นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘
...สมัยก่อนยังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือน​​กับทุกวันนี้ จึงมีข้อ​​ความ สั้น ๆ​​ ปลิวว่อน​​ไปทั่วทิศ ไม่ว่าสถาน​​ที่ใด​​ที่มีญาติอาศัยขิอง​​เขาอยู่​​ "ลุงคล้าย สม...
สมัยก่อนยังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือน​กับทุกวันนี้ จึงมีข้อ​ความ
สั้น ๆ​ ปลิวว่อน​ไปทั่วทิศ ไม่ว่าสถาน​ที่ใด​ที่มีญาติอาศัยขิอง​เขาอยู่​

"ลุงคล้าย สมชายพา ผึ้งมา​ที่นี้บ้างไหม อาคม"

เหตุการณ์ในเรื่อง​นี้เกิดขึ้น​ขณะ​ที่การสื่อสารยังไม่ทันสมัย

"ป้าเดือน สมชายพาผึ้งมา​ที่นี้บ้างไหม อาคม"

หลายฉบับ​​ที่โทรเลข​ได้ร่อน​ไปถึงญาติ ​แต่ละฉบับ​มีข้อ​ความอย่างเดียวกันนี้

เหตุการณ์อันนี้เกิดขึ้น​หลังจาก​ที่สมชาย​ได้รับอิสรภาพออกมาจากกรงขังหรือตะรางก่อนเวลา​ที่ทางราชการกำหนดไว้เล็กน้อย ด้วย​ความเมตตากรุณา ภายใต้โครงการ​พระบรมโพธสมภาร วันเฉลิม​พระชนมพรรษาของ​พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่​หัวภูมิพลมหาราช 5 ธันวาฯของปี​ที่ผ่านมา

​เมื่อสมชาย​ได้รับอภัยโทษออกมาอยู่​บ้านก็ช่วยเหลือครอบครัวของพี่สะใภ้​และหลาน ​เพราะสมาชิกในบ้านท่านอื่นติดคุกตะรางกันหมด

ก่อนจากนี้​ไปประมาณ 10 ปีกว่า ขณะ​ที่สมชายยัง​เป็นนักเรียนชั้นมัธยมอยู่​นั้น​ การเรียนของสมชายอยู่​ในเกณฑ์ปานกลาง การกีฬาก็เก่งพอ​ใช้ จึง​เป็น​ที่รู้จักของคนทั่ว​ไป สมชาย​เป็นผู้มีอัชฌาศัยอันดี สุภาพ ถ่อมตน ​แต่เข้มแข็ง มีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือสังคม จึง​เป็น​ที่ชอบพอของอาจารย์ผู้สอนทุกท่าน

อยู่​มาวันหนึ่ง​ ครู​ได้ตักเตือนให้สมชายตัดผมให้สั้นกว่าสภาพในปัจจุบัน ​แต่ สมชายมีภาระ​ที่​ต้องช่วยเหลืองานทางบ้าน ทำการบ้านบาง ​และคิดว่า ผมของตนยังสั้น ไม่ยาวมากนัก ครูคงพอ​จะอะลุ่มอล่วยต่อ​ไปอีก​ได้ คง​จะไม่​เป็นปัญหา ​แม้ว่าครู​จะ​ต้องตักเตือนแล้ว​ก็ตาม

ผ่านมาสามวันสี่วันแล้ว​ สมชายก็ยังไม่มีโอกาสเหมาะ​ที่​จะตัดผมตามคำสั่งของครู​ได้ จึงสร้างปัญหาให้แก่คุณครูผู้ปกครอง​เป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งครูฝ่ายปกครอง​ต้องกระทำโทษ ​โดยการตัดกร่อนผมสมชายให้สั้น เว้า ๆ​ แหว่ง ๆ​ ด้วยตนเอง สร้าง​ความไม่พึงพอใจให้สมชาย​และคณะชาติ​เป็นอย่างยิ่ง

ฝ่ายบิดา มารดา ​และพี่ ตลอดจนญาติ ๆ​ ของสมชาย โกรธครูฝ่ายปกครอง​เป็นอย่างยิ่ง ทุกคนจึงบอกให้ญาติ​และประชาชนทราบถึง​ความไม่สมเหตุสมผลของการกระทำของครูฝ่ายปกครอง ถือว่า​เป็นการเลื่อมเสียเกียรติภูมิ ​เนื่องจาการไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของ​ส่วนบุคคล ​ซึ่งชาวชนบทถือว่า​เป็นการเหยียดหยามกัน ไม่ให้เกียรติกัน ​เพราะหัว​เป็นของสูง ​เป็นสิ่ง​ที่ควรให้การเคารพ​และให้เกียรติ​เป็นอย่างยิ่ง

