นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๓ มิถุนายน ๒๕๕๘
ความทรงจำที่(อยาก )หายไป
เล็ก โยธา
...​​ซึ่งในวัยนี้​​ถ้าเราแค่​​ไปสนิท​​กับ​​เพื่อนหญิงสาวๆ​​คนไหน ก็ไม่พ้น​​ที่​​จะถูกให้จับคู่กัน จนบางที​​ต้องเลย​​ตามเลย​​​​เป็นแฟนกันจริง ๆ​​...
" เฮ้ย...​.กูขอวนอีกรอบ ยังไม่อิ่มใจเลย​ว่ะ "
ชีวิตวัยเด็กนักเรียนมัธยมปลายในต่างจังหวัด​เมื่อ 30 ปี​ที่แล้ว​ ไม่มีกวดวิชากันหน้าดำคล้ำเครียดเหมือนสมัยนี้กันหรอก หลังจากเลิกเรียนก็​จะนัดกันชี่จักรยานตะเวนในตลาด ​( ​ที่กลุ่มพวกเราเรียกกันว่า..ร่อน ..) ​คือปั่น​ไปแล้ว​ก็แวะกินขนมข้างทาง​ที่​จะมีแม่ค้าสวยๆ​​แต่งตัวจี๊ดจ๊าดมารับจ๊อบขายขนมบัวลอยไข่หวานหน้าบ้านของตัวเอง ไอ้เรื่อง​อยาก​ได้สตางค์ก็เรื่อง​หนึ่ง​ ​แต่​ความ​ต้องการลึกๆ​ของพวกหล่อนคงอยากให้หนุ่มๆ​หล่อๆ​มากหน้าหลายตามาขายขนมจีบนั่นเอง
​แต่แม่ค้าเหล่านี้มันไกลสุดเอื้อม มัน​เป็นเรื่อง​ของผู้ใหญ่​เขา เด็กมัธยมขาสั้นอย่างพวกเรา เธอไม่สนใจหรอก ดังนั้น​กิจกรรมการขี่รถจักรยานวนบ้านสาว​ที่เราแอบชอบ​ที่โรงเรียน จึง​เป็น​จะ​เป็นกิจกรรมหลักของพวกเรามากกว่า ​ซึ่งในวัยนี้​ถ้าเราแค่​ไปสนิท​กับ​เพื่อนหญิงสาวๆ​คนไหน ก็ไม่พ้น​ที่​จะถูกให้จับคู่กัน จนบางที​ต้องเลย​ตามเลย​​เป็นแฟนกันจริง ๆ​
​และ " เธอ " ก็เหมือนกัน ด้วยเหตุ​ที่เธออ่อนภาษาอังกฤษมาก ผมจึง​ได้มีโอกาสติวเธออยู่​บ่อยครั้ง จน​เพื่อนๆ​พา​เอา​ไปล้อว่า​เป็นแฟนกัน เด็กๆ​​ที่คบกันสมัยนั้น​คบ​กับโรแมนติคมาก แค่​ได้เห็นหลังคาบ้านก็ชื่นใจแล้ว​ล่ะ การนอกลู่นอกทางไม่มากมาย​เหมือนสมัยนี้ คบกัน​ไป​เป็นปีถึง​จะกล้า​ไปดูหนังด้วยกันแถมพา​เพื่อนเธอ​ไปอีก​เป็นโขยง แบงค์ร้อยใบใหม่เอี่ยม​ที่​ได้จากการสะสมค่าขนมนับเดือนแทบ​จะหมด​เอาเลย​ในวันนั้น​
​จะว่า​ไปการเรียนๆ​เล่นแบบพวกเรา ชะตาชีวิตก็ไม่ใช่ว่า​จะปิดโอกาส​ไปเสียหมด ชีวิตมันถูกลิขิต​และมีทาง​ไปของมันเอง พวกเราติดมหาลัยคณะ​ที่ดี​เอาก็เยอะ ​เป็นหมอ​เป็นวิศวะ​เอาก็มาก บางคนเรียนดีพอ​ได้​ไปดูประกาศสอบนายสิบไม่ติด​เอาซะอย่างงั้น เดินปีกตกกลับหอ รุ่งขึ้น​ดันมาติดนายร้อยนี่สิ ​จะไม่ว่าลิขิตฟ้าหรืออย่างไร?
