นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๔ เมษายน ๒๕๕๘
...ณ ห้องเคเบิลใต้ท้องเรือท่องเ​​ที่ยวสำราญลำหนึ่ง​​กลางทะเลโพ้น "เธอ​​ต้อง​​เป็นเมียของฉันเดี่ยวนี้" ชายชุดดำรำพึงในใจ​​พร้อมข...
1
ณ ห้องเคเบิลใต้ท้องเรือสำราญท่องเ​ที่ยวลำหนึ่ง​กลางทะเลโพ้น
"เธอ​ต้อง​เป็นเมียของฉันเดี่ยวนี้" ชายชุดดำรำพึงในใจ​พร้อมขยับกายแฝงเงามืด​ที่แทรกซ้อนอยู่​ใกล้ฝาด้านหนึ่ง​ของห้อง ​เขาพยายามขยับใกล้เข้า​ไป

สาวพนักงานในครัวของเรือ​ซึ่งเสร็จจากภารกิจ​กำลังพักผ่อนอยู่​บนโต๊ะกลางห้องใต้แสงไฟสลัว ขณะเธอ​กำลังคิดเพลินถึงอนาคตของตนเองอยู่​

มีเงาวูบหนึ่ง​แปลบเข้าใน​ความรู้สึก เพียงชั่วแวบเดียวนั้น​ มีร่างหนึ่ง​ประชิดตัวเธอข้างหลัง ​ใช้มือหนึ่ง​โอบกอดรัดปิดปากเธอไว้

เธอตะโกนอย่างแรง​แต่ไม่​สามารถให้เสียงหลุดลอดออกมาจากปากเธอ​ได้เพียงนิดเดียว

เธอพรวดพราดยืนขึ้น​ ​พร้อม​ใช้มือ​ทั้งสองดึงมือ​ที่ปิดปากเธออยู่​ มันแข็งแกร่งเกินกว่า​ที่เธอ​จะคิด เธอจึงพลิกตัวเข้า​ไปหามัน หน้าต่อหน้าเกือบ​จะชนกัน มือของมันหลุดจากปาก​และกอดรัดคอเธอไว้ เธอขยับเท้าออกจากม้านั่ง ม้านั่งก็ตกล้มลงบนพื้น โอกาสนี้ เธอ​ใช้เท้าข้างถนัด​ที่สุด ยกขึ้น​อย่างแรง​และเร็วปานสายฟ้าแลบ ทำให้ร่างนั้น​คลายมือ​และปล่อยวางจากร่างของเธอ​ไปจับ​ส่วนหนึ่ง​อัน​เป็นอวัยวะสำคัญของ​เขา ร่างสั่นลำตัวคู้โค้งเกือบ​เป็นวงกลม ​พร้อม​กับกระแทกก้นลงบนพื้น ใบหน้ามีอาการเหยเก จุกแน่นคล้ายหายใจไม่ออก ร้องไม่ออก​แต่ปากอ้ากว้างตาค้าง

ครู่หนึ่ง​ร่างนั้น​นอนเรียบลง​กับพื้นอย่างคุดคู้ด้วยสงบ เธอเฝ้าดูอยู่​

"เอ๊ะมัน​จะตายหรือไม่ เราอาจมี​ความผิดฐานฆ่าคน​โดยไม่เจตนาก็​ได้ ​จะทำอย่างไรดี" เธอรำพึง "​จะทำอย่างไร หรือโยนลงทะเลก็ไม่​ได้ ​จะมีคนเห็น หรือลาก​ไปวางไว้ในกองสิ่งของแล้ว​​เอาอะไร​ปิดไว้ไม่ให้คนเห็น ​ถ้าพบวันหลัง มันก็ไกล้ตัวเรา เราไม่รับรู้ ไม่เห็นก็ไม่​เป็นไรนี่" เธอปรารภ​กับตนเองอย่างเงียบในบรรยากาศ​ที่ยังเต้นระทึกด้วย​ความตื่นเต้นผสม​ความหวาดหวั่นพลั่นใจอย่างแปลกประหลาด

ขณะ​ที่เธอ​กำลังคิดเพลินอยู่​นั้น​ มีเงาของการเคลื่อนไหวสัมผัสเข้าใน​ความรู้สึกของเธอ ไวปานกระแสไฟฟ้า เธอก็หัน​ไปเห็น เจ้าคนนั้น​​กำลังโถมถลากระโจนเข้าหาเธอ​พร้อมประกายแสงจากวัตถุในมือของมันแปลบปลาบ​เขาตาของเธอ เธอตัดสินใจเอี้ยวตัวเตะส่ง​ไปยัง​ส่วน​ที่มีเงาสะท้อน ​ซึ่งนำร่างของมันมาก่อน

" พับ " "กริ่ง" เสียงสิ่งหนึ่ง​กระทบฝา​และตกพื้น วินาทีเดียวกันเธอกระโดดก้าวจาก​ที่​ไปทางขวามือ ร่างนั้น​ก็หล่นลงพื้นดังฮวบ เธอเขยิบเท้าก้าว​ไป​พร้อมเตะ​ที่ร่างของมัน 2 ครั้งติด ๆ​ กัน

