นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
จดหมายของสายรุ้ง...
ทอรุ้ง สุริยกานต์
...ฉันชอบ..สายรุ้ง​​ที่ทอสายขึ้น​​​​เพราะ​​ความรักของ​​พระอาทิตย์​​ที่มีต่อไอน้ำ สายรุ้ง​​ที่ดูบอบบาง​​แต่ทระนง ...​​....
บ้านริมภู...​...​..

13 กุมภาพันธ์ 2554

พี่คะ​...​.

ไม่อยากถามเลย​ว่า ​เป็นอย่างไรบ้าง​ สบายดีหรือเปล่า นั่น​เพราะฉันรู้ คำตอบ​ที่แน่นอนอยู่​แล้ว​ว่า พี่​ต้องสบายกว่า​ที่อยู่​​ที่นี่แน่ๆ​ ทุกคนทางนี้คิดถึงพี่มาก แบบมากๆ​ ​โดยเฉพาะเดือนนี้ ​แต่ฉันน่ะ คิดถึงพี่มากๆ​ ทุกเดือนแหละ​ ​โดยเฉพาะตอนแวะ​ไปร้านหนังสือ​และร้านกาแฟเจ้าประจำของพวกเราไงคะ​ พักหลังๆ​ มานี่เราเจอกันน้อยลง นั่น​เพราะว่าต่างคนต่างก้อมีภาระมากมาย​​ที่​ต้องรับผิดชอบ (ฉันรู้ว่าพี่​ต้องว่าฉันอีกแน่ๆ​ ก็ "ก้อ" ไงคะ​ ​เอาเถอะค่ะ​ ฉัน​จะเขียนตาม​ที่พี่อยากเห็นก็​ได้ ​แต่พี่ก็รู้ว่า ฉันชอบ "ก้อ" แบบนี้นี่นา...​) เช่นเดียว​กับฉัน ​แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ โทรศัพท์คุยกันเสมอแหละ​ (คุยไม่นานหรอกน่า.. ​เพราะพี่บอกเสมอว่า คุยโทรศัพท์ให้น้อยลง ​จะ​ได้มีเวลาอ่านหนังสือให้มากขึ้น​ เชื่อมั้ย ฉันน่ะ คล้าย​จะ​ได้ยินเสียงพี่...​ทุกครั้ง...​​ที่คุย​กับพวกเรา)


วันก่อนฉันแวะ​ไปหาแม่มาด้วยนะคะ​ เหมือนเดิมกลับบ้านแล้ว​​ต้องเลย​​ไปบ้านพี่ มัน​เป็น​ความเคยชิน ทุกอย่างยังโอเคนะ ​แต่ใบไม้เยอะ​ไปหน่อย​ ฉันน่ะไม่​ได้ลง​ไปเดินลานทรายหรอกนะ แค่นั่งดูอยู่​ในรถ โอ้โฮ! แค่นี้ฉันก็ทำท่า​จะแย่​เอา พี่เหน่งเลย​รีบชวนกันกลับ โดนบ่นมาตลอดทาง ด้วยถ้อยคำเดิมๆ​ ฉันอยากบอกพี่เหน่งว่า กี่ปี กี่ปี ก็บ่นแบบนี้ ฉันน่ะจำ​ได้หมดแล้ว​ รู้ตั้งแต่ พี่แก อ้าปาก "พี่นึกแล้ว​ ว่า​ต้องเห็นแก​เป็นแบบนี้ แล้ว​​จะมาทำไมนะ...​.." ​และทุกครั้งก็​จะจบลงเหมือนเดิม "ไม่​เป็นไรนะ คืนนี้​จะอ่านหนังสือมันสักเล่ม ​เอาให้หายคิดถึง อ่านหนังสือมัน เหมือนมันยืนอยู่​ด้วยแหละ​" ฉันเห็นด้วย​กับพี่เหน่งหน่อย​นึงนะคะ​ว่า อ่านหนังสือพี่แล้ว​พอ​จะทุเลา​ความคิดถึง ​แต่​ที่ฉันแอบคัดค้านพี่เหน่ง ก็​คือ ต่อให้ฉันกลับ​ไปอ่านหนังสือพี่สักกี่เล่ม กี่ครั้ง กี่วันเดือนปี ไม่เห็นว่า​จะ​เป็นเหมือน​ที่พี่เหน่งบอก ว่าเหมือนพี่ยืนอยู่​ข้างๆ​ นั่น​เพราะ แท้จริงแล้ว​ฉันรู้เหมือน​ที่ทุกคนรู้แหละ​ว่า พี่อยู่​ห่างไกล​กับพวกเราเหลือเกิน...​...​..​แต่คืนนั้น​ฉันก็ทำเหมือนพี่เหน่ง​และพี่ๆ​ อีกหลายๆ​ คน ​ที่​ต้องกลับ​ไปอ่านหนังสือพี่ ทุกครั้งหลังจากแวะ​ไปเยี่ยม "บ้านพี่" ...​...​...​...​...​


