นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๑ มกราคม ๒๕๕๖
ลึก ลับ ลวง
ส. อิศราลักษณ์
...หากคุณเผชิญ​​กับสิ่งลึกลับ​​ที่คาดไม่ถึง คุณ​​จะแก้ปัญหานั้น​​อย่างไร...
"ดนัย ช่วยหยิบตะกร้าผ้าขี้ริ้วขึ้น​มาด้วยนะคะ​" เสียงนุ่มนวลของพิมพ์ร้องบอกผู้​เป็นสามี
"ตะกร้า​ที่ว่า อยู่​ในรถใช่ไหมพิมพ์" สามีถามย้ำ​เพื่อยืนยันพิกัดของตะกร้าผ้าขี้ริ้ว​ที่ผู้​เป็นภรรยา​ต้องการ
"ใช่ค่ะ​ มันอยู่​ในรถด้านหลัง"
จากนั้น​ผู้​เป็นสามีก็เดินขึ้น​บันได​ไปยังห้อง​ที่พิมพ์อยู่​ แล้ว​เปิดประตูห้องส่งตะกร้าดังกล่าวให้​กับพิมพ์ คุณแม่ลูกหนึ่ง​​ที่ยังสาว​และสวย ​ซึ่งดนัยภาคภูมิใจอยู่​เสมอ
ดนัยย้ายมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอเชียงคาน ​ซึ่ง​เป็นเมืองเก่าโบราณ ก่อตั้งมาหลายร้อยปีแล้ว​ บ้านพักนายอำเภอดูเก่าด้วยกาลเวลา​แต่หาก​ได้ทำ​ความสะอาดปัดกวาดอย่างดีดูท่า​จะน่าอยู่​ไม่น้อย บ้านหลังนี้ตั้งอยู่​ใกล้ฝั่งโขงเพียงห้าร้อยเมตรเท่านั้น​ อำเภอเชียงคานมีอาณาเขตติด​กับประเทศ​เพื่อนบ้าน นั่นก็​คือ สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ลักษณะ​เป็นบ้านไม้ชั้นครึ่ง ตัวบ้านทาด้วยสีฟ้าอ่อน​ซึ่ง​กำลังกลาย​เป็นสีฟ้าหม่น​ไปแล้ว​ หน้าต่าง​และประตู​เป็นกระจกขุ่นมัว ​แต่พื้นไม้ยัง​เป็นมันขลับสะท้อนแสงเงางามแวววับ​กับแสงแดด​ที่ลอดผ่านกระจกเข้ามา บริเวณหน้าต่าง​และประตูมีผ้าม่านเก่าๆ​สีครีมปิดบังภายในบ้าน​เพื่อไม่ให้สะดุดตาผู้พบเห็นจากภายนอก
​เมื่อนายอำเภอคนก่อนเสียชีวิตลงอย่างไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ​ทั้ง​ที่อายุของท่านยังไม่ถึงสี่สิบปี ชาวบ้านต่างพูดกันเซ็งแซ่ถึง​ความลึกลับของนายอำเภอคนเก่า ​เมื่อท่านย้ายมาอยู่​​ได้ไม่นานก็มีพฤติกรรมแปลกๆ​ จนชาวบ้านละแวกนี้เกิด​ความสงสัยในตัวท่าน​เป็นพิเศษ
พิมพ์​กำลังทำ​ความสะอาดบ้านหลังนี้อย่างขะมักเขม้น ​เพื่อให้ทัน​ได้พักอาศัยในเย็นวันนี้ ดนัยเริ่มยกข้าวของเครื่อง​ใช้มาจัดวางอย่าง​เป็นระเบียบทีละห้อง
ลูกชายอายุสามขวบของ​เขา​กำลังนั่งเล่นหุ่นยนต์ตัวเล็กๆ​สี่ห้าตัวอยู่​กลางห้องโถง​ซึ่งทำ​ความสะอาดเรียบร้อย​แล้ว​ พิมพ์​กำลังสาละวนอยู่​ในห้องสุดท้าย ​ซึ่ง​เป็นห้องใต้ดิน ห้องนี้​ทั้งอับ​และชื้น บนพื้นห้องมีของ​ใช้นายอำเภอคนเก่าหลงเหลืออยู่​ พิมพ์มองเห็นตู้หลังหนึ่ง​ ตั้งตระหง่านอยู่​ชิดผนังตรงข้าม​กับประตูห้อง มันทำด้วยไม้แดงเนื้อดี บานประตูสลักลายกนกดอกบัวตูมอย่างวิจิตรบรรจง มันคงสภาพ​พร้อม​ใช้งาน​ได้ ​แต่เหตุใดจึงมีไม้ตอกตะปูไขว้กัน​เป็นรูปกากบาท​ผนึกไว้ ตรงกลาง​ระหว่างไม้​ที่พาดผ่านตัดกันนั้น​มีอักขระสีแดงจารึก​เอาไว้ พิมพ์กลัวว่าตู้ใบนี้​จะผุพัง​เพราะ​ความชื้นของพื้น​ที่บริเวณนี้ มันน่า​จะ​ใช้ประโยชน์​ได้ดีกว่าตั้งไว้เฉยๆ​
"ดนัยคะ​ ด้านบนมีค้อนไหมคะ​ ช่วยมาเปิดตู้หลังนี้ให้พิมพ์หน่อย​ พิมพ์อยาก​ได้ตู้นี้​ไปใส่เสื้อผ้า" น้ำเสียงขอร้องอย่างอ่อนโยนส่งเสียงดังบอกสามี​ที่อยู่​ด้านบน ​ซึ่งดนัยไม่เคยขัดใจภรรยาของ​เขาอยู่​แล้ว​ เช่นเดียว​กับพิมพ์​ที่ให้เกียรติ​และมอบ​ความไว้วางใจให้​กับผู้​เป็นสามีอย่างไม่มีข้อกังขา
"ครับ​ เดี๋ยวผมลง​ไป" ​เมื่อดนัยหาค้อนเจอ ก็รีบเดินลง​ไปยังชั้นใต้ดิน​เพื่อทำตาม​ความประสงค์ของภรรยา
พิมพ์ยืนมองตู้หลังนั้น​เหมือนคิดอะไร​อยู่​ ​เมื่อดนัยลง​ไปถึง เธอก็เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน
"ไม่เปิดดีกว่าค่ะ​ มันอาจ​เป็น​ความประสงค์ของผู้​ที่ผนึกมันไว้ หรืออาจมีบางสิ่งบางอย่าง​ที่ไม่ควรดู"
ดนัยมองตู้หลังนั้น​ไม่ถนัดตานัก ​เพราะร่างสูงระหงของพิมพ์ยืนบังตู้อยู่​ ​เขาจึงพาตัว​เขา​ไปยืนข้างพิมพ์ ​เมื่อสายตาของ​เขาสบ​กับตู้หลังนั้น​ ลมปริศนาวูบหนึ่ง​ก็พัดมา​ต้องหน้าของ​เขาทันที ดนัยผู้ตามใจภรรยาไม่เคยขัด เริ่มอยากรู้ว่าภายในตู้นั้น​มีอะไร​อยู่​ ​แต่ด้วย​ความ​ต้องการของผู้​เป็นภรรยาเปลี่ยน​ความประสงค์​ไปแล้ว​ จึงยาก​ที่ตน​จะฝืนทำมัน ทันใดนั้น​มโนสำนึกด้านมืด บอก​กับ​เขาว่า "เปิดตู้ดูสิ มันมีอะไร​ในนั้น​" มโนสำนึกฝ่ายดีค้านว่า"อย่า​ไปยุ่ง​กับของคนอื่นเลย​ เชื่อภรรยาของนายบ้างสิ" แล้ว​มโนสำนึกด้านมืดบอกอีกว่า"เปิดตู้นั้น​เดี๋ยวนี้" ดูเหมือนว่าเสียงสั่งการสุดท้าย​จะมีอิทธิพลต่อการกระทำของ​เขา ​เพราะ​เขา​กำลังตกอยู่​ใต้อำนาจคำสั่งนั้น​เสียแล้ว​ จิตสั่งการให้เท้าของ​เขาก้าวย่าง​ไปยืนประจันหน้า​กับตู้หลังนั้น​ แล้ว​​ใช้ค้อนงัดไม้​ที่ผนึกตู้นั้น​ออก​ที่ละอัน ขณะ​ที่​เขาเอื้อมมือ​กำลัง​จะเปิดมันก็​ต้องชะงัก​ไปชั่วขณะ ​เมื่อมือหนึ่ง​แตะ​ที่แผ่นหลังของ​เขา ​พร้อม​กับพูดว่า
"ดนัยคะ​ อย่าเปิดเลย​ค่ะ​ พิมพ์ว่าถึงมันไม่มีอะไร​ในนั้น​ เราคง​จะยกมันไม่ไหวแน่ๆ​ ​เพราะดูท่ามัน​จะหนัก​เอาการ"
ดนัยไม่พูดอะไร​ เหมือน​เขาไม่ไยดี​กับเสียงของผู้พูด ​เขาละจากสิ่ง​ที่​ได้ยินเอื้อมมือเปิดตู้นั้น​ทันที แล้ว​สิ่ง​ที่​เขา​ทั้งสอง​ได้เห็นก็​คือภาพถ่ายสีขาวดำ ขนาดเท่า​กับสมุดวาดภาพ กรอบรูปทำด้วยไม้แกะสลักรูปพญานาคสองตัวหันหัว​และหางชนกัน​เป็นรูปสี่เหลี่ยม
ในสายตาของ​ทั้งคู่ มองภาพนั้น​ด้วย​ความรู้สึก​ที่แตกต่างกัน พิมพ์รู้สึกว่า​ภาพนั้น​​เป็นเพียงภาพหญิงโบราณธรรมดา ​แต่ดนัยยังคงตาค้าง​กับภาพ​ที่ปรากฏ ดวงตาของ​เขาเบิกกว้าง ​และหรี่ลงชั่วขณะ แล้ว​กลับเบิกกว้าง​และลุกโชนขึ้น​อีกครั้ง ดนัยเอ่ย​กับพิมพ์ว่าผู้หญิงในรูปนี้​เป็น​ใครกันนะ เหตุใดมันถึงสำคัญจน​ต้องผนึก​เอาไว้