"โอ้ย ! โอ้ย !" มันร้องลั่นขึ้น​มาทันที

เธอเหลือบเห็นมันหยิบวัตถุสีดำ กลม ๆ​ อันหนึ่ง​ออกมายกมา​ที่ปากของมัน เธอจึงตัดสินใจด่วน​ที่สุดในชีวิตของเธอ แล้ว​รีบวิ่งออกจากห้องนั้น​​ไป
"บึม"

เธอผ่านประตู​ไปแล้ว​ เสียงระเบิดดังขึ้น​อย่างสนั่นหวั่นไหว มันระเบิดกระแทก​ส่วนของฝาห้อง​ที่​เป็นท้องเรือ ทำให้สะกรูยึดขาดออก แผ่นเหล็กก็หลุดออกด้วยแรงระเบิด ทำให้น้ำทะลักเข้ามาภายในท้องเรือ เธอจึงรีบวิ่งขึ้น​​ไปชั้นบน

2
ตอนกลางวันก่อนคืนนี้ ขณะองค์อมรินทร์​กำลังบำเพ็ญบารมีกำหนดจิตให้หลุดพ้นจากกิเลศ​ทั้งปวง ​เพื่อ​จะ​ได้สำเร็จ​เป็น​พระอรหันต์ ​จะ​ได้นิพพาน หมายถึง​จะไม่​ต้องให้วิญญาณนั้น​​ไปเวียนว่ายตายเกิด​ได้อีก

บรรยากาศผสมผสานพลัง​ความร้อน​กำลังรวมตัวลอยม้วนลอยละล่องอย่างคึกคะนองมุ่งตรงมายังสถานทิพย์วิมาน​ที่​พระองค์ทรงประทับอยู่​อย่างสงบ

ในบัดดลนั้น​องค์อมรินทร์​ต้องสะดุ้ง​เมื่อถูกบรรยากาศแห่ง​ความร้อนกระโจนเข้าใส่อย่างถาโถม ทำให้องค์อมรินทร์กระวนกระวายดิ้นพล่านในอารมณ์จนไม่​สามารถนั่งอยู่​ในวิมาน​ได้ จึง​ได้เสด็จเหาะลอยมาภายนอกวิมาน บรรยากาศสงบเย็นก็กลับมาเช่นเดิม

"เราออกมาแล้ว​ก็​จะท่องเ​ที่ยว​ไปเรื่อย ๆ​ " ภายในบัดดลนั้น​ ​ความร้อนรุ่มสะท้านอารมณ์ก็วูบวาบตามมารังควานอีกครั้งหนึ่ง​ องค์อมรินทร์จึงทรงดำรงสติไว้ ตั้งสติมั่นด้วยอยากทราบสาเหตุของการเกิดอาเพศประหลาดในวันนี้​เป็น​เพราะเหตุอะไร​

ทรงเห็นว่า มีเรือสำราญลำหนึ่ง​มีคนมากมาย​กลัง​จะล่มจมในคืนของวันนี้ ต่อจากนนั้น​อีกไม่นานมากนัก มนุษย์​ส่วนหนึ่ง​​ได้รับ​ความเดือดร้อน จำ​เป็นยิ่ง​ที่เรา​จะ​ต้องให้การช่วยเหลือมนุษย์เหล่านั้น​ ​เป็นการสร้างบารมีให้ตนเอง​ได้บรรลุอรหันต์​ได้รวดเร็วขึ้น​

องค์อมรินทร์ตัดสินใจแล้ว​ อธิษฐานปรารถนาเหาะตรง​ไปในห้วงอากาศเหนือพื้นน้ำในมหาสมุทร เพียงไม่นาน ​ได้​ไปเจอ​กับฝูงปลาฉลามฝูงใหญ่ใกล้ ๆ​ เกาะกลางมหาสมุทร​ซึ่งไม่มีผู้คนอาศัยอยู่​ มีพืชพันธ์ธัญญาหารอุดมสมบรูณ์

องค์อมรินทร์ก็เหาะ​ไปประทับบนหินผาใต้ต้นไม้ใหญ่ติด​กับฝั่งทะเลด้านหนึ่ง​ของเกาะนั้น​ ไม่มีหาดทรายมี​แต่หินผาสูงชัน คลื่นม้วนตัวทยอยเรียงแถวหน้ากระดานเข้าประชิดฝั่งตลอด​ทั้งวัน​ทั้งคืน

องค์อมรินทร์กำหนดตั้งสมาธิ​พร้อมพนมมือหลับตาอย่างสงบ อธิษฐานปรารถนา เพียงครู่บรรดาฉลาม​ทั้งฝูงมี​ทั้งดุร้าย​และไม่ดุร้ายในบริเวณนั้น​​ได้มาร่วมกันชุมนุมอย่าง​พร้อมเพียง ตามแรงปรารถนาอธิษฐานปรารถนาขององค์อมรินทร์

คลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งมิขาดระยะเมือมีปลาฉลามจำนวนมากมาย​ขวางการกรรโชคฝั่งของกลุ่มเกลียวคลื่น ทำให้เสียงเหล่านั้น​สงบเงียบ​ไป ​แต่มีน้ำ​เป็นลอกคลื่นกระทบฝั่งสะท้อนแสง​เป็นประกายแวววาวระยิบระยับ

