นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ดีหรือบ้ากันแน่
เปิดฟ้า ก้องหล้า
...ณ ร้านอาหารภูเขาทอง ​​ซึ่งตั้งอยู่​​เชิง​​เขาสูงตระหง่าน หน้าผาชันสง่า ร่มเย็น บรรยากาศดี มีธรรมชาติแวดล้อมดี สายธาราเย็นฉ่ำ เปิดบริการอย่างเป็...
ณ ร้านอาหารภูเขาทอง ​ซึ่งตั้งอยู่​เชิง​เขาสูงตระหง่าน หน้าผาชันสง่า ร่มเย็น บรรยากาศดี มีธรรมชาติแวดล้อมดี สายธาราเย็นฉ่ำ เปิดบริการอย่าง​เป็นกันเอง ​ถ้าอยาก​จะเพิ่มดีกรี​ความสนุกครึกครื้น สร้างอารมณ์ให้ฉวัดเฉวียน ปานท่องอยู่​ในทะเลโต้คลื่นของอารมณ์แห่ง​ความสุขสันต์ ​เพื่อเสริม​ความเติมเต็มแห่งชีวิต ​โดยการร้อง คาราโอเกะ ห้องพิเศษ ​(v.i.p.) เย็นฉ่ำสม​กับบรรยากาศ​ที่ปรารถนา

ณ ห้องพิเศษแห่งนี้ บริบูรณ์ด้วยพลังจากรอบทิศของพลังธรรมชาติแห่งขุน​เขาป่าไม้​และสายน้ำ มี​ทั้งน้ำแร่บ่อร้อน ​และธารน้ำเย็น ​ซึ่งขนาบอยู่​สองข้างของภูเขา พลังแห่ง​ความสุขสันต์ พลังแห่ง​ความสมหวัง ​ความ​เป็นตัวของตัวเอง ​ความเชื่อมั่นในตนเอง ​และพลังแห่งการดูดซับร่างกายให้ปลอดโปร่งเย็นสบาย ตัวเปล่า​เป็นอิสระ ดังปรารถนาทุกฝ่าย โอ้สวรรค์ น้อย ๆ​ ​ที่​ได้มาพบพาน

กิจกรรมต่าง ๆ​ สมบูรณ์ เช่น การร้องเพลง การรับประทาน การดื่ม การพูดคุยสนุกสนานแล้ว​ เวลาแห่ง​ความเสียดาย เวลาแห่ง​ความอาลัยอาวรณ์ก็มาถึง เช็คบิลเรียบร้อย​ เดินลงจากห้องคาราโอเกะ อย่างตัวเบาลอย ชนิด​ที่บอก​ได้ว่า ประสบ​ความสุข ​ความสมหวัง ​เมื่อนักร้องสาวเดินตามหลังมาส่งถึงบันไดรถ

"กลับมาอีกนะคะ​ อย่าลืม ​เมื่อมี​ความ​ต้องการ​จะร้องเพลง ​ความสนุกครื้นเครง หรือคิดถึง คาราโอเกะ ครั้งใด กรุณานึกถึง "ภูเขาทอง" ​ที่นี่นะคะ​" ดี.เจ.สาวนักร้อง

" จ้า ​จะพยามยาม ​และคิดถึงมาก ๆ​ " เลิศ

" ไม่ ! ไม่​จะ นะคะ​ นึกถึง​เมื่อไร กรุณา ตรงมาเลย​ ยินดีต้อนรับ​และ ขอให้คุณเดินทาง​โดยสวัสดิภาพ ​และมี​ความสุข ขับรถดี ๆ​ นะคะ​" ดี.เจสาว นักร้อง เชิญชวนล่วงหน้า​พร้อมอวยพร

" ​จะพยายามอย่างไร ดูซิ พอคิดถึงพับก็ตรงมาเลย​ ​โดยมิลังเล มิแวะเวียน​ที่ไหนอีกเลย​ ภูเขาทองแห่งเดียว เธอดูซิว่า คน​ที่พอคิดถึงแล้ว​มาเลย​ ​แม้​จะไกล ๆ​ แสนไกล ​แม้​จะขี่รถ​เป็นค่อนวันก็ตาม มิสนใจอะไร​อีกแล้ว​ กรุณาดูซิว่า ​เป็นคนดี หรือคนบ้า ๆ​ กันแน่" เลิศบอก​ความรู้สึก