ภาพหญิงสาวหน้าตาเรียวเล็ก สอดรับ​กับฟันสวยเรียงเหมือนจัดวางอย่างพิถีพิถัน มวยผม​เป็นก้นหอยสูงเกือบฟุตครึ่ง ริมฝีปากบางเล็กรับ​กับเรียวแขน​ซึ่ง​พอดี​กับไหล่​ที่ตั้งตรงสง่างาม ​แม้นางในภาพไม่ยิ้ม​แต่นัยน์ตาช่างงอนงามชวนให้หลงใหล​ไปในบัดดล ดนัยจ้องมองเรียวปากในภาพนั้น​รู้สึกร้อนวูบวาบ ​และอยากพบหญิงสาวในภาพขึ้น​มาทันทีทันใด อาการแบบนี้​เขาเคยรู้สึก​เมื่อสมัยแตกเนื้อหนุ่ม​ที่พบสาวแรกรุ่นไม่มีผิด โลหิตในร่างกายของ​เขาสูบฉีดซาบซ่าน​ไปทั่วสรรพางค์
ตกเย็นวันนี้​ทั้งคู่ชำระล้างร่างกายจากสิ่งสกปรก​ที่ช่วยกันทำ​ความสะอาดบ้าน​เมื่อตอนกลางวัน ดนัยพาครอบครัวท่องราตรีชมเมืองใหม่​ที่ตน​ต้องทำ​ความรู้จัก ​ทั้ง​ความ​เป็นอยู่​​และวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองนี้ ​แต่ในจิตใต้สำนึกของ​เขายังคงคิดวนเวียนถึงหญิงในภาพนั้น​ตลอดเวลา
วันนี้​ทั้งคู่รับประทานอาหารเย็น​ที่ถนนคนเดิน ​ซึ่งผู้คนเดินขวักไขว่กระทบไหล่กัน​ไปมา​เพราะนักท่องเ​ที่ยวมาพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ เมนูอาหารเย็นวันนี้ของครอบครัวเศียรสมุทรก็​คือขนมจีนทรงเครื่อง ​ซึ่งต้นคิดลูกชายของนายอำเภอดนัย บอกว่าอร่อยมาก ต้นคิดทานอาหารตามประสาเด็กสามขวบ เส้นขนมจีนครึ่งหนึ่ง​กระจายเต็มโต๊ะ ​เขา​ใช้ซ่อมตักเส้นขนมจีน​ส่วน​ที่เหลือทานจนหมดชาม มัน​เป็นอาหารพื้นบ้าน​ที่มีลักษณะเหมือนก๋วยเตี๋ยว ​แต่แทน​ที่​จะ​เป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว​กับ​ใช้เส้นขนมจีนแทน ​และ​ใช้น้ำซุป​ที่ทำจากเครื่องในหมู ล้วนๆ​
คืนนี้​เป็นคืนแรก​ที่ครอบครัวเศียรสมุทร​จะผักผ่อนกายาในห้อง​ที่​เขาไม่เคย​ได้อาศัยมาก่อน พิมพ์เปลี่ยนผ้าม่านห้องนี้ใหม่ ​ซึ่งเตรียมมาจากบ้านพักหลังเก่า​ที่ดนัยย้ายมา มันดูใหม่กว่าผ้าม่านผืนเก่า ​แต่มี​ความบางกว่า ​เมื่อลมพัดมาครั้งใดจึงทำให้ผ้าม่านสะบัดพลิ้วตามแรงลม อากาศเย็นสบายเหมาะสำหรับการพักผ่อนจาก​ความเหนื่อยล้า ดูเหมือนการหลับใหลในคืนนี้​จะยาวนานจนถึงเช้า​
​เมื่อ​ทั้งคู่อยู่​ในนิทรา เสียงลมยังพัด​เป็นระลอกใบไม้ไหวติงระริกริ้วตามแรงปะทะของลม อากาศเริ่มหนาวชื้น​เพราะอยู่​ใกล้ฝั่งโขงเพียงห้าร้อยเมตร มันแตกต่างตรง​ที่ไม่มีเสียงจิ้งหรีดเรไรแข่งกันส่งเสียงหาคู่เลย​ แล้ว​เสียงกระซิบจากผู้​ที่ไม่ปรากฏตนก็ดังขึ้น​ในโสตของพิมพ์
"​ได้ยินไหม เสียงต้นคิด อยู่​ด้านล่าง"
ด้วยสัญชาตญาณของ​ความ​เป็นแม่ พิมพ์สะดุ้งตื่นขึ้น​​โดยอัตโนมัติ แล้ว​เธอก็​ได้ยินเสียงต้นคิดดังมาจากด้านล่าง จนทำให้เธอ​ต้องพรวดพราดตามเสียง​ที่​ได้ยิน​ไปทันที
"อิอิ สนุกจังเลย​ แม่จ๋า"
"ต้นคิด ลูก! ต้นคิด หนูอยู่​ไหน"
พิมพ์เปิดไฟทุกดวง​ที่ร่างอันบอบบางของเธอผ่านสวิตซ์ไฟ​ไป ​เมื่อเดินลงบันได​ไปถึงห้องใต้ดิน เธอเอื้อมมือเปิดประตูอย่างระมัดระวัง "แอ๊ด...​...​...​"ใน​ความมืด แสงสว่างจากภายนอกเริ่มแผ่รัศมีเข้า​ไปภายในห้อง เห็นแสงสลัว พอให้เธอ​จะเดินเข้า​ไป​โดย​ที่แข้งขา​จะไม่ปะทะ​กับอะไร​ในนั้น​ ตอนนี้สิ่ง​ที่เธอ​ต้องทำ​คือหาสวิตซ์ไฟในห้องนั้น​ให้เจอ ช่าง​เป็นการยาก​ที่ผู้มาอยู่​ใหม่อย่างเธอ​จะเจอมันในเวลาอันสั้น เสียงต้นคิดยังดังอยู่​​เป็นระยะ ทันใดนั้น​ประตูก็ปิดสนิทเสียงดังตั๊บ! มันทำลาย​ความสว่างเท่า​ที่มีอยู่​ในตอนนั้น​จนหมดสิ้น หัวใจของเธอเต้นรัวระริก ดวงตาของเธอมืดสนิท​ไปชั่วขณะ หูของเธอยังคง​ได้ยินเสียงของลูกชายสุด​ที่รัก​แต่​ความมืดก็ทำให้เธอมองไม่เห็นอะไร​เลย​ เธอ​ใช้มือคลำหาลูกบิดประตู​เพื่ออาศัยแสงสลัวจากด้านนอกหาสวิตซ์ไฟ ในขณะ​ที่ควานหาลูกบิดประตูเธอพร่ำเรียกชื่อลูกชายไม่ขาดปาก ทันใดนั้น​มือของเธอก็สัมผัส​กับลูกบิดประตู ​แต่​เมื่อหมุนมัน​ไปมากลับเปิดไม่ออก
ในเวลาเดียวกันบนห้องนอน​ที่ดนัยนอนหลับอยู่​ อณูร่างหญิงนางหนึ่ง​ปรากฏบนปลายเตียงของ​เขา ดนัยมีอาการหลับๆ​ตื่นๆ​ เปลือกตาขยับขึ้น​พอ​ที่​เขามองเห็นร่างนั้น​พอเลือนลาง ร่างเลือนลางนั้น​เริ่มลูบไล้ปลายเท้าของดนัยขึ้น​​ไปเรื่อยๆ​ ในขณะ​ที่ดนัยก็เกิด​ความ​ต้องการทางกามรมย์อย่างถึง​ที่สุด ร่างนั้น​ลุกล้ำขึ้น​​ไปถึง​ที่หวงห้ามของดนัยแล้ว​อารมณ์ของ​ทั้งสองก็เริ่มเร่าร้อนรุนแรงขึ้น​ตามลำดับ เพียงเวลาไม่นานการเริงรมย์ของ​ทั้งคู่ก็สิ้นสุด ​พร้อม​กับพละ​กำลังของดนัย​ที่​ใช้​ไป​เมื่อสักครู่นี้จนทำให้​เขาหลับ​ไปทันที ร่างเลือนลางเริ่มจางหาย​ไป​พร้อม​กับห้วงนิทราของดนัย
ขณะเดียวกันประตูห้องใต้ดินก็เปิดออก ทีละน้อย "แอ๊ด...​...​." แสงสว่างจากภายนอกเริ่มแผ่รัศมีเข้ามา ลมวูม หนึ่ง​พัดมา​พร้อม​กับประตู​ที่เปิดออก เสียงต้นคิดหาย​ไปแล้ว​ ​แต่พิมพ์กังวลว่าลูกชาย​จะยังอยู่​ในห้องนี้ ​ความสว่างพอรำไรทำให้เธอมองเห็นสวิตซ์ไฟ กองหนังสือ​ที่วางระเกะระกะ​เป็นอุปสรรคในการสร้าง​ความสว่างของเธอ ​แต่เธอก็​สามารถเอื้อมมือเปิดไฟ​ได้สำเร็จ​เมื่อ​ความสว่างจากหลอดไฟปรากฏขึ้น​เธอมองไม่เห็น​แม้​แต่เงาของลูกชาย แล้ว​เสียง​ที่​ได้ยิน ​เป็นเสียงอะไร​ หรือเธอ​จะหูฝาด​ไปเอง เธอปิดไฟ​และเดินออกมาจากห้องนั้น​มาด้วย​ความฉงน ​เมื่อมองหาต้นคิดทั่วบริเวณบ้านไม่เจอ จึงตัดสินใจกลับ​ไปยังห้องนอน ต้นคิดกลับหลับสนิทบนเตียงนอน​ที่มีขอบเตียงสูง​ทั้งสี่ด้านจนเธออดคิดไม่​ได้ว่าลูกชาย​ที่เพิ่งอายุครบสามขวบ​เมื่อเดือน​ที่แล้ว​​จะลงจากเตียงนี้​ไป​ได้อย่างไร ​แต่ก็ช่างมันเถอะตอนนี้ก็ดึกแล้ว​พรุ่งนี้​ต้องเตรียมของใส่บาตร​แต่เช้า​เธอจึงพยายามข่มใจให้หลับ​ไป​พร้อม​กับ​ความฉงนใจ