ฉันสบายดีค่ะ​ พี่ไม่​ต้อง​เป็นห่วง ฉันรู้นะว่าพี่​เป็นห่วง พี่เคยบอกพี่พู​และบังเอิญฉันแอบ​ได้ยิน ว่า ฉันน่ะมีอะไร​น่าห่วงเยอะแยะ​ไปหมด ตอนนี้วุ่นมากเลย​พี่ก็รู้ ใกล้ปิดเทอมแล้ว​นี่คะ​ อะไร​ๆ​ มันเลย​พัลวัลพัลเกกัน​ไปหมด ​แต่ฉันก็โอเคนะ พี่คะ​ ก่อนหน้านี้ฉัน​ได้รู้จักคนกลุ่มหนึ่ง​ พวก​เขาทำให้ฉันรู้สึกว่า​ ฉันเจอ​เพื่อน​ที่คุยกัน​ได้ถูกคอ (พี่สงสัยอีกแล้ว​​ใช้มั้ยล่ะ ว่า ฉันน่ะหรือ คุยกันถูกคอ ด้วยเกือบทุกครั้ง​ที่อยู่​ในสถานการณ์ของการพูดคุย ฉันน่ะ​ได้รับตำแหน่งมือชง(กาแฟ)...​..อันดับหนึ่ง​ ​ซึ่งมา​พร้อม​กับคำถาม ​ที่ว่า ยิ้ม​เป็นอย่างเดียวหรือไง...​.) เหมือนเดิมแหละ​ ฉันชอบฟังพวก​เขาคุยกัน นานๆ​ทีก็​จะส่งเสียง​ไปบ้าง มันสนุกดี ฉันว่า​ถ้าพี่​ได้คุย​กับ​เพื่อนๆ​ของฉัน รับรองว่าพี่​ต้องชอบพวก​เขาแน่นอน พี่ชอบคนอัธยาศัยดีใช่มั้ย (​ใครก็ชอบ​ทั้งนั้น​แหละ​ พี่) ​แต่​ที่เยี่ยมกว่านั้น​ทุกคน​เป็นนักอ่านค่ะ​ ​และ​ที่เยี่ยม​ที่สุด​คือหลายๆ​ คนเขียนหนังสือค่ะ​พี่ อาจ​จะมากบ้างน้อยบ้าง​แต่ไม่​เป็นไรไม่ใช่หรือคะ​​เพราะอย่างน้อย คนเหล่านี้ ก็​เป็นกลุ่ม​ที่น่า​จะช่วยทำให้​ความหวังของพี่มัน​เป็นจริงขึ้น​มาอีกนิด ถึงตอนนี้พี่คงยิ้มแก้มปริแล้ว​มั้ง ดีใจ​กับเรื่อง​​ที่ฉันเล่าล่ะซิ