"ก็คุณมาเยี่ยมคนบ้า ๆ​ นะซิ มันก็บ้าพอ ๆ​ กัน นั้น​แหละ​ จึงคุยกันรู้เรือง" ดี.เจ.นักร้องคล้อยตาม​และปรับตน

"ใช่ ฉันก็ว่าอย่างนั้น​แหละ​" เลิศสนับสนุน

"​ไปก่อนละ" รถ​ซึ่งสตาร์ทเครื่องไว้แล้ว​ก็เริ่มออกพุ่ง​ไปด้วยพลังมหัศจรรย์ของน้ำมันเบนซิน ​ที่เปลี่ยน​ไป​เป็นพลัง ​ที่มีพลังพอ​จะขับเคลื่อนรถ​ไปข้างหน้า ​จะเร็วหรือช้าขึ้น​อยู่​​กับจำนวนน้ำมันมากน้อย ​และลำดับ​ความสำคัญของเกียร์ด้วย รถวิ่งทะยานถึงประตู ด้วยแรงทะยานตาม​ความลาดชันของถนน สู่ท้องถนน โผล่รถขึ้น​ถึงขอบถนน รถผ่านมา เลิศ​ต้องเบรกรถ

กะทันหันชะลอ​ความเร็วให้รถหยุดก่อน ให้รถของ​เขาผ่าน​ไปก่อน ​เพราะ​เขาวิ่งมาจากทางตรง รถผ่าน​ไปหมด เลิศเข้าเกียรออกรถสู่ท้องถนน ​เพื่อเดินทางต่อ​ไป

ขณะขับรถผ่านมาเจอป้ายวงกลมสีขาวข้างถนน เลิศมองเห็นใบหน้ายิ้มแป้น ​พร้อมกล่าวคำทักทาย ​เพราะสิ่ง​ที่​เขาเห็น​คือใบหน้าของดี.เจสาวนักร้อง

"เอ๊ะ ! เรา​เป็นอะไร​กันนี้ เธอมายืนอยู่​ตรงนี้​ได้อย่างไร จึงชะลอ​ความเร็วลง ​เมื่อรถเข้ามาใกล้ ไม่เห็นมีเธอ มี​แต่ป้ายวงกลมสีขาว บอกให้จำกัด​ความเร็วของรถในการขับผ่านทางโค้งช่วงนี้เท่านั้น​ เอ๊ะ ! นี่ดู เรา​เป็นคนดี หรือคนบ้า กันแน่" เลิศพึมพำเบา ๆ​

ขี่รถ​ระหว่างทางกลับบ้าน พายุร้ายผู้มีอำนาจอิทธิพลเหนือมนุษย์​และสัตว์ แสดงอาการพิโรจน์พัดกระหน่ำ สร้าง​ความปั่นป่วนในบรรดากลุ่มเมฆต่ำถูกแรงกระหน่ำของพายุกระจัดกระจายแตก​ไปในทางทิศเดียวกัน บ้างม้วนตัวกระทบกัน บ้างตกหล่นลงมา​เป็นฝน เลิศก็ขับรถ​ไปเรื่อย ๆ​ ​โดยมิหวั่นว่า​จะเปียกปอน หรือโดนกระแสฟ้า ผ่า​ได้ ด้วยรถ​เป็นโลหะ ​แต่เลิศมิยอมหยุด จนเสื้อผ้าเปียกปอน เย็นชาหนาวเหน็บ ​แต่จักรยานคู่ชีพของ​เขามิเคยหวั่นไหว ไม่สนใจ​ความเหน็บหนาว ​แม้กระ​ทั้ง​ความหิวโหย ​เขาเดินทางอยู่​นั้น​ มือชาเท้าชา ฝ่าฝนมาตลอดทาง ท่านดูซิทนอยู่​​ได้ คนดีหรือคนบ้าแน่

