นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๒ เมษายน ๒๕๕๔
หัวโขน หัวใคร?
เล็ก โยธา
...​​เขา​​ต้องการ​​ความชอบธรรมบนหัวโขน​​ที่ผมสวมใส่ต่างหาก ผมเริ่มเบื่อ ​​กับหัวโขนของตนเองอย่างมากนี่มัน​​จะติดตัวผม​​ไปจนตายหรือนี่ ?
จนอยู่​​มาวันหนึ่ง​​ ...​​...​​....
​ที่ขนส่งสายใต้...​.
" ผัดไท ร้านนี้ อร่อยนะ​แต่ไม่มีหมูแดงเลย​ว่ะ." ผมบ่น​กับ​เพื่อนไม่คิดว่าแม่ค้า​จะ​ได้ยิน
" ผัดไทต่างจังหวัดบ้านนะเอ็งซี ​ที่ใส่หมู ​ที่นี่กรุงเทพโว๊ย ! "เสียงแม่ค้าปากจัด ด่าสวนกลับมา
นั่นมันซัก 30 ปีมาแล้ว​ ผมยังจำ​ได้ สมัย​ที่ผมเข้ามากวดวิชา​ที่กรุงเทพฯใหม่ ๆ​ โลกมันกว้าง​และใหญ่กว่าต่างจังหวัด​ที่ผมอาศัยอยู่​มาก อย่าว่า​แต่ผัดไท​ที่ใส่หมูแดงเลย​ ​ที่เพชรบุรีตามร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ​จะมีซอสพริก​เป็นขวด ๆ​ วางทุกโต๊ะ ​เพื่อนผมเคยมาเ​ที่ยว​ที่บ้านมันถามว่า ​เขา​เอาไว้ใส่ก๋วยเตี๋ยวเหรอ? ​และมันก็ยิ่งแปลกใจ​ไปอีก ​ที่ผมพามัน​ไปกินขนมจีน​กับทอดมัน​(ปลาอินทรี )​ ​ที่เพชรบุรี ​เขาไม่​ใช้ปลากรายทำทอดมันกัน ​และ​จะอร่อยมาก​ถ้า​ได้กิน​กับขนมจีน ยิ่งขนมจีน​กับห่อหมกด้วยแล้ว​ ​เอาสเต็กมาแลกก็ไม่ยอมทีเดียว
เวลาผ่าน​ไปไม่ทันไร หลังจากจบจากมหาวิทยาลัย นายช่างวิศวะ เด็กบ้านนอกอย่างผม ก็​ได้มาทำงานกรุงเทพฯ ด้วยกระเป๋า 2 ใบ ​ที่อัดแน่น​ไปด้วย​ความหวัง​และ​ความฝันเต็มเปี่ยม ​และก็​ได้​เป็นคนกรุงเทพฯ สมใจอยาก​กับ​เขาถึง 20ปี ด้วยตำแหน่งวิศวกรสนามคุมงานก่อสร้างตึกสูง ​และ หัวโขนหัวแรกในชีวิตก็​คือ ผู้ช่วยวิศวกรโครงการ มีหน้า​ที่คุมงานโฟร์แมน เฮดแมน นับสิบคน ​ทั้ง​ที่ยังไม่เคย​ได้ทำงานก่อสร้างมาก่อนเลย​ตั้งแต่จบมา มันเท่ห์ไม่หยอก ​แต่ก็​ต้องเล่น​ไปตามบทหัวโขน​ที่​เขาสวมให้ โดนโฟร์แมน เฮดแมนหลอกมั่ง ถูกยอมั่ง ถูกด่าลับหลังบ้าง ก็​ต้องประครองหัวโขนสุดชีวิตอย่าให้หลุดออกจากบ่าเชียว
จากวิศวกรสนาม เลื่อนขั้น​เป็น วิศวกรโครงการ ไต่เต้า​เป็นผู้จัดการโครงการ สุดท้ายมาจบ​ที่ผู้บริหาร หัวโขน​ที่ใส่มันช่างใหญ่ขึ้น​เรื่อย ๆ​ ​ไปตามตำแหน่งหน้า​ที่​ที่ใหญ่โตขึ้น​เรื่อย ๆ​ ก็อย่างว่า​ที่​จะ​ต้องเล่น​ไปตามบทบาท​หน้า​ที่ตามหัวโขน​ที่ตัวเองสวมใส่ ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งไร้​เพื่อน​ที่จริงใจ ทุกสิ่งทุกอย่าง​เป็นผลประโยชน์ การเมืองในบริษัทฯก้ไม่​ได้แตกต่างอะไร​​กับการเมืองระดับประเทศ มีหักหลัง ชิงไหวชิงพริบ ผมเริ่มอยู่​​กับคน​ที่เรียกตัวเองว่าคน ​แต่ไม่ค่อย​เป็นผู้​เป็นคนกันซักเท่าไร ผมหลงในหัวโขน​ที่​เขาใส่ให้เสียนาน จนสุดท้ายก่อน​ที่เริ่มไม่​เป็นคน ​และไม่​เป็นตัวตนของตนเอง ​และก่อน​ที่ผม​จะไม่เหลือ​เพื่อน ผมคิด​ที่​จะปิดฉากละครโรงนี้เสียที ผมไม่อยาก​จะใส่หัวโขนเล่น​เป็นอะไร​แล้ว​ ผมอยากกลับ​เป็นคนธรรมดา ​เป็นคนต่างจังหวัด ผมเริ่มคิดถึง บ้าน​ที่ผมจากมา ผมอยากทิ้งทุกอย่าง​ที่​เป็นปัจจุบันให้​เป็นอดีต ​และโหยหาชีวิตอดีตในปัจจุบันมาก...​...​...​ ผมอยากกลับบ้าน
​ที่ต่างจังหวัด ผมกลับมาเปิดบริษัทฯออกแบบ เล็ก ๆ​ จากงานตึกสูง 40-50 ชั้น เหลือเพียงบ้าน 1- 2 ชั้น แทบ​จะ​ใช้สมองแค่เพียงครึ่งเดียว​ที่มี ​และสมัย​ที่ยังใส่หัวโขน​เป็นผู้จัดการโครงการ​ที่มีอำนาจในการเซนสั่งสินค้า​ได้​เป็นจำนวนมาก จึงมีร้านค้า​ที่​ต้องการขายสินค้ามา​เอาอก​เอาใจเราอย่างมาก ​แต่​เมื่อมาเปิดบริษัมฯของตนเอง ซื้อปูนซีเมนต์ลูกหนึ่ง​ ยัง​ต้องจ่ายเงินสดเลย​ เรื่อง​เครดิตเงินเชื่อไม่​ต้องพูดถึง
​แต่ถึงอย่างไร? ​ที่นี่ ผมยังสลัดหัวโขน ของนายช่างใหญ่ไม่​ได้ ​เพราะว่า​เป็นวิศวกร ทุกครั้ง​ที่มีงานก่อสร้างในอบต. ไม่ว่า​จะ​เป็นศาลาอเนกประสงค์ โบสถ์ สะพาน โครงสร้าง​ที่มันใหญ่ ๆ​ ของทางราชการ ​ต้องมีคนมาเชิญให้​ไปร่วมประชุม นั่งแป้น​เป็นนายช่างใหญ่​โดยมีหัวโขนของช่างใหญ่สวมอยู่​ ประชุม อบต. ​แต่ละครั้ง คนอื่น​เขาใส่เสื้อเชิร์ต ผูกเนคไท ผมใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืด ​เขาก็ว่า สมถะ โครงสร้างธรรมดา ๆ​ แทบไม่​ต้อง​ใช้รายการคำนวณอะไร​ ก็​ต้องหยิบเครื่องคิดเลข มากดเล่น ให้มันดูว่าลึกซึ้ง​และยากมาก ​และยิ่ง​ถ้า​ได้​ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยละก้อ มันดูขลังเสียจริง ๆ​ ผมไม่ค่อย​ได้ใส่ใจ​กับเรื่อง​พวกนี้เท่าไหร่ ​เพราะผมรู้ว่า ​เขาไม่​ต้องการอะไร​จากผมหรอก ​เขา​ต้องการแค่เพียง ตำแหน่งของหัวโขน​ที่ผมสวมใส่...​ต่างหาก ​เพราะทุกครั้งสุดท้ายก็​ต้องจบในประโยค​ที่ว่า
" นายช่างช่วยเซนชื่อกำ​กับให้ด้วยนะครับ​ ​เขา​จะ​ได้เชื่อถือ ​และ​จะ​ได้งาน​ที่​เป็นมาตรฐาน "
