นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๔
Tree of Tales: If you were …
Silverfur
...เรื่อง​​ราวในโลกยาก​​จะสมบูรณ์​​พร้อม ​​แม้เต็มเปี่ยม​​ไปด้วย​​ความมุ่งหวังใช่​​จะสมปรารถนา ​​แต่บางสิ่ง​​ที่เรา​​ต้องการก็มีตำหนิ​​ที่เราไม่อาจยอมรับ​​ได้...
"ทำไม​ต้อง​เป็นข้าเล่า ท่านผู้เฒ่า ข้า​เป็นถึงนักรบแล้ว​ทำไม​ต้อง​ไปส่งสาร​กับหมู่บ้านเล็กๆ​ด้วย"

ชายหนุ่มผู้หนึ่ง​เอ่ยขึ้น​ท่ามกลางงานประชุมของหมู่บ้าน

"​เพราะเจ้าเหมาะสม​กับงานนี้​ที่สุดแล้ว​น่ะสิ แล้ว​เจ้าคิดว่า​ใครคู่ควร​จะฝ่าภูเขา​ที่มีโทรลใจโหด​เพื่อติดต่อค้าขาย​กับหมู่บ้าน​ที่ชายป่าอีกเล่า"

ท่านผู้เฒ่าลูบเครางามสีขาวอย่างหน่ายๆ​ ใน​เมื่อนายมันเนลิก​เป็นคนหนุ่มเพียงคนเดียว ของหมู่บ้าน ​ส่วนชาวบ้านคนอื่นล้วน​เป็นเด็ก สตรี ​และคนชรา​ทั้งสิ้น แล้ว​หมู่บ้านเล็กๆ​​ที่ชายป่านั้น​ก็ใหญ่​เมื่อเทียบ​กับหมู่บ้านของพวกเราแล้ว​

"ช่วยไม่​ได้ การผจญภัย​เป็นงานของอัศวินนี่นะ"

มันเนลิกหัวเราะชอบใจก่อน​จะออก​ไปจากบ้านของหัวหน้า ​เขากลับ​ไปหยิบดาบเหน็บเอวแล้ว​เก็บอุปกรณ์จำ​เป็นสำหรับการเดินทางใส่ย่าม ​เขาสวมผ้าคลุมกันหนาวหยิบไม้เท้าแล้ว​เดินอาดๆ​ออก​ไป "อัศวิน" ประจำหมู่บ้านแห่งนี้กลับไม่มีเกราะสวมใส่สักชิ้น

หมู่บ้านฮูกินน์แห่งนี้ตั้งอยู่​ในหุบ​เขาแห่งหนึ่ง​ท่ามกลางเทือก​เขาแซลก้าอันแสนสลับซับซ้อนด้วยเหตุผลกล​ได้ก็ไม่อาจทราบ​ได้ ​แต่เท่า​ที่เล่าสืบต่อกันมาบรรพบุรุษของหมู่บ้านนั้น​อพยพหนีภัยสงครามมาตั้งรกราก​ที่หมู่บ้านนี้​โดยอาศัยการคุ้มครองของต้นไม้แห่งตำนาน ต้นไม้สูงใหญ่ราว​กับเสาค้ำท้องฟ้าไม่ให้ตกลงมายังพื้นดิน ​แม้พวก​เขา​จะอยู่​กันอย่างสงบสุขพอมีพอกิน ​แต่บางครั้งก็จำ​เป็น​ต้องติดต่อ​กับหมู่บ้านมูนินน์​ที่อยู่​ใกล้สุด​เพื่อขอซื้อของ​ใช้จำ​เป็น

เทพเจ้าแห่งฤดูหนาวปีนี้กลับโหดร้าย​กับหมู่บ้านฮูกินน์​เป็นพิเศษ พืชผลเกือบครึ่งของหมู่บ้าน​ที่เก็บไว้ในช่วงฤดูหนาวกลับถูกหิมะกัดกินจนเสียหาย หากปล่อยไว้เช่นนี้ชาวบ้าน​ทั้งหมดรวมถึงสัตว์เลี้ยง​ต้องอดตาย ผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านจึงให้มันเนลิก​ไปยังหมู่บ้านมูนินน์​เพื่อขอ​ความช่วยเหลือ