จากภูเขาทองขี่จักรยานยนต์มาระยะหนึ่ง​ฝ่าฝนลมแรงมา ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง หรือไม่ หรือขี้เกียจ หรืออาการท้องไม่ดี ปั่นป่วนหรือ จึงทำให้รถสะดุด​และ สะบัดจนหัวรถแกว่ง​ไปมา ทำให้เลิศตกใจนิด ๆ​ เลิศตั้งสติ​ได้​สามารถบังคับมิให้หัวรถแกว่ง​ได้ จนรถชะลอ​ความเร็วลง ​และหยุด​ได้ด้วยเท้าขวาเหยียบเบรก เท้าซ้ายเปลี่ยนเกียร์จากสูง​เป็นเกียร์ต่ำ จนเกียร์ว่างตามจังหวะ​ความเร็วของรถ เลิศลงจากรถก้มดูเห็นยางรถล้อหลังแฟะแบนติด​กับพื้นไม่มีลม

ปัญหาว่า เส้นทางนี้ไม่เคยมาก่อน จึงไม่ทราบว่ามีร้านซ้อมจักรยานยนต์หรือสถาน​ที่ปะรถ​ได้​ที่ไหนบ้าง อยู่​ใกล้หรือไกลเท่าไร
เลิศจึงเริ่มจูงจักรยานยนต์ ขณะนี้ยังรู้สึกเสียดายยาง​ถ้าหากติดเครื่องขี่​ไปเบา ๆ​ ยางชั้นในก็​จะมีแผลหรือช้ำมาก ยากต่อการปะ อาจ​จะ​ต้องเปลี่ยนยางในเส้นใหม่ จึงตัดสินใจปิดเครื่องจูง

เลิศจูงรถมาจนเหนื่อย ​เพราะ​ต้อง​ใช้แรงตลอดเวลา เหงื่อไหลไคลย้อย ดูเถอะช่าง​เป็น​ไป​ได้ ดูชิ ดีหรือบ้า กันแน่


เลิศคง​จะรู้สึกเบื่อ หรือเหนื่อยจากการจูงรถนาน ๆ​ คง​จะคิด​ไปคิดมาหลายตลบแล้ว​ ว่า​จะ​ต้อง​ใช้เครื่องทุ่นแรง ​แม้​จะเปลืองน้ำมัน​ไปบ้าง ​เพื่อ​จะ​ได้ผ่อนคลาย​และกระทุ่นแรง หรือพลังงาน ​เขาตัดสินใจสตาร์ทเครื่องรถ เข้าเกียร์ 1 ​พร้อมจูงให้รถเคลื่อน ​ไป​ได้ระยะหนึ่ง​จึงเปลี่ยน​เป็นเกียรสอง ​และเกียร์สามตามลำดับ รถ​สามารถวิ่ง​ไป​ได้อย่างสบาย ​เขา​ต้องรีบครึ่งวิ่งครึ่งเดินประคองรถให้​ไปตามทิศทาง​ที่​ต้องการ ขณะ​ที่​กำลังลากจูงรถ เครื่องจักรช่วยทำงานให้​เขาแทนการจูง ​ต่อมา​ความเหนื่อยก็​จะกลับมาเยือนเลิศอีก ​เพราะ​ความร้อน​ที่ปกคร่อมถนน​และบริเวณนั้น​ เลิศจึงนั่งคร่อมรถ​ไปเรื่อย ๆ​ ช้า ๆ​ รถก็ยังสะดุดถนน​เป็นจังหวะทึง ทึง ​เพราะหัวจู๊บสูบลมกระทบพื้น การ​ที่ทำอย่างนี้ ​เป็นระยะเวลานาน บวกกันน้ำหนักรถ ​และน้ำหนักของคนอีก​จะ​เป็นเท่าไร กรุณาช่วยดูหน่อย​ ว่า ผู้นี้ ดีหรือบ้า ​(ฮะ ฮะ)​ กันแน่

เลิศมาถึงร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ภายในเวลา 1 ชั่วโมง​โดยประมาณ ช่างซ่อมพิจารณาแล้ว​ถอดยางนอกออก แล้ว​จึงดึงยางในออกมา เห็น​เป็นรอยช้ำของยาง​เป็นทางยาว ช่างก็คง​จะคิดว่า ให้เจ้าของรถ​ได้มั่นใจใน​ความบริสุทธิ์ใจ​และจริงใจของช่างซ่อม จึงอัดลมเข้ายางในพอสมควรแล้ว​นำ​ไปแช่น้ำ ปรากฏว่ามีลมออกปุด ๆ​ ​เป็นทางยาวตลอด​ที่​ส่วน​ที่จมอยู่​ในน้ำ เปลี่ยน​ที่​ไป ทะลุมีลมออกเกือบตลอด ช่างสรุปว่า ปะไม่ไหวหรอกนะ คุณ​ต้องเปลี่ยนยางในใหม่