ฉลามบางตัวพุ่งฉวัดเฉวียน​ไปมา น้ำก็กระทบกันเสียงดังเช่นเดียว​กับคลื่นกระทบฝั่ง

"จงสงบก่อน เหล่าบรรดาฉลามผู้ประเสริฐ​ทั้งหลาย" องค์อมรินทร์กล่าวทักทาย เพียงชั่วระยะหนึ่ง​บรรยากาศก็สงบลง ฝูงปลาพยายามลอยตัว​และคอยรับฟังคำพูดขององค์อมรินทร์ด้วย​ความอยากรู้​และสงสัยว่าองค์อมรินทร์​จะแนะนำอะไร​บ้าง

"เหล่าฉลาม​ที่รัก​ทั้งหลาย โปรดฟังทางนี้ วันนี้เรานำข่าวดีมาบอก ​และอยากขอร้องให้ท่าน​ทั้งหลาย​ได้ช่วยเหลือในภารกิจบางอย่าง" อมรินทร์กล่าว

"มีอันใดหรือท่านองค์อมรินทร์" หัวหน้าปลาฉลามกล่าวด้วย​ความเคารพ

"ท่านปลาฉลาม​ที่รัก​ทั้งหลาย การ​ที่ท่าน​ได้เกิดมา​เป็นปลาฉลามในชาตินี้ นับว่า​เป็นโชคร้าย​ที่สุดก็ว่า​ได้ ​เพราะท่าน​ต้องทำบาป ​ต้องล่าสัตว์ตัดชีวิตในการดำรงชีพ บางครั้งถูกพวกมนุษย์ชาติตามล่ารังควาน อัน​เนื่องมาจากผลการกระทำของท่านในชาติก่อน" องค์อมรินทร์เกริ่นก่อนเข้าเรื่อง​

"วันนี้อยากให้ท่าน​ได้ทำบุญช่วยเหลือ​เพื่อนมนุษย์​ได้พ้นจาก​ความทุกข์ในไม่ช้านี้ พวกของท่าน​ทั้งหลาย​จะ​ได้อานิสงส์ในการช่วยเหลือมนุษย์ในครั้งนี้ ​คือให้ท่านภาวนาถึงคุณของสมเด็จ​พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ​และตัวเรา ให้ท่านตั้งใจปรารถนาขออาหาร ท่าน​จะ​ได้รับพรให้อิ่มตลอด​ไป ผลจากการช่วยเหลือมนุษย์​จะไม่​ต้องมาเกิด​เป็นปลาฉลามอีกในภพหน้าหรือชาติหน้า​จะ​ได้​ไปเกิด​เป็นมนุษย์​กับ​เขาบ้าง ​จะ​ได้ทำ​ความดี ​จะ​ได้พบ​กับ​พระพุทธศาสนา ​จะ​ได้ปฏิบัติตามคำสอนของ​พระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธ ​จะ​ได้​เป็นผู้มีชีวิตอยู่​ด้วย​ความไม่ประมาท พวกท่านเห็นดีด้วยไหม ​ถ้าเห็นด้วยกรุณาชู​ส่วนหัวขึ้น​"

ทันใดนั้น​ฉลามต่างชู​ส่วนหัวขึ้น​เหนือผิวน้ำ​เป็นจำนวนมากมาย​ ​เป็นพัน​เป็นหมื่น

"ท่านหัวหน้าฉลามท่านจงพาสมุนของท่าน​ไปสักครึ่งหนึ่ง​ ให้พวกท่านเดินทาง​ไปทิศตะวันตกโน้น ท่าน​จะพบ​กับเรือสำราญลำหนึ่ง​ ​เมื่อมีเหตุการณ์คับขันแล้ว​ให้พวกท่าน​ได้ช่วยเหลือมนุษย์แล้ว​ให้นำ​ไปส่ง​ที่เกาะแห่งหนึ่ง​ ​ซึ่งมีท่าเทียบเรือ คนเหล่านั้น​ก็​สามารถกลับคืนสู่แผ่นดินใหญ่ ​เขา​ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนของ​เขา​ได้" ท่านองค์อมรินทร์

"ท่านองค์อมรินทร์เจ้าข้าฯ ​จะให้พวกเราออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลย​ หรือรอให้ตะวันตกดินก่อน" หัวหน้าฉลามถาม

"ท่านจงเดินทาง​ไปเดี๋ยวนี้เลย​ ท่าน​จะไม่​ต้องรีบเร่งในการเดินทาง ​ไปอย่างสบาย พวกท่านคง​จะถึง​ที่เกิดเหตุก่อนเวลาเล็กน้อย พวกท่าน​จะไม่มีการอ่อนล้า เพลียแรง ขอให้พวกท่าน​ทั้งหลายเดินทาง​โดยสวัสดิภาพ ​และกลับมาอย่างปลอดภัย ไม่มีอันตรายใด ๆ​ เกิดขึ้น​​กับพวกท่าน ​เมื่อท่านเสร็จภารกิจแล้ว​ให้รีบกลับมา ​จะไม่​เป็นอันตราย อยู่​นานไม่​ได้อาจ​จะมีอันตราย มนุษย์มัก​จะมีใจร้ายชอบทำลายผู้อื่น ​จะแห่กันมาจับพวกท่านพา​ไปรับประทาน​และจำหน่าย ​เป็นสิ่ง​ที่น่ากลัวนัก" องค์อมรินทร์ "พวก​ที่เรา​ไปส่ง​และ ช่วยเหลือ​เขาให้รอดชีวิตคง​จะไม่คิด​จะทำร้ายพวกเรา หรอกหรือ" หัวหน้าปลาฉลาม

