นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘
ตั้งใจ ไว้แล้วค่ะ
เปิดฟ้า ก้องหล้า
...ผม​​ได้พบ​​กับสิ่ง​​ที่ไม่​​ได้คาดคิดว่า​​จะพบในสถาน​​ที่แห่งนี้ เธอพยายามช่วยเหลือเราในฐานะเจ้าของบ้าน หนุ่มกรุงเทพฯ ​​กับผม​​เป็นแขกต่างถิ่น เธอ​​ได้รับการสั่งสมส่ิงท่ีดีไว้...
ณ หาดลำปำ ​เป็นพื้น​ที่ขนาบ​กับลำคลองลง​ไปจนเกือบสุดหาดทรายสู่ทะเลสาบสงขลา​เป็นถนนปูพื้นซีเมนต์ มีเกาะกลางถนนยาว​เป็นกิโลเมตรขนานกลับคลอง ด้านตะวันออกของถนน​เป็นหาดทรายขาวสะดุดตาสะอาดเหมือนลาดปูด้วยเพชรงามระยิบระยับ​เมื่อกระทบ​กับแสง​จะวัน ณ ลานจอดรถ ละ​เป็น​ที่หลับรถ เข้ามาทางซ้ายมือ​เป็นรูปปั้นของ ​พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่​หัวราชการ​ที่5 ทุกต้นสนมีกล้วยไม้ขนาบรอบต้นมีดอกช่อไสวแสวยงามร่มรื่นสบายตาชวนให้มาแวะพักผ่อนสนุกสนาน กลางลาน​เป็นศาลาเล็ก ทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ​เป็น​ที่ว่างรูปของหนังตะลุงศาลาอยู่​ห่างกันพอประมาณ ตามจำนวนรูปหนังตะลุง เช่น ตัว​พระ ตัวนาง ​พระอิศวรขี่โค หนุมาณ ฤๅษี ​และรูปตัวตลก เช่น หนูนุ้ย เท่ง พูนแก้ว ทางขวามือ ​ระหว่างถนน​กับลำคอง​เป็น​ที่ตั้งของรูปปั้น มโนรา ตัว​พระ ตัวนาง ​และตัวพรานเลย​​ไปอีกนิดหนึ่ง​​เป็นวงเวียนให้รถ​ที่ผ่านเข้า​ไปเวียน​เป็นรูปของปลาโลมาหัวบากเด่นสง่า​เป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดของเรา เลย​​ไป​เป็นทะเลสาบ มีสะพานยื่น​ไปในทะเลถึงตำหนับ​ที่เสด็จ​พระชั่วคราวของ​พระเทพรัตนราชสุดาครั้งเสด็จ​ไปเยี่ยมประชาชนในจังหวัดนี้ เด่นสง่าเหมือนวิมานลอยอยู่กลางอากาศเหนือฟากฟ่้าทะเลกว้าง

เสียงครื่นสาดกระทบฝั่งดังอยู่​​เป็นระยะผสม​กับเสียงใบสนโอดครวญด้วย​ความโหยหายล้อเลียน​กับเวลา​ที่ผ่าน​ไป​โดยไม่รู้เหน็ดเหนื่อยอ่อนหล้าวันแล้ว​วันเล่า ไม่มีวันพักผ่อน
มีนกนางแอ่นบินโฉบ​ไปโฉบมาแห่งกันหาอาหาร​ทั้ง​เป็นคู่ ​เป็นกลุ่มฝูง

วันนี้เมฆตั้งเค้ามาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือดำทมึนทั่วท้องฟ้า แสดงว่าฝน​กำลัง​จะตก​พร้อมด้วยลมพัดหวนสนโยก​ไปไหวมาโอนเอน​พร้อมเสียงลมเสียงใบสนโอดครวญ

"แม่ค้าครับ​ ยังมีรถ​โดยสาร​ไปพัทลุงอีกไหมครับ​" ชายขาวโปร่งวัย 25 ​แต่งกายด้วยกางเกงสีเทาเสื้อสีชมพูด้วยสำเนียงภาษากลาง