"ขอ​พระเจ้าคุ้มครองเจ้า"

"ขอให้เทพธอร์มอบ​กำลังให้ข้าจัดการโทรลร้ายนั่นดีกว่าน่า"

ชาวบ้าน​ทั้งหลายพากันมาอวยพรให้แก่อัศวินหนุ่ม​ซึ่งไม่ค่อยพอใจนัก นับ​แต่หมู่บ้านมีบาท​หลวงมา​เมื่อสิบปีก่อนเทพเจ้าต่างๆ​​ที่หมู่บ้านเคยนับถือก็ถูกแทน​ที่ด้วย "​พระเจ้า" จากแดนใต้​ที่แสนอ่อนแอ​และขี้ขลาดผิด​กับเทพเจ้าแห่งอัสโกร์ด​ที่​เขานับถือมาตลอด​ซึ่งนับวันมี​แต่​จะตายลงจาก​ความเชื่อของชาวบ้านรวมถึง​เขาเองด้วย

มันเนลิกออกเดินทางเลียบแม่น้ำ​ไปทางตะวันออกพลางทอดถอนใจให้​กับ​ความโหดร้ายของธรรมชาติ ไม่ว่ามอง​ไปทางไหนแผ่นดินก็กลาย​เป็นสีขาวโพลน เหล่าพฤกษาพากันสลัดใบเหลือไว้​แต่กิ่งก้าน​ที่ปกคลุมด้วยหิมะ อัศวินหนุ่ม​ใช้ไม้เท้าจิ้มลง​ไปวัด​ความลึกของหิมะก่อน​จะก้าวเท้า​ไปทีละก้าวอย่างช้าๆ​ท่ามกลางลมหนาว​ที่เชือดเฉือน​เขาอยู่​ทุกทิศทาง

​ความมืดคืบคลานมารวดเร็วจนน่าใจหาย มันเนลิกหวนนึกถึงตัวเองออกเดินมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็พลบค่ำแล้ว​เช่นนี้หมู่บ้านมูนินน์​ที่เคย​ไปถึงในเวลาสามวันคง​ต้อง​ใช้เวลาถึงหนึ่ง​สัปดาห์ กว่า​ความช่วยเหลือ​จะมาถึงก็สองสัปดาห์นับจากวันนี้น่ากลัวว่าหมู่บ้าน​เขาอาจ​จะทนไม่ถึงตอนนั้น​ ​แต่ยามกลางคืน​เป็นเวลาออกหากินของสัตว์ร้ายแบบนี้​ถ้าฝืน​ไปอาจไม่ถึงปลายทางเสียก่อน อัศวินหนุ่มจึง​ต้องหยุดพักแรมอย่างช่วยไม่​ได้ ​เขาวางสัมภาระไว้ริมแม่น้ำ​ที่ผิวหน้า​เป็นน้ำแข็งก่อน​จะออก​ไปรวบรวมฟืนมาจุดไฟไล่​ความหนาว

มันเนลิกนั่งลงเหยียดเท้าเข้าหากองไฟพลางครุ่นคิด ฤดูหนาวปีนี้หนักหนากว่าปีก่อนๆ​อย่างเห็น​ได้ชัด ขนาดผ้าพันขา​ที่เคยทำให้​เขาอุ่น​เมื่อปี​ที่แล้ว​กลับไม่สู้มีประโยชน์เท่าใดนักจน​เขา​ต้องบอกตัวเองเสมอว่ายังมีขาอยู่​ทุกก้าว​ที่เดินมาจนถึงตอนนี้​ที่​ได้ผิงไฟ​เขาถึงรู้สึกว่า​ขาหายชาแล้ว​ หาก​พระเจ้าแห่งแดนใต้รักเราจริงทำไมท่านถึง​ต้องทรมานด้วยฤดูหนาวอันโหดร้ายเช่นนี้ด้วย หากว่า​เป็นประสงค์ของสกาดีเทพีแห่งฤดูหนาว​เขาก็ยังพอเข้าใจอยู่​บ้าง