"คงไม่หรอก ​เพราะพวกเราช่วยพวก​เขา ​ถ้า​จะมีบ้างบางคน ฉะนั้น​พวกเราจึง​ต้องรีบกลับมา ก่อน​ที่พวกมนุษย์​จะมาเจอพวกเรา เราก็​จะปลอดภัย" องค์อมรินทร์

"​เมื่อท่านกลับมาถึงถิ่นของเราแล้ว​ เราขอรับรองว่า​จะช่วยปกป้องรักษาพวกท่านให้ปลอดภัย​และพวกท่าน​จะ​ได้รับพรไม่​ต้องหาอาหารกินเอง กินทิพย์ อิ่มทิพย์ ไม่​ต้องหาอาหารไม่​เป็นโทษ​เป็นภัย​กับ​ใคร ​และ​จะไม่​เป็นภัยแก่ตัวเอง ทุกท่าน​ที่​ไป​และไม่​ได้​ไปก็​จะ​ได้รับพรเหมือนกันหมด" องค์อมรินทร์

"ขอขอบคุณท่านองค์อมรินทร์ ​ที่มีเมตตาสงสารพวกเรา พวกเรา​จะระลึกถึงคุณ​ความดีขององค์อมรินทร์ ​จะไม่ทำบาปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อีกต่อ​ไป ​และอาจ​จะช่วยเหลือบรรดาสัตว์ให้อยู่​ด้วยกันอย่างมี​ความสุข แ ละอาจช่วยเหลือมนุษย์​ได้บ้างบางโอกาส"หัวหน้าปลาฉลาม ปลาฉลามหนุ่ม​และอาวุโสบาง​ส่วนประมาณ สามพันตัว​ได้ลาองค์อมรินทร์​และแยกตัวจากกลุ่มว่ายน้ำตามหัวหน้าปลาฉลาม​ไปตามทาง​ที่องค์อมรินทร์แนะนำ

3

ก่อนเหตุการณ์การระเบิดใต้ท้องเรือสำราญนั้น​ เรือสำราญลำนี้​พร้อมนักท่องเ​ที่ยวจำนวนหนึ่ง​ประมาณ สองพันห้าร้อยคน​และลูกเรือ​พร้อมคนงาน ห้าร้อยคนรวม​เป็นสามพันคน ​ได้ล่องเรือออกจากท่าอย่างสนุกสนาน แวะเ​ที่ยวเกาะโน้น เกาะนี้​ที่ผ่านมา​เป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้ว​

ภายในเรือลำนี้​ได้มีหนุ่มชาวสลัมผู้มีนิสัย หยาบช้าสามานย์ ดำรงชีพด้วยการขโมย แย่งชิง ทรัพย์สินของผู้อื่น เรื่อยมา ไม่​ได้ประกอบอาชีพ​เป็นหลักแหล่ง

หนุ่มคนนี้​ได้หลบซ่อนอยู่​ท้องเรือ เผลอก็ลอบขโมยข้าวของกิน หนุ่มนี้เกิดชอบพอสาวคนงานในครัวเต็มหัวใจด้วยรักจริง ​เขาหลงรักอย่างหัวปักหัวปำจนถอนตัวไม่ขึ้น​ เฝ้าคิดถึงเธอตลอดเวลา อยากอยู่​ใกล้เธอ อยากอยู่​​กับเธออย่างสามีภรรยาคู่อื่น ๆ​ ​แต่หนุ่มไม่มั่นใจว่าเธอ​จะชอบ​เขาหรือไม่

ด้วยนิสัย​ที่ขโมยของผู้อื่นในการดำรงชีวิตอยู่​ ​เขามีวิธีการ​และเครื่องมือต่าง ๆ​ ในการขโมย ขู่เข็น ทำร้ายผู้อื่น ด้วยมีด​และระเบิดมือ​ที่ซุกไว้​กับเอวตลอดเวลา หนุ่มตัดสินใจ​จะเด็ดสวาทสาวคนรักด้วยการเข้า​ไปปล้ำข่มขืน​แต่ไม่ประสบ​ความสำเร็จดัง​ที่คิดไว้

4
ขณะนี้น้ำ​กำลังทะลักเข้าในท้องเรือ สาวรีบหนีขั้นบนเรือ​และคนงานในครัว​เมื่อ​ได้ยินเสียงระเบิดจึงลง​ไปดู ​และพบว่ามีน้ำทะลักเข้าสู่ท้องเรือ ไม่พบชายหนุ่ม​และสาวคนงาน ต่างคนต่างส่งเสียงตะโกนบอกว่า

"น้ำรั่วเข้าเรือ" ​เมื่อไม่มีทาง​จะช่วยหยุดน้ำ​ได้ ​เพราะมันเข้ามาเร็ว​และแรงมาก ทุกคนตกใจกลัว ต่างคนต่างหนีวุ่น

คณะผู้ท่องเ​ที่ยวบนเรือสำราญต่างสนุกสนานอยู่​บนดาดฟ้าเรือ ​เมื่อ​ได้ยินเสียงระเบิดใต้ท้องเรือ ก็คิดว่าคง​จะไม่มีอะไร​มากนัก ​เพราะเสียงระเบิดมัน​ต้องผ่านผนังกำแพงหลายต่อหลายชั้น ผ่านวัสดุกักเก็บเสียง จึงไม่คิดว่า​จะ​เป็นระเบิด​ที่​เป็นอันตราย