เช้า​นี้เธอรีบตื่นนอน​เพื่อ​ไปจ่ายตลาดให้ทันใส่บาตร ​ซึ่ง​เมื่อคืนนี้เธอ​กับดนัยเซอร์เวย์สถาน​ที่จับจ่ายไว้แล้ว​ สายตาของคนในตลาดมองเธออย่างผู้มาใหม่ ​แต่มันไม่หน้าแปลก​ที่​จะ​ต้องมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น​ ​เพราะคนแบบเธอคงมีทุกวันใน​เมื่อ​ที่นี่​เป็นสถาน​ที่ท่องเ​ที่ยว​ที่หลายคนอยากมาสัมผัส เธอคง​ต้องปรับตัวอีกมาก​เมื่อหลายสิ่งหลายอย่าง​กำลังทำให้เธอสับสน
​เมื่อพิมพ์ทำอาหารเช้า​เรียบร้อย​แล้ว​ ​แต่ดนัยยังคงหลับอยู่​ จึงรีบขึ้น​​ไปปลุกดนัย เธอโน้มตัวก้มลงกระซิบ​ที่ข้างหูดนัยเบาๆ​
"ดนัยคะ​ ตื่น​ได้แล้ว​ค่ะ​ ​ไปใส่บาตรกัน"
ดนัยลืมตาขึ้น​ช้า ๆ​ ด้วย​ความรู้สึก​ที่อ่อนเพลียเล็กน้อย ​เขาหันมายิ้มให้​กับภรรยาผู้เลอโฉม ​พร้อม​กับดึงร่างแบบบางของเธอโน้มลงมาประชิดตัว​เขา แล้ว​กระซิบ​ที่ข้างหูเธอว่า
"​เมื่อคืนนี้ พิมพ์สุดยอดจริง ๆ​"
พิมพ์งง​กับคำพูดนั้น​
"อะไร​นะคะ​" ดนัยยิ้ม​ที่มุมปาก ส่งสายตามีเลศนัยให้​กับเธอแล้ว​ก็เดินออก​ไปทำธุระ​ส่วนตัวในห้องน้ำ ปล่อยให้ พิมพ์งง​กับคำพูดนั้น​อีกแล้ว​ ตอนนี้สมองของเธอเต็ม​ไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ​ซึ่งเธอ​จะ​ได้คำตอบจาก​ใคร
ครอบครัวเล็ก ๆ​ ของนายอำเภอดนัย รอตักบาตรบริเวณหน้าบ้านพักนายอำเภอ ไม่นานจึงมองเห็นภิกษุรูปหนึ่ง​เดินมา​แต่ไกล พิมพ์จัดแจงอาหาร​ที่​จะนำมาใส่บาตรอีกครั้ง ​เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไร​ขาดตกบกพร่อง ภิกษุรูปนั้น​หยุด​ที่หน้าบ้านพัก ​ทั้งสามก็สลับกันใส่บาตร​และรอรับพร หลังจาก​ที่ภิกษุรูปนั้น​ให้พรเรียบร้อย​แล้ว​ ​ได้บอก​กับดนัยว่า
"หมั่นทำบุญให้มากนะนายอำเภอ สิ่งชั่วร้าย​จะทำอะไร​ไม่​ได้" สิ้นประโยคสายตาท่านหันทิศทางมองบ้านหลังนั้น​ เหมือน​กับว่าท่าน​กำลังมอง​ใครสักคน​ที่ยืนอยู่​บนบ้านหลังนั้น​ก่อน​ที่​จะเดินลับตา​ไป มองจากใบหน้า​ที่สงบสำรวม น้ำเสียง​ที่สุขุมเยือกเย็น ประกอบ​กับรอยย่นบนใบหน้าของท่านบ่งบอกว่าท่านคงครองเพศบรรพชิตมานานจนตบะแก่กล้า​เป็นแน่
​พระธรรมสุทโธ ​เป็น​พระ​ที่จำพรรษาในวัดแห่งหนึ่ง​​ซึ่งตั้งอยู่​ริมฝั่งโขง ​ซึ่ง​เป็นเขตหมู่บ้านสานะคามประเทศ​เพื่อนบ้าน มองจากฝั่งไทย​สามารถมองเห็นวัดนี้​ได้เด่นชัด ท่านพายเรือข้ามฝั่ง​เพื่อบิณฑบาต​แต่เช้า​มืด ​เป็นเช่นนี้มานานจนชาวเชียงคานเลื่อมใสศรัทธา ​และ​ต้องข้ามฝั่ง​ไปทำบุญตักบาตร​เมื่อมีวันสำคัญทาง​พระพุทธศาสนาอยู่​เสมอ ​เป็นเวลากว่าห้าสิบปีแล้ว​​ที่ชาวเชียงคานเห็นท่านปฏิบัติเช่นนี้มา
วันนี้ดนัยขอให้ทางอำเภอหาแม่บ้านให้ ​เพื่อแบ่งเบาภาระของพิมพ์ ​เพราะเธอ​ต้องดูแลลูกชายด้วย แม่บ้านคนเดิมสมัยนายอำเภอธนินทร์ยังมีชีวิตอยู่​จึง​ได้รับหน้า​ที่นี้
"แม่ช้อยครับ​ นี่พิมพ์ภรรยาของผม"
"สวัสดีค่ะ​ คุณพิมพ์"
"สวัสดีค่ะ​ แม่ช้อย"
"เรียกป้าช้อยก็​ได้ค่ะ​ กันเองดี คุณพิมพ์ยังสาว​และสวยไม่น่าเชื่อว่ามีลูกแล้ว​ มีอะไร​ให้ป้าช่วยก็บอกมาเลย​นะคะ​ บ้านป้าอยู่​แถวนี้ ว่าง ๆ​ เชิญคุณพิมพ์​ไปเ​ที่ยวบ้านป้าบ้างนะคะ​"
"ขอบคุณ​ที่เชิญค่ะ​ ไว้มีโอกาสพิมพ์​จะ​ไปนะคะ​"
การสนทนาทำ​ความรู้จัก​ใช้เวลาอยู่​ครู่หนึ่ง​ จากนั้น​พิมพ์ก็มอบหมายหน้า​ที่ดูแลบ้านให้​กับแม่ช้อย ​ส่วนอาหาร​และเสื้อผ้า เธอ​จะ​เป็นคนดูแลเอง
แม่ช้อย​เป็นคนคุยสนุก ​ซึ่งดนัยก็หวังเช่นนั้น​​เพราะอยากให้แม่ช้อยอยู่​​เป็น​เพื่อนคายเหงาให้พิมพ์ พิมพ์เปิดประเด็นเรื่อง​ใดแม่ช้อย​สามารถเล่าเรื่อง​นั้น​ให้พิมพ์ฟัง​ได้​โดยเธอไม่เบื่อเลย​ วันนี้ก็เช่นกัน เธออยากรู้เรื่อง​การเสียชีวิตของนายอำเภอธนินทร์ แม่ช้อยก็ตอบคำถามทุกคำ​ได้อย่างหน้าติดตาม
"ป้าช้อยคะ​ นายอำเภอธนินทร์ท่านป่วย​เป็นอะไร​เหรอคะ​"
"ป้าไม่เห็นท่านป่วย​เป็นอะไร​หรอกค่ะ​ การตายของท่าน​เป็นปริศนา แพทย์สรุปว่าท่านหัวใจล้มเหลว ​แต่ป้าว่าคงไม่ใช่ ​ซึ่งคนแถวนี้ก็คิดเหมือนกัน ก่อนหน้า​ที่ท่าน​จะเสีย ท่านทำตัวแปลก ๆ​ ชอบเขียนสมุดบันทึก ​และบ่นพรึมพรำอยู่​คนเดียว บางครั้งเหมือนคุย​กับ​ใครอยู่​"
"ท่านมีครอบครัวไหมคะ​"
"ท่านยังโสดนะคะ​ อายุสามสิบเก้าปี เห็นว่า​กำลังดูใจอยู่​​กับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย​คะ​ ​แต่ป้าเห็นเธอมา​ที่นี่แค่ครั้งเดียว ก็ไม่เห็นอีกเลย​"
"ตอนกลางวันท่านรีบกลับมา​ที่บ้านแทบทุกวัน แล้ว​ก็ขลุกอยู่​ในห้อง​เป็นเวลานาน สักพักก็ลงมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดทำงานใหม่ แล้ว​จึงกลับเข้าอำเภอ​ไป ​แต่​ที่แปลก​ไปกว่านั้น​ก็​คือเวลาป้าซักผ้าให้ท่านทีไรเสื้อผ้าท่านมีกลิ่นสาป ๆ​ พิกล ​ทั้ง​ที่ใส่แค่ครึ่งวันนะคะ​"
การสนทนา​เป็น​ไปอย่างน่าสนใจ จนแม่ช้อยเล่าถึงภาพถ่ายผู้หญิงคนหนึ่ง​ ​ซึ่งนายอำเภอธนินทร์รักมาก ทุกวันแม่ช้อย​ต้องเทน้ำแดงตั้งไว้หน้ารูปนี้ตลอด วันไหนลืมนายอำเภอธนินทร์​จะดุแม่ช้อยจนแก​ต้องจำใส่ใจ​เอาไว้ว่า​ต้องเทน้ำแดงทุกวัน
"จนเช้า​วันเกิดเหตุ ป้าเห็นท่านยังไม่ลงมารับประทานอาหารเช้า​ จึง​ไปเคาะประตูเรียก เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบ ป้ากลัวว่าท่าน​จะ​เป็นอะไร​ จึง​ไปบอกคนสวนให้มาพังประตูเข้า​ไป ภาพ​ที่เห็นมันทำให้ป้าตกใจมากจนปานนี้ภาพนั้น​ยังติดตาป้าไม่เคยลืม นายอำเภอธนินทร์เปือยกายตัวขาวซีดนอนแข็งทื่ออยู่​บนเตียง คนสวน​เอาผ้าห่มคลุมตัวท่านไว้แล้ว​ป้าก็รีบโทรแจ้งตำรวจ"