อัศวินล้วงเนื้อรมควันจากย่ามใส่เข้าปากพลางครุ่นคิดถึงหนทางข้างหน้า ถึง​แม้​เขา​จะบอกว่าตัวเอง​เป็นนักรบ​แต่กลับไม่เคยออกปล้นเลย​สักครั้ง ​แม้​เขา​จะบอก​กับบิดามารดาว่า​ต้องการ​จะสร้างชื่อเสียง​แต่ก็​จะโดนปฏิเสธกลับมาทุกที

"การ​ใช้​กำลังผิด​กับหนทาง​ที่​พระองค์มอบให้ มือของเจ้าแทน​ที่​จะจับดาบควร​จะจับจอบเสียมทำไร่ไถนาสร้างเนื้อสร้างตัวแล้ว​ตบ​แต่งภรรยาต่างหาก"

"แม่มีลูกแค่คนเดียวหากตาย​ไป​ใครเล่า​จะเลี้ยงดูพ่อแม่ ​ใครเล่า​จะให้แม่​ได้อุ้มหลาน ลูกรักของแม่ ก่อนตายแม่อยากเห็นภรรยาผู้แสนดีของลูกนะ"

ทำไร่ไถนาอะไร​กัน พวกเราชาวนอร์ส​ต้องตายในสนามรบต่างหาก นับ​แต่​พระเจ้าจากแดนใต้เข้ามาหมู่บ้านเราก็อ่อนแอลง ​แม้กระทั่งนักรบอย่างบิดาตอนนี้กลับ​เป็นแค่ชาวนาชราธรรมดาเท่านั้น​ หรือ​ที่โบราณว่าไว้ว่ายิ่งชรายิ่งขลาดเขลา​จะ​เป็นเรื่อง​จริง ​แต่ข้ามันเนลิกผู้นี้​จะไม่ยอมอยู่​อย่างขลาด​เขา สักวันข้า​จะออกรบให้​ได้แล้ว​กลับมา​กับ​ความยิ่งใหญ่

เสียงหมาป่าโหยหวนจากภูเขาอันไกลโพ้นดังขึ้น​ อัศวินหนุ่มเคลิ้มหลับ​ไปขณะจมอยู่​​กับ​ความคิดของตัวเอง



โทรลภูเขานางหนึ่ง​อาศัยในกระท่อมแห่งหนึ่ง​ไม่ไกลจาก​ที่มันเนลิกค้างแรมอยู่​ เธอนั่งพิงเตียงไม้ร้องไห้นึกถึงแม่ของเธอ​ที่เพิ่งเสียชีวิต​ไป ถึง​แม้แม่เธอ​จะทิ้งของไว้ให้แค่ไหน​แต่ก็เทียบไม่​ได้เลย​​กับ​ความรักของแม่เธอ

"​แต่งงาน​กับคนดีๆ​แล้ว​มี​ความสุขนะลูก"

ในดินแดนอันโหดร้ายแห่งนี้​แม้​จะ​เป็นโทรล​ที่มีพละ​กำลังกล้าแข็งยังยากยิ่งอยู่​​ได้ตามลำพัง แม่ของเธอจึง​ได้​แต่หวังว่าลูกของเธอ​จะมี​ใครสักคนเคียงข้าง​ไปชั่วชีวิต ​แต่สำหรับนางโทรลแล้ว​เธอไม่ยินยอมถูกคนประณามหยามเหยียดว่า​เป็นสตรีหนีลึงค์หรือหญิงสาว​ที่ปฏิเสธการ​แต่งงานขอแค่​ได้อยู่​​กับแม่ของเธอเท่านั้น​

นางโทรลภูเขาไม่อาจข่มตาหลับลง​ได้ ไม่ว่าอย่างไรภาพของแม่เธอยังไม่จางหาย​ไปจากใจ ยิ่งลืมตามองข้าวของในบ้านแล้ว​เธอยังเห็นภาพแม่เธอนั่งเย็บเสื้อ​เพื่อให้เธอใส่ทุกหน้าหนาว​ทั้งๆ​​ที่เธอบอกไม่จำ​เป็นแท้ๆ​

"ไม่​ได้หรอก ลูกแม่​ต้องใส่ชุดใหม่ๆ​สวยๆ​ ​ใครๆ​​เขาเห็น​จะ​ได้รัก​จะ​ได้หลงลูกยังไงล่ะ"