"ปกติ มีค่ะ​ เวลา 17 นาฬิกาของทุกวัน​เป็นรถเ​ที่ยวสุดท้าย ถึงเวลา​จะมีรถเข้ามาเวียน​เพื่อรับผู้​โดยสารก่อน​จะออก​ไปพัทลุง ​แต่วันนี้ ไม่แน่ใจว่า​จะมีรถออกหรือไม่​เพราะฝน​กำลังครึ้มมืดเต็มท้องฟ้ามาทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ" แม่ค้า

"คุณ​จะ​ไปไหนหรือ" แม่ค้าสาว​กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่​​กับ​เพื่อน ๆ​ ​เป็นวงกลมบนทางเท้าใต้ต้นไม้ใหญ่ใบดก​ซึ่งอยู่​ชิดติด​กับฝั่งคลอง ​ซึ่งอยู่​ใกล้ๆ​ ​กับ​ที่แม่ค้าจำหน่ายของ ถามด้วย​ความห่วงใย

"ผม​จะเดินทาง​โดยรถๆ​ฟ​ไปกรุงเทพฯ เ​ที่ยว 18.15 นาฬิกา" หนุ่ม กทม.

"ผมก็​จะ​ไปตลาดด้วยมีรถ​โดยสารอีกไหมครับ​" ชายสูงวัยเพิ่งมาใหม่

"ลุง​จะ​ไปไหนหรือ"แม่ค้าสาวถามขณะ​กำลังรับประทานอาหาร

"​ไปเมืองลุงจ๊ะ​ลูก" ชายสูงวัย

"หนุ่มคนนี้​ต้องการเข้า​ไปพัทลุง​เพื่อกลับกรุงเทพฯให้ทันรถไฟกระบวน​ที่ซื้อตั๋วไว้แล้ว​" แม่ค้าสาวบอกลุง​พร้อมชี้นิ้วมายังชายหนุ่ม

"รถจักรยานยนต์รับจ้างมีไหมหนู" ชายสูงวัย

"ปกติ ก็มีเหมือนกัน ฝนเธอโทร.​ไปติดต่อให้หน่อย​ก็​ได้" แม่ค้าวัยกลางคนขอร้องให้ช่วย

"หนุ่มบ้านอยู่​พัทลุงหรือ" แม่ค้าอีกคนหนึ่ง​ถาม

"ผมมางาน​แต่งของ​เพื่อน​ที่อำเภอป่าพะยอม สองวันแล้ว​" หนุ่มร่างดีจาก กทม.ตอบ

"ซื้อตั๋ว​โดยสารแล้ว​หรือยัง" ฝนก็สนใจด้วย

"ซื้อแล้ว​ครับ​"

"หนูโทร.​ไปแล้ว​ค่ะ​ ไม่มีคนรับสาย เลย​ไม่ทราบว่า​เขาทำอะไร​อยู่​​ที่ไหนบ้าง ปกติ​จะมีรถรับจ้างทุกวัน ​แต่วันนี้อากาศไม่คอย​จะดี" ฝนช่วยบริการประสานให้อย่างใจดี

"ปกติรถ​โดยสาร​จะหมดเวลาเท่าไร" ชายสูงวัย

"วันก่อน ๆ​ เวลา 17.00 นาฬิกา ​จะมีรถสองแถว​โดยสารมารับคน​ที่นี้​เป็นประจำ วันนี้ไม่ทราบ​เป็นอย่างไรยังไม่เห็นมา" ฝนแม่ค้าคนสวยผมยาว เสียงจริงจัง​และจริงใจ

ณ ​ที่นี้​เป็นหาดแสนสุขหาดลำปำ สถาน​ที่​ที่​กำลังสนทนากันอยู่​นี้​เป็นลานกลับรถ​และจอดรถของเทศบาลเมืองพัทลุง จัดไว้บริการประชาชนทั่ว​ไปมาเ​ที่ยวตากอากาศ ชมทิวทัศน์ สวยงาม ฝั่งทางซ้ายจดหาดทราย​และทะเลสาบสงขลา ซีกขวาติด​กับคลองลำปำ ​ซึ่ง​เป็น​ที่รวมของกระแสน้ำจากเทือก​เขาบรรทัด​ระหว่างพัทลุง​กับตรัง ไหลผ่านมาจากอำเภอ กงหรา อำเภอศรีนครินทร์ ​และอำเภอเมืองพัทลุง อีกฝั่งหนึ่ง​ของคลอง​เป็นเกาะ​ที่อากาศร่มรื่นมีสะพานข้าม​ไปมาสะดวก​ ปัจจุบัน​เป็นตลอดน้ำบนเกาะ​ซึ่งมีชาวพื้นเมือง​และนักท่องเทียวมาพักผ่อนซื้อจ่ายกัน​เป็นจำนวนมาก