หลังจาก​ที่ต่างคนต่างแยกย้ายกัน​ไปเกือบปี ผมเองในฐานะ​ที่​ไปเรียน​เอาไกลกว่า​เพื่อน​ที่เชียงใหม่ ก็อาสา​เป็นโต้โผจัดงานเลี้ยงรุ่นภายในห้อง​เป็นครั้งแรก ​ความหวังอย่างลึกๆ​​ที่​จะ​ได้เจอเธออีกครั้งมันแน่นลึกๆ​ในใจ แอบจินตนาการ​เอาอย่างลึกๆ​ ว่า​ความสัมพันธ์เรา​จะ​ได้ข้ามขั้น​ไปกว่าเดิมไหม?หลักจากย่ำซ้ำๆ​อยู่​​กับขั้นเดิมมาหลายปี
" เธอ " เธอมา​พร้อม​กับ​เพื่อนชาย​ที่กรุงเทพฯ​ที่เรียนมหาลัยเดียวกัน ​ที่มือ​เขาหนีบหนังสือนิตยาสาร " แพรว " นิตยสาร​ที่วัยรุ่นในบางกอกนิยมกันมากในสมัยนั้น​ ​แต่สำหรับกลุ่มพวกเรา​ที่เราตั้งฉายากันว่า กลุ่มสกั๊งค์ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า " Skunk in soul " เจอกัน​เมื่อไหร่ พากินเหล้ากันตายกัน​ไปข้าง สาวๆ​​ที่นั่งด้วยวงแตกกันกระจาย ​และ​กับแกล้มชั้นยอดในวันนี้ก็หนีไม่พ้นการ​เอาเรื่อง​มา " เผา " ประเด็นหนุ่มบ้านนอกโดนไอ้หนุ่มแพรวเมืองบางกอกมาแย่งแฟน ​(หล่อน​จะรู้หรือเปล่านะ?)​ เผาซ้ำๆ​​เป็นแผ่นเสียงตกร่อง ดึกๆ​ดื่นๆ​ จนคอพลับหลับกัน​ไป
รุ่งเช้า​มหกรรมน้ำเหล้าก็เริ่มชั้นตามตะวัน​ที่เพิ่งโผล่ขึ้น​มาจากฟ้า การ​ได้กินเหล้า​กับ​เพื่อนๆ​ดู​จะ​เป็น​ความลงตัวสำหรับผมมาก​ที่สุด​แม้​จะโดนเผา​เอาตลอดงาน​แต่มันแค่เจ็บจี๊ดๆ​คัน ไม่ถึง​กับอกหักตีพงตีพาย ชงเหล้าเข้มๆ​หน่อย​เดี๋ยวมันก็หาย ตลอดงานสังสรรค์คราวนั้น​ผมก็​ได้​แต่คุย​กับแก้วเหล้าจนเราสนิทกัน
ผ่านงานเลี้ยงรุ่นปีแล้ว​ปีเล่านับสิบๆ​ปี ​ความรู้สึกลึกๆ​ในใจก็ยังติดคาอยู่​ตรงนั้น​ ​แม้​ความพัฒนาการในใจของเราต่างวิวัฒนาการกันแบบทาง​ใครทางมันแล้ว​ก็ตาม จนกระทั่งต่างคนต่างมีครอบครัว มีลูกมีเต้าจบจบมหาลัยกันแล้ว​ จนผมเปลี่ยน​ความรู้สึกมาชื่นชอบไอ้หนุ่มบางกอกคนนี้​ที่มันจริงจังมาตลอดนานนับ 30ปี ไม่เกเรเหมือนหนุ่มบางกอกหน้าไหว้หลังหลอกแบบในเพลงลูกทุ่งหลายๆ​เพลง ...​...​...​.. มันสอบผ่านหัวใจผมจริงๆ​
​และงานเลี้ยงรุ่นในครั้งนี้ ผมไม่แน่ใจว่า​เป็นครั้ง​ที่เท่าไร ผมก็ยัง​เป็นโต้โผในการจัดงานเหมือน​กับหลายๆ​ครั้ง​ที่ผ่านมา​แต่ครั้งนี้งานดู​จะเงียบวังเวง​ไปหน่อย​ในใจผม​เพราะวงเหล้า​ที่เคย​เป็น​เพื่อนพึ่งพิงในยามยาก พอผมเลิกดื่มเหล้าไอ้แก้วเหล้า​เพื่อนสนิทมันก็ขัดใจ​กับผมแล้ว​เราก็ขาดจาก​ความ​เป็น​เพื่อนกัน มาคราวนี้ผม​ได้เจอ​และพูดคุย​กับ​เพื่อนหลายกลุ่มมาหน้าหลายตามากขึ้น​มากกว่า​เพื่อนเก่าเดิมๆ​ ​ที่มีแค่น้ำแข็ง​กับโซดา ผมพยายามแสดงให้เธอรู้ว่ามีผมยืนอยู่​ตรงนั้น​​แต่ดูเธอไม่สนใจ​เอาเลย​จริงๆ​ จนสุดท้าย​ต้องกล้าเข้า​ไปคุย​กับกลุ่ม​เพื่อนของ " เธอ " ​แต่คราวนี้เธอดูเย็นชา​กับผมมาก เหมือนไม่รู้จักกันเลย​ในชีวิต
ก่อนงาน​จะเลิกผมเข้า​ไปกระเซ้าเย้าแหย่ในกลุ่ม​เพื่อนๆ​ของเธอรวม​ทั้งไอ้หนุ่มบางกอกคนนั้น​ด้วย
" งานคราวหน้าอีก 10 ปี ข้างหน้า ผมตั้งชื่อชื่องาน​เอาไว้แล้ว​แหละ​ " กินข้าวฉลองแซยิด คิดถึงกันบ้างไหม ? "
นัดอาจารย์หลายท่านไว้แล้ว​ ท่านบอกว่าใกล้ ๆ​​จะ Confirm อีกที ? ...​...​.
เรียกเสียงหัวเราะ​ได้จากหลาย ๆ​คน รวม​ทั้งรอยยิ้มรอยเดิม​ที่เคย​ได้เห็น​เมื่อหลายปีก่อน เธอมองมา​ที่ผมเหมือน​จะทำ​ความรู้จักผม...​อีกครั้ง...​.ใจผมเต้นแรงขึ้น​มา​แต่มันเต็ม​ไปด้วย​ความสงสัย
" " เธอ " พยายาม​ที่​จะจำทุกคนให้​ได้ ให้เวลาเธอหน่อย​นะ เธอ​เป็นอัลไซเมอร์มาหลายปีแล้ว​ล่ะ "
พูดจบไอ้หนุ่มบางกอกรักแท้คนนั้น​ ก็จูงมือเธอขึ้น​รถขับออกจากงาน​ไป

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3681 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง ความทรงจำที่(อยาก )หายไป
ผู้แต่ง เล็ก โยธา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๓ มิถุนายน ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๓๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19145 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 03 มิ.ย. 2558, 11.44 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น