จึงมีกระบวนการขับไล่ครูผู้ปกครองขึ้น​ในวัน​ต่อมา ขณะนักเรียน​กำลังเข้าแถวเคารพธงชาติ มีผู้อำนวยการ​กำลังยืนพูดอยู่​หน้าแถวนั้น​ มีประชาชนกลุ่มหนึ่ง​ ไม่น้อยกว่า 150 คน มี่​ทั้งเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้ชรา ล้วน​เป็นญาติพี่น้องของนักเรียนสมชาย ​ที่ถูกกร่อนผม ​เพราะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของครูผู้ปกครอง ​เป็นการละเมิดกฎข้อบังคับของโรงเรียน ​ซึ่งวันนี้สมชายก็​ได้ร่วมในกระบวนการขับไล่ครูในครั้งนี้ด้วย

กระบวนของผู้ประท้วงเดินผ่านประตูโรงเรียนเข้ามา ​พร้อมเสียงตะโกนด่าว่าครู นานาคำ​ที่​แต่ละคน​จะจัดสรรมา​ได้
"ครูแกล้งเด็กจงออก​ไป"

ขณะอาจารย์ใหญ่​กำลังให้โฮวาทนักเรียนหน้าเสาธงหลังจาก​ที่ครูเวร​ได้ตรวจ​ความประพฤติ ​และติดตามผล​การปฏิบัติงานของครูเวรแล้ว​

เสียงเริ่มดังขึ้น​ จนรบกวนการพูดของอาจารย์ใหญ่ จนนักเรียนฟังแทบไม่รู้เรื่อง​ว่าท่านอาจารย์ใหญ่พูดเรื่อง​อะไร​บ้าง ท่านอาจารย์ใหญ่จึงหยุดการให้โอวาทนักเรียนในวันนี้ทันที

ท่านอาจารย์ใหญ่ออกมาจากบริเวณยืนแถวของนักเรียนเดินตรง​ไปยังประตู​เพื่อต้อนรันคณะของผู้ปกครอง​ที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวมานั้น​ ​พร้อมโบกมือให้เงียบ ทุกคนก็เงียบ
อาจารย์ใหญ่เดินมาประจันหน้า​กับผู้ปกครอง ​พร้อมกล่าวต้อนรับ​และเชื้อเชิญหากมีปัญหาอะไร​ให้พูดกัน ปรึกษาหาเรือกัน

" ครูสุธรรมอยู่​ไหมครับ​ กระทำไม่ดี ​ต้องไล่ออก​ไป"

"ท่านไม่อยู่​​ไปราชการประชุม​ที่อำเภอ"

"กลับมา​เมื่อไร"

"บ่าย ๆ​ คงกลับ"

" อาจารย์ใหญ่ครับ​ ครูปกครองคนนี้กระทำแบบไม่ให้เกียรติกันเลย​ ​คือ ลงโทษเด็กด้วยการกร่อนผม ​ถ้ากร่อนให้สวยก็ไม่​เป็นไร ​แต่นี้..ตัด​เป็นเกล็ดฟ้า เหว้าแหว่งไม่สวยงาม ไม่เร้า​ความสนใจของผู้อื่น เด็กเสียใจมาก เด็กร้องไห้ตลอดคืน ครูก็ช่างใจดำ ทำ​กับศิษย์​ได้ลงคอเพียงนี้หรือ"

"ครูคงไม่โกรธแค้นอะไร​หรอก ​แต่​ที่ทำ​ไป ​เพราะครูสั่งหลายครั้งแล้ว​​แต่ นักเรียนไม่ปฏิบัติตาม"

"​ถ้าครูสั่งให้คุณ​ไปกระโดดน้ำ คุณ​จะปฏิบัติตามไหม"

"ไม่ครับ​"

"ทำนองเดียวกัน​กับสมชาย ​ถ้าครู​เขาไม่กร่อนผมให้ คง​จะไม่มี​ความผิดหรอกครับ​"

" ​แต่...​ครูตัดผมของ​เขาจนน่าเกลียด"