เจ้าหน้า​ที่สอบถามลง​ไปไม่​ได้​ความว่าอะไร​ ฟังเสียงไม่​ได้ศัพท์ ดังสั่นเอะอะโวยวายใกล้เข้ามาจากท้องเรือ ทำให้ทุกคนพลอยตกใจกลัวตาม​ไปด้วย

เพียงไม่นานเจ้าหน้า​ที่ประจำเรือก็สอบถาม​ได้​ความว่า เกิดระเบิดในห้องใต้ท้องเรือ ท้องเรือแหกแตกกระจายน้ำ​กำลังทะลักเข้ามาในท้องเรือ

ทันใดนั้น​ไฟฟ้าในเรือก็ดับลง ​ความโกลาหลต่าง ๆ​ ก็เกิดขึ้น​ เสียงเรียกหาคน​ที่รู้จักคนใกล้ชิด​ที่อยู่​ห่างกันดังลั่นเจี๊ยวจ๊าว บางวิ่งตรง​ไปยัง​ที่​ได้ยินเสียงขานรับ บางคนเรียก​ไปเดินเข้าใกล้เข้า​ไป ​ความสับสนวุ่นวายท่ามกลาง​ความมืดภายใต้เพดานผ้าหลังคา​ที่ปกคลุม ให้มืดครึ้ม ​ส่วนด้านข้าง​สามารถมองเห็นแสงดาวระยิบระยับ​ไปจนจดขอบฟ้ารอบทิศทาง

ทุกคนต่างรู้สึกร่วมกันว่าเรือลำนี้วูบต่ำลง ​เมื่อวันวานเห็นว่าขอบฟ้า​กับกราบเรือห่างกันมาก ​คือพื้นผิวน้ำอยู่​ไกลกราบเรือมาก วันนี้รู้สักว่าผิวน้ำ​กับกราบเรือมันใกล้กัน ​และมองเห็นดาวมากกว่าทุกคืน เครื่องยนต์เรือดับ เรือช้าลง ๆ​ ใน​ที่สุดมีน้ำโผล่ขึ้น​มาจากท้องเรือไหลเข้าท่วมบริเวณ ​และไม่ช้าน้ำก็ถึงตาตุ่ม ​และปริ่มกราบเรือ มีคลื่นลูกโต ๆ​ ผัดผ่านมาทุกคนเปียกหมด มี​แต่ท้องทะเลเต็ม​ไปหมด

บรรดาเจ้าหน้า​ที่เรือ​ได้แจกชูชีพสำหรับช่วยป้องกันชีไว้ให้ทุกคน บางคนก็​ได้รับใหม่ บางคนก็อยู่​ในห้อง มีหลายคน​ที่เตรียมไว้ใกล้จึง​สามารถ​ใช้​ได้ สำหรับ​ที่มีจำนวนเหลืออยู่​ในลำเรื่อก็ลอยขึ้น​มาจน​สามารถหยิบคว้ามา​ใช้​ได้

"โอ้​พระผู้​เป็นเจ้าโปรด​ได้ช่วยคุ้มครองด้วย" คนหนึ่ง​อุทานออกมาอย่างดัง ทำให้คนอื่น ๆ​ อุทานตามมาด้วย​พร้อม ๆ​ กัน

" พุทธัง ธรรมัง สังฆัง ​พระพุทธ ​พระธรรม ​พระสงฆ์ช่วยด้วย" หลายคน​ที่นับถือพุทธศาสนาก็อุทานขอ​ความช่วยเหลือในขณะเดียวกัน

"ข้า​แต่​พระอับเหลาะเจ้า ​พระนาบีเจ้า โปรดคุ้มครองพวกเราด้วย" ​ที่นับถืออิสลามก็มีเสียงดังขึ้น​มา​พร้อม​กับผู้อื่นจนฟังไม่ค่อย​จะ​ได้ศัพท์

"ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย" หลายคนอุทานขอ​ความคุ้มครองเช่นกันในขณะ​ที่ตนอยู่​ในภาวะ​ที่​เป็นอันตราย

"คุณพ่อ คุณแม่ ช่วยด้วย" หลายท่านตะโกนดัง ๆ​

"ตาหลวงช่วยด้วย"

"​พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่​หัวทรงช่วยด้วย"

"​พระราชานีทรงช่วยด้วย"

"​ที่รัก...​.อยู่​ไหนมาช่วยพี่ด้วย พี่​กำลัง​จะตายอยู่​แล้ว​" ชายคนหนึ่ง​ตะโกนวุ่น

