นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ฉิมพลีทัณฑ์
เปิดฟ้า ก้องหล้า
...1 เลือดของทอม​​กำลังไหลท่วมนองแดง​​ไปทั่วร่างกาย มีรอยขีดข่วน​​และแผลทะลุโทรมกาย ขณะ​​ที่​​เขา​​กำลังป่ายปีนต้นไม้มีหนามอยู่​​นั้น​​ ก็มีนกสีดำจำนวนหนึ่ง​​​​ได้บินโฉบเข้ามาอย่างรุนแรง​​และรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ...
1
เลือดของทอม​กำลังไหลท่วมนองแดง​ไปทั่วร่างกาย มีรอยขีดข่วน​และแผลทะลุโทรมกาย ขณะ​ที่​เขา​กำลังป่ายปีนต้นไม้มีหนามอยู่​นั้น​ ก็มีนกสีดำจำนวนหนึ่ง​​ได้บินโฉบเข้ามาอย่างรุนแรง​และรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ มันจิกร่างของ​เขาจนเนื้อฉีกขาดเลือดไหลทะลักอีก นกมันมีปากใหญ่แข็งคมมาก มันมี​ความโกรธแค้นอาฆาตมาตรร้ายกันมา​แต่สมัยใดก็ไม่ทราบ​ได้ มันจิกร่างกายของทอมจนปวดช้ำสุด​จะทรมาน ​และสุด​จะทน​ได้ จนกระ​ทั้งทำให้​เขามี​ความอ่อนระโหยโรยแรง ไม่​สามารถ​จะจับกุมต้นไม้นั้น​​ได้ ร่างของ​เขาก็ร่วงตกลงมา ร่างของทอมกระทบ​กับหนามใหญ่แหลมของต้นไม้ ​เขาถูกหนามตำเนื้อฉีกขาด เพิ่ม​ความเจ็บปวดทรมานยิ่งขึ้น​​เป็นทวีคูณ

ทอมสลบ​ไป​เมื่อร่างของ​เขาตกลงมาถึงพื้น ร่างของ​เขาก็หาย​เป็นปกติปราศจากแผลแหว่งเว้ากะรุ่งกะริ่ง ดั่ง​เป็นสภาพร่างกายของคนปกติ มี​ความรู้สึกนึกคิดเช่นเดิม ทันใดนั้น​มีสุนัขจำนวนหนึ่ง​​ได้แย่งกันเข้ามากัดร่างของ​เขาจนเนื้อฉีกขาด เลือดแดงฉาน​ไปทั่ว​ทั้งร่างอีกครั้งหนึ่ง​

ทอมกลัวสุนัขยิ่งนัก ​เขาไม่​สามารถหนี​ได้ทัน ​เพราะสุนัขกระโจนเข้ากัดร่างของ​เขาเสียก่อน ​เขา​ต้องทนทุกข์เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส​และทรมาน​ที่สุด

ทอมพยายามกระเสือกกระสนหนี​และพยายามปีนป่ายขึ้น​บนต้นไม้ สุนัขก็พยายามไล่กัดไม่หยุดปาก ​เขาพยายามดึงบ้าง ถีบบ้างจน​สามารถดิ้นรนป่ายปีนขึ้น​​ไปพ้นจากปากของสุนัข​ได้ มันก็ไม่ละ​ความพยายามกระโดดกัด​ส่วนล่างของทอมอยู่​มิขาดระยะ

ทอมพยายามป่ายปีนหนีกระเสือกกระสนขึ้น​​ไปบนต้นไม้ ​แต่ก็ถูกหนาม​ที่แหลมคมของต้นไม้ตำจนเจ็บปวดสุด​ที่​จะพรรณนาอีก​ได้

ขณะนั้น​มีคนร่างกายกำยำนุ่งผ้าแดง โพกศีรษะด้วยผ้าแดง หน้าตาดุดันน่ากลัวตาแดง ผมดกดำมีอาวุธหอกคมประกายแวววาว ช่างน่ากลัวยิ่งนัก

พวก​เขาเดินเข้ามาใต้ต้นไม้​ใช้หอกทิ่มแทงทอม ​เขาพยามไต่หนามหลบหนี้ขึ้น​​ไปให้สูง​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้ ​เมื่อโดนใบหอก คมหอกของคนเหล่านั้น​เลือดของ​เขาก็ไหลทะลัก สุดเจ็บปวดทรมานจนนับแผลไม่ถูก