"อาจารย์ใหญ่​ต้องไล่ครูสุธรรมออก​ไป เราไม่​ต้องการ​เขาแล้ว​"

"ผมว่าคุณใจเย็น ๆ​ กันก่อน"

" ผมรับรองว่า​จะพูดคุยให้"

"​แต่​ต้องให้ครูสุธรรม ขอโทษพวกเราด้วย"
"ผมขอพูดคุยปรึกษา​เขาก่อน"

"​แต่ท่านอาจารย์ใหญ่มีอำนาจในการต่อรอง​และปกครอง​เขา​ได้ในการต่อรองนี้"

"​ได้ครับ​"

ตอนบ่ายผู้ปกครองมารออยู่​​พร้อม ขณะนั้น​ ครูสุธรรม มาจอดรถในโรงรถแล้ว​เดินผ่านมา​เพื่อเข้า​ไปในห้องพักครู ​แต่​ต้องผ่านจุด​ที่ผู้ปกครองมาคอยพบอยู่​ก่อนแล้ว​

"ครูสุธรรม ​ไปไหนมาหรือ"

"​ไปประชุม​ที่อำเภอมาในภาคเช้า​"

"ครูครับ​ คุณครูสุธรรม ช่วยดูหน่อย​​ได้ไหมว่าผมของบนศีรษะของกระผมนั้น​สวยไหม งามไหม ลักษณะอย่างนี้​จะ​ไปวัด​ไปวา​ได้ไหม ลักษณะอย่างนี้แหละ​​ที่ครูทำให้เด็กชาย​เป็นรอยบาป​ที่ประทับใจของคนทั่ว​ไป ​ไปจนตาย ใช่ไหมครับ​"

"ครูครับ​ ครูใจดำมาก ​ที่ทำ​กับเด็ก​ได้อย่างนี้"

"ผมเตือน​เขาหลายครั้งแล้ว​นี่ครับ​ ​เขาไม่ปฏิบัติตาม"

" ​แต่ควรไหมครับ​ ​ที่​จะตัดผมแบบนี้ให้​เขา แค่​ถ้าตัดผมแบบทรงสวย ๆ​ อย่างปกติก็ไม่​เป็นไร พอ​จะอลุ่มอะล่วยกัน​ได้"

"​แต่นี้...​...​...​.สุธรรม...​...​...​...​."

ครูสุธรรมเซถลา​ไปตามแรงกำปั้น ​ที่ผู้ปกครองคนหนึ่ง​โยนปังเข้า​ไปยังใบหน้าของครูสมฃาย​โดย​ที่ครูสุธรรมมิทัน​ได้ระมัดระวัง ทันใดนั้น​มีเท้าของ​ใคร ไม่ทราบ จำนวน 2 -- 3 คู่ ซัดปังเข้าเป้า​ที่ลำตัวของครูสุธรรม

"หยุดก่อนทุกคน อย่าให้ถึง​กับสิ้นชีพกันเอย ​เพราะคุก​เขามีไว้ขังคน"

"ครู​ต้องออก​ไป" คนหนึ่ง​ตะโกนไล่หลังเข้ามา
บรรดานักเรียนในแถวก็วิ่งกรุกันเข้าห้ามกัน​ทั้งโรงเรียน ​เพราะทุกคน​ที่มาล้วน​เป็นผู้ปกครอง เช่น พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ของนักเรียนโรงเรียนนี้ ​ทั้งนั้น​ เหตุการณ์จงสงบลง​ได้

ครูสุธรรม​ได้รับ​ความเจ็บปวดพอสมควร ครูสมชายจึงวิ่งกลับ​ไปในโรงเรียน ​เพื่อให้รอดพ้นจากการรุมประชาทัณฑ์​ไป​ได้

ครูสุธรรมกลับ​ไปบ้านเข้าแจ้ง​ความ​กับสถานีตำรวจอำเภอเมืองของจังหวัด ว่าตนถูกผู้ปกครองนักเรียนทำร้าย

เจ้าหน้า​ที่ตำรวจรับแจ้ง​ความแล้ว​​ไปไต่สวนสอบสืบหาข้อมูล​เพื่อทราบ​ความจริงว่า เหตุการณ์​เป็นอย่างไรแน่

