นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔
ผมไม่ใช่นักอ่าน ผมไม่ใช่นักเขียน แต่ผมเป็นนักอยากอ่านและนักอยากเขียน
punei
...เค้าบอกกันว่าวัตถุดิบดีๆ​​หา​​ได้ยากยิ่ง ​​แต่​​ที่ยากกว่า​​คือ การนำวัตถุดิบเหล่านั้น​​ มาผสมผสาน ผลิตออกมา​​ได้อย่างกลมกล่อม​​และลงตัว...
เค้าบอกกันว่าวัตถุดิบดีๆ​หา​ได้ยากยิ่ง ​แต่​ที่ยากกว่า​คือ การนำวัตถุดิบเหล่านั้น​ มาผสมผสาน ผลิตออกมา​ได้อย่างกลมกล่อม​และลงตัว หาก​จะเปรียบ​เป็นงานเขียน ก็เหมือน​กับ การเสาะหา​ความรู้ต่างๆ​ ​ที่โลกปัจจุบัน มีมากมาย​เหลือเกิน​ที่เราหยิบยกขึ้น​มาเขียน แล้ว​รวบรวมบอกเล่าเรื่อง​ราวต่างๆ​ ให้คน​ที่อ่าน รู้สึกถึงตัวตนของเรา

ดังนั้น​ หลายๆ​บท​ความของผม​ที่ทุกท่าน​ได้อ่านนั้น​ มัน​คือ การแสดงออกถึงจิตใต้สำนึกของผม ​ถ้าลองอ่านดีๆ​ บางบท​ความ​จะรู้สึกหอมละมุน ​แต่หลายๆ​บท​ความแสดงถึง​ความเห่อ​ที่​จะเขียน อยาก​เป็นแบบหลายๆ​คน​ที่เขียน​ได้ดี เขียน​ได้เก่ง หรือทำตาม​เพื่อน ​และหลายๆ​บท​ความก็​เป็นงานเขียน​ที่ผมมัก​จะบ่นงานเขียนตัวเอง เหมือนงานเขียนนี้ มันก็​เป็นบรรยากาศของผมเองหละ​ที่อยาก​จะเขียน ดีไม่ดีผมไม่รู้หรอกมั้ง

งานเขียน​ที่ออกมาทุกบท​ความ​ที่ท่านเห็นนั้น​ ​เป็นงานเขียน​ที่​ใช้เวลาในการเขียนเพียง 5-10 นาที ​ใช้​ความคิดแรก​เป็นตัวนำ วัตถุดิบ​เป็นประสบการณ์ ​และแน่นอนผมนึกเรื่อง​ขึ้น​มา​เมื่อผมกดแป้นพิมพ์ หรือ​เมื่อมือผมจับปากกา ​และไม่ค่อยคิด​ที่​จะแก้ ​เพราะมัน​เป็นมรดกของของคิดผม ยกเว้นก็เพียงบางเรื่อง​เท่านั้น​อีกผม​ใช้เวลาคิด​และกลั่นกรอง​ที่​จะบอกกล่าว ผมเพียงก็มีเพียงแค่​ความอยากบอกกล่าวมา​เป็นตัวอักษรเท่านั้น​ นี่แหละ​มนต์ขลังของงานเขียน​ที่ผมหลงใหล

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3541 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง ผมไม่ใช่นักอ่าน ผมไม่ใช่นักเขียน แต่ผมเป็นนักอยากอ่านและนักอยากเขียน
ผู้แต่ง punei
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๔๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-18297 ], [182.53.110.103]
เมื่อวันที่ : 14 มิ.ย. 2554, 07.27 น.

เขียน​ไปเถิดครับ​ ​จะด้วยเหตุผลหรือวิธีใดก็ตามเถิด ​เพราะ​เมื่ออยากเขียนแล้ว​เขียน มันย่อมดีกว่าอยากเปล่า ๆ​ แล้ว​ไม่ทำอะไร​เลย​ พอคุณเขียนมันออกมาแล้ว​บ่อยเข้า สิ่ง​ที่เขียนมัน​จะสอนเรา​และปรุงตัวเราเอง อย่าเลิกเขียนเสียก่อนก็แล้ว​กัน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : แพรสีปั๋ง [C-18298 ], [223.204.31.74]
เมื่อวันที่ : 14 มิ.ย. 2554, 08.37 น.