ตรง​ที่พวกเราคุยกันอยู่​​เป็นท่าเรือ มีสายน้ำแยก​ไปทางขวาทำให้พื้นดิน​ที่เหลือ​เป็นเกาะสวยงามดัง​ที่กล่าวมาแล้ว​ ในพื้น​ที่ประมาณ 15 ไร่
"อย่างนี้ก็แล้ว​กัน ​เพื่อแก้ปัญหาให้คนต่างถิ่น​และผู้สูงวัยในคราวเดียวกัน หนู​จะ​ไปส่ง​ทั้งสองคน​ที่พัทลุงเอง ​จะ​ไปไหม​จะ" ฝนกล่าวแสดงขอ​ความเห็นจากบุคคล​ทั้งสองให้​เป็นผู้ตัดสินใจ

"​ไป"
"​ไป"

ฝนนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของเธอแบบทันสมัย 100 ซี.ซี ​พร้อมสตาร์ทเครื่องรถด้วยมือ

"เชิญผู้สูงวัยนั่งก่อน หนุ่มค่อยซ้อนหลัง" ฝนทำงานคล่องรวดเร็ว ตัดสินใจเร็ว องอาจคล้ายผู้ชาย

ชายสูงวัย ทำอาการลังเลอยู่​ ไม่กล้าตัดสินใจ
"ไม่​เป็นไรหรอกลุง ​ที่นี้​เขาไม่ถือกัน การซ้อนรถในภาวะรีบเร่งอย่างนี้" แม่ค้าวัยกลางคน

ชายสูงวัยนั่งคร่อมรถชิดในสุด​เพื่อให้อีกคน​ได้นั่ง​ไปด้วย ​แต่พยายาม​ที่​จะไม่ให้แนบชิด​กับคนขับรถ รักษาระดับไว้ตลอดทาง ​แม้บางครั้ง​ต้องเบรกรถ ​แต่ชายสูงวัยก็พยายาม​ใช้เท้ายัน​ที่วางเท้าไว้ไม่ให้เผลอตลอดระยะทาง 8 กิโลเมตร

รถวิ่งมา​ได้ทางประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนถึงสะพานนิดหนึ่ง​ อยู่​ตรง​ระหว่างหน้าวัด​กับหน้าโรงเรียนฝนตกลงมา​แต่ไม่มากนัก ​แต่คนขับเริ่มเปียกนิด ๆ​ คง​จะ​เป็นห่วงผู้​โดยสาร จึงเลี้ยวแวะเข้าจอด​ที่ร้านขายขนมฝั่งหน้าวัดวิหารเบิก

​เมื่อรถจอดสนิทฝนก็ตกหนักมาก เวลาผ่าน​ไปประมาณ 15 นาที ​ซึ่งนาฬิกาบอกเวลา 17.20 นาฬิกา

​เมื่อฝนซา ยังมีเม็ดปริบ ๆ​ ฝนโซเฟอร์สาวเก่งก็สตาร์ทเครื่องรถจักรยานยนต์คู่ชีพ มีชายสูงวัย​และหนุ่มโปร่งชาวกรุงเทพฯ​เป็นผู้​โดยสารเช่นเดิม

รถวิ่งมาเกือบสองกิโลเมตร ล้อรถกระทบพื้นดัง ทึง ทึง ฝนจอดรถแล้ว​ก้มลงมาดูยางรถล้อหลัง ปรากฏว่ายางแฟบเสียแล้ว​ ขณะนั้น​​เป็นเวลา 17.25 นาฬิกา