​โดยการ​แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน​และออกหมายจับ 5 คนในครอบครัวของสมชาย​พร้อมสมชายนำ​ไปดำเนินคดี ในฐานะทำร้ายร่างกายของครูสมเดชในวันนั้น​ ด้วย ​ซึ่ง​เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน​ทั้งหญิง​และชาย
คำพิพากษาจำคุด พ่อ แม่ พี่ชาย 2 คน ๆ​ ละ 1 ปี สำหรับสมชายนั้น​ศาลลดโทษให้​เพราะยัง​เป็นเยาวชน ​คือจำคุกก6เดือน

ครอบครัวนี้​ได้เดินเรียงหน้าซอยเท้าเข้าคุก​พร้อม ๆ​ กัน จนกระ​ทั้ง เวลาผ่านมาครบ 6 เดือน

สมชายก็​ต้องพ้นโทษจำคุกออกมาก่อน จึงเดินทางกลับบ้านท่ามกลาง​ความปิติของพี่สะใภ้ คุณป้า หลาน ​และญาติพี่น้อง

สำรับ​ที่บ้านนั้น​ คุณป้า พี่สะใภ้ ​และหลาน ลูกของพี่ชาย​กับพี่สะใภ้ ทุกคนตั้งหน้าตั้งต่อคอยด้วย​ความห่วงใย จนกระ​ทั้งสมชาย​เป็นอิสระออกมาอยู่​ด้วยกัน ดั่งเช่น สมัยก่อน ​แต่ก็​ต้องคอยอีก 4 ชีวิต​ที่​จะ​ได้รับอิสรภาพกลับออกมา

​เมื่อสมชาย​เป็นอิสระมาจากแดนกรงขัง ​ทั้งสามชีวิตก็ดีอกดีใจมาก ​ได้มีการหุงข้าวปลาอาหาร​ต้องรับกันอย่างสนุกสนาน​กับบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย
สมชาย​ได้ช่วยเหลือครอบครัวด้วยการทำนา หว่านข้าว ปักดำ เก็บเกี่ยวหาบคอน จัดหาข้าวปลา ​และกรีดยาง อัน​เป็นอาชีพประจำในท้องถิ่น

สมชายช่วยเหลือพี่สะใภ้ในการหาบขนน้ำ รดน้ำต้นไม้ ​และอื่น ๆ​ สมชายช่วยรับส่งหลาน​ไปโรงเรียนอนุบาล สมชายกระทำทุกอย่าง​ที่​สามารถ​จะช่วยให้ป้า หลาน ​และพี่สะใภ้​ได้

วันหนึ่ง​สมชายป่วย​เป็นไข้ พี่สะใภ้ก็ดูแลอย่างดี เช่น เช่นเช็ดตัวให้ นำ​ไปหาแพทย์​ที่โรงพยาบาล นายแพทย์สั่งให้พัก​ที่โรงพยาบาล ครบสามคืนจึงอนุญาตให้สมชายกลับบ้าน ​ส่วนหลานสาวอยู่​​กับป้า​ที่บ้าน


​เมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน พี่สะใภ้ก็ติดต่อขอเช่ารถนำน้องชายกลับบ้าน ​และดูแลด้วย​ความ​เอาใจใส่มิให้ปรกพร่อง

ด้วย​ความอ่อนหล้า​และเหนื่อยอ่อน​ที่​ต้องอดหลับอดนอน บางครั้งก็คุปงีบหลับอยู่​ใกล้ ๆ​ ​กับ​ที่น้องชายนอนอยู่​ สมชายหายเกือบปกติ

มีวันหนึ่ง​สมชายเดินล้มลมในคู่ร้องน้ำลุกขึ้น​ไม่​ได้ นั่งตากแดดอยู่​ ​เมื่อพี่สะใภ้กลับจากตักน้ำ​ได้เห็นเข้า จึงมาช่วยยกให้ยืน ​แต่สมชายยืนไม่​ได้ ปรากฏว่า เท้าหัก เจ็บปวดมาก เธอจึงอุ้มสมชายกลับบ้าน ​และ​ไปตามรถของพ่อค้าในท้องถิ่นมาส่งสมชาย​ไปโรงพยาบาล ฝากลูกไว้​กับป้า

แพทย์​ได้เข้าเผือกทำแผล​และให้พักรักษาตัว​ที่โรงพยาบาล​เป็นเวลา 1 เดือน ๆ​ ​ที่พี่สะใภ้​ต้อง​เอาใจใส่ดูแลน้องของสามีอย่างดี ดุจลูกของตน ​และเธอคิดว่าเธอ​จะ​ต้องรับผิดชอบคนในครอบครัว​ทั้งหมดด้วย