ในสายตาของนางโทรลแล้ว​รอยยิ้มใต้ใบหน้าเหี่ยวย่นอัปลักษณ์ของแม่เธอนั้น​งดงามยิ่งกว่าบุปผาใดๆ​ ​แม้เธอ​จะรู้ดีว่าไม่มีผู้ชายคนไหน​จะ​แต่งงาน​กับโทรลอัปลักษณ์ดุร้ายอย่างเธอ​แต่​เมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น​ของแม่เธอก็​ได้​แต่ฝืนยิ้มตอบ

โทรลภูเขาตัดสินใจออกมาข้างนอกไม่เช่นนั้น​เธอไม่อาจลืมแม่ของเธอ​ได้ เธอคว้าผ้าคลุมมาห่มก่อน​จะเดินออกจากกระท่อมของเธอ เธอค่อยๆ​ย่ำ​ไปตามหิมะอย่างระมัดระวังพลางเหม่อมองฟากฟ้า​ที่แสนห่างไกล แม่ของเธอ​จะจ้องมองเธอจากแสงเหนือสีเขียว​ที่โบกสะบัด​ไปมานั่นหรือไม่

น้ำตาโทรลหลั่งไหลลงมาอีกหน​เมื่อเธอคิดถึงแม่ มันกลาย​เป็นเกล็ดหิมะอย่างรวดเร็วก่อน​จะโดนลมหนาวพัด​ไปทิ้งไว้​แต่​ความหนาวเหน็บ โทรลภูเขาก้าว​ไปตามลำน้ำจนกระทั่งพบ​กับอัศวินหนุ่มนอนหลับข้างกองไฟ

นางโทรล​ได้​แต่สงสัยว่าเหตุใดชายคนนี้จึงมาหลับกลางหิมะ​ทั้งๆ​​ที่ยามกลางคืนของ​ที่นี่​แม้​แต่ลมหายใจยัง​เป็นน้ำแข็ง ต่อให้ก่อกองไฟก็ใช่ว่า​จะช่วย​ได้มากมาย​นัก ครั้น​จะปล่อยให้​เขาตายกลางหิมะเธอก็ทนไม่​ได้

โทรลภูเขาโอบอุ้มร่างของอัศวินหนุ่มไว้ในอ้อมแขนก่อน​จะเดินกลับ​ไปยังกระท่อมของเธอแล้ว​วางร่างของ​เขาลงในเตียงไม้ เธอคลุมผ้าห่มให้มันเนลิกก่อน​จะนั่งลง​กับเก้าอี้แล้ว​เฝ้ามองคน​ที่เธอช่วยไว้

ช่าง​เป็นชายหนุ่ม​ที่รูปงามอะไร​อย่างนี้ เทียบ​กับเธอแล้ว​ช่างอัปลักษณ์ยิ่งนัก เหตุใดเธอถึง​ต้องเกิด​เป็นโทรลภูเขาด้วย ไม่ว่า​ใครต่างก็เกลียดเธอ ไม่ว่า​ใครต่างก็กลัวเธอ บัดนี้ไม่มีแม่คอยรักเธออีกแล้ว​จึงทำให้นางโทรลสาปแช่งโชคชะตาตัวเองขึ้น​มา ​แต่แล้ว​เธอก็นึกถึงคำสั่งเสียของแม่ขึ้น​มา​ได้นางโทรลจึงเกิด​ความคิดบางอย่าง เธอมองอัศวินหนุ่มอย่างยิ้มแย้มก่อน​จะนั่งหลับอย่างมี​ความสุข​เมื่อคิดถึงวันรุ่งขึ้น​



มันเนลิกตื่นขึ้น​อย่างฉงน ​เมื่อคืน​เขาน่า​จะนอนกลางแจ้งแล้ว​ทำไมถึงตื่นขึ้น​มาในบ้าน​ได้ ​แต่​ที่น่าตกใจ​ที่สุด​คือนางโทรลร่างยักษ์​ที่หลับอยู่​บนเก้าอี้ข้าง​เขานั่นเอง อัศวินหนุ่มร้องขึ้น​สุดเสียงพลางชักดาบขึ้น​มาป้องกันตัว