"โอ้ย ปวด ปวด ช่างโหดร้าย​ที่สุด ในโลกนี้คง​จะไม่มี​ที่ไหนแล้ว​​จะโหดเหี้ยมทรมาน​และดุร้ายเท่า​กับสถาน​ที่นี้​ได้ มัน​เป็นเมืองใดกันหนอ มันมีอยู่​ในโลกมนุษย์หรือไม่ ทำไม ทำไม จึงโหดร้าย​ที่สุด" ทอมตะโกนก้องด้วย​ความเจ็บปวดทรมานอย่างน่าสมเพชเวทนายิ่งนัก

"เมืองนรกโว้ย ไอ้หนู เอ็งประพฤติชั่วมาถึง​ต้องถูกทำโทษอย่างนี้ ​ถ้าในโลกมนุษย์เอ็งไม่ทำ​ความผิดกามวิตถารแล้ว​ ใย​จะถูกลงโทษอย่างนี้ เอ็งจงทนรับกรรมต่อ​ไปอีกนานแสนนานเถอะนะ" นายยมบาลคนหนึ่ง​ร้องบอก​เขาด้วยเสียงใสก้องกังวานมีอำนาจอย่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

ขณะ​ที่​เขาปีนป่ายพ้นเขตอำนาจปลายดาบของกลุ่มคนชุดสีแดง​ไป​ได้ ​เขาคิดว่าคง​จะปลอดภัย​และหลุดพ้นจาก​ความเจ็บปวด​ได้แล้ว​

ทันใดนั้น​นกดำฝูงหนึ่ง​​กำลังบินตรงมาหาทอม ​เขารู้สึกกลัวยิ่งจนขนพองสยองเกล้า ชั่วพริบตานั้น​​ความเจ็บปวดก็กระหน่ำโจมตี​เขาอย่างเจ็บปวด​ที่สุด​และทรมาน​ที่สุดจากปากแข็งคมของนกเหล่านั้น​ ครั้งแล้ว​ครั้งเล่า นกดำตัวใดมัน​ได้จิกแล้ว​ก็บินวนออก​ไปให้ตัวอื่นตามเข้ามาจิกอีก แล้ว​มันก็บินวนกลับมาจิกอีก ​เป็นอยู่​อย่างนี้ตราบเท่า​ที่​เขามี​ความ​สามารถยึดเกาะต้นไม้แหลม​เอาไว้​ได้

เพียงไม่นานเลือดของ​เขาก็ไหลหยดแดงฉาน​ไปทั่ว ติดตามต้นไม้​และพื้นอีกครั้ง ​ความเจ็บปวดเหล่านั้น​ ​เมื่อสุด​ที่​จะทน​ได้แล้ว​ ​เขาอ่อนเพลียหมดแรงร่วงตกลงมา ร่างของ​เขากระทบ​กับหนามคมของต้นไม้อีกเช่นเดิม อาการก็เหมือนเดิม ​เมื่อตกถึงพื้น​และสิ้นสติ​ไป รูปร่างก็กลับปกติไม่มีรอยขีดข่วนจิกตีหรือทิ่มแทง​แต่ประการใด ​และมี​ความรู้สึกสมประดีทุกประการอย่างสมบูรณ์

ทันใดนั้น​ ทอมเหลือบ​ไปเห็นอ้อย หญิงสาวชู้รัก​ที่ลักลอบ​ได้เสียกันหลังจาก​ที่​ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา หลังจากหญิงสาวประสบอุบัติเหตุ เธอ​กำลังปีนป่ายอยู่​บนต้นไม้หนามแหลม ​แต่​เขาไม่​ได้สังเกตเห็นเช่นนั้น​ไม่

ขณะนั้น​มีสุนัขจำนวนหนึ่ง​​ได้มุ่งตรงมา ​เพื่อกัดทอมด้วย​ความกระหาย ​เขารู้สึกคล้าย​กับว่าพวกมันมี​ความอาฆาตมุ่งร้ายต่อ​เขามาหลายภพหลายชาติแล้ว​ พวกมันวิ่งกรูเข้ามา ใกล้เข้ามา ​พร้อมส่งเสียงคำรามขู่อย่างน่ากลัวยิ่งนัก

"อ้อย ! อ้อย ! ช่วยด้วย ! ช่วยพี่ด้วย.!...​เร็วเข้า.!...​สุนัขมัน​จะกัดพี่แล้ว​" ทอมตะโกนลั่นสุดเสียงด้วย​ความหวาดกลัว ​ที่สุด​และวิ่งสุดชีวิต ​แต่ก็ช้ากว่าสุนัข

"อ้อย พี่คงตายแน่ๆ​ หากเธอไม่รีบช่วยพี่ในบัดนี้" ทอมตะโกนดัง ๆ​

​ระหว่าง​ที่กลุ่มสุนัข​กำลังกัดฉีกเนื้อของ​เขา​ซึ่งมีเลือดแดงฉานกระจายทั่วพื้น ​เขาหนีขึ้น​ต้นไม้มา​ได้ ​เขาก็หวนระลึก​ไปถึงอ้อยอัน​เป็นชู้สุด​ที่รักในดวงใจของตน​เมื่อวันก่อนนั้น​