พี่สะใภ้​ต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น​​ไปอีก​ทั้งหาเลี้ยงชีวิต ดูแลน้อง ดูแลลูก​และพี่สาวของสามี ​ซึ่งสามีของนางเสียชีวิต​ไปนานแล้ว​ อาศัยท่าน​ได้ช่วยดูแลหลานให้ จึงสะดวก​ในการทำงาน เธอมิเคยบ่น เธออดทน เธอต่อสู้ต่อ​ความเหนื่อยยาก​และอุปสรรคต่าง ๆ​ เธอคิดว่า ​ใครๆ​ ก็ไม่​ได้มารับผิดชอบช่วยเหลือเธอเลย​ ถึงอย่างไร เธอก็​ต้องทำให้สุด​ความ​สามารถ ผล​จะ​เป็นอย่างไรก็ช่างมัน​แต่เธอทำดี​ที่สุดแล้ว​

เวลาผ่านมาเกือบปี ​เป็นคืนวันอากาศหนาว พี่สะใภ้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ​และปวดท้อง สมชายก็​ต้องช่วยเหลือ​พร้อม​กับป้า​และหลาน นำพี่สาว​ไปรักษา​ที่อนามัย ใกล้บ้าน ไม่มีรถในหมู่บ้าน​ต้องข้ามคลอง​ไปหารถ​ได้ รถแล้ว​รถไม่​สามารถข้ามคลองมารับคนป่วย​ได้ สมชายจึงอุ้มพี่สะใภ้​ไปขึ้น​รถนำ​ไปรักษา​ที่อนามัย

ถึงอนามัย พยาบาล​ได้ช่วยเหลือจนอาการดีขึ้น​ เกิดจากอาการไข้ปวง อนามัยให้น้ำเกลือ ฉีดยา รุ่งขึ้น​ บ่าย ๆ​ หัวหน้าอนามัยก็อนุญาตให้นำคนป่วยกลับบ้าน​พร้อมด้วยยา​และน้ำเกลือแห้ง

รถมาส่งแค่ฝั่งคลอง สมชายก็ปรารถนาให้พี่สะใภ้​ได้เดินกลับบ้าน พี่สะใภ้บอกว่าอ่อนเพลีย เดินไม่ไหว ​จะเวียนหัว ​จะยืนก็ไม่ไหว ​จะล้ม สมชายตึง​ต้องประคองให้ยืน​และอุ้มพี่สะใภ้ข้ามคลองกลับบ้าน ให้เธอนั่งบนแคร่สมชายกลับ​ไปขนสัมภาระอื่น ๆ​ กลับมาถึงบ้าน จึงอุ้มเธอเข้า​ไป​ที่นอน จัดเตรียมให้สะดวก​ สมชายจึง​ไปจัดหาไม้ฟืนมาหุงข้าว แกง ให้พี่สะใภ้ทานอาหาร ให้ทานยาหลังข้าว จัด​ที่ให้นอน

หลายวันผ่านมา พี่สะใภ้หายป่วย​เป็นปกติ ​แต่เธอแสร้งบอกว่าไม่มี​กำลัง​จะลุกเดิน สมชายปรึกษา​กับพี่สะใภ้ว่าควร​จะ​ไปหาแพทย์วันใด

" อยู่​​ไปเรื่อย ๆ​ มันคง​จะหายเอง รอดูสักสันสองวันก่อนนะ"

"ขอให้พี่หายเร็ว ๆ​ นะ"

"พี่อยากเข้าห้องน้ำ"

"​ได้ครับ​"

สมชายก็อุ้มพี่สะใภ้เข้า​ไปในห้องน้ำ ว่างบน​ที่เรียบร้อย​แล้ว​ออกมา​พร้อม​กับปิดประตูห้องน้ำให้อย่างมิดชิด

ครู่​ต่อมา

" เสร็จแล้ว​น้อง"

สมชายก็เปิดประตูเข้า​ไปยกอุ้มพี่สะใภ้นำ​ไป​ที่เตียงนอนแล้ว​ ​ไปเตรียมอาหาร เตรียมยาให้ จึงเตรียมน้ำมาให้พี่สะใภ้เช็ดตัวเอง บริการตัวเอง​ได้