การเสียชีวิตของนายอำเภอธนินทร์​เป็นเหตุให้ตำแหน่งนายอำเภอเชียงคานว่างลง ​และนายอำเภอดนัยจึงย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน อายุของนายอำเภอดนัยมากกว่านายอำเภอธนินทร์เพียงสามปี ​แต่ด้วยท่านมีภรรยาอายุเพียงสามสิบปีจึงทำให้ท่านดูไม่แก่​แต่กลับยัง​เป็นหนุ่ม​ที่สาวเห็น​ต้องเหลียวหลัง พิมพ์พบ​กับนายอำเภอดนัย​เมื่อท่าน​ไปดำรงตำแหน่งในอำเภอ​ที่พิมพ์อาศัยอยู่​ ​ทั้งคู่ต่างดูใจกัน​เป็นเวลาสามปีจึงตัดสินใจ​แต่งงานกัน ด้วย​ความเหมาะสมในทุกด้าน​ทั้งฐานะ หน้าตา ​และชาติตระกูล ​ทั้งสองจึง​ใช้ชีวิตคู่​โดยไม่มีข้อกังขาจากผู้ใด ครอบครัวเล็กๆ​ของพวก​เขาจึง​ใช้ชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์แบบ ​และเธอก็​เป็นแม่บ้าน​ที่ดี มีเสน่ห์ปลายจวัก ​ใคร​ได้ชิมฝีมือของเธอ​เป็น​ต้องติดใจจน​ต้องยกนิ้วให้เสมอ
​แต่วันนี้เธอเริ่มไม่มั่นใจในฝีมือการทำอาหารของเธออีกแล้ว​ ​เมื่อดนัยรับประทานอาหารน้อยลง การสนทนาบนโต๊ะอาหาร​เป็น​ไปอย่างผิดวิสัย ​เพราะหลายครั้งสังเกตเห็นอาการเหม่อลอยของสามี อะไร​กันนะ​ที่ทำให้​เป็นเช่นนี้ หรือ​ความรักของเธอ​กับ​เขา​กำลัง​จะจืดจางลง เวลาของ​ความสุขในครอบครัวเล็ก ๆ​ ของเธอ​กำลัง​จะหมด​ไปงั้นหรือ ในถิ่น​ที่เธอติดตาม​เขามาเสมือน​กับว่าตอนนี้เธอตัวคนเดียว ไร้​ซึ่ง​ที่พึ่งพิงทางใจเสียแล้ว​ ​ความเฉยชาของ​เขาเริ่มทวีคูณขึ้น​เรื่อย ๆ​ จนเธอเกิด​ความสงสัยสุดขีดจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมของสามี
​เมื่อถึงเวลาเข้านอน ดนัยรีบร้อนเดินลง​ไปห้องใต้ดิน ​เขาพูดคุย​กับรูปภาพหญิงสาวในตู้หลังนั้น​ พิมพ์แปลกใจ​กับพฤติกรรมของสามี ​แต่เธอก็เก็บเรื่อง​นี้​เอาไว้​โดยไม่เอ่ยถามเหตุผล​แต่ประการใด
คืนนี้เธอ​กับดนัยนอนหลับเช่นทุกคืน ​และแล้ว​เสียงกระซิบจาก​ความเงียบก็ดังขึ้น​อีกครั้ง
"ฟังสิ เสียงต้นคิดอยู่​ด้านล่าง"
เธอสะดุ้งตื่นขึ้น​ ​แต่ด้วยเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้น​มาแล้ว​ เธอจึงรอบคอบขึ้น​กว่าเดิม ​โดยรุด​ไปดู​ที่เตียงนอนของต้นคิด ต้นคิดยังคงหลับสนิท เสียงแว่วนั้น​แผ่วเบาลงจนจางหาย​ไป เธอกลับมานอน​ที่เตียง​พร้อม​กับบ่นพรึมพรำว่าสงสัย​จะหูฝาด​ไป ทันใดนั้น​เธอก็รู้สึกว่า​มีอะไร​บางอย่างทำให้เตียงขยับ ผ้าห่มด้านของดนัยเลื่อนออกจากตัว​เขาทีละน้อย ​และเหมือน​กับว่ามีอะไร​บางอย่างคร่อมทับร่างของดนัยอยู่​ พิมพ์ไม่รอช้ารีบเขย่าดนัยทันที
"ดนัย ดนัยคะ​"​และแล้ว​เสียง​ที่ไม่คาดคิดก็ดังขึ้น​
"มึงอย่ายุ่งงงงง...​.."มันดังขึ้น​​พร้อม​กับร่างของพิมพ์​ที่กระเด็นลงมาจากเตียงเสียงดัง "ตุ๊บ" เธอรีบคลาน​ไปอุ้มต้นคิด ​ซึ่ง​กำลังหลับอยู่​แล้ว​พาร่างอันบอบช้ำของเธอขยับให้หลังพิงประตู เธอกอดต้นคิดไว้แน่น ​และนั่งมองดนัยด้วย​ความ​เป็นห่วงระคน​กับ​ความหวาดกลัว แล้ว​ร่างลางๆ​ของผู้หญิงผมยาวตนหนึ่ง​ก็ปรากฏ​เป็นเงาสีเทาๆ​ขึ้น​ เธอ​กำลัง​จะร่วมเพศ​กับสามีของพิมพ์ ดนัยยังเคลิ้ม​กับอาการหลับๆ​ตื่นๆ​ ​โดยไม่สนใจสายตาของผู้​เป็นภรรยา พิมพ์ส่งเสียงแผ่วเบา​ทั้งน้ำตานองหน้าเรียกชื่อสามีของเธอ ไม่นาน​ความเจ็บปวดในหัวใจก็เข้ามาแทน​ที่​ความหวาดกลัว ด้วยภาพ​ที่ไม่น่า​จะเกิดขึ้น​ต่อหน้าเธอ มัน​กำลังกัดกิน​ความรู้สึกดีๆ​​ที่เธอมีให้ดนัย​ไปเรื่อย ๆ​ ​แต่เธอก็ยังพร่ำเรียกชื่อดนัยไม่ขาดปาก
"ดนัย ดนัย" ​แต่อย่างไรก็ตามด้วย​ความรักสามี สิ่ง​ที่เห็นตรงหน้าไม่​สามารถพรากเธอจากตรงนั้น​​ไป​ได้ เธอทนดูดนัย​กับหญิงตนนั้น​ร่วมรักกันตรงหน้าจนภารกิจบนเตียงสิ้นสุดลงร่างนั้น​ก็จางหาย​ไป ดนัยไม่รู้สึกตัวเสียแล้ว​ พิมพ์ถลาเข้า​ไปหาดนัย​พร้อม​กับวางต้นคิดข้างๆ​​กับผู้​เป็นพ่อ แล้ว​เขย่าเรียกชื่อสามี​ทั้งน้ำตา
"ดนัย ดนัย " รู้สึกว่า​ดนัยไม่​ได้ยินเสียงเธอเสียแล้ว​ เธอทรุดลงข้างเตียงเฝ้ามองร่างของสามี​เป็นเวลาเท่าใดมิอาจทราบ​ได้ รู้​แต่เพียงว่าเธอสะดุ้งตื่นในตอนเช้า​ ​เมื่อตื่นขึ้น​สิ่งแรก​ที่ยังอยู่​ในภวังค์​ความคิดของเธอก็​คือดนัย เธอรีบปลุกดนัยอีกครั้ง​แต่​เขายังคงไม่รู้สึกตัว พิมพ์เกิด​ความสับสน​กับเรื่อง​​ที่ไม่คาดคิด มันเหมือน​กับ​ความฝัน ​แต่​ถ้าเธอฝัน​ไปเหตุใดดนัยจึงยังไม่ฟื้น ​และตอนนี้​ที่พึ่งเดียว​ที่เธอคิดถึงก็​คือแม่ช้อย เวลาช่างประจวบเหมาะ เสียงสวรรค์​ที่เธอ​กำลังรอคอยก็ดังขึ้น​
"คุณพิมพ์คะ​ ป้ามาแล้ว​ค่ะ​" พิมพ์รีบวิ่งลงบันไดมาหาแม่ช้อยอย่างรวดเร็ว
"ป้าช้อย ช่วยพิมพ์ด้วย มันเหลือเชื่อมาก พิมพ์​จะทำอย่างไรดี ป้าช้อย"
ภาพหญิงผู้สง่างาม​ที่แม่ช้อยเคยเห็นทุกวันนั้น​หาย​ไป พิมพ์ ผมยุ่งรุงรัง คาบน้ำตาติดตามแก้มเนียนๆ​​เป็นทางยาวถึงคางเรียวแหลม​ทั้งสองข้าง นัยน์ตาแดงช้ำจากการสูญเสียน้ำตามากเกินปริมาณ
"เดี๋ยวก่อน! คุณพิมพ์ ทำใจดีๆ​ ไว้ เล่าเรื่อง​​ทั้งหมดให้ป้าฟังก่อน"
พิมพ์เล่าเรื่อง​​ทั้งหมดให้แม่ช้อยฟัง ​โดย​ที่ไม่น่าเชื่อว่าแม่ช้อย​จะเชื่อทุกคำพูด​ที่เธอบอกอย่างสนิทใจ
"ป้าเชื่อคุณพิมพ์ค่ะ​ เรื่อง​นี้คง​ต้องพึ่งตาคงอีกแล้ว​"
"ตาคง​เป็น​ใครคะ​"
"ตอน​ที่นายอำเภอธนินทร์เสียชีวิต นอกจากตำรวจแล้ว​ ผู้​ที่ตำรวจเชิญมาในวันเกิดเหตุก็​คือตาคง ​เมื่อตำรวจอ่านบันทึกเล่มนั้น​จึง​ได้เชิญตาคงมาด้วย วันนั้น​ตาคงขอลง​ไปห้องใต้ดิน แกทำอะไร​บางอย่างในนั้น​นานร่วมชั่วโมงก็ออกมา ​และกำชับให้ตำรวจหากระดาษหน้า​ที่หาย​ไปจากสมุดบันทึกให้เจอ
"ตาคงทำอะไร​คะ​"
"ป้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน ​แต่เห็นแกลง​ไปแล้ว​ก็กลับขึ้น​มา ตำรวจสรุปสำนวนคดีตามคำวินิจฉัยของแพทย์ว่านายอำเภอธนินทร์เสียชีวิต​เพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันค่ะ​"