ผู้มาใหม่ขอคารวะด้วยน้ำสะอาด ๑ จอก นักอยากอ่าน นักอยากเขียน พอ​ได้พยายามเขียน จึงพบว่า อยากอ่าน​ได้อ่านทันที อยากหยุดอ่าน​ได้หยุด แค่หลับตา ​แต่ พอพยายามเขียน ​ได้พิมพ์ พยายาม​จะพิมพ์ ​ได้จิ้มทีละตัวอักษร จิ้มผิด จิ้มถูก แก้​ไป จิ้ม​ไป สะเทือนใจ นึกถึง​พระคุณอาจารย์สอนพิมพ์ดีดสัมผัส แล้ว​ลูกศิษย์อย่างแพร ดัน​ได้ เอ ติดกันหลายเทอมทีเดียว ​แต่ผ่าน​ไปแค่สี่สิบกว่าปี นื้วแข็ง รัว​เป็นข้าวตอกแตกมิ​ได้ ​เป็น​เมื่อก่อนนี้พิมพ์ผิด หาเรื่อง​โทษยี่ห้อเครื่องพิมพ์ตัวเล็ก เรมิงตัน อย่างนี้ แล้ว​ตอนนี้​จะโทษ​ใคร โทษตนเอ๊ง แล้ว​มีคำถามว่า นักเขียนปลายปากกาจุ่มน้ำผึ้ง ​และอีกหลายท่าน​ที่เขียนด้วย ดินสอ ปากกา หากท่านยังอยู่​ท่านก็คง​จะปรับวิธีเขียนเช่นกันใช่ไหมคะ​ ด้วย​ความเคารพค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : นาม อิสรา [C-18304 ], [101.109.94.108]
เมื่อวันที่ : 16 มิ.ย. 2554, 22.01 น.

สมัย​ที่ผมยังไม่มีคอมพิวเตอร์​ใช้ ผมอาศัยร่างต้นฉบับ​​กับดินสองดำบ้างปากกาลูกลื่นบ้าง เขียน​ไปเรื่อยจนจบ หรือว่าเขียน​ไปจนกระทั่งเขียนไม่ออก ก็​ต้องหยุดพัก แล้ว​อ่านทบทวน พบคำเกินก็ฆ่าทิ้ง ตรงไหนตกหล่นก็เพิ่มเข้า​ได้วยการโยงเส้น​ไปด้านข้างบ้าง ข้างบนข้างล่างบ้าง แล้ว​​แต่​แต่สะดวก​ แล้ว​ก็ทำหัวลูกศรกำ​กับให้รู้ว่าเราเพิ่ม​ส่วนนี้ลง​ไปในช่องว่างตรงนั้น​ โยง​ไปโยงมาต้นฉบับ​จึงลายพร้อยเหมือนไก่เขี่ย ไม่สะดวก​เหมือนเดี๋ยวนี้​ที่พิมพ์ด้วยแป้นคีย์คอมพิวเตอร์ ​จะลบออกหรือเพิ่มเข้า​ไปสะดวก​ง่ายดาย ยิ่งพิมพ์ด้วยโปรแกรมเวิร์ดยิ่งสะดวก​ใหญ่ ​เพราะบางครั้งเราพิมพ์ผิด ระบบตรวจคำศัพท์ก็​จะฟ้อง ปรากฏสีแดงยิกยัก​เป็นฟันปลาทาบอยู่​ข้างล่าง​เพื่อเตือนให้รู้ แล้ว​เราก็เปลี่ยนใหม่ หรือ​จะให้มันเปลี่ยนใหม่​โดยอัตโนมัติเดี๋ยวนั้น​เลย​ก็​ได้ ​แต่การเขียนต้นฉบับ​สมัยก่อนไม่สะดวก​เหมือนเดี๋ยวนี้ ​เมื่อร่าง​และแก้ไขเสร็จก็​จะนำข้อ​ความนั้น​ ๆ​ มาพิมพ์​กับเครื่องพิมพ์ดีดอีกครั้งหนึ่ง​ ทีนี้ก็เกร็งซะไม่มี ​เพราะไม่​ต้องการให้พิมพ์ผิด หรือทำข้อ​ความตกหล่น ​เพราะ​ถ้ามีการขีดฆ่าแก้ไขด้วยน้ำยาลบหมึกมันก็ทำให้ต้นฉบับ​ดูกระดำกระด่างไม่สวยงาม ​ซึ่งว่ากันว่า ต้นฉบับ​พิมพ์ดีดของนักเขียนสมัยก่อน ไม่มีท่านใดทำ​ได้ดีเท่า 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ​ส่วนท่าน​ที่ไม่​ต้องร่างก่อนพิมพ์ ​และพิมพ์ต้นฉบับ​รวดเร็วกระทั่ง​ได้ยินเสียงก้านตัวพิมพ์กระทบกระดาษดังรัวเหมือนข้าวตอกแตก ก็ไม่มี​ใครเกิน "อรวรรณ" (เลียว ศรีเสวก) ว่ากันว่าท่านพิมพ์เร็วมาก ​เพราะ​แต่ละวัน​ต้องส่งต้นฉบับ​หลายแห่ง ชักช้าก็ไม่ทันกิน ​เพราะท่าน​เป็นมืออาชีพ