"เปลี่ยนมันเถอะไม่ไหวแล้ว​ ทะลุเกือบตลอดเส้น"

"จ้า ! เปลี่ยนก็เปลี่ยน"

เลิศนั่งลงบนม้านั่ง สายตาเหม่อลอย มองสุดขอบฟ้า เมฆฝน​กำลังปั่นป่วน เช่นเดียว​กับหัวใจของเลิศ ​ที่​กำลังปั่นป่วนด้วยการคิดถึงดี.เจสาวนักร้อง ในดวงตาของเลิศมองเห็นหน้าของดี.เจ.สาวนักร้องโผล่มาจากก้อนเมฆ ส่งยิ้มให้​และกวักมือเรียกหา เท่านี้เลิศก็หลับ​ไปด้วย​ความอ่อนล้า จากการลากจูงรถมา ​เป็นระยะทาง​ที่ไกลจนกระ​ทั้งขี่​ทั้งยางไม่มีลม​และ​จะ​ต้องเปลี่ยนยางในใหม่ อารมณ์ลึกในห้วงฝันขณะหลับนั้น​ หามิ​ใครทราบบ้างไหมว่า เลิศ​จะมี​ความสุขหรือทุกข์​แต่อย่างไรหรือไม่

"ใบหน้าแจ่มใส มีสง่า น่ารัก ​แม้กระ​ทั้งเวลาหลับ คาพนักเก้าอี้" นายช่าง "​เขาคง​จะมี​ความสุข ​และสุขภาพดี หนุ่มสมัยนี้น่ารักจัง"

"ดูซิ เราหลับ​ไปตั้งนาน ช่างเปลี่ยนยางให้เสร็จเรียบร้อย​แล้ว​ ​และ​กำลังซ่อมรถให้ผู้อื่นอยู่​ ​เขาคง​จะเกรงใจไม่กล้าปลุก เราหลับ​ไปตั้งนาน ในโรงซ่อมแห่งนี้บนเก้าอี้นี้นะหรือ ท่านจงพิจาณาดูซิครับ​ ว่า ดีหรือบ้า ...​ กันแน่"

คืนนั้น​เลิศ​ไปงานของ​เพื่อน ​ซึ่ง​เขา​ได้สมรักก่อน​ใครอื่น​ทั้งหมด ​เพื่อน​ที่จากหาย​ไปนาน ต่าง​ได้กลับมา ​ได้พบปะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานประสา​เพื่อน สลับ​กับการร้องเพลงจากตอนค่ำ​ไปเรื่อย ๆ​ จนถึงตีสี่ตีห้า ใกล้​จะสว่างแล้ว​นี้ ​เป็น​ไป​ได้อย่างไร ร้องเพลง​ทั้งคืน ดูซิ ท่านพิจารณาดูเถอะ คนชนิดนี้ ดีหรือบ้า กันแน่