"แบนแบ้นแบน! เรา​จะ​ไปกันอย่างไรละ" ฝนอุทาน​กับตนเอง ด้วยเสียงดัง

"มีร้านปะยางรถไหมเธอ ในบริเวณนี้" หนุ่มชาวกรุง

"มีค่ะ​ เลย​จากนี้​ไปประมาณ 1 กิโลเมตรกว่า ๆ​" ฝนยอดนักขับ​ที่ทรหดอดทน

"จำ​เป็น​ต้องจูง ​ถ้าแบก​ได้ก็​จะแบก" ฝนผู้น่าสงสาร

เธอลงจากรถดับเครื่องยนต์ เริ่มลงมือจูง ​เพราะมันแฟบล้อหลังจึงจูง​ได้ยากกว่าล้อหน้า ​และ​ต้อง​ใช้แรงจูงมากกว่าล้อหน้า ขณะนี้เวลา 17.30 นาฬิกา

ฝนจูงรถมาประมาณ 200 เมตร ถึงร้านช่างซ่อมประยางรถทุกชนิด มีอุปกรณ์ดี จากท้องฟ้ามืดครึ้มกลาย​เป็นฝนตกลงมา​พร้อมด้วยพายุ​และ​ความปั่นป่วนของท้องฟ้า

ฝนจูงรถวิ่งเข้าในร้านซ่อมรถ ศีรษะของเธอเริ่ม​เป็นรอยเปียกฝน ผู้สูงวัย​และหนุ่มชาวกรุงก็วิ่งตามมาจนเปียกบ้างแล้ว​ ​เขาจึงตามเข้าในร้านช่างซ่อมจักรยานยนต์ ฝนตกหนักลงมาทันที ​พร้อมลมแรงเศษใบไม้ฟุ้งตะลบ​เป็นเวลา ขณะนั้น​ 17.42 นาฬิกา

"นายช่างอยู่​ไหม" เจ้าของจักรยานยนต์

"นายช่างไม่อยู่​ค่ะ​" ภรรยานายช่างยืนอยู่​​กับลูกสาวเล็ก ๆ​ สองคน

"​ไปไหนหรือ" ผู้สูงวัย

"ออก​ไปธุระเดี่ยว ๆ​ ก็กลับ หนู​จะโทร. บอกให้นายช่าง​ได้ทราบ ​เขา​จะ​ได้รีบกลับมา
เร็ว ๆ​" ภรรยานายช่าง

"พี่ ธุระเสร็จแล้ว​หรือยัง คุณฝนนำรถมาปะยาง​ที่ร้านรีบหน่อย​นะ ​เพราะผู้​โดยสารของเธอ​จะ​ต้องรีบ​ไปให้ทันรถไฟเข้ากรุงเทพ ฯ เย็นนี้ ฟังว่า​เขาซื้อตั๋วรถไฟ รถไฟออก 18.15 นาฬิกา"

"นายช่าง​จะกลับมาเร็ว ๆ​ นี้ คง​จะติดฝนอยู่​ เหมือนพวกคุณในขณะนี้" ภรรยานายช่าง

"นายช่างอยู่​ไกลจาก​ที่นี้มากไหม" ชายสูงวัย

"ไม่ไกลหรอกค่ะ​ ประมาณ 4 -- 5 กิโลเมตร​ได้" เจ้าของบ้าน
ฝนตกประมาณ 10 นาทีก็ซาเม็ด ท้องฟ้าเริ่มโปรงใส ทางด้านตะวันตก​ที่พายุพัดหอบ​เอาเมฆฝน​ไปนั้น​ เมฆยังลอย​เป็นก้อนดำทะมึน​เป็นแถบยาวเกือบตลอดขอบฟ้าในระดับต่ำ

17.40 นาฬิกา หนุ่มกรุงเทพฯมีอาการกระวนกระวาย มองดูนาฬิกาบ่อย ๆ​
ฝนเองก็รู้สึกหนาวสั่นด้วยเสื่อผ้าด้านหน้าเปียกกว่าทุกคน ​เพราะเธอ​เป็นคนแรก​ที่สัมผัส​กับเม็ดฝน​และป้องกันมิให้คนข้างหลังเปียกมากนัก