เสียงสวดมนต์ของ​แต่ละศาสนาดังกังวานขึ้น​เกือบ​พร้อม ๆ​ กัน บางคนก็ขาดสติโวยวาย​ไปตามประสาด้วย​ความขลาดกลัวสุดชีวิต ​เมื่อคิดว่าชีวิตของตนคง​จะ​ต้องจบสิ้นในครั้งนี้ ​ความเสียดาย ​ความอาลัยอาวรณ์ ต่อสิ่ง​ที่ตนรัก ห่วงแหน ​และยึดถือว่าสิ่งนั้น​​เป็นของตนอยู่​จึงมี​ความเสียใจ​เป็นล้นพ้น ต่างคนต่างคิดว่าโอกาส​ที่​จะรอดชีวิตนั้น​คง​จะหายาก ไม่จมน้ำตายก็คง​จะไม่รอด​ไปจากปากฉลามเจ้าแห่งมหาสมุทร​ได้ เว้น​แต่โชคดี หรือ​พระเจ้าบันดาลให้เรือมาพบ หรือเรือ​ที่​ได้รับสัญญาณขอ​ความช่วยเหลือ มาเจอ​และช่วยไว้​ได้

ระดับน้ำขึ้น​แค่​เขา แค่สะเอว บางครอบครัวมีพ่อแม่ลูก เขย สะใภ้ต่างกอดกันกลมแน่นเหมือน​จะไม่ยอมจากกันมิว่า​จะ​เป็นชาตินี้หรือภพหน้า บางกลุ่ม​ที่ไม่มีครอบครัวมาก็ร่วม​กับ​เพื่อน ๆ​ หรือครอบครัว​ที่รู้จักกัน สนิทสนมกันก็ร่วมกอดคอกัน ทุกคน​พร้อม​ที่​จะจมน้ำในเวลา​พร้อม ๆ​ กัน ​โดยลืม​ที่​จะหาวิธีการแก้ไข​เอาตัวรอด ​จะตายก็ยอมตายแล้ว​​เมื่อมีพ่อแม่ลูกเมีย​และ​เพื่อนอยู่​ใกล้ ๆ​ ก็ยินดีแล้ว​

บางคนมีเครื่องชูชีพ บางคนไม่มี ​แต่ทุกคนคิดว่าวาระสุดท้ายของตน​ได้มาถึงแล้ว​ ​แม้​จะมีชูชีพ​เพื่อช่วยเหลือชีวิต ก็คง​จะทนต่อ​ความเหน็บหนาว ​ความหิวโหย​ได้ ​ถ้าไม่มี​ใครมาพบก็คง​จะตายด้วยกัน​แม้​จะมีชูชีพ​แต่คลื่นลมในมหาสมุทรนี้รุนแรงนัก ​ถ้าเจอเจ้าฉลามเพชฆาตแห่งท้องมหาสมุทร คง​จะกราบขอชีวิตจากมันไม่​ได้เช่นกัน คง​จะกลาย​เป็นอาหารอันโอชะของฉลามเท่านั้น​เอง

ทุกคนรู้สึกว่า​เรื่อช้าลงเหมือน​กับว่ามันหยุดนิ่ง​และลอย​ไปตามกระแสคลื่น มีน้ำบนดาดฟ้าเรือแค่สะเอว บางคนพยามยามปืนขึ้น​ตามเสา บ้างแย่งกันปีน ใน​ที่สุดเรือจมลงสู่ท้องมหาสมุทร ทิ้งให้ผู้คนลอยคออยู่​​กับน้ำแห่ง​พระกาฬ​ซึ่งมีคลื่น​เป็นของแถมมอบ​เป็นรางวัลให้แก่ชีวิต ต่างคนต่างตะเกียกตะกาย ทุกคน​ต้องการมีชีวิตรอด บ้างก็จับมือกัน​เป็นกลุ่ม รู้สึกว่า​​ความกลัวเริ่ม​จะจางหาย​ไปจากบุคคลบางประเภท ต่างคนต่างตะเกียกตะกาย​ไปเรื่อย ๆ​ จนกว่าชีวิต​จะหาไม่ บางคนทอดอาลัยตายอยากไม่ยอมตะเกียกตะกาย เพียง​แต่ลอยอยู่​​กับเครื่องชูชีพเท่านั้น​เอง ทอดอาลัยตายอยาก​เพราะลืมคำสอนของ​พระพุทธเจ้า ​เมื่อ​เป็น​พระมหาชนก เรื่อง​​ความเพียร ตอน​ที่ว่ายอยู่​ในทะเล​เป็นเวลา 7 วัน 7 คืนจนนางฟ้าเมฆขลามาช่วยไว้

ฉลามจึงลอยตัวเข้าใกล้คน​ที่ไม่มีเครื่องชูชีพให้​สามารถเกาะจับกระโดงหรือครีบบนหลัง​ได้ มันก็ว่ายหลีกผู้​ที่มีเครื่องชูชีพช่วยพยุงตัว​ไป ฉลามน้ำบุคคลเหล่านั้น​มุ่งตรง​ไปยังเป้าหมายทางทิศเดียวกัน จึงเห็น​เป็นกระบวน จากหนึ่ง​คน สองคน สามคน ​และต่อ​ไปเรื่อย ๆ​ ​เป็นร้อย​เป็นพัน บางคนก็​สามารถปีนนั่งบนหลังปลาฉลาม​ได้ ปลาฉลามก็พาว่ายต่อ​ไปไม่หยุด หลายคนคิดว่า​เป็นขอนไม้หรืออะไร​สักอย่าง จึงจับไว้ หรือนั่ง​ไปบน​ได้​และลอย​ไปตามกระแสคลื่น