รุ่งเช้า​เลิศ​ต้องรับหน้า​ที่​เป็น​เพื่อนเจ้าบ่าว ​คือถือเชี่ยนเจ้าบ่าว หรือพานสำหรับใส่ของเจ้าบ่าว ​ต้องอยู่​ใกล้เจ้าบ่าวตลอดเวลา ​ถ้าหลับไม่​ได้ เลิศ​ต้องทำใจ แข็งใจไม่ยอมหลับ แวบเดียวให้​เพื่อนๆ​ ​ไปซื้อยาบำรุง​กำลัง ให้ขวดหนึ่ง​ดื่มเข้า​ไป จึง​สามารถเรียก​ความสดชื่นกลับคืนมา​ได้ เจ้าจำ​เป็น​จะ​ต้องอดทนทรมาน​ไปเรื่อย ๆ​ ​เมื่อคืนก็ไม่​ได้นอน เสร็จพิธีบ้านเจ้าสาว ตอนเย็น​ไปร่วมพิธีเลี้ยงแขกอีก จนกระ​ทั้งเลย​ดึก​ไป เจ้าบ่าวเจ้าสาวกลับบ้าน เลิศตั้งหลัง​จะนอน​พอดี ญาติฝ่ายเจ้าสาวอีกคนหนึ่ง​​ซึ่งอายุมากแล้ว​ ลูก ๆ​ นำมาเยี่ยมด้วย​ความห่วงใยหลาน เลิศก็​ต้องลุกขึ้น​มาช่วยดูแลตามธรรมเนียม นี่เรายังไม่​ได้นอน ​แต่​ต้องรับหน้า​ที่จนลืมตาไม่ขึ้น​อยู่​แล้ว​ ลองดูซิ ว่าเรานี้ ดี หรือ บ้า กันแน่

เลิศหลับ​ไปตื่นขึ้น​มาเกือบ 10 โมงเช้า​ ลุกขึ้น​งัวเงีย เดินเซซังออก​ไปนอกห้องด้วยอาการสะลึมสะลือ

"อาบน้ำก่อนแล้ว​ทานข้าว" เจ้าบ่าว

"ยาสีฟัน แปรง ผ้าเช็ดตัว เตรียมให้​พร้อมแล้ว​ อยู่​ในห้องน้ำคะ​" เจ้าสาว

"ขอบใจมาก" เลิศ

เลิศเข้าห้องอาบน้ำ มองลง​ไปในโอ่ง เห็นใบหน้าดี.เจสาวนักร้องลอยวนอยู่​ เลิศขยี้ตา หลับตา มองลง​ไปใหม่อีกครั้ง เธอ​ทั้งยิ้ม​และหัวเราะ​ได้ยินเสียงชัดเจน เลิศถอยออกมาเปิดฝักบัวปล่อยน้ำไหลผ่านศีรษะเปียกชุ่มทั่วตัว สักระยะหนึ่ง​ ก่อน​จะหยิบสบู่ก็​ได้ชะโงก​ไปดูในตุ่มอีกครั้ง ก็มีใบหน้าเธออยู่​อีก เห็นเพียง​แต่เธอเท่านั้น​ ไม่ว่า​จะ​ไป​ที่ไหน นี่เรา คนดี หรือบ้า กันแน่

เลิศอาบน้ำเสร็จแล้ว​​ไปทานข้าว ​ซึ่ง​เพื่อน ๆ​ ​กำลังรออยู่​ นั่งเรียบร้อย​ เลิศรับจานข้าวมา เอื้อมมือ​จะตักแกง

"เอ้า" เลิศอุทานเบา

"อะไร​เลิศ" ​เพื่อน ๆ​ ต่างหันมาดู ​พร้อมคำถามด้วยมิ​ได้ตั้งใจ​และนัดหมายกัน

"ไม่หรอก ไม่มีอะไร​"

ภาพของดี.เจสาวนักร้องปรากฏในถ้วยแกง​ที่เลิศ​จะตัก​พร้อมชักมือกลับ

"อยากรู้ว่าแกงทอดปลาอะไร​เท่านั้น​เอง" เลิศปฏิเสธ

"ปลากระบอก แม่ครัวบอก

"ทานข้าวเสร็จ เลิศอย่าลืม​ไปเลือกตั้งด้วยนะ วันนี้มีการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาเทศบาลตำบล แทนผู้​ที่เสียชีวิต​เพราะ​ความชรา​เมื่อไม่นานมานี้"

"​ต้อง​ไป​ใช้สิทธินะ มัน​เป็นหน้า​ที่ของเรา ทุกคน​ที่​จะ​ต้อง​ใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ"