แม่ช้อยอาสา​ไปตามตาคง​ที่วัดหมู่บ้านสานะคาม ​เมื่อกลับมาตาคงไม่​ได้มาด้วย​แต่ฝากคำพูดมาบอกพิมพ์ว่าวันนี้​เป็นวันแข็ง​ที่ด้านมืดมีอำนาจมากกว่า​ซึ่ง​ถ้าแกมาก็ไม่มีประโยชน์อะไร​​และอาจ​ได้รับผลเสียมากว่า เ​ที่ยงวันนี้นายอำเภอดนัยก็​จะฟื้นเอง ​และกำชับให้พิมพ์หากระดาษหน้า​ที่หาย​ไปจากสมุดบันทึกเล่มนั้น​ให้เจอ มันสำคัญมาก หากไม่​ได้มันมา เร็วๆ​นี้นายอำเภอไม่รอดแน่ คำพูด​ที่​ได้ยินจากปากของแม่ช้อย ทำให้เธอหวั่นวิตก ​และ​เมื่อดนัยฟื้นเวลาเดียว​กับ​ที่ตาคงบอก พิมพ์จึงเชื่อในคำพูดทุกคำของตาคง ​และสมุดบันทึกเล่มนั้น​คง​เป็นเล่มเดียว​กับ​ที่นายอำเภอธนินทร์เขียนก่อน​จะเสียชีวิต เธอ​ต้องหากระดาษหน้า​ที่หาย​ไปจากสมุดบันทึกนั้น​ให้เจอ
ตอนนี้พิมพ์เริ่มมั่นใจว่า​ต้องมีอะไร​บางอย่างในบ้านหลังนี้​และสมุดบันทึกเล่มนั้น​​ต้องเกี่ยวข้อง​กับเรื่อง​ประหลาดนี้ด้วย
"ข้อ​ความในกระดาษแผ่นนั้น​มีอะไร​กันนะ มันจึงสำคัญถึงขนาดนี้"
สมุดบันทึกเล่มนั้น​คงอยู่​ในสถานีตำรวจ ​เพราะมัน​เป็นหลักฐานสำคัญ​ที่ตำรวจ​ต้องเก็บ​เอาไว้ พิมพ์อาศัยตำแหน่งหน้า​ที่ของสามี ทำ​ความรู้จัก​กับตำรวจ​ที่รับผิดชอบคดีของนายอำเภอธนินทร์ เธอนัดพบนายตำรวจ​ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง​
พิมพ์จับต้นชนปลายไม่ถูก​เพราะไม่รู้​จะเริ่มตรงไหน จนนายตำรวจอาวุธโสเริ่มบทสนทนาก่อน
"คุณพิมพ์อยากรู้เรื่อง​คดีของนายอำเภอธนินทร์เหรอครับ​"
"เออ! ค่ะ​ พิมพ์อยากอ่านสมุดบันทึกเล่มนั้น​"
"คง​เป็น​ไปไม่​ได้หรอกครับ​ ​เพราะมัน​เป็น​ความลับของทางราชการ"
"​แต่คดีก็ปิด​ไปแล้ว​ไม่ใช่เหรอคะ​"
"ถึง​แม้ว่าคดี​จะปิด​ไปแล้ว​ หลักฐานก็​ต้องเก็บตามอายุของคดี เผื่อมีการลื้อคดีครับ​"
"​ถ้าอย่างนั้น​ขอ​ความกรุณาให้คุณตำรวจช่วยเล่าเรื่อง​ในสมุดนั้น​ให้พิมพ์ฟังหน่อย​​จะ​ได้ไหมคะ​ พิมพ์คิดว่ามัน​ต้องเกี่ยวข้อง​กับเรื่อง​​ที่ดนัย​กำลัง​เป็นอยู่​ตอนนี้แน่ๆ​ ตอนนี้ครอบครัวของพิมพ์​กำลังเจอ​กับเรื่อง​ประหลาด​ที่ไม่รู้​จะอธิบายยังไง"
"ในสมุดเล่มนั้น​เกี่ยวข้อง​กับผู้หญิงคนหนึ่ง​ ​ที่นายอำเภอธนินทร์รำพันถึง ​ส่วนใหญ่​เป็นข้อ​ความ​ที่แสดงถึง​ความเจ็บปวดทรมาน​และโหยหาผู้หญิง​ที่​เขารัก มีข้อ​ความตอนหนึ่ง​เขียนสารภาพว่า​เขารักผู้หญิง​ที่ไม่มีตัวตน​เขามองเห็นเธอ​ได้แค่เลือนลาง
"เธอ​เป็น​ใครคะ​"
"ผมคงบอกอะไร​ไม่​ได้มาก​ไปกว่านี้ คุณพิมพ์หา​ส่วน​ที่หาย​ไปจากสมุดเล่มนั้น​ดีกว่า มันอาจ​จะบอก​ได้ว่าเธอ​เป็น​ใคร"
​ความ​ใคร่รู้ทำให้เธอหมกหมุ่นอยู่​​กับเรื่อง​เดียว จนแม่ช้อย​ต้องรับภาระทุกอย่างในบ้านแทน ดนัยเก็บตัวอยู่​​แต่ในห้อง​และไม่ยอม​ไปทำงาน ต้นคิดจึง​ต้องตกอยู่​ใน​ความดูแลของเธอด้วย แม่ช้อยสังเกตเห็นต้นคิดมีพฤติกรรมบางอย่างเหมือน​กับนายอำเภอธนินทร์ เด็กน้อยเริ่มพูดคุย​กับสิ่ง​ที่มองไม่เห็น ยิ้ม​กับสิ่ง​ที่ว่างเปล่าตรงหน้า ​และหัวเราะสนุกสนาน​กับ​ใครสักคน เธอรู้สึกหวาดหวั่นในใจลึกๆ​ ว่าสิ่งลึกลับเริ่มเบน​ความสนใจมาหาเด็กน้อยผู้นี้ด้วยแล้ว​
พิมพ์เฝ้าครุ่นคิดถึงสมุดบันทึกเล่มนั้น​ อะไร​ๆ​​จะง่ายขึ้น​ หากเธอเห็นรูปพรรณสัณฐานของมัน เธอตัดสินใจ​ไปพบนายตำรวจอีกครั้ง ร้อยเวรพาเธอนั่งรอ​ที่ห้องทำงานของนายตำรวจ​ที่เธอ​ไปพบ แล้ว​สายตาเธอก็มองเห็นภาพหนึ่ง​​ที่แขวนไว้บนผนังห้องเหนือเก้าอี้ทำงาน ภาพนั้น​มีหญิงสาวคนเดียว​กับ​ที่อยู่​ในตู้ไม้เก่า​ที่บ้านพักนายอำเภอ มัน​เป็นภาพเก่าสีขาวดำใส่กรอบราคาแพง นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ห้าคนยืนถ่ายภาพสลับ​กับหญิงสาวห้าคน ​ซึ่งคาดว่า​จะ​เป็นภรรยาของบุรุษในเครื่องแบบเหล่านั้น​ ในบรรดาหญิงห้าคนเธอยืนสง่าตรงกลาง ​และขณะ​ที่เธอมองภาพนั้น​ไม่วางตา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น​
"ก๊อก ก๊อก รอนานไหมครับ​ คุณพิมพ์"
"ไม่นานค่ะ​" ขณะตอบคำถาม พิมพ์ยังไม่ละสายตาจากภาพนั้น​
"ผู้หญิงในภาพนั้น​​เป็น​ใครคะ​" นายตำรวจมองตามทิศทางสายตาของพิมพ์​ไป
"อ๋อ ​เป็นภาพภริยานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่รุ่นแรก​ที่ประจำอยู่​​ที่นี่ครับ​ ภาพนี้​เป็นสมบัติเก่าแก่ของสถานีเรา"
"ผู้หญิง​ที่ยืนอยู่​ตรงกลาง​เป็น​ใครคะ​"
"ผมไม่รู้จักชื่อท่านหรอกครับ​ คนแถวนี้เล่าต่อๆ​กันมาว่า ตำรวจหลายนายเกิดเรื่อง​ทะเลาะวิวาทกัน​เพราะท่าน จนท่าน​ต้องจบชีวิต​โดยการกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย มัน​เป็นเรื่อง​เล่าไม่รู้จริงเท็จประการใด คุณพิมพ์ถามทำไมครับ​"
"พิมพ์เห็นภาพเธอในบ้านพักค่ะ​"
"เหรอครับ​ น่าแปลก ​เพราะท่านเสียชีวิต​ไปนานแล้ว​ ​ซึ่งคงนานกว่า​จะสร้างบ้านพักหลังนั้น​ด้วยซ้ำ"
"มันถูกผนึก​เอาไว้ในตู้​ซึ่งลงอักขระ​เอาไว้ "
"หา! อะไร​นะครับ​"นายตำรวจวัยฉกรรจ์ตกใจ​กับเสียง​ที่​ได้ยิน
พิมพ์ทวนคำพูดนั้น​อีกครั้ง รู้สึกว่า​นายตำรวจ​จะเห็นเค้า​ความเกี่ยวโยง​ระหว่างนายอำเภอธนินทร์​กับนายอำเภอดนัยแล้ว​
"ตู้นั้น​อยู่​​ที่ไหนครับ​"
"ในห้องใต้ดินค่ะ​"
"ตาคง" นายตำรวจเรียกชื่อผู้​ที่ผนึกภาพนี้​เอาไว้ ​ซึ่งพิมพ์รู้แล้ว​ว่าตาคง​เป็น​ใคร
"ตาคงทำไมคะ​"
"ตาคงอยู่​ใน​ที่เกิดเหตุในวันนั้น​ด้วย ทางเราอ่านสมุดบันทึกนั่นแล้ว​แน่ใจว่า​ต้องมีเรื่อง​เร้นลับ​ที่เราไม่​สามารถจัดการ​ได้ จึง​ต้องเชิญตาคงมาด้วย เจ้าหน้า​ที่เก็บหลักฐาน​และตรวจสอบ​ที่เกิดเหตุทุกซอกมุมแล้ว​ จึงให้ตาคงอ่านสมุดบันทึกเล่มนั้น​ แกจึงขอลง​ไปห้องใต้ดิน แก​ใช้เวลาในนั้น​อยู่​นานจึงออกมา แล้ว​บอกให้ทางเราหาหน้า​ที่ถูกฉีกออก​ไป ​แต่ค้นหากันถึงสองวันก็ไม่พบจนผลการชันสูตรของแพทย์ออกมาสรุปว่านายอำเภอธนินทร์เสียชีวิต​เพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน"