ผมนำประสบการณ์เก่า ๆ​ ​และ​ความรู้​ที่​ได้จากการอ่านมาขยาย ก็​เพื่อ​ที่​จะให้ผู้เขียนเรื่อง​นี้​ได้เรียนรู้ ​และ​เป็นแรงจูงใจในการสร้างงานต่อ​ไปครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : แพรสีปั๋ง [C-18305 ], [49.49.38.92]
เมื่อวันที่ : 17 มิ.ย. 2554, 00.21 น.

ขอบคุณคำแนะนำ แบ่งปันประสพการณ์ ให้​กำลังใจ มือใหม่หัดเขียน มีทางเดียว​คือ ​จะ​ต้องพยายามต่อ​ไป เริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ​ ฝึกฝน สั่งสม ​ต้องคิดว่า การ​ได้เรียนรู้นับว่า​เป็นโชคอย่างยิ่ง ​ความรู้​คือ​ความงาม เขียนยากง่ายยังไม่สำคัญเท่าเนื้อหาใช่ไหมคะ​ ตั้งแต่​เป็นเด็กจนเริ่มโตผ่านมา​แต่ละวัย ​จะชอบเขียนสัพเพเหระ ปนเปกัน​ไป เขียนด้วยลายมือ ปากกาเส้นเล็ก ​แต่เขียนเองอ่านเองค่ะ​ เก็บไว้มิดชิด เป้าหมายของมัน​คือ ตระกร้า ​และคิดเองว่า บ.ก. แปลว่า บอกก่อน แบกกลับ นั่น​เมื่อสี่สิบกว่าปีผ่านมาค่ะ​ บัดนี้วัตถุดิบ ก็ดิบอยู่​นั่นแหละ​ ​จะค่อย ๆ​ ขุดออกมา ​จะปรุง ​จะเปื่อย เหลือ​แต่ซากก็ไม่รู้ค่ะ​ ​แต่ยังติดการอ่านหนังสือดี ๆ​ อยู่​ น้อมรับคำแนะนำจาก คุณ นาม อิสรา ขอบคุณค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : punei [C-18309 ], [14.207.215.48]
เมื่อวันที่ : 20 มิ.ย. 2554, 00.29 น.