​ความมืดผสม​กับ​ความกลัวทำให้ไม่​สามารถบอก​ได้ว่าอะไร​​เป็นอะไร​ กระบวนการ​ที่​ที่ตนจับหูฉลาม ลอย​ไปตามกระแสน้ำนั้น​​สามารถพูดคุยกันสนุกสนาน วักนำสาดกันเปียก​ได้ในยามภัย​กำลัง​จะมาถึงทุกคนคิดว่าคงไม่มีโอกาส​ได้รอดกลับ​ไปแล้ว​

สำหรับผู้มีชูชีพช่วยพยุง​เมื่อปลาวาฬเห็นว่า​กำลัง​จะอ่อนแรงจึงเลียบเข้าใกล้​ไปให้​เขารีบคว้า​ส่วน​ที่โผล่เหนือน้ำไว้ กอดไว้แน่นปลาฉลามก็ว่าย​ไปทิศทางเดียวกัน​ทั้งหมด บางคนมี​ความคิดดีขึ้น​นั่งคร่อมหลังฉลาม​ได้อย่างมี​ความสุข

บางคนพอรู้ว่า​เป็นฉลาม มี​ความกลัวจนขนหัวลุก ​เมื่อฉลามไม่ทำร้ายก็สบายใจหน่อย​ ​เขาจึงคลาย​ความวิตกกังวล​และคลาย​ความหวาดกลัว​ไป​ได้ ​และ บางคนเห็นว่าปลานำ​ไปทิศทางเดียวกันคิดว่าปลามัน​จะ​ไปกัน​ที่ ๆ​ มันอยู่​กระมัง ​เป็นแถวยายเหยียด มีกันอยู่​ครบถ้วนหน้า ​ซึ่งจำเสียง​ที่ส่งสัญญาณสนุกสนานกัน บ้างโบกมือกัน บ้างหยอกล้อกัน บ้างหยอกล้อปลาวาฬ บ้างร้องเพลง ทุกคนลืมกลัว​ความตายจนหมดสิ้น

มีหลายคนกลัวปลาฉลามจนสลบ ปลาฉลามจึงเข้า​ไปช้อนร่าง​ที่สลบให้อยู่​บนหลังของตน มีปลาอีกสองตัวตามเรียงระนาบข้าง ๆ​ ละตัว​เพื่อช่วยดูแล​ความปลอดภัย เหมือนกันทุกตัว​ที่บรรทุกคนสลบ

มีบางคนฟื้นขึ้น​มาพบตนนอนอยู่​บนหัวปลาฉลาม​และมีปลาฉลามอีกข้างละตัวขนาบมา ​และใกล้มีผู้คนนั่งอยู่​บนหลังปลาฉลามลอยไหล​ไปตามกระแสน้ำในทิศทางเดียวกันก็รู้สึกสบายใจ ไม่คิดกลัวปลาฉลามอีกต่อ​ไป​ถ้าปลาฉลามมันทำร้ายเรา เราคง​จะตาย​ไปนานแล้ว​ ​และมันไม่​ได้ว่ายอยู่​ใกล้ ๆ​ อย่างนี้หรอก บางคน​เมื่อฟื้นคืนสติขึ้น​มายังมี​ความกลัวอยู่​ก็แสร้งทำ​เป็นหลับต่อ​ไป ​โดยคิดว่า ช่างมันเถอะมันตายอย่างไรก็ช่างมัน

หลังค่อนคืน ฉลาม​ได้นำผู้คนมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง​ไม่ไกลจากพื้นแผ่นดินใหญ่นัก ปลาฉลามนำบุคคลเข้าเทียบท่าให้​เขา​สามารถวางเท้าบนบันใดของท่าเรือสำหรับคน​โดยสารขึ้น​ลง​ได้ บุคคลเหล่านั้น​ก็​สามารถลุกจากหลังฉลามขึ้น​บันไดเดินขึ้น​ท่าเทียบเรือ​ได้ คนแล้ว​คนเล่า ​เขาดีใจมากบ้างโห่ร้องสนุกสนาน บางคนกล่าวขอบคุณปลาฉลาม บางคน​เมื่อลงจากหลังก็​ใช้มือลูบด้วย​ความรัก​ความเอ็นดู ​และ​เป็นการขอบใจ

ปลาฉลามเหล่านั้น​ต่างส่งคนขึ้น​ฝังด้วย​ความภูมิใจ มีหลายคนบนหลังปลา​ได้ยินเสียงไชโยโห่ร้องของคน​ที่ถึงฝั่งแล้ว​ก็พลอยส่งเสียงตาม​ไปด้วยประสานกันอย่างสนุกสนาน​ที่รอดตายมา​ได้ ปลาฉลามทุกตัว​เมื่อส่งคนถึงเป้าหมายแล้ว​ก็​จะรีบกลับถิ่นเดิมของตนทันทีตามคำบอกเล่าขององค์อมรินทร์

จนกระ​ทั้งปลา​และคนสุดท้าย​ซึ่ง​เป็นหนุ่มชุดดำ​ที่ทำระเบิดเรือสำราญ​เพื่อฆ่าสาวใต้ท้องเรือ จึง​เป็นเหตุให้น้ำเข้าเรือ ๆ​ จม ผู้คนลอยคอจนปลาวาฉลามช่วยชีวิตไว้ ​เมื่อหนุ่มขึ้น​ฝั่ง​ได้ พอเท้าเหยียบบันไดลงจากหลังปลาฉลาม หนุ่มก็นำมีดออกมาหมายจ้วงแทงปลาฉลามผู้มี​พระคุณต่อชีวิต ​โดย​ที่หนุ่มคิดว่าตน​จะ​ได้นำปลาฉลาม​ไปอวดผู้อื่น​และนำ​ไปจำหน่าย​จะ​ได้ราคาดี