"พิมพ์อยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้น​​คือ​ใคร"
"เธอน่า​จะตาย​ไปแล้ว​ประมาณเกือบร้อยปีแล้ว​กระมัง ผมรู้​แต่ว่าในสมัยนั้น​​ความงามของเธอ​เป็น​ที่เลื่องลือจนโจษจันกันมาถึงทุกวันนี้ คุณพิมพ์คงไม่​ได้มาหาผม​เพราะเรื่อง​นี้หรอกนะครับ​"
"ค่ะ​ พิมพ์อยากเห็นสมุดบันทึกเล่มนั้น​ มัน​จะ​เป็นการง่ายหากพิมพ์เห็นรูปเล่มของมัน อาจช่วยให้พิมพ์หากระดาษแผ่นนั้น​​ได้ง่ายขึ้น​"
นายตำรวจนิ่งเงียบ​ไปครู่หนึ่ง​ จึงตัดสินใจ เปิดภาพสมุดเล่มนั้น​จากคอมพิวเตอร์ของ​เขาให้พิมพ์ดู สมุดเล่มนั้น​ดูเก่าคร่ำคร่าปกสีน้ำตาลแดงมองจากรูปเล่มบ่งบอกถึงการ​ใช้งานหลายต่อหลายครั้ง มันมีขนาดเท่าหนังสือขายหัวเราะ หน้าปกเขียนด้วยลายมืออ่านง่ายว่าบันทึกของธนินทร์ ติณวงศ์ เธอพอ​จะมองภาพออก​และ​ต้องการหากระดาษหน้านั้น​​โดยเร็วจึงขอตัวลากลับ
พิมพ์ขับรถเก๋งขนาดกะทัดรัดของเธอเรียบถนนชายโขงมาตามทาง​ที่ร่มรื่น​ไปด้วยไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านปกคลุมถนนจนติดกัน​ทั้งสองฝั่ง กิ่งของมันแผ่สาขาจรดกันปกคลุมจน​เป็นซุ้มถนนทอดยาวตลอดถนนเส้นนี้ หาก​เป็นรถขนาดใหญ่อย่างรถสิบล้อผ่านทางนี้ไม่​ได้แน่​เพราะหลังคารถคงไม่พ้นกิ่งไม้เหล่านั้น​ เธอใจลอยคิดอะไร​​ไปเรื่อยเปื่อย สายตาเธอมองแม่น้ำโขง​ที่​กำลังไหลเชี่ยว ถนนคดเคี้ยวขนาน​ไปตามสายน้ำสีโอวันติน ​จะว่า​ไปแล้ว​หากไม่คำนึงถึงแนวหิน​ที่กั้นดินเซาะริมฝั่งโขง​และฟุตบาท​ข้างทาง ถนนเส้นนี้ก็ใกล้​กับแม่น้ำโขงเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น​ มนต์เสน่ห์ของเชียงคานหน้าหลงใหลจนเธออดคิดไม่​ได้ว่าหากไม่เกิดเรื่อง​ประหลาดนี้ขึ้น​เธอ​กับครอบครัวอาจปักหลักอยู่​​ที่นี่​เป็นแน่ สถาน​ที่แห่งนี้เรียบง่ายงดงาม​แต่กลับมีเรื่อง​ราวลึกลับซับซ้อนจนเธอข่มตาให้หลับใน​แต่ละคืนนั้น​ยากยิ่งนัก
​เมื่อพิมพ์หมุนพวงมาลัยรถเข้าประตูบ้านพักเธอก็เห็นว่ามีชายชราผู้หนึ่ง​นั่งอยู่​​กับแม่ช้อย​ที่ม้านั่งหน้าบ้านพัก​ซึ่งมีสนามหญ้าขนาดย่อมสีเขียวขจีรองพื้นม้านั่งอยู่​ เธอจอดรถแล้ว​ตรงดิ่งมาหาชายผู้นั้น​ ต้นคิดวิ่งมารายงานว่าชายคนนั้น​ชื่อตาคง เธอทำ​ความเคารพผู้อาวุธโสตามธรรมเนียมไทย ตาคงมองหน้าพิมพ์ด้วย​ความหวั่นวิตก แล้ว​ก็เล่าเรื่อง​ในตำนานโบราณเรื่อง​หนึ่ง​​โดยไม่กล่าวอารัมภบท
"นานมาแล้ว​เล่ากันว่ามีหนังสือผูกเล่มหนึ่ง​ จารด้วยอักขระฝักขาม เล่าถึงตำนานพญานาคสามตัว ตัวหนึ่ง​​เป็นเพศเมียยาวห้าเมตร อีกสองตัว​เป็นเพศผู้ยาวหกเมตร พญานาค​ทั้งสามโตมา​พร้อมกัน ​เมื่อถึงเวลา​ต้องสืบทอดเผ่าพันธุ์ สุทโทนาคผู้​เป็นใหญ่ในลุ่มน้ำโขงให้นางพญานาคเลือกพญานาคตัวใดตัวหนึ่ง​​ที่โตมา​พร้อมกัน นางพญานาคปฏิเสธการเลือกคู่ ด้วยเหตุ​ที่ว่า​เมื่อนางแปลง​เป็นคนมาเล่นน้ำ​ที่ริมฝั่งโขง​ได้พบชายผู้หนึ่ง​​ที่นางรัก​และผูกพันด้วยจนถึงขั้น​ได้สมสู่​กับชายผู้นั้น​ ​ต่อมานาง​ได้ตั้งท้องจึง​เป็นเหตุให้นางปฏิเสธการเลือกคู่ สุทโธนาคจึงให้นางเลือก​ระหว่างการ​เป็นพญานาค​ที่มีชีวิตอมตะ​แต่​ต้องเลือกพญานาคตาม​ที่ตนกำหนดให้ หรือ​จะยอมอยู่​​กับชาย​ที่ตนรัก​แต่​ต้องมีอายุไขตามธรรมดาของมนุษย์โลกเท่า​ที่​จะมี​ได้ นางเลือก​ที่​จะ​เป็นมนุษย์ธรรมดา​และขออยู่​กิน​กับชาย​ที่ตนรัก นางตั้งท้องถึงสามปีจึงคลอดบุตรสาวหน้าตาน่าเอ็นดูผู้หนึ่ง​ ให้ชื่อว่า "น่านคำ" พญานาคหนุ่ม​ทั้งสองอาฆาตแค้น​ที่นางเลือกอยู่​กิน​กับมนุษย์​และเจ็บแค้น​ที่นางมีบุตรผิดเผ่าพันธุ์ จึงสาปให้พ่อของเด็กน้อยตายก่อนวัยอันควร ​และขอให้บุตรสาว​ที่เกิดมา ผิดหวัง​เพราะ​ความรักอยู่​ร่ำ​ไป หากพบชาย​ที่ตนรัก​และชายผู้นั้น​มีใจตอบ ขอให้คน​ที่นางรักมีอัน​เป็น​ไปจนนาง​ต้องเจ็บปวดแสนสาหัส ​และขอให้โหยหา​ความรักจนไม่รู้จักจบสิ้นชั่วกัปชั่วกัลป์ ​ส่วนนางพญานาคเจ็บปวด​ที่​ต้องเสียคนรักจนตรอมใจตายใน​ที่สุด"
"​และภาพ​ที่คุณตาผนึก​เอาไว้ในตู้นั้น​ก็​คือน่านคำ ใช่ไหมคะ​"
"นังหนู เอ็งฉลาดมาก" ตาคงเอ่ยปากชมพิมพ์ ​เมื่อเธอเรียนรู้​และเข้าใจอะไร​ง่ายขึ้น​ มัน​เป็นการดีสำหรับเวลา​ที่เหลืออันน้อยนิดนี้
​และด้วยภาษา​และท่าทางของตาคง พิมพ์คิดว่าแกคงไม่ใช่หมอผีธรรมดาแน่นอน นอกจากแก่กล้าเรื่อง​คาถาอาคมแล้ว​ คง​ต้องช่ำชองเรื่อง​อักขระโบราณด้วย มีอะไร​หลายอย่าง​ที่ทำให้พิมพ์รู้สึกว่า​ตาคง​เป็นผู้เดียว​ที่​จะช่วยเธอให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายนี้​ได้
"พิมพ์สงสัยว่าในกระดาษแผ่นนั้น​มีอะไร​ ทำไมถึงสำคัญมากจน​ต้องหามันให้เจอ"
"ในห้วงเวลา​ที่โลกของน่านคำ​และโลกของเราอยู่​คนละด้านกัน ​ซึ่งมันนับจากเวลาข้างขึ้น​ข้างแรมของดวงจันทร์ ​เมื่อใด​ที่​พระจันทร์เต็มดวง​เป็นข้างขึ้น​​ทั้งสองไม่มีทาง​จะเจอกัน​ได้ นายอำเภอธนินทร์​ใช้สมุดบันทึกหน้านี้ติดต่อ​กับน่านคำ ​และมีข้อ​ความตอนหนึ่ง​​ที่น่านคำบอก​ที่ซ่อนร่างของเธอไว้ในกระดาษแผ่นนั้น​ หากเราพบมัน ก่อน​ที่คืนเดือนมืดคืนต่อ​ไป​จะเริ่มขึ้น​เราก็​จะช่วยนายอำเภอ​ได้ หากไม่พบคืนนั้น​คง​เป็นคืนสุดท้ายของนายอำเภอดนัย ​เพราะการสมสู่ครั้งนี้​จะทำให้นายอำเภอดนัยสูญเสียธาตุในกายจนหมดสิ้น เรา​ต้องหามันให้เจอ​เพื่อนำร่างนั้น​ข้าม​ไปทำพิธีส่งวิญญาณ​และล้างคำสาปของพญานาค"
"ทำไม​ต้องข้าม​ไปฝั่งนั้น​ล่ะคะ​"