จนหลัง ๆ​ผมแทบ​จะไม่​ได้​ไปประชุมอะไร​​กับ​เขา ผมเบื่อ​กับหัวโขนของตัวเองมาก เวลาประชุม​เขา​ไปประชุมกันแล้ว​สรุปกันมาอย่างไร ก็ให้​เอาแบบมาให้ผมดู​ที่บ้าน ผมดูแล้ว​ โอเค ก็เซนชื่อกำ​กับ พวก​เขาไม่​ต้องการอะไร​​กับผมหรอก สมัยก่อนไม่มีเราอยู่​ ​เขาก็สร้างกัน​ได้ ​เขา​ต้องการ​ความชอบธรรมบนหัวโขน​ที่ผมใส่ต่างหาก ผมเริ่มเบื่อ ​กับหัวโขนของตนเองอย่างมากนี่มัน​จะติดตัวผม​ไปจนตายหรือนี่ ?
จนอยู่​มาวันหนึ่ง​ ​ได้มีโอกาสเข้ากรุงเทพฯอีกครั้ง ​เพราะเบื่อจากการขับรถ​เป็นเวลานาน ก็เลย​เลือก​ที่​จะนั่งรถตู้ บขส. ผมว่ามัน สบายดี ​ที่ไม่​ต้องขับรถให้​เมื่อย ​ระหว่างทาง โชเฟอร์ คนขับทะเลาะ​กับลุงผู้​โดยสาระเรื่อง​มันเริ่มต้นอย่างไรผมไม่รู้ ​แต่มันมาจบลง​ที่โชเฟอร์คนขับรถ ดูแคลน​เอาจนผู้​โดยสารให้​ได้อาย ​และมันกระทบมา​ที่ตัวผมเองด้วย
" แก่ ๆ​ อย่างลุง ​เขามีเงินมี รถขับกัน โก้ ๆ​ กันแล้ว​ ไม่มานั่งทนเบียด​กับคนอื่น​เขาหรอก"
" เออ ! การ​ใช้ระบบขนส่งมวลชนนี่ แปลว่า ยากจนหรือไง ?" ผมอยาก​จะเถียงแทนลุงคนนั้น​ให้​ได้
ต่างประเทศ​เขานิยมระบบขนส่งมวลชลกัน​ทั้งนั้น​ ​แต่บ้านเรามัว​แต่หลงโฆษณา​ที่​เขาเป่าหู ให้ซื้อรถเปลี่ยนรถกันบ่อย ๆ​ เหมือนโฆษณาของรถยี่ห้อหนึ่ง​
" ศักดิ์ศรีของผู่นำ ​เมื่อ​ได้ขับขี่"
การ​ได้ขับรถโก้ ๆ​ มัน​จะบอกถึงการ​เป็นผู้นำอย่างไร? ผมคิดผม​ไปเรื่อยเปื่อย จนเผลอหลับ ​ไป​เมื่อไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งสะดุ้งตื่น ​เพราะ ​ได้ยินเสียงโชเฟอร์คนขับพูดซะดังลั่นว่า
" ลุง ๆ​ คน​ที่สั่งผมไว้ว่า​จะลง เดอะมอลล์บางแค ป้ายหน้าลง​ได้เลย​นะ แล้ว​นี่ลูกหลาน​ไปไหนกันหมด ปล่อยให้เข้ากรุงเทพฯคนเดียวอย่างนี้ ​จะ​ไปถูกมั๊ยเนี่ย ? กรุงเทพฯมันกว้างใหญ่กว่าต่างจังหวัดเราเยอะ ​ถ้าหลง ก็แจ้ง 191 นะ"
คนอื่น​ได้ฟัง อาจ​จะรู้สึกอาย ​แต่สำหรับผมแล้ว​ มันเหมือน​ได้เกิดใหม่ หัวโขน​ทั้งหลายแหล่ ​ที่ผมสวมอยู่​ มัน​ได้หาย​ไป​และหลุด​ไปจากตัวผม​ไปอย่างสิ้นเชิง ผม​ได้กลับมา​เป็นตัวของตัวเอง ​เป็นคนบ้านนอก...​.​เป็นคนต่างจังหวัด...​​เป็นคนธรรมดา...​..อีกครั้ง "
ด้วยรอยยิ้มลึก ๆ​​ที่มุมปาก ผมอด​ที่​จะร้องฮัมเพลงเบา ๆ​ ของไมค์ ภิรมย์พร .​ที่นำมาร้องใหม่...​.ไม่​ได้
" ข้ามันลูกทุ่ง ข้านอนมุ้งสี่สาย ผูกด้วยเชือกจูงควาย เอนกายแล้ว​สิ้นลำเค็ญ
ไม่​ต้องสนใจมาดัดนิสัยข้าหรอกบานเย็น ข้ามันลูกทุ่งเอ็งก็คงเห็น ข้า​เป็นแค่คนชาวนา...​...​...​...​"