" ​แต่ เอ้ ! เราเลือก ๆ​ คน​ที่แจกสิ่งของ เลือกคน​ที่จ้างให้เลือก​เขาด้วยเงิน บางคนให้ค่าจ้างเลือก 1 พันบาท​ บางคนให้ 2 พันบาท​ต่อ 1 เสียง เลือกกี่ครั้ง ๆ​ เราก็ยังเลือก​เขาอยู่​​ทั้ง ๆ​​ที่ รู้ว่า​เป็นการค้าขาย แลกเปลี่ยนกัน ​คือต่างฝ่ายต่าง​ได้ประโยชน์ เช่นเดียว​กับการค้าทั่ว​ไป ​คือ คน​ไปซื้อกล้วยด้วยเงิน คนขาย​ได้เงิน​ไปซื้อสิ่งของ​ที่ตนปรารถนา​ได้ต่าง ๆ​ นานา ​แต่ผู้​ที่รับกล้วยมา ก็​สามารถนำกล้วย​ไปแปรรูป​เป็น ผลผลิตสินค้าบางอย่างอาจ​จะทำกำไร้​ได้น้อย

เราขายสิทธิ​ไป ​เขาก็นำ​ไป​ใช้ประโยชน์ในสภาเทศบาล​ได้มากมาย​​ทั้งเรื่อง​การเงิน ​และเรื่อง​อื่น ๆ​ ​แต่สิ่ง​ที่เรา​จะ​ได้ ​ซึ่งมีน้อยมาก ​เพราะ​เขาไม่​ได้นึกถึงสิ่งใหม่ หรือแก้ปัญหาให้แก่ชาวบ้าน ​เขาช่วยแก้ปัญหาให้แด่คณะของเรา ​แต่เราก็ยังเลือก​เขาเข้า​ไป ​ทั้ง ๆ​​ที่ ​เขาไม่มี​ความเหมาะสมตามลักษณะของ​ความ​เป็นประชาธิปไตย ​เขา​เป็นผู้​ที่มีการ​เอารัด​เอาเปรียบสังคม ละเมิดสิทธิพื้นฐานของผู้อื่นทุกอย่าง อย่างนี้ เราก็เลือก​เขาทุกครั้ง ละมิดสิทธิพื้นฐานของผู้อื่นทุกอย่าง อย่างนี้ เราก็เลือก​เขาทุกครั้ง คิดดูซิ ดีหรือบ้ากันแน่

​ไปเลือกตั้งในคูหา​ต้อง​ใช้บัตรประชาชนด้วย ​เมื่อเจ้าหน้า​ที่ตรวจเช็ค​ที่อยู่​ถูก​ต้อง​และบันทึกการ​ใช้บัตรประชาชน​โดยเขียนเลขประจำตัวในบัตร ​และการมา​ใช้สิทธิเลือกตั้ง เห็นบนบัตรประชาชนมีสีทองติดอยู่​ ​ทั้งด้านหน้า​และด้านหลังมีพื้น​ที่ไม่เกิน 1 ตารางเซนติเมตร ถามบางคน ​เขาบอกว่า ​เป็นซิฟ สำหรับใส่ข้อมูล ​แต่ไม่เห็นเปิดให้ดู หรือนำ​ไป​ใช้ประโยชน์อะไร​​ได้บ้าง ​และ ไม่มี​ที่สำหรับ​ใช้บัตรนี้ ​ได้ทราบข่าวจากสื่อมวลชนประเภทโทรศัพท์ ​เขาบอกว่า ไทย​เป็นชาติ​ที่ 3 ​ที่​จะ​ใช้บัตรเกรดิตชนิดนี้​ได้ ​ซึ่งบริษัทเอกชน​เป็นผู้ผลิต

​ซึ่ง​เมื่อก่อนทุนทำบัตร ใบละ 2 -- 3 บาท​เท่านั้น​ ​แต่พอบัตรฝังชิฟมีมูลค่าต้นทุนเพิ่มขึ้น​​เป็น 38 บาท​ เงิน​ส่วนนี้ หาย​ไปอยู่​​ที่บริษัทเจ้าของกิจการประมาณ คนละ 35 บาท​ ​ถ้าประชากร 67 ล้านคน มีผู้มีสิทธิทำบัตรประชาชน 40 -- 45 ล้านคน บริษัท​จะ​ได้เงินเท่าไร 30 - 35 บาท​เท่า​กับ 1,050 ล้านบาท​ นี่ควร​จะ​เป็น​ส่วน​ที่รัฐสมควร​จะ​ได้​เป็นค่าตอบแทนบุญคุณแก่แม่​พระธรณี