"ผู้เดียว​ที่​สามารถทำพิธีนี้​ได้ มีเพียงหลวงปู่ธรรมสุทโธเท่านั้น​ ท่านมีตบะแก่กล้า ​และ​ที่สำคัญท่าน​เป็นลูกผสมเช่นเดียว​กับน่านคำ จึง​เป็นผู้เดียว​ที่​จะล้างคำสาปของพญานาค​ได้ อย่าช้าเลย​ นังหนูลงมือกันเถอะ"
แห่งเดียว​ที่คิดว่า​เป็น​ที่ซ่อนของกระดาษ​ซึ่งกุมชะตาชีวิตของดนัย​เอาไว้ ​คือห้องใต้ดิน พิมพ์​และตาคงบึ่งตรง​ไปยังห้อง​ที่เต็ม​ไปด้วยกลิ่นอายของ​ความลึกลับ แม่ช้อยอุ้มต้นคิดตาม​ไปติดๆ​ ​ระหว่าง​ที่​ทั้งคู่ค้นหากระดาษแผ่นนั้น​ แม่ช้อยดูแลต้นคิดไม่ห่างตา​และอยู่​ใกล้ห้อง​ที่พิมพ์​กับตาคง​กำลังค้นหากระดาษแผ่นนั้น​ เผื่อว่า​จะช่วยอะไร​​ได้บ้าง
​ทั้งพิมพ์​และตาคงแบ่งพื้น​ที่กันค้นหา ​ซึ่งภายในห้องมีกองหนังสือกฎหมาย หนังสืออ่านเล่น สมุด​ที่​ใช้แล้ว​ กล่องเล็กๆ​ อีก เจ็ดแปดกล่อง ​และกองเสื้อผ้าเก่าของนายอำเภอธนินทร์วางเต็ม​ไปหมด ภายในห้องมีกลิ่นอับ​และอากาศ​ที่ไม่ปลอดโปร่ง​เป็นอุปสรรคในการค้นหา ​ทั้งสองแบ่งโซนกันค้นหาทุกซอกทุกมุม ทุกหน้าของหนังสือ​แต่ละเล่ม การค้นหา​ใช้เวลานานจนค่ำ ​ความเหนื่อยล้าไม่ปรากฏให้เห็น ในสมองของ​ทั้งสองคนมีเพียงสิ่งเดียว​ที่​ต้องการ แม่ช้อยเฝ้ามอง​เป็นระยะ ๆ​ สลับ​กับดู​ความปลอดภัยให้​กับต้นคิด การค้นหาดำเนินต่อ​ไปจนนาทีสุดท้าย เหลือเพียง​ที่เดียวก็​คือตู้เก่าหลังนั้น​ ​แต่​ทั้งสองก็รู้ดีว่าในนั้น​มีเพียงรูปของน่านคำเท่านั้น​ พิมพ์เกิด​ความสงสัยขึ้น​มาทันทีว่าทำไมตู้อย่างดีจึงอยู่​ในนี้ ​และทำไมตาคง​ต้องนำภาพน่านคำผนึกไว้ในตู้นี้ จึง​ได้รับคำตอบว่า ตู้นี้หนักมากไม่​สามารถเคลื่อนย้าย​ได้ ตาคงให้ตำรวจสี่นายยกตู้นี้ไม่ขยับเลย​ มันคงอยู่​​ที่นี่ก่อน​ที่นายอำเภอธนินทร์​จะย้ายมา ​ส่วนรูปน่านคำตาคงไม่​สามารถนำมันออกจากบ้านหลังนี้​ได้​เพราะ​เมื่อจับรูปนี้ออกประตูบ้าน​ไปมือของตาคงก็แสบร้อนเหมือนไฟเผา ใน​เมื่อไม่มีทางเลือกจึง​ต้องนำรูปนี้เก็บไว้​ที่นี่​และลงอาคมไว้​เพื่อไม่ให้น่านคำติดต่อ​กับดวงวิญญาณของนายอำเภอธนินทร์ จนกว่าดวงวิญญาณของนายอำเภอ
ธนินทร์​ไปสู่สุคติหลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา ไม่งั้นวิญญาณของท่าน​ต้องตก​เป็นทาสรักของน่านคำไม่​ได้ผุดไม่​ได้เกิด
"หรือว่า​ที่ซ่อนร่างของน่านคำ​จะอยู่​หลังตู้โบราณนี้ "
"เรายกมันออกไม่​ได้แน่ๆ​"
"ไม่​เป็นไรค่ะ​ ลองวิธีนี้ดู" ​เมื่อพิมพ์พูดจบก็เดินขึ้น​บันได​ไป แม่ช้อยรอจังหวะให้คุณพิมพ์ออกจากห้องนั้น​อยู่​พักหนึ่ง​แล้ว​ ​เพราะรอบอกเรื่อง​สำคัญ ด้วยเกรงว่าอาจ​จะสาย​ไป
"คุณพิมพ์คะ​ ป้ามีเรื่อง​​จะบอก" ใน​ระหว่าง​ที่พิมพ์​กำลังกดโทรศัพท์หาเบอร์ช่างเจาะผนัง เธอถามแม่ช้อย​โดยไม่ไยดี​กับคำถามของตนมากนัก
"มีอะไร​คะ​ป้าช้อย"
"คุณต้นคิดค่ะ​"
​เมื่อ​ได้ยินชื่อลูกชายผู้​เป็น​ที่รัก เธอละกิจสำคัญ​ที่เธอ​กำลังทำอยู่​หันมาถามแม่ช้อยทันที
"ต้นคิด​เป็นอะไร​เหรอค่ะ​"
"เออ...​. สองสามวันก่อน ป้าสังเกตเห็นคุณต้นคิดพูดอยู่​คนเดียว เหมือน​กับว่าแก​กำลังเล่นอยู่​​กับ​ใคร ท่าทางแกสนุกสนาน ป้าว่ามันอาจ​จะเกี่ยว​กับเรื่อง​​ที่เกิดขึ้น​ก็​ได้นะคะ​"
"น่านคำคง​ต้องการคน​ที่หนูรัก​ทั้งสองคนแล้ว​ล่ะหนูพิมพ์ ​เพราะนั่น​คือสิ่ง​ที่เธอโหยหามันมาตลอด" ตาคงฟังการสนทนาของ​ทั้งสอง ​และร่วมแสดง​ความคิดเห็น​ที่ทำให้ผู้ฟัง​ต้องหนักใจทวีคูณขึ้น​​ไปอีก
สมองของพิมพ์เหมือนถูกบีบด้วยของแข็งขนาดใหญ่ เธออึ่ง​ไปชั่วขณะ แล้ว​รวบรวมสติสัมปชัญญะกดโทรศัพท์หาหมายเลขโทรศัพท์ช่างเจาะผนังทันที ไม่นานช่างเจาะผนังในอำเภอก็มาถึง ​เขาเลือกอุปกรณ์​ที่เหมาะ​กับลักษณะงานตรงดิ่งเข้า​ไปในบ้าน ​เพราะด้วยเสียงของผู้โทรศัพท์ติดต่อดู​จะ​ต้องการทำกิจนั้น​​โดยเร็ว
​เมื่อถึงห้องนั้น​ พิมพ์บอกพิกัดของภารกิจ​กับช่างเจาะผนัง​ที่​จะ​ต้องทำ เธอเปิดตู้นั้น​ แล้ว​เอื้อมมือหยิบภาพน่านคำด้วย​ความระมัดระวัง มันเหมือน​กับว่าสายตาของน่านคำ​กำลังอาฆาตแค้นการกระทำของพิมพ์ ภาพนั้น​ช่างน่ากลัวเกินกว่า​ที่​จะบังคับมือให้หยุดสั่น​ได้ ​แต่เธอก็กำมันแน่ ทันใดนั้น​ขาของเธอก็สะดุด​กับกล่องหนังสือ​ที่วางระเกะระกะในห้องนั้น​ จนเสียหลัก ภาพของน่านคำหลุดจากมือของเธอกระแทกพื้น กระจกแตกแยก​เป็นเสี่ยงๆ​ เธอรีบก้มลงหยิบภาพนั้น​ขึ้น​มา​แต่กระจก​และกรอบรูป​ที่แตกร้าวกลับหลุดลงพื้นอีกครั้ง ซีกหนึ่ง​ของกระจก​ที่แตกมีกระดาษสีครีมแทรกอยู่​หลังภาพนั้น​ เธอรู้สึกมี​ความหวัง​ที่เห็นกระดาษแผ่นนั้น​​เพราะคิดว่ามัน​คือหน้า​ที่หาย​ไปจากสมุดบันทึก สายตาเธอจดจ้องอยู่​​กับกระดาษแผ่นนั้น​ ​โดยไม่สนใจเสียงเหล็กแข็ง​ที่กระทบผนังตู้เสียงดังกรื๋น...​กรื๋น เธอหยิบมันขึ้น​มา​และบรรจงเปิดมันอย่างใจจดใจจ่อ ​และแล้ว​สายตาของเธอก็​ต้องผิดหวัง​กับข้อ​ความในกระดาษแผ่นนั้น​ ​เพราะลายมือ​ที่น่านคำเขียนโต้ตอบ​กับนายอำเภอธนินทร์​เป็นอักขระโบราณ​ซึ่งเธอไม่​สามารถแปล​ความหมาย​ได้ เธอคิดว่าตาคงอาจช่วยอ่านข้อ​ความนั้น​​ได้ ​แต่ก่อน​ที่เธอ​จะเอ่ยปากถามตาคง ตาคง​กับ​เป็นฝ่ายเรียกชื่อเธอก่อน
"หนูพิมพ์"ตาคงเรียกพิมพ์ขณะเดียว​กับ​ที่สิ้นเสียงเจาะผนัง​แต่​กับมีเสียงหนึ่ง​แว่วมาแทน มันเหมือนเสียงน้ำไหล พิมพ์มองตามเสียงตาคง​ไป เธอก็พบว่าหลังตู้นั้น​มีอุโมงค์ขนาดใหญ่​ที่มนุษย์​สามารถลอดเข้า​ไป​ได้
ด้วย​ความสงสัย​ใคร่รู้ช่างเจาะผนังจับไฟฉายแล้ว​กระโดดเข้า​ไปในอุโมงค์นั้น​ ​พร้อม​กับรายงานสภาพด้านใน​เป็นระยะๆ​
"โห...​ อุโมงค์นี้​เป็นทางยาวเลย​ครับ​ น่า​จะถึงแม่น้ำโขง เดี๋ยวนะครับ​! มันมีทางแยกด้วย ​แต่​เป็นทางตัน...​ เฮ้ย!"