พี่...​บางครั้งฉันไม่อยากทำอะไร​ๆ​ ​ที่เคยทำตอน​ที่พี่อยู่​​ที่นี่เลย​ (ยกเว้นอ่านการหนังสือ ​กับเขียน จดหมายถึงใจตัวเอง)​ มันทำให้ฉันไม่มี​ความมั่นคงทางอารมณ์ อาจฟังดูไร้สาระ​ไปหน่อย​ ​แต่ฉันก็​เป็นแบบนั้น​จริงๆ​ นะ ฉันกลัว ​แต่ไม่เคยบอกตัวเอง​ได้ว่ากลัวอะไร​ รู้สึกแปลกแยก​กับบางสิ่ง​ที่เคยคุ้น พักหลังๆ​ ฉันเลย​โดน​เพื่อนๆ​ พี่สวดภาณยักษ์ เสียแทบแย่ (พี่บ่าว ​เขาเรียกแบบนั้น​จริงๆ​ นะ) กว่าฉัน​จะ​ไปศึกษาเรื่อง​สวดภาณยักษ์อะไร​นั่นจนรู้เรื่อง​...​พี่บ่าวก็ลืมเรื่อง​นี้​ไปแล้ว​ ​แต่ฉันกลับแอบอมยิ้มทุกครั้ง​ที่นึกถึง พี่บ่าวนี่จริงๆ​ เลย​ (เออ! พี่รู้ใช่มั้ยคะ​ ว่าสวดภาณยักษ์ ​เขาสวด​เพื่ออะไร​ เยอะแยะ​แต่พี่บ่าวบอกว่า สวดไล่ผี​ที่เข้าๆ​ ออก ​ได้ชะงัด พี่แกว่า ฉันน่ะผีเข้าผีออก) แล้ว​อย่างนี้​จะไม่ให้ฉันแอบยิ้ม​ได้อย่างไรกัน...​..


สองสามเดือนมานี้ฉันเขียนอะไร​เล่นๆ​ ​ได้บ้างนิดหน่อย​ ตั้งใจว่า​จะทำให้​ได้มากกว่านี้ อย่าทำหน้าแบบนั้น​นะ คราวนี้ฉัน​เอาจริงนะ จริงๆ​ ​แต่...​(อย่าเพิ่งหัวเราะ​ไปหน่อย​เลย​ ฉันรู้ว่าพี่​กำลังหัวเราะแน่ๆ​ ​ถ้าไม่หยุดล่ะก็มีเ​คือง...​)​ ​แต่พักนี้ฉันวุ่นวายมาก ร้อยแปดพันประการ ​แต่เร็วๆ​ นี้แหละ​ เร็วๆ​ นี้ ​เอาน่าพี่ อย่างน้อยฉันก็คิดอยู่​ตลอดเวลาว่าฉัน​จะเขียน ...​..เออ! พี่...​ ฉันลืมบอกพี่​ไปว่า ตอนนี้มีคนเขียนหนังสือให้อ่าน (โห! กิตติมศักดิ์ ล้อเล่นน่า)​ แรกๆ​ ก็ไม่คิดอะไร​หรอก เหมือนอ่านงานนักเรียนแหละ​ แนะนำการเขียนการ​ใช้ภาษา ตาม​ที่ฉันคิดว่าควร​จะ​เป็น (ย้ำว่าฉันคิดว่า...​) ​ไปๆ​มาๆ​ หมอนี่น่าชมเชียวแหละ​ ขยันเขียน ฉันเลย​​ได้อ่านงานบ่อยๆ​ พี่ก็รู้ว่า มันสาหัสแค่ไหน ​กับการอ่านงานคนอื่นแล้ว​ช่วยกันทำให้มันดูดีขึ้น​มาน่ะ ​แต่พี่ไม่​ต้องห่วงนะฉัน​จะพยายามให้มากถึงมาก​ที่สุด "​ใคร​ที่พอ​จะเขียน​ได้ เรา​ต้องช่วยกันประคับประคอง ...​...​" ฉัน​กำลังสานต่อเจตนารมณ์ของพี่​แม้เพียง​ส่วนเสี้ยวฉันก็พอใจ​และ​เป็นสุข พี่ว่าฉัน​จะทำ​ได้หรือเปล่าล่ะ...​ ​ต้องติดตามตอนต่อ​ไป...​นะพี่นะ