โทรลภูเขาตื่นขึ้น​แล้ว​มองอัศวินหนุ่มพลางยิ้ม​โดยไม่ใส่ใจว่า​เขาถือดาบในมืออยู่​

"ท่านมีนามว่ากระไร บอกข้า​ได้หรือไม่"

อัศวินหนุ่มประหลาดใจ​ที่โทรลภูเขาไม่โจมตี​เขาทันที

"ข้านามว่ามันเนลิก เจ้า​เป็นคนพาข้ามา​ที่นี่หรือ"

"ใช่แล้ว​ ข้าเห็นท่านหลับกลางหิมะเกรงว่าท่านอาจ​จะ​เป็นอะไร​​ไปจึงพาท่านมา​ที่บ้านของข้า"

นางโทรลลุกขึ้น​ยืน มันเนลิก​เมื่อเห็นเงาร่างของโทรลบัง​เขาจนมิดก็รีบกระชับดาบแน่นเตรียม​พร้อมรับการโจมตี ​แต่โทรลภูเขากลับ​ไปเปิดประตูกระท่อม​เพื่อดูสภาพอากาศก่อน​จะปิดประตูอย่างรวดเร็วไม่ให้ลมหนาวเข้ามาในกระท่อม

ตอนนี้เช้า​เกินกว่าตะวัน​จะขึ้น​ ก่อนสกุณา​จะเริ่มขับขานบอกวันใหม่ โทรลภูเขาตัดสินใจขอ​แต่งงาน​กับอัศวินหนุ่ม ไม่ว่าอย่างไรเธอก็​ต้องการ​แต่งงาน​กับ​เขาให้​ได้ เธอจ้องมอง​ไป​ที่​เขาก่อน​จะรวบรวม​ความกล้าพูดออกมา

"ท่านมันเนลิก ท่านมันเนลิก ท่าน​จะ​แต่งงาน​กับข้า​ได้หรือไม่"

มันเนลิกไม่คิดฝันว่านางโทรลดุร้ายอัปลักษณ์นางนี้​จะขอ​แต่งงาน​กับ​เขา​ได้จึงเผลอปล่อยดาบตกลงเตียงไม้เสียงดังเคร้ง

"ข้า​จะมอบม้าสิบสองตัว​ที่ข้าเลี้ยงไว้ให้ท่าน พวกมันไม่เคยใส่อานหรือขลุมใดๆ​"

นางโทรลรู้ตัวดีว่ารูปลักษณ์อย่างเธอคงไม่อาจพิชิตใจอัศวินหนุ่ม​ได้จึง​ต้องพึ่งมรดกของแม่เท่านั้น​ ​แต่มันเนลิกยังไม่ตอบเธอจึงคิดว่ามอบให้ไม่มากพอกระมัง

"เช่นนั้น​ข้า​จะมอบโรงสีสิบสองแห่งให้ หินโม่เหล่านั้น​​เป็นสีแดงสด ​ส่วนวงล้อทำจากเงิน ท่าน​จะยินดีรับมันหรือไม่"

อัศวินหนุ่มเริ่มวางใจว่านางโทรลไม่​ได้คิด​จะทำร้าย​เขาจริงๆ​จึงเริ่มครุ่นคิดถึงคำพูดของพ่อแม่​ที่​ต้องการให้​เขาสร้างเนื้อสร้างตัวจากการทำไร่นา ​ถ้าเกิด​ได้โรงสีจากนางโทรลตนนี้ก็คง​จะ​เป็น​ไป​ได้

"ใช่แล้ว​ นักรบเช่นท่านคง​ต้องการดาบมากกว่า ข้ายินดีมอบดาบวิเศษ​ที่​จะทำให้​ได้รับชัยทุกศึกอย่างแน่นอน ยามกวัดแกว่งท่าน​จะ​ได้ยินเสียงจากแหวนทอง​ทั้งสิบห้าวง"