กลางคืนพี่สะใภ้มีอาการหนาวเย็นตัวสั่น สมชายเห็นดังนั้น​จำนำผ้าห่มของตนมาห่มให้พี่สะใภ้ ​แต่อาการก็ยังสั่นสะท้านอยู่​

สมชายนั่งเฝ้ามองด้วย​ความ​เป็นห่วงต่อสุขภาพของพี่สะใภ้

" น้องขยับมาใกล้ๆ​ หน่อย​"
" ทำไมหรือ"

"พี่อยาก​จะทดลองดู"

"​ได้จ้าพี่"

สมชายขยับเข้า​ไปใกล้​ที่นอนของพี่สะใภ้ พี่สะใภ้ดึงให้สมชายลมลงนอนคู่​กับเธอ แล้ว​นำผ้าห่ม​ไปห่มน้องชายไว้ด้วย เธอกอดน้องชายในผ้าห่มแน่น

"พี่ทำอย่างนี้มัน​จะดีหรือ"

"ไม่​เป็นไรหรอกน้อง น้อง​จะไม่ช่วยให้พี่หายหนาวแล้ว​หรือ ​ถ้าน้องไม่อยากช่วยพี่ก็ลุก​ไป​ที่นอนของน้อง​ได้เลย​"

" ไม่จ้า ผม​จะ​ที่ให้พี่​ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่​​ได้อย่างไร ผมเต็มใจช่วยพี่ ​ถ้าพี่​จะหายหนาวก็พี่กอดผมเถอะ"

"ขอบใจมากน้อง พี่​จะไม่ลืม​ความดีของน้องเลย​"
" พี่จ๋า..น้องคิดว่า​ถ้าเรากอดกันอยู่​นาน ​จะไม่ดีกระมัง คนรู้เข้า​จะ​เป็นอย่างไรบ้าง​"

" เนื้อแนบเนื้อไม่​เป็นไรนี่น้อง ​เพราะก็น้องอุ้มพี่ พี่อุ้มน้องก็หลายครั้งหลายคลา มัน​เป็นของธรรมดาอยู่​แล้ว​นะน้อง หรือน้อง​จะไม่ช่วยพี่อีกแล้ว​ หรือ​จะปล่อยให้พี่ตาย​ไปต่อหน้าต่อตา"

" ช่วยครับ​ ช่วยครับ​พี่ ผมยินดีทุกอย่าง ขออย่างเดียวให้พี่หายป่วย หายทุกข์ทรมานก็เพียงพอแล้ว​"

" พูดจริงหรือน้อง หรือพูดหยอกให้พี่ดีใจเล่น ๆ​"

" จริง ๆ​ ​จะพี่ น้องยินดี​จะช่วยพี่ทุกอย่าง ​แม้ชีวิตก็ยังช่วยพี่​ได้"
"จริงหรือน้อง แน่ใจหรือน้อง"

"จริงครับ​ แน่ใจครับ​"

"ชื่นใจเหลือเกิน​เมื่อ​ได้ยินคำนี้"

"กอดพี่ให้แน่น ๆ​ ซิ"

" ทำไมหรือพี่"

"พี่​จะ​ได้หายหนาว​และหายป่วยไงละ เร็วเข้าเถอะ พี่​จะทนไม่ไหวอยู่​แล้ว​"

"​ถ้ากอดแน่น ๆ​ พี่​จะขาดใจตายเสียก่อน ​เพราะหายใจไม่ออก"

"ไม่​เป็นไรหรอกน้อง ​ถ้าน้องกอดพี่ตายในวันนี้ พี่ก็ไม่เสียดายชีวิต แล้ว​​แต่น้อง​จะทำ ​แต่​ถ้าน้องกอดยิ่งแน่น ​ความหนาวก็​จะหาย​ไปจากตัวพี่เร็วยิ่งขึ้น​"

"น้อง​จะลองดู"

สมชายก็กอดพี่สะใภ้ไว้แน่น ​แต่ร่างกายของสมชายอยู่​นอกผ้าห่มก็หนาวสั่น ​แต่ก็​ต้องทน​เพื่อให้พี่สะใภ้หายป่วย

" น้อง หนาวไหมน้อง"
" หนาว​จะพี่"

" น้องดึงผ้าห่มออกแล้ว​คลุมร้างของน้องไว้ด้วย น้อง​จะไม่​ต้องหนาว ​ถ้าน้องหนาวมาก ๆ​ เกิดป่วยขึ้น​มาอีกคนหนึ่ง​แล้ว​เรา​จะทำอย่างไร"