2
ในสมัย​ที่ทอมยังมีชีวิตอยู่​นั้น​ ​เขา​ได้ทำหน้า​ที่​เป็นพนักงาน​ที่มีเกียรติของบริษัทแห่งหนึ่ง​อัน​เป็น​ที่นับหน้าถือตาของบุคคลทั่ว​ไป ​เขามีครอบครัว​ที่อบอุ่น มีฐานะดี มีบุตร 2 คน ชาย​และหญิง ครอบครัวของ​เขามี​ความสุขตามอัตภาพ

สำหรับอ้อย ทำงานดีมีฐานะดี มีสามี​เป็นผู้นำของสังคม ครอบครัวมี​ความอบอุ่น มี​ความสุขมีบุตรธิดา 2 คน หญิง​และชาย

วันหนึ่ง​ อ้อย​กำลังขี่รถยนต์​ส่วนตัวกลับจากทำงาน เธอขับมาด้วย​ความเร็วพอประมาณ​เมื่อผ่านสะพานลอยมา ลงสู่ถนนสายตรง ​เมื่อ​จะผ่านสามแยกเล็ก ๆ​ แห่งหนึ่ง​ ทันใดนั้น​ ​เขาเห็นมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง​​ได้ออกจากซอยเล็กซ้ายมือด้วย​ความเร็ว ทำให้อ้อย​ต้องเบรค​และหักพวงมาลัยหลบอย่างกระชั้นชิดในเวลาไล่เลี่ยกัน​เป็นสาเหตุ ทำให้รถไถล​ไปปะทะ​กับเสาไฟฟ้ากลางถนน ศีรษะของเธอ​ไปกระทบ​กับพวงมาลัย​และหน้ารถทำให้เธอสลบ​ไป

ผู้ขี่รถจักรยานยนต์คันนั้น​​เมื่อหลบรถมา​ได้จึงเลี้ยวกลับมาจอดใกล้รถของอ้อย ​เขาลง​ไปเปิดประตูเห็นเธอสลบอยู่​จึงโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล​และแจ้งให้ตำรวจทราบ​และมาช่วยเหลือ

รถกู้ภัยของโรงพยาบาล​ได้นำร่างของอ้อยส่งโรงพยาบาล แพทย์​ได้ทำการช่วยเหลือจนเธอฟื้นคืนสติ​และปลอดภัย

ในฐานะ​ที่​เป็นสาเหตุ​ที่ทำให้อ้อยเสียหลัก​และ​ได้รับอุบัติเหตุ ทอมจึงมาเยี่ยมเยือนดูแลดุจคนป่วยของตนเอง ​และรับปากว่า ตน​จะรับผิดชอบทุกอย่างในเรื่อง​ของค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ ​และอื่น ๆ​ เท่า​ที่จำ​เป็น

ประมาณหกเดือน​ต่อมาแพทย์อนุญาตให้อ้อยออกจากโรงพยาบาล​ได้ ​เพราะอาการหายเกือบปกติ ทอมยังตาม​ไปเยี่ยมเธอถึงบ้าน

วันนั้น​ตอนบ่าย ทอม​ได้กลับมาจากธุระ ​เขา​ได้ขับรถในเส้นทาง​ที่ผ่านหน้าบ้านของอ้อย ​เขาจึงแวะเยี่ยมเธอ​ที่บ้าน ​เมื่อ​เขาเปิดประตูเดินเข้ามายืนอยู่​ต่อหน้าคนป่วย ตาต่อตาประสานกันอย่างแนบสนิท ทำให้อารมณ์ของ​เขาสั่นวูบ มีอาการสะท้านซ่านเสียว​ไปถึงขั้วหัวใจ ​เขาพยายาม​จะหลบสายตาของเธอ​ไปทางอื่น พอหันหน้ามาอีกครั้งหนึ่ง​​โดยอัตโนมัติ ตาต่อตาก็กระโจนใส่เข้าหากัน​และล่องลอย​ไปในก้นบึงหัวใจของ​ทั้งคู่ ​ทั้งสองนั่งสงบนิ่งเห็นก้นบึงใส​เป็นทางโปร่งใสนานแสนนาน เหมือน​กำลังตกอยู่​ในภวังค์ ทำให้อารมณ์​ทั้งสองคนเคลิ้มปิ่มด้วย​ความสุขลอยละล่อง​ไปสู่ภพหรือมิติใหม่ภายในดวงใจของคน​ทั้งสอง​และประสานกัน​เป็นวิมานตระการตา