ทันที​ที่หนุ่มเอื้อมือขึ้น​หมาย​จะจ้วงแทงปลา ประกายแสงจากมีดก็กระทบ​กับแสงดาวสะท้อน​เขาตาของปลาฉลาม เร็วดังแสงสะท้อนนั้น​ ปลาฉลามก็ฟาดหางลงตรงชายหนุ่ม ๆ​ ล้มลง​ไปบนขั้นบันไดท่าเรือ มีดเสียบติดอยู่​​ที่ลำคอเลือดไหลแดงฉาน ปลาฉลามก็จาก​ไป

บุคคล​ทั้งหมด​ได้หันมาดูหนุ่มคนนั้น​

"​เขา​กำลัง​จะจ้วงแทงปลาฉลาม​ที่​เขานั่งหลังมาแทนคำกล่าวขอบใจ​เขา" คนหนึ่ง​ตะโกนดัง ๆ​ "​เขาถูกปลาฉลามหวดด้วยหางจนล้มลง มีดของ​เขาปักคอของ​เขาเอง" คน​ที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้คลาย​ความกังวน

" คนนี้แหละ​ ​ที่ปาระเบิดในท้องเรือ" หญิงสาวคนงานกลัวในเรือบอกให้ทุกคนทราบทั่วกัน

"ปกติ คนสร้างค่าให้​แต่ตนเอง สร้าง​ความเจริญให้​แต่ตนเอง ผู้อื่น​และประเทศชาติ สำหรับหนุ่มคนนี้ทำลายตนเอง​และทำลายผู้อื่น "สาวน้อยพึมพัมเบา ๆ​

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3645 Article's Rate 8 votes
ชื่อเรื่อง ฉลามสวย
ผู้แต่ง เปิดฟ้า ก้องหล้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๘
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๒๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-19100 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 เม.ย. 2558, 11.26 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : เปิดฟ้า ก้องหล้า [C-19115 ], [171.7.248.88]
เมื่อวันที่ : 03 พ.ค. 2558, 09.30 น.

สวัสดีครับ​พี่ ๆ​ นกน้อยทุกท่านด้วย​ความเคารพรัก​และนับถือ

กระผมภูมิใจ​เป็นอย่างย่ิง ท่ีพี่ๆ​ ทุกท่าน​ได้แวะเยี่ยมเยียน​และอ่านอย่าง​เป็นกันเอง​และตั้งใจอ่านจนจบด้วย​ความสนใจ​และตั้งใจ​เป็นอย่างย่ิง

กระผมมี​ความรู้สึกอบอุ่่่่่่น​และภูใจมากๆ​ ท่ีพี่ ๆ​ แวะมาเยี่ยมเยือน พี่ ๆ​ มีประสพการณ์มาก่อน กรุณา​ได้เมตตาให้คำแนะนำบ้างนะครับ​​เมื่อ พี่ๆ​ พบ เห็นส่ิงท่ีบกพร่อง​และไม่​เป็น​ไปตามธรรมชาติของการเขียนท่ัั่ว​ไป ​และส่ิงท่ี​จะ​สามารถพัฒนาต่อยอดให้​เป็นนักเขียนท่ีดีมีอนาคตในโอกาสต่อ​ไป​ได้

ขอขอบคุณทุกท่านท่ีแวะเยี่ยม​และอ่าน ​และขออาราธนาอวยพรให้พี่ ๆ​ จงงประสบ​แต่​ความสุข​ความเจริญตลอด​ไป ​ทั้งในชีวิตปัจุบัน ชีวิตการงาน ชีวิตครอบครัว ตลอดจนชีวิตในสังคมปัจุบันนี้

ขอให้พี่ๆ​ มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ​และเจริญด้วยจตุรพรชัย เช่น เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ​และปฎิภาณ ธนสารสมบัติดังอยู่ในทิพย์สถานพิมานแมนแดนสวรรค์ ขอให้โชคดีนะครับ​ ปราถนาส่ิงใดให้สมหวังในส่ิงนั้น​ ๆ​

ด้วยปรารถนาดี จาก เปิดฟ้า ก้องหลา

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : เปิดฟ้า ก้องหล้า [C-19291 ], [171.7.246.67]
เมื่อวันที่ : 01 ต.ค. 2558, 18.31 น.

ขอขอบ​พระคุณพี่ ทุกท่านท่ีกรุณาสละเวลากรุณา แวะชม​และอ่าน​ได้คุ้นเคยรู้จัก​กับฉลามสวยนะครับ​ ขอขอบ​พระคุณใน​ความเมตตากรุณา​เป็นอย่างย่ิง ผมขออ้าง​เอาบุญบารมีของหลวงพ่อทวดเหยียบทะเลน้ำจืด วัดพะโค๊ะ จังหวัดสงขลา จงดาลบันดาลให้ทุกท่านจงเกษมสำราญ ประสบ​แต่​ความสุข​ความเจริญ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ​และโชคดีตลอด​ไป

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น