​เมื่อตาคง​ได้ยินเสียงอุทานของช่างเจาะผนัง ก็รีบกระโดดตาม​ไปทันที กลิ่นสาปทวี​ความรุนแรงตามฝีเท้า​ที่รวดเร็วของตาคง ทันใดนั้น​ตาคงก็พบสิ่ง​ที่หามา​ทั้งวัน นั่นก็​คือ ร่างของน่านคำ เธอนอนแน่นิ่งอย่างสงบอยู่​บนแผ่นหินขนาดเท่าตัวของเธอ ตาคงขอร้องให้ช่างเจาะผนังช่วยหามร่างนี้ออก​ไป​ที่ห้องใต้ดิน ​ทั้งสองแบกร่างนั้น​ด้วย​ความระมัดระวัง ​พร้อม​กับต่อสู้​กับน้ำหนักของร่างนั้น​​ที่เริ่มหนักขึ้น​เรื่อยๆ​จนถึงปากอุโมงค์ ตาคง​กับช่างเจาะผนังวางร่างนั้น​ลง​กับพื้นห้อง​ที่กวาดกองหนังสือออกพอวางร่างของน่านคำ​ได้ ​ทั้งสามคนนิ่งมองสิ่ง​ที่อยู่​ตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ร่างเธอไม่เน่าเปื่อย​แต่​กับแห้งหนังหุ้มติดกระดูก​และแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ ใบหน้าของเธอยังคงเค้า​ความงามอยู่​เปลือกตาของเธอเปิดกว้างมองเห็นแววตาฉายแวว​ที่เหมือน​กับว่าเธอยังมีชีวิตอยู่​ กลิ่นสาปยังคงรบกวนระบบการหายใจของทุกคนจน​ต้องกลั้นสอดอากาศ​เป็นระยะ
ตาคงขอร้องให้ช่างเจาะผนังปิดเรื่อง​นี้​เป็น​ความลับ ​และให้ช่วยนำร่างนี้ข้ามฝั่งโขง​ไป​ที่วัดแห่งนั้น​ ด้วยกลัวผู้อื่น​จะแตกตื่น จึง​ต้องนำร่างนี้​ไปภายในคืนนี้ ตาคงติดต่อเรือของ​เพื่อนสนิท​และ​ใช้รถของช่างเจาะผนังบรรทุกร่างนั้น​​ไปถึงท่าเรือ ​เมื่อยกร่างของน่านคำขึ้น​เรือก็เกิดลมพัดต้นไม้ริมฝั่งโขงโบกสะบัด​ไปมา ​และลมนั้น​ก็เริ่มทวี​ความรุนแรงขึ้น​เรื่อยๆ​ ตาคงบอกทุกคนว่า "เร็วเข้า" พิมพ์อุ้มต้นคิดไว้​กับอก แม่ช้อยถือของ​ที่เตรียมตามคำสั่งของตาคงพะรุงพะรังเต็มมือ ​เมื่อวางร่างน่านคำลงกลางพื้นลำเรือ ตาคงพนมมือร่ายคาถา​เพื่อสยบเหตุวิปริต ทุกคนประจำ​ที่ ในใจของพิมพ์ยังคง​เป็นห่วงสามี​ที่​เอา​แต่เก็บตัวในห้อง ​แต่เธอก็หวังว่าพิธีกรรมคืนนี้​จะทำให้​เขา​เป็นปกติ
​ระหว่างล่องเรือข้ามฟาก แม่น้ำโขงไหลแรง ​และเชี่ยวสาดกระเซ็น​เป็นฟองฝอยปะทะเรือ​เป็นระลอก ลมลึกลับเสียงอื้ออึ่งพัดวนรอบลำเรือตลอดเวลา ​เมื่อถึงกลางน้ำ ตาคงตรง​ไป​ที่หัวเรือ แล้ว​ร่ายคาถาอีกครั้ง แกเป่ามนต์กำไว้ในมือ​และฟาดลง​ที่หัวเรือสุดแรงเกิด สายตาอันแกร่งกล้าของตาคง​กำลังต่อสู้​กับอำนาจมืด ​ซึ่งมัน​ต้องการขัดขว้างหรือทำลายเรือลำนี้ไม่ให้ถึง​ที่หมาย​ได้ตามประสงค์ ​แต่​เพื่อนเก่าแก่ของตาคง​สามารถบังคับเรือขึ้น​ฝั่ง​ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามลมประหลาดยังคงพัดแรงอยู่​ไม่หยุด ​เมื่อถึง​ที่จอดเรือหน้าวัด ตาคง​กับช่างเจาะผนังพยายามยกร่างน่านคำขึ้น​จากพื้นเรือ ​แต่ยกเท่าไหร่ร่างนั้น​ก็ไม่ยอมขึ้น​ ​ทั้งสองประสานสายตากัน​และลองใหม่อีกครั้ง ​แต่ดูเหมือนว่ามัน​จะไม่​เป็นผล กลับทำให้เรือลดระดับจมลงใต้น้ำ​ไปทีละน้อย ​เพราะน้ำหนักของร่างน่านคำ​กำลังหนักขึ้น​เรื่อย ๆ​ ขณะ​ที่ทุกคน​กำลังอยู่​ในช่วงน่าสิ่วน่าขวานทุกคนก็เห็นภิกษุรูปหนึ่ง​ยืนอย่างสำรวมอยู่​บนลานวัด​ซึ่งติด​กับบันไดขั้นสุดท้าย บันไดทอดยาวมาถึงริมโขงกะด้วยสายตาประมาณสามสิบกว่าขั้น ตาคงวิ่งขึ้น​​ไปหาภิกษุรูปนั้น​​โดยเร็ว พิมพ์เดินเข้าใกล้ผู้ครองเพศสมณเท่าระยะสายตา​ที่มองเห็น​ได้ จึงจำ​ได้ว่าท่าน​คือภิกษุ​ที่ครอบครัวเธอตักบาตรวันนั้น​นั่นเอง ท่านมอบสิ่งหนึ่ง​ให้ตาคง ตาคงรีบนำสิ่ง​ที่กำไว้ในมือลงบันไดมา มัน​คือด้ายสายสิญจน์เส้นหนึ่ง​ ตาคงไม่รอช้ารีบกางออกคล้องใส่คอของน่านคำ ดูเหมือนเหตุการณ์​ที่ผิดปกติ​จะเริ่มเบาลง​เพราะสังเกตจากการยกระดับของลำเรือเหนือผิวน้ำ ตาคง​กับช่างเจาะผนังยกร่างนั้น​อีกครั้ง รอบนี้ร่างนั้น​เบาเกินกว่า​จะทำให้​ทั้งคู่หยุดพัก​เพราะจำนวนขั้นบันได ​ทั้งคู่หามร่างนั้น​จนถึงลานกว้าง​ซึ่งเตรียมกองฟืนเรียงอย่าง​เป็นระเบียบไว้เรียบร้อย​แล้ว​ ตาคงนำสิ่ง​ที่เตรียมมาจัดวางรอบกองฟืน แล้ว​ทุกคนก็นั่งประจำ​ที่ ​ซึ่ง​เป็นลานวัด​ที่มีต้นโพธิ์ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขายื่นมาถึงลานวัด
ภิกษุตบะกล้านามว่า​พระธรรมสุทโธ ประจำบนอาสนะ แล้ว​ทำพิธีส่งวิญญาณให้​กับน่านคำ ใน​ระหว่าง​ที่ท่านสวดภาวะนาอยู่​นั้น​ร่างสะท้อนวิญญาณของน่านคำก็ปรากฎขึ้น​ เธอมีกริยาสงบเสงี่ยมเดินทอดเท้านวยนาดมานั่งอย่างสำรวมตรงหน้า​พระธรรมสุทโธ แล้ว​นิ้วอันเรียวงามก็พนมกราบลง​ที่พื้น ​พระธรรมสุทโธพยักหน้าสายตาสื่อ​เป็นนัยให้เธอละวางจากสิ่ง​ที่ยึดติด แล้ว​ก็ทำพิธีล้างคำสาปให้​กับเธอ ร่างนั้น​ยืนขึ้น​ เดินตรง​ไปหาซากร่างบนกองฟืน ในขณะ​ที่ร่างของเธอมอดไหม้ วิญญาณของเธอก็ปรากฏขึ้น​อีกครั้ง แววตาเปี่ยมด้วย​ความสุข ใบหน้าเบิกบานสว่างไสว​เป็นประกายวาววับ เธอยิ้มให้​กับพิมพ์สายตาของเธอแสดงนัยขอบคุณพิมพ์​ที่ทำให้เธอหลุดพ้นจากคำสาปซ้ำซากนั้น​ ก่อน​ที่ร่างละกิเลส​จะสลาย​ไป​พร้อม​กับควันเพลิงครั้งสุดท้าย
ทุกคนยืนนิ่งระลึกถึงเหตุการณ์เลวร้าย​ที่ผ่านมา มันคง​เป็นเหตุการณ์​ที่ทุกคนลืมไม่ลง ​และเชื่อสนิทใจว่าวิญญาณ​และคำสาปมีอยู่​จริง มัน​เป็นบทพิสูจน์​ความรักชั้นยอด ​ซึ่งเกิดจาก​ความรักบริสุทธิ์​ที่พิมพ์มีให้​กับดนัย ทำให้ปกป้องครอบครัว​ที่เธอรัก​เอาไว้​ได้ เธอ​จะจดจำน่านคำ​เอาไว้ ​และขอให้น่านคำ​ไปสู่สุคติ หากชาติหน้ามีจริงขอให้เธอ​ได้พบ​กับชาย​ที่รัก​และจริงใจ ​และสร้างครอบครัว​ที่อบอุ่นตาม​ที่ใจปรารถนา พิมพ์โล่งใจ​ที่เรื่อง​ร้ายๆ​ จบลงเสียที ไม่แน่ว่าเธออาจปักหลัก​ที่เชียงคานเมืองแห่งมนต์เสน่ห์​และตำนานอันศักดิ์สิทธิ์นี้ก็​เป็น​ได้ อย่างไรก็ตาม​ความรัก ​และ​ความกล้าของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ​ ก็​สามารถต่อสู้​กับสิ่งเหนือธรรมชาติ​ซึ่ง​เป็นเรื่อง​เร้นลับ​ที่วิทยาศาสตร์ไม่​สามารถพิสูจน์​ได้

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3617 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง ลึก ลับ ลวง
ผู้แต่ง ส. อิศราลักษณ์
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๓๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-18894 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 11 ม.ค. 2556, 16.46 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : เปิดฟ้า ก้องหล้า [C-19173 ], [171.7.248.84]
เมื่อวันที่ : 10 มิ.ย. 2558, 13.29 น.

เรียน คุณ ส.อิสราลักษณ์ ครับ​
คุณเขียนเรื่อง​​ได้ละเอียด มีอารมณ์ผสมผสานในตัวอักษร ​ความสนุกแลเคล็ด​ความรู้ต่าง ๆ​ ให้​ได้พิจารณาอย่างมีเหตุผล ​และลึกซึ้ง ​ทั้งชวนอ่านชวนติดตาม ไม่น่าเบื่อ เขียน​ได้ดีครับ​ ขอให้เขียนอย่างน้ เสมอหรือพัฒนาก้าวหน้าขึ้น​มากกว่านี้อีกเยอะ เยอะ
สวัสดีครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ครูคุณธรรม [C-19233 ], [64.233.173.133]
เมื่อวันที่ : 14 ก.ค. 2558, 18.27 น.

ขอบคุณสำหรับการติดตาม ​ที่จริงเรื่อง​นี้เน้นแค่​ความบันเทิง สำหรับผู้​ที่ชื่นชอบงานเขียนแนวเงื่อนงำ​กับสิ่ง​ที่ไม่มีอยู่​จริง สาระประโยชน์คงไม่มีมากนัก ​และเรื่อง​นี้ค่อนข้างยาว ขอบคุณ​ที่อ่านจนจบนะคะ​ คุณเปิดฟ้า

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น