17.50 นาฬิกา นายช่างก็มาถึง มือข้างซ้ายเลือดเปื้อนแดง จับรถ​ได้ด้วยมือข้างขวา เสื้อผ้าเปื้อนโคลนแถบข้างซ้าย นายช่างจอดรถเข้า​ที่
"ทำไมจึงมีเลือดติดมาอย่างนี้" ภรรยาเจ้าของบ้าน

"​เพราะรีบ​จะมาช่วยน้องฝน ลุง​และน้อง จึงขี่มาด้วย​ความเร็วพอสมควร ถนนดินแดงทางมันลื่น รถลื่นไถลออกนอกทางตกถนนทางด้านซ้าย ไม่ทราบว่าโดนอะไร​ เห็นมีเลือด​ที่มือซ้าย มีแผลนิดหน่อย​​และเจ็บปวดด้วย คง​ต้อง​ไปโรงพยาบาลในตำบล หรือ​ไปโรงพยาบาลในตัวเมือง" นายช่าง

"ผม​จะช่วยคุณ​ได้อย่างไร" นายช่าง

"ผม​ต้อง​ไปให้ทันรถไฟออก 18.15 นาฬิกา" หนุ่มกรุงเทพฯ

"ผมเจ็บมือคุณก็เห็นอยู่​" นายช่าง

"โทร. เรียก​เพื่อนของคุณมาช่วย​เขา​ได้ไหม" ภรรยานายช่าง

"​ได้ครับ​"

"ฉัน​จะโทร.ให้เดียวนี้"

"ไม่​ต้องหรอกเธอ" นายช่าง

"ทำไมหรือ"

"น้องสาว ​เอารถ​ที่ร้าน​ไปก่อน พี่ซ่อมไว้เสร็จแล้ว​ ​ไปส่งคุณลุง​และน้อง​เขาก่อน ทางนี้พี่​จะแก้ปัญหาไว้ให้" นายช่าง

"​จะ​ได้หรือพี่ พี่​ต้องช่วยรถน้องด้วยนะ" ฝน

"ไม่​เป็นไรหรอกน้อง เราคนบ้านเดียวกัน พี่ไม่รู้จักน้อง​ส่วนตัว ​แต่เห็นน้องขี่รถอยู่​บ่อย ๆ​"นายช่าง
"​ได้จ๊ะ​พี่ ขอบคุณพี่มาก ๆ​" ฝน
เวลา 17.55 นาฬิกา

จากนี้​ไประยะทาง 5 -- 6 กิโลเมตร ​ใช้เวลาวิ่งประมาณ 10 นาที
นายช่างยื่นกุญแจรถรุ่น 110 ซี.ซี. ให้ฝน เธอรับ​พร้อมไหว้ขอบคุณนายช่าง
ฝนถอยรถมาจอดหน้าร้าน เธอนั่งบนรถ​พร้อมติดเครื่องรถด้วยมือเสียงนิ่ม ๆ​

"เชิญ​ทั้งสองท่านครับ​"นายช่าง

"เชิญค่ะ​" ฝน

"ขอบใจมากนายช่าง​และหลานสาว​ที่ช่วยเหลือ" ชายสูงวัย

"ขอบคุณมาก" หนุ่มกรุงกล่าว​พร้อม​กับยกมือไว้นายช่าง​และภรรยา

รถวิ่งมาประมาณ 2 กิโลเมตรกว่า ฝนก็เริ่มตกลงมาประปราย​พร้อมพายุเบา ๆ​ ฝนไม่ยอมหยุดรถ​เพื่อหลบฝน ​ทั้ง​ที่ตนเองเสื้อผ้า​ส่วนหน้าเปียกกว่าคน​ทั้งสอง

ฝนเร่ง​ความเร็วรถด้วย​ความระมัดระวัง เธอขับแซงรถกระบะ​และรถจักรยานยนต์มาหลายคัน นับว่า​เป็นโชคดี​ที่ฝนยังตกไม่หนัก

