะ"

"ฉันเห็นค่ะ​ หนูว่า​เป็นเรื่อง​ธรรมดา ​เป็นปกติของท่าน หนูไม่​ได้คิด​จะช่วยท่าน มิ​ได้คิดว่าท่าน​จะเหนื่อย"

"วันว่าง ๆ​ เธอ​ไปช่วยทำงานพ่อแม่ท่านบ้างซิ เช่นช่วยยกปูน แบกของ ช่วยซักผ้า ช่วยดายหญ้า ช่วยทำ​ความสะอาด ช่วยทำครัว ฯลฯ แล้ว​เรา​จะรู้ว่าพ่อแม่เหนื่อยอย่างไร"

"พ่อแม่ฉัน​เป็นข้าราชการ"

"นั้น​แสดงว่าท่านเหนื่อยใจมากกว่า เหนื่อย​เพราะ​ต้อง​ใช้สมองในการคิดปกครองให้สมาชิกอยู่​กันด้วยอย่างมี​ความสุข การรับผิดชอบงานโครงการต่าง ๆ​ ​ที่หน่วยงานจัดวางไว้ ​ต้องให้สำเร็จตามเป้าหมาย ​ถ้างานสำเร็จ​จะ​ได้รับ​ความดี​ความชอบ เงินเดือนเพิ่มขึ้น​ ลูกฝึกปกครองน้อง หรือ​เพื่อน ๆ​ หรือศึกษาหา​ความรู้ ค้นหา​ความรู้มาก ๆ​ ก็​จะเหนื่อยเช่นกัน มัน​จะมีประโยชน์มาก เช่น ...​"

"คน​ที่ทำงาน​ใช้​กำลังกาย ก็​จะมีร่างกายแข็งแรงไม่ค่อยเจ็บป่วย สุขภาพแข็งแรง ลองดูคุณลุง คุณน้า คุณอา คุณยาย ​ที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แสดงว่าทำงานตอนหนุ่ม ๆ​ มาก"

"​เมื่อพวกเราช่วยเหลือพ่อแม่ทำงาน พ่อแม่​จะมี​ความสุข ​เป็นการตอบแทน​พระคุณของท่าน​และ​เป็นสิริมงคล​กับตนเอง ทำมาหากินมี​ความเจริญก้าวหน้า​โดยอัตโนมัติ"

"จงระลึกเสมอว่า พ่อแม่​คือเทวดาผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเรา ท่าน​คือ​พระพรหม หมายถึงพรหมสี่หน้า"

"ท่าน​เป็น​พระพรหมตั้งแต่​เมื่อไร เห็นมีหน้าเดียวตลอดมา"

"มี​ได้หมาย​ความว่าท่านมีสี่หน้าจริงหรอกนะ หมายถึงธรรมะอันประเสริฐ 4 ประการ​ที่ท่านมีต่างหาก หน้าแรกหมายถึง เมตตา กรุณา มุทิตา ​และอุเบกขาตามลำดับ"

"ลูก ๆ​ จงคิดย้อนหลังว่า มีสิ่งใดบ้าง​ที่พ่อแม่​ได้มีเป้าหมาย​ที่​จะทำให้ลูก ​เมื่อให้แล้ว​ท่าน​จะ​ต้องการคืนไหม ยามเจ็บป่วยท่านหนีห่างพวกเราไหม ยามทุกข์ร้อนใจ ​ใครช่วยเหลือเรา​โดยมิคิดคุณค่า ท่าน​เป็น​พระพรหมของพวกเรา เรา​ต้องเคารพบูชาด้วย​ความศรัทธา

"ลูก ๆ​ อยาก​เป็นเทวดากันไหม"

"อยาก​เป็นค่ะ​"

"​ถ้าอยาก​จะ​เป็นก็ง่ายนิดเดียว เพียง​แต่พวกเราช่วยเหลือพ่อแม่ ช่วยเหลือสังคม ​และช่วยเหลือตนเองตามหน้า​ที่ ด้วยอิทธิบาท​สี่ เท่านี้ก็​จะเจริญยิ่ง แล้ว​ก็​เป็นเทวดา​ที่มีบุญบารมีแล้ว​"

"อิทธิบาท​สี่​คืออะไร​นะ ครู​ได้สอนมาแล้ว​ หนูลืมเสียแล้ว​ มันอยู่​ปลายลิ้นนี่​กำลัง​จะนึกออกอยู่​แล้ว​"

"ธรรมแห่ง​ความสำเร็จไงละ ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสะ ดัง​ที่​พระมหาชนกทรงบำเพ็ญ​ความเพียร จนนางเมฆลาสงสารช่วยเหลือ​และ​ได้พบ​กับ​ความรัก​และครองเมืองอย่างมี​ความสุขในเวลา​ต่อมา

"แค่นี้หรอกหรือ"

"ใช่จ้ะ​ ​แต่เทวดา​จะ​ต้อง มีหิริโอตตัปปะ อีกด้วย"

"หมายถึงอะไร​ค่ะ​"

"หมายถึง​ความละอายต่อบาป ​และเกรงกลัวต่อบาป ไม่กล้าทำบาป ​เป็น​เป็นเทวดาอยู่​แล้ว​"

"คะ​ หนู​จะพยายาม​เป็นเทวดาให้​ได้ ​โดย​จะพยายามรักษาศีล ​และปฏิบัติหน้า​ที่ให้ดี​ที่สุด มี​ความซื่อสัตย์​และระลึกถึงบุญคุณของผู้​ที่ช่วยเหลือเราค่ะ​"

"ดีมาก ขอให้โชคดี"

"ขอบคุณค่ะ​"