​เป็นเวลานาน​ที่คน​ทั้งสอง​กำลังตกอยู่​ในภวังค์ เสียงแตรรถดังขึ้น​บนถนนหน้าบ้าน ​ทั้งสองตื่นจากภวังค์ ​เขารู้สึกว่า​มันรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น​ ทอมจึงลุก​ไป​ที่หน้าต่าง เห็นรถบนถนนมีปัญหา​และกดแตรไล่กัน ไม่​ได้เกี่ยวข้องอะไร​​กับบ้านหลังนี้

ทอมเดินกลับมานั่งตรง​ที่อ้อยนั่งอยู่​ ตาของคน​ทั้งสองก็ประสานกันอีก ต่างคนต่างยิ้มด้วยอารมณ์สดชื่น อ้อยลุกขึ้น​จากม้านั่งเดินออกมา ตาก็ยังจ้องประสานกัน ​เขายิ้มสุดสดชื่น ​เมื่อ​ทั้งสองเดินเข้าใกล้กัน ​เขายื่นมือซ้ายออก​ไปให้เธอจับ​โดยอัตโนมัติ

ตาของคน​ทั้งสอง​กำลังจ้องกันอยู่​ ​เขา​ทั้งสองต่างมี​ความสุขอย่างลุ่มลึกเสียวซ่าน​ทั้งกายา ยาก​ที่​จะพรรณนา​ความรู้สึกในขณะนี้​ได้

ทันใดนั้น​ทอมก็ปล่อยมือออกจากมือของอ้อย เธอก็เซถลาล้มเข้ามาในอ้อมอกของ​เขา ​เขา​เอาแผ่นอก​ที่หนาบึกรับร่างของเธอไว้​พร้อม​กับจับบ่า​ทั้งสองข้างของเธอ​และกอดกันเกลียวกลมดุจ​เป็นอันเดียวกัน ทันใดนั้น​เสียงประตูบ้านก็เปิดออกด้วยรีโมทของผู้ขับขี่รถเข้ามานั้น​​เป็นเวลาเกือบบ่ายสามโมงแล้ว​

​ทั้งสองตื่นจากภวังค์​และผละจากกัน​ไปนั่งบนม้านั่งตามเดิม ​แต่ใบหน้าของคน​ทั้งสองยังแดงกล่ำ เลือดสีชมพูอ่อนระเรื่อ

ทอมลุก​ไป​ที่อ่างล้างหน้าปล่อยให้น้ำเย็นฉ่ำชโลมใบหน้าอยู่​ครู่หนึ่ง​ ​เมื่อทำ​ความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าแล้ว​ สีชมพูอ่อนระเรื่อก็หาย​ไปจากใบหน้า ​ส่วนอ้อยก็หยิบ​เอาโถแป้งมาทาประแป้งลูบไล้​ไปมาอยู่​ครู่หนึ่ง​ สองนาทีต่อจากนั้น​ลูกสาวของอ้อยก็ขึ้น​มาถึงบนบ้าน

"สวัสดีคะ​ คุณแม่ สวัสดีคะ​ คุณลุง"
"สวัสดี ลูก"
"สวัสดีหลาน"
"ทำไมเลิกเรียนเร็วกว่าทุกวันละลูก"

"ครู​ไปร่วมกิจกรรม​กับชาวบ้านบาง​ส่วน จึงปล่อยให้พวกหนูกลับก่อนเวลานิดหนึ่ง​"
"วันนี้มีการบ้านไหมลูก"
"มีสองวิชาคะ​"

"ลุงกลับก่อนละนะ ค่อยเจอกันใหม่"

ทอมหัน​ไปสบตา​กับอ้อย​โดย​ที่ลูกไม่ทันสังเกตเห็นอาการเหล่านี้​ได้ ​ต่อมาทอม​และอ้อย​ได้พบกันบ่อย ๆ​ ​ทั้งสองลักลอบหลับนอนด้วยกันตลอดมา

จากนั้น​มา​เป็นเวลาหนึ่ง​ปี​โดยประมาณ

งานเลี้ยงฉลองสมรสของญาติคนหนึ่ง​ของอ้อย ​ซึ่งสามีของเธอ​ไปร่วมพิธีอีกงานหนึ่ง​ต่างสถาน​ที่กัน เธอทราบว่าทอม​ได้รับเชิญให้​ไปงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย จึงโทรศัพท์ให้​เขามารับด้วย​จะ​ได้ประหยัดในการ​ไปทางเดียวกัน

คืนนี้​เขา​ทั้งสองต่างมี​ความสุขมาก เธอ​ได้ดื่มเบียร์มากพอสมควร ​ซึ่งเจ้าภาพ​ได้มอบให้​เป็นพิเศษ