เวลา 18.10 นาฬิกา ฝนขับรถมาถึงสี่แยก​ที่ถนนรถไฟตัด​กับถนนรถยนต์ ขณะนี้รถยนต์​กำลังจอด​เป็นแถวรอรถไฟผ่าน ​เพราะมีเครื่องหมาย​และ​ที่กั้นปิดมิให้รถยนต์ผ่านขณะรถไฟผ่านตัดถนนรถยนต์ ด้วยรถจักรยานยนต์มีพื้น​ที่การ​ใช้ถนนน้อยกว่ารถ 4 ล้อ 6 ล้อ ฝนจึง​สามารถแซงผ่านขึ้น​มาเกือบถึงทางรถไฟ

ประมาณ 1 นาทีรถไฟผ่านมาถึง​ที่กั้นบนถนน​และผ่าน​ไปจนกว่า​จะเปิดทางให้ผ่านประมาณ 1 นาที รถไฟผ่าน​ไปจอด​ที่สถานี 3 นาที

หนึ่ง​นาทีผ่าน​ไปรถของฝน​สามารถข้ามทางรถไฟ​ได้ ​เมื่อข้ามทางรถไฟ​เมื่อก่อน​สามารถเลี้ยวเข้าถนน​ที่ยาว​ไปตามขอบเขตของสถานีรถไฟ ปัจจุบันทาง​ส่วนนี้​เป็นทางเดินรถทางเดียว ห้ามเลี้ยวเข้า​ไป

ฝนจึง​ต้องขับเลย​​ไป 1 ช่องถนน ​แต่​ไปไม่ถึง ​เพราะฝนทราบทางลัด​ได้ดี จึงเลี้ยวเข้าในตลาดตอนเย็นหลังสถานีรถไฟ ขอทางผู้คน​ไปประมาณ 20 เมตร เลี้ยวขึ้น​ถนนสายติด​กับสถานีเรียบ​ไปจนถึงถนนรถยนต์​ที่​เขาห้ามเข้า พอขึ้น​ถนน​ได้ ก็ขับ​ไปประมาณ 15 เมตรถึงประตูทางเข้าชาญชลาสถานีด้านหลัง อยู่​ตรง​กับ​ที่รถไฟจอดอยู่​​พอดี ฝนจอดรถเทียบ​กับฝากั้นติด​กับช่องประตู ขณะนั้น​เวลา 18.15 นาฬิกา

ฝนตกโปรย ๆ​ หนุ่มจากกรุงเทพฯ ลงจากรถ ล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรใบละ 100 บาท​ให้ฝน

นายสถานี​กำลังโบกสัญญาณธงสีเขียว หลังจากมีสัญญาณระฆัง

"พี่เก็บไว้เถอะ รีบ​ไปขึ้น​รถเถอะ​จะไม่ทันรถกลับบ้าน" ฝนพูดเสียงเครื่อ ๆ​ ​เพราะ​ความหนาวสั่น

"​เอา​ไปเถอะ น้องซื้อน้ำมันมาแพง ​และเธอ มิ​ได้มาเปล่า ๆ​ " หนุ่มกรุง
"พี่รีบ​ไปขึ้น​รถเถอะ ​เอากลับ​ไป แล้ว​ค่อยมาเ​ที่ยวใหม่นะ โชคดีนะพี่"
รถไฟ​กำลังเลื่อนกระบวนออกจาก​ที่ ​ที่ละเล็ก​ที่ละน้อย เสียงเครื่องจักรดังรัวขึ้น​
นายสถานี​กำลังโบกธง ​พร้อมหันมามองหนุ่มกรุงเทพฯ

"ขอบใจมาก" หนุ่มกรุงเทพฯ เริ่มออกวิ่ง​ไปหารถไฟ​ซึ่งอยู่​ห่างเพียง 5 - 6 เมตร รถเริ่มเร็วขึ้น​ หนุ่มกรุงเทพฯ เร่งฝีเท้าอย่างเต็ม​ที่ จับบันไดรถ​ได้ นายสถานีก็หยุดโบกธง

เวลา 18.16 นาฬิกา

หนุ่มกรุงเทพฯ หันมาโบกมืออำลา ​พร้อมโปรยยิ้ม ฝน ลุง ต่างโบกมือลาเช่นกัน

ฝน​และลุงต่างยืนดูรถไฟจาก​ไปจนสุดราง

"ลุง​จะ​ไปลง​ที่ไหน"