"ครับ​พี่"

สมชายดึงผ้าห่มจากร่างของพี่สะใภ้​ทั้งสองผืน​ที่ซ้อนกันบนร่างของสะใภ้มาคลุมร่างของตนเองด้วย ทำให้ร่างของพี่สะใภ้​และของสมชายแนบกันสนิท ทำให้ร่างกายเกิด​ความอบอุ่น ร้อนแผ่วผ่าว ทำให้เกิดอารมณ์อันแปลกประหลาด หัวใจของสมชายเต้นระทึกอย่างแรง เลือดสูบฉีดอย่างแรง ​ความรู้สึกซ่านซ่า น่าพลันพรึง สมชายแหนหน้าขึ้น​มองหน้าของพี่สะใภ้ พี่สะใภ้ก็หันมานองในเวลา​ที่​พร้อม ๆ​ กันเหมือนนัดหมายวันไว้ ตาต่อตาประสานกัน สมชายเสียวซาน​ไปทั่ว​ทั้งปลายมือปลายเท้า หัวใจเบาหวิว ​ความรู้สึกเบาลอย คล้าย​กับว่า​กำลังลอยอยู่​ในอากาศ อวัยวะทุก​ส่วน​แต่งตึง มิเคย​เป็นเช่นนี้มาก่อน
ตาประสานกันระยะหนึ่ง​ สมชายหัน​ไปมองทางอื่น พี่สะใภ้กอดรัดร่างของสมชายแน่นยิ่งขึ้น​ สมชายหันมามองหน้าพี่สะใภ้​โดยมิ​ได้ตั้งใจ สายตาของพี่สะใภ้ตั้งรับอยู่​แล้ว​เกิดประสานกันอย่างจังอีก สมชายมองทะลุเข้า​ไปในดวงใจของพี่สะใภ้​ได้ลึกกว่าครั้งก่อน สมชายคิดอะไร​ไม่ออก ตาประสานตาใจประสานใจ อ้อมแขนของสมชาย​และพี่สะใภ้กอดรัดเข้าแน่นยิ่งขึ้น​ปานว่า​จะรัดให้ขาด​ไปสักท่านหนึ่ง​ จนเกือบ​จะ​เป็นร่างอันเดียวกันแล้ว​ หรือร่างของสมชาย​จะหลุดเข้า​ไปอยู่​ในร่างของพี่สาว หรือร่างของพี่สาว​จะเข้า​ไปอยู่​ในร่างของสมชาย ประสาน​เป็นคนเดียวกัน

พี่สะใภ้แนบหน้าลงบนหน้าของสมชาย ​ได้ยินเสียงหายใจดังแรงแรงสาดเข้าหากัน สมชายนิ่งเฉยไม่มีแรง​จะเคลื่อนไหว ปานใจสมชาย​จะขาดรอน ๆ​ ปล่อยให้พี่สะใภ้ ไถจมูกจากแก้มของสมชาย​ไปรอบ ๆ​ แก้มขวาบ้างแก้มซ้ายบ้าง ​และทั่วบริเวณใบหน้า บางครั้งเธอผละใบหน้าออกมาอกยังกบแน่นกันอยู่​ สายตาก็ประสานกัน ช่างมี​ความสุขเหมือนลอยอยู่​ในแดนสวรรค์สมชายก็เผลอชอนไชจมูก​ไปทั่ว​ทั้งหน้า​และแก้มของพี่สะใภ้
"โอ้สวรรค์อยู่​ใกล้ ๆ​ อยู่​แค่เอื้อมนี้เอง" สมชายอุทาน

ตื่นขึ้น​มาตอนใกล้สว่างด้วยเสียงปลุกของไก่สองสามตัวแข่งกันขัน​เป็นการแสดงภารกิจหน้า​ที่​ที่​จะ​ต้องช่วยเหลือมนุษย์ในการเตือนให้เตรียม​พร้อมในภารกิจ​ที่​จะ​ต้องกระทำในวันต่อ​ไป อากาศยังหนาวเหน็บอยู่​เช่นเดิม สมชายไม่กล้าเปิดผ้าห่มออก ​พร้อมนึก​ได้ว่าหลานสาว​ได้​ไปนอนพัก​กับป้าอีกหลังหนึ่ง​ จึง​เอามือลูบคลำจาก​ส่วนอกลง​ไปถึงท้อง ก็รู้สึกสะดุ้ง จึงดึงผ้าห่ม ออก ​ทั้งสองคนอยู่​ในสภาพเดียวกัน สมชายจึงล้มลงนอนกอดพี่สะใภ้ใต้ผ้าห่มหลับจนสว่าง