​เมื่ออ้อยลุกขึ้น​จากโต๊ะอาหาร เธอมีอาการมึนเมาเดินเซ​ไปเซมา ​เขาจึงประคองเธอกลับ​ไป​ที่รถ ​เขาเปิดประตูให้เธอนั่งด้านหลัง ​เพราะมันกว้าง นั่งสะดวก​สบายกว่า ​ถ้า​จะนอนพักก็​ได้ ​เมื่อเธอนั่งบนเบาะ​ได้แล้ว​​เขา​จะถอยออกจากตัวรถ​เพื่อ​ไปทำหน้า​ที่คนขับ เธอกอดคอ​เขาไว้

"ปล่อยเถอะอ้อย เดี๋ยว​ใครมาพบเห็นเข้า"
"ไม่​เป็นไรน่า อือ อือ"

"ปล่อยเถอะนะ" ทอมพยายามดึงมือของเธอออกจากคอ ​แต่​เขารู้สึกว่า​มือของเธอแข็งปานแม่เหล็ก ดึงเท่าไรก็ไม่​สามารถคลายให้ออก​ได้ เธอยิ่งรัดแน่นเข้า ๆ​ จนใบหน้า จมูกของคน​ทั้งสองชนกัน เธอพลิกเปลี่ยนจากจมูก​ไปหอม​ที่แก้ม

ทอมนั่งลงบนเบาะข้าง ๆ​ เธอ ​พร้อม​กับส่งมือซ้าย​ไปดึงปิดประตู

คืนนั้น​ฟ้ามืดครึ้ม ฟ้าแลบแปลบปลาบ​เป็นทางยาว สายฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างแรง ​เมื่อฝนซาทอมก็ออกรถ​ไปส่งเธอ​ที่บ้าน

3
"ว้าย พุทธัง ธัมมัง สังฆัง" อ้อยอุทานสุดเสียงขณะ​ที่ไฟฟ้าภายในลิฟด์ดับลงทันที ​โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ขณะลิฟด์​กำลังลอยขึ้น​มาถึงชั้น​ที่สิบสาม ​เพื่อ​จะ​ไปสู่ชั้น​ที่ 17 ห้อง 31745

"ว้าย มันดับ​ได้อย่างไร ดูแลกันบ้างไหม" คนหนึ่ง​ในจำนวนหญิงสาวสองคนในลิฟด์ห้องนี้

อ้อยจับแขนของทอมไว้อย่างมันคงก่อน​ที่​จะอุทานออกมา เธอเก็บ​ความตะลึงงงไว้อย่างเต็มเปี่ยมหัวใจ

มีหญิงวัยชรายืนอยู่​ใกล้ๆ​ ​ได้กอดอ้อยไว้​พร้อมกล่าวว่า

"ยาย​จะทำอย่างไร มันมืดบอดมองอะไร​ไม่เห็น" เสียงสั่นเครือของหญิงชรา

"ไม่​เป็นไรหรอกยาย" เดี๋ยว..เจ้าหน้า​ที่ของโรงแรม​เขา​จะจัดการให้มีไฟฟ้า​ใช้​ได้ดังเดิม ​เขาคง​จะมีเครื่องจ่ายไฟสำรอง คง​จะมืดไม่นานหรอกยาย" อ้อยปลอบใจคุณยาย
อีกด้านหนึ่ง​หญิงสาวสองคน ๆ​ คนแรก​ได้กอดรัดแขนของทอม​และอีกคนหนึ่ง​กอดเอวของ​เขา​และเอวของ​เพื่อนไว้

"ซวยจัง ไฟฟ้าดับ​ได้อย่างไร" สาวคนหนึ่ง​รำพึง

"ไม่​ต้องกลัวหรอกฝน ทางโรงแรม​เขาคง​จะมีเครื่องจ่ายไฟสำรอง คง​จะมืดไม่นานหรอก" ผึ้งให้​กำลังใจ​เพื่อนสาว

ทอมกระตุกขยับตัวนิด ๆ​ ​เมื่อมีคนมากอดเอว​และแขนอย่างแรง​เขาจึงยืนนิ่ง​พร้อมกล่าวว่า
"คง​จะมืดไม่นานหรอก อดใจประเดี่ยว สถานการณ์คง​จะดีขึ้น​" ทอมให้​กำลังใจ

ขณะนี้ลิฟค้างอยู่​กลางอากาศไม่มีการขยับเขยื้อนขึ้น​ลง​แต่ประการใด เวลาผ่านมา 10 นาทีใน​ความรู้สึกของทอมนาน​เป็นปี การหายใจ​กำลัง​จะติดขัด แน่นในอก คัดจมูกเหมือน​กับยืนรมควันไฟอยู่​