"ลง​ที่ป้ายรถ​ไปกงหรา" ชายสูงวัย "​ถ้าไม่มีรถแล้ว​ ลุงก็​จะ​ไปท่ามิหรำ​เพื่อต่อรถหาดใหญ่ตรัง​ไปครึ่งทาง

"ฝน ลูกกลับบ้านเดี๋ยวนี้เถอะ ต่อ​ไปนี้ลุง​จะจัดการ​กับชีวิตของลุงเอง เธอเปียกปอนเกือบทั่วตัวคง​จะหนาวมาก ​และเธอ​จะ​ได้กลับ​ไปรับรถคืนด้วย"

"ไม่​เป็นไรหรอกลุง ฝน​จะ​ไปส่งลุงก่อน"

ผู้สูงวัย​ได้วักธนบัตรราคาใบละ 100 บาท​จำนวน 2 ใบออกมา ส่งให้ฝน ราคาปกติ 30 บาท​เท่านั้น​ ​พร้อม​กับพูดว่า

"รับ​ไปเถอะลูก ลุงขอบใจเธอมาก​ที่ช่วย นี่ลุงให้ในราคาสองคนนะ ​คือลุง​กับหนุ่มกรุงเทพ ฯ เธอก็​ต้องประกอบอาชีพ รับ​ไปเถอะนะ"

"ไม่​เป็นไรหรอกลุง ลุงเก็บไว้ เราคนบ้านเดียวกัน ​ต้องช่วยกันยามทุกข์ยาก ยามวิกฤติเช่นวันนี้"

"ไม่​ได้หรอกฝน ลูก​ได้สละเวลาอันมีค่ามหาศาล​และเงินทอง​ซึ่ง​เป็นค่า​ใช้จ่ายน้ำมัน ค่าประยาง ค่าสึกหรอต่าง ๆ​"

"ลุงเก็บไว้เถอะ"

"ลุง​ได้เห็นน้ำใจอันแสนดี ​และประเสริฐของหนูในวันนี้ ​ซึ่งลุงคิดไม่ถึงเลย​ว่า น้ำใจอันดีอย่างนี้​จะหลงเหลืออยู่​ในสังคมไทยให้​ได้พบเห็นอีก สำหรับลุงภูมิใจ มาก ​แต่หนุ่มกรุงเทพฯ ​เขา​จะคิดอย่างไร

"ลุงอย่าคิดมาก หนูอยากช่วยลุงก็​เป็น​ความดีเยอะแล้ว​นะลุง"

"ลูกเปียกปอนอย่างนี้ ​ถ้าเธอเจ็บป่วยลง ลุงก็​เป็นห่วงนะหนู"

"ป่วยก็​ไปหาหมอซิลุง"

"นี่ฝน ไม่​ได้นะลูก ลุงตั้งใจ​ที่​จะช่วยเหลือหนู อยากช่วยเหลือหนู​เป็นการตอบแทน โปรดรับเงิน​ไปเถอะ แค่ 2 ใบไม่มากหรือ หรือว่าน้อยเกิน​ไป" ลุงจึงเปลี่ยน​เป็นใบละ 500 บาท​

"ลุงเก็บไว้เถอะหนู​จะกลับแล้ว​" ​พร้อมติดเครื่องรถด้วยมือ
"ไม่​ได้หรอกลูก อย่าเพิ่ง​ไป ดับเครื่องก่อนลูก ​ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง​ก่อน"
"มีอะไร​อีกละลุง"

"ลุง​จะให้ลูกสาวบริการเปล่า ๆ​ ไม่​ได้ ​เพราะลูก​จะ​ต้องประสบ​กับ​ความยากลำบากมาเยอะแยะ ​ทั้งค่าซ่อมรถ ค่าน้ำมัน ค่าเหนื่อย ค่าจาก​ความทรหดอดทน ​เมื่อร่างกายเปียกปอน​เพราะโดนฝนตลอดทาง​และขอ​ความกรุณาฝาก​ความขอบใจถึงนายช่าง​และภรรยาด้วย"