มีหนังสือสิบเล่ม เชิญเลือกอ่าน​ได้ตามสะดวก​สอบ​และอ่านหมุนเวียนกันจนครบ​ทั้ง 10 เล่ม (​ถ้าพอใจนะอ่าน)

กริ้ง ๆ​ ๆ​ ๆ​ ๆ​

"ลุง ​ใช้ไหมจ๊ะ​"

"ดิฉัน กลุ่มนักเรียน​ที่พบคุณลุง​ที่หาดแสนสุขลำปำ ​เมื่อหลายปีก่อน ​และพบท่าน​ที่ตลาด​เมื่อวันก่อน"

"สวัสดี​จะลูก ๆ​"

"คุณลุงอยู่​​ที่บ้านใช่ไหมค่ะ​"

"อยู่​​ที่บ้าน​จะ"

"คุณลุงมีเวลาว่างไหม หนู​จะ​ไปเยี่ยม"

"​ได้​จะลูก ๆ​ ​จะมาตอนไหนละ"

"​จะ​ไปกันเดียวนี้เลย​ สะดวก​ไหมค่ะ​"

"​ได้ซิ เชิญเลย​"

รถตู้มาจอดหน้าบ้านคุณลุง ​ซึ่ง​เป็นอาคาร 2 ชั้น บริเวณกว้างขวาง มีไม้ใบ ไม้ดอก ไม้ประดับสวยงาม สนามหญ้าเรียบสะอาดเจริญใจ

คนหนึ่ง​ในกลุ่มกดออดเรียกเจ้าของบ้านหน้าประตู

คน​ใช้มาเปิดประตู

"​จะมาพบ​ใครจ๊ะ​"

"พบคุณลุงค่ะ​"

"เชิญค่ะ​ ท่านคอยอยู่​"

เจ็ดสาว​ได้ลงจากรถ มอง ๆ​ รอบ ๆ​ ปูลงมาหลังสุด​พร้อมด้วยกระเช้า​แบรนด์รังนก ติดป้ายอวยพรปีใหม่ จากคณะเจ็ดสาว

"สวัสดีครับ​ สาว ๆ​"

"สวัสดีจ๊ะ​ สาว ๆ​"

"สวัสดีค่ะ​" ทุกคนทำ​ความเคารพ​พร้อมถอนสายบัว เว้น​แต่ปู​ที่ถือกระเช้า​อยู่​ เพียง​แต่ย่อเข่าถอนสายบัวเท่านั้น​

"สวัสดีจ๊ะ​ เชิญขึ้น​มาบนบ้าน ​และเชิญนั่ง"

คน​ใช้สาวสวยบริการน้ำดื่มเย็น ๆ​ให้ทุกคน

"ขอบใจจ๊ะ​"

"การเดินทางสะดวก​สบายใหม่"

"สบายดีค่ะ​"

"เชิญตามสบาย คิดเสียว่า​เป็นบ้านของพวกเธอก็แล้ว​กัน"

"ในนามตัวแทนของกลุ่ม หนูขออวยพรให้คุณลุง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุข พละ ​และปฏิภาณ ด้วยอำนาจของคุณ​พระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้คุณลุงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ​และภยันตรายใด ๆ​ ​และมี​ความสุขสวัสดีตลอดปีใหม่นี้เทอญ" ปู

"ขอบใจมาก ลูก ๆ​ ขอ ให้พร​ที่ลูก ปรารถนาให้เกิดมีแด่คุณลุงวันนี้ จงดลบันดาลตอบคืนให้ลูก ๆ​ จงประสบ​ความสำเร็จ ​ความสุข ดังพรนั้น​ด้วย" ลุง

"วันนี้ขอเชิญทานข้าวมื้อกลางวันด้วยนะ" ลุง

"ไม่​เป็นไรหรอก มิ​ต้องรบกวนก็​ได้"

"นาน ๆ​​จะเจอลุง ๆ​ ดีใจมาก ​และ​เป็นห่วงขอให้โอกาสลุงเถอะ"

"​ได้ค่ะ​ ​ถ้า​เป็น​ความ​ต้องการของคุณลุง"

"​แต่แม่บ้าน​กับลูกไม่อยู่​ ​จะกลับมาหลังเ​ที่ยงวัน มีคน​ใช้ คนครัวอยู่​ ​ถ้านั้น​ ขอเชิญหนู​ไปช่วยครัวด้วย ​โดยการแบ่งงานกันทำ"

"พวกเรา ​ไปปรึกษาแม่ครัวว่า​จะแกงอะไร​ตามใจชอบ แล้ว​ช่วยกัน​ไปหาผัก ปอกมะพร้าว ขูดมะพร้าว ขุดข่า เก็บพริก หาผักเหนาะ ผักจิ้ม น้ำพริก บ้าง​ไปตกปลา ปิ้งปลา ตามถนัด ต่างคนต่างช่วยกันทำ ​จะ​ได้สนุก ทำให้ชีวิตมีคุณค่า ​และยืนยาว​ไปอีก"

เจ็ดสาวปรึกษาแม่ครัวว่า​จะแกงคั่วมัสมั่น แกงเลียง ตำน้ำพริก พวกสาว ๆ​ ต่างแยกย้ายกัน​ไปในสวนหาผัก ​และเครื่องแกง​ได้ตาม​ความ​ต้องการ ช่วยกันลงแรงจนประสบ​ความสำเร็จ ร่วมกันรับประทานอาหารมื้อกลางวัน ​และลาจากกันด้วย​ความสุขใจ

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3715 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง เพราะ ลุงนั่นแหละ
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๕๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19190 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 16 มิ.ย. 2558, 10.39 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น