"ช่วยด้วย ช่วยด้วย" ต่างคนต่างตะโกนขอช่วย​ไปยังภายนอก​พร้อม ๆ​ กัน ​และ​ใช้กำปั้นทุบประตู

สองสาวกอดทอมแน่นเข้า ๆ​ ​เขาเองหายใจไม่ค่อย​จะออก อาการอึดอัด เหงื่อแตกซิก วิงเวียนหน้ามืด อ่อนเพลีย ไม่รู้ว่าแรงหาย​ไปไหนหมด

ปรากฏว่าอ้อยกอด​เขาแน่นทรุดตัวลงนั่ง​กับพื้น​พร้อม ๆ​ กันสองสาว คนชราก็ร่วงทรุดนั่งด้วย

ทอม​ได้​ใช้​ความพยายาม แข็งใจยืนหยัด​ได้เพียงชั่วครู่ก็นั่งลงบนตักของ​ใครคนใดคนหนึ่ง​ ​เขารู้สึก​ได้จึงขยับลุกขึ้น​ หันหลังพิง​กับ​ใครคนหนึ่ง​ ​พร้อมแหย่ก้นนั่งลง

ห้าชีวิต​กำลังผจญ​กับจุดจบในระยะเวลาอีกไม่ช้านัก ​ถ้าหากไม่มีการช่วยเหลือ​ได้ทันท่วงที

อ้อยอ่อนพับลงบนตักของทอม ​เขากอดร่างของเธอไว้ ​ส่วนด้านหลังสาวคนหนึ่ง​​ได้​ใช้ศีรษะพิงแนบสนิท​กับหลังของ​เขา

"นี่เรา​จะตายไหมนี่" ผึ้งอุทานด้วย​ความห่วงใยชีวิต

"แม่จ๋า พ่อจ๋า ลูกคงไม่มีโอกาสกลับ​ไปรับ​ใช้​ทั้งคุณพ่อ​และคุณแม่อีกแล้ว​ ลูกกราบขออภัยด้วยในสิ่ง​ที่ลูกทำให้คุณแม่ผิดหวัง เสียใจ ลูกไม่​ได้เจตนาให้ท่าน​ได้รับ​ความเสียใจ ปวดร้อนใจใด ๆ​ โปรดอภัยให้ลูกด้วย ชาติหน้ามีขอ​ความกรุณาให้ลูก​ได้ถือกำเนิดเกิด​เป็นลูกของคุณแม่​และคุณพ่ออีกนะ ลูกขออโหสิกรรม ​และขออวยพรให้ท่าน​ทั้งสองจงมี​ความสุข​ความเจริญตลอด​ไป" ผึ้งรำพันด้วยเสียงแผ่วเบาจนล้มฟุบลงบนไหลของ​เขา

"พี่ ๆ​ น้อง​กำลัง​จะสิ้นใจอยู่​แล้ว​ ขอให้พี่อย่า​ได้คลาย​ความรัก​ที่มีต่อน้องนะ ​แม้นน้องตาย​ไปขอให้​ได้​เป็นภรรยาของพี่อีกในภพหน้าอย่างสมบูรณ์ ​โดย​เป็นคู่ผัวเมียกัน มิ​ใช้​เป็นชู้กันเช่นชาตินี้" อ้อยรำพัน

"พี่รับรองว่า​จะรักเธอตลอด​ไป ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า ​แม้​จะมีอุปสรรคใด ๆ​ ก็ตาม" ทอมรับรองอย่างแข็งขัน

"ชมพูเอ๋ย ยาย​กำลัง​จะสิ้นใจ ยายหายใจไม่ออก สมองยายมึนงง แน่นอกคล้าย​จะอาเจียน ยาย​กำลัง​จะจากหลาน​ไป หลานจ๋า ยายจาก​ไปแล้ว​ จงทำตัวให้ดี จงปฏิบัติต่อพี่น้อง พ่อแม่ ​และ​เพื่อน ตลอดถึงครูอาจารย์อย่างสุภาพเรียบร้อย​ จง​เป็นคนอ่อนน้อม ซื่อสัตย์ กตัญญู ​และขยันมั่นเพียร จงประกอบอาชีพ​ที่สุจริต ฯ ​ถ้าหลานทำ​ได้อย่างนี้ ถึง​จะตายยายก็นอนตายตาหลับ หากชาติหน้ามีจริง ขอให้หลานจงมา​เป็นหลานของยายอีกนะ ชาตินี้ยายลาก่อน ใจยายหวิว ๆ​ เหมือนสายใจ​กำลัง​จะขาดจากกัน ยายลาก่อนนะหลาน"สิ้นเสียงยาย ๆ​ ก็ฟุบลงกันตักของอ้อย ​โดยอ้อยเองก็ไม่ทราบเหตุการณ์อะไร​เกิดขึ้น​บ้างในขณะนี้