นี่​คือ​ส่วน​ที่ควร​จะ​เป็นของรัฐ หรือนำมาเปรียบ ปรับปรุงช่วยเหลือประชาชน หรือพัฒนาประเทศ ​แต่​เขาก็ยังทำบัตรชนิดนี้กันอยู่​ ดูซิ ดี หรือบ้า กันแน่

เรามีลูกหลาน ​กำลัง​จะเรียนในชั้นอนุบาลในโรงเรียน​ที่ดีมีชื่อเสียง จึง​ไปติดต่อเข้าเรียน คนแล้ว​คนเล่า บางครั้ง​ต้องเสียค่า คอมพิวเตอร์ บางครั้งเสียค่าบำรุงห้องสมุด บางครั้งเสียค่าบำรุงสวัสดิการ บางครั้ง​ต้องเสียค่าบำรุงมูลนิธิ ​ซึ่ง​เป็นการ​เอารัด​เอาเปรียบลูกชาวบ้านทั่ว​ไป ​ซึ่งไม่มีเงินพอ​ที่​จะซื้อโอกาสดี ๆ​ ให้แก่ลูกหลาน ​ทั้ง ๆ​ ​ที่รู้ว่า​เป็นการสร้างสม การ​เอารัด​เอาเปรียบกัน ​และเพาะขยายฝังลึกลงในใจเด็กให้​เอาเปรียบผู้อื่นตลอด​ไป ดูซิ คนประเภทนี้ ดีหรือบ้า กันแน่

ในการเลื่อนตำแหน่ง หรือสมัครงาน หรือโยกย้ายสลับสับเปลี่ยนสถาน​ที่ทำงาน บางครั้ง​ต้องเสียเงิน ​เพื่อ​ความสะดวก​ของตน เท่าไรก็​ได้ ขอให้​ได้ดัง​ที่ตนปรารถนาก็​เป็น​ใช้​ได้ บางคนเจ้าหน้า​ที่ดำเนินการไม่ทราบอะไร​เลย​ ​แต่มีคนมาติดต่อขอเงินค่าเลื่อนหรือย้าย ​ทั้ง​โดยตรง​และการเลี้ยง บางสถาน​ที่กำหนดการเลี้ยงไว้ ​เป็นจำนวนเงินเท่าไร ก็จำ​เป็น​ต้องร่วมกิจกรรม เราทำอย่างนี้มาบางแล้ว​ ดูซิ เรา ดีหรือบ้า กันแน่

เรา​ต้องเสียภาษี​ทั้งทางตรง​และทางอ้อม ภาษีทางตรง ​คือ การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอรเซ็น ภาษีโรงเรือน ภาษียานพาหนะ ภาษี​ที่ดิน ​และภาษีอื่น ๆ​ ตาม​ที่กฎหมายกำหนด สำหรับภาษีทางอ้อม เช่นแม่ค้าเสียค่า​ใช้จ่ายในการซื้อของ เช่น ค่าขนส่ง ค่าจ้างขนย้าย ค่าอาหาร ค่า​ที่พัก ฯ ​เขา​จะบวกราคาจ่ายเหล่านั้น​​ไปในราคาสินค้าด้วย บวกกำไร ​และค่า​ใช้จ่ายต่าง ๆ​ รวมกันเฉลียออกมา​เป็นราคาสิ้นค้าต่อชิ้น สำหรับเก็บจากผู้บริโภค เราก็​ต้องเสีย​เป็นประจำ ไม่ว่า​จะซื้อน้ำตาล สบู่ ดินสอ ขนม น้ำตาลทราย ปลาทู ปลากระป๋อง ผลไม้ เสื้อผ้า เราก็​ต้องจำยอม ซื้ออย่างนี้เสมอมา ​ทั้ง ๆ​ ​ที่รู้ว่าถูก​เอารัด​เอาเปรียบ ดูซิว่า ตัวเรานี้ดีหรือบ้า กันแน่