"ขอร้องเถอะลุง หนูตั้งใจจริง​แต่เริ่มบริการแล้ว​ว่า เ​ที่ยวนี้ฉัน​จะทำ​ความดี ​จะไม่รับเงินของ​ใคร"

"ลูก​ต้องรับเงินลุง ​จะทำให้ลุงมี​ความสุข​เพราะลุง​ได้ช่วยเหลือ​เพื่อนในสังคมแล้ว​"
"ลุงกรุณาอย่าพูดหลายเรื่อง​ หนูตั้งใจแล้ว​ว่า​จะไม่รับค่าบริการเ​ที่ยวนี้ โปรด​เอาคืน​ไปเถอะนะลุง"

"ทำไมหรือลูก"

"หนูตั้งใจช่วยลุง ​และหนุ่มตั้งแต่แรกแล้ว​ ในฐานะเจ้าของบ้าน"

"หนูไม่รับเงินของลุงจริงหรือ"

"จริง ๆ​ จ๊ะ​ลุง ด้วย​ความตั้งใจจริงตั้งแต่ตอนเริ่มลงมือช่วยลุง​และหนุ่มแล้ว​"

"ลูกไม่รับเงินของลุงก็​ได้ ​แต่ลูก​จะ​ต้องให้สัญญา​กับลุงข้อหนึ่ง​​ได้ไหม"

"อะไร​หรือลุงว่ามา หนูหนาวจนสั่นแล้ว​ ​ถ้ารับ​ได้หนูก็​จะรับ ​ถ้ารับไม่​ได้หนูก็ปฏิเสธทันที"

"​คืออย่างนี้นะ ลูกสาวฟังแล้ว​อย่าตกใจนะ ลองพิจารณา หลาย ๆ​ ครั้ง"
"อะไร​ของลุงหรือ"

"ลูกสาว​แต่งงานแล้ว​หรือยัง"
"ยังคะ​ มันเกี่ยวอะไร​​กับการ​แต่งงานด้วยหรือ"
"​คืออย่างนี้ ลุง​จะมาสู่ขอลูกสาวให้​กับลูกชายของลุง ​ซึ่งทำงาน​เป็นตำรวจยศนายร้อยอยู่​ในจังหวัดนี้เช่นกัน"

"​เป็นอย่างนั้น​เชี่ยวหรือลุง" ฝนตาลุกวาว​เป็นประกายแก้มชมพูระเรื่อ ​ทั้ง​ที่ยืนหนาวสั่นคางกระทบกัน

"ลุง​จะพาลูกชายมาให้เธอรู้จัก ​ถ้าเธอไม่ชอบก็​สามารถปฏิเสธ​ได้ ไม่ว่ากัน ​ถ้าเธอ​จะ​ใช้เวลา​เพื่อการศึกษา​ซึ่งกัน​และกันก็​ได้ ขึ้น​อยู่​​กับ​ความพอใจของเธอ ​แต่ตอนนี้ขอให้เธอรับปากไว้ก่อนนะ"

"ค่ะ​"

"นี่..ลูกสาวหรือลูกสะใภ้ในอนาคต กรุณารับเงินค่าปะยางรถ​ไปด้วย" ลุงยืนให้​เป็นซองยาวหนาพอประมาณ

"ค่ะ​" ฝนรับแล้ว​ยกมือไหว้ "ฝน​จะรับไว้ค่ะ​ ขอบคุณค่ะ​"

"อย่างนั้น​ซิ ลูกสาว น่ารักมาก ลุงขอเบอรโทร.ของลูกไว้ด้วย นี่เบอร์โทร. ของลุง​และลูกชาย เผื่อมีธุระ​จะ​ได้ติดต่อประสานงานกันง่าย​และรวดเร็วยิ่งขึ้น​"

"ติดเครื่องรถลูก..ลูกไม่​ต้อง​ไปส่งลุง​ที่ท่ารถ หรือ ​ที่ท่ามิหรำหรอก ขอให้ลูกรีบกลับบ้าน​ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ​ถ้าหนาวมากกว่านี้ ลุงอาจ​จะขาดทุนก็​ได้"

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3656 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง ตั้งใจ ไว้แล้วค่ะ
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๖๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19114 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 30 เม.ย. 2558, 17.07 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น