"แม่ แม่" ฝนอุทานด้วย​ความตกใจอย่างแผ่วเบาแล้ว​เสียงก็เงียบหาย​ไป

ขณะ​ที่ทอม​กำลังสะลึมสะลืออยู่​นั้น​ ก็​ได้แว่วเสียงเสียดสีของวัตถุดังขึ้น​ใกล้ ๆ​ อี๊ด ๆ​ แอด ๆ​ 4 -- 5 ครั้ง ​เขาชำเลือง​ไปตามเสียง​ที่ผ่านประตูห้องลิฟเข้ามา ทันใดนั้น​แสงสว่างก็ลอดเข้าทำให้​เขาตกใจตื่น ดวงตาลุกโชนด้วย​ความหวัง​พร้อมจ้องมอง​ไปทางประตู​ที่แสงสว่างลอดเข้ามา ​แต่ไม่​สามารถมองเห็นอะไร​​ได้เลย​

"เรามาช่วยแล้ว​"

ทอมล้มพับลงบนร่างของสาวข้าง ๆ​

เจ้าหน้า​ที่ของโรงแรม​พร้อมด้วยตำรวจ​และอาสาสมัครป้องกันภัยฯ ช่วยกันยกร่าง​ทั้ง ห้าคน​พร้อมบันทึกทรัพย์สิน​ที่ติดตัวมาด้วย ใส่เปลหามออก​ไปขึ้น​รถพยาบาล​และช่วยปฐมพยาบาล​โดยด่วน

ขณะรถพยาบาลสามคันคนย้ายคนป่วย​ทั้งห้า​ไปโรงพยาบาลนั้น​ ​พร้อมเสียงไซเรนดังสะนั่นหวั่นไหว ​เป็นการขออนุญาตเบิกทางให้รถคันอื่นหลีกทางให้อย่างเร่งด่วน รถเหล่านั้น​ก็ให้​ความสะดวก​ด้วยดี

ทางผ่าน​ไปโรงพยาบาลแห่งนั้น​มีถนนรถไฟตัดผ่าน ขณะนั้น​รถไฟ​กำลัง​จะวิ่งผ่านถนนสายนี้​ไป จึงมีการลงป้ายปิดถนนห้ามรถยนต์ อนุญาตให้รถไฟวิ่งผ่าน​ไป​ได้อย่างสะดวก​

รถพยาบาล​ทั้งสามคัน​ต้องจอดรอให้รถไฟผ่าน​ไปก่อน ​ต้องต่อคิวท้ายรถ​ที่มาจอดอยู่​ก่อนแล้ว​

สถาน​ที่จอดรถพยาบาลอยู่​ตรงปากซอยเล็ก ๆ​ ทันใดนั้น​มีรถกระบะป้ายแดงสีบรอนทองคันหนึ่ง​วิ่งมาด้วย​ความเร็วสูง คนขับไม่​สามารถทำให้รถหยุด​ได้ในทันทีทันใดดั่งก่อนมา รถจึงพุ่งชนรถพยาบาล​ที่บรรทุกคนป่วยมา กระเด็นกระดอน​ไปกลางถนนทันที

รถพยาบาลล้มกลิ้งลงในคูด้านตรงกันข้าม ​เนื่องจาก​เป็นถนนสองเลน
​เมื่อรถไฟผ่าน​ไปแล้ว​ รถยนต์ผ่าน​ไปหมด ก็มีการกู้รถพยาบาล​และเจ้าหน้า​ที่​ได้นำร่างของทอม​และอ้อย​ไปส่ง​ที่โรงพยาบาล

​เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์​และพยาบาล​ได้แจ้งให้ญาติทราบว่า หญิงชราปลอดภัย สองสาวฝน​กับผึ้งพ้นขีดอันตรายแล้ว​ ​แต่อ้อย​และทอม​ได้เสียชีวิตแล้ว​

4
"อ้อยดูนั่นซิ ญาติของเธออยู่​เต็ม​ไปหมด โน้นสามีของเธอ ลูกของเธอก็มากัน​พร้อม"ทอม

"ลูกของเธอก็อยู่​นั่นด้วย โน้นภรรยาของเธอ​กับ​เพื่อน ๆ​ ​กำลังเดินมา​ที่นี้เช่นกัน"อ้อยปรารภ

"เข้า​ไปดูกันเถอะ" อ้อยชวน

"​ไป" ทอมตอบ​พร้อม​กับจับแขนอ้อยจูงเดินแหวกฝูงชนเข้า​ไป มีร่างสองร่างนอนอยู่​บนเตียงคลุมผ้าขาวตลอดเท้าถึงหัว​ทั้งสองคน ทำให้​เขา​ทั้งสองสงสัยยิ่งนัก มีบางคน​กำลังร้องไห้ บางคนมีอาการสะอึกสะอื้นตาบวมแดง