ขอบคุณมากครับ​ นี่แหละ​ครับ​ประสบการณ์ จาก​ความอยาก
งานเขียนของผมสมัยก่อนนั้น​ เต็ม​ไปด้วย​ความอยาก หาอะไร​ใหม่ๆ​ตามประสาคนเริ่มเขียน ผ่านเวลามาช่วงระยะนึง ผมก็​ได้งานเกี่ยว​กับประชาสัมพันธ์ ผม​ได้สัมผัสงานเขียนอีกชนิด ​ที่ผมไม่เคย​ได้เขียน งาน​ที่​ได้รับนั้น​ค่อนข้างวุ่นวาย มันทำให้ผม​ต้องเขียน ​และเปลี่ยนการเขียนของตัวเองอย่างสุดๆ​ หลายๆ​อย่าง​เป็นสิ่ง​ที่ดี หลายๆ​อย่างทำให้ผมกลาย​เป็นคน​ที่ยึดกรอบการเขียนเดิมๆ​​ไป ผมค่อนข้างโชคดี​ที่​ได้เปลี่ยนสถาน​ที่​แต่ตำแหน่งเดิม ผม​ได้สัมผัส​กับศิลปิน นักเขียนต่างๆ​ รวม​ทั้ง​ได้อยู่​ร่วม​กับ​เพื่อน​ที่รักการอ่าน ​และงานเขียน​เป็นอย่างยิ่ง มันทำให้ผม​ได้กระตุ้น​ความคิดของผมอีกครั้ง ​ความหยิ่งในรูปแบบต่างๆ​ในงานเขียน​ที่ไม่ชอบให้​ใครแก้ ​ได้แตกสลายลง กลับมามองตนเองอีกครั้งว่าเรายัง​เป็นเพียงเด็กหัวรั้น ​ที่ยังไม่รู้อะไร​เลย​ สิ่งนี้แหละ​​ที่จุด​ความอยากของผมอีกครั้ง ​โดยพยายามศึกษาข้อมูลประสบการณ์ ​ความหอมหวานในการเขียน รวม​ทั้งการอ่าน​ทั้งหลาย​ที่​ต้องรื้อใหม่หมด ถึง​แม้ผม​จะชอบหลายๆ​บท​ความของตน​ที่​ได้เขียน​ไปก็ตาม ดังนั้น​ผมจึงแทนตนว่า​เป็นเพียงนักอยากอ่าน ​และนักอยากเขียน บางทีหากไฟของผมยังลุกโชน​ได้มากกว่านี้ อาจ​จะ​เป็นนักอ่าน​และนักเขียน​ที่ดี​ได้ต่อ​ไปก็นะ ขอฝันไว้ก่อนรึกันครับ​ ป.ล. ขอบคุณศาลานกน้อยมากๆ​ ​ที่​เป็น​ที่​ที่ทำให้ผม​ได้ระบาย​ความในใจ ​ความอยาก ในสิ่ง​ที่ผมอยาก​จะทำ ​ซึ่งใน​ที่นี้ ผม​จะพยายามไม่ให้คน​ที่รู้จักผม มารู้จักผม(ตัวจริง)ในนี้ครับ​ ​เพื่อ​ที่ผม​จะ​ได้สัมผัสอิสรภาพในงานเขียน​ที่แท้จริง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : punei [C-18310 ], [14.207.215.48]
เมื่อวันที่ : 20 มิ.ย. 2554, 00.39 น.

คุณนาม อิสราครับ​ ผม​ได้รับรู้ประวัติของ'รงค์ วงษ์สวรรค์ มาบ้าง เวลาท่านทำหนังสือมา 1 เล่ม ท่านไม่เคยให้​ใครพิสูจน์อักษรเลย​ ท่าน​เป็นคนทำเอง ​เพราะท่านถือว่าท่าน​ได้อ่านทบทวนในงานเขียนท่านซ้ำแล้ว​ แสดงว่าท่าน​เป็นคน​ที่ละเอียดมากๆ​ ​และคงไม่อยากให้ภาษาบางอย่างของท่าน​ได้ผิดเพี้ยน​ไปจาก​ความ​ต้องการ ​เป็นคน​ที่เก่งจริงๆ​ครับ​ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ อยากให้หลายๆ​ท่าน​ได้อ่าน​เพื่อ​ใคร่ครวญงานเขียน​ที่มีคุณภาพครับ​
​ส่วนเรื่อง​การสะสมวัตถุดิบ ผมคิดว่านี่แหละ​ครับ​สำคัญมากๆ​ เขียนดีหรือไม่ดีนั้น​ วัตถุดิบคง​เป็น​ส่วน​ที่สำคัญ​ที่สุดนะครับ​ ขอบคุณทุกคนมากๆ​อีกครั้งครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น