​เมื่อคิดถึงดี.เจสาวนักร้อง ​จะนั่ง​จะนอนก็คิดถึง อยากเห็นหน้าเธอ อยากพบ อยากพูดคุย ​เมื่อทนไม่อยู่​ ก็​ต้องรีบตะบึงรถ​ไปหาเธอทันที วิ่ง​ไป เร็วบ้าง ช้าบ้าง ​ส่วนมากเร็วจี๋ บนถนนมีรถมากมาย​ ฝนตกถนนลื่น ​แต่ก็ยังไม่กลับหลัง มุ่งตรง​ไปห้องอาหาร​เพื่อพบดี.เจสาวนักร้อง ​เป็นเช่นนี้เสมอ ดูซิ ว่า ดี หรือบ้า กันแน่

​เมื่อ​ไปถึงห้องอาหาร ดี.เจสาวนักร้องไม่มาต้อนรับก็กระวนกระวาย เดินงุ่นง่าน อารมณ์ไม่ดี ทำไมจึง​เป็นอย่างนี้ ดูซิ ดีหรือบ้า กันแน่

เลิศนั่งใจลอย กระสับกระส่าย สั่งเบียร์ ​กับแกล้มแล้ว​ ​จะดื่ม​จะทานก็ไม่​ได้ นั่งอยู่​นาน

ทันใดนั้น​ มีมือนิ่ม ๆ​ อ้อมมาจากด้านหลังมาปิดตา ​ทั้งคู่ของเลิศไว้ ด้วยสัญชาตญาณแห่งการ​เอาตัวรอด เลิศก็รีบจับมือ​ทั้งสองไว้อย่างอัตโนมัติ เลิศคิดว่ามือนิ่ม ๆ​ อย่างนี้คง​จะไม่ใช่สิ่ง​ที่​เป็นอันตรายแก่ตน ​แต่​ความอยากรู้​ความสงสัย ว่าน่า​จะใช่เธอ ดี.เจสาวนักร้องผู้แสนสวย

เลิศพยายามแกะมือ เธอเงียบ​และกดไว้แน่น เลิศพยายามแกะมือเธออยู่​ครูหนึ่ง​ ​แต่ไม่​ได้​ใช้อารมณ์ " ​ใครนะ ปล่อยมือซิ ฉันมองอะไร​ไม่เห็นอยู่​แล้ว​"

"ฮะ ๆ​ ๆ​ ๆ​ ๆ​ ๆ​" เสียงหัวเราะเบา ๆ​ ลอดผ่านออกมาฟังแล้ว​สดชื่น เสียวซ่านอารมณ์ของเลิศยิ่งนัก มือนิ่ม ๆ​ ก็ผ่อนคลายออก เลิศจับมือเธอไว้แน่น​พร้อมหัน​ไปดู

"สกุณา สกุณา"

เลิศดีใจมาก ยิ้มแก้มปริ ใบหน้าเปลี่ยนจากเครียดตะมึนตึง​เป็นร่าเริง เลิศแสดงอาการดีอกดีใจอย่างออกหน้า ​พร้อมลุกขึ้น​ยืนหัน​ไปทางด้านหลัง ประจันหน้า​กับดี.เจสาวนักร้อง ​พร้อมเปลี่ยน​ที่จับจากมือ​ไปจับไหล​ทั้งสองข้าง​พร้อมเขย่าเบา ๆ​

" สวัสดี จ้า ดีใจมาก​ที่พบเธอ"

"สวัสดีจ้า"

ฉันรู้แล้ว​ว่า ตอนนี้ฉัน​เป็นคนบ้า​ไปแล้ว​ บ้าจนหัวซุกหัวซุน บ้าจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น​"
เลิศพูด​กับตนเองดังต่อหน้าดี.เจสาวนักร้องแสนสวย

"บ้าอะไร​กัน เห็นยังดี ๆ​ อยู่​นี่" ดี.เจสาวนักร้อง

" ใช่ ฉันบ้า​ไปแล้ว​ ฉันบ้าจริง ๆ​ ​และบ้า​ที่สุดในโลกนี้ เพียงคนเดียว"

" คุณบ้าอะไร​ เห็นดีอยู่​ทุกอย่าง"

"ก็..ฉันบ้ารัก บ้า​ความรัก บ้ารักดี.เจสาวนักร้อง นักร้องคนสวย คนนี้ไงละ"
" ! "


...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3660 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง ดีหรือบ้ากันแน่
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๕๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19121 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 06 พ.ค. 2558, 14.34 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น