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3531 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง หัวโขน หัวใคร?
ผู้แต่ง เล็ก โยธา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๕๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-18210 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 12 เม.ย. 2554, 12.52 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ทิดอินทร์ [C-18211 ], [124.120.10.230]
เมื่อวันที่ : 12 เม.ย. 2554, 16.20 น.

ด้วย​ความจริงใจ ผมรู้สึกซาบซึ้งมากครับ​พี่เล็กฯ ​ส่วนหนึ่ง​​ที่คล้ายๆ​กันคง​เป็นเรื่อง​ของศักดิ์ศรี ​ซึ่งผมเชื่อว่า "ลูกช้าง"​ส่วนใหญ่คำนึงถึงสิ่งนี้ไม่น้อย ผมก็คล้ายกัน​กับพี่ครับ​ จึงเลือก​ที่​จะสลัดภาพลักษ์เหล่านั้น​ทิ้ง​ไป ​และกลับมา​เป็นของตัวเอง

ยินดี​ที่​ได้อ่านงานดีๆ​ของพี่ครับ​
ด้วยจิตคารวะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : เล็ก โยธา [C-18212 ], [110.49.251.96]
เมื่อวันที่ : 12 เม.ย. 2554, 17.16 น.

ขอบคุณ คุณทิดอินทร์ ​ที่ชื่นชม

งานเขียน​เป็นการสะท้อนอารมณ์...​.แค่อยากให้ทุกคน​ได้สะดุดใน​ความคิด
​เพราะบางเรื่อง​​ที่แปลกประหลาดมาก...​​แต่เรากลับมอง​และคิดมันแบบฉาบฉวยมาก
จน​เป็นเรื่อง​ธรรมดา​ไป

อยากเขียนแบบโลดโผนเหมือนคุณทิดอินทร์บ้าง...​..​ถ้า​จะมันส์

ด้วยยินดีในมิตรภาพครับ​

เล็ก โยธา

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : pilgrim [C-18213 ], [124.121.58.87]
เมื่อวันที่ : 13 เม.ย. 2554, 00.14 น.

บางที​ความคิดคนเราก็เปลี่ยนๆ​ ​ไปนะคะ​
ดิฉันเขียนใน Facebook ว่า สงกรานต์นี้​จะกลับบ้านนอก
น้องๆ​ หลายคน เข้ามาแสดง​ความเห็่นว่า น่าอิจฉาจัง คนมีบ้านต่างจังหวัด เหมือน​ได้​ไปพักผ่อน ​โดยไม่​ต้องเสียเงิน จริงไหมคะ​ คุณลุงช่าง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น