"พี่...​ทำไม​เป็นอย่างนี้"

"พี่ก็ไม่รู้ว่าน้องทำอะไร​พี่"

"น้องก็จำไม่​ได้"

" ​แต่พี่​เป็นเมียของน้องแล้ว​ ตั้งแต่​เมื่อคืนนี้"

"นี่​ถ้าพี่ชายรู้เรื่อง​ พ่อแม่รู้เรื่อง​เข้า ​จะทำอย่างไรดี"
"...​...​...​...​...​...​...​...​."

"น้องอย่าบอก​เขา"

"​ถ้าเราอยู่​อย่างนี้ทุกวัน พวก​เขาคงรู้ ​เขา​จะประณามหรือทำร้ายน้องอย่างไรก็ไม่รู้ ​แต่น้องคิดว่า พ่อ ​และพี่คงฆ่าน้องแน่นอน ​โดยเฉพาะพี่สมควร คงไม่อภัยในน้องแน่ ๆ​"

" อย่าวิตกเลย​ น้อง อนาคตยังไม่มาถึง อีกปีกว่า​ที่​เขา​จะพ้นโทษออกมา"

"พี่หายป่วยหรือยัง ยังหนาวอีกไหม"

"ดีขึ้น​แล้ว​ ​แต่ยังไม่หายสั่น คืนพรุ่งนี้น้องช่วยรักษาให้พี่อีกนะ"

สมชายกลาย​เป็นหมอจำ​เป็นรักษาอาการป่วยให้พี่สะใภ้ตลอดมา

ขณะนี้มีญาติหลายคนระแวงใน​ความสัมพันธ์ของคนคู่นี้
มีคนกระซิบว่า " หลายคน​กำลังโกรธน้องชายมากอยาก​จะฆ่าน้องเสีย ​แต่มีคนห้ามไว้ ​เพราะ​เขาเห็นใจ​และเห็น​ความดี​ที่น้อง​ได้ทำไว้ก่อน แล้ว​เรา​จะทำอย่างไรดี"

"ขอให้พี่คิดก่อน"

เกือบ​จะครบกำหนด​ที่ทุกคนพ้นโทษออกมาประกอบอาชีพทางบ้านแล้ว​ ปรากฏว่ามีคนหาย​ไปจากหมู่บ้าน ญาติพี่น้อง​ได้โทรเลขถามไถ่​ไปว่อนเกือบทุกหนทุกแห่ง​ที่มีญาติ​ไปอาศัยอยู่​ ​เพราะคิดว่า สมชาย​กับพี่สะใภ้​จะ​ไปอาศัยอยู่​ ​แต่ก็หายเข้ากลีบเมฆ

​เมื่อทุกคน​ได้รับอิสระ ​เมื่อถึงบ้านทราบข่าวน้องชายคนเล็ก ก็โกรธมาก อยาก​จะฆ่าเธอให้จบสิ้นเรื่อง​กัน​ไป ฐานแย่งชิงภรรยา ​แต่มีญาติหลายคนช่วยอธิบายทำให้สมควรคลายโกรธลง​ได้บ้าง

​จะสอบถามหรือตามหาเท่าไร กี่วัน กี่เดือนก็ไม่เจอ ​แต่ข่าววงในบอกว่า​ทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่​
​เมื่อสงกรานต์ผ่านมา สมาชิกในหมู่บ้าน​ได้เหมาเช่ารถ​ไปสนุกสนานกัน เกิดอุบัติเหตุ​ระหว่างทางถนนลื่นทำให้รถพลิกคว่ำ ตายสาม บาท​เจ็บ​เป็นสิบ ในจำนวนนั้น​ พี่ชาย​ซึ่ง​เป็นสามีของพี่สะใภ้ก็​ได้จบสิ้นชีวิตด้วย

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3667 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง สะใภ้ พิสวาท
ผู้แต่ง นดน้อย"เปิดฟ้า ก้องหล้า"
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๘๗๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19129 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 13 พ.ค. 2558, 13.55 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น