วันนี้ฉันโทรหาพี่พูแล้ว​นะ ดูงงๆ​ อยู่​เหมือนกัน (ฟังจากน้ำเสียง) ปกติฉัน​ต้องโทรฯ วัน​ที่ 9 ​ที่ผ่านมา ไม่มีอะไร​หรอก คิดถึงน่ะค่ะ​ บอกพี่​เขาว่า ให้ทำอะไร​ๆ​ เผื่อด้วย พี่​เขาโอเคนะยังบอกฉันเลย​ว่า ถึงวันนี้ฉัน​จะไม่โทรฯ พี่ก็ทำเผื่อทุกปีอยู่​แล้ว​ คุยกันพอประมาณ เห็นบอกว่า ​ถ้ามีโอกาส​จะมาเ​ที่ยวอีกสักครั้ง ฉันเข้าใจ​ความรู้สึก พี่พูดี กลัว​กับบางสิ่ง​ที่เคยคุ้น...​...​...​.. ไม่รู้​เมื่อไหร่ฉัน​กับพี่พู​จะหายจากอาการ​ที่ว่า ​แม้​จะ​เป็นๆ​หายๆ​ ก็ยังดี...​ฉันก็​ได้​แต่หวัง ...​..


ฉันง่วงแล้ว​ล่ะค่ะ​ อ้อ! เกือบ​ไป วัน​ที่ 9 วันเกิดพี่ Birth day ค่ะ​ ฉันขอให้พี่มี​ความสุข ไม่​ต้องห่วงอะไร​ๆ​ ทางนี้ พักผ่อนให้สบาย ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อ​ไปตาม​ที่ควร​จะ​เป็น ทุกคนยังคิดถึงพี่เสมอ สักวันหนึ่ง​เราทุกคน​จะ​ได้​พร้อมหน้า​พร้อมตากัน​ทั้งก๊วน (พี่ชอบคำนี้ ​แต่ฉันไม่ปลื้ม...​) รอหน่อย​ล่ะกันนะคะ​ เบื่อๆ​ ก็นอนเปลอ่านหนังสือรอก็​ได้ ไม่ว่ากันเนอะ

สุดท้าย พี่คะ​ ฉันไม่เคยบอกพี่จริงๆ​ สักครั้ง ฉันชอบ สายรุ้ง​ที่ทอสายขึ้น​​เพราะ​ความรักของ​พระอาทิตย์​ที่มีต่อไอน้ำ สายรุ้ง​ที่ดูบอบบาง​แต่ทระนง ...​.ตราบ​ที่ภาวการณ์อันควร​จะเกิด ไม่มีสักครั้ง​ที่สายรุ้ง​จะรีรอ...​. ฉัน​เป็นสุข​และคิดถึงพี่ทุกครั้ง​ที่เห็นรุ้ง "ทอรุ้ง สุริยกานต์" ชื่อ​ที่พี่ตั้งให้ฉัน ​และฉันชอบมันมากค่ะ​



รักพี่ค่ะ​
ทอรุ้ง สุริยกานต์
13 กุมภาพันธ์ 2554
บ้านริมภู
พังงา

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3513 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง จดหมายของสายรุ้ง...
ผู้แต่ง ทอรุ้ง สุริยกานต์
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๖๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-18093 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 ก.พ. 2554, 23.14 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ทอรุ้ง [C-18094 ], [110.49.205.253]
เมื่อวันที่ : 14 ก.พ. 2554, 23.49 น.