โทรลภูเขาเห็นมันเนลิกท่าทีอ่อนลงจึงเริ่มเสนอของหมั้นให้มากขึ้น​จนมันเนลิกเองก็คิดว่า​ถ้า​ได้ดาบวิเศษเช่นนั้น​ต่อให้​ต้อง​แต่งงาน​กับนางโทรลก็ไม่เลวเช่นกัน ​ถ้า​เขา​ได้มาล่ะก็หนทางสู่การ​เป็นนักรบ​ที่​เขาใฝ่ฝัน​ต้อง​เป็นจริง​ได้อย่างแน่นอน ​แต่ก่อน​ที่อัศวินหนุ่ม​จะตอบนางโทรลก็ชิงพูดขึ้น​เสียก่อน

"อัศวินรูปงามอย่างท่านมันเนลิกคงไม่เหมาะ​กับเสื้อผ้าซอมซ่อเช่นนี้ ข้ายินดีมอบเสื้อใหม่​ที่สวมใส่สบาย​เป็น​ที่สุดด้วยฝีเย็บจากไหม"

มันเนลิกเริ่มเคลิ้ม​ไป​กับฝีปากนางโทรล ขอแค่​เขา​ได้​แต่งงาน​กับเธอลาภยศสรรเสริญคงไม่หนี​ไปไหนแล้ว​

"ท่านมันเนลิก ขอเพียงตอบใช่เท่านั้น​​ทั้งข้า​และของเหล่านี้ก็​จะ​เป็นของท่าน ขอเพียงท่านตอบว่าใช่เท่านั้น​"

นางโทรลภูเขาเฝ้ามองอย่างคาดหวัง ขอแค่​เขายอมตกลงเท่านั้น​...​

"ของขวัญเหล่านั้น​ข้ายินดีรับไว้...​
หากเจ้า​เป็นสาวชาวคริสต์ ​แต่ข้ารู้ รู้ว่าเจ้า​เป็นโทรลภูเขาสุดต่ำช้าจากหนองบึงของพวกปิศาจ ​เพราะฉะนั้น​ไม่มีวัน​ที่ข้า​จะสนใจเจ้า"

ขณะ​ที่มันเนลิก​จะตอบตกลง​เขาก็หวนนึกถึงหาก​แต่งงาน​กับโทรลอัปลักษณ์ดุร้ายเช่นนี้ไยมิใช่​เป็น​ที่เย้ยหยัน​ไปทั่ว สำหรับนักรบเช่น​เขาแล้ว​เกียรติสำคัญกว่าชีวิตยิ่งนักหาก​ต้องให้ชื่อเสียงของตนหมองมัวเช่นนี้​เขาคงทนไม่​ได้​เป็นอันขาด​แม้ว่า​จะ​ได้ลาภก้อนโตแค่ไหนก็ตาม ยิ่ง​ไปกว่านั้น​พ่อแม่ของ​เขาคง​ต้องการ​แต่สาวผู้นับถือ​พระเจ้าจากแดนใต้มิใช่คนเถื่อนอีกต่อ​ไปแล้ว​

อัศวินหนุ่มลุกขึ้น​แล้ว​เดินออก​ไป ทิ้งให้นางโทรลใจสลายน้ำตานองหน้า

โทรลภูเขาเปิดประตูดังปังแล้ว​วิ่งออก​ไปข้างนอกแล้ว​พบว่าอัศวินหนุ่ม​ได้หาย​ไปแล้ว​ เธอฉีกทึ้งผมเผ้ายุ่งสยายกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ถึง​แม้ว่าเธอ​จะรู้ดีว่า​เขามีสิทธิ์​จะเลือกแล้ว​ก็คงไม่เลือกคนอย่างเธอ ​แต่เธอก็อยาก​ได้​เขา อยากให้​เขาอยู่​​กับเธอ​ไปตลอด ​แต่เธอขอมาก​ไปหรือใช่ไหม เธอผิดใช่ไหม​ที่เกิดมา​เป็นโทรลเช่นนี้ ​ทั้ง​ที่เธอจริงใจ​กับ​เขา ยอมทำทุกอย่าง​เพื่อ​เขา ทำไมกัน ทำไม

"​ถ้าข้า​ได้​แต่งงาน​กับ​เขาล่ะก็ ตัวข้า...​คงหลุดพ้นจาก​ความทรมานนี้​ได้"

End

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3583 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง Tree of Tales: If you were …
ผู้แต่ง Silverfur
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๗๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-18546 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 24 ธ.ค. 2554, 10.25 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น