"เฮ้ ทำไมไม่มี​ใครมาทักทายเราเลย​ ​ทั้ง​ที่รู้จักสนิทสนมกันดี ทุกคนว่างเฉยเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ทันใดนั้น​ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตร​และสหกรณ์​ได้มาถึงในสถาน​ที่นี้ทุกคนต่างให้การต้อนรับมีการทักทายพูดคุยกันตามสภาพปกติ ​ได้ทราบจากคำบอกเล่าว่าผู้​ที่นอนคลุมผ้าอยู่​นั้น​​คือร่างของเราเอง อ้อย​กับ​เขา มัน​เป็น​ไป​ได้อย่างไร

"หรือว่าเรา​ได้ตาย​ไปแล้ว​" อ้อยเสริมทันที

ทันใดนั้น​ ญาติผู้หนึ่ง​​ได้เปิดผ้าคลุมใบหน้าของทอมออก ​และญาติอีกคนหนึ่ง​​ได้เปิดผ้าคลุมหน้าของอ้อยออก ​ทั้งสองก็จำ​ได้ว่า​เป็นร่างของ​เขาจริง ๆ​

"เราตายจริงแล้ว​ทอม"

"ใช่...​ เราตายแล้ว​ เรามี​แต่วิญญาณมาเดินอยู่​นี้ จึงไม่มีคนทักทาย​กับเรา​เพราะ​เขาเหล่านั้น​มองเรา​ทั้งสองไม่เห็นเหมือนเช่นตอน​ที่มีชีวิตอยู่​ เราอยู่​คนละมิติกัน ต่างภพกัน" ทอมอธิบาย

"เธอคง​จะเห็นแล้ว​ว่าทุกคนต่างมี​ความเศร้าโศกเสียใจ ​และมี​ความอาลัยอาวรณ์ต่อผู้เสียชีวิตมาก"ทอมพูดต่อ

ขณะนั้น​ปรากฏมีชายร่างกายกำยำล่ำสันนุ่งผ้าสีแดง โพกศีรษะด้วยผ้าแดง ตาดุแดง​เป็นประกายน่ากลัว มือถือหอกคมกริบ​ทั้งสองคน ​เขา​กำลังเดินตรงมายัง​ที่เรา​ทั้งสองยืนอยู่​ ​พร้อมพูดว่า

"เชิญท่าน​ทั้งสอง​ไป​กับเรา"
"​จะพาเรา​ไปไหนหรือท่าน" อ้อย
"พา​ไปสู่ภพใหม่ของท่าน"
"เราไม่​ไป​กับท่านหรอก"

"ท่านไม่​ไปไม่​ได้นะ มัน​เป็นกฎเกณฑ์ตามธรรมชาติของสรรพสัตว์​เมื่อเสียชีวิตแล้ว​"
"​ไปก็​ได้"

5
ทอมดีใจมาก​ที่​ได้เห็นอ้อย จึงแข็งใจสลัด​ความเจ็บปวดรีบตะเกียกตะกายหนีจากสุนัขจนเนื้อขาดวิ่นติด​กับสุนัขเลือดกระจายพุ่ง รีบวิ่ง​ไปยังต้นไม้​ที่มีหนาม ฝูงสุนัขก็ตามไล่​ไปติด ​เขา​สามารถปีนขึ้น​​ไปบนต้นไม้หนามแหลมคม​ได้ ​แต่...​...​...​...​..

6
ตารางมีไว้สำหรับมนุษย์​ที่มี​ความ​พระพฤติไม่เรียบร้อย​ มี​ความผิด​และถูกพิพากษาลงโทษตาม​ความผิดของ​แต่ละคน บางครั้ง​ความยุติธรรมอาจเปลี่ยนแปร​ไปตามสภาพของการบิดพลิ้ว​ความจริง​และเงินทุน​ที่​สามารถบันดาลให้ใจของมนุษย์​เป็นสถาน​ที่​ที่สถิตของนรก​ได้

​แต่สำหรับนรกนั้น​​เป็นสถาน​ที่ ๆ​ ผู้กระทำบาปกรรมไม่​สามารถบิดพลิ้ว​ได้ ​เป็น​ไปตามเฉพาะกรรมของตน​ที่ทำไว้เท่านั้น​ ​เพราะผลของกรรมติดตามตนหรือจิต​ไปดุจเงาของตน

...​...​...​.

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3661 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง ฉิมพลีทัณฑ์
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๙๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19122 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 07 พ.ค. 2558, 12.14 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น