เรา​แต่ละคนต่างมีชีวิตเดียว ครั้งเดียว นับ​เป็นสิ่งมหัศจรรย์เท่ากัน มีคุณค่าเท่ากัน ยิ่งใหญ่เท่ากัน ใน​เมื่อล้วนกำเนิดมา ​และมีอยู่​จริงในโลกใบเดียวกัน


บางถ้อยคำของพี่ จากหนังสือของพี่

ด้วยจิตระลึกถึงค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ทิดอินทร์ [C-18095 ], [124.120.205.35]
เมื่อวันที่ : 15 ก.พ. 2554, 03.58 น.

นี่คุณทอรุ้ง ไม่บอกไม่ยักรู้เลย​นะนี่ว่า​เป็นน้องสาวของกนกพงษ์ สงสมพันธุ์

เคยสงสัยมานานแล้ว​ว่าหญิงสาวใน "เรื่อง​เล่าจากหุบ​เขาฝนโปรยไพร" คนนั้น​​เป็น​ใคร

บรรยากาศ​ที่นั่นโรแมนติคมากเลย​นะครับ​ ​แม้ว่าพี่กนก​จะไม่อยู่​แล้ว​(ขอ​เป็นน้องด้วยคน)

​แต่หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ จึงทำให้ผมแอบคิดถึง​และอยากเห็นบ้านของ "พี่ค่ะ​"​ไปด้วย

พูดถึงลานทรายริมสวนเงาะ ทำให้ผมแอบนึกถึง "หญิงสาวบนลานทราย" ของพี่เค้าใน "นิยายรักฤดูร้อนไม่​ได้" ​และแอบเห็นเงาของคุณทอรุ้งอยู่​ในนั้น​ด้วย

ขอบคุณนะครับ​สำหรับ​ความรู้สึก​ที่ส่งผ่าน "ไอ้หนุ่มคนนั้น​" คน​ที่ชอบเขียนหนังสือให้อ่านอ่ะ

ไม่อยาก​จะเชื่อเลย​ว่า ​จะ​ได้คุย​กับคน​ที่สนิท​กับคุณกนกพงษ์ ขนาดนี้

สำหรับงานเขียนชิ้นนี้ ผมชอบ​เป็นพิเศษ ตรง​ที่มีอารมณ์บรรจุไว้ในทุกตัวอัษร เยี่ยมมากเลย​จริงๆ​ครับ​

ปล.วันเกิดปีหน้าขอพี่กนกพงษ์ หากมีโอกาสโทรคุย​กับพี่​เขา ผมฝากแฮปปี้เบิร์ดเดย์ด้วยนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นาม อิสรา [C-18097 ], [110.49.193.203]
เมื่อวันที่ : 15 ก.พ. 2554, 12.52 น.

อื้อหือ!

อีตาทิดอินทร์เผย​ความลับเสียแล้ว​

งั้น​เอากุหลาบ​ไปนอนดม 5 ดอกละกัน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ทอรุ้ง [C-18098 ], [118.173.67.99]
เมื่อวันที่ : 15 ก.พ. 2554, 15.36 น.

ขอบคุณค่ะ​ คุณทิด คุณนามฯ ​และทุกๆ​ คน...​

ขอบคุณ​ที่ช่วยกันทำให้คำกล่าว​ที่ว่า นักเขียนหนุ่มไม่มีวันตาย ​เป็น​ความจริงขึ้น​มาอีกนิดนึง

ขอบคุณสำหรับ​ความเอื้ออารีย์​ที่​ได้รับ อย่าง​ที่บอก แค่รู้ว่าไม่​ได้เดินอย่างโดดเดี่ยว ​แม้หนทางยังแสนไกล​และเยือกหนาว ต่อให้มืดมน ก้อไม่มีอะไร​น่ากลัวสักนิด

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น